[นิยายแปล] The Perfect Destiny โชคชะตาที่แสนจะเพอร์เฟ็ค BL

ตอนที่ 27 : Ch27 – เจ้าหญิงจากไปแล้ว เหลือแค่มังกรและเจ้าชายที่อยู่คู่กัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    11 ต.ค. 62

Ch27 – เจ้าหญิงจากไปแล้ว เหลือแค่มังกรและเจ้าชายที่อยู่คู่กัน

 

กุนซือผู้หล่อเหลาและขาที่หักของเขา [14]

 

เฉินหลี่กัวที่คดตัวอยู่ในอ่างน้ำสีขุ่นทั้งร่างกายและจิตวิญญาณก็ได้รวมเป็นหนึ่ง เขารู้สึกสบายมากจนอยากจะครางออกมาด้วยสติที่มึนเบลอ

 

ในอ่างอาบน้ำหยานจิงอวี่ไม่ได้ทำเฉินหลี่กัวอีกรอบ เขาแค่ช่วยเฉินหลี่กัวชำระล้างร่างกายจากนั้นก็อุ้มอีกฝ่ายกลับห้อง และเช็ดผมให้เฉินหลี่กัวอย่างอ่อนโยนก่อนจะเข้านอนโดยกอดร่างอีกฝ่ายเอาไว้

 

ทั้งคู่นอนหลับสนิททั้งคืน และเฉินหลี่กัวก็ได้ฝันถึงบางสิ่ง

 

วันต่อมาเมื่อเฉินหลี่กัวตื่นขึ้น หยานจิงอวี่ก็ไม่ได้อยู่ข้างกายเขาแล้ว เขามองไปที่นอกหน้าต่างและพบว่ามันเป็นช่วงสายของวัน เขาเลยเดาได้ว่าหยานจิงอวี่น่าจะไปที่ราชสำนัก

 

เพราะเมื่อวานนั้นรุนแรงเกินไปถึงแม้ว่าจิตใจของเฉินหลี่กัวจะแรงกล้าแค่ไหนมันก็ช่วยให้ร่างกายเขาไม่อ่อนล้าได้ เขานอนแผ่บนเตียงและพบว่าไม่ใช่แค่ตัวเองไม่รู้สึกถึงขาตอนนี้เขาไม่รู้สึกอะไรเลยตั้งแต่เอวลงไป... ...

 

เมื่อเฉินหลี่กัวรับรู้สิ่งนี่หัวใจของเขาก็ผวาขึ้นมาและคิดในใจว่ามันคงไม่ใช่ว่าเขาจะกลายเป็นคนพิการจริงๆเพราะถูกกระทำจากหยานจิงอวี่ ใช่มั้ย?

 

เฉินหลี่กัว : “ระบบ ระบบ

 

ระบบแกล้งตาย

 

เฉินหลี่กัวถาม มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายฉันกันแน่? ทำไมมันขยับไม่ได้เลย?”

 

ระบบยังคงแกล้งตายอยู่

 

เฉินหลี่กัว : “ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย... ...ที่รัก ทำไมนายถึงไม่พูดอะไรบ้าง?”

 

ระบบคิดในใจอย่างเย็นชา ใครเป็นที่รักนายกันวะเนี่ย?’ อย่างไรก็ตามเพราะหน้าที่ของมันเลยต้องตอบคำถามเฉินหลี่กัว

 

การออกกำลังกายอย่างหนักมันทำให้กล้ามเนื้อตึงแข็งถ้าพักซักสองสามวันมันก็จะเป็นเหมือนเดิม

 

เฉินหลี่กัว : “เป็นอย่างนี้นี่เอง! จริงๆแล้วฉันรู้สึกว่าออกกำลังกายแบบนี้กำลังพอดีเลยแต่มันแค่เพราะฉันไม่ค่อยขยับตัวมานานเฉยๆ... ...หลังจากเขาพูดอย่างนั้นหน้าเขาก็ขึ้นสีแดงระเรื่อและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

 

ระบบคิดในใจ ขอบคุณพระเจ้าที่มันมีฟังก์ชั่นป้องกันความเป็นส่วนตัว ไม่อย่างนั้นตามันต้องได้บอดไปนานแล้วแน่ๆ

 

เมื่อคืนนี้มันหนักมากเกินไปจริงๆ หลังจากเฉินหลี่กัวตื่นมาซักพักเขาก็ปรือตาและหลับลงอีกครั้งถ้าไม่ใช่เพราะหยานจิงอวี่กลับมาจากราชสำนักแล้วปลุกด้วยความอ่อนโยนเขาก็คงจะนอนต่อไป

 

และเมื่อเขาลืมตาขึ้น เฉินหลี่กัวก็เห็นใบหน้าของหยานจิงอวี่ในระยะประชิด

 

อึ้ก ด้วยความตกใจทำให้เฉินหลี่กัวสะอึก

 

หยานจิงอวี่ก็ลุกขึ้นนั่งและพูดด้วยรอยยิ้ม ท่านตื่นแล้ว

 

เฉินหลีกัวกำลังจะพูดแต่เมื่อเขาเปิดปากสิ่งที่ออกมาก็คือ อึ้ก—”

 

หยานจิงอวี่ : “... ...

