END [9SPIRITS] Dreams Come True อยากตื่นมาเห็นหน้าเธอ

ตอนที่ 12 : DREAM EPISODE 11 : [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

EPISODE 11

          ปึง!

          อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะคริสตัล ถึงกูกับมึงจะสนิทกันแค่ไหน มึงก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบหัวกูแบบนี้

          หนูไม่ได้จะเหยียบหัวพี่เลยนะคะ! หนูสัญญาว่าสามเดือนหน้าจะทำงานให้หนักกว่านี้ค่ะ!”

          ร่างบางอ้อนวอนคนตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่มีความปราณีกับเธอเลย เธอเข้าใจว่าการขอเงินเดือนล่วงหน้ามาสามเดือนติดแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก อีกอย่างการงานของเธอก็เริ่มแย่ลงทุกวัน ที่พี่โอยังเก็บฉันไว้ก็เพราะเห็นแก่การรู้จักกันมานานหลายปี...ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว

          ถึงแม้ว่าเธอจะอยากดูแลเพื่อนสนิทที่ไร้สตินอนอยู่บนเตียงแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า เงินมันก็สูญเปล่า ค่ารักษาของเอซไม่ใช่น้อยๆ และเธอก็ไม่ได้รวยล้นฟ้าเช่นกัน แต่จะให้เอซออกจากโรงพยาบาลก็คงจะไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยังอาการไม่สู้ดี เธอยังอยากให้เขารักษาตัวต่อไปมากกว่า

          ฟังนะ นับตั้งแต่ไอ้เอซมันเข้าโรงบาล มึงก็ดูเน่าขึ้นทุกวันแถมงานยังเน่าไปด้วยอีก ที่กูให้มึงขอเงินเดือนล่วงหน้าสามเดือนแรกมึงก็ควรจะเกรงใจกูบ้างอีกฝ่ายพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้...แต่มันจำเป็น

          “…”

          เซ็นใบลาออกแล้วเดินออกไปเถอะ

          นัยน์ตาเลื่อนลอยจ้องมองไปตามพื้นถนนพร้อมกับร่างกายไร้จิตวิญญาณกำลังเดินโต้ลมอย่างสิ้นหวังท่ามกลางผู้คนที่กำลังสนุกสนานกับชีวิต ต่างกับเธอที่ต้องเสียงาน เสียเงิน เสียเพื่อนไป ได้แต่คิดว่าชีวิตจะต้องเดินต่อไปทางไหน จะทิ้งทางเดินตรงหน้าแล้วจบชีวิตไปเลยดีมั้ย...แต่ก็แค่คิด เพราะใจของเธอไม่กล้าพอ

          ร่างบางก้าวขึ้นรถแท็กซี่ไปที่ที่ต้องการก่อนจะก้าวเข้าไปพบกับสิ่งที่เธอไม่ได้แตะต้องมานาน มือเรียวยกมันขึ้นก่อนจะรินใส่แก้วทรงสูงแล้วกระดกลงคอ ความรู้สึกเสียดร้อนบริเวณคอทำให้ต้องปิดตาลงอย่างช่วยไม่ได้ แต่มือเจ้ากรรมดันปัดแก้วตรงหน้าตกลงพื้นจนมันแตกละเอียดเพราะความไม่ได้ตั้งใจ เธอคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อจะเก็บเศษแก้วที่กระจายอยู่แต่ก็มีใครบางคนมาหยุดเธอไว้พร้อมกับน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง

          ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมเก็บเอง

          มือหนาจับมือของเธอเอาไว้ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมามองเธอพร้อมกับนัยน์ตาเป็นประกายเหมือนเคยรู้จักเธอมาก่อน เธอก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน แต่ชื่อของเขามันติดอยู่ที่ปาก...เหมือนเคยเห็นหน้าเขามาก่อนอะไรอย่างนั้น

          เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าครับ?

