ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 127 : พยัคฆ์ทมิฬ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 207 ครั้ง
    16 ต.ค. 61

อีกด้านหนึ่งของเมืองที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงจากการปะทะกันระหว่างคนของแก๊งมังกรคำรามกับแก๊งจิ้งจอกโลหิตมาสดๆ ร้อนๆ  ได้มีกลุ่มคนสองพวกที่แต่งกายด้วยชุดสูดสีดำกำลังยืนประชันหน้ากันอยู่ ท่ามกลางความเงียบสงัดของเมืองที่ควรมีความครึกครื้นและการสัญจรอย่างที่มันควรจะเป็น

 

ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้! แก๊งเสือหมอบจะคอยเป็นสุนัขรับใช้ให้กับพวกแก๊งมังกรคำรามด้วย

 

เสียงของชายหนุ่มที่เพิ่งผ่านวัยเบญจเพสมาไม่นานพูดดูถูกอย่างไม่ไว้หน้าชายที่แก่กว่าอายุรุ่นราวคราวพ่อที่ยืนอยู่ตรงข้ามของเขาพร้อมกับพรรคพวกด้านหลัง โดยที่พวกเขาทั้งหมดได้ยืนอยู่ตรงกลางสี่แยกของเมืองแห่งนี้

 

สมองอย่างเจ้าคงคิดได้แค่นี้ อย่างว่าละนะมันก็แค่ความคิดของพวกสุนัขที่ชอบแวงกัดข้างหลัง ข้าก็คงหวังอะไรมากไม่ได้

 

ฮ่าๆๆๆ!!!

 

ชายที่อายุแก่กว่าเกือบเท่าตัวของชายหนุ่มตรงหน้าพูดตอบกลับพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และยังนำพาซึ่งเสียงหัวเราะอันดังลั่นบาดหัวใจจากแก๊งเสือหมอบมอบไปให้อีกด้วย ทำเอาใบหน้าของคนจากแก๊งหมาป่าเหมันต์บิดเบี้ยวและกำมือแน่นจ้องมาทางฝั่งแก๊งเสือหมอบ

 

แก่แล้วยังปากดีนักนะ อยากจะรู้ว่าหนังเหี่ยวๆ นั่น จะหุ้มกระดูกพรุนได้สักแค่ไหนกันเชียว ไดจิใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แห่งความโกรธพลางชี้หน้าด่าทอจาง

 

เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ กลับไม่รู้จักกาลเทศะบ้างเลย สงสัยแก๊งของเจ้าคงไม่ได้สอนเรื่องพวกนี้สินะ ไม่เป็นไรข้าถือโอกาสนี้สอนเจ้าให้แล้วกัน ยังไงก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคยหายใจบนโลกเดียวกันละนะ

 

จางดึงมีดสองเล่มจากด้านหลังของตนออกมา เผยให้เห็นใบมีดที่คมกริบจนสะท้อนแสงจันทร์อวดความสวยงามให้ทุกคนได้เห็น โดยมันมีลักษณะคล้ายกับมีดที่ใช้แล่เนื้อปลาอย่างไรอย่างนั้น

 

ส่วนทางด้านไดจิก็ใช้อาวุธประเภทเดียวกันกับจาง แต่ลักษณะจะแตกต่างกันออกไป หากนับเป็นยุคทางด้านไดจิจะเป็นยุคสมัยใหม่ที่ผสมผสานความก้าวล้ำลงไปในอาวุธด้วย แต่ทางด้านจางนั้นแทบจะเหมือนนำอาวุธจากสมัยเก่าแก่ที่ตกทอดผ่านรุ่นบรรพบุรุษกลับมาใช้ก็ไม่ปาน

 

