END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 16 : DREAM FINAL EPISODE : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

FINAL
          แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ตรงหน้าลงมาที่ร่างสูงที่ดูอิดโรยไปมากกว่าเก่า ดวงตาคมมองลอดผ่านกระจกฝ้าไปด้านนอกพลางฟังเสียงหยดของน้ำเหลือที่กำลังไหลเข้าสู่กระแสเลือดในกายของตน นี่เขาต้องอยู่ที่มานานเท่าไหร่แล้วนะ? ร่างกายของคนคนหนึ่งจะสามารถทนอะไรได้มากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ...
หรือว่าเขายึดติดกับชีวิตของเขามากเกินไปจนไม่ได้สนใจคนรอบข้าง?
ร่างสูงไม่สามารถเปล่งเสียงใดใดออกมาได้เลยเพราะคอที่แห้งผาก มือหนาพยายามเอื้อมมือไปหยิบเหยือกน้ำข้างเตียงของตนเองแต่มือที่สั่นเทากลับปัดมันลงที่พื้นจนแตกละเอียด
          เพล้ง!
          “…” ร่างกายที่ดูจะไม่เป็นอย่างใจตามสมองสั่งทำให้เขานอนลงบนเตียงเหมือนเดิม นัยน์ตาสีเข้มหลับลงก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อประตูที่ปิดเงียบเชียบยามค่ำคืนได้เปิดขึ้น
          “...” ร่างสูงทำได้แค่เปล่งอากาศออกมาแทนเสียงเมื่อเห็นร่างบางอยู่ที่ประตู เธอเดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะนั่งลงที่ข้างเตียงของเขา เธอไล่มองร่างของเขาหัวจรดเท้าก่อนจะฟุบตัวลงกับเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก มือหนาสัมผัสเข้ากับผมของเธอพร้อมกับลูบเบาๆ ใบหน้าเปรอะน้ำตาจับมือของร่างสูงไว้ก่อนจะกุมมันไว้แน่น
          “ฉัน...จะไม่ทิ้งนายไปไหนอีก”
          “…”
          “ฉันเข้าใจ...เข้าใจทุกอย่าง” เธอพูดทั้งน้ำตา “ฌอห์น ฉันไม่เหลือใครแล้วนะ-..”
          “น...น้ำ” ร่างสูงพยายามเปล่งเสียงออกมา ร่างบางได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปรินน้ำมาให้ร่างสูงทันที สมองของเธอว่างเปล่าจนลืมสังเกตไปว่ามีเหยือกน้ำแตกอยู่ข้างเตียงของเขา คิดอยู่แล้วว่าทำไมถึงทำท่าเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง.... “เชื่อแล้วใช่มั้ยว่าฉันคือฌอห์น ต้องให้ตายก่อนใช่มั้ยถึงจะเชื่อได้”
          “…ฉันไม่ได้ต้องการให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ซักหน่อย”
          “ฉันอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน”
          “..!!” ร่างบางเบิกตาโตเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดจบ “นายจะไปไหน”
          “จะกลับร่างเดิม” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาก่อนจะพูดต่อ “ก่อนจะฟื้นเอซมันมาบอกแบบนี้”
          “…”
          “เอซมันไม่อยู่กับเราแล้วนะคริสตัล”
          “…”
          “มันไปสบายแล้ว”
          “ว..ว่าไงนะ”
          “...” อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะยันตัวขึ้นมานั่งอย่างทุลักทุเล “มันบอกแบบนี้แล้วก็หายไปเลย”
