[นิยายแปล] The Perfect Destiny โชคชะตาที่แสนจะเพอร์เฟ็ค BL

ตอนที่ 35 : Ch35 – ไม่มีอะไรเที่ยงแท้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 299 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

Ch35 – ไม่มีอะไรเที่ยงแท้

 

อัลฟ่าที่ไม่อยากจะเป็นอัลฟ่า [5]

 

ถึงแม้ว่าฉินไป๋หยูจะอยากให้หลวนเฟยเฟยเห็นเฉินหลี่กัวโดนกระทำจนสติกระเจิงแค่ไหน แต่เขาก็ยังมีขอบเขตและไม่ต้องการที่จะผลักเฉินหลี่กัวตรงไปสู่ความสิ้นหวัง

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยกำลังจะกลับมาจากการทำงาน ฉินไป๋หยูก็อุ้มเฉินหลี่กัวกลับไปที่ห้องจากนั้นก่อนที่จะปิดประตูให้สนิทสายตาเขาก็มองไปยังใบหน้าที่หลับอยู่ของเฉินหลี่กัว

 

ฉินไป๋หยูมองเฉินหลี่กัวเป็นแบบนี้ก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหวก่อนจะก้มหัวลงไปจูบอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยกลับมาที่บ้านเธอก็พบเข้ากับฉินไป๋หยูที่กำลังจะจากไป ฉินไป๋หยูไม่ได้ให้ความสนใจกับหลวนเฟยเฟยแม้แต่น้อย เขาจากไปโดยไม่พูดแม้แต่คำทักทาย

 

หลวนเฟยเฟยค่อนข้างงงงวยและไม่รู้ว่าเธอได้ไปกระทบกระทั่งกับชายคนนี้ตอนไหน เมื่อเธอเข้ามาในบ้านเธอก็ได้กลิ่นแปลกๆ… ...มันเป็นกลิ่นที่ประหลาดแต่ดมเข้าไปแก้มของเธอก็เห่อร้อน มันเป็นความลึกลับที่หยั่งไม่ถึง

 

เฉินหลี่กัวออกมาแค่หลังจากที่พักไปทั้งคืน พลังทางร่างกายของฉินไป๋หยูช่างน่ากลัวจริงๆ ในสองชั่วโมงนั้นเขาแทบจะไม่หยุดพัก ตรงกันข้ามกับสติที่เลื่อนลอยหลังจากจบลงอย่างเฉินหลี่กัว ถ้าหลวนเฟยเฟยไม่มาเกี่ยวข้องด้วย เฉินหลี่กัวก็สงสัยว่าอีกฝ่ายคงจะทำมันอีกไปทั้งวันและทั้งคืน

 

เฉินหลี่กัวลุกขึ้นช้าๆจากเตียงและเข้าไปอาบน้ำ

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยเข้าห้องครัวไปเพื่อเอาเลย์มากินเล่น เธอก็ได้พบกับเฉินหลี่กัวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จมามาดๆ เธอแค่เหลือบมองเท่านั้นแต่เธอก็ได้เข้าใจอย่างกระจ่างในใจเธอแล้ว ในตอนนี้ ริมฝีปากของเฉินหลี่กัวยังบวมเจ่อและต้นคอที่ขาวราวกับเม็ดข้าวปกคลุมไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอย่างมีนัย ถึงแม้ว่าหลวนเฟยเฟยผู้ที่ไม่เคยก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ก็สามารถเดาได้เล็กน้อย

 

เฉินหลี่กัวเห็นหลวนเฟยเฟยแต่ก็ไม่ได้อยากจะทักทายอะไร เขานำกล่องนมโยเกิร์ตออกมาและเริ่มนั่งบนโต๊ะเพื่อดื่มมัน

 

ถึงแม้ว่าหลวนเฟยเฟยจะสงสัยแต่เธอก็เขินกว่าจะถาม ดังนั้นเธอทำได้แค่กัดฟันและแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไร

 

เฉินหลี่กัว เอื้อก เอื้อก เอื้อกก และดื่มนมโยเกิร์ตหนึ่งลิตรจนหมดแต่ก็พบว่าตัวเองยังหิวอยู่ ดังนั้นเขาเลยต้มเส้นมาม่า สกิลการทำอาหารของเขาไม่แย่นักและด้วยความรวดเร็วก็มีกลิ่นหอมอบอวลออกมาจากห้องครัว

 

เมื่อเขาออกมาเพื่อจะเอาวัตถุดิบ เฉินหลี่กัวก็เห็นหลวนเฟยเฟยที่ยังคงมองมายังตัวเองอยู่เขาก็ถามอย่างใจดี 

 

“เอามั้ย?”

 

หลวนเฟยเฟยพยักหน้ารัวๆราวกับทุบกระเทียม

 

เฉินหลี่กัวเห็นดังนั้นก็ทำจานที่สองออกมา

 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันแต่เรื่องการกินและการใช้ข้าวของก็แบ่งแยกออกมาชัดเจน เฉินหลี่กัวไม่อยากให้หลวนเฟยเฟยมีความคิดที่ไม่ควรมีดังนั้นเขาเลยมักจะให้ความใส่ใจในเรื่องพวกนี้เสมอ

 

หลวนเฟยเฟยดูดเส้นมาม่าที่เฉินหลี่กัวทำเข้าปาก สีหน้าประหลาดใจก็โผล่ขึ้นมาบนหน้าเธอระหว่างที่พูด 

 

“มันอร่อยมากเลย”

 

เฉินหลี่กัวส่งเสียงตอบรับในลำคอโดยที่ไม่ต้องการจะพูดอะไร

 

หลวนเฟยเฟยกินไปครึ่งนึงจากนั้นก็พูดออกมาอย่างลังเล “พวกเบื้องบนเขาต้องการส่งฉันไปที่ดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับเพื่อไปทำงานค่ะ”

 

เมื่อเฉินหลี่กัวได้ยินชื่อ ฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับ เขาก็ขมวดคิ้วชื่อของดาวนี้มันคุ้นมาก ถ้าเขาจำไม่ผิดมันน่าจะเป็นที่ที่หลวนเฟยเฟยถูกบังคับประทับตรา

 

เฉินหลี่กัวพูด “เธอไม่ไปได้มั้ย?”

 

หลวนเฟยเฟยตอบ “ไม่น่าจะได้ค่ะ… ...มันมีโรคระบาดที่นั้นและหมอก็ขาดแคลนด้วย”

 

เฉินหลี่กัวมองเส้นมาม่าในถ้วยและรู้สึกถึงปัญหา ถ้าเขาไม่ได้ถูกพักจากงานของเขามันคงง่ายที่จะเก็บหลวนเฟยเฟยไว้ แต่ตอนนี้เขาถูกพักงานเขาเลยไม่มีอำนาจอะไรในทางการทหารเลย

 

หลวนเฟยเฟยคิดว่าเฉินหลี่กัวเป็นห่วงเรื่องเธอเลยพูดออกมา “ฉันจะระวังตัวค่ะ โรคระบาดนั่นมันไม่อันตรายถึงชีวิต… ...”

