[Kimetsu no Yaiba : ดาบพิฆาตอสูร] คลังรวมฟิค

ตอนที่ 6 : Mitsuwhite : มิตสึไวท์องค์หญิงสุดเด๋อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    27 ก.ย. 62

Name : Mitsuwhite
Parring : Obanai X Mitsuri , Muzan X Tanjirou , Shinobu X Giyuu (ไม่ได้เขียนผิดโพแม้แต่อย่างใด)
Story : เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากความอยากแกล้งเด็กหนุ่มผมสีดำประกายแดง และเรื่องราวเด๋อๆของเสาหลักแห่งความรักเวอร์ชั่นเจ้าหญิง
Rate : PG
Author : รัตติกาลสีชาด
PS : เซอร์วิสสองตอนรวดเนื่องจากทิ้งห่างนานเกินไป แถมตอนก่อนก็สั้นเกิน ตอนนี้จะมี OC แซมเพื่อความกาว เป็นนิทานที่ปั่นแบบมึนๆอึนๆอีกด้วย

          "เอาหล่ะครับวันนี้ผมจะเล่านิทานให้ฟัง"จู่ๆจ้าวแห่งอสูรนามว่า คิบุซึจิ มุซัน ได้โผล่มาในห้องนอนที่ทีพี่น้องคามาโดะทั้งสามนอนอยู่ เด็กสาวผมสีดำประกายแดงได้ชำเลืองมองแล้วถามว่า

          "แกมาทำอะไรที่นี่กัน? แน่ใจนะว่าแกเล่านิทานเก่ง"อสูรสาวคนพี่ได้แต่ลูบหัวของน้องชายผู้เป็นมนุษย์ผู้เดียวอย่างเป็นห่วง ซึ่งนั่นคือทันจิโร่นั่นเอง

          "แน่นอนสิครับ"มุซันยิ้มการค้าให้กับคนตรงหน้า เพราะรบกวนเรื่องธุรกิจไว้มากพอสมควรนับตั้งแต่รู้จักนางมา แต่แน่นอนที่เขามาคราวนี้ไม่ใช่เพราะต้องการรบกวนเธอแน่นอน

          แต่เขาต้องการแกล้งฝาแฝดผู้น้องของนางเท่านั้น...

          "เชื่อได้แน่นะ"คามาโดะ วาบิซาบิ หรือ โทชะ ได้แต่ถามด้วยความสงสัย ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจเขาก็ไม่เคยโผล่หน้ามาเลยยกเว้นกรณีจะเกือบปล้ำน้องชายตนเท่านั้น(เขาสามารถปิดบังกลิ่นได้แต่ทำเอาตอนที่กำลังจะเล่านิทานเนี่ยแหละ)

          แต่แน่นอนเธอซัด ทรมาณ ปั่นประสาทเจ้าอสูรผู้นั้นจะไม่กล้าเหิมเกริมต่อหน้าได้อีก แต่ทำไมไม่เคยเข็ดวะ(ฮะ)!!!?

          "แน่สิครับ"เขายิ้มอย่างร่าเริงแปลกๆแต่รอยยิ้มสำหรับเธอนั้นมันช่างคันมือคันเท้าจังเลยนะ...

          "...ฉันไม่เชื่อ แต่ถ้าจะเล่า เล่านิทานเสียงเบาเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะกระทืบแกแน่"เธอรู้ว่าห้ามอะไรไอ้เด็กเอาแต่ใจคนนี้ไม่ได้แน่ๆ เขามีอายุไม่กี่ร้อยปีแต่ถ้าเทียบกับเธอที่นับอายุทุกๆชาติรวมกันคงมากกว่าจ้าวอสูรผู้นั้นหลายเท่าตัว

          "อย่ารอช้าเลย มาฟังนิทานกันเถอะครับ พวกเธอด้วยนะ"เขาหันไปยิ้มการค้าให้กับคนที่แอบอยู่ ซึ่งเป็นเด็กหญิงทั้งสามที่คอยทำงานจิปาถะของคฤหาสน์ผีเสื้อนั่นเอง

          "นาโฮะ คิโยะ ซึมิจัง "วาบิซาบิได้ตกใจกับเด็กทั้งสามที่มาแอบฟังได้เพราะตอนนี้จมูกของตนไม่ค่อยดี คาดว่าพวกเธอคงกลับมาจากการเข้าห้องน้ำแล้วคงได้ยินบทสนทนานั่นแหละ

          "คุณวาบิซาบิ นั่นใครหรอคะ?"พวกเธอได้ถามด้วยความสงสัย

          "อย่ารู้เลยจะดีกว่า"วาบิซาบิได้ยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีบากเพื่อบอกให้เก็บเรื่องนี้เอาไว้ จ้าวอสูรที่มาหาเด็กหนุ่มผู้สวมต่างหูลายไพ่ดอกไม้ได้หยิบหนังสือขึ้นมาและได้เริ่มเล่านิทานแบบไม่สนใจอะไรอีก

          "งั้นมาฟังนิทานกันเถอะครับ กาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..."