          ไม่นี่คะ...ฉันตอบก่อนจะเดินหนีไปที่มุมอับแสงของร้านที่มักจะไม่มีใครมานั่งบริเวณนี้ เขาเดินตามหลังฉันมาอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตรงข้าม เขาประสานมือของตัวเองไว้ที่หน้าตักก่อนจะยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างผู้ดี ใบหน้าคมสันดูจิ้มลิ้มกับปากสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ของเขามันติดตาตรึงใจฉันมากแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน...บางทีเขาอาจจะเป็นดาราที่เคยออกทีวีก็ได้ล่ะมั้ง

          เอ..ผมว่าผมเคยเห็นคุณมาก่อนนะ

          “…”

          คุณชื่ออะไรเหรอครับ?เขาออกปากถามก่อนจะยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ฉันนิ่งเงียบไปทำให้เขาต้องออกปากพูดก่อน ผมชื่อชินครับ คนชื่อนี้อาจจะมีหลายคนบนโลก แต่ผมหล่อที่สุดแน่นอน

          “…ชิน?

          ชื่อเหมือนน้องชายฌอห์นเลย

          หรือถ้าคุณรู้จักฌอห์น คีตภัทร ผมก็คือน้องชายเขานั่นแหละครับริมฝีปากหนาสีแดงยิ้มขึ้นอย่างเป็นมิตรก่อนจะยกคิ้วขึ้นเป็นเชิงว่ากำลังรอคำตอบจากฉันอยู่

          ฉัน...คริสตัลค่ะ เพื่อนของพี่ชายคุณฉันตัดสินใจตอบออกไป เขาคือชินนี่เอง เมื่อก่อนฉันกับเขาก็เคยเล่นด้วยกันอยู่บ่อยๆ เมื่อตอนสมัยเด็ก แต่เราก็ไม่ได้เจอกันมาแทบจะสิบกว่าปีได้ ถึงว่าทำไมฉันถึงจำเขาไม่ได้

          อ๋อ..เพื่อนพี่ฌอห์นนี่เองเขาพูด เพื่อนพี่ฌอห์น...สวยเหมือนคุณทุกคนเลยหรือเปล่าครับ?

          คะ?

          ฮ่าๆ ผมล้อเล่นน่ะครับ ผมจำพี่ได้อยู่แล้ว พี่คริสตัลคนเก่งของผมนี่เองดวงตาซุกซนมองมาทางฉันอย่างเป็นมิตรก่อนจะพูดต่อ แล้วพี่ไม่ไปทำงานเหรอครับถึงได้มานั่งอมทุกข์อยู่ในที่แบบนี้

          ...ฉันเพิ่งโดนไล่ออกมาค่ะฉันตอบ

          “…ขอโทษนะครับที่ถามเขามีสีหน้าไม่ดีเมื่อฉันตอบไป ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรทำให้เขายิ้มออกมาเหมือนเดิม แล้ว...พี่ไม่ไปเยี่ยมไอ้ชะ-...ไม่สิ พี่ฌอห์นเหรอครับ

          อ๋อ...ฉันไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ นี่ก็ต้องไปแล้วด้วย ขอตัวนะคะจากคำพูดของเขาทำให้ลิ้นของฉันมันไม่อยากดื่มเหล้าต่อ ฉันลุกขึ้นพร้อมกับเดินออกไปจากร้านทันที

          ให้ผมไปส่งมั้ยครับ!” เสียงของเขาตะโกนขึ้นจากด้านหลัง ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

          มันจะทำร้ายจิตใจเขามากเกินไปมั้ยนะ?



          เธอเดินออกไปและทิ้งผมไว้ทั้งอย่างนั้นพร้อมกับความงุนงงในหัว รอยยิ้มถูกหุบลงอย่างช่วยไม้ได้ก่อนจะยกเหล้าบนโต๊ะขึ้นมาดื่มคลายเครียด เธอเป็นคนที่ผมแอบชอบเมื่อสมัยเด็ก เป็นรักแรกของผมเลยก็ว่าได้ น่าดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเธอที่นี่