          “…” ร่างบางน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพื่อนสนิทที่คบกันมามากกว่าสิบปีจากกันไปโดยที่ยังไม่บอกลาเลยซักคำ เธอรู้สึกเพียงแค่ไออุ่นที่กำลังกอดรัดเธอเอาไว้ ฌอห์นในร่างของเอซกุมมือเธอไว้ก่อนจะพูด
          “มีกูอยู่ตรงนี้ จะกลัวอะไร” อีกฝ่ายเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้พูด “ปล่อยมันไปเถอะ ถ้ามันกลับมาก็มีปัญหาหลายอย่างที่มันต้องแบกรับ...มึงไม่ดีใจเหรอที่เพื่อนจะปล่อยวางทุกอย่างแล้วจากไปอย่างสงบแบบนี้ ถ้าเอซเห็นมึงในสภาพนี้มันคงเสียใจ”
          “กูแค่...ใจหาย”
          “…”
          “ตอนนี้กูก็รู้สึกเหมือนกูคุยกับเอซ เอซที่ไม่ได้ไปหายไหน” เธอพูด “ถ้ารู้ว่ามันจะจากไปแบบนี้กูคงทำทุกอย่างให้มันดีกว่านี้”
          “...”
          “แต่พอรู้ว่ามึงคือฌอห์น และมึงไม่ได้โกรธกู คุยกับกูเหมือนเดิม...กูก็รู้สึกดีขึ้น”
          “กูอยากให้มึงรู้เอาไว้” ร่างสูงดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ใบหน้าคมสันวางลงบนไหล่มนของเธอก่อนจะลูบหลังของเธอเบาๆ
          “กูไม่เคยโกรธหรือเกลียดมึงเลย”
          “…”
          “มีแต่จะรักมากขึ้น และมากขึ้น”
          “ฌอห์น...”
          “ถึงฉันจะต้องตายในร่างนี้ ฉันก็จะกลับมาหาเธอชาติหน้า”
          “อย่าน้ำเน่าได้ปะวะ...”
          “และเธอก็ต้องฝันถึงฉันวันแล้ววันเล่า...จนกว่าเราสองคนจะได้รักกันอีกครั้ง”
          จนกว่าเราสองคนจะได้รักกันอีกครั้ง?
          คริสตัลผละออกจากอ้อมกอดของเขาก่อนจะถามคำถามเขาทันที
          “หมายความว่ายังไง...”
          “เวลามันทำให้กูคิดได้หลายอย่าง” เสียงนุ่มทุ้มกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มไปด้วย “มันทำให้กูรู้จักความสุขที่แท้จริง ความโกรธที่อยู่ภายในจิตใจ ความเสียใจที่ตัวเรามักจะชอบปิดกั้นมันไว้ หรือแม้แต่ความรู้สึกจริงๆ ภายในใจที่เรามักจะปิดมันไว้ ไม่กล้าบอกอีกฝ่ายว่าเรารู้สึกยังไงกันแน่เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเสียใจ”
          “…”
          “ความรักมันไม่ใช่แค่การกอดกัน จูบกัน หอมแก้มกัน ส่งข้อความให้กันทุกวัน วีดีโอคอลหากันทุกวัน”
          “…”
          “แต่แค่เห็นหน้ากันทุกวันแม่งก็รู้สึกดีแล้ว” อีกฝ่ายพูด “อุปสรรคมันก็เยอะ อยากจะหยุดวิ่งแล้วยอมแพ้ทุกครั้ง แต่เหมือนอุปสรรคที่เป็นขวากหนามมันกระตุ้นตัวเราให้ออกวิ่งไปอีกครั้ง ถ้ายอมแพ้ก็เจ็บ แต่ถ้าวิ่งต่อไปมันก็เจ็บ แต่มึงรู้มั้ย อะไรที่ทำให้ช่วยฮีลตัวเราให้หายเจ็บได้”
          “…อะไร”
          “คนที่เรารัก”
          “…”
          “ไม่ว่ากูกับมึงจะต้องทำเหมือนไม่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ต้องจริงจังกับแฟนของตัวเองซักแค่ไหน แต่กูปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากูไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้กับมึงอีกแล้ว หัวใจมันอยากดึงมึงเข้ามากอด แต่ก็ทำไม่ได้”
          “…”

