ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 11 : คำรามที่ 7 : แค่ผ่านมาเท่านั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 817 ครั้ง
    2 ก.พ. 64

“ขอบใจนะ แต่ว่า… วางได้แล้ว” เรย์กะหน้าแดงพร้อมขยับตัวให้หลุดจากอ้อมแขน สุดท้ายจินก็ค่อยๆ วางเรย์กะลง

“เรย์กะเป็นอะไรหรือเปล่า! บาดเจ็บตรงไหนไหม” เสียงหวานดังขึ้นข้างหลังจิน

“คุณคงเป็นประธานกรรมการนักเรียนสินะ” จินหันไปยังเด็กสาวผมยาวสีดำหน้าตาสวยงาม รูปร่างดูดีคนหนึ่ง ที่ก้าวลงบันไดจากอีกด้านและตรงมาหาเรย์กะอย่างเป็นห่วง จินสังเกตจากตรงแขนมีผ้าสีแดงคาดอยู่ด้วยตัวอักษรประธาน

“ใช่ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยรับเรย์กะไว้นะ” เด็กสาวหันมามองจินชั่วครู่เท่านั้น

“แล้วทำไมให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้ทำงานอันตรายได้ละ” จินถามด้วยความสงสัย

“พอดีพวกผู้ชายต้องไปขนเก้าอี้และจัดสถานที่ให้ผู้ปกครองอีกด้านหนึ่งกันทั้งหมด ส่วนผู้หญิงคนอื่นๆ ก็จัดเตรียมสิ่งของในงานในห้องคณะกรรมการนักเรียน เลยเหลือพวกเราแค่สองคน” เธอชี้ไปยังข้างๆ อาคารที่มีเหล่านักเรียนผู้ชายเรียงรายกันอยู่

“ฉันไม่เป็นอะไร ยูริ จินด้วย” เรย์กะเอ่ยที่ถูกยูริพลิกเนื้อตัวหารอยบาดแผล

“โถ่... บอกให้ระวังๆ ไง ฉันไม่น่าให้เธอทำงานนี้เลย” ยูริรู้สึกผิดแน่ๆ หากเรย์กะเป็นอะไรไป เธอคงโทษตัวเอง

“ฉันยังไม่เป็นอะไรสักหน่อย เลิกทำหน้าเสียใจแบบนั้นได้ไหม” เรย์กะเดินไปกุมมือยูริ

ทำไมทีกับเราพูดน้อยอย่างกับอยากตัดบท จินคิดในใจกับท่าทางของทั้งสองคน

“ใช่สิ! คุณชื่อจินใช่ไหม เรย์กะพูดให้ฟังบ่อย---” ยูริยิ้มหันมาพูดกับจินแต่ก็ถูกมือเรย์กะปิดปากไว้

“ไม่มีอะไร” เรย์กะแยกเขี้ยวใส่ยูริและหันมาทำหน้าตายตอบเขา

“จิน!” เสียงของเทนตะดังขึ้นวิ่งมาพร้อมกับอากิโนะและมาโคโตะรีบตามมา

“นะ นายทำได้ไงเมื่อกี้” เทนตะพูดแบบตกใจด้วยท่าทีเร่งรีบ

“ทำอะไร? จินทำสีหน้าปกติพูด

“ไม่ต้องทำไขสือ เมื่อกี้ห่างตั้ง 5 เมตรนายเข้าไปรับเรย์กะทันได้ไง” เทนตะพูดพลางทำไม้ทำมือ

“ตาฝาดหรือเปล่า พักผ่อนเยอะๆ นะ” จินยิ้มแล้วเดินไปตบบ่าของเพื่อน

“ไม่ใช่แน่นอน แล้วนายจะไปไหน ฮัลโหล!!!” จินไม่ฟังเดินออกมาจากจุดนั้นทันที เทนตะโวยวายอยู่ด้านหลังจิน  

“ฉันบอกไปนายจะช็อกเอาเทนตะ”เดินออกมาสักพักจินก็พูดกับตัวเอง

“เขาหล่อดีนะ ฉันจีบได้ไหม โอ๊ย! พูดเล่นๆ  ยูริแหย่เรย์กะจนถูกบิดสีข้าง

.

