ตอนที่ 4 : WILT KISS : 03 Another ONE [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 พ.ค. 62





Another ONE

03



                ร่างสูงลงมาจากรถเบนซ์ที่เพิ่งจะขับไปส่งรินดาที่ทำงานก่อนจะมุ่งหน้ามายังสนามบิน เป็นเพราะสาส่งข้อความมาว่าจะกลับไทยตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อนอย่างเขาก็ต้องมารับอยู่แล้ว..


                นึกแล้วก็ขำตัวเองที่ไปทักรินดาเขาอย่างนั้น....


                สาเป็นช่างแต่งหน้ามือทองที่ใครๆ ก็ต้องการตัว สกิลการแต่งหน้าเหมือนที่แทบแยกไม่ออกถ้ามายืนข้างกัน แถมการเลียนเสียงและบุคลิกที่แนบเนียนยิ่งกว่าในละคร บางครั้งก็ไปปลอมตัวจนเกือบย้ายบ้านไปอยู่ในคุก


                เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนที่เมกา เพื่อนที่คิดว่าคงเป็นคนเดียวที่ยอมคบกับเขา เพราะเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใคร ชอบแสดงด้านร้ายๆ ออกมาให้เห็นเสียมากกว่าความเป็นมิตร แต่ใครจะไปสนล่ะ...คนดีไม่ได้ตัดสินที่เพื่อนเยอะหรือน้อยสักหน่อย


                ก๊อกๆ


                มือเล็กเคาะแผ่นหลังกว้างเบาๆ ให้ร่างสูงรู้ตัวก่อนจะหันมาพบกับใบหน้าของสากับชุดเที่ยวเล่นสบายๆ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกมัดเป็นดังโงะไว้ด้านบน สไตล์การแต่งตัวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักนิด


                ขอกอดที


                ว่าจบก็กระโดดขึ้นมาโอบรอบคอรุทไว้ก่อนจะเอาขาหนีบไว้กับช่วงขาของเขา...ทำเอาคนโดยรอบหันมามองกันเป็นแถว มองยังไงก็เหมือนคู่รักที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่จริงๆ แล้วก็เป็นแค่เพื่อนสนิทที่มารับเพื่อนเท่านั้น


                ปล่อยได้แล้วรุทว่าก่อนจะแกะแขนของอีกฝ่ายออก


                แหม ใครจะไปสู้แม่สาวสวยในไอจียูได้ล่ะ ไอล่ะเบื๊อเบื่อสาตอบก่อนจะทำหน้าเซ็งๆ พร้อมกับกลับไปยืนปกติ


                ใครก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ เลิกพูดมากแล้วไปขึ้นรถ


                รุทเดินไปลากกระเป๋าของอีกฝ่ายก่อนจะเดินนำหน้าไปที่รถของตนพร้อมกับสาที่เดินตามมาติดๆ สาไม่ได้พูดอะไรมากนักนอกจากสอดส่องสายตาไปทั่วรถหรู ฐานะที่บ้านสาเองก็ไม่ได้ยากจนอะไร เรียกได้ว่าร่ำรวยเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังน้อยกว่ารุทที่เป็นถึงทายาทนักธุรกิจชื่อดัง


                ใครหลายคนพากันอิจฉาเธอเพราะได้เป็นเพื่อนกับลูกคนใหญ่คนโต คิดว่าจะได้เกาะเขากิน...ไม่คิดเลยสินะว่าเธอก็มีกินมีใช้อยู่แล้ว จะไปขอเพื่อนกินทำไมกัน


                แล้วเป็นไง เจอกันยังสาถามถึงรินดา หรือสาวในไอจีที่เจ้าตัวแอบส่องอยู่ทุกวัน เธอไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก แถมรุทเองก็ไม่เคยพูดถึงเธอคนนี้ด้วย พูดแต่ว่าน่ารัก ชอบ...


