[Fengsong X Chenwen] Sense Alternate

ตอนที่ 2 : Charpter 1 เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 มี.ค. 59

อัพ 19 / 03 / 59
 
Charpther 1


เปลี่ยนแปลง


 

          แดดยามเช้าเล็ดลอดเข้ามาผ่านทางหน้าต่างห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ ผ้าม่านปลิวตามแรงลมจากข้างนอกจนแสงแดดแยงตาเฉินเหวิ่นที่หลับลึก หลับจริงอยู่บนเตียงนุ่มสีฟ้าอ่อน เสียงหายใจที่เคยเป็นจังหวะเมื่อครู่จากคนตัวเล็กสะดุดเล็กน้อย มือบางยกขึ้นบังแดดที่กำลังส่องหน้าเขา ก่อนค่อยๆ นั่งบนเตียง ยกมือขึ้นปิดปากที่หาวหวอดของตัวเอง บิดตัวซ้ายทีขวาทีเพื่อขับไล่ความง่วง พลางนึกเรื่องราวเมื่อวานที่เกิดขึ้น สงสัยร่างเล็กคงจะฝันไปแน่ๆ คิดได้ดังนั้นพร้อมเปลือกตาที่ปรื๋อขึ้นมองภาพตรงหน้า

 

          ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างทันทีที่เห็นว่ามันไม่ใช่ห้องนอนของเขา ในขณะที่คนตัวสูงเดินเข้ามาในห้องนั้นยิ่งทำให้เฉินเหวิ่นตกใจไปมากกว่าเดิม พร้อมก้มมองสำรวจตัวเองและพบว่าเขาไม่ได้ใส่ชุดเขาอยู่ แต่มันกลับเป็นชุดนอนลายสกอตสีน้ำเงิน  “นาย…” ยกมือชี้บุคคลที่เดินเข้ามาในห้องเมื่อกี้  “เฟิงซง”

 

           “ความจำดีนี่”  เฟิงซงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนดื่มชาในแก้วที่เขาถืออยู่ด้วยท่าทางเรียบเฉยซึ่งแตกต่างจากคนตัวเล็กบนเตียงของเขาอย่างสิ้นเชิง

 

           “นายทำอะไรกับเสื้อผ้าของฉัน เสื้อผ้าฉันอยู่ไหน”  ว่าพลางกวาดตามองไปรอบๆ ห้องที่สะอาดตา ทุกอย่างในนี้ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบและเรียบร้อยอย่างที่ห้องของเขาไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่นอน

 

           “ขาดหมดแล้ว”

 

           “ห๊ะ?!”  เฉินเหวิ่นอ้าปากค้างกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ไม่คิดเลยว่าเฟิงซง เพื่อนร่วมห้องเดียวกันสมัยเด็กจะเกลียดเขาถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือทำเรื่องทำร้ายจิตใจเขาได้ถึงขนาดนี้ ใช่ พวกเขาทั้งสองคนเป็นคู่แข่งกันตั้งแต่ยังเด็ก แข่งทั้งเรื่องการเรียน กีฬา กิจกรรมต่างๆ และแน่นอนว่าคนที่ชนะทุกครั้งไปมักจะเป็นเฉินเหวิ่นเสมอ

 

           “เมื่อวานที่นายช่วยฉัน ฝนมันตกหนัก และนายก็เปียกมาก ฉันกลัวว่าต้องมาจ่ายค่ายาให้ ก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาย แค่นั้น”  เฟิงซงอธิบายตัดหน้าคนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะโวยวายขึ้น พร้อมเดินมานั่งลงบนเตียงตัวเอง สายตาคมหันจับจ้องใบหน้าหวานที่ดูสงบจิตสงบใจลง  “หึ นายคิดอะไรอย่างนั้นเหรอ”

 

           “แล้วทำไมเสื้อผ้าฉันถึงขาดหมด”  เฉินเหวิ่นสุดลมหายใจเข้าลึก ก่อนถามบุคคลที่จ้องหน้าเขาอยู่ในตอนนี้

 

           “นายจำอะไรเมื่อคืนไม่ได้จริงๆ เหรอ”

 

           “มะ...หมายความว่ายังไง”

 

           “นายกลัวอะไรบางอย่างที่นายเห็น...จากนั้นนายก็เริ่มฉีกเสื้อผ้าตัวเอง”  สายตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวย

 

          คิ้วเรียวขมวดมุ่น เฉินเหวิ่นลองคิดตามคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนที่ภาพความทรงจำในช่วงนั้นจะตีเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว

 

Sense Alternate

 

          เมื่อวาน เวลา 20:00

 

เปรี้ยง!

