[นิยายแปล] The Perfect Destiny โชคชะตาที่แสนจะเพอร์เฟ็ค BL

ตอนที่ 32 : Ch32 – คนที่ชอบฉันล้วนเป็นคนดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

Ch32 – คนที่ชอบฉันล้วนเป็นคนดี

 

อัลฟ่าที่ไม่อยากจะเป็นอัลฟ่า [2]

 

เฉินหลี่กัวเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก

 

ความคิดแง่บวกนั้นช่วยเขาผ่านช่วงเวลาลำบากมาเสมอในโลกอื่นๆที่ผ่านมา  จนได้ข้ามผ่านมาถึงโลกนี้ การมองโลกในแง่ดีของเฉินหลี่กัวก็ได้เปลี่ยนไป——แค่มันมีผู้ชายที่หน้าตาดีตรงหน้าเขามันก็ไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว ถึงแม้ว่าฟ้าจะถล่มก็ตาม

 

ระบบได้ยอมแพ้กับความโลกสวยของเฉินหลี่กัว ดูตัวอย่างตอนนี้แล้วกัน

 

เฉินหลี่กัวที่ถูกลักพาตัวและถูกมัดขึงบนเตียง บรรยากาศมันทั้งเงียบเชียบและเย็นเหยียบ แต่ชายตัวจิ๋วในใจของเขากับเต้นบัลเล่ต์ด้วยกระโปรงบาน

 

“หล่ออะไรอย่างนี้ หล่อ หล่อ หล่อจริงๆ อ๊า——” ชายตัวจิ๋วตะโกนไปด้วยระหว่างกระโดด “ฮ่าๆ หมอคนนี้มันหล่อลากไส้——”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวไม่ได้คาดคิดว่าด็อกเตอร์ฉินที่ถูกพูดจากปากของอันชีลู่จะตรงกับสเป็คของตัวเอง ในตอนนี้ ด็อกเตอร์ฉินกำลังอยู่ในเสื้อกาวน์สีขาวและมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้ม ริมฝีปากสีเชอร์รี่ยกขึ้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ดี

 

“พลตรีลู่” เสียงของด็อกเตอร์ฉินค่อนข้างทุ้มต่ำและเมื่อเขาเรียกชื่อเฉินหลี่กัว มันก็เหมือนกับคู่รักพูดหยอกล้อกัน

 

เฉินหลี่กัวไม่ตอบอะไรกลับ

 

“ทำไมพลตรีลู่ถึงไม่พูดอะไรเลย?” ด็อกเตอร์ฉินมองเฉินหลี่กัวที่เมินตัวเองและทำเหมือนเสียใจ นิ้วเรียวขาวของเขาลูบไล้ไปยังริมฝีปากที่แตกของเฉินหลี่กัวช้าๆ “คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”

 

คำพูดพวกนี้ค่อนข้างไร้ประโยชน์กับเฉินหลี่กัวที่ทั้งตัวมีแค่กางเกงและถูกมัดขึงบนเตียงแบบนี้ แค่เหลือบมองนิดเดียวก็สามารถรู้ได้อยู่แล้วว่าร่างกายเขามีบาดแผลที่ไหนบ้าง

 

“นายต้องการอะไร?” ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวอยากจะเลื่อนไปจับมือหมอที่น่ารักตรงหน้าแล้วแผล่บ แผล่บ แผล่บมันเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็ต้องต่อต้านมันไว้แล้วถามอย่างเย็นชา

 

“อะไรนะ?” ด็อกเตอร์ฉินยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับว่าเขากำลังประเมินสินค้า เขาประเมินอัลฟ่าตรงหน้าอย่างละเอียด

 

“ช่างเป็นร่างกายที่สวยงามจริงๆ”

 

เฉินหลี่กัวคิดอย่างภูมิใจ ‘แน่นอนอยู่แล้ว ระบบดูแลฉันอย่างดีขนาดนี้’

 

ด็อกเตอร์ฉินพูดต่อ “น่าเศร้าที่คุณเป็นอัลฟ่า”

 

ในตอนนี้เฉินหลี่กัวยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเรื่องเพศ ‘อัลฟ่า’ มันคืออะไรในโลกนี้ ความคิดเขายังเข้าใจว่ามันคล้ายๆกับเพศชายบนโลกปกติและอัลฟ่าสามารถร่วมรักกับเพศเดียวกันได้เท่านั้น

 

เห็นได้ชัดว่าระบบก็ไม่ได้อยากแก้ความคิดให้อีกฝ่ายเช่นกัน

 

เฉินหลี่กัวได้ยินคำพูดของด็อกเตอร์ฉินและคิดในใจ ‘เป็นอัลฟ่าแล้วมันทำไม? ไอ้คนหยียดเพศ’

 

ด็อกเตอร์ฉินยิ้มและพูด “คุณเห็นอันชีลู่แล้วใช่มั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวพูด “หมายความว่ายังไง?”

 

ด็อกเตอร์ฉินตอบ “ฉันแค่สงสัยว่าพลตรีลู่สนใจอยากเปลี่ยนเพศบ้างรึเปล่า?”

 

สีหน้าของเฉินหลี่กัวมืดครึ้ม “นายมันบ้า”

 

ด็อกเตอร์ฉินทำท่าทางใส่ซื่อและแสร้งทำเป็นเจ็บปวดอีกครั้ง 

 

“พลตรีลู่พูดอย่างนี้กับฉันได้ยังไง? ฉันเป็นแฟนตัวยงของคุณมาตลอดเลยนะ” เมื่อเขาพูดจบก็ดีดนิ้ว

 

หน้าจอสว่างขึ้นตรงหน้าเฉินหลี่กัว ในจอกระพริบและขึ้นเป็นรูปชายสวมชุดทหารที่มีสีหน้าเคร่งขรึม และชายคนนั้นกำลังทำการเคารพธงในพิธีการแต่งตั้งทางการทหาร——ชายคนนั้นชัดเจนว่าเป็นเฉินหลี่กัวที่นอนอยู่บนเตียง แน่นอนว่าฉินไป๋หยูได้เตรียมทุกอย่างมาอย่างดี

 

ด็อกเตอร์ฉินมองไปที่เฉินหลี่กัวด้วยสีหน้าหลงงมงาย เขาใช้นิ้วไล้ไปตามกรอบหน้าของเฉินหลี่กัว และแม้ว่าเฉินหลี่กัวจะมีสีหน้ารังเกียจเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“สวยอะไรอย่างนี้… ..ถ้าคุณเป็นโอเมก้าล่ะก็คุณต้องมีเสน่ห์มากแน่ๆ”

 

เมื่อด็อกเตอร์ฉินเข้าใกล้เฉินหลี่กัวมากขึ้น เขาก็ได้กลิ่นแปลกๆ… ...มันคล้ายๆกลิ่นแตงกวาและกลิ่นเลมอน เขาครุ่นคิดเป็นเวลานานก่อนจะมีคิดได้อย่างกระจ่าง 

 

นี่ไม่ใช่กลิ่นของแตงกวาที่สดใหม่งั้นหรอ? มันเป็นรสชาติเลย์ที่เขาชอบที่สุดเลยนะเนี่ย!

