#เศษหนึ่งส่วนสอง [ป๋อจ้าน] Mpreg

ตอนที่ 3 : 02.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    16 ก.ย. 62

คำเตือน : ทุกเหตุการณ์ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น



#เศษหนึ่งส่วนสอง 


02.






6.30am


ห้องนอนลายเป็ดเหลืองถูกเปิดออกอย่างเบามือที่สุด ซึ่งเป็นน่าที่ของหวังอี้ป๋อที่ต้องเป็นคนปลุกเซียวหยวนในทุกเช้าของวันโรงเรียน ส่วนเซียวจ้านก็จะแยกตัวออกไปทำอาหารรอสองพ่อแทน


เด็กดีตื่นได้แล้วครับ เจ็ดโมงแล้วนะพร้อมตบก้นลูกชายเบาๆ เป็นที่รู้กันของสองสามีภรรยา หวังอี้ป๋อมักจะแกล้งบอกเวลาเร็วว่าปกติ เพราะเซียวหยวนขี้เซาได้คุณแม่มาเต็มๆ ไม่ใช่ไม้นี้อย่าหวังว่าจะได้ตื่นกันง่ายๆ


งื้อส่งเสียงงืมงำพร้อมพลิกตัวไปมา หวังอี้ป๋อดึงสองแขนเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง กว่าจะได้พากันอาบน้ำแต่งตัวก็กินเวลามากโข


เซียวหยวนวัยสี่ขวบถูกเซียวจ้านสอนให้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ใส่เสื้อผ้าเอง ทานข้าวเอง ส่วนการอาบน้ำจะมีคุณพ่อคอยช่วยอาบ บางครั้งก็ว่าง่ายเรียบร้อย บางครั้งก็ห่วงเล่น จนเซียวจ้านต้องคอยพูดย้ำอยู่หลายครั้งกว่าจะใส่ครบทุกชิ้นหรือบางครั้งก็อยากอ้อนแม่ก็จะเกิดอาการใส่เสื้อผ้าไม่เป็นเสียอย่างนั้น


ไม่นานคุณพ่อก็จูงมือลูกชายลงบันไดมาในชุดลำลองเตรียมออกไปส่งเจ้าดื้อที่โรงเรียน ทั้งสามพร้อมสำหรับอาหารเช้าง่ายๆ ของทุกวัน


วันนี้ทำไมช้าจัง ดื้อกับป๊าหรอหืมเซียวจ้านเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความมันเขี้ยว


ห่วงเล่นน่ะสิหวังอี้ป๋อรีบฟ้อง วันนี้มีนัดอัลตร้าซาวด์ใช่ไหม


ใช่ ส่งลูกเสร็จจะกลับมาเก็บของแล้วไปกันเลย


โอเคครับ


ไปไหนเซียวหยวนใคร่รู้ เห็นพ่อแม่คุยกันเรื่องการเดินทางทีไรมีอันต้องอยากรู้อยากเห็นทุกที


ไปดูน้องครับ


หวังอี้ป๋อตอบว่าที่พี่ชาย เซียวหยวนได้ยินเช่นนั้นก็ตาโต ออกอาการกระตือรือร้นอยากไปด้วย เขาไม่เคยเห็นน้องเลย เวลาเพื่อนที่โรงเรียนถามถึงน้องก็บอกได้แค่ว่าน้องอยู่ในพุงหม่าม๊า ตัวเขาเองก็ไม่เคยเห็นหน้าน้องเหมือนกัน


ไปด้วย ปะป๊าไปด้วย


ไม่ได้ครับ หยวนๆ ต้องไปโรงเรียน


เท่านั้นแหละราวกับหวังอี้ป๋อเดินเหยียบกับระเบิด เซียวหยวนที่อยู่ๆ ก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่เพียงเพราะโดนห้ามไม่ให้ไปดูน้อง ร้อนถึงเซียวจ้านต้องลุกมาปลอบใจกันวุ่นวายไปหมด กว่าจะหยุดงอแงได้ เล่นเอาทั้งคู่ก็ต้องสัญญาไปด้วยว่าจะถ่ายรูปน้องมาให้ดู คุณว่าที่พี่ชายจึงหายงอแงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เซียวจ้านสังเกตเห็นลูกชายนั่งเขี่ยผักในจานเล่นก็นึกเสียดาย หยวนๆ เขี่ยผักทำไมครับ กินผักด้วยสิ ร่างกายจะได้แข็งแรงไง