 

เฉินหลี่กัวพูด รีบ อึ้ก พาข้ากลับ อึ้ก ไป อึ้ก... ...มันควรจะน่าเกรงขามแต่ตอนนี้มันออกมาไม่ต่างกับเด็กเอาแต่ใจ

 

หลังจากหยานจิงอวี่ได้ยินเขาก็เผยรอยยิ้มมุมปากและตอบกลับ ท่านฉี ท่านพูดอะไรน่ะ? เจิ้นไม่ค่อยได้ยินเลย

 

ท่าน อึ้ก——” เฉินหลี่กัวสูดหายใจและพยายามพูดให้ชัดกว่าเดิม

 

ฝ่าบาทโปรดส่งข้ากลับเรือนเถอะ ถ้าท่านปล่อยให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้า มันจะทำลายความน่าเชื่อถือของตัวท่านเอง!”

 

รอยยิ้มของหยานจิงอวี่จางหายไป นั่นก็ถูกต้อง

 

เฉินหลี่กัวยังคงสะอึกอยู่ เขารู้สึกต้องการดื่มน้ำขึ้นมา

 

หยานจิงอวี่มองสีหน้าของเฉินหลี่กัวและเห็นว่าอีกฝ่ายก้มหน้าไม่อยากจะมองมาที่ตัวเอง เขาก็เอื้อมมือไปเชยคางอีกฝ่ายขึ้น

 

คนตรงหน้าเขาเมื่อเทียบกับสามปีก่อนตอนนี้ค่อนข้างผอมบางมากจริงๆ หยานจิงอวี่มองดวงหน้าของเฉินหลี่กัวและถอนหายใจในใจแต่ความดื้อรั้นของอีกฝ่ายนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยซักนิด

 

เฉินหลี่กัวสะอึกเบาๆและเม้มปากตัวเอง สีหน้าของเขาเรียบเฉย

 

หยานจิงอวี่พูด ฉีเซียง

 

จู่ๆเฉินหลี่กัวก็ได้ยินหยานจิงอวี่เรียกชื่อตัวเองเขาก็รู้สึกหนาวไขสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

 

หยานจิงอวี่ไม่รับรู้ถึงความกังวลของเฉินหลี่กัว เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

ทำไมท่านถึงช่วยเจิ้น?”

 

เฉินหลี่กัวคิดในใจ ถามหาเหตุผลงั้นหรอ? ไม่ใช่เพราะท่านหล่อเหลารึไง?’——แต่เขาไม่สามารถตอบหยานจิงอวี่ตรงๆแบบนี้ได้ ดังนั้นเขาเลยเบือนหน้าหนีและตอบอย่างเย็นชา

 

ข้าไม่ได้ช่วยท่าน ข้าช่วยอนาคตของแคว้นหยาน

 

หยานจิงอวี่รู้อยู่แล้วว่าความผิดหวังจะถาโถมเข้ามา แต่เมื่อเขาได้รับคำตอบนี้จริงๆเขาก็พบว่ามันยากที่จะยอมรับได้

 

ถึงแม้ว่าเจิ้นจะดูแลท่านแบบนี้ก็ตาม?”

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจราวกับคนแก่ ฝ่าบาทยังเด็กนัก จะเล่นมากไปข้าก็เข้าใจได้ ข้าเป็นเพียงแค่คนแก่ๆคนนึงหลังจากผ่านไปหลายปี ฝ่าบาทก็จะเบื่อหน่ายและลืมข้าไปอยู่ดี

 

หยานจิงอวี่จับคางของเฉินหลี่กัวแน่นถ้าไม่ใช่เพราะเฉินหลี่กัวขมวดคิ้วบางๆเขาคงไม่ปล่อยมือ แต่คางของเฉินหลี่กัวตอนนี้ก็ยังเป็นรอยมือช้ำเด่นให้เห็น

 

หยานจิงอวี่พูด ปรากฏว่าท่านคิดอย่างเช่นนี้เอง

 

เฉินหลี่กัวเงียบและไม่ตอบอะไรกลับ

 

กองทัพหยานได้รับชัยชนะหยานจิงอวี่เปิดประเด็นอย่างประดักประเดื่อง ก่อนเจิ้นจะได้ส่งข่าวเรื่องนี้มาที่เมืองหลวง เจิ้นก็ได้รับจดหมายท่านเสียก่อน

 

เฉินหลี่กัวเดาได้ว่าหยานจิงอวี่กำลังจะพูดอะไรต่อ

 

หยานจิงอวี่พูดต่อ ฮ่องเต้ของแคว้นนั้นต้องการเจรจาสงบศึก เขาบอกว่าแค่ทางเราได้ส่งองค์หญิงไปแต่งงานเขาจะมอบเมืองให้เจิ้นสิบที่

 

เฉินหลี่กัวกระพริบตาจากนั้นก็พูดด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่นะ ท่านทำอย่างนั้นไม่ได้

 

น้ำเสียงของหยานจิงอวี่เย็นเหยียบราวกับน้ำแข็ง เจิ้นทำได้

 

ทั้งร่างของเฉินหลี่กัวสั่นเทิ้ม หยานซีเหยาไม่เหมาะกับการแต่งงานทางการเมืองแบบนี้ เธอยังเล็กนัก——ฝ่าบาท——”

 

หยานจิงอวี่มองสบตากับเฉินหลี่กัวโดยไม่หลงเหลือความอบอุ่นในสายตา เขาพูดอย่างเย็นชาว่า

 

ท่านฉี ได้หรือไม่มันอยู่ในมือท่านเอง

 

เฉินหลี่กัวไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นตัวเอง

 

หยานจิงอวี่พูด ท่านต้องเลือกข้างสนับสนุนให้ดีและเจิ้นจะไม่บังคับครั้งนี้

 