 

และยิ่งด็อกเตอร์ฉินตื่นเต้นกลิ่นฟีโรโมนของเขาก็ยิ่งรุนแรง จากที่กลิ่นฟีโรโมนของเขาส่งผลกับเฉินหลี่กัวมันก็แสดงให้เห็นว่าเขาก็เป็นอัลฟ่าไม่ต่างจากเฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวที่ถูกยังคับให้ดมกลิ่นแตงกวามะนาวก็รู้สึกเพียงแค่อยากจะกินเลย์ขึ้นมาจริงๆ

 

ด็อกเตอร์ฉินเห็นร่างกายที่ตึงเครียดของเฉินหลี่กัวก็พูดออกมา

 

“พลตรีลู่ไม่ต้องกังวลไป… ...ไม่ใช่ว่าฉันจะทำอะไรกับคุณซักหน่อย”

 

เฉินหลี่กัวแค่นหัวเราะ “ฉันเป็นอัลฟ่าและนายก็เป็นอัลฟ่า นายจะทำอะไรฉันได้?”

 

เมื่อด็อกเตอร์ฉินได้ยินคำถามนี้ สีหน้าของเขาก็เริ่มแปลกประหลาด ราวกับว่าเขากำลังระงับความรู้สึกบางอย่างก่อนจะพูดอย่างช้าๆ

 

“ฉันเริ่มคาดหวังเรื่องนี้ในอนาคตแล้วสิ… ...”

 

เฉินหลี่กัวพูดลอดไรฟัน “ถ้านายอยากจะฆ่าก็ฆ่าซะเลย ทำไมต้องพูดอะไรมากมาย?”

 

ด็อกเตอร์ฉินหัวเราะราวกับคนบ้าแล้วก้มหัวลงมาจูบที่แก้มของเฉินหลี่กัวจากนั้นก็ขบกัดริมฝีปากของเฉินหลี่กัวอย่างหนัก

 

การกัดนั้นรุนแรงมากจนเฉินหลี่กัวเกือบคิดว่าเนื้อตัวเองจะถูกกัดออกมา

 

อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งด็อกเตอร์ฉินกัดเฉินหลี่กัวจนผละออก เขาก็ไม่ร้องเพราะความเจ็บแม้แต่คำเดียว แต่มีเพียงแค่ครางในลำคอไม่กี่ครั้งเมื่อถูกกัดอย่างรุนแรง

 

ด็อกเตอร์ฉินผละปากตัวเองที่ได้เปรอะไปด้วยเลือดออก ก่อนจะแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเฉินหลี่กัวจากนั้นก็หัวเราะราวกับแวมไพร์ที่ได้อิ่มหนำ

 

“เลือดของพลตรีลู่นี่หวานจริงๆ”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” ถ้านายกัดปากฉันหลุดล่ะก็ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้นายตายดีแน่

 

ด็อกเตอร์ฉินเห็นคิ้วที่ขมวดของเฉินหลี่กัวก็พูดอย่างไร้ความจริงใจ 

 

“ขอโทษจริงๆ ฉันตื่นเต้นมากเกินไปไม่ได้อยากจะทำร้ายคุณแบบนี้”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” คำขอโทษนั่นมันโคตรปลอม ฉันรู้แล้วว่านายมันเป็นไอ้โรคจิต

 

ด็อกเตอร์ฉินเผยสีหน้าเศร้าใจ “พลตรีลู่ยกโทษให้ฉันด้วย”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...” เห็นแก่หน้าตาดีๆของนาย จะยอมยกโทษให้แล้วกัน

 

ถึงแม้ว่าด็อกเตอร์ฉินจะขอโทษขอโพย แต่นิ้วเขาก็ยังลูบไปตามเลือดของเฉินหลี่กัวจนเปรอะเปื้อนไปทั่วแก้ม เฉินหลี่กัวมองไปยังสีหน้าหลงใหลของอีกฝ่าย ‘ความคิดของเจ้าคนนี้คงไม่ปกติแหง’

 

เฉินหลี่กัวกัดฟันและพูดถาม “แค่บอกมาว่านายต้องการอะไรกันแน่?”

 

ด็อกเตอร์ฉินส่งวิ้งค์ให้และยิ้มออกมา “ไม่ใช่ว่าพลตรีลู่อยากจะลองรู้สึกแบบโอเมก้าบ้างหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวหรี่ตา——เขาไม่ได้อยากจะเปลี่ยนเพศซักนิด

 

ด็อกเตอร์ฉินเห็นว่าในที่สุดเฉินหลี่กัวก็มีการตอบสนอง เขาก็พึงพอใจ 

 

“พลตรีลู่ไม่ต้องเป็นห่วงไป เทคโนโลยีของเรามันขั้นสูง ดูอันชีลู่และดูอันเปาชีสิ ตลอดมาก็ไม่มีใครพบความจริงของพวกนั้นเลย”

 

เฉินหลี่กัวพึมพำ “นายมันบ้า”

 

รอยยิ้มของด็อกเตอร์ฉินหายไป เขาพูดอย่างไม่แยแส 

 

“ใครใช้ให้ฉันชอบพลตรีลู่ ทั้งที่พลตรีลู่ก็เป็นอัลฟ่ากันล่ะ? มันน่าเศร้าจริงๆที่คุณไม่สามารถถูกประทับตราได้แบบนี้”

 

ลมหายใจของเฉินหลี่กัวถี่กระชั้น เขาอดไม่ได้ที่จะดิ้นรน และพูดออกมาด้วยเสียงต่ำ

 

“ไอ้คนวิกลจริต——การทดลองแบบนี้มันผิดกฎหมาย”

 

ด็อกเตอร์ฉินพูดเบาๆ “ผิดแล้ว นี่เป็นที่ในการครอบครองของโจรสลัดอวกาศ การทดลองพวกนี้ถูกต้องตามกฎหมาย”

 

ความสามารถของสิ่งที่รัดเฉินหลี่กัวไว้มันค่อนข้างพิเศษ ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนแค่ไหน เขาก็ทำให้มันหลุดออกไม่ได้แม้แต่นิด

 

ด็อกเตอร์ฉินปิดปากเฉินหลี่กัวอีกครั้ง ดูราวกับว่ากลัวอีกฝ่ายจะทำร้ายตัวเอง

 

“พลตรีลู่ไม่ต้องห่วงยังไงเดี๋ยวไม่นานคุณก็ยอมรับความจริงได้”

 

หลังจากนั้นเขาก็จูบเฉินหลี่กัวอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจและจากไป

 

เฉินหลี่กัวร้องอย่างขมขื่นกับระบบ “ฉันไม่อยากถูกเปลี่ยนเพศ——”

 

ระบบ : “... ...” ฉันก็ไม่อยากให้นายถูกเปลี่ยนเหมือนกัน

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันไม่อยากคลอดลูก——”

 

ระบบ : “... ...” ฉันก็ไม่อยากให้ในมีลูก

 

เฉินหลี่กัว : “แง้ๆ ตงตง ฉันรับมันไม่ได้!!! นี่มันเป็นความผิดของนาย ของนายคนเดียว!”

 

ระบบ : “... ...”  เห็นๆอยู่ว่ามันเป็นความผิดนายที่อยากจะเอาไอ้กล่องพู่กันบ้านั่น!

 

น้ำตาเฉินหลี่กัวไหลพราก ในโลกเดิมเขาได้แอบรักคนๆนึงและมันก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดว่าถ้าตัวเองเป็นผู้หญิงเขาคงจะได้เป็นคู่รักที่ถูกต้องและเหมาะสม แต่เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้วเขาก็ยังไม่อยากเปลี่ยนเพศจริงๆ เขายังอยากเป็นผู้ชายอยู่

 

ระบบเงียบไปซักพักจากนั้นก็พูด “งั้นนายก็ต้องหาทางหนี”

 

ดวงตาของเฉินหลี่กัวรื้นไปด้วยน้ำตา “แล้วจะหนียังไง?”