.

.

“มีอะไรกันเหรอ”

“เฮ้ย!!!” เสียงของจางร้องลั่นตกใจ

จินถามขึ้นโดยมาโผล่ด้านข้างของจางที่ทำท่าลับๆ ล่อๆ ในพุ่มไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากอาคารที่จินอยู่เมื่อกี้

“ตกใจอย่างกับเห็นผียังงั้นแหละ” จินนั่งลงข้างๆ จาง

“คุณรู้ได้ไงผมอยู่นี่” สรรพนามการเรียกของจางเปลี่ยนไปทันทีตั้งแต่หัวหน้าแก๊งให้ความสนใจจิน

“เห็นมาสักพักแล้วละ ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว คนอื่นๆ ในแต่ละที่ผมก็พอรู้” จินชี้นิ้วไปตำแหน่งอื่นๆ ที่มีคนในแก๊งเฝ้าระวังอยู่

“ตกลงมันเรื่องอะไรกันถึงเรียกกำลังคนมากันขนาดนี้” จินถามด้วยความสงสัยจริงๆ

“พอดีเมื่อคืนวานมีจดหมายถูกยิงด้วยธนูไปยังบ้านพักหัวหน้าครับ” จางหยิบจดหมายออกจากอก

“ยิงด้วยธนูสมัยไหนแล้วเนี้ย” จินแปลกใจในวิธีส่งสาร

“ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่เป็นวิธีกลบรอยตามที่ปลอดภัยที่สุด ในแก๊งเราก็ทำครับ” จางพูดอย่างสุภาพกับจิน

ล้มเลิกธุรกิจที่ท่าเรือ อังคุ ซะดีๆ ถ้าไม่อยากเสียของรักของแกไป

จินอ่านจดหมายที่มีข้อความสั้นๆ แต่เตือนอันตรายไว้อย่างดี พวกนี้เลยคิดว่าจะมีการจู่โจมเรย์กะอีกหน

“สงสัยใครไหม? จินถามด้วยท่าครุ่นคิด

“หากนับเรื่องล่าสุด แก๊งงูดำ น่าสงสัยที่สุดครับ” จางพูดในสิ่งที่คิดออกมา

“แล้วแก๊งเสือหมอบไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครอีกใช่ไหม? จินพยายามหาเงื่อนงำให้เจอ

“พูดยากนะครับ พวกแก๊งยากูซ่าอย่างพวกเรามีเรื่องทะเลาะกันทุกวันตลอดเวลา” จางพูดเรื่องในวงการออกมา

“งั้นก็สรุปไม่ได้ว่าเป็นแก๊งงูดำ ยังไงผมขอยืมจดหมายนี้ได้ไหม? จินวางแผนไว้และอยากได้จดหมายนี้ติดตัวไปด้วย

“ไม่มีปัญหาครับ หากเป็นเรื่องที่ดีกับคุณหนู” จางกล่าวออกมา

“ดูเหมือนคุณจะใส่ใจเรย์กะมากเลยนะ” จินถามเมื่อลองมองย้อนไป ชายคนนี้มารับมาส่งเรย์กะตลอด ขนาดมีเรื่องเขาก็ยังหาเธอเจอเป็นกลุ่มแรก

“หากไม่เป็นการดูหมิ่นคุณหนู ผมก็ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็กเลยคิดว่าเป็นลูกคนหนึ่งครับ” จางพูดพร้อมกับคิดถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา

“งั้นเหรอ เรื่องเจ้าของจดหมายนี้เดี๋ยวผมสืบให้เอง คุณคอยอารักขาเรย์กะไว้ให้ดีละกัน” จินลุกขึ้นปัดฝุ่น

