[นิยายแปล] The Perfect Destiny โชคชะตาที่แสนจะเพอร์เฟ็ค BL

ตอนที่ 6 : Ch6 – มันค่อนข้างน่าอายมากๆเมื่อพบว่ายิ่งถูกขังมันก็ยิ่งทำให้คุณมีความสุขยิ่งขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 555 ครั้ง
    29 ก.ย. 62

Ch6มันค่อนข้างน่าอายมากๆเมื่อพบว่ายิ่งถูกขังมันก็ยิ่งทำให้คุณมีความสุขยิ่งขึ้น

 

ข่าวลือเกี่ยวกับพี่เขยผู้ที่แอบชอบผม [6]

 

ในสายตาเหล่าเพื่อนของหรานตงตง เฉินหลี่กัวนั้นเป็นคู่ที่เหมาะสมมาก

 

จากตั้งแต่เขาเรียนมัธยมจนถึงจบมหาลัย เขาได้แอบหลงรักหรานตงตงมาตลอด และเมื่อหรานตงตงได้เจอเจ้าชายในฝันของเธอ เฉินหลี่กัวก็ออกไปจากประเทศคนเดียวอย่างเศร้าสร้อย

 

ทุกๆคนนั้นล้วนสังเกตเห็นถึงความรู้สึกของเฉินหลี่กัวที่มีต่อหรานตงตง เว้นแต่หรานตงตงตัวเธอเอง อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณผู้หญิง หรานตงตงนั้นไม่รู้สึกว่าเฉินหลี่กัวรักเธอซักนิด เพียงแต่รู้สึกว่าเฉินหลี่กัวนั้นเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ นั่นเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกกับเฉินหลี่กัว

 

เมื่อตอนทีเฉินหลี่กัวได้กลับมาที่จีนเพราะเขาถูกเชิญโดยหรานตงตงเพื่อมาร่วมงานแต่งของเธอ

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่งานแต่งจบลง เฉินหลี่กัวก็ประสบอุบัติเหตุจากรถชน และเมื่อหรานตงตงทราบเรื่องนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่ามันเป็นความผิดของตัวเอง

 

และสิ่งที่ตามมาระหว่างที่หรานตงตงนั้นเศร้าเสียใจอยู่ เธอก็พบว่าตัวเองได้ตั้งท้องอยู่

 

เฉินหลี่กัวได้ยินคำอธิบายเรื่องนี้ในไม่กี่คำจากหรานชิงกง เขาก็รู้สึกกังวลในใจ หรานตงตงได้พบความทรมาณมากมายในโลกที่เขาไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลง และครั้งนี้เป็นเพราะเขาเลยทำให้อารมณ์ของเธอขึ้นๆลงๆระหว่างที่ท้องอยู่ หวังว่ามันจะไม่มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นนะ

 

เฉินหลี่กัวพูด หรานเกอ... ...

 

เฉินหลี่กัวไม่ทันได้พูดจบหรานตงตงก็เดาได้แล้วว่าเขาจะพูดอะไรออกมา อีกฝ่ายก็พ่นคำออกมาคำเดียวว่า

 

ไม่

 

เฉินหลี่กัวพูดต่อด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง

 

แต่ว่าตงตง... ...

 

ฉันรู้ว่านายชอบเธอ

 

หรานชิงกงนำมือลูบแก้มของเฉินหลี่กัวเบาๆโดยไม่เร่งรีบ

 

ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉัน

 

หลังจากพูดอย่างนั้นหรานชิงกงก็เห็นดวงตาของเฉินหลี่กัวเผยความสิ้นหวังออกมาแต่เขาก็ไม่เปลี่ยนความคิด

 

เฉินหลี่กัวสิ้นหวังจริงๆ เพราะเขากังวลว่าสิ่งที่ทำมาในโลกนี้มันจะเสียเปล่าแต่เมื่อเขามองไปที่หรานชิงกงตรงหน้าตัวเองและทันทีหัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยกำลังขึ้นมา——ไม่ว่าอย่างไรมันก็ยังไม่เป็นไร ลืมมันไปแล้วกัน มันไม่ได้สำคัญมากอยู่แล้ว