                รุทตอบ เจอแล้ว


                ยูเองก็เป็นเซเลบเหมือนกันนี่ ไปเจอกันได้ไงล่ะ


                ...ก็ไม่ยากอะไร ไปหาถึงห้องก็เจอแล้ว


                รุทยกยิ้มขึ้นน้อยๆ ก่อนเลี้ยวเข้าไปที่คอนโดของอีกฝ่าย เขายังไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับรินดาให้เธอฟังทั้งนั้น...กลัวอีกฝ่ายจะตกใจจนเป็นลมไปเสียก่อน หรือไม่ก็คงหาว่าเขาเป็นคนเลว เลิกคบกับเขาไปเลยก็ได้


                แล้วตอนนี้ยูทำงานอะไรอยู่?


                ยังว่างอยู่ ไม่ได้ทำอะไรเขาตอบ แต่มีดีลไว้แล้วว่าจะเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัย...เร็วๆ นี้


                สารีบพูดออกมาทันที งั้น...คืนนี้ hang out กันมั้ย


                โอเค เดี๋ยวมารับ


               

 

 

 

                เย็นนี้มีนัดทานข้าวกับคุณหยางนะคะ จากนั้นก็ไม่มีงานอื่นแล้ว...


                รินดานั่งหลังแข็งจัดการงานกับประธานบริษัทหรือสามีของเธอมาหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่พักเที่ยง เป็นเพราะไม่เคยทำงานเลขามาก่อนเลยต้องขอให้ช่วยสอนงานให้ใหม่ ทำเอางงกันเป็นแถวเพราะเข้าใจว่าทำงานเลขามาทั้งชีวิต...


                เธอทำแต่งานประสานงาน! วันๆ เอาแต่ดีลงาน ไม่เคยต้องมาเขียนสรุปประชุม จองร้านอาหาร ตามติดเจ้านายต้อยๆ แบบนี้เว้ย!


                อยากจะพูดแบบนี้แต่ก็ไม่กล้า...


                โอเค งั้นพอแค่นี้ก่อนนะครับ พี่รินกลับบ้านก่อนเลยก็ได้ ที่เหลือผมจัดการเอง


                พีระกล่าวก่อนจะเอามือมาลูบหัวเธอเหมือนเด็กๆ และยังยิ้มบางๆ ให้เธออีก จู่ๆ หัวใจมันก็เต้นเป็นจังหวะถี่รัวจนได้ยินเสียงตุบๆ อยู่ในหู จากที่แอบชอบแล้วตามจีบมาตั้งนาน...ตอนนี้ได้มาเป็นแฟน ไม่สิ เป็นภรรยาเขาแล้ว จะดีใจก็รู้สึกแปลก จะเสียใจก็...


                แต่พี่ไหวนะพี มีอะไรให้ช่วยก็บอกเลย ไม่ต้องเกรงใจ


                ไม่เอาครับ กลัวเมียเหนื่อย


                ว่าจบก็กอดเธอไว้หลวมๆ จากนั้นก็หอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ เธอหันขวับไปมองคนข้างๆ ที่ยิ้มเยาะอย่างสบายใจ ยังดีที่อยู่ในห้องทำงาน ถ้าคนอื่นเห็นคงเขินตายแน่ๆ


                จะมีก็แต่...


                ก๊อกๆ!


                ขออนุญาตค่ะ


                เธอรีบเขยิบตัวเองออกมาจากอีกฝ่ายเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ร่างบางในชุดทำงานสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ริมฝีปากสีแดงสดและดวงตาที่พร้อมจิกกัดทุกเมื่อมองมายังเธอก่อนจะยิ้มที่มุมปากและวางแฟ้มเอกสารนั่นไว้บนโต๊ะทำงานของพีระ


                ฉันคง...ไม่ได้มาขัดจังหวะใช่ไหมคะ


                ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ออกไปด้วยครับ คุณมาเบล


                มาเบลหุบยิ้มลงทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังเดินออกจากห้องไป เท่าที่รู้คุณมาเบลเป็นพนักงานของบริษัทนี้มานานแล้วแต่ไม่ได้เลื่อนขั้นสักที ทำแต่งานเอกสารจนอายุเกือบเข้าสามสิบแต่ก็ไม่ยอมย้ายออกไปไหน จากที่ได้ยินคนอื่นๆ พูดมา ก็พอรู้ว่าคุณเขาแอบชอบสามีของเธอมานาน...


