[นิยายแปล] The Perfect Destiny โชคชะตาที่แสนจะเพอร์เฟ็ค BL

ตอนที่ 33 : Ch33 – นี่มันจะแปลกเกินไปแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    24 ต.ค. 62

Ch33 – นี่มันจะแปลกเกินไปแล้ว

 

อัลฟ่าที่ไม่อยากจะเป็นอัลฟ่า [3]

 

เฉินหลี่กัวนอนแผ่บนเตียงราวกับศพ

 

หลังจากได้รับ ‘บาดเจ็บ’ โดยยาจากฉินไป๋หยู เขาก็ใช้เวลาผ่านมาหลายวันบนเตียง

 

ความสามารถด้านร่างกายของอัลฟ่านี่ท้าทายสวรรค์มาก หลังจากแค่สุ่มๆพันแผลไปตามซีโครงที่หัก พวกมันกลับสมานด้วยตัวเองโดยไม่ต้องกินยาอะไรเสริมเลย

 

มากกว่านั้นระหว่างในช่วงพักนี้ ฉินไป๋หยูก็ไม่ได้ทำอะไรกับเฉินหลี่กัวอีก มันอธิบายได้ว่าเมื่อเขาไม่ได้คลั่งเขาก็ค่อนข้างขี้อายอยู่

 

เฉินหลี่กัวพูด “ฉันชอบคนไทป์นี้จัง น่ารักจริงๆ”

 

ระบบ : “... ...บอกฉันทีมันมีไทป์ไหนที่นายไม่ชอบบ้าง?”

 

เฉินหลี่กัว : “คนไทป์แบบนายไง”

 

ระบบ : “... ...” อยากจะตื้บคนจริงๆ

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างเศร้าใจ “เสียแค่มันค่อนข้างน่ากลัวตอนเขาเริ่มทำตัวคลั่งน่ะสิ”

 

ระบบคิดในใจอย่างเย็นชา ‘มันคงจะดีถ้าซี่โครงนายมันหักซะ!’

 

เฉินหลี่กัวจิ๊ปาก “เขาทั้งไร้เดียงสาและฉลาด ไม่ได้เหมือนพวกสินค้าที่มีดีแค่เปลือก”

 

ระบบได้แต่สงสัยในใจมันเอง ‘นี่สมองนายมันพังไปแล้วหรอ?’

 

“พลตรีลู่” และเมื่อเขาพูดถึงฉินไป๋หยู เขาก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายดังมาจากที่ไหนซักแห่ง

 

เฉินหลี่กัวเห็นฉินไป๋หยูเปิดประตูและเข้ามาพร้อมอาหารในมือ

 

อาหารบนถาดนั้นมีกลิ่นหอมอบอวลมาก และเฉินหลี่กัวก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าทั้งหมดที่ฉินไป๋หยูนำมาล้วนเป็นของที่เขาชอบ

 

ฉินไป๋หยูวางถาดลงตรงหน้าเฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวมองไปที่ฉินไป๋หยูอย่างสงสัย ในวันที่ผ่านๆมาอีกฝ่ายฉีดแค่สารอาหารให้เขา แล้วทำไมจู่ๆฉินไป๋หยูถึงเอาข้าวจริงๆมาให้วันนี้? หรือว่ามันจะเป็นแผนการอะไรบางอย่าง?

 

ฉินไป๋หยูพูดเบาๆขณะที่ยังยิ้ม “กินเถอะ ฉันไม่ได้ใส่อะไรลงไปในนี้ทั้งนั้น”

 

เฉินหลี่กัวครุ่นคิดและพบว่าฉินไป๋หยูไม่ได้มีเหตุผลที่ต้องโกหกเขา ดังนั้นเขาเลยปล่อยวางและหยิบถาดเข้ามาและเริ่มกินอย่างเปิดเผย

 

ฉินไป๋หยูนั่งข้างๆเฉินหลี่กัวอย่างเงียบเชียบและมองอีกฝ่ายกินอาหาร ดวงตาเขาเลื่อนมองไปทั่วร่างเฉินหลี่กัวและวนกลับมามองยังหน้าท้องของเฉินหลี่กัวที่ถูกพันไปด้วยผ้าพันแผล

 

“ผ่านไปหกวันแล้ว” ทันใดนั้นฉินไป๋หยูก็พูดขึ้น

 

การเคลื่อนไหวของเฉินหลี่กัวชะงัก สีหน้าของเขาเผยความระแวงออกมา

 

เมื่อเห็นอย่างนั้นฉินไป๋หยูก็พูดอย่างเบิกบาน “ผ่อนคลายเถอะพลตรีลู่ ยานั่นใช้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

 

เฉินหลี่กัวกัดปากดูไม่เชื่อในคำพูดของฉินไป๋หยูซักนิด

 

ฉินไป๋หยูแผ่มือออกไปข้างๆอย่างหมดหนทางและทำสีหน้าไร้เดียงสา 

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องโกหกคุณหรอก”

 

ก็จริง เห็นๆกันอยู่ว่าถ้าฉินไป๋หยูอยากจะทำอะไร เขาก็ตขัดขืนมันไม่ได้——เมื่อคิดอย่างนั้นเขาก็ตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อยอย่างบอกไม่ถูก

 

เฉินหลี่กัวกินข้าวของเขาเสร็จด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

ฉินไป๋หยูมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม จากนั้นจู่ๆก็เอื้อมมืออกมาสัมผัสที่มุมปากของเฉินหลี่กัวเบาๆ

 

เฉินหลี่กัวผงะทันทีโดยไม่ต้องคิดแต่ฉินไป๋หยูก็พูดอย่างใสซื่อ “มันมีเม็ดข้าวติดอยู่น่ะ” หลังจากพูดเสร็จเขาก็เขี่ยเม็ดข้าวนั้นมาเลียเข้าปาก

 

เฉินหลี่กัวขมวดคิ้วบางๆ

 

ฉินไป๋หยูพูดพร้อมรอยยิ้ม “อาหารพวกนี้ถูกปากพลตรีลู่รึเปล่า?”

 

เฉินหลี่กัวไม่พูดอะไร ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกผิดปกติกับร่างกายตัวเองขึ้นมา

 

ฉินไป๋หยูเห็นอีกฝ่ายค่อนข้างสับสนก็หัวเราะออกมา “งั้นฉันจะรออีกซักหน่อยแล้วกัน”

 

ไม่นานนัก เฉินหลี่กัวก็เข้าใจถึงความนัยของฉินไป๋หยู——แม่งเอ้ย กลีบดอกเบญจมาศเขากำลังกระสันอยาก

 

เฉินหรี่กัวสบถออกมา “ไอ้คนชั้นต่ำ”

 

ฉินไป๋หยูกระพริบตาและตอบกลับ “ฉันก็ไม่ได้คาดคิดว่าพลตรีลู่จะเชื่อฉันง่ายๆแบบนี้เหมือนกัน”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” ฉันผิดไปแล้ว นายมันไม่ต่างกับพวกสิาค้าที่ดีแต่เปลือกจริงๆ

 

ระหว่างที่ฉินไป๋หยูพูด เฉินหลี่กัวก็เหงื่อแตกไปทั่ว เขากัดฟันแน่นแต่ก็ได้เห็นว่าฉินไป๋หยูเริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเองตรงหน้าเขาอีกครั้ง

 