 

แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เฉินหลี่กัวก็พูดขึ้นมา “ฉันจะไปกับเธอด้วย”

 

ดวงตาของหลวนเฟยเฟยเบิกกว้าง

 

เฉินหลี่กัวพูดกำชับ “ฉันตัดสินใจแล้ว”

 

หลวนเฟยเฟยไม่ได้คาดคิดถึงการตอบสนองจากเฉินหลี่กัวแบบนี้ซักนิด เมื่อเธอถูกบอกว่าให้อยู่กับเฉินหลี่กัว เธอก็มีความคิดว่าเฉินหลี่กัวชอบเธอในทีแรก แต่หลังจากนั้นซักพัก เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มากกว่านั่น ตอนนี้ยิ่งสงสัยว่าเฉินหลี่กัวมีคนรักของตัวเองอยู่แล้วจากสภาพวันนี้ ดังนั้นทำไมเขาถึงเป็นใส่ใจเรื่องเธอมากขนาดนี้นะ? หลวนเฟยเฟยรู้สึกถึงความขัดแย้งในใจแต่ก็ถามออกมาไมไ่ด้

 

เฉินหลี่กัวไม่มีทีท่าจะเห็นถึงอารมณ์ขึ้นๆลงๆของหลวนเฟยเฟย หลังจากกินเสร็จ เขาก็ตรงกลับไปที่ห้องตัวเองและไม่ให้โอกาสหลวนเฟยเฟยตอบปฎิเสธ

 

หลังจากกลับมาที่ห้อง เฉินหลี่กัวก็ขอระบบให้ส่งข้อมูลเรื่องอัลฟ่าที่บังคับประทับตราหลวนเฟยเฟยอีกครั้ง

 

อัลฟ่าคนนี้เป็นพันเอกในกองทัพ เขาหล่อพอสมควรและความแข็งแกร่งของเขาก็มีไม่น้อย เป็นคนดีคนนึงแต่คนพวกนี้กลายเป็นไอ้โรคจิตได้ยังไงก็ไม่สามารถรู้ได้

 

เฉินหลี่กัวมองมันและมองอีกจากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ

 

ระบบถาม “นายถอนหายใจทำไม?”

 

เฉินหลี่กัวพูด “ดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับมันไกลจากที่นี่พอสมควรถูกมั้ย?”

 

หนังตาของระบบกระตุกและมันก็เดาได้ทันทีว่าเฉินหลี่กัวจะพูดอะไรออกมา

 

แน่นอน ประโยคถัดมาของเฉินหลี่กัวก็คือ “ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่ฉันถึงจะได้เจอกับหยูหยูอีกครั้ง”

 

จากตอนแรก ‘กงกง’ หลังจากนั้นก็ไปสู่ ‘ตงตง’ มาตอนนี้ก็ ‘หยูหยู’ ระบบรู้สึกว่าประสาทของมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลังจากถูกทรมาณจากเฉินหลี่กัว ตอนนี้มันไม่แม้แต่จะรู้สึกอะไรเมื่อต้องมาพบกับการเรียกครั้งนี้

 

เฉินหลี่กัวถาม “พูดก็พูดนะ นายคิดว่าเขาจะเศร้ามั้ยถ้าเขารู้ว่าฉันจะไปแล้ว?”

 

ระบบรู้สึกมโนได้ว่าหัวมันกำลังปวดตุบตุบก่อนจะเริ่มตื่นตะหนก——มันเป็นระบบนะ มันจะมีหัวได้ยังไง?

 

เฉินหลี่กัวไม่รับรู้ถึงปัญหาของระบบและคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่าย เขาก็พูดต่อ

 

“มันเพอร์เฟ็คไปหมดเสียแค่อย่างเดียวที่ของเขาใหญ่มากจนมันค่อนข้างไม่ปกติเท่าไหร่” 

 

มันดูเหมือนว่าทุกๆครั้งที่ฉินไป๋หยูจะแตกออกมาตรงส่วนนั้นมันจะขยายใหญ่ขึ้น จุดนี้ทำให้เฉินหลี่กัวสับสน——ในตอนนี้เฉินหลี่กัวที่ใส่ซื่อยังไม่รู้ถึงสิ่งที่เรียกกันว่า ‘ติดเป้ง’ คืออะไร

 

ฉินไป๋หยูเพิ่งได้คำร้องของเฉินหลี่กัวและหลวนเฟยเฟย เขามองไปที่ใบคำร้องและสีหน้าของเขาก็เริ่มย่ำแย่และความโกรธที่หาได้ยากมันก็ฉายออกมาจากใบหน้าของเขา

 

เมื่อลูกน้องฉินไป๋หยูเห็นสิ่งนี้ พวกเขาก็ตัวสั่นไปด้วยความกลัวเพราะกลัวว่าจะทำให้หัวหน้าตัวเองโมโห ปกติแล้วหัวหน้าพวกเขาจะเป็นคนที่ดูอ่อนโยนและมีอัธยาศัยดีแต่เมื่ออีกฝ่ายโมโหขึ้นมา มันน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก

 

“ดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับ” นิ้วของฉินไป๋หยูกำใบคำร้องเอาไว้และสีหน้าที่อ่อนโยนของเขาก็ดูบิดเบี้ยว

 

“คุณคิดว่าคุณจะหนีไปได้งั้นหรอ?”

 

ถ้าเฉินหลี่กัวรู้ว่าฉินไป๋หยูคิดอะไร เขาอาจจะทำท่า ‘กุมหัวใจ’ และพูดออกมาประโยคนึงเบาๆ “ในเมื่อนี่เป็นบ้านของสุดที่รัก คนๆนี้จะหนีไปไหนอีกทำไม?”

 

แต่โชคดีที่เขาไม่รู้ ดังนั้นตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งเขาไป เขาก็ยังคงเศร้าเพราะการทิ้งฉินไป๋หยูเอาไว้

 

“ขอให้โชคดี ดาวเคราะห์ที่ฉันรักและชายที่ฉันรัก” ในช่วงผ่านมานี้ทั้งหมดที่เฉินหลี่กัวทำก็มีแค่การกินนอนและกวนประสาทระบบ

 

ถ้าระบบมีการโต้ตอบก็แสดงว่าเฉินหลี่กัวประสบความสำเร็จ

 

เฉินหลี่กัวพูด “นายคิดว่าเขาจะคิดถึงฉันมากมั้ย?”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวพูด “อืม ฉันเริ่มคิดถึงเขาแล้วสิ”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวพูด “เขา… ...” ก่อนที่เขาจะพูดเขาก็แสดงสีหน้าสงสัยออกมา ทำไมเขาถึงได้กลิ่นมะนาว-แตงกวา? มันคุ้นจมูกมากจนเขาเมินเฉยไม่อยู่

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างลังเล “เหมือนว่าฉันจะได้กลิ่นของไอ้จ้อนโตฉินนะ”

 

ระบบเริ่มคิดว่าโครงสร้างภายในของมันรวน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่คิดว่าเป็นตัวเองเมื่อมันได้ยินคำว่า ‘ไอ้จ้อนโตฉิน’ จริงมั้ย?