                แน่นอนว่าถึงรินดาจะยังไม่ได้รู้สึกรักพีระมากขนาดนั้น แต่เธอก็เคยแอบชอบและเลิกกับพี่รุทเพราะพีระ ตามจีบตามตื๊อถึงแม้ว่าจะไม่มีหวังว่าจะได้คบกันก็เถอะ


                และถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะเคยมีอะไรกับรุทไปแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่รินดามีคติประจำใจคือการไม่รีเทิรน์กับคนรักเก่า เนื่องจากเป็นคนเด็ดขาดเวลาทำอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นเธอเลยอยากให้มันเป็นครั้งสุดท้าย มันมากพอแล้วกับความรักอันจืดชืดของเธอกับเขา


                งั้นพี่กลับก่อนนะรินดาว่าก่อนจะไปหยิบกระเป๋าที่โต๊ะทำงานของตน แต่ก็ถูกพีระเรียกไว้เสียก่อน


                เดี๋ยวครับ! ผมลืมบอกไป...


                ...ว่าไง?


                คือ...ช่วงนี้ผมต้องไปกลับระหว่างโรงงานกับบริษัทบ่อย น่าจะไม่ได้กลับคอนโดพีระอธิบาย แต่ที่บ้านใหญ่ใกล้บริษัทมากกว่า เลยคิดว่าจะย้ายกลับไปอยู่บ้าน


                แล้ว....


                ผมเลยย้ายพวกเสื้อผ้าเครื่องใช้ของเราสองคนไปไว้ที่บ้านใหญ่ตั้งแต่เมื่อเที่ยงแล้ว ขอโทษที่ยังไม่ได้บอกนะครับ...อะไรมันยุ่งๆ จนลืมไปสนิทเลย


                อ๋อ...ไม่เป็นไรค่ะ พี่เข้าใจ


                รินดาตอบไปเรียบๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานแล้วลงลิฟต์ไป...เธอนึกสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมถึงซื้อคอนโดไว้ไกลจากที่ทำงาน แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรกลับไปเพราะจากกองเอกสารที่วางเรียงบนโต๊ะเขาแล้ว ก็ไม่อยากจะไปรบกวนอีก ปล่อยให้เขาทำงานไปดีกว่า


                แต่ปัญหามันอยู่ที่...


                แล้วบ้านพีอยู่ที่ไหนวะ...


                ลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าลืมถามเรื่องนี้ไปสนิท บ้านพีอยู่ไหนเธอยังไม่รู้เลย จะนั่งแท็กซี่ไปก็ไม่รู้ว่าจะบอกคนขับยังไง...


                ยืนงงอยู่หน้าบริษัทอยู่นานก็เลยคิดว่าจะขึ้นไปถามเจ้าตัวให้เสร็จสรรพ แต่เขาคงสงสัยแน่ๆ ว่าทำไมถึงจำไม่ได้ทั้งๆ ที่แต่งงานกันมาปีกว่าแล้ว ให้ตายสิ จะให้ข้ามภาพข้ามชาติมาอีกมิตินึงหรืออะไรก็ตามแต่ ทำไมไม่เอาข้อมูลใส่สมองมาด้วยนะ งงไปหมดแล้วเนี่ย!


                ในขณะที่กำลังบ่นกับตัวเองในหัว ฝนก็ค่อยๆ ตกลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ต้องมายืนหลบฝนอยู่ที่หน้าประตุทางเข้าตึก จะกลับบ้านก็ไม่ได้ จะกลับเข้าไปในตึกก็ไม่ได้ ทำได้แต่ยืนงงอยู่ ไม่รู้จะทำยังไงต่อ


                ....