 

ระบบครุ่นคิดชั่วครู่แต่ก็เหมือนจะคิดวิธีดีๆไม่ได้ มันลังเลก่อนจะพูดตอบ “แล้วถ้านาย… ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันไม่ฆ่าตัวตายนะ”

 

ระบบ : “งั้นก็รอโดนเปลี่ยนเพศไปฉันว่า”

 

เฉินหลี่กัวคร่ำครวญร่ำไห้ขณะที่กังวลเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง เขาร้องให้อย่างขมขื่นจนระบบเริ่มรู้สึกเจ็บปวดในที่สุดมันก็เผลอพูดออกมาประโยคนึง

 

“ถึงจะถูกเปลี่ยนเพศยังไงไอ้นั่นมันก็ไม่ได้ถูกตัดทิ้ง!”

 

เฉินหลี่กัว : “มันไม่ถูกตัดทิ้งหรอ?”

 

ระบบ : “ไม่ตัด!”

 

เฉินหลี่กัว : “เอ๋?”

 

เมื่อระบบได้ยิน ‘เอ๋’ ใจของมันก็รู้ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดมันไม่ใช่เรื่องดี และแน่นอนประโยคที่เฉินหลี่กัวพูดต่อมาก็คือ

 

“ถ้ามันไม่ถูกตัดทิ้ง… ...งั้นมันก็ไม่ได้แย่อะไรนี่!”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัวพูดต่อ “เฮะๆ อีกอย่างด็อกเตอร์ฉินก็หล่อมากด้วย”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันจะยอมไม่เห็นแก่ตัวแล้วทนมันไปซักพักดีมั้ยนะ”

 

ระบบไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วตอนนี้ มันรู้สึกว่าไม่ว่ามันจะพูดอะไรมันก็ลอยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของเฉินหลี่กัวอยู่ดี

 

ผ่านไปสองสามวัน ด็อกเตอร์ฉินก็เฝ้าดูเฉินหลี่กัวอย่างเคร่งเครียด เขาถูกฉีดสารอาหารแทนข้าวและเมื่อเฉินหลี่กัวจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำเขาถึงจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระช่วงนึง

 

แต่เมื่อมันมีคนมากมายที่เฝ้าจับตาดูเขาและเวลาการใช้ห้องน้ำที่เขาได้มันก็น้อยเกินไป เฉินหลี่กัวไม่สามารถหาโอากาสดีๆได้เลยซักนิด

 

หลังจากผ่านการเตรียมตัวไปหลายวัน ด็อกเตอร์ฉินและเฉินหลี่กัวก็ได้พบกันเป็นครั้งที่สอง เขาถือกล่องมาในมือและสั่งให้คนของตัวเองปล่อยเฉินหลี่กัวออกจากเตียง

 

เฉินหลี่กัวลุกขึ้นจากเตียงและมองไปที่ด็อกเตอร์ฉินอย่างระแวง

 

ด็อกเตอร์ฉินดูไม่รู้สึกรู้สากับการข่มขู่ทางสายตาของเฉินหลี่กัวซักนิด กลับกันเขายิ้มร่าและสั่งคนของตนเอง 

 

“พวกนายทั้งหมดออกไปได้”

 

“แต่ว่าท่าน” มีบางคนดูลังเล “ไม่ใช่ว่ามันอันตรายเกินไปหรอครับ?”

 

“นี่ฉันต้องการความเป็นห่วงของนายด้วย?” ด็อกเตอร์ฉินที่ยังคงยิ้มแต่มันก็มีความเย็นยะเยือกในน้ำเสียง

 

หลังจากถูกด็อกเตอร์ฉินถามแบบนี้ เหล่าลูกน้องก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกและออกไป

 

ด็อกเตอร์ฉินเดินเข้ามาหาเฉินหลี่กัวและยกมือออกมาตรงหน้าเฉินหลี่กัว

 

“ชื่อของฉันคือฉินไป๋หยู”

 

เฉินหลี่กัวไม่ขยับ เขาไม่รู้ว่าฉินไป๋หยูมีความตั้งใจแปลกๆอะไรอีกครั้งรึเปล่า

 

ฉินไป๋หยูก็ไม่ได้ใส่ใจกับความเย็นชาของเฉินหลี่กัวเช่นกัน เขายิ้มและพูดต่อ

 

“ฉันมักจะตามหาสิ่งที่สวยงามและแข็งแกร่งมาตลอด… ...และพลตรีคุณตรงกับสเป็คของฉันอย่างหมดจด

 

เฉินหลี่กัวที่ถูกปลดเชือกเขาก็ปีนออกมาจากเตียงแต่ยอมเข้าใกล้ฉินไป๋หยูซักนิด และทำเพียงแค่มองหมอตรงหน้าตัวเองเงียบๆ

 

ระหว่างที่ฉินไป๋หยูคุยกับเฉินหลี่กัว เขาก็นำแว่นตาออกและเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเอง

 

“การปราบพยศสิ่งที่แข็งแกร่งมันน่าตื่นเต้นเสมอ พลตรีลู่ไม่คิดว่าอย่างนั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวกัดปากและยังคงทำตัวเงียบเหมือนก่อนหน้า

 

“มานี่” หลังจากที่เขาถอดเสื้อกาวน์อันเกะกะและแว่นตาออก เขาก็เสยผมหน้าม้าเผยให้เห็นหน้าผาก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรง

“ถ้าคุณสามารถทำร้ายฉันได้วันนี้ ฉันจะปล่อยคุณไป”

 

เฉินหลี่กัวถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พูดจริง?”

 

ฉินไป๋หยูหยุดยิ้มและตอบเบาๆ “จริงสิ”

 

และเมื่อคำพูดนั่นได้เปล่งออกมาฉินไป๋หยูก็สัมผัสได้ถึงสายลมอันแข็งแกร่งพุ่งมาที่คอตัวเอง เขาแค่นหัวเราะแต่ก็ไม่หลบกลับกันเขาขยับตัวหยุดการโจมตีของเฉินหลี่กัวอย่างซึ่งๆหน้า

 

เฉินหลี่กัวใช้แรงกายทั้งหมดลงไปในการโจมตรีครั้งนี้ และฉินไป๋หยูก็รับรู้ได้ว่าแขนตัวเองเริ่มชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเขาก็ปล่อยหมัดตรงไปที่เฉินหลี่กัว

 

การต่อสู้ระหว่างอัลฟ่าชั้นสูงสองคน แค่ประมาทไปเพียงนิดก็สามารถพ่ายแพ้ได้ ถ้าเฉินหลี่กัวได้สู้กับฉินไป๋หยูโดยสภาพร่างกายปกติ บางทีโอกาสที่จะชนะคงแบ่งออกเป็นห้าสิบ-ห้าสิบระหว่างฉินไป๋หยูและเฉินหลี่กัว แต่หลังจากถูกขังไว้หลายวันเขาก็อ่อนแรงลงเล็กน้อย

 

ฉินไป๋หยูเห็นพลังป้องกันของเฉินหลี่กัวลดลง เขาก็เริ่มเป็นฝ่ายโจมตีและสลับสถานะของพวกเขา หมัดแรกเขาเฉี่ยวไปที่คางของเฉินหลี่กัวทิ้งรอยปื้นไว้