“ขอบคุณนะครับ” จางเงยหน้าพูดกับจิน

“เรื่องอะไร? จินเลิกคิ้วสงสัย

“สำหรับทุกเรื่องที่ช่วยคุณหนู และเรื่องที่คุณตอบรับคำขอร้องจากหัวหน้า” จางกล่าวออกมากับจิน

“ไม่ต้องคิดมากหรอก มันเป็นนิสัยส่วนตัว อีกทั้งยังได้เงินตอบแทน ผมไม่เสียหายอยู่แล้ว” จินยิ้มตอบและจากไป จางมองแผ่นหลังของจินหายไปก่อนจะกลับมาเฝ้าดูแลคุณหนู

.

.

.

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะดังขึ้นในห้องแห่งหนึ่ง ภายในห้องมีเพียงชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียดเกี่ยวกับเอกสารในมือ “เข้ามา”

“ขออนุญาตค่ะ นี่รายงานสรุปค่าใช้จ่ายสำหรับเดือนนี้ค่ะ” เลขาสาวเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มเอกสารเล่มหนาติดมาด้วย แล้วเธอนำมันวางไว้พื้นที่ว่างตรงหน้าชายหนุ่มคนหนึ่ง

“ขอบใจมาก นี่ก็ดึกแล้วไปพักเถอะ” คิยะเงยหน้าพูดกับเลขาประจำตัวเขาและกลับมาตรวจเอกสารต่อ

“ค่ะ ท่านก็อย่าหักโหมมากนะคะ” เลขาสาวยิ้มกล่าว คิยะพยักหน้าให้ และเดินออกห้องไป

“ดูเหมือนงานจะยุ่งนะครับช่วงนี้” เสียงปริศนาดังขึ้นในมุมมืดของห้อง

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คิยะพยายามเก็บน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดด้วยท่าทีสุขุม

“เก็บอาการได้ดี ” จินเดินออกจากมุมห้องแล้วถือวิสาสะนั่งตรงข้ามคิยะ

“ใครเจอก็ต้องตกใจ คราวหน้ามาแบบให้สุ้มให้เสียงก็ดี หรือให้ดีที่สุดเดินเข้ามาทางหน้าประตูแบบเป็นพิธีการดีกว่า” คิยะกล่าวผายมือไปทางประตู

“เอาไว้โอกาสหน้าผมจะลองคิดดู ห้องทำงานสวยดีนะครับ” จินสำรวจห้องแล้วตอบส่งๆ ไป

“ขอบคุณครับ หวังว่าวันนี้ไม่ได้มาต่อยผมหรอกนะ” คิยะวางปากกาในมือลง

“แหม… ผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นสักหน่อย แม้ว่าผมเกือบจะโดนใส่ร้ายว่าลักพาตัวเรย์กะก็ตาม” จินส่งจิตสังหารเล็กน้อยไปยังคิยะและดูเหมือนคิยะจะสะดุ้งตาม

“ล้อเล่นครับ ผมมาขอความช่วยเหลือสักสองสามอย่างได้หรือเปล่า? จินเอามือผสานกันจ้องไปทางคิยะ

“ผมมีตัวเลือกอื่นเหรอครับ ลองว่ามาสิ” คิยะพูดอย่างเป็นรอง

“เรื่องแรก ใครเป็นคนส่งจดหมายนี้ให้กับพวกแก๊งเสือหมอบ” จินยื่นจดหมายให้คิยะ

“ทำไมคุณถึงให้พวกเราทำงานนี้? คิยะรับมาแบบสงสัย ด้วยจำนวนแก๊งของทั้งสองก็ไม่ต่างกันมากทำไมถึงให้เขาช่วย ขนาดทางนู้นยังหาเบาะแสไม่ได้เขาก็อาจจะหาไม่ได้เหมือนกัน

“ดูเหมือนว่าไม่ใช่ฝีมือพวกคุณสินะ และผมรู้มาว่า… คุณมีหน่วยข่าวกรองแบบพิเศษอยู่” จินยักไหล่พูด

