ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 163 : งานประมูลอันเลื่องชื่อ! (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

ทันทีที่พิธีกรบนเวทีได้พูดเริ่มการประมูลในครั้งนี้ ทุกคนภายในงานต่างลุกขึ้นปรบมือกันด้วยอาการดีใจราวกับว่าพวกเขาต่างรอคอยเวลานี้มาแสนนานแล้ว พร้อมทั้งยังมีเสียงดนตรีบรรเลงเพิ่มความสนใจเสริมเติมแต่งเข้าไปให้อีกด้วย จนเหมือนเป็นงานที่ดูอลังการงานสร้างเป็นอย่างมาก

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มต้นที่ของประมูลชิ้นแรกกันเลยดีกว่า เชิญทุกท่างเชยชมได้ ณ บัดนี้!!!”

 

ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวสวมชุดหวาดหวิวในธีมกระต่ายขาวเดินออกมาจากข้างหลังม่าน พร้อมกับกล่องหรูสีทองขนาดพอดีในมือของเธอ ก่อนจะเดินนำมันไปวางไว้บนแท่นตรงกลางเวที เพื่อให้กล้องจับภาพและฉายขึ้นจอใหญ่เหนือเวทีให้ทุกคนได้เห็น

 

ในจังหวะที่ทุกคนต่างชะโงกหน้าไปมองกล่อง พิธีกรก็เดินไปเปิดกล่องใบนั้นออกพอดี พอเห็นของข้างในนั้นแล้ว ทุกคนต่างส่งเสียงดังและปรบมือกันขึ้นอีกครั้ง แสงสีเสียงต่างเร่งเร้าให้มันดูเด่นจนเจิดจรัส แววตาที่ลุกวาวมาพร้อมกับกิเลศที่อยากได้ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของทุกคน ซึ่งพวกเขาต่างยินดีจะจ่ายเพื่อให้ได้สิ่งของอันล้ำค่าชิ้นนี้แน่นอน

 

อย่างที่ทุกคนได้เห็น นี่คือ... อัญมณีที่หายสาบสูญไปนานและมีตำนานกล่าวขานมามากมายในอดีต  เพชรแห่งราชันย์ กล่าวกันว่าหากใครได้ครองครอบมันแล้ว ภายในเวลาเพียงไม่นานคนที่ถือครองจะได้รับอำนาจมากมายจนเทียบเท่าราชาได้เลย ดูเหมือนทุกคนจะดูสนใจงั้นผมขอเสนอราคาเริ่มต้นอยู่ที่ หนึ่งล้านดอลลาร์!!!”

 

ทุกคนต่างรู้ดีถึงคุณค่าอันเลื่องชื่อของเพชรสีขาวแดงตรงหน้าเป็นอย่างดี ทำให้สถานที่ประมูลแห่งนี้ต่างลุกไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความอยากได้ขึ้นทันที  

 

ยี่สิบล้านดอลลาร์ ก่อนที่ใครกำลังจะเอ่ยปากพร้อมชูป้ายเลขในมือขึ้น กลับมีชายชราผมขาวอยู่ในชุดสูทสีขาวสะอาดที่สวมหน้ากากสีทองหรูหราชูป้ายหมายเลข 23 ของตัวเองขึ้นพร้อมกับพูดเสนอราคาออกไป ซึ่งด้านข้างของเขามีภรรยาที่ยิ้มสว่างไสวออกมา

 

นั้นมันท่านดยุดการ์เบี้ยนแห่งราชวงศ์อาตินอฟไม่ใช่เหรอ ท่านมาร่วมงานนี่ด้วยหรือเนี้ย ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

แน่ใจงั้นเหรอว่าเป็นท่าน?”

แกไม่เห็นเข็มกลัดที่หน้าอกนั้นหรือไง นั่นมันตราราชวงศ์อาตินอฟไม่ผิดแน่ ด้วยอายุกับท่าทางแบบนั้น จะเป็นใครไปได้อีก

แล้วทำไมท่านถึงมาโผล่ในที่แบบนี้กัน ด้วยอำนาจที่ท่านมีจะหยิบจะหาอะไรคงไม่ใช่เรื่องยาก

ให้ข้าไปถามเลยไหมล่ะ

กล้าก็เอา!”

 

 

เสียงซุบซิบต่างดังขึ้นทันทีที่ชายคนนั้นเสนอราคาออกไป ถึงแม้ใบหน้าของชายชราถูกปกปิดไว้อย่างดีแค่ไหน แต่ไม่อาจลบเลือนรัศมีที่เจิดจรัสนั้นไปได้เลย

 

สามสิบล้านดอลลาร์!”