 

ฉินไป๋หยูไม่ได้รู้ว่าเขาได้ถูกเลื่อนระดับจากหยูหยูเป็นไอ้จ้อนโตฉิน เขายังคงติดอยู่ในความ——หัวร้อนเพราะเฉินหลี่กัวต้องการที่จะหลบหนี

 

เมื่อออกมาจากห้องนักบินของยานอวกาศ ฉินไป๋หยูก็เห็นร่างเฉินหลี่กัวแวบๆที่ยืนตรงหน้าต่าง เขาไม่รู้ว่าถ้ามันเป็นความเข้าใจผิดของตัวเองหรือเปล่า แต่เหมือนว่าเขาจะเห็นสีหน้าเศร้าโศกจากเฉินหลี่กัวได้นิดหน่อย และความเศร้านั้นก็บรรเทาความโกรธในใจเขาลง ก่อนที่เขาจะเรียกอีกฝ่ายไกลๆ

 

“ลู่หยุนฉี”

 

เมื่อเขาได้ยินคนเรียกจากด้านหลัง เขาก็ตัวสั่นและดูตื่นกลัว การตอบสนองแบบนี้ทำให้อารมณ์ของฉินไป๋หยูดีขึ้น 

 

เขาเดินตรงมาและตบไปที่บ่าเฉินหลี่กัวอย่างนุ่มนวล “ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้”

 

เฉินหลี่กัวหันมาและเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างของฉินไป๋หยู

 

ฉินไป๋หยูพูด “คุณกำลังจะไปที่ไหน?”

 

เฉินหลี่กัวพูดตอบ “ดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับ”

 

“โอ้” ฉินไป๋หยูพูดโกหกหน้าด้านๆ “ฉันก็จะไปดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับเหมือนกันเลย”

 

ทั้งร่างของเฉินหลี่กัวแข็งทื่อดูหวาดกลัวเพราะฉินไป๋หยู ฉินไป๋หยูมองไปที่ใบหูของเขาที่เริ่มเห่อร้อนจากนั้นก็โน้มตัวเขามากระซิบข้างหู 

 

“คุณคิดว่าจะหนีไปได้งั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวกัดฟันพูดออกมา “ไสหัวไปซะ”

 

ฉินไป๋หยูหัวเราะคิกคักจากนั้นก็เอื้อมออกมาบีบติ่งหูของเฉินหลี่กัว

 

“ฉันขอตัวก่อน เมื่อเราไปถึงที่ดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับค่อยมาคุยอีกครั้งแล้วกัน” 

 

ฉินไป๋หยูรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ควรหยุดและเขาเองก็ไม่ได้อยากจะบีบบังคับเฉินหลี่กัวจนแตกหัก เขาหันหลังและไม่ตกใจที่ได้พบกับหลวนเฟยเฟยที่กำลังตกตะลึงอยู่

 

ฉินไป๋หยูยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนจากนั้นก็ทำปากบอก: เขาเป็นของฉัน

 

ความตื่นตะหนกฉายออกมาจากดวงตาหลวนเฟยเฟย ถ้าเธอไม่ได้มองผิดไป ฉินไป๋หยูก็เป็นอัลฟ่าเหมือนกัน! หรือว่าอัลฟ่าสองคนจะคบกันได้? แค่เพียงเวลาสั้นๆความคิดของหลวนเฟยเฟยก็ยุ่งเหยิง

 

ร่างของเฉินหลี่กัวยังดูแข็งทื่อเล็กน้อยแม้ว่าฉินไป๋หยูจะจากไปแล้วแต่เขาก็ยังไม่พูดอะไรออกมา หลวนเฟยเฟยก็รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว——สำหรับดวงตาของเฉินหลี่กัวที่เต็มไปด้วยความอับอายและโกรธเคือง มันไม่มีความรักอยู่ในนั้นแม้แต่นิด

 

เป็นไปได้รึเปล่าที่เฉินหลี่กัวจะถูกบังคับ? หลวนเฟยเฟยคิดถึงเรื่องนี้แต่จากนั้นเธอก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ อัลฟ่าจะถูกบังคับจากอัลฟ่าด้วยกันได้ยังไง… …

 

ในเวลาสั้นๆ สติของหลวนเฟยเฟยก็ยุ่งเหยิงไปหมดตลอดการเดินทางห้าวัน

 

ในวันแรกที่พวกเขามาถึงดาวฤดูใบไม้พลิหวนกลับ ฉินไป๋หยูก็ได้เชิญเฉินหลี่กัวมาร่วมดินเนอร์และได้รีเควสเป็นพิเศษให้เขาพาหลวนเฟยเฟยมาด้วย

 

เฉินหลี่กัวอย่างจะปฎิเสธไปทันทีแต่ก็เห็นว่ารอยยิ้มของฉินไป๋หยูไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาและอีกฝ่ายก็พูดออกมาว่า “อย่าสายล่ะ”

 

เฉินหลี่กัวก็ทำได้แค่ตอบรับในลำคออย่างไม่เต็มใจ

 

ถึงแม้ว่าหลวนเฟยเฟยจะซื่อบื้อ เธอก็ยังเห็นได้ถึงความฝืนทนของเฉินหลี่กัว แต่เธอไม่กล้าที่จะถามอะไรและทำได้แค่อยู่ข้างๆเฉินหลี่กัวอย่างว่าง่าย จากนั้นฉินไป๋หยูก็มองมาที่เธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจก่อนที่เขาจะจากไป

 

หลวนเฟยเฟยรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงไขสันหลังจากสายตาของฉินไป๋หยู มันรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกจ้องจากอสรพิษ

 

ดวงตาของเฉินหลี่กัวดูเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาสัมผัสได้ว่าหลวนเฟยเฟยรู้สึกไม่ดีนัก

 

“อย่ากลัวไปเลย เขาไม่ทำอะไรเธอหรอก”

 

หลวนเฟยเฟยเกือบจะถามออกมาว่า ‘งั้นเขาจะทำอะไรกับท่าน?’ โชคดีที่เธอยังมีสติอยู่และสามารถกลั้นคำพูดตัวเองไว้ได้

 

ตำแหน่งของที่ดินเนอร์นั่นเป็นโรงแรมขึ้นชื่ออย่างมากในดาวฤดูใบไม้ร่วงย้อนกลับ

 

เมื่อเฉินหลี่กัวนำหลวนเฟยเฟยเข้ามา ฉินไป๋หยูก็ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว

 

ฉินไป๋หยูผายมือไปที่เก้าอี้ข้างๆเชิญให้เฉินหลี่กัวนั่งลง และหลวนเฟยเฟยถูกจัดให้นั่งตรงข้ามกับเขา

 

ตำแหน่งที่นั่งมันค่อนข้างแปลก เฉินหลี่กัวอยากจะปฎิเสธแต่ฉินไป๋หยูก็ได้ดึงเก้าอี้ออกมาให้แล้วดังนั้นเขาทำได้แค่นั่งลงไป

 

“เสิร์ฟอาหารได้” ฉินไป๋หยูสั่งเบาๆ

 

เฉินหลี่กัวเม้มปากจนเป็นเส้นตรง แสดงให้เห็นถึงความอดทนเงียบๆ ท่าทางนี้ทำให้ฉินไป๋หยูนึกได้ถึงเหตุการณ์บางอย่าง เขายิ้มออกมาบางเบาและพูด

 

“เธอคือหลวนเฟยเฟยใช่มั้ย?”