เซียวหยวนส่ายหน้า หวังอี้ป๋อเห็นเช่นนั้นก็นึกรำคาญใจ จัดการรวบจานข้าวเล็กแล้วตักผักใส่จานตัวเอง


ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องกิน แล้วทีหลังห้ามเขี่ยอาหารรู้ไหม มันไม่ดี


โดนคุณพ่อเอ็ดไปนิดเดียว แต่เจ้าตัวเล็กกลับบ่อน้ำตาตื้นเสียอย่างนั้น ร้อนใจถึงคุณแม่ต้องมาปลอบใจกันอีกรอบกว่าเซียวหยวนจะยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี ก็เล่นเอาเกือบสายเหมือนกัน


เป็นเด็กดีนะครับ เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วหม่าม๊ามารับแต่เซียวหยวนกลับไปยอมปล่อยมือจากคุณแม่เลย กลับกันกลับจับแน่นขึ้นไปอีก


กลับบ้าน หม่าม๊ากลับบ้าน ฮึกอยู่เซียวหยวนก็โผเข้ากอดแม่แน่นพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้หวังอี้ป๋อและคุณครูต้องมาช่วยแยก หลอกล่อกันอยู่นานสุดท้ายก็ยอมให้คุณครูจูงมือเข้าห้องเรียน


ก็เล่นเอาทั้งคู่ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่..


งอแงแต่เช้าเลย เชื่อไหมว่าวันนี้เซียวหยวนต้องงอแงทั้งวันหวังอี้ป๋อบ่น นึกสภาพของลูกชายวันนี้แล้วรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นึกเห็นใจเซียวจ้านที่ต้องรับมือกับความดื้อรั้นเช่นนี้อยู่ที่เมื่อเชื่อวัน


นั่นสิ อารมณ์สวิงจนตามไม่ทันเลย ขากลับคุณลองแวะร้านเค้กข้างๆ โรงพยาบาลหน่อยนะ


หวังอี้ป๋อเอื้อมมืออีกข้างไปกุมมือภรรยาเอาไว้ ยิ่งโตยิ่งดื้อ ผมหาพี่เลี้ยงสักคนมาช่วยคุณเลี้ยงเจ้าดื้อดีไหม


อย่าเลย เราเลี้ยงเขาเองได้ ไม่มีใครเอาอยู่หรอกเชื่อสิ จะลำบากกันเปล่าๆ

 

...

 

สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วนะครับนายแพทย์เอ่ยทักทั้งคู่ พร้อมจดจ้องไปที่สมุดฝากครรภ์ วันนี้มีอัลตร้าซาวด์นะครับ


ดูเพศได้แล้วใช่ไหมครับ


คุณพ่อลูกสองถามอย่างตื่นเต้น คราวท้องเซียวหยวนอาการเป็นอย่างไร มาท้องนี้ก็เช่นกันความรู้สึกเปี่ยมล้นอย่างอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ดาราที่ใครๆ ก็บอกว่าเขาหน้าดุไม่ชอบยิ้ม บัดนี้ให้รอยยิ้มที่หุบไม่ลงเป็นตัวบอกความรู้สึกแทน


ได้แล้วครับ ถ้าน้องให้ดูน่ะนะ งั้นเดี๋ยวเรามาคุยกันก่อนคุณหมอพลิกหน้าสมุดฝากครรภ์ไปมาจดจ้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย เข้าสัปดาห์ที่สิบสี่แล้ว น้องสามารถเคลื่อนไหวได้แล้วนะครับ จะมีแรงเตะเบาๆ ที่คุณแม่สามารถรับรู้ได้


ลูกดิ้นได้แล้วหรอ แล้วจะรู้สึกได้ตอนไหนครับก็ยังเป็นคุณพ่อขี้เห่อคนเดิม ที่ดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้า