“คุณรู้!” คิยะตกใจ ขนาดผู้อาวุโสของแก๊งยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้มีแค่พ่อกับคนสนิทอีกสองสามคนเท่านั้นที่รู้

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตกลงช่วยได้ไหมเรื่องนี้” จินปัดมือแบบไม่สนใจ

“หากคุณไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ผมยินดีช่วยอยู่แล้ว” คิยะรีบออกตัว

“ผมไม่ใช่คนปากโป้งหรอกน่า ส่วนอีกเรื่อง...” จินกล่าวด้วยเสียงเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ทำให้คิยะเริ่มเหงื่อออกแล้ว

อึก ! คิยะเริ่มกลืนน้ำลายที่เหนียวลงคอ เขาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่แล้ว

“ช่วยสืบเรื่องอุบัติเหตุของสามีภรรยาตระกูล อาคุโจ ให้หน่อย” น้ำเสียงเรียบของจินดังขึ้นมา

“อาคุโจ? คิยะทวน

“ใช่ ตระกูลอาคุโจ อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ยังหาคู่กรณีไม่ได้ และทางตำรวจเหมือนจะปัดเรื่องออกไปเรื่อยๆ ช่วยสืบหามาให้ที” จินพูดอย่างเก็บอารมณ์โกรธไว้ภายในใจ

“พวกเขาเป็นอะไรกับคุณหรือเปล่า? คิยะสงสัยที่คนแข็งแกร่งเช่นคนตรงหน้าทำไมถึงถามหาสาเหตุการตายของคนในตระกูลที่แทบไม่มีใครรู้จัก

“เกี่ยวข้องโดยตรง” 

“งั้นผมจะได้อะไรเป็นการตอบแทน” คิยะเจรจาออกมา

“นายจะได้ไม่ตายตอนนี้…” จินส่งจิตสังหารเข้าไปหาคิยะโดนตรง

ชั่วขณะคิยะเห็นภาพตัวเองคอขาดในทันทีแบบไม่ทราบสาเหตุ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทา จนต้องเอามือที่วางบนโต๊ะเก็บลงมาซ่อนไว้ใต้โต๊ะเพื่อไม่ให้จินสังเกต มีหรือจินจะไม่เห็น

“ผมล้อเล่นนะครับ แหม...” จินพูดและยิ้มออกมา

“นี่สำหรับค่ามัดจำ ส่วนอีกครึ่งจะจ่ายหลังเสร็จงาน” จินเรียกทองคำแท่งออกมา 10 แท่งวางบนโต๊ะเรียงรายไว้ตรงหน้าคิยะ

“คราวหน้าคราวหลังอย่าล้อเล่นแบบนี้นะครับ ผมอาจหัวใจวายตายได้” คิยะพูดพลางปาดเหงื่อ

“คุณไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เอาซะเลย อย่ามัวแต่ทำงานสิ” จินพูดเสร็จและลุกขึ้นตรงไปทางหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้

“แล้วผมจะติดต่อคุณยังไง” คิยะลุกขึ้นเดินไปหาจินช้าๆ เก็บสองมือไว้ในกางเกง

“ไว้ผมจะมาหาคุณเอง” จินยื่นหน้าออกไปดูวิวนอกหน้าต่าง

“ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย ผมคิยะ” คิยะโค้งตัวให้จิน

“จิน”

“เดี๋ยว! นี่มันชั้น 15 ...” คิยะเรียกจินแต่ไม่ทันแล้ว จินกระโดดออกนอกหน้าต่างไป พร้อมกับคิยะชะโงก พร้อมกับโล่งอกเมื่อไม่พบศพจินอยู่ข้างล่าง

“คุณเป็นใครกันแน่จิน” คิยะสงสัยในตัวตนของจิน

.

.

.