 

เมื่อหรานชิงกงมองไปยังดวงตาของเฉินหลี่กัวและพบว่ามันช่างไร้ชีวิต เขารู้สึกคับอกคับใจขึ้นมาเลยก้มหน้าลงไปจูบที่ริมฝีปากของเฉินหลี่

 

เขาจูบแล้วก็จูบซ้ำอีกแต่เฉินหลี่กัวผู้ที่ปกติจะขัดขืนกลับไม่แสดงท่าทีออกมาซักนิด หรานชิงกงมองไปยังความนิ่งสนิทของอีกฝ่าย หัวใจของเขาก็มีความรู้สึกที่หาได้ยากขึ้นมา เขารู้สึกร้อนรน จากนั้นก็ดึงโซ่ที่ข้อเท้าของเฉินหลี่กัวมาเล็กน้อย ลากมันเข้ามาใกล้ขึ้น

 

เฉินหลี่กัวที่ถูกบังคับให้นอนลงไปบนโซฟา เมื่อเขามองไปยังดวงตาที่ร้อนรุ่มของหรานชิงกงด้านบนตัว ความเขินอายมันก็โผล่ขึ้นมาในใจเขาเล็กน้อย จากนั้นงั้นหรอ? แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกเขาได้ทำมัน ในช่วงแรกเฉินหลี่กัวขัดขืนเล็กน้อยให้ดูเป็นพิธีและหลังจากที่หรานชิงกงได้เข้ามาในตัวเขา เฉินหลี่กัวก็ไม่สามารถคิดเรื่องอะไรได้อีก

 

ทั้งคู่ทำมันจนกระทั่งเช้า ถึงขนาดที่เฉินหลี่กัวเริ่มร้องไห้และอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างเผลอตัวออกมา แต่หรานชิงกงก็จงใจตอบแทนเขาอย่างไม่ใส่ใจซักนิดและกดเฉินหลี่กัวไว้ใต้ร่างตัวเองอย่างดึงดัน

 

ดวงตาของเฉินหลี่กัวพร่ามัวขณะที่กำลังหอบเอาหายใจเข้าร่าง สติของเขาว่างเปล่า ไม่สามารถคิดอะไรได้ทั้งนั้น

 

หรานชิงกงมองเฉินหลี่กัวที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เขาลูบผมที่เปียกเหงื่อของเฉินหลี่กัวและถอนหายใจเบาๆ มันช่วยไม่ได้หลังจากที่เขาได้ยินเฉินหลี่กัวพูดถึงหรานตงตง เขาก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้——ถ้าถามว่าเขาได้เริ่มชอบเฉินหลี่กัวเมื่อตอนไหน? หรานชิงกงเองก็ไม่สามารถตอบอย่างได้อย่างแน่ชัด

 

วันต่อมาเฉินหลี่กัวรู้สึกราวกับว่าเอวของเขามันหัก และหรานชิงกงก็ไม่ได้อยู่ข้างเตียงไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายไปอยู่ไหน

 

เฉินหลี่กัวคลานออกจากเตียง เขาเห็นว่ามีซองบุหรี่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเขาก็หยิบบุหรี่ออกมามวนนึงแล้วสูบและพ่นควันออกมาช้าๆ

 

หรานชิงกงเข้ามาในห้องจากข้างนอกและเห็นเฉินลี่กัวนั่งอยู่บนเตียงขณะที่สูบบุหรี่อยู่อย่างชัดเจน

 

เทียบกับสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่น เฉินหลี่กัวนั้นเป็นชายหนุ่มเต็มตัวแล้ว แต่ภาพลักษณ์ภายของเขาก็ยังคงไม่มีกลิ่นอายเพศชายเหมือนหรานชิงกง อารมณ์ของเขาก็ยังอ่อนโยนและละมุนยิ่งกว่าความสงบในป่าไผ่เสียอีก