 

เฉินหลี่กัวรีบหลบ ปากของเขาหอบหายใจ——ถ้าฉินไป๋หยูต่อยมาโดยจังๆแน่ใจว่าเขาจะล้มลงในทันที

 

ฉินไป๋หยูเห็นเฉินหลี่กัวเริ่มหน้าซีดเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม

 

“พลตรีลู่ร่างกายคุณมันถึงขีดสุดแล้ว”

 

เฉินหลี่กัวกัดฟันและถูกไล่ต้อนโดยฉินไป๋หยูทีละน้อย

 

ฉินไป๋หยูตับตามองหมัดที่พุ่งมายังมุมอับตัวเองจากเฉินหลี่กัวช้าๆ เขาสนุกกับการได้ล่าอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อได้ล่าเหยื่อที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับตัวเอง

 

เฉินหลี่กัวรู้ตัวว่าไม่สามารถอยู่อย่างนี้ต่อได้ เขาหลบหมัดของฉินไป๋หยูอีกครั้งจากนั้นก็กลิ้งตามพื้นก่อนจะพุ่งไปยังประตู

 

ฉินไปหยูมองการหลบของเฉินหลี่กัวและพูดอย่างไม่รีบร้อนหรือช้ามาก

 

“พลตรีลู่ นี่แปลว่าคุณยอมแพ้แล้วสินะ? ประตูนั่นทำมาเป็นพิเศษแม้แต่ปืนใหญ่มันก็ทะลวงให้เปิดไม่ได้ ”

 

ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเฉินหลี่กัวได้ถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อ เขาค้นพบว่าร่างกายตัวเองมันมีความผิดปกติ ถ้าสภาพร่างกายเขาเป็นปกติ แม้ว่าเขาจะสู้ฉินไป๋หยูไม่ได้ยังไงเขาก็ไม่มีสภาพเลวร้ายขนาดนี้อยู่ดี

 

ฉินไป๋หยูเดินเข้ามาที่ละก้าวราวกับหยอกล้อเหยื่อตัวเอง เขาชี้นิ้วไปที่ท่าทางของเฉินหลี่กัวและถามขึ้น

 

“พลตรีลู่กลัวอย่างนั้นหรอ?”

 

“น่าขยะแขยง” เฉินหลี่กัวพูดอย่างเย็นชา คิ้วของเขาขมวดแน่นและเสื้อผ้าของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 

ฉินไป๋หยูดมกลิ่นฟีโรโมนของเฉินหลี่กัว ตามจริงแล้วเขาคงไม่สนใจที่จะดมกลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าด้วยกันอย่างอีกฝ่าย แต่วันนี้ อย่างไรก็ตามมันได้ทำลายเหตุผลและธรรมชาติ เขามองไปที่เหยื่อของตัวเองที่ถูกต้อนจนมุมและเขาก็เกิดความสนใจอยากคาดไม่ถึง เขาเลียปากก่อนจะก้าวเข้าไปที่ละก้าวตรงหน้าของเฉินหลี่กัว

 

จมูกของเฉินหลี่กัวเต็มไปด้วยกลิ่นแตงกวา-มะนาวและทั้งร่างของเขาก็เริ่มมึนงง ร่างกายเขามีการต่อต้านกลิ่นนี้อย่างอัตโนมัติ มันต่อต้านมากจนท้องของเขาปั่นป่วนและอยากจะอ้วกออกมา

 

สติของเฉินหลี่กัวสับสนจากนั้นก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเรือขนส่ง——เขาเสียสติไปอย่างรวดเร็ว

 

ในตอนที่ฉินไป๋หยูอยู่ตรงหน้าเฉินหลี่กัว เขาก็เห็นเฉินหลี่กัวที่อยู่ตรงประตูจู่ๆก็กระโจนเข้ามาหาตัวเอง ราวกับว่าเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายของสัตว์ที่ใกล้ตาย ท่าทางและการกระทำของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความรุนแรง เดาได้ว่าอีกฝ่ายใช้ร่างทั้งร่างลงมาในการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้

 

แม้แต่ฉินไป๋หยูก็ไม่มีความคิดที่จะรับการโจมตีนี้ ดังนั้นเขาเลยเลือกที่จะหลบการโจมตีนั่นโดยไม่มีแม้แต่ความลังเล

 

เฉินหลี่กัวกระโจนตรงไปยังโต๊ะที่เคยล็อกร่างตัวเองไว้ ความแข็งแกร่งของเขาเยอะมากจนทำให้โต๊ะที่ทำจากเหล็กพิเศษบุบ

 

สีหน้าฉินไป๋หยูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เดาได้ว่าเขาคาดไม่ถึงที่เฉินหลี่กัวจะมีแรงมากขนาดนี้ ด้วยสารอาหารที่เขาฉีดให้เฉินหลี่กัวมาตลอดหลายวันทั้งหมดมันส่วนผสมสารที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เขาถึงได้มีความมั่นใจขนาดนี้

 

การโจมตีนี้ดูเหมือนเฉินหลี่กัวจะใช้แรงทั้งหมดไป เขาล้มลงไปบนพื้นและตะเกียดตะกายสองสามครั้งแต่ก็ลุกไม่ขึ้น

 

ฉินไป๋หยูเดินตรงมาหาเฉินหลี่กัวช้าๆ

 

เฉินหลี่กัวที่นอนอยู่ตรงพื้นค่อยอ้าปากหอบหายใจก่อนจะกัดฟัน ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นว่าเขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้

 

“พลตรีลู่” ฉินไป๋หยูพูดเบาๆ “ลุกขึ้น”

 

เฉินหลี่กัวใช้แรงทั้งหมดในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นจากพื้นได้แต่ก่อนที่เขาจะยืนได้ตรงๆ ฉินไป๋หยูก็สะบัดแขนแล้วต่อยไปที่หน้าท้องเฉินหลี่กัวอย่างแรง

 

เฉินหลี่กัวพ่นเลือดออกมาและพยายามหนี แต่ฉินไป๋หยูก็ล็อกเอวเขาไว้และต่อยมาอีกครั้ง

 

ฉินไป๋หยูไม่ได้ออมแรงมือเขาในการต่อยซักนิดและเฉินหลี่กัวที่ถูกต่อยจนเขาเกือบจะหมดสติและเริ่มอ้วกออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ท้องของเขามันว่างเปล่ามันเลยไม่มีอะไรขย้อนออกมาแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เฉินหลี่กัวทรมาณ

 

ฉินไป๋หยูกระชากผมของเฉินหลี่กัวและมองไปที่ท่าทางอ่อนแอของอีกฝ่าย เสียงหัวเราะของเขาเริ่มไพเราะมากขึ้น

 

“พลตรีลู่ คุณยอมแพ้แล้วรึยัง?”

 

เฉินหลี่กัวกุมหน้าท้องและซบไปที่อ้อมแขนของฉินไป๋หยู เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว

 

ฉินไป๋หยูรักท่าทางของเฉินหลี่กัวในตอนนี้มาก เขาทัดผมของเฉินหลี่กัวและจูบลงมาที่หน้าผากเปื้อนเหงื่อของอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะช้าๆ

 

“พลตรีลู่รู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้คุณน่ารักแค่ไหน?”