          มีอาณาจักรแห่งหนึ่งที่มีราชาและราชินีที่ดีอยู่จึงเป็นที่รักของประชาชนทุกคน วันหนึ่งองค์ราชินีได้ตั้งครรภ์ประชาชนทุกคนเลยดีใจมากๆแต่ได้กังวลถึงความเด๋อด๋าฝังถึงสายเลือดขององค์ราชินี

          วันหนึ่งองค์ราชินีได้ให้กำเนิดเด็กหญิงผู้งดงามคนหนึ่งมีผมสีดำ มีผิวขาวราวกับหิมะ นัยน์ตาสีเขียอ่อน และปากสีแดงสวยงดงาม เด็กคนนั้นได้เติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม

          แต่เธอนั้นมีพละกำลังและความอยากอาหารที่ไม่ธรรมดา!

          เธอคนนี้นั้นชื่อ'มิตสึไวท์'

          ประเด็นคือพอองค์ราชินีกิยูที่เป็นแม่เสียชีวิต องค์ราชาชิโนบุผู้เป็นเป็นพ่อเริ่มเป็นห่วงลูกสาวที่ทำตัวมาดแมนเกินไปในบางครั้งแถมกินแบบไม่เลือกหน้าเลยยิ้มแล้วพูดกับลูกสาวว่า

          "มิตสึไวท์ถ้าเจ้าไม่ลดการกินเสียบ้างพ่อจะหาแม่ให่มาให้ลูก"

          มิตสึไวท์ที่เอาแต่กินเลยไม่ได้ใส่ใจที่ผู้เป็นพ่อพูดมากนักคงคิดแค่ว่า'ท่านพ่อกำลังมีแม่ใหม่หรอ?หวังว่าคงเข้ากันได้นะ'เธอคิดแบบนั้นอย่างร่าเริงแต่ว่าอาหารนั้นสำคัญเกินกว่า

          และมิตสึไวท์ก็เอาแต่กินโดยเฉพาะซากุระโมจิต่อไป และเธอกินอย่างต่อเนื่องจนผมกลายเป็นสีชมพูแซมเขียวเสียแล้ว เปลี่ยนสีผมไปซะแบบนั้นเลย

          วันต่อมาพระราชาก็ได้แต่งงานใหม่แม่เลี้ยงคนให่มของมิตสึไวท์ชื่อซาเนมิ สำหรับคนอื่นนั้นเธอ(?)ช่างดูน่ากลัวเพราะรอยแผลเป็นแต่สำหรับมิตสึไวท์ที่รักได้ทุกอย่างนั้นแค่คิดว่ามันดูเท่ห์ดีก็เท่านั้น ไม่ได้มีความกลัวแม้แต่อย่างใดแถมคิดไปทางว่ามันโครตเท่ห์เลยก็ว่าได้

          มิตสึไวท์ได้พยายามสนิทกับแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่ช่วงแรกๆนั้นมันช่างยากเหลือเกิน...

          แต่เธอก็รู้แค่ว่าแม่คนใหม่นั้นไม่ได้เกลียดเธอ แต่แค่ทำตัวตรงข้ามกับความรู้สึกเท่านั้นเอง

          พอสนิทกับคุณแม่ได้แล้วเธอ(?)เล่าว่ามีน้องชายอยู่คนหนึ่งที่ตอนนี้ยังคืนดีกันไม่ได้เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายที่ตัวมิตสึไวท์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

          ปัจจุบันว่าที่คุณน้าบุญธรรมคนนั้นทำงานเป็นขุดแร่(เจ้าตัวคิดงั้น) แถมยังเล่าอีกว่ามีเพื่อนอยู่ด้วยกันอีกหกคน คุณแม่ซาเนมิบอกที่อยู่และทางไปให้เผื่อมิตสึไวท์อยากไปเที่ยว