เฉินหลี่กัวคิดในใจหลังจากได้ยิน ดอกเบญจมาศไหม้เกรียมขนาดนี้ ยังกล้าพูดโกหกออกมาหน้าด้านๆ แต่นายหน้าตาดีงั้นฉันจะยอมให้อภัยแล้วกัน

 

หยานจิงอวี่พูดต่อ ดังนั้นเจิ้นจะยอมทำตามคำขอท่านหนึ่งข้อ

 

ดวงหน้าเฉินหลี่กัวซีดขาว ดูราวกับพูดอะไรออกมาไม่ออกแม้แต่คำเดียว

 

หยานจิงอวี่มองไปยังอีกฝ่ายที่เป็นแบบนั้นเขาก็รู้สึกสงสารในใจเล็กน้อย แต่ความสงสารนั่นก็อยู่ไม่นานชั่วพริบตามันก็สลายหายไป เขาทำใจแข็งและพูดขึ้น

 

ท่านบอกเจิ้นได้ ท่านอยากจะขออะไร?”

 

เฉินหลี่กัวตอบ คำขอของข้าคือให้ท่านสัญญาว่าจะทำตามคำขออีกพันข้อ”——นี่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเพราะบทนี้มันไม่ตรงกับคาแรกเตอร์ของฉีเซียง ถ้าเขาพูดแบบนั้นจริงๆแน่นอนว่าเขาจะต้องถูกลบออกจากโลกโดยระบบหลังพูดเสร็จ ดังนั้นเฉินหลี่กัวเลยขบฟันและเปล่งเสียงเอ่ยประโยคนึงออกมาจากปาก

 

ทำไมฝ่าบาทถึงต้องทำให้ข้าลำบากแบบนี้ด้วย?”

 

หยานจิงอวี่หัวเราะและไม่มีความสนใจที่จะตอบ

 

และตามนั้นเขาเป็นถึงฮ่องเต้ คนที่มีอำนาจมากที่สุดบนแผ่นดินภายใต้สวรรค์ ถ้าเขาอยากจะพูดอะไร เขาก็จะพูด แต่ถ้าเขาไม่อยากพูดแล้วใครล่ะที่จะบังคับให้เขาพูดได้?

 

เฉินหลี่กัวหลับตาดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาจะปั่นป่วนจนเขาไม่ใส่ใจที่เรือนร่างเปลือยของตัวเองจะถูกเผยออกให้หยานจิงอวี่เห็น

 

หยานจิงอวี่มองไปตามร่องรอยบนตัวเฉินหลี่กัว สายตาของเขาก็มืดลงเล็กน้อยแต่เขาก็รับรู้ว่ามันไม่ใช่เวลามาทำเรื่องอย่างนั้นตอนนี้ เขารอคำตอบอยู่คำตอบที่ตัวเขารู้ดีอยู่แล้ว

 

ในที่สุดเฉินหลี่กัวก็ลืมตาขึ้นมา ในดวงตาของเขาฉายแววความเปราะบาง และเสียงของเขาก็แหบพร่า

 

ทำไม ทำไมถึงต้องเป็นข้า?”

 

หยานจิงอวี่ยกปลายผมของเฉินหลี่กัวและพูดตอบเบาๆ คำถามนี้เจิ้นก็อยากจะรู้เช่นกัน

 

เมื่อเฉินหลี่กัวได้ยินประโยคนั้นเขาก็ยกมือขึ้นทาบอกและกระอั่กเลือดออกมาจากปากทันที

 

หยานจิงอวี่ปงะและกำลังจะลุกไปตามหมอมาแต่ก็โดนเฉินหลี่กัวจับชายเสื้อไว้ก่อน

 

สีหน้าของเฉินหลี่กัวดูไร้หนทางและเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง

 

ฝ่าบาทข้าได้เลือกแล้ว

 

หยานจิงอวี่มองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายหัวใจของเขาก็รู้สึกแสบคันขึ้นมา เจิ้นจะไปตามหมอหลวงมาก่อน

 

เฉินหลี่กัวส่ายหัวช้าๆและพูดอย่างสงบ ข้าน้อยมีอาการไอเป็นเลือดมาเวลานานแล้วถึงแม้จะเป็นหมอหลวงของพระราชวังก็ไม่สามารถรักษามันได้

 

หยานจิงอวี่ขมวดคิ้ว ท่านไม่เคยรับการรักษาจากที่อื่นเลยงั้นรึ?”

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจเบาๆ มีความเหนื่อยล้าให้เห็นที่หัวคิ้วก่อนที่เขาจะกลับสู่ประเด็นเดิมอีกครั้ง

 

ข้าน้อยได้ตัดสินใจแล้ว

 

หยานจิงอวี่ตอบ โอ้?”

 

เฉินหลี่กัวพูดต่อ ได้โปรด... ...ฝ่าบาทช่วยลดตำแหน่งองค์หญิงสู่สามัญชนด้วย

 

หยานจิงอวี่ไม่คิดว่าคำขอของเฉินหลี่กัวจะเป็นแบบนี้ ท่านแน่ใจแล้ว?”