“ดูเหมือนแก๊งงูดำจะไม่ได้ทำสินะ” จินนั่งบนแทงก์น้ำเงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์ดวงใหญ่ลอยเด่นอยู่

“พ่อกับแม่สบายดีใช่ไหมครับ ที่ผ่านมา ผมทำถูกแล้วใช่ไหม” จินเอ่ยถามคนบนนั้นอย่างเหม่อลอย พอคิดถึงสาเหตุการตายของแม่ที่ดูเหมือนมีอะไรปกปิดอยู่ เขาก็มีความรู้สึกโกรธโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

จินกดโทรศัพท์โทรออก

“ว่าไงเจ้าหนู!” เสียงชายฉกรรจ์ตะโกนดังเข้ามาในสาย จนจินต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูตัวเอง

“พูดเบาๆ ก็ได้ลุง” จินพูดกับปลายสาย เทโชและจินแลกเบอร์กันไว้ตั้งแต่จินช่วยเรย์กะคราวก่อน

“เดี๋ยวนี้แกกล้าเรียกลุงแล้วเหรอ” เทโชพูดเสียงดังอย่างไม่สนใจจิน

“บ่นมากระวังแก่นะครับ” จินหัวเราะแล้วพูด

“มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรือเปล่า โทรมาดึกดื่นป่านนี้” เทโชปรับอารมณ์และพูดกับจิน

“เปล่าหรอก ผมจะบอกลุงว่าแก๊งงูดำไม่ได้ส่งจดหมายนั้นไป”

“งั้นเหรอ ขอบใจมาก ว่าแต่แกรู้ได้ไง? เทโชถามด้วยความสงสัยในน้ำเสียง

“ผมก็มาถามเจ้าของแก๊งสิครับ” จินพูดอย่างอารมณ์ดี

“ห๊า! เมื่อกี้แกว่าไงนะ” เทโชตกใจ

“ตามนั่นแหละครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ” จินพูดเสร็จและวางสาย

“ดะ เดี๋ยว!” เทโชยังพูดไม่เสร็จจินก็วางสายไปแล้ว

เทโชด่าทอจินภายในใจนับร้อยพันหมื่นประโยค ก่อนจะได้ยินใครร้องทัก

“ใครโทรมาเหรอคะท่านพ่อ” เรย์กะในชุดนอนลายกระต่ายเดินมาหาพ่อของเธอ

“เจ้าจินโทรมาน่ะ” เทโชเก็บโทรศัพท์อย่างฉุนเฉียว

“งั้นเหรอคะ เขาว่ายังไงมั้ง” เรย์กะหายง่วงทันทีถามด้วยความอยากรู้

“ไม่มีอะไรหรอกเราไปนอนได้แล้วหนูน้อย เดี๋ยวพรุ่งนี้ตาคล้ำเอานะ” เทโชยิ้มอ่อนโยนให้เรย์กะ เดินเข้าไปลูบหัวเบาๆ ก่อนเดินไปยังห้องของตน

“โถ่...ท่านพ่อ” เรย์กะพูดอย่างน้อยใจ ตาคล้ำ! ต้องรีบนอน พอคิดถึงเรย์กะรีบตรงไปยังห้องนอนของตัวเองทันที

คืนนี้เหลือไว้เพียงจินที่นั่งเหม่อลอยไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างโดดเดี่ยว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 817 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #270 linconlol (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 00:13
    ที่ชื่อยากูซ่านี้ไม่ได้อะไรนะ คือได้เมียเป็นลูกสาวของเจ้าพ่อแก็งแค่นั้นเอง
    #270
    1
    • #270-1 aipod1983(จากตอนที่ 11)
      29 สิงหาคม 2561 / 19:21
      น่าจะเป็นแบบนั้น
      #270-1
  2. #145 Rnozero (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:24

    คุณพ่อน่ารักมากเลย

    #145
    0
  3. #61 springtime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 12:43
    ฮามาก ฮ่าๆๆๆๆ
    #61
    0