 

ฉินไป๋หยูวางเฉินหลี่กัวลงบนพื้นและหันไปหยิบกล่องที่เขาเอาเข้ามาในห้องก่อนหน้านี้

 

กล่องนั้นเปิดขึ้นและข้างในมันก็มีหลอดยาที่เตรียมไว้

 

เฉินหลี่กัวค่อยๆเลื่อนสายตาขึ้นและเห็นฉินไป๋หยูตรงมาที่ตัวเองพร้อมหลอดยาในมือ

 

เฉินหลี่กัวกดไปที่หน้าท้องและคาดเดาว่าเขาต้องมีกระดูกซีโครงหักไป 

 

แต่อย่างไรก็ตามฉินไป๋หยูก็ไม่ได้สงสารซักนิด เขามองไปยังเฉินหลี่กัวที่พยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้นก่อนจะเตะไปที่อีกฝ่าย

 

แค่การเตะครั้งเดียวมันก็ทะลายแรงกายสุดท้ายของเฉินหลี่กัว เขาไอไม่หยุดและเลือดก็พุ่งออกมาจากปากเปียกไปทั่วพื้น

 

“พลตรีลู่” ฉินไป๋หยูเบิกบาน “นี่เป็นยาที่ฉันเตรียมมาเพื่อคุณเป็นพิเศษเลยนะ… ...”

 

เฉินหลี่กัวรู้สึกได้ว่าฉินไป๋หยูหันร่างเขากลับและเปลี่ยนท่าทางให้เขาไร้ทางสู้อย่างสิ้นเชิง

 

เฉินหลี่กัวอ้าปากหอบหายใจเฮือกสุดท้ายและยังคงดิ้นรนต่อไป

 

ฉินไป๋หยูค่อนข้างหัวเสียกับการขัดขืนสุดท้ายของเฉินหลี่กัว เขาวางยาลงบนพื้นจากนั้นก็ตรงไปกระชากเสื้อผ้าของเฉินหลี่กัวก่อนจะมัดแขนของอีกฝ่ายด้วยเศษผ้า

 

“นั่นมันคืออะไร” เฉินหลี่กัวพึมพำและปากของเขาก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นสนิมของเลือด

 

ฉินไป๋หยูพูดด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดพลตรีลู่ก็ยอมพูดแล้ว?”

 

เฉินหลี่กัวกลืนน้ำลาย

 

ฉินไปหยูถือยาไว้ในมือและพูดตอบ “แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นของดี”

 

ยาสีน้ำเงินเปล่งแสงออกมาเป็นสีน้ำเงินในหลอดยาพิเศษและแค่มองครั้งเดียวมันก็ทำให้เฉินหลี่กัวรู้สึกกลัวขึ้นมา

 

ดูเหมือนว่าฉินไป๋หยูจะรับรู้ได้ถึงความต่อต้านจากดวงตาของเฉินหลี่กัว เขาหันร่างอีกฝ่ายกดลงพื้นและคล่อมทับ ครั้งนี้เฉินหลี่กัวไม่สามารถขัดขืนได้ซักนิด

 

เฉินหลี่กัวที่หน้าท้องกดลงบนพื้นและรู้สึกแขนเริ่มชา——ดวงตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเริ่มเดาได้ว่าผลของยานี้มันคืออะไร

 

“พลตรีลู่” เมื่อรู้สึกได้ว่าร่างข้างใต้กำลังจะพยายามขัดขืนอีกครั้ง ฉินไป๋หยูก็ยกมือขึ้นอย่างและเสียบหลอดยากับเข็มฉีดอย่างไร้ความปราณี

 

เฉินหลี่กัวไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเขาโกรธหรืออับอาย แต่ทั้งหน้าของเขาก็ขึ้นสีแดงก่ำ เขากัดฟันและก่นด่าออกมา

 

“ถ้าอยากจะฆ่า ก็ฆ่าซักที แก แกมันไอ้คนชั่วน่ารังเกียจ——”

 

ฉินไป๋หยูไม่สนใจอีกฝ่าย และกดร่างเฉินหลี่กัวโดยไม่มีแม้แต่ความคิดจะปล่อยอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็ขยับมือและปักเข็มฉีดยาลงไปยังเฉินหลี่กัว และตอนนี้ยามันก็เริ่มหายไปหมดกับร่างกายเฉินหลี่กัวแล้ว

 

เมื่อยาได้เข้าสู่ร่าง เฉินหลี่กัวเริ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายเขารู้สึกแย่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะถูกกระทืบจากฉินไป๋หยูก่อนหน้าหรือมันเป็นเพราะยากันแน่

 

ฉินไป๋หยูเห็นยาได้กระจายไปทั่วร่างเฉินหลี่กัวแล้วเขาก็ปล่อยอีกฝ่าย เขาค่อนข้างสนใจกับคิ้วที่ขมวดของเฉินหลี่กัวมาก นิ้วของเขาลูบมันช้าๆและริมฝีปากของเขาก็ยกสูงจนโค้ง อารมณ์ของเขาดีมากตอนนี้

 

หลังจากถูกปล่อยจากฉินไป๋หยู เฉินหลี่กัวก็งอตัวกลม เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดจากหน้าท้องตัวเอง นาวกับว่ามันมีมือมาบีบดึงลำไส้อย่างรุนแรง

 

“อ๊า!” ความเจ็บปวดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทนไหว ผิวของเฉินหลี่กัวก็เป็นสีแดงกุหลาบอ่อนๆกลายเป็นซีดขาวอย่างน่ากลัว เขากุมท้องตัวเองและภาวนาให้ตัวเองสามารถเอามือตัวเองไปข้างในได้

 

ฉินไป๋หยูมองอย่างสงบ เมื่อเขาเห็นเฉินหลี่กัวดิ้นรนเพราะความเจ็บ มุมปากก็ยกขึ้นบ่งบอกได้ว่าเขาอารมณ์ดีและสีหน้าของเขาก็ยิ้มแย้ม แน่นอนว่าจากผลของยาที่จะเปลี่ยนร่างกายคนมันก็ต้องเจ็บปวดเป็นธรรมดา

 

เฉินหลี่กัวที่ไม่รับรู้ว่าฉินไป๋หยูจะทำอะไรตัวเอง ความสนใจทั้งหมดของเขาเลยพุ่งไปที่หน้าท้อง เขากัดฟันกรอดและเพราะความแข็งแรงของเขาที่มีมากมันก็ทำให้เลือดได้ไหลออกมา

 

“ถ้ามันเจ็บคุณก็ควรร้องออกมานะ” ฉินไป๋หยูกระพริบตาขณะที่มองเฉินหลี่กัวดิ้นพล่านเพราะความเจ็บ สีหน้าของเขาไร้เดียงสาราวกับเจ้าหญิงที่ไม่รู้ประสีประสา และเขาก็ลดเสียงพูดให้นุ่มนวลและเห็นอกเห็นใจ

 

“น่าสงสารจริงๆ”

 

เฉินหลี่กัวเจ็บมากจนตาพร่า และจมูกของเขาก็เต็มไปด้วยกลิ่นแตงกวา-มะนาว——เขารู้สึกได้ว่าเขาจะไม่กินเลย์รสโปรดนี้อีกครั้งในอนาคตแล้ว

 