 

เฉินหลี่กัวพยักหน้า

 

คาแรกเตอร์ของหยานซีเหยานั้นไม่ได้แข็งแกร่งนัก ถึงแม้ว่าเฉินหลี่กัวจะพยายามช่วยเธอแค่ไหน ประสบการณ์ในวัยเด็กก็ทำให้เธอเป็นคนอ่อนไหวและรู้สึกต่ำต้อยในพระราชวัง หยานซีเหยาไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถมีตำแหน่งสูงกว่านี้ได้

 

เธอเพียงแค่ต้องการให้ตัวเองไม่ต้องใช้ชีวิตยากลำบากนัก ถึงแม้ว่าหลังจากที่เธอมีชายที่ชอบแล้วแต่เธอก็ยังไม่กล้าที่จะคิดฝันถึงอนาคตร่วมกันอยู่ดี

 

เฉินหลี่กัวทำอะไรมากมายเพื่อหยานซีเหยา แต่มันพูดได้ว่าสิ่งที่เขาทำตรงหน้าหยานจิงอวี่ตอนนี้มันเป็นเรื่องที่หนักหนาที่สุด

 

ทัศนคติของหยานจิงอวี่ที่มีต่อหยานซีเหยานั้นเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของเธอ ไม่ว่าเธอจะได้แต่งงานกับแคว้นอื่นและมีชีวิตที่เลวร้าย หรือสามารถอยู่ในแคว้นหยานและมีชีวิตที่สุขสันต์ในฐานะขุนนางเล็กๆ มีลูกหลาน ได้เห็นเมืองเกิดของตัวเองเจริญรุ่งเรืองภายใต้สรวงสวรรค์

 

หยานจิงอวี่เอ่ยช้าๆ ท่านได้คิดมั้ยว่าถ้าเธอรู้ว่าท่านอยากให้เจิ้นปลดนางลงจากตำแหน่งองค์หญิง เธอจะไม่ต้องการท่านแล้ว?”

 

เฉินหลี่กัวตอบ เธอไม่โทษข้าหรอก

 

หยานจิงอวี่เงียบไปชั่วครู่ราวกับคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นหลังผ่านไปเป็นเวลานานเขาก็พูดตอบรับ

 

เจิ้นให้สัญญากับคำขอนี้ของท่าน

 

เฉินหลี่กัวแอบรู้สึกปิติในใจตัวเอง

 

หยานจิงอวี่ไม่แสดงสีหน้าอะไรและเฉินหลี่กัวก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีความสุขหรือโกรธอยู่ เขาได้ยินหยานจิงอวี่พูดแค่ แค่ท่านต้องเข้าใจว่า คำขอของท่านนั้นมีเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น

 

หรือจะพูดว่าถ้าเขาต้องการช่วยหยานซีเหยา เขาก็จะต้องอยู่กับหยานจิงอวี่นั่นเอง

 

เฉินหลี่กัวตอบ ข้าเข้าใจดี

 

สายตาของหยานจิงอวี่จับจ้องไปยังดวงหน้าของเฉินหลี่กัวและพบว่าสีหน้าเฉินหลี่กัวนั้นไม่มีความโกรธหรือเสียใจ มันไม่แยแสจนทำให้ใจของเขารู้สึกไม่พอใจและปั่นป่วนอย่างมาก

 

ท่านฉี เจิ้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับองค์หญิงจะดีขนาดนี้

 

เฉินหลี่กัวตอบบางเบา มันก็แค่เพราะข้าทนไม่ได้ที่จะไม่ช่วยเหลือผู้ที่น่าสงสารและไม่สามารถช่วยตัวเองได้แบบนั้น

 

หยานจิงอวี่หัวเราะในลำคอ งั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอันจบลง

 

เฉินหลี่กัวพยักหน้า ข้าน้อยคงต้องรบกวนฝ่าบาทส่งข้าน้อยกลับเรือนด้วย

 

หยานจิงอวี่ตอบ ได้

 

เมื่อเขาพูดจบเขาก็ส่งข้ารับใช้ในพระราชวังไปเตรียมรถม้า

 

เฉินหลี่กัวสังเกตว่าหยานจิงอวี่ยังคงปิดบังความลับนี้ เหล่าคนในพระราชวังที่ถูกสั่งก็เป็นคนใกล้ชิดทั้งหมด และเมื่อเขาถูกอุ้มไปที่รถม่าเขาก็ถูกห่อด้วยผ้าห่มมิดทั้งตัว

 

ร่างกายของเฉินหลี่กัวบอบบางมากหลังจากที่เขากระอั่กเลือดไปก่อนหน้านี้ ทำให้สภาพของเขาย่ำแย่มาก

 

ในรถม้าหยานจิงอวี่เอามือแนบที่หน้าผากเขาแล้วถอนหายใจ

 

นี่เราไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี ร่างกายท่านก็แย่ถึงเพียงนี้ ถ้าเจิ้นมีเวลาจะหาหมอชื่อดังรอบๆแคว้นมาตรวจ

 

เฉินหลี่กัวตอบเบาๆ ขอบคุณฝ่าบาทสำหรับความกรุณา

 

ดวงตาของหยานจิงอวี่มีความลังเลเล็กน้อยที่จะไปส่งแต่เขาก็ระงับอารมณ์ตัวเองได้เป็นอย่างดี

 

ไปได้

 

รถม้าได้เคลื่อนตัวและเฉินหลี่กัวก็หลับไปบนการเดินทางที่กระเด้งกระดอน

 

เมื่อเขามาถึงที่เรือนเฉินหลี่กัวก็จำไม่ได้ว่าอะไรอุ้มเขากลับมา แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงเมื่อเขาตื่นขึ้นอีกครั้งมันก็เป็นเช้าวันใหม่แล้ว

 

เฉินหลี่กัวกระซิบ เลอชี่

 

เลอชี่ที่ยืนอยู่ข้างระยะแค่ฝ่ามือมาตลอดก็เดินเข้ามาช้าๆ และร้องออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดบางอย่าง

 

นายท่าน

 

เฉินหลี่กัวหลับตาลง ข้าได้ดูแลเจ้าอย่างไรบ้าง?”