 

หลวนเฟยเฟยที่ถูกเอ่ยขึ้นก็พยักหน้าอย่างรีบร้อนหนักๆ

 

“ฉันคือเพื่อนเก่าของลู่หยุนฉี” ฉินไป๋หยูพูดอย่างสงบนิ่ง “ฉันรู้จักเขามาหลายปีแล้ว”

 

หลวนเฟยเฟยทำเสียง ‘โอ้’ ตอบรับ

 

ฉินไป๋หยูพูด “หยุนฉีนั่นเยี่ยมยอดมากแต่เขาแค่ขี้อายมากไปหน่อย” มือข้างนึงของเขาอยู่บนโต๊ะและอีกข้างก็เลื่อนอยู่ใต้ผ้าปูโต๊ะจับเค้นไปที่ต้นขาเฉินหลี่กัวเบาๆ

 

เฉินหลี่กัวจับมืออีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าเขาถูกหยามอยู่

 

ฉินไป๋หยูหยุดลงในจุดนี้จากนั้นก็พูดต่อ “เธอคิดที่จะแต่งงานกับหยุนฉีงั้นหรอ?”

 

หลวนเฟยเฟยไม่ได้คาดคิดว่าจู่ๆฉินไป๋หยูจะพูดเรื่องนี้ เธอพูดตอบด้วยความกลัวและกังวลใจ

 

“พลตรีลู่และฉันเป็นแค่เพื่อนกัน… ...”

 

ฉินไป๋หยูพูด “โอ้?”

 

หลวนเฟยเฟยพูด “คือ คือพลตรีลู่เป็นคนที่คอยช่วยเหลือฉันมาตลอด” ระหว่างที่เธอพูดน้ำเสียงเธอก็แผ่วลงเรื่อยๆ

 

ฉินไป๋หยูพูด “ช่วยเธอเรื่องอะไร?”

 

หลวนเฟยเฟยพึมพำเบาๆและไม่พูดอะไรต่ออีก

 

น้ำเสียงของฉินไป๋หยูไม่ดูอ่อนโยนหรือเป็นมิตรอะไรระหว่างที่พูด “ช่วยเธอซ่อนความเป็นโอเมก้างั้นสิ?”

 

ดวงตาของหลวนเฟยเฟยเบิกกว้างและตื่นตะหนก เธอไม่ได้คิดว่าฉินไป๋หยูจะรู้เรื่องตัวตนของเธอด้วย

 

“พอได้แล้ว” เฉินหลี่กัวพูดอย่างโมโห “ฉินไป๋หยู แค่บอกมาว่านายต้องการอะไรกันแน่?”

 

ฉินไป๋หยูพูด “คุณโกรธงั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวกำมือแน่นเป็นหมัด เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามที่จะระงับอารมณ์ตัวเอง 

 

“ฉินไป๋หยู พอซักที”

 

ฉินไป๋หยูทำหน้าเรียบเฉย “โอ้?”

 

หลวนเฟยเฟยคิดว่าทั้งคู่กำลังจะทะเลาะกับเพราะตัวเองเลยรีบพูดขัดออกมา

 

“พลตรีลู่ ฉันไม่เป็นไรค่ะ… ...”

 

“เธอหุบปากไป” ฉินไป๋หยูพูดอย่างเย็นชา “ลู่หยุนฉีทำไมคุณถึงพูดแบบนี้กับฉัน”

 

เฉินหลี่กัวทุบโต๊ะอย่างแรกและโดยไม่พูดอะไรเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะเดินออกไปสองก้าว น้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและเย็นชาของฉินไป๋หยูก็ดังออกมา

 

“ไปซะสิ ฉันสาบานเลยว่าคุณจะเสียใจ”

 

การก้าวเท้าของเฉินหลี่กัวหยุดลง

 

ฉินไป๋หยูพูด “กลับมานี่”

 

ดูเหมือนว่าเฉินหลี่กัวจะระงับสภาพจิตใจตัวเองเป็นเวลานานก่อนที่สุดท้ายจะกลับมาที่เดิม

 

โชคดีที่จานอาหารก็ได้เสิร์ฟลงในตอนนั้นเอง มันช่วยคลายบรรยากาศระหว่างคนทั้งสาม 

 

ฉินไป๋หยูพูด “กินสิ”

 

เฉินหลี่กัวพบว่าเขาไม่เคยกินอาหารพวกนี้มาก่อนและอยากจะยัดอาหารพวกนี้ลงท้อง แต่เพราะว่าคนอื่นๆ เขาเลยทำได้แค่แสดงออกอย่างเศร้าซึม

 

หลวนเฟยเฟยของ่ายๆให้ตัวเองสามารถขดตัวเป็นลูกบอลแล้วทำให้ตัวตนของเธอหายไปซะ ไม่ว่าเธอจะสมองช้าแค่ไหน เธอก็ยังพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายทั้งสองนี้มันไม่ปกติ

 

สิ่งที่ฉินไป๋หยูพูดก็เป็นไปตามที่ควร ทั้งเขาและเฉินหลี่กัวก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนกระทั่งมื้อค่ำได้จบลงเขาก็พูดออกมา

 

“หลวนเฟยเฟย เธอกลับไปก่อนฉันยังมีเรื่องต้องคุยกับหยุนฉี”

 

หลวนเฟยเฟยมองไปที่เฉินหลี่กัวอย่างลังเล

 

เฉินหลี่กัวกระซิบเสียงต่ำ “ไปซะ”

 

หลวนเฟยเฟยกัดปากและหวังว่าตัวเองเป็นอัลฟ่าในตอนนี้บ้างเธอจะได้ช่วยเฉินหลี่กัว แต่กลับกันเธอเป็นแค่โอเมก้าอ่อนแอเท่านั้น ไม่ใช่แค่ว่าเธอไม่สามารถช่วยเฉินหลี่กัวได้แต่เธอยังจะลากเขาลงมาอีกด้วย

 

หลวนเฟยเฟยทำได้แค่จากไปอย่างว่าง่ายโดยไม่มีทางเลือก

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยจากไป ฉินไป๋หยูก็พูดออกมาตรงๆ 

 

“ลู่หยุนฉี ฉันอยากทำกับคุณ”

 

เฉินหลี่กัวเผยสีหน้าผงะออกมาและพูด “นายมันบ้า”

 

ฉินไป๋หยูพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณคิดว่าคุณจะสลัดฉันได้เพราะแค่หนีมาดาวฤดูใบไม้ร่วงหวนกลับงั้นหรอ? ขอพูดหน่อยเถอะ คุณกำลังฝันเฟื่อง—”

 

หน้าอกของเฉินหลี่กัวกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง

 

เมื่อฉินไป๋หยูพูดจบเขาก็โยนพวงกุญแจให้เฉินหลี่กัว “แน่นอนว่า ฉันเป็นคนที่ยุติธรรม ดังนั้นจะให้ทางให้คุณเลือกแล้วกัน”

 

หลังจากเขาพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินออกไป

 

เฉินหลี่กัวซ่อนกุญแจและพูดกับระบบในใจ “โถ่ ความรักมันจะมาอย่างคาดไม่ถึงแบบนี้นี่เอง”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ไม่ว่านายจะไปอยู่มุมไหนของโลก ฉันก็จะตามไป”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “มันจะมีอะไรที่ขอได้มากกว่านี้ล่ะ?”