                รถสีเทาอ่อนคุ้นตาจอดลงที่ป้ายรถเมล์ก่อนที่เจ้าของรถจะลดระดับกระจกลงแล้วขยับนิ้วชี้เรียกเธอพร้อมกับสายตาคมที่บาดใจเธอตลอดเวลา สายลมพัดแรงจนกระทบกับผิวของเธอจนขนลุกไปหมด....ไหนจะละอองฝนที่พัดเข้ามาหาเธออีก ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องเดินไปหาเขา


                มาทำอะไรที่นี่?


                รินดาถามคนในรถท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกลงมาจนหนาวไปทั้งตัว ร่างสูงที่นั่งอยู่ในรถเห็นท่าไม่ดีเลยรีบให้ร่างเล็กเข้ามาในรถ


                รีบเข้ามาเถอะน่า อยากหนาวตายรึไง


                จะทำอะไรฉันอีกรึเปล่า


                จะทำหรือไม่ทำมันอีกเรื่อง แต่ขึ้นมาก่อน เร็ว


                 รินดายังคงลังเลใจที่จะขึ้นไป แต่อีกฝ่ายกลับใช้น้ำเสียงนุ่มลง


             “เป็นห่วงครับ ไม่อยากเห็นคุณป่วย


                อีกฝ่ายพูดจนรินดายอมจนได้ ร่างบางเดินขึ้นไปนั่งบนรถก่อนที่ร่างหนาจะหรี่แอร์จนเกือบสุดเพื่อไม่ให้หนาวเกินไป ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม เม็ดฝนยังตกลงมาเรื่อยๆ จนเธอนึกเป็นห่วงว่าเขาจะขับไหวมั้ย รถก็ติดยาวจนไม่รู้ว่าจะถึงบ้านตอนไหน รู้แบบนี้กลับกับพีก็คงดี


                แล้วมาตากฝนอยู่คนเดียวทำไม


                ไม่ได้ตาก ฉันยืนหลบอยู่


                รินดาว่าก่อนจะกระชับแขนของตัวเองเพราะความหนาว รุทจึงเอื้อมไปหยิบสูทด้านหลังมาวางไว้ที่ตักของเธอ


                ใส่ไว้สิรินดายังปล่อยมันวางทิ้งไว้ที่ตักอย่างนั้น รุทจึงย้ำอีกครั้ง ใส่ไปเถอะ ผมไม่ได้ป้ายยาอะไรไว้หรอก


                ร่างบางเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้วจึงยอมหยิบสูทของอีกฝ่ายมาใส่ไว้แต่โดยดี มันช่วยได้มากแต่ก็ยังหนาวอยู่นิดหน่อย แต่น่าจะหนาวเพราะพิษไข้มากกว่า...


                คุณ...ไปที่นั่นทำไมรินดาเอ่ยปากถามก่อนจะอีกฝ่ายจะตอบ


                ไม่ได้ตั้งใจจะไป แค่ขับรถผ่านรุทว่า เห็นคุณยืนอยู่พอดีเลยว่าจะไปส่งเลย พีไม่มาด้วยเหรอ


                ...เขาทำงาน


                อืม...ผมเห็นคนเอาของย้ายเข้ามาในบ้านแล้วนี่


                เขาจะย้ายกลับไปอยู่บ้านน่ะ...งานยุ่งมาก


                แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน...


                “…”


             ผมจะได้เจอคุณทุกวันไง


                ยังไม่ทันได้ตอบอะไร โทรศัพท์ของเธอก็มาดังขึ้นเสียก่อน เป็นสายที่ไม่คาดคิดว่าจะโทรมา ปิ่นน้องสาวของเธอไปอยู่ต่างจังหวัดกับอามานานแล้ว ไม่ค่อยได้ติดต่ออะไรกันเท่าไหร่...มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ


                (พี่...ช่วยปิ่นได้ไหม)


                มีอะไรรึเปล่า


                รินดาเริ่มไม่สบายใจเมื่อปลายสายมีน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ รุทเองก็หันมามองเธอเป็นพักๆ เพราะการจราจรติดขัดเขาเลยขยับไปไหนไม่ได้มากนัก


                (ปิ่นว่าจะขอไปอยู่กับพี่) ปิ่นกล่าว (ปิ่น...ไม่อยากอยู่กับอาเขาแล้วอะพี่)


                ...พี่ไม่แน่ใจเลย ต้องถามพีเขาก่อน


                (ตอนนี้ปิ่นอยู่กรุงเทพฯ ไม่มีที่ไปแล้ว...)