 

เลอชี่สำลักด้วยเสียงสะอื้น เขาคุกเข่าลงและพูดตอบ

นายท่าน นายท่าน ข้าผิดไปแล้วโปรด
——ให้อภัยข้าด้วย นายท่าน——

 

เฉินหลี่กัวไอออกมาสองสามครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

เจ้าเริ่มติดตามข้ามาตั้งแต่สี่ขวบและตอนนี้มันก็เป็นสิบกว่าปีแล้ว เห็นกันและกันในฐานะเจ้านายและข้ารับใช้เป็นเวลานาน ข้าจะไม่ทำอะไรให้ยากสำหรับเจ้า จากไปด้วยตัวเองเสีย

 

เลอชี่หลั่งน้ำตา น้ำเสียงของเขาดูเศร้าโศกอย่างมากจนเฉินหลี่กัวทนฟังมันไม่ไหว

 

แต่ในเมื่อตัวตนของเลอชี่ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว เฉินหลี่กัวก็ไม่สามารถปล่อยอีกฝ่ายไว้ข้างตัวได้

 

เลอชี่พูด นายท่าน ข้ารู้ความผิดตัวเองดี ข้ารู้ว่าตัวเองผิดจริงๆ แต่อย่าไล่ข้าไป อย่าไล่ข้าไปเลยนะ!”

 

เฉินหลี่กัวถามขึ้น ทำไม?อะไรกันที่เขาให้เจ้า อะไรทำให้เจ้ายอมทำงานให้เขา?”

 

น้ำตาของเลอชี่ยังคงไหลริน องค์ชาย——ไม่สิฝ่าบาท ฝ่าบาทสัญญากับข้าว่าถ้าช่วยเขา เมื่อเขาได้รับบังลังค์เขาจะปลดปล่อยข้าจากการเป็นทาส

 

ปลดปล่อยจากการเป็นทาสงั้นหรอ เฉินหลี่กัวอดไม่ได้ที่จะคิดเรื่องนี้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูแลเลอชี่ดั่งทาสและฉีกสัญญาการซื้อขายของเลอชี่ลง มันก็ยังไม่ทำให้เลอชี่หลุดออกจากสถานะทาสได้เพราะเลอชี่เป็นทาสพิเศษที่มีแต่ฮ่องเต้จะปลดปล่อยเขา

 

เฉินหลี่กัวพูด งั้นข้าก็เข้าใจได้

 

เลอชี่ที่คุกเข่าอยู่คลานเข้ามาสองก้าวและจับชายเสื้อของเฉินหลี่กัวระหว่างที่อ้อนวอน

 

นายท่าน——ข้ามันโง่เอง โปรดให้อภัยข้าด้วย อย่าไล่ข้าไปเลย

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจเบาๆและเอื้อมมือไปลูบหัวเลอชี่

 

หลังจากหลุดพ้นจากสถานะทาสแล้วเจ้าไม่อยากจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองบ้างหรอ?”

 

เลอชี่ส่ายหัวน้ำตาเขาไหลรินราวกับน้ำตก

 

เฉินหลี่กัวพูดอย่างอบอุ่น ชายที่เติบโตมาด้วยปัญหาต้องพกดาบยาวสามศอกเพื่อที่จะรับมือความไม่สำเร็จ——โลกที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมได้ทำร้ายผู้คนแต่สรรเสริญต่อผู้กล้า” *

 

เลอชี่รับฟังด้วยความโง่งม

 

เฉินหลี่กัวพูดต่อ เจ้าไม่สามารถอยู่ในเรือนข้าได้ แต่หลังจากเจ้าได้ปลดจากสถานะทาสแล้วถ้าเจ้าอยากจะไปไหนก็บอกข้า ถ้าข้าช่วยได้ข้าจะช่วยเอง

 

เลอชี่พูด นายท่านไม่โทษข้างั้นหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวยิ้มอย่างสงบ ข้าไม่โทษเจ้าหรอก

 

เลอชี่ร้องไห้อีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่มีความตื่นตระหนกในเสียงสะอื้นของเขา มันราวกับเสียงของเด็กที่ทุกข์ทรมาณได้พบกับแสงสว่าง


นายท่าน ทำไมทุกอย่างถึงได้มาถึงจุดนี้? นายท่าน——”

 

ในตอนนี้เฉินหลี่กัวรู้สึกราวกับตัวเองเป็นพ่อพระที่มีแสงธรรมเปล่งประกายออกมาจากร่าง เอ๋ ใครเสแสร้ง? พูดอะไรไม่น่าฟังจริงๆ

 

เลอชี่ร้องไห้ตั้งแต่เช้ายันบ่าย และในที่สุดเขาก็หลับไปหลังจากได้ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก

 

เฉินหลี่กัวมองสีหน้าน่าสงสารของอีกฝ่ายและรู้สึกไม่พอใจ——เขาไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวันและต้องมองเลอชี่ร้องไห้อย่างนั้น

 

แต่เมื่อมองเลอชี่ร้องให้จนสภาพเป็นอย่างนี้ เฉินหลี่กัวก็รู้สึกว่ามันจะไร้มนุษยธรรมเกินไปที่จะปลุกอีกฝ่าย

 

โชคดีที่เลอชี่ไม่ได้หลับนานักหลังจากตื่นขึ้น คนตรงหน้าก็เหม่อลอยซักพักและถามขึ้น นายท่าน ข้าหลับไปนานเท่าใด?”