“เพราะหัวใจมันไม่ใช่สมอง มันสั่งการอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึก”

          “…” เธอนิ่งเงียบฟังเขา สิ่งที่เขาพูดเหมือนมันออกมาจากใจของเขาเอง เขาไม่ได้ปิดบังอะไรอีกแล้ว คำพูดของเขามันเหมือนถูกกลั่นกรองมาจากใจของเขาเอง
          เป็นน้ำเสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนจากเขา
          “มึงทำให้กูเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในตัวเอง จากคนที่เก็บตัวเงียบก็กลายเป็นคนพูดมากเหมือนวันนี้ คนที่ไม่เคยสนใจใครกับสนใจมึงแค่คนเดียว คำพูดซึ้งๆ ที่รู้สึกว่ามันน้ำเน่าเวลาอยู่ในละครหลังข่าว กูกลับเอามันมาพูดกับมึง หลังจากทำมันกูก็กลับมาคิดเหมือนกันว่ากูทำไปทำไม...แล้วกูก็รู้ว่ากูรักมึงมากจริงๆ”
          “กูก็รักมึง” คริสตัลยิ้มให้เขาพร้อมกับกุมมือของเขาไปด้วย ความอบอุ่นจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมากเหลือเกิน
          “แต่กูว่าความรักนั้นมันเป็นแค่...ความรักแบบ...เชื่อใจกันและกัน”
          “…”
          “เข้าใจกันและกัน และพร้อมจะจูงมือไปด้วยกัน”
          “…”
          “แต่มึงกลับทิ้งกูไปหาชิน”
          “กูคิดกับชินแค่น้องชายจริงๆ นะฌอห์น กูรักมึงแค่คนเดียว กูไม่เคยมีใครนอกจากมึง!”
          “มึงกล้าพูดจริงๆ เหรอว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกของชิน?”
          “…” เธอปล่อยมือของเขาลง เสียงอันสั่นไหวเพราะไม่เข้าใจกับความรู้สึกของตัวเอง เธอรักแค่ฌอห์นคนเดียว เธอไม่ได้คิดอะไรกับชินทั้งนั้น มันเป็นแค่...อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น
          “มึงกล้าบอกจริงๆ ใช่มั้ยว่าเรื่องราวที่ผ่านมามึงไม่เคยรู้สึกดีกับชินเลย”
          “ใช่” เธอตอบพร้อมกับน้ำตาหยดที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบที่ไหลออกมาจากดวงตาของเธอวันนี้ ขอบตาที่บวมแดงแสดงให้รู้ว่าเธอเสียใจแค่ไหน
          “กูผิดหวังกับมึง คริสตัล” เขาปล่อยมือของเธอออก “ถ้ามึงตอบว่า ‘เคยรู้สึกดีกับชิน’ กูจะไม่โกรธมึงเลย”
          “…”
          “เพราะกูเข้าใจว่าระหว่างนั้นมันต้องมีบ้างที่มึงจะรู้สึกดีกับใครคนอื่น และจากที่กูเห็นกูก็รู้ว่ามึง ‘รัก’ ชินจริงๆ”
          “ไม่จริง! กูรักมึงคนเดียวนะฌอห์น!”

“กูไม่อยากเป็นตัวเลือกให้ใคร”
“ไม่อยากจะอยู่ในหัวใจของมึงร่วมกับใครคนอื่น”
“ถ้ากูอยากครอบครองมึงทั้งกายและใจ กูก็อยากเป็นเจ้าของหัวใจของมึงคนเดียว”

          “ฌอห์น มึงฟังกูก่อนสิ!”
          “มึงมีพลังอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเอง” อีกฝ่ายพูดต่อทันที “ทุกครั้งที่มึงหลับ จะมีแสงสีขาวเปล่งออกมาจากร่างกายของมึงเสมอ”
          “…”
          “มันทำให้มึงดูพิเศษ”
          “…”
          “พิเศษจนกูรู้สึกว่ากูไม่คู่ควรที่จะครอบครองมึงเลย”
          “ฌอห์น...”
          “เรากลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเถอะ คริสตัล"