ครั้งนี้ฉินไป๋หยูถอดจนไม่เหลือแม้กระทั่งกางเกงชั้นในเขาก็โยนมันทิ้งไป ปกติแล้วเขาจะสวมเสื้อกาวน์สีขาวและแว่นตาที่ไม่ว่าใครเห็นก็จะคิดว่าเขาดูสุภาพและมีมารยาทอย่างดี

 

แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าพวกนั้นออกหมดมันก็เผยให้เห็นเรือนร่างอันแข็งแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ความจริงแล้วเขามีกล้ามหน้าท้องมากกว่าเฉินหลี่กัวถึงสองลูก

 

และต่อสิ่งนี้สีหน้าของเฉินหลี่กัวก็เต็มไปด้วยความรับไม่ได้อย่างเต็มที่

 

ฉินไป๋หยูพูด “ลองชิมรสชาติของอัลฟ่าบ้างก็ดูไม่ได้แย่เท่าไหร่”

 

เฉินหลี่กัวหอบหายใจหนัก เขาใช้พลังใจเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองเสียการควบคุม

 

ฉินไป๋หยูพูดเบาๆ “คุณไม่จำเป็นต้องไปฝืนมันหรอก ยานี้ไม่มีใครต่อต้านมันได้” 

 

เมื่อเขาพูดจบเขาก็มอบจูบให้เฉินหลี่กัวอย่างละเมียดละไม——ไม่เหมือนตอนที่ต่อสู้กับเฉินหลี่กัวก่อนหน้านี้ ครั้งนี้เขาอ่อนโยนมากๆ

 

เฉินหลี่กัวหอบหนักและต้องการจะผลักร่างอีกฝ่ายออกไปแต่ร่างกายเขาไม่มีแรงซักนิด

 

ฉินไป๋หยูมองไปที่เฉินหลี่กัวอย่างหลงใหลและพูดออกมาบางเบา

 

“พลตรีลู่ ฉันชอบคุณมากจริงๆ”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” อะไรจะบังเอิญอย่างนี้ ฉันก็ชอบตัวเองมากเหมือนกัน

 

ฉินไป๋หยูก้มตัวลงมาจูบที่ริมฝีปากของเฉินหลี่กัวและทั้งคู่ก็พัวพันกันและกันอย่างที่บรรยายไม่ได้

 

หลังจากนั้น

 

เฉินหลี่กัวนอนแผ่บนเตียงอย่างไร้วิญญาณ ข้างๆเขาคือฉินไป๋หยูที่นอนหลับอย่างสงบขณะที่กอดร่างเขาไว้ในอ้อมแขน ถึงอย่างนั้นเขาก็รวบรวมพลังใจและพูดกับระบบ

 

“ฉันอยากเปลี่ยนโลกใหม่”

 

ระบบที่พึ่งพัวพันไม่ต่างกันแต่พัวพันกับฟังก์ชั่นป้องกันความเป็นส่วนตัวก็สงสัยขึ้นมา “ทำไมล่ะ?”

 

เฉินหลี่กัวสะอื้น “ร่างนี้มันมีบางอย่างผิดปกติ”

 

ระบบเข้าใจได้ในทันทีแต่เพื่อแกล้งทำเป็นไม่รู้ มันเลยถามต่อ “ผิดปกติยังไง?”

 

เฉินหลี่กัวลุกลี้ลุกลน “มัน ไอ้นั่นมัน… ...”

 

ระบบ : “มัน?”

 

เฉินหลี่กัวหัวร้อนและตะโกนเสียงดัง “มันไม่แข็ง มันไม่แข็งน่ะสิรู้มั้ย!”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “รู้สึกดีงั้นหรอ มันมีแต่เขาที่รู้สึกดี! ฉันไม่ได้มีความสุขด้วยเลยซักนิด!”

 

ระบบ : “ไม่มีความสุขเลยจริงๆ?”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...ก็มีนิดนึง”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “นิดนึงประมาณนิ้วก้อยได้”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “เออ ก็ได้ความจริงแล้วฉันก็รู้สึกดีมากเหมือนกันแหละ”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวเห็นระบบไม่พูดอะไรต่อเป็นเวลานาน เขาก็พูดต่อ

 

“ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไม่เลวนักแต่มันเป็นความภาคภูมิใจของลูกผู้ชายน่ะ นายเข้าใจถึงความภาคภูมิใจนั่นมั้ย?”

 

ระบบตอบช้าๆ “ไม่เข้าใจ”

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างเศร้าใจ “ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็นระบบแบบนี้”

 

มันเป็นไปไม่ได้ตามหลักความจริงสำหรับการที่อัลฟ่าจะคู่กันเอง มันก็น่าประหลาดใจมากที่ฉินไป๋หยูแข็งตัวกับเฉินหลี่กัวที่เป็นอัลฟ่าด้วยกันได้ ไม่เหมือนเฉินหลี่กัวที่เป็นปกติและไม่มีการตอบสนองต่อฉินไป๋หยูแม้แต่น้อย——ตั้งแต่ต้นจนจบมันไม่แข็งตัวขึ้นมาซักนิด

 

และเฉินหลี่กัวผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพร่างกายของอัลฟ่าแม้แต่น้อย เขาก็ได้รับบาดเจ็บทางจิตใจอย่างมาก

 

เมื่อเห็นว่าระบบเมินตัวเอง เฉินหลี่กัวก็รู้สึกเหงาหงอยราวกับว่าเขาถูกโลกทั้งใบทอดทิ้ง เขาตัวสั่นระริกและพูด

 

“ฉันที่เป็นคนบอบบางแบบนี้แท้ๆ แต่นายก็ยังทำกับฉันอย่างโหดเหี้ยมได้ลง นายเชื่อมั้ยว่าฉันสามารถแตกสลายให้นายเห็นได้ตอนนี้เลย รู้มั้ย?”

 

ระบบ : “... ...” พระเจ้า เจ้านี้มันปัญญาอ่อนจริงๆ

 

เป็นอีกครั้งที่เฉินหลี่กัวโถมตัวลงกับพื้นและกลิ้งไปมาเพื่อสร้างฉากงอแงไร้เหตุผลออกมา เมื่อเขาทำเสร็จและพบว่าระบบไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวที่จะสนใจตัวเอง เขาก็ยอมแพ้อย่างรวดเร็ว

 

เฉินหลี่กัว : “นายไม่ได้รักฉันซักนิด”

 

ระบบไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

 

ด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าโศกที่คลอในดวงตา เฉินหลี่กัวก็ล้มตัวนอนและคิดในใจว่าเขาได้เสียความรักของระบบไปหมดแล้ว——ถ้าในอดีตมันมีความรักด้วยอ่ะนะ

 

วันต่อมาฉินไป๋หยูตื่นขึ้นก่อนเฉินหลี่กัว เขามองไปข้างๆและเห็นใบหน้าของเฉินหลี่กัวที่นอนหลับอยู่ เมื่อคิดได้ว่าตัวเองได้ชิมอีกฝ่ายไปแล้วเมื่อคืน มุมปากของเฉินหลี่กัวก็ยกขึ้นอย่างอดไม่ได้และกลายเป็นรอยยิ้มอันอ่อนโยน

 

แต่เมื่อรอยยิ้มนั้นถูกฉินไป๋หยูรับรู้เข้า เขาก็ระงับสีหน้าตัวเองก่อนจะเปลี่ยนไปยิ้มอีกแบบ——ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนี่จะดูดีแต่มันก็ดูไม่จริงใจซักนิด

 

เฉินหลี่กัวก็ตื่นขึ้นไม่ต่างกัน เขามึนงงและยังสับสน ตอนที่เขาลืมตาและเห็นฉินไป๋หยูนอนเอาแขนชันคางและเต็มไปด้วยรอยยิ้มมองมาข้างๆตัวเขาเองอยู่

 

“อรุณสวัสดิ์” ฉินไป๋หยูทักทายอย่างอบอุ่น

 

เฉินหลี่กัวไม่ตอบ เขายังคงได้รับบาดเจ็บจากเมื่อวานอยู่ การที่ไม่สามารถแข็งตัวได้มันร้ายแรงมากสำหรับผู้ชายคนนึง ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวจะเป็นรับมาตลอดที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเขาจะฟินไปกับการเป็นรับมันก็ไม่ได้ความว่าเขาไม่ต้องการไอ้นั่นนี่หว่า!