 

เฉินหลี่กัวตอบ ... ...ประมาณครึ่งวันได้

 

เลอชี่พูด ทำไมนายท่านถึงไม่ปลุกข้า?”

 

เฉินหลี่กัวตอบ ข้าเห็นเจ้าเหนื่อยเลยปล่อยให้เจ้าได้นอนนานขึ้น

 

เลอชี่มองไปที่ความละเอียดอ่อนของเฉินหลี่กัวก็เกือบจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกรอบ เขาสะอื้นก่อนจะพูดขึ้นมา

 

นายท่าน ช่างเป็นคนดีจริงๆ

 

เฉินหลี่กัวเห็นน้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตาอีกฝ่าย เขาก็รีบพูด

 

ข้าเริ่มหิวแล้ว เจ้าไปนำอะไรมาให้ข้ากินดีมั้ย?”

 

เลอชี่ส่งเสียงตอบรับและจากไป

 

เฉินหลี่กัวถอนหายใจด้วยความโล่งอกจากนั้นก็คุยกับระบบ

 

เลอชี่นี่น่ารักไปหมดเลยนะ เสียแต่ว่าเขาร้องไห้มากเกินไป

 

ระบบ : “... ...

 

เฉินหลี่กัวพูดต่อ ดูความแข็งแกร่งของฉันสิ! ฉันไม่เคยร้องไห้จนสภาพดูไม่ได้แบบนี้ซักครั้ง

 

ระบบเงียบไปซักพักจากนั้นก็พูดออกมาช้าๆ นายร้องไห้ได้อนาถากว่าเขาอีก

 

เฉินหลี่กัว : “ตอนไหนกัน?”

 

ระบบ : “เมื่อวาน

 

เฉินหลี่กัว : “... ...เขาเงียบลงพักนึงก่อนจะจงใจพูดขึ้นว่า ไม่ใช่มันมีระบบป้องกันความเป็นส่วนตัวของโฮสต์หรอ? นายมารู้ได้ยังไง?”

 

ระบบ : “เพราะตอนมันจบลงนายก็ยังร้องไห้อยู่น่ะสิ

 

เฉินหลี่กัว : “... ...แม่งเอ้ย น่าอับอายจริงๆ

 

ระบบ : “ตอนนายร้องไห้นายพูดด้วยว่า อย่านะ’ ”

 

เฉินหลี่กัว : “... ...

 

ระบบ : “หึๆ

 

เฉินหลี่กัวรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบ เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรทำให้ระบบที่ปกติจะเข้าข้างเขาอยู่เสมอเป็นแบบนี้ เฉินหลี่กัวรู้สึกเสียศูนย์

 

นายเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

 

ระบบ : “มันเรียกว่าการพัฒนาต่างหาก

 

ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกับ เลอชี่ก็เข้ามาพร้อมกับอาหาร เมื่อเขาเข้ามาสีหน้าเขาเต็มไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ เมื่อเฉินหลี่กัวเห็นดังนั้นเขาก็รู้ได้ว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เขารู้จักเด็กนี้ดี

 

แต่เฉินหลี่กัวหิวเกินไป ดังนั้นเขาเลยไม่รีบถาม หลังจากที่ซดข้าวต้มไปรองท้องแล้วเขาก็ถามขึ้น

 

เกิดอะไรขึ้น?”

 

ข้า ข้าเพิ่งได้รับข้อความมาจากคนผู้หนึ่ง... ...เลอชี่พูดอยากระมัดระวัง เขาลังเลซักพักก่อนจะเว้นระยะแล้วพูดต่อ ที่พระราชวังมีอะไรเกิดขึ้นกับ... ...องค์หญิงคนหนึ่ง

 

มือที่ถือถ้วยข้าวต้มชะงักไปชั่วครู่ องค์หญิงคนไหน?”

 

เลอชี่ตอบ องค์หญิงหยานซีเหยา... ...

 

เฉินหลี่กัวถามต่อ มันเกิดอะไรขึ้น?”

 

องค์หญิง... ...องค์หญิงเธอ... ...เลอชี่พูดค้างไว้ที่ เธอเป็นเวลานานไม่พูดต่อซักที

 

เฉินหลี่กัวที่เริ่มเดาได้ในใจ เขาจึงไม่ได้ตื่นตระหนกนัก พูดต่อซะ เกิดอะไรขึ้น?”

 

เลอชี่กัดฟันก่อนจะพูดจนจบ องค์หญิงเสียชีวิตแล้ว

 

เมื่อเฉินหลี่กัวได้ยินดังนั้นชามข้าวในมือก็หล่นกระแทกลงพื้น เป็นครั้งแรกในโลกนี้ที่เขาเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ

 

นี่เจ้าพูดอะไรออกมา?”