 

ความสนใจของเฉินหลี่กัวนั้นตกอยู่ที่หรานตงตงทั้งหมดและอีกฝ่ายก็ไม่เคยให้ความสนใจแก่คนอื่น ไม่เคยรับรู้ถึงคนที่ชื่อหรานชิงกงว่าได้หันมาให้ความสนใจตัวเองตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าอีกฝ่าย

 

เมื่อเฉินหลี่กัวสังเกตเห็นหรานชิงกงบุหรี่ก็เกือบจะหมดมวนแล้ว มือเขาสั่นไหวและก้นบุหรี่ก็เกือบจะตกลงบนเตียง

 

หราน เกอเฉินหลี่กัวพูดอย่างตะกุกตะกัก

 

อืมหรานชิงกงเดินเข้ามาและมองไปที่ก้นบุหรี่ในมือของเฉินหลี่กัว สูบให้น้อยลงหน่อย

 

เฉินหลี่กัวส่งเสียง อืมมมไม่พูดออกมาตรงๆว่า ได้หรือไม่

 

ฉันมีเรื่องต้องทำ ฉันต้องไปแล้วหรานชิงกงกระซิบ

 

โอเคครับเฉินหลี่กัวพูดเบาๆ

 

พักผ่อนให้ดีหลังจากพูดเสร็จหรานชิงกงก็ลุกขึ้นและจากไป

 

หลังจากเวลาผ่านไปหรานชิงกงก็เริ่มยุ่งมากขึ้น แต่เขาก็ยังคงมาใช้เวลาร่วมกับเฉินหลี่กัวทุกๆสองวัน ใบหน้าของเขาซีดเซียว

 

เฉินหลี่กัวอดทนมาหลายวันแต่เขาห้ามตัวเองไม่ไหวอีกแล้ว เขาเปิดปากขึ้นและถามสิ่งที่ทำให้เขากังวลอยู่

 

มันมีเรื่องเกิดขึ้นกับตงตงหรอครับ?”

 

เมื่อเขาได้เปิดคำถามนี่ออกมาหรานชิงกงกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อหรานชิงกงได้ยินมันเขาก็หยุดทำทุกอย่างและหันมามองที่เฉินหลี่กัวด้วยความว่างเปล่า

 

นายเป็นห่วงเธอ?”

 

เฉินหลี่กัวผงะกับการแสดงออกของหรานชิงกงก่อนจะพูดว่า ผม... ...

 

นายเป็นห่วงเรื่องตงตงงั้นหรอ?”

 

หรานชิงกงวางเนคไทที่เขาพยายามใส่ลงและเดินมาที่เฉินหลี่กัวช้าๆ

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างเกรงกลัว พวกเราเป็นเพื่อนกันมานานหลายปี

 

ถึงแม้ว่านายจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ นายก็ยังเป็นห่วงเรื่องเธอ?”

 

เฉินหลี่กัวพูดขัดขึ้นว่า หรานเกอ ในหลายวันที่ผ่านมาผมได้คิดหลายๆเรื่อง... ...เขาได้คิดหลายๆเรื่องจริงๆนะ

 

หรานชิงกงพูด พูดต่อสิ

 

ผม ผมจะไม่ไปจากพี่ เพราะงั้นพี่ช่วยบอกตงตงได้มั้ยว่าผมยังไม่ตายน่ะ?”

 

เฉินหลี่กัวกลัวว่าการตายของตัวเองจะส่งผลต่อหรานตงตงมากจริงๆ

 

ซู เหวินโหย่ว

 

หรานชิงกงได้ยินคำพูดของเฉินหลี่กัวทั้งร่างของเขาก็แผ่รังสีเย็นเหยียบออกมา

 

นายรู้ตัวมั้ยว่าได้พูดอะไรออกมา?”