คุณหมอยิ้มน้อยๆ ผมก็บอกไม่ได้นะครับ คุณแม่ต้องสังเกตดูว่ามีความรู้สึกอะไรไหม น้องเริ่มดิ้นตอนไหนดิ้นกี่ครั้งรบกวนคุณแม่ช่วยจดบันทึกให้ด้วยนะครับเมื่อคุณหมอวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก ตรวจปัสสาวะดั่งเช่นที่ทำทุกเดือนแล้ว ซึ่งทุกอย่างเป็นที่น่าพอใจ คุณแม่น้ำหนักลดลงนิดหน่อย แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ ช่วงนี้มีเรื่องเครียดหรือเปล่าครับ


เปล่าครับ แค่ช่วงนี้คนพี่งอแงไปหน่อย


คุณหมอหนุ่มพยักหน้ารับ ทำการบันทึกทุกอย่างลงสมุดฝากเสร็จก็ผายมือเชิญเซียวจ้านไปยังเตียง คุณแม่ขึ้นไปนอนเลยนะครับ


เจลเย็นถูกทาลงบนท้องของเซียวจ้าน จากนั้นก็ทำการหมุนวนอุปกรณ์สแกนเล็กๆ ไปรอบท้องของคุณแม่เพื่อดูพัฒนาการ ในช่วงไตรมาสที่สองนี้ทำให้ทั้งคู่ได้เห็นหน้าตาของเจ้าก้อนในท้อง หวังอี้ป๋อกุมมือภรรยาแน่นฉีกยิ้มกว้างจนแทบหุบไม่ลง ไวเท่าความคิดอีกมือหนึ่งก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อนบันทึกภาพก่อนที่จะอัปลงโซเชียลส่วนตัว


ขยับด้วยเซียวจ้านเอ่ยรู้สึกตื่นเต้นเพราะที่ผ่านมาได้เห็นแค่ภาพลูกน้อยนอนขดนิ่งเท่านั้น แก้มสองข้างรู้สึกร้อนผาวขอบตาสองข้างมีน้ำใสซึมเอ่อปริ่มขอบดวงตา แต่เขาก็กลั้นไว้เพียงเพราะนึกอายคุณหมอหนุ่ม


น้องสามารถตอบสนองได้แล้วนะครับ สามารถคุยเล่นกับน้องได้ ถ้าลูบท้องบางครั้งน้องก็จะดิ้นสู้มือคุณหมอวนเครื่องสแกนไปรอบๆ ไหนดูสิ โอ๋ เหมือนรู้นะครับเนี่ย อ้าขาให้ดูเลยประโยคนี้ของคุณหมอหนุ่มสามารถเรียกความสนใจของทั้งคู่ได้เป็นอย่างนี้ อืม ได้ผู้ชายนะครับ


หวังอี้ป๋อกดจูบหน้าผากภรรยาซ้ำๆ ราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงเราสอง รู้สึกหัวใจเต้นรัวแรงอยู่ภายในอก ตื้นตันจนไม่สามารถเอ่ยเป็นคำพูดได้ ได้แต่กดหอมภรรยาซ้ำเพื่อแสดงความรู้สึกทั้งหมดที่มี จนเซียวจ้านต้องฟาดลงที่แขนล่ำของสามี เพราะเขารู้สึกอายคุณหมอเต็มที ว่าที่คุณพ่อลูกสองได้รูปภาพอัลตร้าซาวด์เพื่อไปง้อเจ้าพี่ชายตัวดี ใจจริงเขาก็อยากพาเจ้าตัวมาดูน้องชายเสียด้วยกันถ้าไม่ติดว่ามีเรียน เขาเองก็ทนไม่ได้ที่ต้องปฏิเสธลูกไปแบบนั้น แต่อย่างน้อยก็ได้ภาพมาก็หวังว่าเซียวหยวนจะหายงอนเขาเสียที


เพราะล่าสุดโดนลูกงอนหนักจนไม่ยอมให้ไปรับที่โรงเรียน..