          และการที่เธอจากไปแบบนี้ก็เหมือนเมื่อตอนเด็กเช่นกัน

          วันนั้น...เป็นวันที่อากาศดีมาก

          ตัวผมกำลังสนุกกับการต่อเลโก้ด้วยตัวเอง ส่วนฌอห์นก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ และพี่คริสตัลก็สนุกกับของเล่นของเธอ เราสามคนเป็นเพื่อนสมัยเด็กโดยมีผมที่เป็นน้องเล็กสุด พี่คริสตัลเป็นเพื่อนสนิทของฌอห์นที่มักจะมาเล่นที่บ้านของเราในวันหยุดทุกอาทิตย์ทำให้ผมผูกพันกับเธอไปแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนั้นผมจะอายุไม่ถึงสิบขวบ ยังไม่รู้จักคำว่ารักว่ามันแปลว่าอะไร แต่รู้แค่ว่ามันเป็นครั้งแรกที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้หญิงที่ไม่ใช่แม่...ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้

          ถึงแม้ว่าเขากำลังต่อเลโก้อยู่แต่สายตาก็เหลือบไปมองอีกคนที่กำลังยิ้มแย้มกับตุ๊กตาในมืออยู่เป็นระยะ ผมของเธอถูกเปียสองข้างดูเรียบร้อยสะอาดตา ผิดกับเขาที่ร่างกายมอมแมมเพราะไปเล่นโคลนหน้าบ้านมาและดึงดันว่าจะไม่ไปอาบน้ำจนกว่าพี่คริสตัลจะกลับบ้าน เพราะเหตุผลเดียว

          เขาอยากจะเห็นหน้าพี่คริสตัลนานๆ

          คุณคริสตัลคะ มีโทรศัพท์มาจากบ้านค่ะ

          เสียงของแม่บ้านดังขึ้นจนเธอต้องรีบวิ่งไปรับโทรศัพท์พร้อมกับตัวเขาเองที่มองตามไปที่เธอ ดูเหมือนว่าเธอกำลังคุยอะไรบางอย่างกับทางบ้านอยู่ สักพักเธอก็เดินกลับมาพร้อมกับสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี แต่หยิบกระเป๋าของเธอก่อนจะลุกขึ้นยืน

          ฉันต้องกลับก่อนนะ

          ทำไมล่ะ?!” ผมยืนขึ้นหลักจากได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของเธอ ความสูงของผมอยู่ที่ระดับอกของเธอเท่านั้นจนเธอต้องก้มมองผม

          ...ให้คนขับรถไปส่งสิฌอห์นที่นิ่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น เธอพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับฌอห์นแล้วทิ้งผมไว้ตรงนั้นคนเดียวพร้อมกับความสงสัยในใจ

          จนผ่านมาหลายเดือนผมถึงได้รู้ว่าวันนั้นเธอสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป

          พ่อของเธอเสียวันนั้น

          นับตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้เจอเธออีกเลยจนมาถึงวันนี้ และมันก็จบลงที่บทสนทนาเดิมเป๊ะๆ จนอดขำออกมาไม่ได้ เธอยังเหมือนเดิม ผิดแค่ใบหน้าที่ดูสวยขึ้นจนเขาตกใจ เธอเป็นผู้หญิงที่เขารู้สึกว่าสวยที่สุดในชีวิตแล้วถ้าไม่นับแม่ของเขาเอง ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้ในวัยเด็กก็ตีตื้นขึ้นมาจนหัวใจของเขามันพองโตขึ้น

          ความรักนี่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีจริงๆ

          ร่างสูงเดินกลับไปที่รถของตนเองก่อนจะกลับบ้านด้วยอารมณ์ที่ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากหนาผิวปากเป็นจังหวะเพลงตามอารมณ์ของเขาพร้อมกับเปิดเพลง EDM แล้วโยกหัวตามจังหวะเพลงจนถึงบ้าน เขาลงจากรถพร้อมกับโยนกุญแจรถให้กับคนรับใช้ก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้านและเจอกับสิ่งที่ทำให้อารมณ์ของเขามันเปลี่ยนจากที่ดีเป็นตรงกันข้าม

          เขาทั้งสองและแม่เลี้ยงของเขากำลังมีความสุขกับการรับประทานอาหารเย็นกันอย่างพร้อมหน้า โดยไม่มีเขาร่างสูงหยุดมองที่พวกเขาก่อนจะเดินขึ้นไปบนบันไดอย่างไม่ได้คิดอะไร

          ชิน

          “…”