 

หรานเกอ เฉินหลี่กัวยิ้มและพยายามทำให้ดูจริงใจมากขึ้นก่อนจะพูดต่อ พี่ก็รู้ว่าผมมักจะอยู่คนเดียวมาเสมอตั้งแต่ตอนเด็กๆและไม่มีใครสนใจอยู่แล้วว่าผมจะหายไปรึเปล่า มากกว่าการที่จะทำให้ตงตงกังวลเรื่องนี้ไม่ใช่บอกความจริงกับเธอไปมันจะดีกว่าหรอ——บอกเธอไปว่าผมชอบพี่และเป็นผมเองที่ต้องการจะอยู่กับพี่แบบนี้

 

หรานชิงกงได้ยินดังนั้นและก็รู้สึกสับสน ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเฉินหลี่กัวคิดอะไรอยู่และทำไมอีกฝ่ายถึงขออะไรแบบนี้

 

แต่เมื่อคิดเรื่องนี้ดีๆอีกครั้ง สำหรับเฉินหลี่กัวที่ยินยอมทำอะไรแบบนี้มันก็มีแค่เหตุผลเดียวที่น่าจะเป็นได้เพราะหรานตงตงนั้นอยู่ในอันตราย——ในการที่จะไม่ทำให้หรานตงตงเป็นกังวล เฉินหลี่กัวก็ยอมที่จะไปไกลถึงขนาดอยู่กับผู้ชายคนอื่นได้

 

หรานชิงกงไม่สามารถเข้าใจเฉินหลี่กัวได้ เขาจับคางของเฉินหลี่กัวและบังคับให้เงยขึ้นเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ดวงตาอันเงียบสงบเหมือนกับสายน้ำนั่น เขาเม้มริมฝีปากก่อนจะพูด

 

นายยังคิดเรื่องนี้ไม่แตกอยู่ คิดว่าทำไมฉันถึงต้องขังนายเอาไว้ที่นี่กันล่ะ?”

 

เฉินหลี่กัวงงงวย

 

มันเป็นเพราะฉันไม่ต้องการให้ใครได้เห็นนายทั้งนั้น

 

หรานชิงกงบอกความต้องการในใจที่บิดเบี้ยวของตัวเองอย่างใจเย็น เขารู้ว่าถ้าเฉินหลี่กัวรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ อีกฝ่ายคงต้องรู้สึกรังเกียจแต่แล้วทำไม? ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกรังเกียจหรือเกลียดชัง ไม่ว่ายังไงเฉินหลี่กัวก็เป็นของเขา ของเขาแค่คนเดียว

 

และตามที่คาด เฉินหลี่กัวไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาก้มหัวลงและไหล่ของเขาก็ตกดูเหมือนกำลังสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

หรานชิงกงหัวเราะเยาะตัวเองก่อนจะหันหลังแล้วจากไป

 

“… …” เฉินหลี่กัวไม่มีทางเลือกนอกจากก้มหัวลง เขากลัวจริงๆว่าตัวเองจะเผลอหัวเราะต่อหน้าหรานชิงกง

 

หลังจากวันนั้นหรานชิงกงก็ไม่เคยพูดถึงหรานตงตงอีกเลย

 

เฉินหลี่กัวก็รู้สึกดีมากๆบนเกาะเช่นกัน เขาเคยชินกับการอยู่คนเดียวและการที่สามารถอ่านหนังสือได้ตลอดช่วงบ่าย

 

มันมีปัญหาเดียวนั่นคือเขาไม่สามารถปรับร่างกายให้เข้ากับอุณหภูมิของชายหาดได้ วันสองวันยังพอทนแต่ในเวลานานๆนั้นมันไม่สามารถทำได้

 

หรานชิงกงใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกว่าจะกลับมาครั้งนี้ เมื่อเขากลับมาก็ได้พบว่าเฉินหลี่กัวได้เสียน้ำหนักไปมาก เขามองยังเฉินหลี่กัวที่นั่งอยู่บนโต๊ะผู้ที่ดูเหมือนจะไม่ชอบอะไรทั้งนั้น เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

ไม่หิวหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวกินข้าวไปสองคำก่อนจะทำเสียงตอบรับอีกฝ่าย

 

หรานชิงกงวางตะเกียบในมือลงและถามขึ้น

 

แล้วนายอยากจะกินอะไร?”