ทั้งสองแก๊งต่างยืนคุมเชิงกันอยู่ และรอฟังหัวหน้าของตัวเองออกคำสั่ง ซึ่งในมือของทุกคนต่างมีอาวุธที่ไม่ได้ร้ายแรงอย่างพวกปืนมาใช้ เพราะถือว่าเป็นกฏเหล็กของพวกยากูซ่าที่ใช้ในการต่อสู้ดวลแก๊งแบบนี้ และหากมีใครฝ่าฝืนกฏดังกล่าว เหล่าผู้คนและบรรดาแก๊งยากูซ่าจะตามลงทัณฑ์แก๊งของคนผู้นั้นอยู่ อาจก่อให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตได้หากมีการกระทำเช่นนั้นเกิดขึ้น

 

วันนี้ข้าจะป่าวประกาศไปทั่วโดยมีทุกคนเป็นพยาน เพื่อให้เห็นกับตาว่าตำนานที่เคยกล่าวขานนั้นมันก็แค่เรื่องงมงาย และสูญสลายไปนานแล้วตามกาลเวลา พยัคฆ์ทมิฬนั้นมันก็แค่ไอ้เสือแก่สิ้นลายดีๆ เท่านั้น ฮ่าๆๆ ไดจิหัวเราะเสียงดังชอบใจ

 

ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำเอาคนของแก๊งเสือหมอบต่างเลือดขึ้นหน้าและสติขาดผึงกันทันที ก่อนที่จะถูกจางห้ามไว้ก่อน

 

กล่าวกันว่า สุนัขมักเห่ายามมันกลัว ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจสำนวนนี้เท่าไหร่ แต่มาได้ยินและเห็นกับตัวเองแล้ว ทำให้ข้าได้รู้ว่ามันเป็นเช่นนี้นี่เอง จางแสยะยิ้มพูดจาโขกสับไปให้ชายรุ่นลูกตัวเองตรงหน้า

 

ฮ่าๆๆ !!! …เหล่าคนของแก๊งเสือหมอบต่างหัวเราะเสียงดังลั่น ทำเอาใบหน้าของคนจากแก๊งหมาป่าเหมันต์มึนตึงคั่งแค้นอยู่อย่างเงียบๆ

 

แก!!! ไอ้แก่!!!” ไดจิเดือดดาลตวาดลั่น พลางกระชับมีดสองเล่มในมือแน่นส่งสายตาแววโรจน์จ้องไปยังจาง

 

วันนี้พวกเราจะสั่นสอนพวกมันให้เข็ดหลาบ และทำเพื่อให้พวกมันรู้ว่าจะหมาป่าหรือหมาบ้านยังไงพวกมันก็เป็นหมาอยู่ดี!” จางหันหลังพูดกับเหล่าลูกน้องของตนด้วยเสียงอันดังก้องเป็นการปลุกใจ

 

โอ้ว!!!” ซึ่งทุกคนต่างฮึกเหิมกันอย่างเต็มที่เมื่อได้ยินประโยคนั้น

 

พวกเราลุย!!!” ไดจิตะโกนพร้อมกับวิ่งนำคนแรกเข้าปะทะกับจางโดยไม่พูดจาปลุกขวัญเช่นจาง

 

เฮ้!!!” คนของแก๊งหมาป่าเหมันต์วิ่งตามไดจิออกไปทันที

 

แล้วผู้คนทั้งสองแก๊งก็วิ่งเข้าต่อสู้อย่างดุเดือดกันโดยไม่ทราบสาเหตุเด่นชัดว่ามาจากอะไร อาจจะมาจากการตลบหลังของแก๊งหมาป่าเหมันต์ หรืออาจจะไม่ชอบขี้หน้ากันหลังจากโต้วาที จะยังไงก็ไม่อาจทราบแน่ชัดได้ แต่ในตอนนี้ทุกคนต่างต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่มีใครยอมกันแม้แต่น้อย

 

ผัวะ!!!