          วันหนึ่งจู่ๆก็มีกลุ่มคนที่เรียกว่า 12 อสูรจันทรามาบุกปราสาททำลายซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างอย่างไม่เลือกหน้าแถมยังกินผู้คนไปอีก หนึ่งในคนกลุ่มนั้นบอกว่าเป็นคำสั่งจากนายท่านมุซัน

          ดูเหมือนว่าเขาเป็นพ่อมดที่อยากจะปกครองประเทศนี้เพราะมีอะไรบางอย่างที่เขาอยากได้อยู่

          มิตสึไวท์คิดจะช่วยปกป้องเพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างแต่องค์ราชากับองค์ราชินีองค์ปัจจุบันสั่งให้นายพรานร่างโตสูงประมาณสองเมตรนามฮิเมจิมะ เกียวเมพาหนีไปและส่งมิตสึไวท์ไปใกล้ๆบ้านของคนแคระที่น้องชายของแม่เลี้ยงซาเนมิอยู่

          สิมิตสึไวท์ได้เดินไปเจอบ้านหลังหนึ่ง ตามที่แม่เลี้ยงซาเนมิบอกมาบัานหลังนั้นเป็นบ้านที่องค์ราชินีกิยูเคยอาศัยอยู่แต่มอบให้ศิษย์น้องที่เรียนวิชาเดียวกันซึ่งนั่นคือพวกคนแคระนั่นเอง เป็นบ้านสไตลญี่ปุ่นโบราณหลังหนึ่งเลยเคาะประตูเพื่อเรียกให้คนมาเปิดประตู แต่ไม่มีใครอยู่เลยซักคน

          แต่เพราะบ้านมันใหญ่ศิษย์น้องคนนั้นเลยพาเพื่อนๆที่ทำงานที่เดียวกันมาอาศัยอยู่ด้วย รวมถึงว่าที่คุณน้าบุญธรรมน้องของแม่ซาเนมิอีกด้วยมิตสึไวท์เลยกังวลแล้วคิดว่าถ้าบอกน้องชายของแม่เลี้ยงว่าเป็นลูกสาวบุญธรรมดีหรือไม่ คุณนายพรานเกียวเมบอกว่าต้องหนีพ่อมดมุซันให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตามด้วยสิ(ถึงแม้จะบอกให้หนีเพราะกลัวจะถูกกินก็ตาม)

          แถมยังกำชับอีกว่าห้ามบอกถึงที่อยู่ของคนแคระที่ใส่ต่างหูลายไพ่ดอกไม้เด็ดขาด

          แต่ท้องของเธอก็ร้องโครกคราก มิตสึไวท์ได้แต่อดทนจนกระทั่งมีคนแคระที่ใส่เสื้อสีเขียวเดินกลับมา เขามีผมสีแดงประกายแดงท่าทางดูใจดี แถมยังใส่ต่างหูลายไพ่ดอกไม้อีกด้วย

          เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า"คุณมาทำอะไรที่นี่งั้นหรอครับพี่สาว?"มิตสึไวท์ทำท่าทางเขินอายเพราะเกรงใจแล้วบอกว่า

          "ฉันหนีมาจากพ่อมดนะจ๊ะ "มิตสึไวท์บอกคนแคระคนนั้นไป แต่ท้องก็ร้องออกมา

          "หิวข้าวหรอครับพี่สาว? งั้นมากินข้าวที่บ้านของพวกเราไหมครับ"คนแคระที่ใส่ชุดสีเขียวได้ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูแล้วก็เชิญแขกให้เข้ามากินข้าวในบ้านได้อย่างง่ายดาย

          "ว้าว!ได้หรอจ๊ะ? ขอบคุณนะจ๊ะ"มิตสึไวท์ได้กล้าวขอบคุณ เธอดีใจที่คนแคระคนนี้เลี้ยงข้าวให้ มิตสึไวท์ไม่อดตายแล้ว!!