 

คราวนี้ไฟที่โหมกระหน่ำอยู่กับลุกโชนช่วงหนักขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก พวกเขาแทบทั้งหมดต่างหันไปมองเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่ ก่อนจะทำหน้าอย่างไม่อยากเชื่อว่า ชายหนุ่มอายุอานามไม่น่าเกิน 30 พร้อมกับป้ายหมายเลข 11 ที่ชูเด่นอยู่ด้วยมือขวาของเขา ทุกคนต่างแปลกใจที่ชายคนนี้คิดหาญกล้าต่อกรกับราชวงศ์อาตินอฟเช่นนี้

 

ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่มีอำนาจเงินตรามากล้นอยู่ในงานครั้งนี้ แต่พวกเขาต่างหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกราชวงศ์จากทั่วทุกสารทิศกันอย่างลับๆ อาจกล่าวได้ว่า หากไม่อยากได้จริงๆ ก็จะไม่ขอสู้ แต่ทว่ากับราชวงศ์ที่เคยเกรียงไกรจนกระทั้งเคยรวบรวมทวีปหลายทวีปเป็นปึกแผ่นมาแล้วอย่างอาตินอฟนั้น อำนาจมันมากเหลือล้นเกินไปที่จะต่อกรอย่างใช่เหตุ แววตาที่อยากได้กลับลูบต่ำลง

 

เขาเป็นใครกัน ถึงได้หาญกล้าเช่นนี้

นั้นสิ ข้ารู้หรอกนะว่าวัยนี้มันเลือดร้อนอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะร้อนจนหน้ามืดตามัวได้แบบนี้

แต่ฉันว่าเขาดูมีเสน่ห์อย่างแปลกๆ นะ หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงพูดด้วยรอยยิ้มหวานชื่นออกมา พร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มคนนั้น

 

เป็นอีกครั้งที่เสียงซุบซิบของผู้คนภายในงานดังขึ้น และมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เป็นเช่นนั้น ซึ่งมันเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีแขกคนสำคัญมาร่วมงานเฉกเช่นในตอนนี้

 

หาญกล้าเช่นนี้... ช่างเป็นบุรุษที่ควรค่าแก่การยอมรับจริงๆ ดี! ข้าขอเสนอ ห้าสิบล้านดอลลาร์ ชายชราหมายเลข 23 ยิ้มและหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมทั้งแฝงไปด้วยอำนาจออกมา

 

แล้วการต่อสู้ที่เพิ่มราคาแบบก้าวกระโดดของทั้งคู่ก็จบลงพร้อมกับปิดราคาอยู่ที่ หนึ่งพันหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ ในช่วงจังหวะนั้นยังมีคนอื่นเข้ามาแจมเสนอราคาด้วย แต่ก็ต้องตกไป และชายชราแห่งราชวงศ์อาตินอฟได้ไปในที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นชายชรากลับส่งของขวัญบางอย่างเป็นสินน้ำใจให้กับชายหนุ่มที่ต่อสู้ราคากับเขาอย่างมีมารยาท นั้นยิ่งทำให้ชื่อเสียงแห่งราชวงศ์อาตินอฟโด่งดังขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

 

นายน้อยไม่ควรเสนอราคาอะไรแบบนั้นเลยนะครับ ไม่งั้นพวกเราคงพลาดของที่หมายตาไปอีกแน่ ข้ารับใช้บริวารที่แฝงตัวมาในงานนั่งอยู่ข้างชายหนุ่มหมายเลข 11 พูดกระซิบขึ้น

นายคิดมากไปแล้ว ฉันก็ไม่ได้หวังจะชนะสักหน่อย ไม่เห็นเหรอว่า ตาแก่นั้นหมายตาเพชรนี้แค่ไหน ฉันแค่พยายามตัดคู่แข่งออกไปเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มที่ลอดผ่านหน้ากากขาวประดับด้วยขนนกสีส้มออกมา

ขอให้เป็นเช่นนั้นนะครับ แต่ผมขอร้องอย่าทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ หัวใจน้อยๆ ของผมจะวายตายเอา

นายคิดมากไปแล้ว ตั้งสติกับของชิ้นต่อไปเถอะ และช่วยภาวนาด้วยว่า ข่าวที่เราได้มานั้นถูกต้อง พูดเสร็จแล้วชายหนุ่มหมายเลข 11 ก็หันหน้าไปมองที่เวทีต่อ ก่อนที่ข้ารับใช้ด้านข้างจะลอบถอนหายใจกับอาการสบายอารมณ์แบบนั้นของเขา

 

ลำดับต่อไปของเชิญทุกท่านพบกับอาวุธโบราณที่ยังคงอยู่ในสภาพดีและยังสามารถใช้งานได้เหมือนใหม่ หากใครเป็นนักสู้แล้วละก็... ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง พบกับอาวุธแห่งพลัง ดาบล่าวิญญาณ!”