 

เฉินหลี่กัวไม่พูดอะไรออกมา

 

หรานชิงกงเรียก เหวินโหย่ว

 

เฉินหลี่กัวยิ้มและพูดตอบ ผมสบายดี ผมแค่ยังไม่ชินกับสภาพอากาศที่นี่

 

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดด้วยรอยยิ้มแต่ในสายตาของหรานชิงกงแล้ว รอยยิ้มนั้นดูฝืดเคือง เมื่อตอนที่หรานชิงกงได้ขังเฉินหลี่กัวเอาไว้ครั้งแรกอีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวอะไรและดูเหมือนจะยอมรับสถานการณ์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว——ซึ่งสอดคล้องกับนิสัยอ่อนโยนของเฉินหลี่กัว

 

หรานชิงกงมักจะเตรียมตัวยอมรับการปฎิเสธอย่างเด็ดขาดต่อเขาของเฉินหลี่กัวแต่เขาไม่ได้คาดคิดไว้ว่าถึงแม้เฉินหลี่กัวจะไม่ได้ปฎิเสธเขาอย่างเด็ดขาด อีกฝ่ายก็ยังคงทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดอยู่ดี

 

หรานชิงกงวางตะเกียบลงและไม่กินต่ออีก

 

เฉินหลี่กัวไม่ได้ใส่ใจต่อสีหน้าของหรานชิงกง ทั้งหมดที่เขาคิดคือ : โอ้ โอ้ โอ้ หรานชิงกงกลับมาแล้ว โอ้ โอ้ เราไม่ได้ทำมันมานานกว่าอาทิตย์นึง โอ้ โอ้ โอ้ คราวนี้พวกเขาจะลองท่าไหนกันดีนะ?

 

หรานชิงกงเห็นว่าเฉินหลี่กัวกินมาครึ่งวันแต่มันก็ยังเหลือข้าวกว่าครึ่งชาม คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดมากกว่าเดิม

 

ไม่ต้องกินแล้ว

 

เฉินหลี่กัวเงยหน้ามองและคิดในใจ : พวกเราจะเริ่มกันแล้วหรอ?! เขายังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ!

 

หรานชิงกงพูด ไปที่ห้องทำงานกันเถอะ

 

เฉินหลี่กัวคิด โอ้ โอ้ โอ้ เราจะทำมันในห้องทำงานงั้นหรอ น่าหวาดเสียวและตื่นเต้นจริงๆ!’

 

เพราะงั้นเฉินหลี่กัวเลยตามหรานชิงกงไปห้องทำงานอย่างว่าง่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นมันแตกต่างไปจากสิ่งที่เขาคิดอย่างสิ้นเชิง... ...

 

หรานชิงกงชี้ไปที่เครื่องชั่งน้ำนั่งบนพื้นของห้องทำงานแล้วพูด ขึ้นไปยืนบนมัน

 

เฉินหลี่กัว “… …”

 

หรานชิงกงเห็นเฉินหลี่กัวไม่ขยับเขาก็พูดซ้ำอีกครั้ง ขึ้นไปยืนบนมันซะ

 

เฉินหลี่กัวยังคงพิรี้พิไรไม่อยากจะขยับตัวซักนิด

 

หรานชิงกงถาม เหวินโหย่ว?”

 

ภายใต้การมองของหรานชิงกง เฉินหลี่กัวก็ยอมแพ้และขึ้นไปเหยียบบนที่ชั่งน้ำหนัก

 

หรานชิงกงมองจ้องไปที่เข็มชี้เลยเลขแปดสิบด้วยความงงงวย ตัวเขาเองที่สูงร้อยแปดสิบแปดเซ็นและมีน้ำหนักแค่เจ็ดสิบสี่กิโล เฉินหลี่กัวตัวเตี้ยกว่าเขาเสียอีกและเขาจะน้ำหนักแปดสิบสามไปได้ยังไง? ตาชั่งนี่มันพังไปแล้วหรอ?!