เมื่อความเจ็บได้พุ่งถึงขีดสุด เฉินหลี่กัวก็เริ่มไร้เรี่ยวแรง ทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยเหงื่ออันเย็นเหยียบและไหลลงไปที่พื้น หน้าของเขาแนบลงไปกับพื้นแต่ร่างกายเขาก็ยังสั่นระริกต่อไปด้วยความเจ็บปวด

 

ฉินไป๋หยูก้มมองจากด้านบน สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความสงสารอาทร ราวกับพระเจ้าที่มองมายังมดในมือ

 

เฉินหลี่กัวงอตัวเป็นลูกบอล สติของเขาเตลิดไปที่ไหนไม่รู้ได้ เพราะความเจ็บมันทำให้เขาผะอืดผะอมอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเขาอยากจะขย้อนท้องตัวเองออกมา

 

ฉินไป๋หยูนั่งลงบนพื้นและรอให้ยาออกฤทธิ์จนหมดอย่างสงบ

 

และในตอนที่เฉินหลี่กัวคิดว่าเขากำลังจะกลายเป็นบ้าเพราะความเจ็บปวด ในที่สุดความทรมาณอันต่อเนื่องก็ได้หยุดลง แต่ร่างของเขาก็ยังไร้เรี่ยวแรงจนเขาตอบสนองอะไรออกมาไม่ได้

 

“พลตรีลู่” ฉินไป๋หยูแผ่ร่างเฉินหลี่กัวออกและมองไปที่อีกฝ่ายจากด้านบนก่อนจะถามเบาๆ “ยังเจ็บอยู่อีกมั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวมีสีหน้าว่างเปล่า และดวงตาเขาก็เลื่อนลอย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้ว่าฉินไป๋หยูพูดอะไรอยู่

 

ฉินไป๋หยูจับแก้มอีกฝ่ายประคองไว้ด้วยมือและมอบจูบที่อ่อนโยนอย่างละเมียดละไม ลิ้นของเขาแทรกเข้าไปในปากเฉินหลี่กัวและบังคับลมหายใจตัวเองเข้าสู่ร่างเฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวไม่ได้ขัดขืนหรือตอบสนองใดๆ แต่หน้าอกเขายังกระเพื่อมทำให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่

 

ฉินไป๋หยูมองไปที่ดวงตาอันว่างเปล่าของอีกฝ่ายและหัวเราะ

 

“คุณเหมาะกับการถูกเรียกว่าเป็นพลตรีลู่จริงๆ เหล่าอัลฟ่าที่เคยโดนยานี่ไม่สามารถมีสติอยู่ได้ถึงตอนจบด้วยซ้ำ”

 

“ถอยไป” ครั้งนี้เป็นตาที่ฉินไป๋หยูจะต้องแปลกใจ เมื่อเขาได้ยินเฉินหลี่กัวพ่นคำออกมาจากปาก มันทำให้ดวงตาของเขามีความสนใจแรงกล้ามากขึ้น

 

“ไสหัวไป” เฉินหลี่กัวพูดอย่างอ่อนแรง “น่าขยะแขยง”

 

ฉินไป๋หยูถามอย่างใคร่รู้ “น่าขยะแขยง? นี่พลตรีลู่พูดถึงฉันงั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวหลับตาลงไม่ยอมตอบคำถาม

 

ฉินไป๋หยูหัวเราะและพูดออกมา “พลตรีลู่ ฉันได้บอกรึยังว่านี่มันแค่การเริ่มต้นเท่านั้น?”

 

เมื่อเฉินหลี่กัวได้ยิน ฉินไป๋หยูก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างอีกฝ่ายตึงเครียดทันที 

 

สุดท้ายแล้วเขาก็ยังกลัวมัน ความเจ็บปวดนี้มันเพียงพอที่จะทำให้คนเป็นบ้าได้ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวจะแข็งแกร่งมากพอที่จะทนมัน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่กลัว

 

รอยยิ้มของฉินไป๋หยูยิ่งอ่อนหวานมากขึ้น 

 

“พลตรีลู่ ฉันเริ่มคาดหวังอนาคตของพวกเราแล้วสิ”

 

ลมหายใจของเฉินหลี่กัวเริ่มหนักหน่วงและเขาก็เบือนหน้าหนี ดูไม่อยากจะมองใบหน้าของฉินไป๋หยู

 

แต่ฉินไป๋หยูก็จับหน้าของเฉินหลี่กัวกลับมาด้วยกำลัง ทำให้ดวงตาของอีกฝ่ายมองสบมาที่ตาตัวเอง

 

ฉินไป๋หยู “พลตรีลู่ อย่ากลัวไปเลยมันผ่านไปแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาพลตรีลู่ไปอาบน้ำเอง”

 

ในห้องน้ำ เฉินหลี่กัวผู้ที่หมดเรี่ยวแรงทำได้แค่ปล่อนฉินไป๋หยูทำอะไรกับร่างตัวเองอย่างไม่เต็มใจ เขานั่งอยู่ในอ่างน้ำ ไร้ท่าที แต่ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความอับอายและโกรธแค้น

 

ฉินไป๋หยูมีความสุขกับความโกรธของเฉินหลี่กัว ดวงตาของเขามันน่าสะอิดสะเอียดและยิ้มออกมาต่อความรังเกียจของเฉินหลี่กัว จากนั้นก็แสร้งทำเป็นรู้สึกผิดแล้วพูด 

 

“หรือว่าพลตรีลู่อยากจะอาบน้ำด้วยตัวเอง?”

 

เฉินหลี่กัวขบฟัน “ออกไปซะ”

 

ฉินไป๋หยูพูดตอบ “นี่มันที่ของฉันทำไมฉันต้องไปด้วย?” เขาพูดจนถึงตรงนี้และหยุดการกระทำตัวเอง

 

“ถ้าพลตรีลู่ไม่คิดว่าฉันทำได้ดีพอ งั้นคุณก็ทำมันเองแล้วกันตามสบาย” หลังจากพูดจบเขาก็มองไปที่เฉินหลี่กัวอย่างมีมารยาท รอให้อีกฝ่ายขยับ

 

เฉินหลี่กัวเมินอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิงและยังคงนิ่งไม่ไหวติง

 

ฉินไป๋หยูพูด “พลตรีลู่ หลังจากใช้ยานี้แล้วถ้าคุณไม่อาบน้ำดีๆเพื่อล้างเหงื่อให้หมด มันจะทำให้เจ็บที่หลังนะ คุณควรคิดเรื่องนี้ให้ดี”

 

สีหน้าของเฉินหลี่กัวซีดขาวเมื่อได้ยินดังนั้น เดาได้เลยว่าความเจ็บนั่นมันได้ฝังลงไปในใจเขาแล้ว แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะหลับตาลงอย่างดื้อดึงและไม่ขยับ

 

ความจริงแล้วฉินไป๋หยูอยากจะสัมผัสร่างเฉินหลี่กัวอีกครั้ง เรื่องนี้มันง่ายมากแค่เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือกของเฉินหลี่กัว เขาก็รู้สึกถึงความสงสารในใจอย่างหาได้ยากโดยที่ไม่คาดคิด

 

“โถ่ๆ ใครใช้ให้พลตรีลู่น่ารักขนาดนี้? งั้นฉันจะยกเว้นให้ครั้งนี้แล้วกัน” เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ถอยออกไปจากนั้นก็หันตัวเดินจากไปจริงๆ และถึงขนาดที่เขาช่วยปิดประตูให้เฉินหลี่กัว

 

เฉินหลี่กัวยังไงนิ่งราวกับว่าตายไปแล้ว เขาพูดกับระบบอย่างเหนื่อยอ่อน 

 

“ตงเอ๋อร์ ชายคนนี้มันอันตรายจริงๆ”

 

ระบบที่เป็นห่วงเฉินหลี่กัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เมื่อในที่สุดเฉินหลี่กัวก็มีแรงจะพูดมันเลยถามอย่างระมัดระวัง

 

“นายโอเคมั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวหอบหายใจและมองไปที่ประตูแห่งความตาย “ไม่โอเค”

 

ระบบ : “... ...งั้นทำไมพวกเรายอมแพ้กับโลกนี้เลยดีมั้ย?”