 

จางชกเข้าที่ใบหน้าไดจิโดยเล็งเห็นช่องว่างพอดี ทำให้ร่างของชายหนุ่มคนนั้นเซถอยหลังพลางยกมือขึ้นจับบริเวณที่โดนชกด้วยความเคยชิน แล้วเขาก็กลับมาต่อสู้กับชายรุ่นพ่อคนนี้ต่อโดยไม่หลบหนีพร้อมกับมีประกายความโกรธแค้นอยู่ภายในด้วย

 

ถึงแม้ไดจิจะมีร่างกายที่อ่อนวัยกว่า แต่ด้วยคุณวุฒิและประสบการณ์อันโชกโชนของจางก็ลบล้างข้อนั้นลงได้ ดูได้จากการรับมือพร้อมสวนกลับไปทันทีโดยไม่เสียจังหวะแม้แต่น้อยของชายชราคนนี้

 

หนังเหนียวจริงๆ นะ ไดจิถ่มเลือดที่กลบปากตัวเองลงพื้นพลางพูดออกมา

 

สงสัยหมัดข้ามันยังไม่พอให้เจ้ารู้ซึ้งถึงการมีมารยาท งั้นรับไปหลายๆ หมัดจะได้ว่านอนสอนง่ายขึ้น จางควงมีดภายในมืออย่างหวาดเสียวด้วยความชำนาญ

 

ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีอาวุธมีคมจากมีดอยู่ในมือทั้งสองข้าง แต่การปะทะกันส่วนใหญ่เกิดจากหมัดกับลูกเตะเสียล้วนๆ เพราะพวกเขาต่างคอยระวังคมมีดกันและกันอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเรื่องการดวลหมัดกันเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นวิถีการต่อสู้ของพวกเขาก็เป็นได้

 

คงยากหน่อยนะลุง ไม่สิ! ปู่ สงสัยคงไม่ได้แก่ตายแล้วแหละ ไดจิพูดพร้อมกับเร่งพลังวิญญาณของตัวเองออกมา ซึ่งมีสีแดงชาดลุกโชนท่วมตัวและมีดในมือด้วย

 

อายุเพียงเท่านี้กลับมีพลังวิญญาณมากมายมหาศาล ต้องขอชมว่าเก่งพอตัว แต่ว่า พลังไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่างหรอกนะจางพูดเสร็จก็เร่งพลังวิญญาณออกมาหุ้มตัวบ้าง พร้อมกันยังมีไอน้ำสีดำทมิฬลอยล้อมรอบตัวราวกับเป็นเม็ดฝนสีดำจำนวนมาก

 

จิตสังหารนี่ไม่ใช่ธรรมดาเลย สมแล้วที่เคยเป็นถึงตำนาน แต่ก็เท่านั้น ไดจิลอบคิดภายในใจตัวเอง พลางมองไปยังจางที่มีไอน้ำสีดำลอยอยู่รอบตัว ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างจากที่เขาเคยพบมา

 

นานแล้วนะที่ไม่ได้ใช้พลังนี้ ข้าก็ไม่อยากหลุดจากภาวะจำศีลเท่าไหร่ แต่หากใช้เมื่อไหร่ ข้าก็ไม่รับปากหรอกนะว่าจะสามารถไว้ชีวิตเจ้าได้ จางกล่าวด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไป จากชายชราท่าทางใจดีกลับเป็นชายชราที่ทรงอำนาจและหน้าตาจริงจังเป็นที่สุด

 

อย่ามาแพ้ให้เด็กก็แล้วกันนะปู่ ไดจิกระชับมีดในมือจนแสงด้านคมของมันส่องสว่างแดงจ้า

 

พรึ่บ! …ชายหนุ่มหายไปจากตรงหน้าของจาง และมาโผล่เหนือหัวของเขาพร้อมกับพับแขนเก็บมีดเหมือนเหนี่ยวรั้งอะไรบางอย่างอยู่

 

คมเขี้ยวหมาป่า!”

 

ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว! …เกลียวคลื่นอันแหลมคมราวกับเขี้ยวหมาป่าต่างถูกตวัดตัดผ่านลงมาใส่จางจนดูน่ากลัวด้วยความเร็วอย่างมาก

 

พยัคฆ์คำราม!”