 

ฉินไป๋หยู่เห็นสายตาของเฉินหลี่กัวก็เข้าใจว่าเฉินหลี่กัวกำลังหงุดหงิดกับเรื่องเมื่อวาน——สำหรับอัลฟ่าที่ถูกขึ้นขย่มจากอัลฟ่าด้วยกัน สำหรับอัลฟ่านั้นมันก็คงไม่ต่างจากถูกฟ้าผ่าท่ามกลางแสงแดด

 

เขาจูบไปที่หน้าผากมนของเฉินหลี่กัวอีกครั้งและพูดออกมาเบาๆ “หยุนฉี”

 

เฉินหลี่กัวเมินฉินไป๋หยู

 

แต่ฉินไป๋หยูก็ไม่ได้ใส่ใจ เขามองไปในตาของเฉินหลี่กัวและพูด “เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

 

เฉินหลี่กัวไม่ยอมที่จะพูดตอบอะไรกับฉินไป๋หยูและเอื้อมมือออกมาปิดหน้าตัวเอง

 

ฉินไป๋หยูถอนหายใจในใจ รับรู้ได้ว่าเฉินหลี่กัวได้ถูกต้อนมากเกินไปแล้วเขาเลยลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากประตูไป

 

อารมณ์ของเฉินหลี่กัวนั้นค่อนข้างขมุกขมัว ระหว่างที่เขานอนแผ่บนเตียงเขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่ต่างจากปลาหมึกที่แห้งเหี่ยวเพราะดวงอาทิตย์ ระบบดูไม่มีทีท่าจะปลอบโยนเขาเช่นกัน ดังนั้นเฉินหลี่กัวก็อยู่อย่างเงียบเฉียบไปแบบนั้น

 

จนกระทั่งมันมีเสียงดังออกมาจากประตูเบาๆ

 

ทีแรกเฉินหลี่กัวคิดว่าฉินไป๋หยูกลับมา และไม่ได้คาดคิดว่าจะได้ยินเสียงของอันเปาชี

 

“พลตรี” และเมื่ออันเปาชีเข้ามาเขาก็ได้เห็นเฉินหลี่กัวนอนบนเตียงในทันที

 

แม้ว่าท่อนร่างของเฉินหลี่กัวจะถูกผ้าห่มคลุมอยู่ แต่ท่อนบนเขาก็ถูกเปิดเผยและรอยช้ำบนมันก็บ่งบอกได้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับเขามา

 

ดวงตาของอันเปาชีแดงช้ำขึ้นมาทันใด เขาไม่เคยคิดเลยว่าอัลฟ่าที่เป็นผู้บัญชาการอย่างลู่หยุนฉีจะรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องมาเผชิญกับเรื่องพวกนี้

 

มากกว่านั้นมันเป็นเพราะตัวเขาเอง ถ้าเขาไม่ได้ทรยศลู่หยุนฉี ลู่หยุนฉีก็คงไม่ตามหาเขา ถ้าไม่ใช่เพราะลู่หยุนฉีคาดหวังในตัวเขา เขาก็คงไม่โผล่มาที่เรือของอันชีลู่และถูกจับตัว และสิ่งที่ตามมานี่ก็คงไม่เกิดขึ้น… ... เมื่อคิดถึงตรงนี้ อันเปาชีก็มีพลังใจที่จะแก้ไขเรื่องนี้จากก้นบึ้งหัวใจของเขา ก่อนจะเรียกอีกฝ่ายเบาๆอีกครั้ง

 

“พลตรี”

 

เฉินหลี่กัวเลื่อนสายตาขึ้นและพบกับอันเปาชีแต่เขาก็ไม่อยากจะพูดตอบอะไร

 

อันเปาชีเดินตรงมาและกุมมือของเฉินหลี่กัวก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “คุณทรมาณมาก”

 

เฉินหลี่กัวที่ไม่ได้พูดอะไรเมื่อเขารู้สึกได้ถึงนิ้วของอันเปาชีกำลังแตะบนมือของตัวเองเป็นจังหวะ เขาก็เข้าใจสิ่งที่อันเปาชีพยายามจะสื่อกับเขาอย่างรวดเร็ว

 

ห้าวัน, หนี, ประตู, รอ, ด้วยกัน คำพวกนี้คือความหมายของพวกมัน

 

เฉินหลี่กัวปิดตาและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “นายไปได้แล้ว”

 

ดวงตาของอันเปาชีเบิกกว้างและน้ำตาก็ไหลรินออกมา เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “พลตรี ท่านโทษผมรึเปล่า?”

 

เฉินหลี่กัวยิ้มหยันตัวเอง ปกติแล้วเขาเป็นคนเงียบๆ ถึงแม้ว่าเขาจะถูกกดขี่โดยฉินหลี่กัวเมื่อวาน เขาเพียงแค่เผยความอ่อนแอเพียงเล็กน้อย มันดูเหมือนมีแค่เมื่อตอนที่อยู่กับอันเปาชี เขาถึงมีอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม

 

เขาพูด “มันจะแปลกอะไร? ไม่ว่าใครก็ต่างมีเจ้านายเป็นของตัวเอง”

 

อันเปาชีร้องไห้อย่างเสียใจมากขึ้น เขากุมมือเฉินหลี่กัวไว้แน่นก่อนจะค่อยๆคุกเข่าตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วแนบหน้าตัวเองลงไป 

 

“ผมขอโทษ พลตรีลู่ ผมขอโทษ… ...”

 

เฉินหลี่กัว “ไปซะ”

 

อันเปาชีส่ายหัว “ผมไม่ไป ให้ผมเจอท่านอีกครั้ง ให้ผมเจอท่านอีกครั้งเถอะ”

 

เฉินหลี่กัวหยุดพูดและถอนหายใจข้างใน——ไปเถอะ ฉันแข็งตัวไม่ได้ ฉันมอบความสุขให้นายไม่ได้หรอก ออกไปแล้วหาคนใหม่ซะนะ

 

อันเปาชีร้องไห้เสียใจหนัก ตามธรรมชาติของโอเมก้าทำให้พวกเขาค่อนข้างอ่อนไหวและต่อมน้ำตาก็ค่อนข้างเยอะ เขาร้องไห้หนักมากจนมีร่องรอยน้ำเป็นวงที่พื้น

 

เฉินหลี่กัวกลัวว่าอีกฝ่ายจะตาพังไปเพราะร้องไห้เลยรีบพูดขึ้น “อย่าร้อง”

 

อันเปาค่อยๆหยุดแล้วสะอื้น “พลตรี ผมทำให้ท่านผิดหวัง”