                งั้นปิ่นบอกมาก่อนว่าอยู่ไหน เดี๋ยวพี่ไปหา



 

 

“……”


ร่างของหญิงสาวที่เปียกไปทั้งตัวเดินมานั่งที่เบาะหลังกับกระเป๋าใหญ่สองใบ สีหน้านิ่งเฉยๆ ไม่พูดอะไร พอขึ้นมาก็หลับตานอนไป พอปิ่นวางสายไปเธอก็รีบบอกให้รุทขับมาที่นี่เพื่อมารับน้อง ดูท่าจะลำบากมากทีเดียว


น้องคุณ...หน้าไม่คล้ายคุณเลยนะ


แหงสิ พี่น้องคนละแม่นี่


รินดาว่าก่อนจะถอนหายใจออกมา พ่อแม่ของเธอกับปิ่นเสียไปนานแล้ว เราเลยต้องช่วยกันประคับประคองไป ช่วยอะไรได้ก็ช่วย ถึงจะคนละแม่ก็ต้องช่วยเหลือกัน


ฝ่ามือหนาทาบลงบนหน้าผากเธอจนเธอตกใจ ดวงตาคมเข้มมองมายังเธอด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายอย่างรุทจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย...เขาขมวคคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ


คุณตัวรุมๆ นะ อย่าลืมกินยาด้วย


ไม่ต้องมายุ่งได้ไหม


ก็บอกแล้วไงว่าเป็นห่วง


“…”


ไม่ต้องอวดดี...นอนไปเลยครับ ถึงแล้วจะปลุก


เขาทำเสียงเข้มเชิงดุก่อนจะปรับเบาะให้เอนมากขึ้นแล้วขับรถออกไป รินดายังคงละสายตาจากคนข้างกายไม่ได้สักที...เธอคิดว่าเขามีส่วนคล้ายคลึงกับพี่รุทคนเก่ามาก ตรงที่อ่อนโยนและห่วงใยคนอื่นเสมอ แต่จะต่างกันก็ตรงที่เจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจตัวเองล่ะมั้ง...


ไม่ได้ชอบ...แต่ก็รู้สึกดี


ไม่นานรถก็ขับมาถึงปลายทาง บ้านใหญ่ที่พีระพูดถึงมันใหญ่สมชื่อเขาจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ดูโอ่อ่าอลังการอะไรขนาดนั้น ก็เหมือนบ้านปกติที่ก็ดูรู้ว่ามีฐานะ แต่ไม่อยากอวดเลยตกแต่งอย่างเรียบง่าย รุทจัดการห้องนอนให้ปิ่นแล้ว ส่วนเธอก็ขึ้นมาอาบน้ำที่ห้องของพีระ...


ห้องของรุทอยู่ข้างของพีระ ส่วนปิ่นอยู่ห้องริมปีกซ้ายของทางเดิน ถ้าพีไม่ว่าอะไรเธอคงให้น้องอยู่ที่นี่ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้กังวลก็คงจะเป็นเจ้าของห้องข้างๆ นี่ล่ะ...


จะทำอะไรพิเรนทร์ๆ อีก ยิ่งมาอยู่บ้านเดียวกันแล้วด้วย


กลับมาแล้วครับ


พีระว่าหลังจากเปิดประตูมาเห็นรินดานอนอยู่บนเตียง ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำภารกิจส่วนตัว


อาการปวดหัวตุ้บๆ เริ่มเล่นงานรินดาเข้าแล้ว คงเพราะยืนตากละอองฝนอยู่นานเลยรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้...เสียงน้ำที่ดังอยู่ในห้องน้ำยิ่งทำให้รินดาไม่อยากบกวนเขา ถ้าเธอบอกว่าไม่สบายเขาคงไม่สบายใจแน่ จึงค่อยๆ ลงจากเตียงไป ก่อนจะเปิดประตูห้องให้ดังน้อยที่สุด


“…!!”