 

เขาว่ากันว่าเธอได้รับโรคติดต่อร้ายแรงเลอชี่กระซิบ หลังจากที่อาการเริ่มออกภายในวันเดียวคนนั้นก็จะตายเสียงของเขาเล็กลงเรื่อยๆ บ่งบอกได้ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดตัวเองเท่าไหร่

 

เฉินหลี่กัวตกตะลึงเป็นเวลานาน แต่ก็รีบตอบสนองและรับรู้ว่าสิ่งที่เลอชี่พูดมันเป็นไปไม่ได้ โดยตามปกติของระบบแล้วถ้าหยานซีเหยาตายล่ะก็เขาจะถูกลบออกจากโลกทันที

 

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มันก็ทำให้เฉินหลี่กัวตกใจอยู่ดี

 

เลอชี่เห็นท่าทางเหม่อลอยของเฉินหลี่กัวก็คิดว่านายท่านของตัวเองกำลังทุกข์ทรมาณอย่างรุนแรง เขาก็รีบพูดต่อ

 

นายท่าน นายท่านต้องตั้งสติดีๆ องค์หญิงคงไม่ต้องการพบท่านด้วยสาเหตุนี้

 

เฉินหลี่กัวทำหน้าเรียบนิ่ง ข้ารู้แล้ว เตรียมรถมาให้ข้าที ข้าจะไปที่พระราชวัง

 

เลอชี่กลืนน้ำลายและมองไปที่ใบหน้าสงบนิ่งของเฉินหลี่กัว หัวใจของเขาก็สั่นกลัวเกือบขาดใจ

 

นายท่าน... ...

 

เฉินหลี่กัวตะโกนเสียงดัง รีบไปซะ!”

 

เลอชี่ไม่กล้าจะพูดอะไรอีกเขาหันหลังและไปเตรียมรถม้าให้เฉินหลี่กัวไปพระราชวัง

 

เฉินหลี่กัวพูด เป็นยังไงล่ะ? ให้คะแนนการแอคติ้งฉันเท่าไหร่?”

 

ระบบ : “ฟังก์ชั่นการแชทไม่สามารถใช้งานได้ขณะนี้

 

เฉินหลี่กัว : “ฮืม ถ้านายทำตัวแบบนี้มันก็ถือว่าแพ้ฉันแล้วนะรู้มั้ย

 

ระบบ : “เอาที่สบายใจ

 

เฉินหลี่กัว : “... ...

 

เลอชี่เตรียมรถม้าอย่างรวดเร็วเมื่อเขากลับมาและเห็นเฉินหลี่กัวนั่งเงียบนิ่งที่หัวเตียง เขาก็กังวลและถามขึ้น

 

นายท่านไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

 

เฉินหลี่กัวตอบเบาๆ ข้าสบายดี

 

เลอชี่เข็นเฉินหลี่กัวขึ้นรถม้าไปด้วยกัน

 

ในรถม้าเฉินหลี่กัวที่เริ่มเบื่อก็ถามขึ้นว่า เจ้าเริ่มทำงานให้ฝ่าบาทตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 

เลอชี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าเฉินหลี่กัวกำลังสนใจเรื่องนี้ เขาก็ตอบอย่างละอายใจ

 

มัน มันก็เป็นเวลาหลายปีแล้วขอรับ

 

ไม่น่าแปลกใจเมื่อเฉินหลี่กัวพูดเสร็จเขาก็หลับตาลง

 

เลอชี่อยากจะพูดอะไรต่อแต่ก็หยุดชะงักลง เมื่อคำพูดมันขึ้นมาที่ปากเขาก็กลืนพวกมันลงไป นายท่านของเขารู้ว่าเขาได้ทรยศและไม่โทษโกรธเขา แล้วเขาจะยังมีหน้าไปพูดอะไรได้อีก?

 

เขาเพิ่งออกจากพระราชวังไปเมื่อวาน วันนี้เขาก็กลับมาอีกครั้งมากกว่านั้นครั้งนี้เขายังมาด้วยความตั้งใจของตัวเอง

 

อารมณ์ของเฉินหลี่กัวตอนนี้ค่อนข้างพูดยาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าหยานจิงอวี่จะเก่งขนาดนี้ คำขอของเขาเพิ่งบอกไปเมื่อวาน วันนี้ก็ได้ทำให้สำเร็จแล้ว

 

หยานจิงอวี่ก็แน่ใจว่าเฉินหลี่กัวจะมา เพราะงั้นเขาเลยส่งคนไปต้อนรับไว้ล่วงหน้า

 

เฉินหลี่กัวเข้ามายังพระราชวังโดยไม่มีอะไรขวางทาง ก็ใช้เวลาไปแค่ครึ่งชั่วโมงเพื่อที่จะได้พบหยานจิงอวี่

 

เลอชี่ถูกทิ้งไว้นอกประตูและเขาก็เฝ้ามองเฉินหลี่กัวเข็นตัวเองเข้าไปห้องสมุดอย่างเป็นกังวล

 

หลังจากนอนไปวันนึง ท่านได้พักผ่อนอย่างดีหรือไม่?” หยานจิงอวี่มองไปที่เอกสารบนโต๊ะและไม่แม้แต่จะเงยหัวขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเฉินหลี่กัวเข้ามา

 

ฝ่าบาทเฉินหลี่กัวพูด ข้าได้ยินเรื่องขององค์หญิง

 

หยานจิงอวี่ชะงักมือที่กำลังเขียนและเงยหน้าขึ้นมา แล้วเป็นอย่างไร?”

 

เฉินหลี่กัวพูด ... ...สาเหตุการตายคืออะไรกันแน่?”

 

หยานจิงอวี่โยนปากกาในมือลงและพูด เจิ้นเสียใจจริงๆ ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกหรอ?”

 

เฉินหลี่กัวพูดอะไรไม่ออก

 

หยานจิงอวี่เห็นเฉินหลี่กัวนิ่งงันเขาก็เผยรอยยิ้มออกมา

 

ก็ได้ ความจริงแล้วเธอมันโง่เกินไปและยังกล้ามีปากเสียงกับเจิ้นขึ้นมา

 

เฉินหลี่กัวยิ้มอย่างเหนื่อยใจ แล้วจากนั้น?”