          มือขาวซีดวางดอกไม้ไว้บนหลุมศพของเพื่อนสนิทที่ลาโลกไปอย่างเงียบๆ ไม่มีแม้แต่พ่อแม่ ญาติมิตร เพื่อน มีเพียงแค่เธอ...ในสุสานที่เต็มไปด้วยความอึมครึม เงียบเหงา และเศร้าโศก
          ‘เอซ เอกมัย วงศ์ราตรี’
          “หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ” เธอกล่าวพร้อมกับลูบหลุมศพอย่างแผ่วเบาก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่รถพร้อมกับสั่งคนขับรถให้แล่นรถออกไป
          ตอนนี้ฉันท้องได้เจ็ดเดือนครึ่งแล้ว ลูกในท้องอยู่ในความรับผิดชอบของชิน ฉันขอให้เขาไม่ต้องจัดงานแต่งงานขึ้นอีก เพียงแค่รับลูกในท้องของฉันเป็นลูกแค่นั้นก็เพียงพอ เขาจะไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมกับพาฉันและลูกไปที่นั่นด้วย ตอนนี้เขาอายุ 20 แล้วส่วนฉันก็ 30 พอดี ฉันเคยถามเขาเหมือนกันว่าไม่อายเหรอที่มีภรรยาแบบฉัน แต่เขากลับยืนยันว่าเขารักฉันและพร้อมจะรับผิดชอบฉันไม่ว่าฉันจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม...เขาเป็นผู้ชายที่ดีมากจริงๆ
          ‘เหม่ยลี๋’ หลังจากก่อเหตุแทงแฟนเก่าของตัวเองจนเข้าโรงพยาบาล เธอเองก็ต้องติดคุกไปหลายปี แต่เหมือนว่าอาการทางจิตของเธอจะกำเริบจนเธอตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยผูกคอตายภายในห้องพักของตัวเอง...หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้นักข่าวหลายสำนักต่างคิดได้ว่าดาราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน มีจรรยาบรรณในการเขียนข่าวมากขึ้น เพราะพวกเขาคงตระหนักได้ว่าข่าวที่พวกเขียนอาจจะเป็นเพียงด้านหนึ่งที่พวกเขาเห็น แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เห็นนั้นอาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องทั้งหมด ความจริงแล้วอาจจะเป็นอะไรที่พวกเขายังไม่รู้ก็ได้ นั่นคงเป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกดีกับสำนักข่าวในเกาหลีมากที่สุด
          ส่วนเจน เธอท้องเจ็ดเดือนครึ่งเหมือนกับฉันแต่กลับท้องแก่เหมือนคนท้องเก้าเดือนใกล้คลอดอะไรแบบนั้น เธอกับฌอห์นแต่งงานกันอย่างลับๆ แต่ก็สร้างความตกใจให้กับใครๆ มากมาย ฌอห์นเปิดธุรกิจในเกาหลีมากมาย ถ้าพูดถึงด้านอสังหาริมทรัพย์แล้วทุกคนก็จะต้องคิดถึงฌอห์น คีตภัทร เป็นคนแรก เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงของประเทศเกาหลีใต้ที่ทุกคนต่างยอมรับ
          ฉันรู้สึกดี...ที่เขามีอนาคตที่ดี
          ถ้าวันหนึ่งเราเจอกันอีกครั้ง ฉันก็คงจะทักเขาอย่างดีใจ ไม่เสียใจอย่างเมื่อก่อน ฉันคงจะยิ้มให้เขา กอดเขาเหมือน ‘เพื่อนเก่า’ คนหนึ่ง
            อย่างที่อีกฝ่ายบอก ‘เวลาทำให้เราคิดได้หลายอย่าง’
            รถหรูแล่นมาจนถึงสนามบินอินชอน หญิงสาวแม่ลูกอ่อนเดินเข้าไปภายในสนามบินพร้อมกับสายตาของคนรอบข้างที่มักจะตั้งคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เธอใช่เพื่อนสนิทของฌอห์นหรือเปล่า’
            ‘ใช่ ฉันเอง’
            เธอยิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปที่ตำแหน่งของร่างสูงที่กำลังยืนรอเธออยู่ เข้ายิ้มให้เธอจากไกลๆ พร้อมกับโบกมือให้ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาที่ฉันเพื่อประคองตัวฉันที่ท้องแค่เจ็ดเดือน ทำอย่างกับฉันใกล้คลอดอะไรแบบนั้น..
            “ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้...คนอื่นมองหมดแล้ว เห็นมั้ย”
            “ผมอยากให้มองเยอะๆ คนอื่นจะได้รู้ว่าแฟนผมสวยขนาดไหน”
            “เด็กบ้า...” เธอตบไหล่ของเขาเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา เขาพาฉันไปนั่งที่ที่นั่งพลางคุยกับฉันเพื่อไม่ให้ฉันเหงาพลางเล่นกับลูกในท้องไปด้วย
             ร่างสูงพาฉันเดินออกไปเมื่อได้แล้วเวลาขึ้นเครื่อง แต่กลับมีเสียงของ ‘ใครบางคน’ ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
            “คริสตัล!”
            “…”
            “ตกใจอะไร มาส่งก่อนไปลอนดอนไง” ร่างสูงกล่าวก่อนจะหันไปสบตากับชินที่จ้องตาเขม็ง
            “มาส่งหรือมาทำอะไรกันแน่”
            “กูมาส่งเพื่อน มึงจะทำไม”
            “แน่เหรอ คิดว่ากูโง่เหรอวะไอ้ฌอห์น”
            “ต่อหน้าเมียมึงพูดแบบนี้เลยเหรอวะ ต่อยกันเลยมั้ย”
            “พอเลยทั้งคู่” ฉันพูดปรามเขาทั้งสองก่อนที่จะเกิดสังเวียนกลางสนามบิน ฉันถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ                        “ขอบใจนะที่มาส่ง”
            “เจนเอาของมาให้ด้วย เปิดตอนที่ถึงลอนดอนนะคะ” มือเรียวยื่นกล่องของขวัญสีขาวขนาดกลางมาให้ฉัน ดวงตากลมโตมองด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
            “ขอบคุณค่ะ”
            มีอะไรอยู่ด้านในกันนะ..
            ระเบิดหรือเปล่า?
            ฟึ่บ!
            ร่างสูงดึงตัวเธอเข้าไปกอดทันทีโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว ฌอห์นกอดฉันแน่นพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเธอ
            “อย่าลืมติดต่อมาบ้างนะ”
            “…”
            “ห้ามลืมกูนะ คริสตัล”
            “แน่นอน”
            เธอกอดตอบเขาก่อนจะผละออกมา ฉันยิ้มให้เขาทั้งสองก่อนจะหันหลังเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่ไม่มีความผิดหวังหรือเสียใจแม้แต่น้อย
            ‘อดีตคนรัก’ ก็สามารถกลับมาเป็น ‘เพื่อน’ กันได้
            หากคุณมีเพื่อนสนิทที่คบกันมานาน อย่าให้มันพังเพราะคำว่า ‘แอบรักเพื่อน’
            จงเก็บความรู้สึกนั้นไว้จนกว่าจะถึงวันที่คุณได้รักเขาอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม
             Time help us to learn something.