          "ข้าชื่อทันจิโร่แล้วพี่สาวชื่ออะไรงั้นหรือครับ?"เด็กหนุ่มแนะนำตัวเองและถามถึงชื่อของเด็กสาวที่หน้าตาน่ารักด้วยความสงสัย จะได้เรียกชื่อด้วย

          "อะ--เอ่ย ฉันชื่อมิทสึไวท์จ๊ะ"หลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จคนแคระที่ใส่เสื้อสีเขียวก็ทำกับข้าวให้กิน มิตสึไวท์แอบเกรงใจแต่พอคนแคระทันจิโร่คะยั้นคะยอให้กินเธอก็เลยซัดอาหารซะเรียบเลย

          แน่นอนว่าคนแคระทันจิโร่มีความเป็นแม่สูงมากเขาเลยดีใจที่มีคนชอบอาหารที่เขากินแถมยังจะเจริญอาหารซะขนาดนั้น ยังดีที่มีวัตถุดิบเก็บไว้ในบ้านมากมายเพราะคนแคระคนอื่นๆชอบอาหารของทันจิโร่ทั้งนั้นเลยตุนวัตถุดิบสำหรับทำอาหารให้ได้เยอะๆ

          จะได้กินอาหารของทันจิโร่ได้ทุกวันโดยไม่ขาดตอน แต่ความจริงยังมีคนแคระที่ทำอาหารได้อีกสามคน แต่ในตอนนี้สนมิตสึไวท์กันก่อนดีกว่า

          หลังจากที่กินอย่างเต็มคราบมิตสึไวท์ก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังแถมยังขออยู่ด้วยกันอีกต่างหาก ทันจิโร่เลยให้มิตสึไวท์อาศัยอยู่ที่บ้านได้เพราะยังมีห้องว่างเหลืออยู่ และบอกให้มิตสึไวท์อาบน้ำ

          พอมิตสึไวท์อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จทันจิโร่ก็นำทางพาไปพักที่ห้องนั้นเลย เจ้าตัวบอกว่าตนเองทำความสะอาดทุกห้องบ่อยๆถึงแม้จะไม่ได้ใช้งานก็ตาม

          ดังนั้นมิตสึไวท์จึงได้มีที่ซุกหัวนอนดีๆ

          พอคนแคระที่เหลือกลับมาก็โวยกันลั่นถึงจำนวนอาหารที่อุตส่าห์ตุนที่ลดลง ทันจิโร่เลยเรียกมิตสึไวท์ออกมาและแนะนำตัวให้คนอื่นๆรู้จัก

          แต่แน่นอนว่าคนอื่นสงสัยว่าทำไมเด็กสาวที่แต่งตัวดูเป็นลูกคุณหนูถึงระหกระเหินมาถึงที่นี่

          มิตสึไวท์เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังรวมถึงเรื่องที่พ่อมดมุซันมาบุกประเทศของตนเพราะอยากหาสิ่งที่ต้องการรวมถึงเรื่องแม่เลี้ยงของตน

          ทุกคนมีบรรยากกาศเปลี่ยนไปและดูมีท่าทีห่วงคนแคระทันจิโร่เป็นอย่างมากแถมเก็นยะยังตกใจที่ตนเองกลายเป็นน้าของเจ้าหญิงแถมยังพึ่งรู้ว่าพี่ไม่ได้เกลียดตนเอง

          วันต่อมาก็มีชายหนุ่มผมสีเพลิงมาหามิตสึไวท์ เขาชื่อเคียวจูโร่ และได้กลายเป็นอาจารย์ของมิตสึไวท์ในเวลาต่อมา มิตสึไวท์ได้มีพละกำลังมากขึ้นเรื่อยๆจนสามารถช่วยพวกคนแคระทำงานได้

          แต่ในวันหนึ่งที่ทุกคนไปทำธุระรวมถึงอาจารย์ของมิตสึไวท์ จู่ๆก็มีคุณยายมาที่บ้านและถามถึงทันจิโร่ มิตสึไวท์เธอเพียงแค่คิดว่าคงเป็นคนที่รบกวนทันจิโร่บ่อยๆเพราะคนแคระผมสีดำประกายแดงคนนั้นใจดีมากๆเท่านั้นเอง

          คุณยายดูเศร้าใจเพราะว่าจะเอาแอปเปิ้ลให้ มิตสึไวท์เลยบอกว่าจะรับฝากให้ คุณยายคนนั้นเลยให้ตะกร้าแอปเปิ้ลกับมิตสึไวท์และเดินออกไป

          แต่มิตสึไวท์ไม่ได้รู้เลยว่าคุณยายคนนั้นเป็นพ่อมดมุซันนั่นเอง และเขาได้ข้อมูลที่ตนเองต้องการแถมยังจะได้วางพิษเด็กสาวผู้ใสซื่อแถมเด๋อด๋าอีกต่างหาก

          มิตสึไวท์ก็หิวนิดหน่อยเลยกินแอปเปิ้ลเข้าไป แต่เธอไม่รู้เลยว่ามันเป็นแอปเปิ้ลพิษ มิตสึไวท์จึงได้สลบไปเพราะพิษและได้ไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว