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันไม่ยอม!!! ฉันไม่ยอมรับมัน!!!”

 

ระบบ : “... ...” นี่มันมีอะไรที่รับไม่ได้ด้วยหรอ?

 

เฉินหลี่กัว : “เห็นๆอยู่ว่าเขาสามารถเอาฉันตรงๆได้เลย! ทำไมเขาต้องเปลี่ยนเพศฉันด้วย! นี่มันเหยียดเพศชัดๆ เขารักแค่ตัวฉันไม่ใช่ข้างในจิตใจ!”

 

ระบบได้พบว่าแม้แต่ตอนที่เฉินหลี่กัวอาจจะตายได้ทุกเมื่อ อีกฝ่ายก็ยังทำให้มันพูดไม่ออกได้อยู่ดี

 

เฉินหลี่กัวร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า “ทำไมเราต้องทำร้ายกันเองแบบนี้? มันเจ็บมาก! ถ้าไม่ใช่เพราะนายช่วยป้องกันความเจ็บปวดไปเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็น ฉันคงสลบเหมือดไปแล้ว”

 

ระบบคิดในใจ ‘มันไม่น่าป้องกันเจ้านี่เลยแม้แต่นิด เขาจะได้อยากเปลี่ยนโลกซะ’

 

เฉินหลี่กัวเดาความคิดของระบบได้อย่างไม่น่าเชื่อและพูดอย่างโกรธเกรี้ยว

 

“นี่นายคิดจะทำให้ฉันเจ็บมากกว่านี้งั้นหรอ?!”

 

ระบบ : “... ...ไม่ได้คิด”

 

เฉินหลี่กัวส่ายหัว “ฉันเข้าใจนายดีเกินไป นายต้องคิดมันแน่ๆ”

 

ระบบ : “ฉันไม่ได้คิด!”

 

เฉินหลี่กัว : “คิดแน่ๆ!”

 

ระบบ : “เออ ฉันคิด!”

 

เฉินหลี่กัวหลั่งน้ำตาออกมาทันที เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นกะหล่ำขาวหัวน้อยๆที่ไม่ได้รับความรักจากพ่อหรือแม้แต่แม่ 

 

“นายเปลี่ยนไป”

 

ระบบสูดหายใจเข้าลึกและกดอารมณ์ขึ้นๆลงๆที่มันไม่ควรมีลงไปและพูด

 

“ฟังฉันนะ นายทำภารกิจโลกนี้ไม่สำเร็จหรอก ลืมมันไปซะ นายยังไม่แม้แต่ได้เจอบุตรสาวแห่งโชคชะตาด้วยซ้ำ ความเป็นไปได้มันแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นเท่านั้นเอง”

 

 

แต่เฉินหลี่กัวเป็นคนจำพวกที่ยอมแพ้เมื่อถูกขอร้องงั้นหรอ? ไม่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น

 

“แต่ฉันยังไม่ได้นอนกับด็อกเตอร์ฉินเลย”

 

ระบบ : “... ...” ไปตายซะ

 

เฉินหลี่กัวพูด “เขาจูบฉันแค่ไม่กี่ครั้งเองตอนนี้”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันอยากจูบตอบจัง”

 

ระบบ : “... ...”

 

เฉินหลี่กัว : “หลังจากพอใจแล้วฉันจะยอมตายเอง โอเค้?”

 

ระบบที่ไม่อยากจะพูดอะไรอีกต่อไป มันทิ้งเฉินหลี่กัวไว้กับความเงียบงัน

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจหนักๆ “แต่มันเจ็บเกินไปจริงๆ เหมือนกับตอนที่ฉันโดนตัดลำไส้เลย คนโลกนี้ช่างน่าชื่นชม”

 

ระบบแสร้งทำเป็นไม่มีตัวตน

 

ฉินไป๋หยูเตรียมผ้าขนหนูสะอาดมาให้เฉินหลี่กัว และอุ้มเฉินหลี่กัวที่ไม่มีแรงออกมาอย่างเอาใจใส่——ถ้าคนอื่นได้เห็นคงคิดว่าพวกเขาเป็นคู่รักกัน มันจินตนาการไม่ออกเลยซักนิดว่าคนที่ทำให้เฉินหลี่กัวต้องมาเผชิญเรื่องเลวร้ายนี้เป็นคนเดียวกับคนที่อ่อนโยนตรงหน้า

 

หลังจากพวกเขาออกมาจากห้องน้ำ ความเละเทะภายนอกก็ได้ถูกทำความสะอาดหมดจด และเตียงเดิมที่เป็นเหล็กก็ถูกเปลี่ยนเป็นเตียงนุ่มๆขนาดใหญ่ ฉินไป๋หยูที่อุ้มเฉินหลี่กัวไว้ด้วยแขนก็วางร่างอันอ่อนแอของเฉินหลี่กัวบนมัน

 

“พลตรีลู่ พักผ่อนดีๆ เดี๋ยวฉันจะให้สารอาหารกับคุณ” ฉินไป๋หยูลูบไปที่หน้าผากของเฉินหลี่กัวจากนั้นก็จูบบนมันเบาๆ

 

เฉินหลี่กัวกัดปากและนิ่งเงียบตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ฉินไป๋หยูมองไปที่อีกฝ่ายอย่างเสียใจ “ฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉันตอนนี้ แต่หลังจากผ่านไปสองสามวันคุณจะชินกับมันไปเอง… ...” เขาพูดถึงตรงนี้จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเจิดจ้า

 

รอยยิ้มนี้มันทำให้ขนของเฉินหลี่กัวลุกชันและเขาก็คิดในใจว่าคนตรงหน้าต้องไม่ปกติแน่ๆ ถ้าเป็นไปได้เขาควรรีบหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้


—————————————


ใครสังเกตุบ้างว่าตอนหลังๆมานี้มันยาวขึ้น... วันละสามตอนคงต้องลาจาก

ขอแปลวันละตอนนะค้าบ อิอิอิ

ว่าแต่ทำไมกลิ่นฟีโรโมนเรื่องนี้ถึงเป็นของกินแปลกๆทั้งนั้น

กลิ่นแตงกวาเอย กลิ่นไก่ย่างเอย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