 

เฉินหลี่กัวไม่ได้ตอบอะไรกลับ

 

อันเปาชีไม่คิดว่าตัวเองจะถูกลู่หยุนฉีให้อภัย เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชที่หยุนฉีเผชิญ เขาก็ต้องการช่วยอีกฝ่ายหนีมากขึ้นกว่าเดิม เขาปล่อยให้พลตรีของตัวเองกลายเป็นโอเมก้าไม่ได้ มันต้องทำลายตัวตนอีกฝ่ายแน่ๆ

 

อันเปาชีพูด “ผมต้องไปแล้ว”

 

เฉินหลี่กัวตอบ “ไปเถอะ”

 

อันเปาชีฝืนใจตัวเองและพูดออกมา “ผมจะมาพบท่านอีกครั้ง”

 

เฉินหลี่กัวมองไปที่แก้มน่ารักของอีกฝ่ายและจมดิ่งไปในภวังค์ เขาคิดในใจอย่างท้อแท้ ‘คิ้วท์ตี้ พวกเรามันไม่มีอนาคตต่อกันได้’

 

อันเปาชีจากไปเมื่อเขาพูดจบ เมื่อขาเข้าผ่านออกประตูไป ฉินไป๋หยูก็เดินเข้ามา เดาได้ว่าการเยี่ยมของอันเปาฉีต้องได้รับอนุญาตจากอีกฝ่ายแน่แท้

 

“นี่คุณชอบมันมากใช่มั้ย?” ฉินไป๋หยูพูดประโยคนี้ทันทีเมื่อเปิดปากขึ้น

 

แล้วเฉินหลี่กัวจะตอบได้ยังไง? ทั้งร่างเขาเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม ถ้าไม่ใช่ว่าเขากลัวทำลายคาแรกเตอร์ตัวเอง เขาคงร้องไห้ออกมาทุกเมื่อได้ง่ายๆ

 

“ถึงแม้ว่ามันจะทรยศนาย แต่นายก็ยังไม่ว่าอะไรเลย?” ฉินไป๋หยูยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นทำให้คนเห็นรู้สึกใจเย็นเหยียบด้วยความกลัว 

 

“น่าสนใจจริงๆ”

 

เฉินหลี่กัวยังคงไม่พูดอะไรออกมา

 

ฉินไป๋หยูมองท่าทางเงียบงันของอีกฝ่ายจากนั้นก็เอื้อมมือออกไปล็อกคางอีกคนก่อนจะพูดบางเบา

 

“ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย? หรือมันแค่ตอนที่เจอหน้ามัน คุณถึงจะมีสีหน้าเพิ่มจากเดิม?”

 

เฉินหลี่กัวสะบัดมือฉินไป๋หยูออกอย่างเย็นชา

 

ฉินไป๋หยูโดนสะบัดมือทิ้งแต่เขาก็ไม่รู้สึกอะไร เขามองไปที่เฉินหลี่กัวอย่างครุ่นคิดและพูดเบาๆ

 

“ฉันเริ่มคาดหวังมันแล้วสิ” คาดหวังว่าคนอย่างคุณที่เยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวตอนกลายเป็นโอเมก้าแล้วจะเป็นยังไง

 

แต่อย่างไรก็ตามตั้งแต่ฉินไป๋หยูได้เริ่มทำเรื่องลามกกับร่างกายเฉินหลี่กัวไป เห็นได้ชัดว่าการควบคุมตัวเองของเขาไม่ดีเหมือนก่อนหน้านี้ ฉินไป๋หยูเริ่มที่จะตัวติดกับเฉินหลี่กัวตั้งแต่เช้าจนมืด และทุกๆวันเขาก็จะเสิร์ฟอาหารจานพิเศษให้เฉินหลี่กัว

 

ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายได้ถูกทำไปครั้งนึงแล้ว แต่เฉินหลี่กัวก็ยังกินและนอนเป็นปกติ ความสงบนิ่งพวกนั้นทำให้ฉินไป๋หยูเดาะลิ้นอย่างสงสัย เขารู้ดีว่าถ้าอัลฟ่าทั่วไปต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ บางทีพวกเขาอาจจะสติแตกไปแล้ว เขาคาดไม่ถึงว่าลู่หยุนฉีจะแข็งแกร่งและไม่แสดงท่าทางวิตกกังวลแม้แต่น้อย มันราวกับว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าการเป็นโอเมก้าคืออะไร

 

แต่ท่าทางของลู่หยุนฉีก็ทำให้ฉินไป๋หยูสนใจในตัวอีกฝ่ายมากขึ้นเช่นกัน

 

ห้าวันต่อมา อันเปาชีไม่ได้หลอกเฉินหลี่กัว เขามาตามที่บอกไว้จริงๆ

 

เมื่อเขามาถึงเขาก็รีบปลดล็อกพันธนาการของเฉินหลี่กัวออกและเอาเสื้อสูทให้อีกฝ่าย

 

“พลตรีรีบใส่มันเถอะ”

 

เฉินหลี่กัวพยักหน้าและไม่มีความอายต่ออันเปาชี เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงหน้าอีกฝ่ายทันที

 

อันเปาชีมองไปที่ร่างกายของเฉินหลี่กัวด้วยแก้มแดงๆ แต่ตั้งแต่เริ่มจนจบเขาก็ไม่ได้เลื่อนสายตาตัวเองซักนิด——เพราะมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เจอกัน

 

เฉินหลี่กัวรีบเปลี่ยนจนเสร็จและอันเปาชีก็พูด “มากับผม”

 

ทั้งคู่ออกมาจากที่ๆกักตัวเฉินหลี่กัวเอาไว้

 

อันเปาชีพูด “พวกเรามีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว… ...ท่านต้องแน่ใจว่าจะหนีไปให้ทันก่อนที่เขากลับมา” และ ‘เขา’ ที่พูดถึงก็หมายถึงฉินไป๋หยู

 

เฉินหลี่กัวตามอันเปาชีไปเงียบๆตลอดทาง

 

อันเปาชีพาเฉินหลี่กัวมายังห้องเครื่องกลเคลื่อนย้ายขนาดเล็ก เขาเอากุญแจออกมาจากกระเป๋าและมอบให้กับเฉินหลี่กัว

 

“ผมได้เตรียมเส้นทางไว้ให้ท่านแล้ว พลตรี ลาก่อนครับ”

 

เฉินหลี่กัวถาม “แล้วนายล่ะ?”