          พอพวกคนแคระกลับมาก็ได้ตกใจกับมิตสึไวท์ที่สลบบนพื้น คนแคระอาโออิที่ใส่ชุดสีฟ้าได้ตรวจชีพจรนั้นก็ได้ส่ายหน้าและบอกว่ามิตสึไวท์ไม่ได้หายใจอีกแล้ว

          ทุกคนได้เอาตัวมิตสึไวท์ใส่โลงแก้วไว้อย่างดีและจัดงานศพอย่างสมฐานะ หลังจากนั้นคนแคระทันจิโร่ได้เดินทางไปกำจัดพ่อมดมุซันเพียงลำพังเพราะรู้ว่าใครเป็นต้นเหตุ

          แต่ดูเหมือนว่าทันจิโร่จะตัดสินใจผิดพลาดนั่นแหละ

          ในวันหนึ่งก็มีเจ้าชายจากต่างเมืองเดินทางมาพร้อมกับอาจารย์ของมิตสึไวท์ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเป็นรู้จักกัน เจ้าชายผู้นั้นมีนามว่าโอบะไนแถมมาพร้อมกับงูที่เป็นคู่หู

          พอเห็นหน้ามิตสึไวท์ก็ตกหลุมรักทันที เจ้าชายพยายามจะขอโลงแก้วที่ใส่ร่างกายเธอไปด้วย แต่เก็นยะผู้เป็นน้าได้ปฏิเสธพร้อมกับบอกว่าถ้าช่วยอาณาจักรบ้านเกิดของเธอพร้อมกับไปสู่ขออย่างถูกต้องก็จะยอมให้แล้วบอกอีกว่าที่เหลือขึ้นอยู่กับพี่และพี่เขยของเขา

          เจ้าชายโอบะไนรับปากและเดินทางไปช่วยอาณาจักรของมิตสึไวท์ เขาได้ร่วมมือกับราชา ราชินี และทหารของอาณาจักรนั้นบวกกับการเสียสละของทันจิโร่ที่ยอมโดนจับตัวบ้านเมืองจึงรอดมาได้

          เจ้าชายโอบะไนได้เล่าเรื่องราวให้องค์ราชากับองค์ราชินีให้ฟัง องค์ราชาได้ยินดังนั้นจึงเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์จนพร้อมและขอความร่วมมือจากแม่มดใจดีอย่างทามาโยะจนสามารถฟื้นคืนชีพและรักษามิตสึไวท์ได้

          พอมิตสึไวท์ฟื้นขึ้นมาและได้ยินว่าทันจิโร่ผู้ใจดีโดนพ่อมุซันจับตัวไป มิตสึไวท์กับอาจารย์ของเธอเคียวจูโร่นั้นได้เดินทางไปช่วยทันจิโร่ทันที

          แต่พอมาถึงดูเหมือนว่าจะจัดงานแต่งงานซะงั้นเจ้าบ่าวเจ้าสาวคือมุซันกับทันจิโร่นั่นเอง สองศิษย์-อาจารย์ได้มาร่วมงานและแสดงความยินดีแบบงงๆและก็กลับไปแบบงงๆ

          คนแคระทันจิโร่ได้ซีดเซียวตลอดงานมงคลนี้....

          สองศิษย์-อาจารย์ก็กลับไปแบบเอ๋อๆเด๋อๆด๋าๆโดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายเจ้าสาวต้องการจะหนี พอกลับบ้านเจ้าชายโอบะไนได้ขอมิตสึไวท์แต่งงานส่วนมิตสึไวท์ก็ตกลงเพราะว่าไม่ทีใครมาขอแต่งงานเลยไม่รู้ว่าทำไม

          งานแต่งงานได้ถูกจัดแบบอลังการ ทุกคนที่มิตสึไวท์รู้จักได้มาร่วมงานแน่นอนว่าพ่อมดมุซันกับทันจิโร่มาร่วมงานด้วยโดยที่ฝ่ายทันจิโร่พันผ้าพันคอตลอดเวลาที่มาร่วมงานแถมยังมองสามีตามกฎหมายของตนด้วยสีหน้าเคียดแค้น

          และแล้วชีวิตก็สงบสุขแฮปปี้เอนดิ้ง....