491 ความคิดเห็น

  1. #483 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 04:16
    ถ้าไม่มีน้องมาสวมร่างเรื่องมันต้องเครียดสุดๆจนเราอ่านไม่ได้แน่
    #483
    0
  2. #426 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:15
    นั้นนะสิคะ เเต่ที่สงสัยยิ่งกว่า คือทำไมน้องถึงชอบกินเลย์รสเเตงกวาได้ ฟังชื่อก็ดูไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย
    ยิ่งเปลี่ยนโลก พระเอกของน้องนี่ยิ่งโรคจิตขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าท่น้องพูดกับระบบก็เเค่พูดเล่นไปเรื่อยเปื่อยเเค่นั้นเเหละ เพราะเอาจริงน้องก็ไม่ได้ชอบดร.ขนาดนั้น(ยกเว้เนรื่องหน้าตาอ่ะนะ) หรือไม่ก็พูดไม่ให้ระบบเป็นห่วงมากนะ ชอบความเวลาน้องคุยกับระบบจริงๆ ดูปุ๊กปิ๊กกันจัง 555
    #426
    0
  3. #345 Brasfia (@brasfia) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 13:11
    ฮือออ ชอบแนวนี้นะแต่ไม่ชอบแนวเปลี่ยนเพศอะ มันรู้สึกหดหู่555 รอจบโลกนี้แล้วข้ามไปอ่านโลกอื่นละกัน ลาก่อย~
    #345
    0
  4. #316 Apoptosis (@Nanchee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 23:43
    ทำไมชอบพระเอกโลกนี้แปลกๆแบบจิตๆดี น้องมันต้องควรเจอกะคนแบบนี้แหละ 5555555555
    #316
    0
  5. #313 เคตะน้อย (@chibaryohei) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 17:56
    ชอบพระเอกโลกนี้ จิตดี วะฮ่าๆๆๆ
    #313
    0
  6. #312 mmii. (@kupkek) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:01
    ชอบคำว่าพลตรีลู่แปลกๆมันดูให้ความรู้สึกว่าเธอเท่ เธอหล่อ เธอคือที่สุดของดวงดาวแต่เธอเป็นเมียผมดี555555555 อุแว้ เปลี่ยนเพศแล้วสินะชอบพล็อตนี้มากน่าสนใจสุดๆแต่ก็อย่างที่โฮสต์นังบอกอะว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพศเลยด้วยซ้ำถ้าอยากได้กันแกมันคนเหยียดเพศ! ยกเว้นแต่ด๊อกมีแผนการอะไรบางอย่างเช่นอยากจับคู่เวลาฮีทซึ่งเป็นความชื่นชอบส่วนตัวทางเพศไรงี้ แหม คาแรคเตอร์โรคจิตขนาดนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้อะนะไม่ได้ไม่ชอบที่เป็นอัลฟ่สแต่น่าจะอยากเห็นพลตรีตอนฮีทมากกว่าอะดูแล้ว คือไม่ปกติจริงๆนั่นแหละ ไม่ใช่แค่ด๊อกเตอร์ด้วยที่ไม่ปกติอิน้องนี่ก็ไม่ปกติละตอนแรกโวยวายไม่อยากเปลี่ยนเพศใหญ่โตนี่ก็เอะใจตั้งแต่คำว่าเอ๋ของน้องละว่าต้องเลิกโวยวายแน่ซึ่งก็จริง555555555 จิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง555555555555 แต่กลิ่นฟีโรโมนคือแปลกมากหรือเป็นเพราะคนเปรียบเทียบมันหิวอะสงสัยตั้งแต่ไก่ย่างละนี่เจอขนมรสแตงกวามะนาวคือใช่แน่พลตรีต้องหิวแน่ๆ ด๊อกน่าจะอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าคลั่งไคล้อย่างบ้าคลั่งมากกว่าจะรักนะตอนนี้ ก็คือรู้สึกได้ว่าตอนนี้ยาวมากเหมือนจะยาวกว่าตอนก่อนๆพออ่านทอลก์คนแปลแล้วก็เก็ทเลย เป็นกำลังใจให้นะคะแปลเหนื่อยน่าดูความยาวแบบนี้แถมตัวเอกอย่างน้องยังค่อนข้าง เอ่อ โดดเด่นอีก55555555
    #312
    0
  7. #311 Kunmang (@Kunmang) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 11:05
    ไม่ชอบพระเอกโลกนี้ นางไม่ได้รักน้องจริงๆ นางแค่รักร่างกายน้อง เราไม่ได้เป็นโรคสตอกโฮล์มที่ชอบคนป่วยจิตที่ทำร้ายเราและอ้างว่ารักเรา สนับสนุนให้น้องหนีค่ะ แต่น้องก็เกินเยียวยาจริงๆ ไม่น่าสงสารเลยย
    #311
    0
  8. #310 คาบเส้น (@natsu_1789) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 08:43
    ลุนแลงกับน้องได้ใจมาก ชอบบ
    #310
    0
  9. #309 arssps (@arssps) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 01:18
    ตอนนี้สงสารน้องอ่ะ แงงงงง
    #309
    0
  10. #308 bomzakuki82 (@bomzakuki82) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:58

    ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่นแตงขวาและมะนาวของเรย์เลยค่ะ เคยลองคิดจำฝังใจเลยเอาจริงๆ เลยไม่อินกับกลิ่นของพระเอก55555+ แต่ถ้ากลิ่นไก่ย่างนี้เข้าใจอ่ะแงง

    #308
    0
  11. #307 bomzakuki82 (@bomzakuki82) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:57

    ขอบคุณสำหรับความเหนือยยากนะคะ ชอบมากเลยอ่ะแงงงง

    #307
    0
  12. #305 Sairattz (@rainbowhyuk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 00:26
    กลิ่นฟีโรโมนเรื่องนี้เเปลกจริงๆ555555
    #305
    0
  13. #301 PPR-11 (@shadow0831686918) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:35
    เป็นการบรรยายที่เปิดโลกของกลิ่นฟีโรโมนมาก555
    #301
    0
  14. #300 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:28
    โรคนี้เอสมากแม่ เลย์รสชาติแตงกวารสชาติเป็นไง
    #300
    0
  15. #299 Suga04 (@Suga04) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:28
    กลิ่นแต่ละอันพีคๆทั้งน้านน 5555
    #299
    0
  16. #298 Poani (@Poani) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 23:23
    คราวนี้กลิ่นแตงกวา.... ปวดหัวกับนายเอกเลย55555
    #298
    0
  17. #295 cantus1011 (@cantus1011) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:30
    กลิ่นของกิน เอาไว้ล่อน้องรึเปล่าค่ะ หิวเป็นโดดใส่หิวเป็นตะคลุบ55
    #295
    0
  18. #294 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:22
    ไรท์แปลเร็วมากทึ่งจริงๆค่ะ;-;
    #294
    0
  19. #293 natpapat5665 (@natpapat5665) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:16
    อ่านไปขำไปโดยเฉพาะระบบชอบมากเลย
    #293
    0
  20. วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 22:03
    อีน้องแม่งยังห่วงเรื่องนี้เนี่ยนะ
    #291
    0
  21. #289 หมูอุ๋ง (@kurohana11158) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:46
    เลย์รสแตงกวานึกไม่ถึงว่าจะมีคนชอบด้วย คือแบบเรารับไม่ได้5555
    #289
    0
  22. วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:27
    กลิ่นแตงกวา อีววววววว แหวะ
    #288
    0
  23. #287 BoSPis (@jirapapha06) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:25
    เราว่ากลิ่นพวกนี้น่าจะแปลงมาจากสิ่งที่คนๆนั้นชอบ นั้นหมายถึงน้องชอบ!5555
    #287
    0
  24. #286 ดารุมะ (@ning-cake) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:21
    ว่าคนอื่นเขา ความคิดของหนูก็ไม่ปกติเหมือนกันนั้นแหละลูก5555#ควรสงสารระบบดีมั้ยเนี้ย
    #286
    0