 

ดวงตาของอันเปาชีเจิดจ้าขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าแม้แต่ในเวลาแบบนี้ เฉินหลี่กัวก็ยังคงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยตัวเอง เขาพูดตอบด้วยน้ำเสียงสั่นระริก

 

“ผมไม่เป็นไรหรอก พี่ชายผมก็อยู่ที่นี่ ฉินไป๋หยูไม่ทำอะไรผมได้”

 

เฉินหลี่กัวมองไปยังหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมอีกฝ่าย

 

ดวงตาของอันเปาชีแดงระเรื่อ เดาได้ว่าเขายังมีเรื่องที่อยากจะพูดกับเฉินหลี่กัวมมากมาย แต่เวลานี้มันไม่เหมาะที่จะพูดออกมาได้ เขาทำได้แค่พูดประโยคนึงออกมา

 

“พลตรี โปรดดูแลตัวเองด้วยนะครับ” หลังจากเขาพูดจบก็ทำท่าเคารพต่อเฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวพยักหน้า “ดูแลตัวเองด้วย” เขาไม่ลังเลที่จะทำท่าวันทยหัตถ์กลับจากนั้นก็เปิดเครื่องกลเครื่องย้ายและเสียบกุญแจลงไป

 

อันเปาชีสูดหายใจหนักๆ และเดินออกมาจากห้องตรงหน้าก่อนจะกดสวิตช์เปิดประตูเพื่อออกไปด้านนอก เขาได้ยินเสียงดังก้องจากข้างในห้องระหว่างที่เครื่องกลเคลื่อนย้ายกำลังเริ่มขึ้น เสียงนั้นค่อยๆหายไปจากระยะการได้ยินทิ้งไว้เพียงแต่ความเงียบงัน

 

อันเปาชีพิงตัวไปที่ผนังและค่อยๆไถลลงมานั่งบนพื้น เขาก้มหน้าลงไปซบกับแขน เขาห้ามตัวเองหยุดร้องไห้ไม่ได้

 

มันเป็นครั้งแรกที่เฉินหลี่กัวได้ผ่านการเคลื่อนย้ายจากเครื่องนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีความทรงจำเรื่องนี้อยู่ แต่เขาก็ทนมันไม่ได้เพราะเป็นครั้งแรก มันน่ากลัวและน่าหวาดเสียวจริงๆ

 

ข้างนอกหน้าต่างมีดวงดาวฉายแสงและท้องฟ้าสีมืดสนิทราวกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต ผู้คนที่ได้เดินทางมาล้วนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตกระจ้อยร่อย

 

เฉินหลี่กัวตกใจกับทัศนียภาพเป็นเวลานาน เขาพูดอะไรไม่ออก

 

จนกระทั่งหลายชั่วโมงต่อมาที่เขาได้ออกมาจากเงื้อมือของฉินไป๋หยูแล้ว เขาถึงได้พูดประโยคนึงออกมา

 

“ระบบ ฉันอยากกลับบ้าน”

 

ระบบถาม “กลับไปแล้วทำอะไรต่อ?”

 

เฉินหลี่กัว : “กลับไปเพื่อพบกับหัวกะหล่ำปลีขาวตัวน้อยๆ ที่ฉันดูแลมันมาอย่างยากลำบากนั่นกำลังโดนหมูขุดขึ้นมาไง”

 

ระบบ : “... ...”

 

ยิ่งเฉินหลี่กัวคิดมากขึ้นมันก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ เขาอดไม่ได้ที่จะพูด “ถ้าฉันได้ฟื้นคืนชีพ ฉันคงต้องไปร่วมงานแต่งเขาแล้วแน่ๆ แม่จ๋า——แค่คิดก็รู้สึกสะเทือนใจแล้ว”

 

ระบบ : “... ...”

 

แต่เฉินหลี่กัวก็กระปรี้กระเปร่าในไม่ช้าและพูดต่อ “แต่ช่างเถอะ ฉันได้มีช่วงเวลาที่ดีกับหนุ่มหล่อมากมายแล้วนี่นา จิ้ ตอนนี้มันมีแค่ปัญหาเดียวเท่านั้น”

 

ระบบ : “ปัญหาอะไร?”

 

เฉินหลี่กัวตอบ “โลกนี่มันมีบุรุษเวชอยู่รึเปล่า?”

 

ระบบกลับสู่ความเงียบตามปกติ มันคิดอย่างเย็นชาในใจ ถึงแม้ว่ามันจะมีบุรุษเวชที่มันไม่แน่ใจนักอยู่จริง แต่อย่างไรหมอก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องที่อัลฟ่าแข็งตัวกับอัลฟ่าด้วยกันไม่ได้อยู่ดี

 

เฉินหลี่กัวพูด “ถ้าอาการนี้มันไม่สามารถรักษาหายได้ ฉันก็คงมีชีวิตอยู่ต่อไม่ไหว”

 

ระบบ : “นายจะรู้ได้ยังไงว่าโลกหน้าร่างกายนายจะไม่เป็นแบบนี้อีก?”

 

เฉินหลี่กัวพูดตอบอย่างรวดเร็ว “งั้นมันก็จริงสินะที่นายจงใจทำมัน ใช่มั้ย?”

 

ระบบแสร้งทำเป็นถูกตัดการเชื่อมต่อ

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างโมโห “นี่ฉันทำตัวกับนายไม่ดีขนาดนั้นเลยหรอ? นายถึงทำกับฉันแบบนี้ได้ ฉันก็แค่เด็กน้อยตาดำๆ!”

 

ระบบแค่นหัวเราะอย่างเย็นยะเยือกในใจ ‘มันมีเด็กที่ไหนมากังวลทั้งเช้าและเย็นเรื่องแข็งตัวไม่ได้กันวะ?!’

 

ระหว่างที่เฉินหลี่กัวหัวร้อนและระบบก็เงียบสนิท ทั้งคู่ก็ได้ผ่านมาถึงสหพันธ์มิตรในเวลาสามวัน เมื่อพวกเขาได้มาถึงจุดหมายที่ถูกตั้งไว้โดยอันเปาชีก็ได้เห็นป้อมปราการแนวหน้า

 

เมื่อทหารของสหพันธ์มิตรเห็นเครื่องกลเคลื่อนย้ายขนาดเล็ก พวกเขาก็รีบถามผู้บังคับบัญชาตัวเองว่าจะต้องทำอย่างไรกับมัน

 

หลังจากเฝ้าดูซักพัก ผู้บังคับบัญชากาญก็ได้แน่ใจว่ามันเป็นแค่เครื่องกลเคลื่อนย้ายขนาดเล็กและสั่งให้คนของเขายืนดูและปล่อยให้เครื่องนั้นจอดลงสู่ลานจอด

 

“ท่านพลตรี!” เหล่าเจ้าหน้าที่พุ่งไปและเหล่าทหารก็แสดงความยินดี เขาพูดอย่างตื่นเต้น “ท่าน ท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆด้วย”

 

เฉินหลี่กัวเหลือบมองอีกฝ่ายและพูดสั้นๆ “ชื่ออะไร”

 

เจ้าหน้าที่คนนั้นยืดตัวตรง “เวลส์ ไอเคซ่าครับท่าน”

 

เฉินหลี่กัวถาม “เป็นอะไรกับนอร์แมน?”

 

เวลส์ตอบ “ลูกพี่ลูกน้องครับ!”

 

เฉินหลี่กัวเผยสีหน้าเหนื่อยล้าและพูดต่อ “ฉันต้องการพักผ่อน”

 

ดวงตาของเวลส์เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น “ได้ครับพลตรี ผมจะเตรียมห้องพักให้ท่านเดี๋ยวนี้——ต้องการส่งข่าวว่าท่านยังมีชีวิตอยู่เลยหรือไม่ครับ?”