 

โฮกกก!!!

 

จางเรียกใช้ทักษะของตัวเอง พร้อมกับมีไอน้ำที่หุ้มตัวกระจายตัวออกและปัดป้องสกิลของไดจิไว้ได้ แต่เสียงอันดังก้องราวกับเสือร้ายนั้นก็ทำเอาทุกคนต่างหยุดการต่อสู้กันชั่วขณะและหันมามองกันอย่างตกใจ ซึ่งพวกเขาก็เห็นการต่อสู้อันเหนือโลกของจางกับไดจิก็พากันทำหน้าทำตาหลากหลายอารมณ์

 

เคร้งงงง!!! …ไดจิได้ลอยลงมาและฟันมีดเข้าใส่จางด้วยกระบวนท่าสังหารของเขา พร้อมกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับหมาป่า

 

แต่ทว่าจางก็สามารถคาดเดาทิศทางและกันไว้ได้ทั้งหมด แถมยังมีรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากอีกด้วย มันคอยสร้างความกังวลใจให้แก่ไดจิอยู่เนื่องๆ

 

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

 

กระบวนท่ามากมายต่างๆ ถูกงัดออกมาจากทั้งสองคนและเข้าห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่มีการไว้หน้าหรือออมมือให้กันแต่อย่างใด การปะทะของทั้งคู่ต่างเกรี้ยวกราด ดุดัน เหี้ยมโหด และรุนแรงราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ที่กำลังต่อสู้กันอยู่

 

เหล่าสมาชิกของทั้งสองแก๊งที่ต่อสู้กัน และบางคนที่หมดสภาพต่างโดนลากโดยเพื่อนพ้อง เพื่อให้ถอยออกห่างจากทั้งสองและเว้นพื้นที่ให้ทั้งคู่

 

เคร้ง! ผัวะ!!!

 

จางควงมีดในมือกันการโจมตีของไดจิ ก่อนที่จะหมุนตัวตวัดเตะเข้ากลางลำตัวของชายหนุ่ม ส่งร่างนั้นให้ไถลไปกับพื้นด้วยความรุนแรงจากลูกเตะ

 

แค่ก แค่ก ไดจิเริ่มมีอาการหอบเหนื่อย และใบหน้าที่ไม่สู้ดี เพราะเขาได้งัดทุกอย่างออกมาแล้ว แต่ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะมีประสบการณ์ที่เหนือกว่ามากมากลบไว้ พร้อมกับสงวนท่าทางใช้การเคลื่อนไหวอย่างไม่สิ้นเปลืองอีกด้วย ซึ่งแตกต่างจากไดจิอย่างเห็นได้ชัด

 

แค่นี้ก็หอบกินแล้วเหรอ ไม่เห็นเก่งอย่างที่ปากพูดเลยนะ จางที่ร่างกายปกคลุมไปด้วยไอน้ำสีดำพูดด้วยท่าทางเยาะเย้ย และมีบุคลิกแตกต่างออกไปจากก่อนหน้านี้

 

พรึ่บ! เคร้งงงง!!!

 

แม้คำถากถางของจางจะลอยเข้าไปยังโสตประสาทของไดจิ แต่ว่าเขาไม่มีอารมณ์ที่จะมาต่อปากต่อคำเช่นเดิมได้ เพราะตอนนี้การล้มชายตรงหน้าของเขาลง จะเป็นคำด่าที่เจ็บที่สุดเท่าที่เขาทำได้นั่นเอง

 

กรงเล็บหมาป่า!”

 

พรึ่บ! เคร้ง! ตู้ม! เคร้ง! เคร้ง!