          มาทานข้าวด้วยกันสิ

          เสนอหน้าจริงๆ

          เป็นเพราะยัยแม่มดนั่นชวน ไม่สิ บังคับให้ไปร่วมโต๊ะอาหารทำให้เขาต้องเดินไปนั่งด้วยอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้อยู่แล้วว่าเจนกำลังจะแต่งงานกับไอ้ฌอหน์เร็วๆ นี้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอคงจะไม่โง่พูดเรื่องคืนนั้นออกไปแน่ สิ่งเดียวที่ภาวนาไม่ให้มันเกิดก็คือ

          อย่าให้เธอท้องเลย

          ผมมองจานข้าวตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย นับวันพันปีไม่เคยได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้ก็ต้องอึดอัดน่าเบื่อเป็นธรรมดา ตั้งแต่ที่ผมนั่งลงบนโต๊ะอาหารก็ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของทุกคนจะหายไปภายในพริบตา หึ แล้วจะชวนผมมาทำไม

          ผมไปเจอคริสตัลมา

          “…”

          ผมออกปากพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ยัยแม่มดมองมาทางผมก่อนจะถาม

          คริสตัล? เพื่อนฌอห์นใช่มั้ย?

          ใช่ พี่ตัลสวยขึ้นจนแทบจำไม่ได้...ทำไมพี่ฌอห์นไม่พูดถึงพี่คริสตัลบ้างเลยล่ะครับ? ผมคิดถึงจะแย่

          แกร๊ง!

          มือหนาทั้งสองข้างปล่อยช้อนและส้อมลงจากมือก่อนจะมองไปที่น้องชายต่างสายเลือดของตนเอง อีกฝ่ายกระตุกยิ้มขึ้นมาก่อนจะเบนสายตาไปที่แม่เลี้ยงอีกครั้ง

          ชวนเธอมาทานอาหารเย็นด้วยกันพรุ่งนี้สิเธอกล่าวก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี...

          ก็ดีนะครับ แม่...จะต้องอึ้งกับความสวยของเธอแน่ๆ

          จริงจังหรือไง

          “…”

          ฌอห์นที่เงียบอยู่นานตวัดสายตาคมไปยังชินที่กำลังยิ้มระรื่นกับคำพูดของแม่ มันอาจจะกำลังคิดเรื่องเลวๆ อยู่ในหัวก็ได้ เขารู้อยู่แล้วว่าน้องชายของตัวเองชอบคริสตัลและพยายามกีดกันให้ทั้งสองไม่ได้เจอกัน ในเมื่อเขาทำมันมาได้ตั้งสิบกว่าปีแล้ว ครั้งนี้ก็ต้องทำให้ได้เช่นกัน

          คำว่า จริงจังของแม่ก็คือ ความรักซึ่งคำตอบมันก็ชัดเจนพอสำหรับชินอยู่แล้ว เขาสามารถตอบไปได้อย่างไม่ลังเลเลย

          ผมจริงจังมาตั้งแต่เด็กแล้วผมตอบพร้อมกับมองไปที่พี่ชายต่างสายเลือดของตนที่กำลังต้องเขม็งมาทางเขา พี่ฌอห์นก็ช่วยผมด้วยนะครับ :)



          “…”

          ร่างบางเดินตามเส้นทางของถนนสายนี้มาตั้งนานแล้วก็ยังไม่เจอบริษัทไหนที่รับพนักงานเลย หรือเพราะเธอมาผิดช่วงกันนะ? ถ้าเธอไม่เริ่มหางานทำตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องกินกันพอดี ภาระมากมายมันกำลังกดหัวเธอให้หางานทำให้เร็วที่สุดเพื่อหาเงินมาช่วยเพื่อนสนิทที่กำลังนอนไร้สติอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเธอจะหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ได้

          ขาที่เริ่มปวดจากการยืนบนรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานตั้งแต่เช้าจนเที่ยงจำต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ แต่โทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าของเธอกลับสั่นขึ้นพร้อมกับเสียงเพลง ‘Havana’ ที่ดังขึ้นมา มือเรียวหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์ของคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นมาก่อนแต่ก็ตัดสินใจกดรับไปด้วยความสงสัย

          สวัสดีค่ะ ใครคะ

          (พี่อยู่หน้าตึก TJ หรือเปล่าครับ)

          นี่ใครคะ?เธอพูดกับปลายสายอีกครั้ง

          (หันหลังมาก็รู้แล้วครับ) ปลายสายของเธอตอบกลับมาทำให้เธอต้องหันหลังกลับไปพบกับเขาคนนั้นที่กำลังยืนยิ้มให้เธออยู่

          เขาหาเธอเจอได้ยังไงกันนะ?