 

สิ้นเสียงของพิธีกรแสงไฟในห้องประมูลต่างดับลงไปชั่วขณะ ก่อนจะเปิดขึ้นอย่างเจิดจ้าจนแสบตา มาพร้อมกับกล่องเหล็กกล้าขนาดใหญ่ที่ถูกหามมาด้วยชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำสองคน

 

ตึง!!! เสียงอันดังที่แสดงถึงความหนักของกล่องดังเข้าไปยังโสตประสาทของทุกคนจนสร้างความแปลกใจ หากให้เทียบตามความดังแล้ว คงหนักไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัมเป็นแน่

 

ทุกคนคงได้ยินเสียงอันดังนั้นแล้วใช่ไหมครับ งั้นผมขออนุญาตพูดเสริมเติมแต่งสักเล็กน้อยแล้วกัน กล่าวกันว่า ตัวดาบถูกสร้างขึ้นจากวัตถุที่หาได้ยากและไม่มีแล้วในโลกใบนี้ อีกทั้งยังมีข้อสันนิษฐานขึ้นว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้น ตัวดาบเล่มนี้ไม่ได้หนักเฉกเช่นในตอนนี้ ส่วนสาเหตุที่มันหนักนั้น มาจากวิญญาณที่อยู่ภายในดาบ หากใครถูกดาบเล่มนี้คร่าชีวิตลงไปแล้ว วิญญาณของคนผู้นั้นจะต้องถูกกักขังและโดนจองจำในดาบเล่มนี้ เอ่อ... ขออภัยที่ผมพูดจายืดยาว แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า หากใครเป็นผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ ก็คงจะอดตื่นเต้นเหมือนกันไม่ได้อย่างแน่นอน งั้นขอเริ่มประมูลดาบล่าวิญญาณในราคาเริ่มต้นที่...  สิบล้านดอลลาร์!!!”

 

ทุกคนต่างแตกตื่นกันทันทีที่ของชิ้นนี้ได้ถูกนำมาประมูลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะด้วยความที่มันหายากหรือน้ำหนักเยอะอะไรหรอก แต่เพราะว่ามันเคยเป็นอาวุธประจำกายของขุนศึกผู้เกรียงไกรในยุคมืดอันโด่งดัง ที่สำคัญมันหายสาปสูญมานานกว่าห้าร้อยปีแล้ว

 

ข้านึกสงสัยจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่สามารถหาดาบเล่มนี้พบ แล้วมันใช่ของจริงหรือเปล่า

แกไม่เห็นแทบสีแดงตรงคมดาบหรือไงกัน นั้นเป็นเครื่องหมายยืนยันดีๆ เลยนะ

ของแบบนั้นใครก็สามารถสร้างขึ้นได้หรือเปล่า ข้าไม่เชื่อสนิทใจหรอก

นั้นก็เรื่องของแก แต่ความรู้สึกข้ากำลังร้องบอกว่า นี่แหละ... ของจริง!”

 

เสียงโกลาหลของผู้คนต่างดังขึ้นอย่างไม่ปกปิด ด้วยความแปลกใจที่ปนกับทัศนคติของตัวเอง ต่างทำให้เกิดประเด็นเกิดขึ้นในเวลาต่อมา แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้การประมูลครั้งนี้ล้มลงหรือจบสิ้นไปแต่อย่างใด

 

หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์!”

“!!!”

 

เสียงทุ้มต่ำที่แสดงถึงความแข็งแกรงของชายคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย จนสามารถสยบทุกคำพูดของผู้คนให้หายไปในทันที สร้างความพึงพอใจแก่พิธีกรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่ต้องมาพูดคลายความสงสัยนั้นออกไป

 

เขาเป็นใครกัน ทุกคนต่างมองไปยังชายรูปร่างใหญ่โตผิดแปลกจากคนทั่วไป พร้อมทั้งยังสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาอย่างไม่ปกปิด ซึ่งกำลังชูป้ายหมายเลข 171 ของตัวเองอยู่อย่างนั้น

 

นั้นสิ แต่ว่าเลขของเขานั้นมีสามตัว คงเป็นใครสักคนที่เพิ่งมาใหม่นั้นแหละ

เศรษฐีหน้าใหม่ หรือว่าลิ่วล้อของใครหรือเปล--- เฮือก!”