 

เฉินหลี่กัว : “... ...

 

เห็นมั้ยว่าร่างกายนี้มันสุขภาพดีแค่ไหน? ขนาดว่าน้ำหนักเขาจะไม่ปกติมันก็เกือบจะถึงแปดสิบห้ากิโลไปแล้ว! ถึงมันจะดูจากภายนอกได้ยากก็เถอะ.. ...

 

หรานชิงกงที่คิดว่าบางทีตาชั่งมันอาจจะพัง เขาก็ให้เฉินหลี่กงลงมาและยืนขึ้นไปด้วยตัวเอง หลังจากพบว่ามันยังปกติดี เขาก็เงียบไปซักพักก่อนจะถามขึ้นมา

 

ก่อนหน้านี้นายหนักเท่าไหร่?”

 

เฉินหลี่กัวกระสับกระส่ายก่อนจะพูดตอบว่าแปดสิบห้า

 

หรานชิงกงชะงักไปชั่วครู่จากนั้นก็พูดขึ้น ฉันดูไม่ออกเลย

 

เฉินหลี่กัว : “==” งั้นนายก็ไม่ชอบฉันแล้วสินะ

 

หรานชิงกงปรับอารมณ์ของตัวเองแล้วกระซิบออกมา นายดูผอมลง

 

เฉินหลี่กัว : “... ...

 

ทำไมนายพูดแบบไม่มั่นใจแบบนั่นล่ะ?! นี่ฉันผอมลงจริงๆรึเปล่าเนี่ย?!


—————————————

น้องเตี้ยแต่ล่ำอ่ะเก็ทป่าว? เงิบไปดิน้ำหนักเยอะกว่าตัวเอง
55555555555555555555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 555 ครั้ง

491 ความคิดเห็น

  1. #456 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 17:36
    คนละแบบกับที่คิดไว้ในหัวเลย555
    #456
    0
  2. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 09:54
    ความนึกคิดของฉันได้พังลงด้วยเลขแปดสิบ
    #436
    0
  3. #401 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 23:41
    ตลอดมาคิดมาตลอดว่านางเป็นหนุ่มร่างบาง เเบบดูสุขุมอ่อนโยน พอโดนคำว่าเตี้ยเเต่ล่ำไปนี่...จบเเล้วภาพฝันของฉัน
    #401
    0
  4. #318 Apoptosis (@Nanchee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 10:00
    55555555555 น้องจงภูมิใจเถอะ
    #318
    0
  5. #296 Middle97 (@kaohomd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:41
    มันซ่อนรูปอะไรขนาดนั้น5555555
    #296
    0
  6. วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 17:25
    พล็อตอะน่าสนใจนะ แต่จังหวะยิงมุกนี่สิ ออกมาแห้งๆ เหมือนจะขำแต่ก็แป๊กชอบกล
    #193
    0
  7. #121 at2017 (@at2017) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 03:55
    ตลกน้ำหนักกกกกก
    #121
    0
  8. #28 ดารุมะ (@ning-cake) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 13:15
    โอ๊ยยยยยยยน้องงงงงง5555
    #28
    0
  9. #22 user54321 (@user54321) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:31

    รอคะรอ
    #22
    0
  10. วันที่ 29 กันยายน 2562 / 08:27
    เกลียดดดเตี้ยแต่ล่ำอะ5555
    #21
    0
  11. #19 mind17819 (@mind17819) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 06:58

    เป็นใครใครก็เงิบ555555
    #19
    0
  12. วันที่ 29 กันยายน 2562 / 06:06
    .... บอกน้องตัวบางแต่น้องหนักกว่าตัวเอง เอ๊ะ
    #18
    0
  13. #17 Jenmster_ (@ggyb1702) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 05:21
    ตลกกกก น้องโว้ยยย5555555555
    #17
    0