 

หยานจิงอวี่พูดอย่างเย็นชา จากนั้นอะไร? จากนั้นก็แน่นอนว่าเธอทำให้เจิ้นโมโห——มีฮ่องเต้องค์ใหม่ กับแค่เรื่ององค์หญิงคนนึงตายโดยได้เจ็บปวดแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ซักนิด

 

เฉินหลี่กัวพูด ข้าเข้าใจแล้ว

 

หยานจิงอวี่ถาม เข้าใจเรื่องอะไร?”

 

เฉินหลี่กัวหัวเราะและพูดออกมา ข้าเข้าใจว่าฝ่าบาทกำลังเล่นตลกกับข้าอยู่


—————————————


เอาแล่วๆ จะเกิดอะไรขึ้นต่อทีนี้


* ตรงนี้แม้แต่คนแปลอิ้งมาเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะสื่อว่าอะไร มันเขียนมาว่า

大丈夫生于乱世,当带三尺剑,立不世之功——这乱世于百姓是灾,于英雄是福

เผื่อมีคนอ่านจีนได้นะครับ


ปล.ตอนนี้มันยาวชิบเลยไม่รู้จะพูดไรดี




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #477 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:00
    ขอบคุณค่า
    #477
    0
  2. #421 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:57
    เอาจริง อ่านเเล้วก็ยังสงสัยว่าวันๆน้องทำงานอะไรบ้าง ตกลงน้องอยู่ในฐานะอะไรเนี่ย กุนซือทางทหารหรือขุนนางตำเเหน่งไหนเนี่ย ทำไมมันดูว่างจัง
    #421
    0
  3. #226 クマしろ (@tamamo1mae) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 09:14
    เข้าใจยากอะไรท์ แต่เราเข้าใจประมาณว่า ลูกผู้ที่เกิดในช่วงที่เกิดความวุ่นวาย(กลียุค)
    ต้องพกดาบที่ยาวประมาณ30นิ้ว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ได้เกิดขึ้นในยุคนั้นให้สำเร็จ ถ้าแซ่(สกุล)ใสสะอาด(แบบ ไม่มีชื่อเสียเลย) จะถือว่าไม่ดี(โชคร้ายเคราะห์ร้าย มีภัย ราวๆนั้น) เมื่อแก้ไขสำเร็จก็จะกลายเป็นวีรบุรุษ(ที่มีความสุขและโชคดี ประมาณว่าได้เป็นแล้วโชคดีมีความสุข มั้งนะ)
    #226
    1
    • #226-1 The Unlikely (@ttqqpp00) (จากตอนที่ 27)
      12 ตุลาคม 2562 / 14:25
      โห เข้าใจยากจริงๆ ขอบคุณมากคร้าบที่มาช่วยวิเคราะห์ให้ /กราบ
      #226-1
  4. #210 ดารุมะ (@ning-cake) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 23:13
    ตายแล้ว ลุ้นๆ5555
    #210
    0
  5. #208 ploydreamhigh (@ploydreamhigh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 22:08
    ปล่อยข่าวให้ตายทีนี้องค์กญิงก็มีตัวตนใหม่งี้ป่ะ
    #208
    0
  6. #207 natpapat5665 (@natpapat5665) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 21:12
    ขอบคุณค่ะ
    #207
    0
  7. #206 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:46
    แกล้งปล่อยข่าวว่าตาย แล้วปล่อย องค์หญิงไปหรือเปล่า
    #206
    0
  8. วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:46
    ไรท์สุดยอดด ไรท์แปลจากจีนเลยเหรอคะ เจ๋งมาก
    #205
    0
  9. #204 cantus1011 (@cantus1011) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:29

    ค้างเติ่งบนหอคอย555
    #204
    0
  10. #203 แกะ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:19

    เกิดไรขึ้น ๆ ๆ หยานจิงอวี่ทำไมผิดคำพูดดด องค์หญิงทำอะไรให้ท่านโกรธหรือ


    ระบบ นายแอบดู ฮั่นแน่ !! เริ่มสนใจอยากลองทำกับโฮสต์แล้วชิมิล่า /โดนระบบสั่งปิดการแชท


    #203
    0
  11. #202 Sairattz (@rainbowhyuk) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 20:10
    กิ้ดดดดด เทอทำอะไรน้องงงง
    #202
    0
  12. วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:49
    วางแผนทำไรอยู่คะะะ
    #201
    0
  13. #200 Oraphichaya (@Oraphichaya) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:44
    คนเลว!
    #200
    0
  14. #199 nantika966 (@nantika966) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:44
    อีกตอนนนนนนนนนนนนะ
    #199
    0
  15. วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:36
    คือไรฟะพี่เต้
    #198
    0
  16. #197 PHA-MIN (@PHA-MIN) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:32

    สงสารพิเต้จังเลยง่ะ ทำไมไม่รู้ ฮืออออ
    #197
    0
  17. #196 PHA-MIN (@PHA-MIN) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:31
    มาเเล้วววว ดีย์มากเลยอ่ะ
    #196
    0
  18. #195 ~Sers~ (@kissser) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:22
    โกหกน้อนนนนน
    #195
    0
  19. #194 MaMaOP1 (@MaMaOP1) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 19:07
    เข้ามาอย่างไวเลยครัช
    #194
    1
    • #194-1 The Unlikely (@ttqqpp00) (จากตอนที่ 27)
      11 ตุลาคม 2562 / 19:12
      เดอะแฟลชจริมๆ
      #194-1