รับยาบำรุงครรภ์เสร็จทั้งคู่ก็เดินผ่านโถงทางเดิน ผู้คนที่รู้จักรีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ บ้างก็ขอถ่ายรูปด้วย

"อี้ป๋อ! ทางนี้ค่ะ อยู่ทางนี้" ถิงถิงโบกมือเรียกชายหนุ่มอย่างดีใจที่พบเจอ ทว่าไม่นานรอยยิ้มนั้นก็เจื่อนลง "สวัสดีค่ะ คุณเซียวจ้าน"

 

"ครับ"

 

มีแต่อี้ป๋อเท่านั้นที่ทักทายกลับเพราะถือได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกัน แต่กระนั้นก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันดูอึมครึมจนน่ากลัว สาเหตุก็ไม่ใช่อะไร ความน่ากลัวแผ่กระจายออกมาจากคุณแม่ข้างๆ เขานั่นเอง

 

เซียวจ้านไม่รับการทักทายใดๆ จากคนอายุน้อยกว่าและไม่มีการเอ่ยทักทายใดๆ กลับทั้งสิ้น!

 

"เอ่อ.. มาทำอะไรกันที่นี่คะ"

 

"สามีพามาตรวจครรภ์"

 

ว่าจบเซียวจ้านก็เดินห่างออกมาโดยไม่เอ่ยอะไรอีก เขารู้เพียงแค่ว่าระบบประสาทของเขากำลังทำงานหนักขึันเรื่อยๆ เมื่อตกอยู่ในสถานการ์ณตึงเครียดและชวนหงุดหงิดแบบนั้น แรงโทสะแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว คงจะได้โทษฮอร์โมนคนท้องอีกแล้วกระมัง เพราะเมื่อครู่เขารู้สึกไม่ชอบใจ ไม่ชอบใจเสียจริงๆ ที่ผู้หญิงคนนี้ยังเกาะแกะและพยายามมีข่าวกับสามีเขาไม่เลิก

 

ทว่าทั้งคู่หารู้ไม่ว่า บางกิริยาของเซียวจ้านนั้นได้ถูกบันทึกลงในโซเชียลมีเดียโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นข่าวกอสซิปเล็กๆ ให้คนทั่วไปได้เม้าท์กัน

 

Xx : เป็นฉันนะจะไม่เหลือบหางตามองนางด้วยซ้ำ ลำไยทั้งสวน คนเขามีเมียแล้วก็ยังขยันสร้างข่าว

Xx : ไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลยนางแอ๊บ ฉันดูออก

Xx : ถิงถิงเลิกปลอม

Xx : แล้วนางมาทำไรที่โรงบาลน่ะ

 

ดูข่าวนี้สิ มันน่ารำคาญเซียวจ้านยื่นโทรศัพท์ให้หวังอี้ป๋อ


ใจเย็นก่อน ไม่เห็นต้องสนใจเลย เรื่องไร้สาระรวมทั้งคนด้วย


ไม่ได้สนใจเว้ย แต่รำคาญ


เซียวจ้านชะงักกับอากัปกิริยาที่แสดงไปเมื่อครู่ นี่เขาหึงสามีจนหน้ามืดได้ขนาดนี้เลยหรือนึกแปลกใจตัวเอง 


ข..ขอโทษ” 


หวังอี้ป๋อดึงมือคนที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ให้มานั่งทับบนตัก ตัวหนักขึ้นนะเนี่ยพร้อมจมูกที่ซุกไซ้ซอกคอขาว จนเซียวจ้านต้องหดคอหนี อีกมือหนึ่งก็วุ่นวายกับการลูบท้องของคุณแม่ลูกสอง เพราะจำได้ว่าคุณหมอบอกว่าลูกอาจจะดิ้นสู้มือในบางครั้ง หวังอี้ป๋อจึงอยากลองสัมผัสดู


แต่ทว่า..


หือ อะไรน่ะเซียวจ้านร้องทักรีบขยับตัวออกจากตักของสามี ถึงได้รู้ว่าโดนป๋อน้อยทิ่มหลังเข้าให้แล้ว อะไรเนี่ย บ้ากามนะเรา


หวังอี้ป๋อกางสองแขนรั้งภรรยากลับมานั่งที่เดิม พร้อมคราวนี้กอดแน่นกว่าเดิม หมอบอกทำได้ ปลอดภัยแล้ว


เซียวจ้านขมวดคิ้วฉับ บอกเมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้


หวังอี้ป๋อยิ้มร้ายกาจ แอบถามมาจากนั้นก็หลุดหัวเราะเมื่อเซียวจ้านทำหน้ามุ่ยใส่ตน


จนได้สินะ


แล้ว.. ทำได้ไหม


ก็ไม่ได้ห้าม” 

 

...