ฝ่ามือหนารั้งเอวบางของเธอไว้ก่อนจะใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เขาจัดการลงกลอนประตูห้องเรียบร้อยก่อนจะปล่อยมือออกจากเธอ


นี่คุณ!...”


 รินดาว่าเสียงเข้มทันทีที่เห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของรุท แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็เลื่อนสายตาลงไปเห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัดที่หน้าท้องของเขา ทำเอาแก้มใสขึ้นสีระเรื่อ...


ชู่ว...


“….”


เบาเสียงหน่อยสิครับ


รุทกล่าวก่อนจะยิ้มบางๆ ให้กับเธอ รินดาจิ๊ปากอย่างรำคาญใจก่อนจะหันไปเปิดประตู แต่ดันถูกห้ามไว้เสียก่อน


"หยุดนะ! ไม่รู้เหรอว่าพีอยู่ห้องข้างๆ!"


"รู้สิ เป็นพี่น้องกันมาทั้งชีวิต"


ร่างสูงกล่าวเสียงเรียบก่อนจะผลักร่างบางติดกับผนังอย่างแรงจนเจ็บที่ไหล่ทั้งสองข้าง ใบหน้าคมสันก้มมองร่างเล็กด้วยสีหน้านิ่งเรียบก่อนจะใช้ปลายจมูกไล้ไปตามหน้าผากมน


ตอนนี้เขาสนใจร่างเล็กตรงหน้ามากกว่านัดของสาเสียอีก...


"แต่คิดว่าไงล่ะ..."


"...."


"แมวหลงเข้าถ้ำเสือ...ก็ต้องโดนขย้ำเป็นธรรมดา"


เดี๋ยวสิ! คุณเป็นคนลากฉันเข้าห้องมาเอง--...อื้อ!”


รุทปิดริมฝีปากเล็กนั่นไม่ให้พูดอะไรอีก ลิ้นอันชื้นแฉะตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กด้วยความชำนาญ ดูดดึงริมฝีปากเบาๆ จนรินดาดิ้นไปไหนไม่รอด ฝ่ามือหนาประกบมือเล็กไว้แน่นก่อนจะขบกัดริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ เสียงร้องในลำคอของรินดาทำให้รุทพอใจมากถึงมากที่สุด น้ำลายสีใสไหลออกมาจากปากรุทก็แลบเลียมันจนหมด ใบหูเล็กแดงขึ้นมาเมื่อโดนจูบอย่างไม่ตั้งตัวแบบนี้


น่ารัก...


“…..”


อยากจูบอีกหลายๆ รอบ....


ก่อนที่ริมฝีปากบางจะประกบจูบอีกครั้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนร่างบางสะดุ้ง เสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่หน้าประตูยิ่งทำให้รินดาใจเต้นระรัว เสียงนั่น...มันคุ้นหูมาก


รุท...อยู่ไหม






Hashtag #ชู้รักโรยรา
Alternate Universe
Twitter : @TakkyExo
: SEHUN - TAEYEON
: Romantic - Drama - Comedy

ปอลิง.ภาวนาให้คอมเราด้วยนะคะ จะอัพช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคอมค่ะจุดนี้55555555

             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

31 ความคิดเห็น

  1. #21 Phing_Chanidapa (@phing_21) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 16:42
    อิรุท มันร้าย แต่รักนะ55555
    #21
    0
  2. #20 Milly_mile (@AileeVivean) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 16:34
    รุทร้ายเกินไปแล้ววว
    #20
    0
  3. #19 เปรมประภา (@exofinite) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    ทำไมรุทมันร้ายยยย อยากได้?55555
    #19
    0
  4. #15 Phing_Chanidapa (@phing_21) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:45
    รอค่าา 💗💗
    #15
    0