 

ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวอยากจะพุ่งไปทันทีเพื่อคุยกับฉินไป๋หยูเรื่องบทกลอนและปรัชญาชีวิตแต่เขาก็ต่อต้านมันเอาไว้ และไม่ใช่แค่เขาต่อต้าน แต่เขาก็ยังกินอาหารเกือบทุกจานบนโต๊ะไปด้วยก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปในลิฟท์

 

เมื่อเขาขึ้นลิฟท์ เฉินหลี่กัวก็ยังคงเรอออกมาและรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

 

“ระบบ ฉันรู้สึกไม่ดีหน่อยๆ”

 

ระบบ : “ในที่สุดนายก็มียางอายแล้วหรอ?”

 

เฉินหลี่กัว : “ไม่ใช่ ฉันคิดว่าฉันกินมากเกินไป”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวเริ่มกังวลเล็กๆ “ฉันคงไม่ขย้อนมันออกมาจนหมดหรอก ใช่มั้ย?”

 

ระบบเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้และเริ่มคลายความกดดันของมันลง

 

ท่ามกลางม่านหมอกความกังวลของเฉินหลี่กัว เขาก็เดินเข้ามาในห้องฉินไป๋หยู

 

ฉินไป๋หยูได้อายน้ำเสร็จพอดี ในตอนนี้เขาสวมแค่เสื้อคลุมอาบน้ำและกำลังจัดการเรื่องบางอย่างที่ใช้สมองอยู่อย่างไร้อารมณ์ เมื่อเขาได้ยินเสียงเฉินหลี่กัวเปิดประตูเขาก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา

 

“ไปอาบน้ำซะ”

 

เฉินหลี่กัวว่าง่ายและเดินไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำเขาก็สะอึก เขารู้สึกราวกับว่าท้องของตัวเองกำลังจะทะลวงออกมาหลังจากทีลังเลอยู่ซักพักเขาก็พูดขึ้น

 

“ระบบ ท้องฉันรู้สึกไม่ดีมากๆ”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ถ้าฉันจำได้ถูกต้องล่ะก็ ในโลกของโลกก่อนหน้านี้เหมือนว่าฉันจะได้อ้วกออกมาครั้งนึงใช่มั้ย?”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวนึก “มันดูเหมือนว่าฉันก็อ้วกในโลกก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนกัน”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวคิดอย่างยุ่งเหยิงก่อนจะพูดออกมา “อย่างนั้นแล้วฉันควรจะอ้วกก่อนในตอนนี้สินะ?”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวรอคำตอบจากระบบเป็นเวลานานก่อนที่เขาจะรับมือกับมันด้วยตัวเอง

 

“อืม มันคงดีกว่าการที่ฉันจะไปอ้วกบนเตียงทีหลัง” และดังนั้นเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าโถส้วม

 

ดูเหมือนว่าการที่ระบบมีโฮสต์แบบนี้ อาการทางประสาทมันคงจะกำเริบในอนาคตอันใกล้

 

ด้วยสัมผัสทั้งห้าของอัลฟ่ามันค่อนข้างมีความรู้สึกไว ถึงแม้ว่าจะเป็นอีกด้านของประตู ฉินไป๋หยูก็ได้ยินแทบจะทุกเสียงจากข้างในห้องน้ำ

 

ดังนั้นเมื่อฉินไป๋หยูได้ยินเสียงอ้วกจากในห้องน้ำ ความโกรธในใจเขาที่เบาบางลงมันก็เริ่มทะลวงขึ้นมาอีกครั้ง

 

ด้วยเสียงกระแทกอย่างดัง ประตูห้องน้ำได้ก็ถูกเปิดออก และฉินไป๋หยูก็ก้าวเข้ามาจับร่างเฉินหลี่กัวที่เพิ่งอ้วกเสร็จไป

 

เฉินหลี่กัวที่ถูกจับเอาไว้ก็แสดงสีหน้างงงวย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำขณะที่มองไปยังใบหน้ามืดครึ้มของฉินไป๋หยู ดูไม่เข้าใจซักนิดว่าฉินไป๋หยูโกรธเรื่องอะไร

 

“ฉันทำให้คุณรังเกียจงั้นหรอ?” ฉินไป๋หยูกดร่างเฉินหลี่กัวกระแทกกำแพงและพูดอย่างเย็นชา

 

“รู้สึกรังเกียจมากจนคุณต้องอ้วกออกมางั้นสิ?”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” อุ๊ปส์ ถูกจับได้ซะแล้ว

 

ฉินไป๋หยูจับฝักบัวและพ่นน้ำลงบนเฉินหลี่กัว เฉินหลี่กัวไอออกมาสองสามครั้งแต่ก็ไม่ได้ขยับตัว

 

ฉินไป๋หยูแค่นหัวเราะ “น่าสงสาร ถึงแม้ว่าคุณจะรังเกียจฉันแค่ไหน คุณก็ยังต้องขึ้นเตียงกับฉันอยู่ดี”

 

เขาอุ้มเฉินหลี่กัวออกมาและตรงไปที่ห้องนอน

 

แน่นอนว่าเฉินหลี่กัวได้มีค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม

 

วันต่อมา เฉินหลี่กัวที่อยู่บนเตียงก็ได้ตื่นขึ้นจากฝันอันยุ่งเหยิง เมื่อเขาตื่นขึ้นและพบว่าไม่มีใครอยู่ในห้องเขาก็ถามออกมาเงียบๆ 

 

“ไอ้จ้อนโตฉินอยู่ไหน?”