          หลังจากที่ทันจิโร่ถูกพ่อมดมุซันบังคับแต่งงาน(ที่มิตสึไวท์ไม่รู้เลย) ชีวิตก็ค่อนข้างวุ่นวายแต่ชีวิตมีสีสันเพราะฝ่ายทันจิโร่ก็ทะเลาะกับมุซันบ่อยๆ

          มิตสึไวท์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเจ้าชายโอบะไน ทุกคนก็คอยมาเยี่ยมเยือนบ้างตามเวลาว่าง และนี่คือข่าวดีแม่เลี้ยงซาเนมิกับเก็นยะคืนดีกันแล้ว

          ชีวิตสงบสุขดีเหลือเกิน....

          "ปล.มิตสึริใช้แส้ได้อย่างคล่องแคล่วเพราะร่างกายยืดหยุ่นสูงแต่ไม่มีโอกาศได้ใช้ทักษะการต่อสู้นี้เลยซักครั้ง... จบแล้วหล่ะครับ"คิบุซึจิ มุซันเก็บหนังสือนั้นกลับไปไว้ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วก็ได้ถอยตัวออกห่างจากจุดที่ตนเองเคยนั่งอยู่

          "ไอ้เด็กบ้า!!!? ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!!!?"อสูรสาวผู้มีผมสีดำประกายแดงได้สติแตกและชักดาบฟาดฟัดอีกฝ่ายด้วยโทสะที่ระเบิดออกมา เธอจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าเกิดในนิทานทันจิโร่ไม่ได้แต่งงานกับมุซัน

          "หวาๆคุณวาบิซาบิน่ากลัวจัง"เด็กหญิงทั้งสามที่เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ฟังนิทานนั้นได้แต่กอดกันตัวกลมด้วยความหวาดกลัว พวกเธอได้แต่หลบอยู่ใกล้ๆกับทันจิโร่ต่อไปและไม่กล้ากลับห้องเพราะกลัวโดนลูกหลง

          "หึๆ"เสียงหัวเราะสะใจของจ้าวแห่งอสูรยังคงดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่เขาได้ประสปการณ์เฉียดตายหลายรอบเหลือเกิน

          อย่าทำให้คนแก่โกรธไม่อย่างงั้นอาจะเกิดปัญหา

END.

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเชื้อคนเด๋อเนี่ยมันแรงจริงๆ...
______________________________________________________________

          สวัสดีค่ะทุกท่านที่เราแต่งตอนนี้เพราะตอนก่อนมันสั่นซะยิ่งกว่าภาคของเซนอิทสึอีกเลยพยายามแต่งตอนนี้ขึ้นมาค่ะ ฮา...

          ช่วงนี้ก็สอบเสร็จแล้วเหลือแค่ว่าจะรุ่งหรือจะร่วงเท่านั้นนอกนั้นก็ว่างแล้ว(รอมังงะเล่มที่14อีก) กว่าจะแต่งเสร็จก็พยายามเค้นสมองทุกส่วนเพื่อแต่งตอนนี้ขึ้นมาค่ะ(ไม่งั้นจะเสร็จตอนตี4กว่าๆงั้นหรือ!!?)

          บทนี้จะเมาๆหน่อยแต่ก็พยายามตรวจคำผิดแล้วค่ะ ตอนกลับมาดูจำนวนผู้ติดตามอีกทีโครตตกใจกับจำนวนแฟนคลับมากเลยค่ะ ช่วงนี้ก็ยังคงติดโดจินและฟิคในทวิตเตอร์อยู่ดี...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #54 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 01:11
    เด๋อกันทั้งบ้าน แง้ น่ารักกก
    #54
    0
  2. #52 Fon_phone_ (@aonsomchai1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:13

    ทำไมตอนเราอ่านถึงอ่านว่า'มิตสึริไวท์'​กันนะ? มันต้องเป็นมิตสึไวท์สิเรา!! //ทะเลาะกับตัวเอง555

    #52
    0
  3. วันที่ 28 กันยายน 2562 / 00:21

    เชื้อความเด๋อได้มาจากกิยูสินะคะเนี่ย5555 แต่ชอบตรงที่ไล่ตีมุซันเนี่ยแหละค่ะ สมควรแล้ววววว55555

    #25
    1
    • #25-1 tatuutri (@ttuutyi) (จากตอนที่ 6)
      28 กันยายน 2562 / 00:55
      เมื่อคุณเกลียดมุซันแต่ไม่รู้จะลงยังไงดี เลยขยี้ให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม(แต่มักจะเรียกบอทมุซันว่าพ่อตามคนอื่นในทวิตอยู่ดี)
      #25-1