 

Rrring.. Rrring..


ครับ เซียวจ้านพูดครับ


คุณเซียวจ้าน ดิฉันคุณครูประจำชั้นของเซียวหยวนนะคะ คือน้องมีไข้ขึ้นสูง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล xx รีบมานะคะ


ดวงใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบ ราวกับดิ่งลงเหวลึก ทั้งคู่รีบตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลอีกที่ในทันที เซียวจ้านนึกโทษตัวเองที่ชะล่าใจเกินไป ทั้งๆ ที่เซียวหยวนมีอาการงอแงมาตั้งแต่เช้า อาการไม่สบายตัวโดนที่เด็กไม่สามารถอธิบายความเจ็บปวดของตัวเองได้ จึงทำได้แค่ร้องไห้งอแงเพื่อส่งสัญญาณแทน ทว่าคนเป็นแม่อย่างเขากลับละเลย ทั้งที่น้อยครั้งนักที่เซียวหยวนร้องไห้งอแงใส่เขาแบบนี้


หลังจากกลับถึงบ้านเซียวหยวนก็ดูท่าจะงอแงหนักขึ้นไปอีก เพราะไม่ยอมลงเดินเลยแม้แต่น้อย ต้องเกาะติดแม่เป็นลูกลิง ไม่เอาใครทั้งนั้นแม้กระทั่งหวังอี้ป๋อที่เป็นคุณพ่อเองก็ตาม


เซียวจ้านค่อยๆ วางลูกลงกับเตียง เนื่องจากไม่ยอมนอนห้องของตัวเอง เซียวจ้านเลยต้องหิ้วไปนอนที่ห้องนอนใหญ่ด้วย กระถางเล็กถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เห็นทีคราวนี้คงจะไม่ได้นอนกันทั้งคือ เพราะทั้งเซียวจ้านและหวังอี้ป๋อทราบนี้ว่าหากเกิดลูกไม่สบายแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วไหนต้องมาหลอกล่อให้กินยาอีก แต่เซียวจ้านกลับทำได้อย่างเหลือเชื่อ ในขณะที่หวังอี้ป๋อหลอกกันยังไงเซียวหยวนก็ไม่ยอมทานยาแถมยังไม่ยอมทานข้าวอีกต่างหาก เขาทำได้แค่เอาเจลลดไข้แปะหน้าผากลูกเท่านั้น หวังอี้ป๋อรู้สึกว่านี้คืองานที่ง่ายที่สุดแล้ว


ไม่ต้องทำไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้แม่บ้านมาทำให้


ไม่เป็นไร เราทำได้แค่นี้เอง


กว่าค่อนคืนที่เซียวจ้านต้องลูกมาเช็ดคราบอาเจียนของเซียวหยวน และตั้งท่าจะซักคราบที่เกาะเสื้อเสียเดี๋ยวนั้นเลย แต่หวังอี้ป๋อกลับห้ามไว้ เพราะเวลานี้มันควรจะเป็นเวลาพักผ่อน


ก็บอกว่าไม่ต้องทำไงมือหนาดึงแขนของภรรยาให้ลุกขึ้น แต่เซียวจ้านกลับสะบัดหนี คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างทันที


แล้วคุณล่ะ ทำอะไรบ้าง ให้ดูลูกยังดูไม่ได้เลย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็ไปนอน


อีกครั้งกับใจที่หวาดหวั่นทำให้โทสะเข้าครอบงำความรู้สึก ความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลปะทุออกมาทีล่ะน้อย แต่ยังโชคดีที่เซียวจ้านไม่ชอบเอาเรื่องที่ผ่านไปแล้วมาขบคิดให้รกสมอง


โอเคๆหวังอี้ป๋อยกมือยอมแพ้ เดี๋ยวกองนี้ผมช่วย คุณไปนอนเถอะพร้อมคว้าตะกร้าผ้ามาอยู่ในมือ เตรียมใส่ลงเครื่องซักผ้า


หยุด!” เซียวจ้านชี้นิ้วร้องห้าม ซักกับเครื่องไม่ได้ เสื้อพวกนั้นต้องซักมือ


ทำไมล่ะหวังอี้ป๋อเกิดอาการเลิ่กลั่ก


ก็คุณซื้อมาเองไม่ใช่หรอ ป้ายกำกับข้างหลังบอกห้ามสักเครื่องนะ


“...”