 

เฉินหลี่กัวครุ่นคิดซักพักก่อนจะพยักหน้า “ส่งข่าวกลับไปเลย” ในตอนนี้กองทัพทั้งสองอยู่ในภาวะสงคราม และความจริงที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็เป็นกำลังใจให้แก่สหพันธ์มิตรได้

 

ห้องที่เวลส์เตรียมให้สำหรับเฉินหลี่กัวก็คือบ้านของเขาเอง

 

เฉินหลี่กัวไม่ได้ใส่ใจนัก เขาเหนื่อยมากจริงๆและล้มตัวนอนจากนั้นก็หลับลึกไปในทันทีที่แตะเตียง ไม่รับรู้เลยว่าเพราะการที่ตัวเองได้หายไปมันจะทำให้ฉินไป๋หยูเกือบจะระเบิดออกมาด้วยความโกรธ

 

ฉินไป๋หยูรู้ว่าอันเปาชีมีความสนใจในตัวลู่หยุนฉี แต่เขาไม่รู้มาก่อนว่าอันเปาชีมีความกล้าที่จะปล่อยตัวลู่หยุนฉีเป็นอิสระ

 

หลังจากอันชีลู่รู้เรื่องนี้ เขาก็ตบหน้าอันเปาชี แต่ในเมื่อทุกอย่างมันก็ได้ทำลงไปแล้วยังไงอันเปาชีก็เป็นน้องชายตัวเอง ดังนั้นถึงแม้ว่าอันชีลู่จะโกรธ แต่เขาก็ยังคงปกป้องอันเปาชีอยู่ดี

 

ฉินไป๋หยูแค่นหัวเราะและพูดกับอันเปาชีที่คุกเข่าลงอยู่บนพื้นด้วยความทรมาณ “แกคิดจริงๆหรอว่าเขาจะหนีไปได้น่ะ?”

 

ขอบตาของอันเปาชีแดงกล่ำราวกับกำลังร้องไห้

 

ฉินไป๋หยูมองไปที่อันชีลู่และพูดกับอีกฝ่ายอย่างไร้อารมณ์ 

 

“เฝ้าน้องชายนายไว้ดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันก็รับปากเรื่องข้อตกลงของเราไม่ได้ว่ามันจะไม่ถูกยกเลิก” 

 

เมื่อเขาพูดจบก็จากไป ทั้งร่างเขาปล่อยฟีโรโมนออกมาจนน่ามึนหัว

 

อันชีลู่มองไปที่น้องชายตัวเองก่อนจะขบฟัน “นายรู้มั้ยว่าทำอะไรลงไป? ท้าทายคนอื่นมันก็แย่แล้วแต่นายกับไปท้าทายคนอย่างเจ้านั่น”

 

อันเปาชีพูดอย่างขมขื่น “พี่ชาย ผมรักเขา”

 

อันชีลู่ส่ายหาย “นายมันบ้าไปแล้ว ควบคุมตัวเองให้ดีซะ”

 

อันเปาชีหัวเราะขื่นๆระหว่างที่ได้ยินอันชีลู่กระแทกประตูปิดลง

 

เฉินหลี่กัวได้นอนพักอย่างดีและสภาพร่างกายที่อ่อนล้าของเขาในที่สุดก็ได้ฟื้นตัว เขาลุกขึ้นบนเตียงแล้วถามระบบเรื่องการหาตัวบุตรสาวแห่งโชคชะตา

 

หลังจากระบบตรวจสอบแล้ว มันก็บอกตำแหน่งคร่าวๆของเธอให้เขา

 

เฉินหลี่กัวย่นจมูกและพยักหน้า “ไปกันแล้วทำให้มันจบๆเถอะ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขามุ่งมั่นอยากจะทำภารกิจให้เสร็จ

 

เมื่อระบบเห็นเฉินหลี่กัวมีประสิทธิภาพขึ้นมันก็เริ่มขึ้นถึงเรื่องการเลือกโลกต่อไปให้เฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวผลักประตูเปิดและออกมา เมื่อเขาออกมาก็เห็นเจ้าหน้าที่คนที่ต้อนรับเขาก่อนห้นายืนอยู่ตรงประตู เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นเห็นเฉินหลี่กัว สีหน้าของเขาก็เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น 

 

“ท่านลู่ เหล่าแนวหน้าได้ถูกส่งข่าวกลับมาให้ท่านไปที่ดาวปีกไสว”

 

เฉินหลี่กัวพยักหน้า “นายช่วยฉันหาใครบางคนบนดาวพุธได้รึเปล่า?”

 

เวลส์ตอบ “ได้แน่นอนครับ”

 

เฉินหลี่กัวพูด “ในกลุ่มหมอทหารบนดาวพุธมันมีคนที่ชื่อหลวนเฟยเฟยอยู่”

 

เวลส์พยักหน้า “ครับท่าน แล้วผมควรพาตัวเธอมาที่นี่เลยมั้ยหลังจากเจอเธอแล้ว?”

 

เฉินหลี่กัวคิดซักพักก่อนจะตอบ “ใช่”

 

เขารู้สึกไม่ดีนักที่ทิ้งหลวนเฟยเฟยไว้เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ถ้าสถานะโอเมก้าของเธอถูกเปิดเผย มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะไม่ถูกประทับตรา

 

ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมจะต้องถูกลบทิ้งไปซะ

 

เวลส์เป็นคนที่มีประสิทธิภาพมาก แค่ในเวลาสองวันหลวนเฟยเฟยก็ถูกเจอตัว

 

หลวนเฟยเฟยไม่รู้ว่าทำไมผู้บังคับบัญชาการของเธอกำลังมองหาตัวเอง แต่เธอก็รู้สึกร้อนตัว เธอเลยระวังตัวมากเมื่อได้มาพบกับเฉินหลี่กัว

 

“พลตรีลู่ ท่านกำลังมองหาฉันอยู่หรอ?” หลวนเฟยเฟยมีใบหน้าที่ดูเด็กและน่ารักมาก ความสามารถด้านการแพทย์ของก็ก็โด่งดังไปทั่วดาวพุธ ถ้าเธอไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพราะเพศโอเมก้าของตัวเอง บางทีเธออาจจะประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็เป็นได้

 

“ใช่” เฉินหลี่กัวพยักหน้า “เธอจะต้องไปดาวปีกไสวกับฉัน”

 

“ขอถามหน่อยได้มั้ยคะว่าทำไม?” หลวนเฟยเฟยมีเหงื่อไหลซึมตามหน้าผาก เธอไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอปลอมเป็นเบต้าถูกเปิดเผยแล้วรึยัง

 

เฉินหลี่กัวตอบเบาๆ “ทำไมต้องถามจุกจิก?”

 

หลวนเฟยเฟยหัวเราะขืนๆออกมา รู้ดีว่าเฉินหลี่กัวจะไม่ตอบคำถามเธอ

 

หลังจากหาตัวหลวนเฟยเฟยพบแล้ว เฉินหลี่กัวก็รับกลับไปยังดาวปีกไสว

 

เหล่าคนตำแหน่งสูงไม่คาดคิดว่าเฉินหลี่กัวจะยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเมื่อพวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายรอดชีวิตสิ่งแรกที่พวกเขาต้องการรู้ก็คือ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

เฉินหลี่กัวอธิบายสิ่งที่พบมาง่ายๆ แน่นอนว่าเก็บเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เขาถูกวางยาและเรื่องที่ทั้งอันชีลู่กับอันเปาชีเป็นโอเมก้าไว้

 

ถึงแม้เฉินหลี่กัวจะมีชีวิตรอด เนื่องจากสถานะพิเศษของเขาจึงต้องถูกจับตามองระยะนึงก่อนที่เขาจะได้คืนตำแหน่ง

 

สีหน้าของเฉินหลี่กัวไม่ได้ขัดขืนอะไรและแสดงความสงบออกมาต่อการซักถามของพวกนั้น

 

ตั้งแต่ที่หลวนเฟยเฟยได้มาถึงดาวปีกไสว เธอก็กลัวอย่างหนัก หลังจากที่เฉินหลี่กัวถูกซักถามแล้ว สิ่งแรกที่เขาพูดเมื่อพบเธอก็คือ

 

“เธออยู่ข้างๆฉันตั้งแต่นี้ไปซะ”

 

หลวนเฟยเฟยมองกลับด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับกระรอกตัวน้อยๆที่ตกใจ “แต่-แต่ว่า... ...”