          คุณรู้เบอร์ฉันได้ยังไง?

          คำถามง่ายๆ ที่ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเหมือนกันครับเขาตอบก่อนจะขำออกมา ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมพาไปคลายเครียด

          แต่...

          ขึ้นมาเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรพี่หรอกน่า

          รถหรูกำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ บนถนนสายหลัก เธอได้แต่มองเขาที่กำลังยิ้มระรื่นอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับผิวปากออกมา เธอได้แต่นั่งกอดกระเป๋าอย่างอึดอัดและไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหนกันแน่

          พี่ไม่ไว้ใจผมเหรอ?เขาพูดขึ้นทำลายความเงียบก่อนจะพูดต่อ ตอนเด็กๆ ยังเล่นด้วยกันอยู่เลย พอโตขึ้นมาก็จะหลบหน้าผมซะแล้ว น่าเสียใจจริงๆ

          เปล่านะคะ...

          พูดธรรมดากับผมเถอะครับ ไม่ต้องพูดสุภาพขนาดนั้นก็ได้เขาพูดขัดฉันก่อนจะพูดจบ น้ำเสียงนุ่มทุ้มกล่าวขึ้นอีกครั้งเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กต้องอึดอัดไปมากกว่านี้ พูดแบบที่พี่เคยพูด ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกครับ เพราะผมชอบตัวตนของพี่...ชอบทุกๆ อย่างเลย ถ้าพี่พูดกับผมห่างเหินกับผมแบบนี้ผมก็อึดอัดเหมือนกันนะครับ

          “…”

          แล้วนี่พี่จะเดินไปไหนครับ เหงื่อออกเยอะเชียวเขาพูดก่อนจะหันมามองฉันที่เหงื่อโซมกายเพราะแดดของเกาหลีมันแรงเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะอยู่ในร้อนล่ะมั้ง

          ...หางานใหม่ไง พี่โดนไล่ออกมา

          อ๋อ...งั้นพี่ไม่ต้องไปเดินหาแล้วนะครับ แม่ผมชวนไปทานข้าวด้วยกันเย็นนี้พอดี เดี๋ยวผมลองพูดให้นะเขาฉีกยิ้มกว้างขึ้นเพื่อให้กำลังใจฉัน “”พี่เป็นคนเก่ง แม่ผมต้องรับพี่เข้าทำงานแน่

          ไม่ได้เจอกันตั้งนานรู้ได้ยังไงว่าพี่เก่ง?

          ก็พอรู้จากพี่ฌอห์น เมื่อก่อนเขาพูดเรื่องพี่ให้ฟังบ่อยๆ

          แค่เมื่อก่อนเหรอ?ฉันถามก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป ...ยังไงก็ขอบคุณมากนะ แล้วนี่จะพาพี่ไปไหน?

          พี่อยากไปที่ไหนล่ะครับ



          เห็นหน้าพี่เครียดๆ ผมก็เลยพามาทะเล รู้สึกดีขึ้นมั้ยครับ?

          “…”

          กลายเป็นเครียดมากขึ้นกว่าเดิม...

          เมื่อก่อนเรามาที่นี่กันบ่อยๆ เล่นกันจนตัวเปียกไปหมดเขาพูดก่อนจะฉีกยิ้มให้กับพระอาทิตย์ที่กำลังอัสดง ท้องฟ้าเริ่มแปลเปลี่ยนจากสีฟ้าสว่างสดใสเป็นสีแสดสะท้อนกับผิวน้ำทะเล แม้ว่าแสงของโลกกำลังจะหายไปแต่ก็ยังแน่ใจว่ายังมีแสงของดวงจันทร์ขึ้นมาสาดส่อง ทำให้ชีวิตของคนเรามีแสงสว่างอยู่ข้างกายตลอดเวลา