 

ระบบ : “... ...ออกไปแล้ว”

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจหนักๆ “รู้สึกดีเกินไปแล้ว——”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวยันตัวขึ้นจากเตียง แปรงฟันและล้างหน้า และได้กินขนมปังเป็นมื้อเช้าก่อนจะกลับไปจากมีความสุข

 

ฉินไป๋หยูคิดว่าเฉินหลี่กัวคงไม่ตื่นจนกระทั่งสาย แต่เขาไม่คิดว่าเมื่อตัวเองกลับมาเฉินหลี่กัวจะหายไปแล้ว

 

เมื่อเห็นห้องที่ว่างเปล่า ฉินไป๋หยูก็พ่นลมออกจมูก “มันคงยากแน่ๆที่คุณจะลุกขึ้นในสภาพแบบนั้น” หลังจากเขาพูดจบ มันก็มีรอยยิ้มเล็กๆฉายออกมาในดวงตาใครจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

 

เมื่อเฉินหลี่กัวมาถึงบ้าน เขาก็พบกับหลวนเฟยเฟยที่อยู่รอทั้งคืน

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยเห็นเฉินหลี่กัวกลับมา เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อเห็นร่องรอยบนตัวของอีกฝ่าย หัวใจเธอตกลงตาตุ่มอีกครั้ง ความจริงแล้วเธออยากจะถามอะไรมากมายแค่เธอคิดว่าถ้าเธอถาม เฉินหลี่กัวจะต้องอับอายมากๆ ดังนั้นหลังจากลังเลซักพัก เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและถามเฉินหลี่กัวแค่ว่าเขาอยากจะกินอาหารเช้ามั้ย

 

เฉินหลี่กัวบอกปฎิเสธเพราะเขากินไปแล้ว

 

หลวนเฟยเฟยกัดปากแน่น

 

เฉินหลี่กัวพูด “ไม่ใช่ว่าเธอต้องไปรายงานตัวที่กองทัพหรอ? ทำไมยังอยู่ที่นี่ล่ะ?”

 

หลวนเฟยเฟยพึมพำ “ฉัน-ฉันเป็นห่วงท่าน… ...”

 

เมื่อเห็นท่าทางอ่อนน้วมของหลวนเฟยเฟย เฉินหลี่กัวก็แทบจะอดไม่ไหวที่จะเอื้อมไปขยี้หัวเด็กสาว 

 

เขาถอนหายใจ “ฉันสบายดี เธอไปเถอะ”

 

หลวนเฟยเฟยกลืนคำพูดที่อยู่ปลายลิ้นลงไป

 

เฉินหลี่กัวคิดได้ถึงบางอย่างก่อนจะพูด “เลิกงานเมื่อไหร่ บอกฉันด้วยเดี๋ยวฉันจะไปรับเธอเอง”

 

ถ้าเขาจำไม่ผิด หลวนเฟยเฟยจะถูกประทับตราระหว่างขากลับจากงาน

 

หลวนเฟยเฟยพูดอย่างโง่งม “ทำไมท่านต้องมารับฉันด้วย?”

 

เฉินหลี่กัวพูดตอบ “ที่นี่มันไม่ปลอดภัยนัก”

 

หลวนเฟยเฟยได้ยินดังนั้น และไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังโยงเรื่องไปหาอะไร แต่สีหน้าของเธอย่ำแย่ลง เธอมองไปที่เฉินหลี่กัวอย่างซึ้งใจก่อนจะจากไปโดยไม่พูดอะไร

 

เฉินหลี่กัวนั่งบนโซฟาและเริ่มดูละครอีกครั้ง

 

ในช่วงสายเขาก็ออกไปรับหลวนเฟยเฟยและทั้งคู่ก็ได้กินข้าว เมื่อหลวนเฟยเฟยเห็นหนังเข้าใหม่ก็ถามเฉินหลี่กัวว่าเขาอยากจะไปดูมั้ย

 

เฉินหลี่กัวอยากจะตอบว่า ‘แน่น๊อน แน่นอน’ แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมัน มันรู้สึกไม่ดีจนทำให้เขานิ่วหน้าจนสุดท้ายเขาก็ปฎิเสธคำขอของหลวนเฟยเฟยและพวกเขาก็ตรงกลับบ้านให้เร็วขึ้น

 

เมื่อเขาถึงบ้าน เฉินหลี่กัวก็ตรงไปที่ห้องน้ำในห้องนอนตัวเองจากนั้นก็ดึงกางเกงตัวเองลง เฉินหลี่กัวทรุดตัวลง

 

“ระบบ——ตรงนั้นมันมีอะไรผิดปกติ!!!” ทำไมมันคันยุบยิบอย่างนี้!!

 

ระบบ : “โทษที ตรงหน้าฉันมันถูกโมเสก ฉันเลยมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

 

เฉินหลี่กัวน้ำตาคลอเบ้า ระบบไม่ได้บอกเขาเรื่องสรีรวิทยาของโอเมก้า ดังนั้นเขาเลยเสียศูนย์และคิดว่ามันมีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายตัวเอง

 

“หรือว่ามันจะเป็นริดสีดวง?!”

 

ระบบ : “... ...” พูดไม่ออกอย่างหนัก

 

เฉินหลี่กัวสะอึกสะอื้น “ฉันผิดไปแล้ว ในอนาคตฉันจะถนอมร่างกายตัวเองมากกว่านี้”

 

ระบบพยายามยับยั้งตัวเองมาครึ่งวันแต่ก็ไม่สามารถทนต่อไปได้และพูดออกมา

 

“นายไปถามฉินไป๋หยูซะว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

 

เฉินหลี่กัวเขินขึ้นมานิดหน่อย “มันคงน่าอายมากถ้ามันเป็นริดสีดวงขึ้นมาจริงๆ”

 

ระบบ : “... ...” ลืมมันไปซะ ปล่อยให้คันจนตายไปเลย

 

ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวจะขี้อายมาก แต่เขาก็เชื่อฟังระบบของตัวเองและในเมื่อระบบก็บอกเขาให้ไปถามฉินไป๋หยู มันก็ต้องมีเหตุผลรองรับเรื่องนี้

 

เฉินหลี่กัวคิดไม่ตกแต่สุดท้ายเขาก็ส่งข้อความไปหาฉินไป๋หยู : นายทำอะไรกับฉัน?

 

ฉินไป๋หยูที่อยู่ปลายทางก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วและเขียนมาว่า : มันเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ก่อนหน้าไม่สมบูรณ์ให้สำเร็จไงล่ะ

 

ปรากฎว่าฉินไป๋หยูได้ฉีดยาใส่เฉินหลี่กัวอีกรอบเมื่อคืนขณะที่ซึมกระทื่ออยู่ ในตอนนั้นเขาได้มีความลังเลที่จะเปลี่ยนเฉินหลี่กัวให้เป็นโอเมก้าอย่างสมบูรณ์ดีมั้ย แต่ฉินไป๋หยูก็ไม่ได้รังเกียจถ้าเฉินหลี่กัวจะมีอาการฮีท

 

หลังจากส่งข้อมูลไปให้ ฉินไป๋หยูก็กดเบอร์โทรเฉินหลี่กัวทันที

 

เมื่อสายได้เชื่อมต่อ เสียงหอบหายใจต่ำๆก็ดังออกมาจากปลายสาย เสียงโกรธเคืองของเฉินหลี่กัวดังออกมาทันทีที่รับ

 

“ฉินไป๋หยู นายทำอะไรกับฉันกันแน่?!”

 

ฉินไป๋หยูไม่ได้ตอบตรงๆแต่ถามกลับ “ที่รัก เกิดอะไรขึ้นกับคุณล่ะ?”