 

เฉินหลี่กัวพูดต่ออย่างเย็นชา “ฉันจะไม่ทำอะไรกับเธอทั้งนั้น”

 

หลวนเฟยเฟยพูดตะกุกตะกักมาบางคำ เหมือนกับว่าเธออยากจะปฎิเสธ แต่ไม่รู้จะพูดออกมายังไง

 

เฉินหลี่กัวมองไปรอบๆและหลังจากแน่ใจว่าไม่มีคนอื่น เขาก็ลดเสียงลงและพูดออกมา

 

“อยู่ข้างๆฉันจนกว่าเธอจะหาอัลฟ่าที่เธอชอบเจอ”

 

เมื่อหลวนเฟยเฟยได้ยินเธอก็เผยสีหน้าหวาดกลัว เดาได้ว่าเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินหลี่กัวถึงรู้ว่าเธอเป็นโอเมก้าได้

 

เฉินหลี่กัวพูด “เข้าใจรึยัง?”

 

หลวนเฟยเฟยกระซิบตอบ “เข้าใจแล้วค่ะ”

 

เฉินหลี่กัวมองไปที่สีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจหนักหน่วงข้างในและพูดในใจว่า ‘สาวน้อย ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันแข็งตัวไม่ได้… ...’

 

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน

 

เมื่อเทียบกับหลวนเฟยเฟยที่ตัวสั่นด้วยความกลัว เฉินหลี่กัวนั้นค่อนข้างสงบนิ่ง มันมีเหตุผลเป็นสิบของความสงบนั้น ข้อแรกคือเขาชอบผู้ชาย ข้อสองเขาแข็งไม่ได้ ข้อสามเขาแข็งไม่ได้ ข้อสี่เขาแข็งไม่ได้ และข้อห้าก็คือ… …

 

ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายมันเป็นเพราะเฉินหลี่กัวแข็งตัวไม่ได้ มันเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้าที่เขาไม่มีแม้ความสุขสมด้วยมือในยามเช้าอีกต่อไปแล้ว

 

เป็นครั้งหนึ่งที่เฉินหลี่กัวได้ใช้ชีวิตอย่างใสสะอาดและบริสุทธิ์

 

เขานอนบนเตียงยามกลางคืนและพูดคุยกับระบบ “ฉันจำได้ถึงช่วงเวลาดีๆของวัยหนุ่มและความซิงอีกครั้งแล้วสิ”

 

ระบบตอบในใจของมัน ‘หุบปาก’

 

เฉินหลี่กัวพูด “ในตอนนั้นฉันยังหนุ่มและไม่เข้าใจว่ารักมันคืออะไร”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ไม่นานฉันก็ได้เรียนรู้ว่ามันคืออะไร”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “หลังจากนั้นมาฉันก็ปล่อยมือจากมันไม่ได้อีกเลย”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “เซ็กส์นี่มันเป็นสิ่งไม่ดี ฉันอยากจะละทิ้งเรื่องมันไปซะ”

 

ระบบ : “... ...” คิดว่าฉันจะเชื่องั้นหรอ?!

 

และในตอนที่เฉินหลี่กัวกำลังสาบานว่าจะปล่อยวางเรื่องเซ็กส์ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารเขาก็ดังขึ้น

 

เฉินหลี่กัวรับมันและพบว่ามันเป็นอีเมลจากคนนิรนาม และในอีเมลนั้นก็เป็นวิดีโอเล็กๆ

 

เฉินหลี่กัวสงสัย “นี่มันอะไรกัน?” เขากดเปิดมันและเสียงผู้ชายกำลังครางต่ำๆก็ดังเข้าสู่หูเขา

 

“เอ๋?” หน้าของเฉินหลี่กัวขึ้นสีระเรื่อ “โอ้ พระ——”

 

ระบบ : “ไม่ใช่นายจะละทิ้งเรื่องเซ็กส์งั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัว : “อีกนิดน่า ฉันดูมันไปครั้งเดียวเอง——เฮ้ นี่มันมีอะไรผิดปกติ!” 

 

ยิ่งเขาฟังเสียงนั้นมากขึ้น ความคุ้นเคยมันก็มากขึ้น เฉินหลี่กัวเลื่อนนิ้วและกดไปที่กลางวิดีโอ เมื่อเขาเห็นตัวเอกของวิดีโอใบหน้าของเขาก็มืดครึ้ม นั้นมันเขาไม่ใช่หรอที่ถูกกดลงแบบนั้น! แล้วคนข้างบนก็ไม่ใช่นอกจากไอ้โรคจิต ฉินไป๋หยู!

 

เฉินหลี่กัว : “โอ้ ขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ได้แข็ง”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ถึงแม้ว่าฉันจะแข็งมันก็คงกลัวจนหดลงแน่ๆ” 

 

สีหน้าตอนนี้เขาบูดเบี้ยวมาก——ไม่ว่าใครที่เห็นวิดีโอที่เล่นด้วยตัวเองแบบนี้ สีหน้าของพวกเขาก็คงย่ำแย่ไม่ต่างกัน

 

เฉินหลี่กัวกดหยุดวิดีโอและส่งกลับไปให้เจ้าของมันคำนึง : โรคจิต

 

เจ้าของนั้นไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจไม่นานนักอีกฝ่ายก็ส่งข้อความกลับมา : คุณคงไม่อยากให้ทั้งกองทัพได้เห็นวิดีโอนี่จริงมั้ย?

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” แค่คิดมันก็ทำให้เขาเริ่มตื่นเต้นแล้วสิ (หยอก)

 

เขาเงียบไปชั่วครู่และจากนั้นก็ทำได้แค่ส่งข้อความ : นายต้องการอะไร?

 

อีกฝ่ายส่งตอบ : เอาคุณไง

 

เฉินหลี่กัว : “... ...”

 

อีกฝ่ายส่งมาต่อ : ทำไมพลตรีถึงไม่พูดอะไรล่ะ?

 

เฉินหลี่กัวคิดในใจ ‘ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคนอย่างนาย’ จากนั้นก็ตอบกลับอย่างไม่เต็มใจ : เอาความจริง นายต้องการอะไรกันแน่?

 

อีกฝ่ายพูด : ต้องการคุณ

 

ในตอนที่เฉินหลี่กัวได้เห็นสิ่งนี้เขาก็ลมออกหูและเริ่มสาปแช่ง 

 

“ไปตายซะ! จิ้ ไอ้นี่มันบ้ารึไง? ทำให้ฉันเป็นแบบนี้แล้วยังอยาก อยาก อยากอยู่ได้ ทำไมไม่ทะลวงตูดตัวเองไปเลยล่ะงั้น!”