          แต่ทำไมชีวิตฉันมันช่างมืดมนเหลือเกิน

          นึกถึงตอนเด็กแล้วก็คิดถึง พอโตขึ้นแล้วอะไรๆ มันก็เปลี่ยนไป

          มันเปลี่ยนไปตามเวลา ไม่มีอะไรอยู่คงที่หรอก ชีวิตมันต้องเดินหน้าต่อ ไม่มีการถอยหลังหรือหยุดยืนที่เดิมฉันพูด ซักวันน้ำทะเลอาจจะแห้งจนหมดโลกก็ได้ ใครจะไปรู้

          ฮ่าๆ พี่นี่ชอบพูดอะไรตลกๆ นะครับ ถึงผมจะเรียนไม่เก่งแต่ก็รู้นะว่าน้ำทะเลมันมีมหาศาล จะหมดโลกได้ยังไงล่ะครับอีกฝ่ายหัวเราะกับคำพูดของฉัน

          ก็อาจจะเกิดขึ้นได้นี่นา ขนาดใจคนที่เคยสัญญากันไว้ดิบดียังผิดคำกันได้เลย

          “…”

          “…”

          แต่ผมจะไม่มีวันผิดสัญญากับพี่เขาพูดก่อนจะหันมามองที่ฉัน ถ้าผมสัญญาอะไรผมจะไม่ผิดคำพูด เชื่อใจผมสิ

          นัยน์ตาสีเข้มมองเข้ามาในดวงตากลมโตของฉัน ความรู้สึกที่ส่งผ่านมามันลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย ฉันไม่รู้ว่าเขารู้สึกอะไรกับฉันกันแน่ แต่สำหรับฉันแล้ว

          เขาเป็นได้แค่น้องชายที่ดี

          เพราะเวลาที่ล่วงเลยมานาน เขาจึงพาฉันกลับไปที่บ้านของเขาเพื่อรับประทานอาหารเย็นกับคุณแม่ตามคำเชิญ ฉันไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธคำเชิญของผู้ใหญ่เช่นกัน

          ร่างบางย่างกรายเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ไม่ได้พบมานานตั้งแต่สิบปีก่อน ตั้งแตนั้นมาฉันก็ไม่ได้มาที่บ้านของฌอห์นอีกเลย สภาพบ้านยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง คงมีเพียงแค่ความอึดอัดที่คุกรุ่นมากกว่าเก่า คนข้างกายพาฉันเข้าไปในห้องอาหารที่มีใครบางคนกำลังรอคอยฉันอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

          “…”

          แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือเธอคนนั้นที่กำลังนั่งใกล้ชิดกับเขาอย่างสนิทสนมอย่างไม่คุ้นชินตา อาจจะเป็นเพราะฉันไม่ค่อยเห็นผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้ฌอห์นนอกจาก...ตัวฉันเอง

          สวัสดีค่ะฉันไหว้คุณแม่ของเขาก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมกับหลบสายตาของคนตรงหน้าไปด้วย ส่วนคนข้างกายอย่างชินก็ต้องทนความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเขากับเจน

          ถ้าพวกมันแต่งงานกันจริงๆ กูต้องอึดอัดตายแน่

          พี่คริสตัลรู้จักกับพี่ฌอห์นด้วยเหรอคะ เจนเพิ่งรู้เธอออกปากถามท่ามกลางความเงียบของโต๊ะอาหาร ยังไม่ทันจะตอบอะไรเสียงทุ้มของใครบางคนก็ขึ้นมาแทรกเสียก่อน

          ไม่ใช่แค่รู้จัก

          “…”

          มากกว่าเพื่อนก็เป็นมาแล้ว

          อะไรนะคะ?เจนถามฌอห์นอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคอันน่าสงสัยออกมาจากปากของเขา อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรก่อนจะทานอาหารต่อโดยทิ้งความสงสัยไว้อย่างนั้น

          ผมว่าแม่น่าจะอยากได้บุคลากรดีๆ อย่างพี่คริสตัลเข้าไปทำงานนะชินเปิดประเด็นใหม่ขึ้นมา พี่คริสตัลน่าจะมาเติมเต็มบริษัทของเราได้ คิดเหมือนผมมั้ยครับแม่ เอ๊ะไม่สิ พี่ฌอห์น...ผู้บริหารคนใหม่ :)