 

เฉินหลี่กัวกัดฟันกรอด เสียงลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงขึ้น

 

ฉินไป๋หยูไล่บี้ “ตรงนั้นมันรู้สึกอยากมากเลยใช่มั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวพูดแผ่วเบา “ไอ้โรคจิต——แกรู้ตัวมั้ยว่าแกทำอะไร——”

 

แต่ฉินไป๋หยูก็ได้ยินถึงการสั่นคลอนจากน้ำเสียงอีกฝ่าย แน่นอนว่า ในฐานะอัลฟ่าจู่ๆจะมีอาการฮีทขึ้นมา มันย่อมทนความทรมาณนี้ไม่ไหว

 

ดังนั้นฉินไป๋หยูก็ไม่ได้ต้องการจะแหย่เฉินหลี่กัวต่อ เขาต้องการที่จะให้คนน่ารักตัวน้อยของเขาได้พักบ้าง

 

ฉินไป๋หยูพูด “อืม คุณต้องการฉันมั้ยล่ะ? ถ้าต้องการงั้นก็พูดมาสิ”

 

“ไปตายซะ——” เฉินหลี่กัวขบฟัน “ฉันจะฆ่าแก”

 

ฉินไป๋หยูได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของเฉินหลี่กัวก็รู้ได้ว่าคนน่ารักตัวน้อยของเขาจริงจังอย่างมาก เขาก็ยิ้มน้อยๆและพูดอย่างจงใจ

 

“มาสิ มาฆ่าฉันด้วยร่างกายของคุณ”

 

เฉินหลี่กัวทุบผนังอย่างแรง “แค่บอกมาว่าแกต้องการอะไร ทำไม! ทำไมต้องเป็นฉัน!”

 

ฉินไป๋หยูพูดตอบ “เพราะฉันได้รักคุณมานานแล้วไงล่ะ”

 

เฉินหลี่กัวทำเสียงกลืนน้ำลายเบาๆ ฉินไป๋หยูได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกสงสารนิดหน่อยในใจ เขาถอนหายใจเบาๆ เขาไม่รู้ว่าการที่เขาสนใจในตัวอัลฟ่าแบบนี้มันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่

 

ฉินไป๋หยูยังคงปลอบโยนอีกฝ่ายต่อ “แน่นอนว่า ถ้าคุณต้องการทำมันด้วยตัวเอง คุณก็ยังมาหาฉันได้ ฉันเต็มใจมากที่จะช่วยคุณ”

 

คำหยาบคายมากมายผ่านสายส่งต่อมาให้ฉินไป๋หยูได้ยินก็บ่งบอกได้ว่าเฉินหลี่กัวโกรธมากจริงๆ เขาเลยพูดออกมา

 

“โอเค ที่รักอย่าโกรธฉันอีกเลย ฉันจะไปหาคุณเอง”

 

เฉินหลี่กัวกู่ร้อง “ไปตายซะ!” จากนั้นก็วางหูเครื่องมือสื่อสาร ไอ้ฉินไป๋หยูนี่มันบ้าจริงๆ!!

 

ฉินไป๋หยูไม่ใส่ใจการปฎิเสธของเฉินหลี่กัวซักนิด กลับกันเขาฮัมเพลงน้อยๆและหยิบเสื้อโค้ทด้วยอารมณ์ที่ดีก่อนจะออกไป——และมันมีจุดหมายปลายทางเดียวก็คือบ้านของเฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะคลั่ง เขาไม่รู้ว่าฉินไป๋หยูทำอะไรกับตัวเขา แต่แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดี

 

ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามใช้นิ้วตัวเอง แต่มันกลับรู้สึกแย่ยิ่งกว่าการที่ไม่ได้ทำอะไรเสียอีก

 

เฉินหลี่กัวร้องไห้ “ไอ้จ้อนโตฉิน ไอ้สัตว์ร้าย——ฉันทำตัวกับนายไม่ดีจนนายต้องมาทำอย่างนี้กับฉันงั้นหรอ”

 

ในตอนนั้นเพราะมันมีฟังก์ชั่นการป้องกันความเป็นส่วนตัว ระบบเลยติดอยู่ในโมเสกและไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเฉินหลี่กัว แต่ถึงแม้ว่ามันจะรู้ มันก็คงจะเยาะเย้ยเฉินหลี่กัวและพูดว่าเขาสมควรโดน

 

หลวนเฟยเฟยที่อยู่บ้านก็รับรู้ได้ว่ามันมีบางอย่างผิดปกติกับเฉินหลี่กัว เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ เธอไม่สามารถบอกได่ว่ามันเป็นของโอเมก้าหรืออัลฟ้า แต่มันมีสิ่งนึงที่แน่ชัดคือฟีโรโมนนั่นมันมาจากห้องนอนของเฉินหลี่กัว

 

“พลตรีลู่? พลตรีลู่?” หลวนเฟยเฟยเรียกเฉินหลี่กัวอย่างไม่แน่ใจจากข้างนอกประตู

 

เสียงเฉินหลี่กัวดังออกมาจากข้างในและสามารถได้ยินถึงความอดกลั้น “อย่าเข้ามา”

 

หลวนเฟยเฟยถามอย่างร้อนรน “มันเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ?”

 

เฉินหลี่กัวพูด “ฉันไม่เป็นไร”

 

หลวนเฟยเฟยค่อนข้างกังวลนิดหน่อยแต่เธอก็ทำอะไรมากไม่ได้หลังจากถูกปฎิเสธจากเฉินหลี่กัว เธอก็ทำได้แค่ยืนหน้าประตูและกลัวว่ามันจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดกับเฉินหลี่กัว

 

ระหว่างที่เธอเป็นห่วงเฉินหลี่กัว ฉินไป๋หยูก็มาถึง โดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวเขาก็ผลักประตูเข้าไปและตรงไปยังห้องนอนของเฉินหลี่กัวจากนั้นก็ล็อคกลอนลง

 

หลวนเฟยเฟยที่เปิดประตูให้ฉินไป๋หยูก็รู้สึกลนลานและทำได้แค่เผชิญกับหน้าเรียบนิ่งราวกับน้ำแข็งของฉินไป๋หยู ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้——นี่เป็นช่องว่างระหว่างโอเมก้าและอัลฟ่า หนึ่งคือจ่าฝูงและอีกหนึ่งก็แค่ผู้ตาม ตั้งแต่เกิดมามันก็ได้กำหนดแล้วว่าใครคือผู้อยู่เหนือกว่า

 

หลังจากที่ฉินไป๋หยูเข้ามาในห้อง ก็เห็นเฉินหลี่กัวห่อตัวด้วยผ้าห่ม เขาเดินเข้าไปและดึงผ้าห่มออกในการกระทำครั้งเดียว ใต้ผ้าห่มนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นฟีโรโมน เฉินหลี่กัวหน้าแดงกล่ำและดวงตาของเขาก็ฉายให้เห็นถึงความไร้สติเล็กน้อย

 

“ไสหัวไป!!!”