 

อีกฝ่ายเมื่อจะคิดอะไรได้บางอย่างก็ส่งข้อความมาอีก : จากทางด้านหลัง

 

เฉินหลี่กัวหัวร้อนอย่างหนักเขาตอบกลับไปด้วยข้อความว่า : มันมีไว้ขี้

 

อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับเป็นเวลานาน ใครจะรู้ว่าบางทีอาจจะขวัญหายเพราะความหน้าด้านของเฉินหลี่กัวก็เป็นได้

 

เฉินหลี่กัวสบถ “ถ้าเขาเอาวิดีโอฉันไปโชว์ให้คนอื่นเห็นล่ะก็ ฉันจะฆ่าตัวตายแล้วหนีไปทันที!”

 

ระบบ : “ฉันไม่คิดเลยว่านายจะมียางอายกับเขาด้วย”

 

เฉินหลี่กัวหัวเราะหยัน “คิดว่าฉันจะปล่อยให้คนอื่นรู้ว่าฉันแข็งตัวไม่ได้งั้นหรอ?”

 

ระบบ : “... ...” มันรู้อยู่แล้วว่าเจ้านี้จะพูดอย่างนี้!!!


—————————————

โห ทะลุสามสิบหน้าจนได้ OMG!

หาไวอาก้าให้น้องกินทีน่ามสานเสียจริม

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #484 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 04:34
    เกลียดดดดดด
    #484
    0
  2. #427 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:35
    555 ชอบโลกนี้จัง น้องเถื่อนมาก หลังจากที่ช็อกกับความจริงเรื่องนั้น น้องก็ไม่กลัวอะไรอีกเเล้ว 555 ประทับใจตอนบอกว่าเอาใว้ใช้ขี้มาก ไอดอลจริงๆ แต่แอบงงเรื่องเเข็งตัว ไม่ใช่ว่านางยังเเข็งได้ เเต่จะไม่เเข็งกับอัลฟ่าเฉยๆเหรอ หรือคือน้องนางยังไม่รู้เรื่องนี้
    ตอนนี้เริ่มจิ้นกับระบบเเล้ว น้องนี่งขี้อ้อน(เท้า)กับระบบมากจริง เข้าใจเลยว่าทำไมระบบอยากจะคืนสินค้า

    แต่โลกนี้คือเถื่อนจริง เอาจริงเลยรู้สึกว่าน้องจะกลายเป็นmอ่ะ ไปโลกไหนก็กระอักเลือดทุกที
    555คุณดร.คะ อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย เเต่ละคนที่พูดแบบนั้น น้องตายไปก่อมทุกที
    ชอบตอนนางบอกว่ารักตนเองมาก มันไม่ควรใช้คำว่า บังเอิญเหมือนกันเเล้วเฟ้ย
    #427
    0
  3. #355 Ying (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 20:50

    5555. โอ้ยยยยหนอออออ...จะเอาฮาไปไหน

    #355
    0
  4. #348 mmii. (@kupkek) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:30
    ก็คือระบบตอบโต้ในใจได้เผ็ดร้อนมากขอให้ซี่โครงหักอะ555555 ละอิน้องกับระบบนี่ตีกันแทบครึ่งตอนได้ละเอาดีๆระบบเป็นพระเอกใช่มั้ย โคตรขำเสียสติตอนน้องบอกฉันก็ชอบตัวเองเหมือนกันคือเธอ เธอต้องมั่นหน้าขนาดไหนอะ5555555555555 ละทั้งตอนมีแต่ไม่ต้องกลัวสาวน้อยฉันไม่แข็งอีกต่อไปแล้ว ฉันไปแข็งไม่มีวันทำร้ายเธออะ คือ55555555555555 คือโคตร55555555555 หมดคำจะพูดเหมือนระบบจริงๆ ละตอนตอบด๊อกว่ามีไว้ถ่ายหนักก็คือแม่มโคตรได้555555555555 พลตรีท่านคงไม่อยากมีชีวิตยืนยาวจริงๆสินะ5555555 เชื่อแล้วว่ายังไงก็ได้ขอให้มีสิ่งนั้นที่แข็งตัวได้ก็พอ น้อง555555มุง5555555555ไม่กลัวอะไรเลยหร้อ555555555
    #348
    1
    • #348-1 The Unlikely (@ttqqpp00) (จากตอนที่ 33)
      31 ตุลาคม 2562 / 00:01
      ตาลายกับ55555555มาก ผู้แปลก็แปลไปขำไปเหมือนกัน
      #348-1
  5. #347 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:33
    55555555 โอ๊ยยยย สงสารน้องระบบทุกตอนจริงๆ แสบมากลูกพี่
    #347
    0
  6. #346 ยัยหลงตัวเอง (@nooknic13) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 14:49
    เฉินเอยเฉินกังวลแต่เรื่องแข็งตัว5555 ชอบตอบพิมพ์ตอกกลับสุดๆไปเลย
    #346
    0
  7. #344 1ni8_MiraO (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 10:58
    ในหัวมีแต่เรื่องแข็งตัวเรอะ! -__-!
    #344
    0
  8. #343 เทียแมต (@ldiva) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 09:55
    โคตรบันเทิง 55555555555555555555 ไรท์สู้ๆจ้า
    #343
    0
  9. #342 ak888 (@ak888) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 08:07
    สงสารระบบ 5555++++
    #342
    0
  10. #341 Oraphichaya (@Oraphichaya) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 01:51
    มันมีไว้ขี้ 555555555
    #341
    0
  11. #340 Apoptosis (@Nanchee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:20
    น้องคะช่วยทำตัวเหมือนผู้เสียหายหน่อยได้ม้ายยยยยยยย 55555555
    #340
    0
  12. #339 NNam_1999 (@NNam_1999) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:16
    เหมือนน้องจะโฟกัสผิดจุด5555
    #339
    0
  13. #338 เคตะน้อย (@chibaryohei) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:14
    ประโยคสุดท้ายที่ตอบกลับไป กูลั่นเลยจ้า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #338
    0
  14. #337 Kunmang (@Kunmang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:57
    เปนนายเอกที่น่ากระโดดถีบที่สุดตั้งแต่อ่านแนวระบบมาเลย
    #337
    0
  15. #336 Sairattz (@rainbowhyuk) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:50
    สงสารน้อง5555555
    #336
    0
  16. #335 ROKU_23 (@Lilly_White) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:45
    ขอผู้เยียวยาจิตใจให้ระบบทีค่ะ 555
    #335
    0
  17. #334 ดารุมะ (@ning-cake) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:33
    น้องงงงงงง5555
    #334
    0
  18. #333 Rozme (@Tzarrr) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:40
    สนุกมากค่า ขอบคุณมากนะคะที่แปลให้อ่าน สงสารน้อง ไม่แข็งสำหรับน้องมันโคตรเศร้า แง ขำ
    #333
    0
  19. #332 openalltime (@openalltime) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:02
    โหย น่าสงสาร
    #332
    0
  20. #331 FodiF_N (@180239) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:00
    จะสงสารดีมั๊ยเนี้ยยยยย ฮา
    #331
    0
  21. #330 arssps (@arssps) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:57
    น้องน่าสงสารรรร
    #330
    0
  22. #329 asaras toy (@asaraspink) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:01
    "มันมีไว้ขี้" 5555
    เป็นคนที่ไม่เหมือนใคร

    ในหลายๆความหมายจริงๆ
    #329
    0
  23. วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 19:57
    สงสารน้องโลกนี้มากกกกกก แง
    #328
    0
  24. #327 appby_apple (@appby_apple) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 19:37
    555 สงสารก็สงสาร -ขำก็ขำโว้ย
    #327
    0
  25. #326 หมูอุ๋ง (@kurohana11158) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 19:23
    น้องลูกกก
    #326
    0