Talk : จบแล้ววววววววววววววววววว โอ๊ยยยยยยยย โล่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ขอบคุณมากเลยนะคะที่อยู่กันมาจนจบเลย เป็นเรื่องแรกที่แต่งจนจบเลยค่ะ เป็น 15 ตอนที่อเมซิ่งสำหรับไรท์มากเลย สำหรับคนอื่นอาจจะรู้สึกปกติแต่สำหรับตัวไรท์เองมันรู้สึกดีมากเลยอ่ะ มันจบแล้วอ่ะแก มันจบแล้ว ฉันทำให้มันจบจนได้ เรื่องแรกที่แต่งจนจบ *วิ่งดีใจรอบซอย*
จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งฉบับไรท์เอง ไม่เศร้าแต่ก็ไม่แฮปปี้จนเกินไป แต่สัญญาว่าจะมาแต่งเรื่องใหม่ตามที่บอกไว้ด้านบนเลย แต่ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะแต่งตอนไหน ฮือ จะเป็นเรื่องต่อของเรื่องนี้นี่แหละแต่คล้ายกับว่าเป็นอีกภพนึงที่ทั้งสองจะได้รักกันแบบแฮปปี้จริงๆ ซักที!
ยังไงก็ขอฝากฟิคเรื่องใหม่ของไรท์ไว้ด้วยนะคะ BE ONESELF ❁ WRONGNESS #อาเซฮุน เป็นเซจองXเซฮุน ฟีลดราม่านิดๆ ถ้าสนใจด็เข้าไปอ่านกันได้นะคะ ♥
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ รัก ♥♥♥

ช่องทางการติดต่อ :
FANPAGE : Takky_Cutie
Twitter : @TakkyExo 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 06:16
    ตอนจบดีค่ะ กลางดี เราชอบนะ รอฮุนยุนเรื่องต่อไปค่ะไรท์ รอๆ
    #33
    1
  2. #32 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 19:56

    ตอนจบแล้วเหย๋อ ฮื้อออ สู้ๆน้า รออ่านงับบ

    #32
    1