          “…”

          แม่ตั้งใจจะรับคริสตัลเข้ามาทำงานอยู่แล้ว คนรู้จักกัน ในเมื่อเดือดร้อนจะไม่ช่วยเหลือได้ยังไงฉันฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำนั้นก่อนจะขอบคุณคนตรงหน้าที่ให้โอกาสเธอ

          ขอบคุณมากนะคะ

          ดีเลย ฌอห์นจะได้มีเพื่อนที่บริษัท คริสตัลก็มีประสบการ์ณงานอยู่แล้วจะได้สอนเจนกับชินไปด้วยเธอกล่าว แม่ฝากคริสตัลดูแลด้วยนะ

          ...

          อ้อ พี่คริสตัลอาจจะยังไม่รู้นะครับชินพูดก่อนจะยกมือขึ้นจับที่ไหล่ของฉัน ฌอห์นตวัดสายตาขึ้นมามองทันทีทำให้ชินได้ใจใหญ่พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาจับเพื่อยั่วยุคนตรงหน้าให้ระเบิดอารมณ์ออกมา ...พี่ฌอห์นกำลังจะได้รับตำแหน่งผู้บริหารเร็วๆ นี้ ส่วนผมเรียนจบมัธยมปลายปีนี้พอดีก็จะเข้าไปทำงานด้วยเรียนไปด้วย ส่วนเจน...ที่กำลังจะแต่งงานกับ พี่ฌอห์นก็จะเข้ามาเป็นเลขาส่วนตัวให้กับพี่ฌอห์นด้วย น่าสนุกจริงๆ

           ฉันมองไปที่ฌอห์นที่กำลังมองฉันอยู่ก่อนจะหลบสายตาลงมา ฉันยังไม่กล้ามองเขาไปมากกว่านี้ ถ้าเขารู้ว่าฉันเป็นคนขับรถชนเขาวันนั้นเขาต้องเกลียดฉันไปจนตายแน่

          เจนที่นั่งเงียบอยู่นานขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะทนไม่ไหวกับอาหารคลื่นไส้เวียนหัวอย่างรุนแรง พักหลังมานี้เธอมักจะมีอาการแปลกๆ แบบนี้บ่อยมากขึ้น แต่เธอก็ไม่อยากจะไปหาหมอเพราะการงานและการเรียนของเธอมันยุ่งเหยิงไปหมดจึงทำได้แค่ทนกับอาการพวกนี้ไปก่อนจะแต่งงาน

          อีกไม่นาน...อีกแค่สี่เดือนเท่านั้น

          เธออาเจียนออกมาอย่างหนักพร้อมกับอาการเดินเซจนต้องกุมขมับเอาไว้ สงสัยพักนี้เธอคงจะเครียดมากไปหน่อยสินะ...

          ท้องเหรอ?

          ..!!”

          ชินที่แอบมองอยู่นานพูดขึ้นทำให้เธอสะดุ้งตกใจ คำพูดของเขาทำให้เธอฉุกคิดได้ว่า...เธฮอาจจะท้องจริงๆ ก็ได้

          แต่ถ้าท้อง ลูกคนนี้ก็คือลูกของเขา

          ยังจะมีหน้ามายิ้มระรื่นอยู่อีกนะฉันพูด ถ้าฉันท้องลูกคนนี้ก็คือลูกพี่ ยอมรับซะเถอะ

          ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านั่นคือลูกฉัน ในเมื่อเธอมันเป็นผู้หญิงสำส่อน นอนกับผู้ชายคนอื่นไปทั่ว เธออาจจะพลาดท่าท้องกับใครก็ได้นี่ ที่ฉันไม่บอกแม่เรื่องนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว สำเหนียกตัวเองหน่อยเถอะเจน...เธอมันก็ไม่ได้ดีอะไรไปกว่าฉันนักหรอก

          พี่ชิน!”

          ทำไม! หรือเธอจะยอมรับว่าเธอท้องจริงๆ งั้นสิ!”

          ถ้าฉันตอบว่า ใช่ล่ะ แกจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่แกมั้ย! ไอ้สารเลว!”