เสื้อผ้าพวกนี้เราไม่เคยซักเครื่องเลยนะ.. หวังอี้ป๋อเซียวจ้านยกยิ้มมุมปาก เดินไปหยิบน้ำยาซักผ้าเด็กเทลงกะละมัง พร้อมหยิบกองเสื้อผ้าลูกอีกหนึ่งกองมาเทรวมกัน ซักเสร็จแล้วค่อยไปนอนนะ


หวังอี้ป๋อไร้คำโต้เถียงใดๆ ทำตามคำสั่งภรรยาอย่างว่าง่าย เขาไม่เคยคิดว่าคุณแม่ที่มีหน้าที่ดูแลลูกอยู่บ้านจะสบายตามที่ใครๆ มักชอบพูดกับเซียวจ้าน ขึ้นชื่อว่างาน ไม่ว่าจะงานอะไรสำหรับหวังอี้ป๋อนั้นไม่มีคำว่าสบาย หากเพียงพอที่จะแบ่งเบาความเหนื่อยล้าของเซียวจ้านลงไปบ้าง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเขาก็ยินดีที่จะทำ


หลังจากหายจากอาการป่วยไข้ แต่เซียวหยวนก็ยังเกาะติดคุณแม่หนึบราวกับโดนกาวตราช้างหยอด แม้จะยอมไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่กลับต้องมานอนด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกที่ห้องนอนใหญ่ ไม่ยอมกลับไปนอนห้องตัวเองเสียอย่างนั้น


หวังอี้ป๋อคิดแผนที่จะหลอกลูกชายตัวดีให้ยอมกลับไปนอนห้องตัวเองต่างๆ นานา ทั้งหลอกว่าห้องนอนใหญ่มีผี ทั้งบอกว่าเดี๋ยวมีขโมยมาขโมยของเล่น แต่เจ้าดื้อก็ยังไม่ฟังเกาะติดคนแม่หนึบจนเขาจนปัญญา


อาทิตย์หน้ามีงานเลี้ยงปิดกล้อง ไปด้วยกันไหม


ไม่ล่ะเซียวจ้านส่ายหน้า พลางตบก้นกล่อมลูกเบาๆ เดี๋ยวเซียวหยวนกวนจะกลับบ้านอีก


ก็กลับสิ


คุณไปเถอะ


งั้นผมไปกับเจียห๋าวแล้วกันนะถ้าคุณไม่ไปคุณพ่อเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่ม ลูกหลับหรือยัง


หลับแล้ว


มาเดี๋ยวผมยกไปนอนห้อง จัดที่นอนให้แล้วว่าจบหวังอี้ป๋อก็ช้อนอุ้มร่างเล็กของลูกขึ้นเบาๆ เดินตรงไปที่ห้องนอนเป็ดเหลือง


เดี๋ยว ห้องเราทางนี้


ไม่! คืนนี้ลูกต้องนอนห้องตัวเอง!






...

TBC

#เศษหนึ่งส่วนสอง

...



Talk : นี่เขียนไปต้นน้ำไป ในครัวไม่มีไรกินเลยมีแต่มาม่า T_T คนชอบพูดว่าสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ แต่ไรท์นี่สิ้นใจทุกวันเลย / ซดมาม่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #15 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:35
    อารมณ์คุณแม่สวิงกว่าคุณลูกอีกค่ะ น่าเอ็นดู
    #15
    0
  2. #8 mkqueenii (@mookexo-l7) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:57
    เอ๊ะ ถิงถิงนี่ก็ตามวอแวไม่เลิก เขารักภรรยาเขามากรู้มั้ยคะ จำ!
    #8
    0
  3. #7 realploy96 (@realploy96) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 03:12
    อารมณ์คุณแม่ช่วงนี้จะสวิงหน่อยค่ะ 5555
    #7
    1