 

ไดจิพุ่งเข้าไปหาจางด้วยความเร็วสูงสุดทุ่มสุดตัว พลางหมุนตัวฟาดฟันจางด้วยความรุนแรงพร้อมกับกัดฟันตัวเองไปด้วย แต่เหมือนมันจะไม่เป็นผลเสียเท่าไหร่ เพราะจางนั้นกันได้แทบทั้งหมด หากอะไรที่ดูเหมือนจะอันตรายเขาก็แค่อาศัยการมองเห็นของเขานั้นฉากหลบไปเล็กน้อยและกลับมากันต่อได้อย่างไม่ติดขัด

 

ลาขาด พยัคฑ์ทมิฬ!”

 

โฮกกก!!!

 

ทันทีที่จางเรียกใช้ทักษะที่สร้างชื่อของเขาออกมา ไดจิก็เห็นภาพซ้อนทับด้านหลังของชายชราเป็นเสือขนาดใหญ่ที่ตัวเป็นสีขาวลวดลายสีดำกำลังอ้าปากคำรามอวดฟันเรียงสวยอันแหลมคมและกำลังตั้งท่าพุ่งกระโจนเข้าหาเขาด้วยใบหน้าแสนน่ากลัวของมัน ซึ่งไดจิก็ได้เห็นมันได้ในระยะประชิดทันทีหลังจากนั้น

 

ฉัวะ!!!

 

ท่านไดจิ!!!”

 

อึก! อ่อก!” ไดจิกระอักปล่อยเลือดออกจากปากชวนสยดสยอง ร่างทางซีกซ้ายของเขาถูกการโจมตีเมื่อกี้ของจางทำลายหายไป

 

ตุ้บ!!! …ไดจิหมดลมหายใจตกตายและล้มลงจมกองเลือดทันที

 

ท่านไดจิ!!!” เหล่าลูกน้องตะโกนเสียงดังประสานกันออกมา ก่อนที่จะรีบวิ่งมายังไดจิและเขย่าตัวเรียกชื่อชายที่สิ้นลมหายใจไป

 

ทุกคนต่างหยุดการต่อสู้ ซึ่งรู้ผลแพ้ชนะแล้วจากการที่หัวหน้าที่โดนโค่นล้มลง

 

หัวหน้า!” จางปลดพลังวิญญาณของตัวเองออก ส่งผลให้ร่างกายของเขารับภาระอันหนักอึ้งตามมาจนยืนซวนเซคล้ายจะล้มลง ก่อนจะมีเหล่าลูกน้องรีบเข้ามาพยุงตัวช่วยประคองไว้ได้ทัน

 

ไม่เป็นไรๆ กลับกันเถอะ จางใบหน้าซีดและมีเม็ดเหงื่อไหลออกมา ทำการพูดกับลูกน้องก่อนพากันออกไปจากบริเวณนี้ทันทีโดยไม่สนใจพวกแก๊งหมาป่าเหมันต์ที่โศกเศร้าการจากไปของไดจิ

 

ดูเหมือนเราไม่ต้องทำอะไรเลยแหะ แต่ว่าพวกแก๊งเสือหมอบคงต้องเจอศึกหนึกหลังจากนี้แล้วละ ต้องรีบไปบอกนายท่านก่อน

 

 

 




โปรดติดตามตอนต่อไป...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 207 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1167 Aetep (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:04

    เอายังไงต่อ

    #1,167
    0
  2. #1122 joelamtan (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:13
    ขอบคุณครับ
    #1,122
    0
  3. #1121 xมูบินคุง (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 03:14
    ช่วงนี้ถ้าเทียบกับอาหารผมว่ามันจืดไปครับ ขอตอนที่มันต้มยำหน่อยครับจะได้อร่อยๆหน่อย
    #1,121
    0
  4. #1120 watcharawut2012 (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 01:17
    อ่านยาวไป เริ่มเบื่อ ๆ พักก่อนเรื่อนนี้
    #1,120
    0
  5. #1119 PrinceArcadia (จากตอนที่ 127)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 01:02
    คนแรกเลย ขอบคุณครับ ปล. ขอกุ๊กกิ๊กมั้ง +ฮาเร็ม !!
    #1,119
    0