 

ฉินไป๋หยูยิ้มให้อีกฝ่าย “โอเค ถ้าคุณบอกว่าไม่ ฉันก็จะไม่ทำมัน”

 

เฉินหลี่กัวรู้ว่าฉินไป๋หยูต้องการทำอะไร อีกฝ่ายต้องการให้เขายอมว่าง่าย อีกฝ่ายต้องการให้เขาพูดออกมาด้วยปากตัวเองว่าจะไม่สู้กลับ

 

ดูเหมือนว่าเฉินหลี่กัวจะอยู่ใกล้กับการแตกสลายลง เขามองไปที่ฉินไป๋หยูอย่างสิ้นหวัง ฟันของเขาขบกัดลงไปที่ริมฝีปากล่างและดวงตาเขาก็แดงกล่ำ

 

“ฉินไป๋หยู ทั้งนายและฉันก็ไม่เคยบาดหมางกัน ทำไมนายถึงทำอย่างนี้กับฉัน?”

 

ฉินไป๋หยูตอบอย่างสงบและดูเหมือนกับพ่ายแพ้นิดๆด้วยข้ออ้างเดิม 

 

“เพราะฉันชอบคุณ”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” แน่แท้แล้วว่าพยายามพูดอย่างมีสาระกับโรคจิตมันเป็นข้อผิดพลาดในชีวิตเขาจริงๆ อะไรก็เทียบกับเรื่องนี้ไม่ได้ ไม่มีอะไรเทียบกับสิ่งนี้ได้เลย!!! เฉินหลี่กัวที่อยู่ในกำมือของฉินไป๋หยูก็ทำได้แค่ยอมรับความพ่ายแพ้ อย่างไม่มีทางเลือก

 

หลังจากทุกอย่างสิ้นสุดลง

 

เฉินหลี่กัวจุดบุหรี่ระหว่างที่เอนตัวลงข้างๆฉินไป๋หยูที่หลับสนิท และจากควันบุหรี่ เฉินหลี่กัวก็มองไปที่ระบบอย่างมีนัยและพูดออกมา

 

“สร้างปัญหาให้หยูหยูแบบนี้แล้วมันทำให้ฉันพอใจมากจริงๆ”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวพูด “ต้องขอบคุณเทคโนโลยีทางวิทยาศาสต์มาก ทั้งวิทยาศาสต์และเทคโนโลยีมันทำให้มนุษยชาติก้าวหน้า”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวยังอยากจะพูดต่อแต่ระบบก็พูดออกมาเบาๆ “นายยังจำเรื่องหลวนเฟยเฟยได้มั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวรีบลุกยืนตรงทันที “เกิดอะไรขึ้นกับเฟยเฟย!!”

 

ระบบพูดอย่างอ่อนแรง “ถ้านายยังไม่ขยับ เธอก็จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น”

 

เฉินหลี่กัวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที สวมกางเกงและหยิบกุญแจเพื่อออกไป แต่ก่อนที่เขาจะไปเขามองไปยังฉินไป๋หยูที่กำลังหลับอยู่ เขาก็คิดโดยที่ใส่อารมณ์ร่วม

 

“นอนหลับฝันดีที่รัก รอฉันกลับมานะจ๊ะ!”


—————————————

ไม่รู้ว่าทำไมน้องถึงแข็งแรงขนาดนี้แม้กระทั่งไอ้จ้อนโตฉินยังสลบ
แต่น้องก็ยังมีแรงวิ่งไปมาอยู่... ...หรือว่าลีลาไม่เด็ดพอกันนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 299 ครั้ง

491 ความคิดเห็น

  1. #486 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 05:12
    สงสารพระเอกกก
    #486
    0
  2. #433 Shysmile (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 10:00

    รอนะไรท์ สนุกมากเลยค่าาาา ✌✌✌

    #433
    0
  3. #430 PHA-MIN (@PHA-MIN) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:28

    รอนะไรท์
    #430
    0
  4. #429 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 21:11
    บุตรสาวเเห่งโชคชะตาในเเต่ละโลกนี่น่ารักจริงๆเลยนะ

    ไรท์คะ อย่าคิดอย่างนั้นสิ555 อาจเพราะร่างนี้น้องเป็นอัลฟ่าด้วยรึเปล่าเลยเเข็งแรงกว่าปกติ ไม่ก็มีภูมิต้านทานจากชาติที่เเล้วที่พอโดนปุ๊ปแทบจะนอนตาย
    จากที่อ่านมารู้สึกว่าคนที่น้องตกหลุมรักจริงๆคือกงกง ส่วนคนอื่นอารมณ์คล้ายๆคู่นอนเฉยเเฮะ
    เออ ไรท์คะ ถ้าจะขอให้คำเเนะนำคือ อยากจะให้ไรท์เพิ่มตรงชื่อตอนด้วยได้ไหมคะว่าตอนไหนเป็นโลกไหนเล้ว หรือไม่ก็มีคั่นตอนเปลี่ยนโลกค่ะ
    #429
    0
  5. #385 หลิงเหม่ย (@24680112) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 03:30
    สงสารรร555
    #385
    0
  6. #384 ดารุมะ (@ning-cake) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 12:58
    บ้างครั้งก็อยากให้น้องเจอรักแท้บ้าง5555
    #384
    0
  7. #383 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 12:58
    สงสารน้องระบบทุกตอน 555555 ปวดหัสแทน
    #383
    0
  8. #382 Sairattz (@rainbowhyuk) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 10:12
    น้องเเข็งเเรงมาก55555
    #382
    0
  9. #381 openalltime (@openalltime) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 10:03
    เรื่องนี้ตลกมาก ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ
    #381
    0
  10. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 08:16
    ชอบ55555555555 สำลักน้ำแบบขำไม่ไหวแล้ว
    #380
    0
  11. #379 PPR-11 (@shadow0831686918) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 08:13
    จะพีคมั้ยนะ
    #379
    0
  12. #378 fasai137 (@fasai137) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 04:46
    น้องน่ากลัวมาก555
    #378
    0
  13. #377 Paladin112 (@lalinyada) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:43
    ไม่ใช่ว่าหักมุมตอนหน้านะ
    #377
    0
  14. #376 PHA-MIN (@PHA-MIN) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:32

    ชอบบ เอาโมเม้น2คนไปเรื่อยๆเลยยยยยยยย
    #376
    0
  15. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:19
    เกลียดดด-จ้อนโตฉิน....
    #375
    0
  16. #374 คุณหนูอยากรวย (@poroon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    เมะนอนสลบ ในขณะที่ยัยน้องเหมือนโดปยา
    #374
    0
  17. #373 Arany Min Crystal (@kazejuon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:16
    แค่กๆ วลีล่างสุดนั้น จริงแท้แน่นอน...คนอ่านที่อยู่ตรงนี้รู้สึกได้ถึงความละมุนและอ่อนโยนของเมะในโลกนี้...แค่กๆ น่าจะดุไม่พอน่ะ
    #373
    0
  18. #372 Tzarr (@Tzarrr) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 01:16
    สนุกมากเลย ขอบคุณที่แปลค่ะ ลุ้นๆ
    #372
    0