          วันนี้...ฉันได้เข้ามาทำงานในบริษัทของคุณแม่เป็นวันแรก

          สังคมที่นี่ดีกว่าที่ทำงานเก่าของฉันมาก เครื่องอำนวยความสะดวกครบครับจนฉันแปลกใจว่าที่นี่คือออฟฟิศจริงๆ หรือเปล่า สวัสดิการที่ดีสำหรับพนักงานทุกคนและเงินเดือนที่มากพอจะรักษาเอซได้ทำให้ฉันรับงานนี้อย่างไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลย

          แม้ว่าที่นี่จะมีบอสเป็น ฌอห์นหรือเพื่อนสนิทของฉัน แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์จะพูดจาสนิทสนมกับเขาในที่ทำงานได้ เพราะยังไงฉันก็เป็นเพียงแค่พนักงานกินเงินเดือนต่างกับเขาที่เป็นถึงบอสใหญ่ มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายพนักงานทุกคน รวมถึงตัวฉันเองด้วย

          ส่วน ชินหรือน้องชายของเขาก็ต้องมาทำงานตำแหน่งเดียวกันกับฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ แต่จากประสบการ์ณทำงานหลายปีจึงได้รับมอบหมายจากคุณแม่ให้เทรนงานให้กับเขารวมถึง 'เจน' กำลังรับหน้าที่เป็นเลขาให้กับฌอห์น ชินเป็นคนน่ารัก เข้าใจง่าย เชื่อฟังฉันทุกอย่าง ชีวิตของฉันดูสดใสขึ้นตั้งแต่ได้พบเขาวันนั้น

          แต่ดูเหมือนว่า ความอึดอัดก็เกิดขึ้นในที่แห่งนี้เช่นกัน

          หญิงสาวหน้าตาธรรมดาๆ แต่กลับมีความลับอยู่ภายในใจกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับส่งรอยยิ้มมีเลศนัยมากทางเขา เขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้งทั้งๆ ที่ก็ไม่อยากจะเจอเธอเท่าไหร่นัก

          เธอมาที่นี่ได้ยังไง?

          เลิกแปลกใจซักทีเถอะค่ะพี่ชิน ฉันขี้เกียจจะตอบแล้วนะ

          จนกว่าเธอจะเลิกทำตัวน่าสงสัยนั่นแหละเขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับถึงเน็กไทด์ให้หลวมขึ้น เธอเป็นผีหรือไงถึงได้ชอบทำตัวเร่ร่อนแบบนี้

          ก็ไม่เชิงหรอกค่ะเธอยักไหล่ขึ้นอย่างไม่สนใจอะไรก่อนจะพูดต่อ ฌอห์นจะต้องยกตำแหน่งบอสให้พี่แน่นอน เชื่อฉันสิ

          เธอจะมาบอกฉันทำไม ในเมื่อข้อเสนอครั้งที่แล้วเธอก็ทำไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำยังทำให้ฉันต้องลำบากอีก

          ฉันยังไม่ได้เริ่มเลยนะ พี่นั่นแหละที่คิดไปเองเธอยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอนหัวไปทางซ้ายเพื่อกวนประสาทคนอย่างเขา คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าพี่แอบชอบคริสตัล?

          “…”

          ฉันรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ค่ะ ไม่ต้องแปลกใจ

          แล้วยังไง เธอชอบฉันรึไงเธอขำอกมาเมื่อได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของเขา

          อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยค่ะพี่ชิน ฉันก็แค่ทำอะไรๆ ให้มันสนุกขึ้นเท่านั้น อย่างที่บอก..ฉันไม่ชอบนิยายน้ำเน่าเท่าไหร่

          เพราะต่อจากนี้..ความหฤหรรษ์ก็จะบังเกิดขึ้นโดยตัวฉันเอง :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #23 หมูยุน (@Fahfahfi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:38
    สู้ค่ะะะ เราจะรอ ฮึบบบ
    #23
    1
    • #23-1 Tak Paweena (@tukeaeakiki) (จากตอนที่ 12)
      27 พฤษภาคม 2561 / 13:16
      ขอบคุณมากเลยนะคะ มาต่อแล้วน้า
      #23-1