 

ยังไม่ทันที่เจ้าของคำพูดจะพูดหมดประโยค ฉับพลันเหงื่อกายภายในตัวต่างไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่ถูกส่งมาพร้อมกับจิตสังหารของชายร่างใหญ่นั้น

 

ระวังคำพูดด้วย เสียงทุ้มต่ำของชายคนนั้นพูดออกมาอย่างลอยๆ แต่กลับแฝงไปด้วยพลังที่สะกดเข้าไปข้างในภายในจิตใจของคนที่ได้ยิน

ช่างน่าสนใจเสียจริง การประมูลครั้งนี้... ชายชราแห่งราชวงศ์อาตินอฟพูดกับศรีภรรยาของตัวเอง ก่อนจะหันไปมองทางชายร่างใหญ่กับชายหนุ่มที่เพิ่งต่อสู้กับเขาเมื่อสักครู่

นั้นสิคะคุณ ไม่ได้ออกมาข้างนอกตั้งนาน ไม่คิดว่าจะเจอเหล่าเพชรอันมีค่าที่หาไม่ได้ภายในที่แห่งนี้ หญิงชรากล่าวกับสามีของตน แม้ว่าทั้งคู่ต่างล่วงเลยวัยที่บานสะพรั่งมาไกลแล้ว แต่ด้วยน้ำเสียงและท่าทางของทั้งคู่นั้นยังคงสง่างามและชวนน่ามองเป็นอย่างยิ่ง

 

สองร้อยล้านดอลลาร์

สองร้อยยี่สิบล้านดอลลาร์

สามร้อยล้านดอลลาร์

...

 

แล้วการประมูลที่ดุเดือดก็ได้เริ่มขึ้นอย่างไม่รู้จักจบสิ้นเป็นเวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนต่างตกใจกับราคาของดาบล่าวิญญาณที่พุ่งไปถึงหนึ่งพันห้าร้อยล้านดอลลาร์อย่างอดไม่ได้

 

ข้าว่าเขาดูคุ้นๆ แล้วล่ะ หญิงสาวในชุดเดรสสีดำที่ป้ายหน้าอกติดหมายเลข 98 ไว้อยู่หันไปพูดกับเพื่อนของเธอด้านข้าง

เจ้าคิดว่าใครกัน เพื่อนของหญิงสาวหันไปมองชายร่างใหญ่ที่เพิ่งชนะการประมูลดาบไปหมาดๆ ก่อนจะกลับมาสนใจเพื่อนสาวของตัวเอง

ข้าคิดว่าเขาเป็นลูกหลานของตระกูลขุนศึกท่านนั้น หมายถึงเจ้าของดาบน่ะ

หรือว่าเขาจะเป็น!?” เพื่อนสาวของเธอกล่าวเสียงดังด้วยความตกใจออกมา ก่อนจะใช้มือปิดปากตัวเองที่เผลอเสียมารยาทออกไป

ใช่! ข้าคิดว่าเขาคือ ท่านเลโอ แห่งตระกูลโนวาเซีย สิ้นเสียงของหญิงสาวหมายเลข 98 ความเงียบจึงบังเกิดอีกครั้ง ด้วยความแปลกใจเธอจึงหันไปมองรอบๆ ตัวของเธอ ก่อนจะพบว่าทุกคนหันมามองหน้าเธอด้วยความตกตะลึง พร้อมกับไปมองชายร่างใหญ่ที่สวมหน้ากากปกปิดไว้อยู่

 

ใช่! นั้นคือชื่อของข้าเอง ทำไม!?”





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เพื่อความสมดุลและเพิ่มความสมจริงไปเล็กน้อย ผมเลยใช้สกุลเงินในการประมูลเป็นดอลลาร์แทน 

ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างสนุกและมีความสุขนะครับ

(บางคนอาจงง แต่เรื่องเดียวกันเลยครับ ต้องรอดูตอนต่อไป 5555+)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1312 Fruele (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 01:49
    ถ้าจินตบเทพได้ สเกลพลังจะเท่าไหร่นะ
    #1,312
    1
    • #1312-1 T.Autumn(จากตอนที่ 163)
      9 มกราคม 2562 / 09:16
      โห... อ่านแปบเดียวถึงนี่เลยเหรอครับ ขอบคุณที่ติดตามนะฮับ
      #1312-1
  2. #1307 B.Bank- (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 02:14
    งงตึบ มีราชวงศ์ด้วย
    #1,307
    0
  3. #1306 ากหก (จากตอนที่ 163)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 23:02

    งงง ครับนี่มันคนละเรืรองรึเปล่าเนี่ย

    #1,306
    2
    • #1306-2 T.Autumn(จากตอนที่ 163)
      8 มกราคม 2562 / 01:06
      แหะๆๆๆๆ
      #1306-2