 

          สายฟ้าที่ฟาดผ่านไปไม่ไกลบุคคลทั้งคู่ที่ค้างเติ่งไม่ห่างจากขอบดาดฟ้าเท่าไหร่นั้น ทำให้ละอองกระแสไฟรอบตัวพวกเขาทั้งคู่เปลี่ยนไป

 

          มือหนาออกแรงดึงคนตัวเล็กที่กำมือเขาแน่นเข้ามาแนบชิดร่างกายอย่างรวดเร็ว เหงื่อของเขากำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เฟิงซงกดปุ่มอะไรบางอย่างที่ทำให้สายสลิงดึงตัวเขาพร้อมคนในอ้อมกอดกลับขึ้นมาบนดาดฟ้าได้อย่างปลอดภัย ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่แสนคุ้นเคยซึ่งยังคงไม่ได้สติ ละสายตาจากคนตัวเล็กมาเก็บอุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตตัวเองใส่กระเป๋าสะพายข้างไว้ ขายาวเดินไปอุ้มกล่องบางอย่างที่ยังไม่เปียกฝนมากนัก พร้อมพยุงเฉินเหวิ่นลงลิฟต์ไปชั้นล่างสุด

 

ติ้ง

 

          ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมสติจากคนข้างกายเฟิงซงที่กลับคืนมา เฉินเหวิ่นทำหน้าบูดบึ้ง และบ่นพึมพำคนเดียว ก่อนเดินตากฝนไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเขาก็เจอร้านที่พักพิง

 

          เบียร์สี่ห้าขวดถูกสั่งโดยคนตัวเล็กที่กำลังหงุดหงิดเพราะถูกไล่ออกจากงานอย่างไม่ยุติธรรม ตัวเขานั้นไม่เคยทำให้ลูกค้าไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ได้รับแต่คำชมด้วยซ้ำไป มือบางยกขวดเบียร์กระดกดื่มของเหลวในขวดทันทีที่มันถูกวางลงบนโต๊ะ

 

          เฟิงซงที่อุ้มกล่องข้าวของมากมายของเฉินเหวิ่นตามมาที่ร้านเบียร์เล็กๆ ริมถนนถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมเดินไปนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้อยู่เต็มที

 

          เบียร์หนึ่งขวดหมดลงอย่างรวดเร็ว เฉินเหวิ่นขมวดคิ้วแน่นมองคนที่นั่งลงตรงข้ามเขาด้วยเปลือกตาที่หย่อนลงแทบจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ อาจเป็นเพราะคนตัวเล็กไม่ได้ดื่มมันมาเป็นเวลานานเกินไปจนทำให้เพียงหนึ่งขวดก็มากพอที่จะกระชากสติออกจากร่างได้อย่างง่ายดาย ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้เฟิงซงจนแทบจะชนกัน ยิ้มกว้างโชว์ฟันและสะอึก แต่ก็ยังไม่วายที่จะเปิดปากพูดบ่นเรื่องที่คลางแคลงใจไม่หาย  “ฮึก นายมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉันออกจากงานห๊ะ ลูกค้า…เขาชมฉันด้วยซ้ำไป ไอ้กองกระดาษเรียกร้องนั่น…มันแค่เรื่องโกหก ฮึก ใครจะเขียนก็ได้นี่”  ว่าพลางยกนิ้วชี้ร่างสูงขึ้นลงๆ อยู่อย่างนั้น ไม่นานใบหน้าของเฉินเหวิ่นก็ฟุบลงโต๊ะเหล็กทันที

 

           “เฮ้ย นายจะนอนตรงนี้ไม่ได้ บอกทางกลับบ้านฉันมาก่อน”  เฟิงซงยื่นมือเขย่าคนตรงหน้าให้ได้สติกลับคืนมา แต่ดูเหมือนมันจะได้ผลแค่กับขนแขนคนตัวเล็กที่ลุกชันขึ้นเท่านั้น ต่อมาไม่กี่อึดใจ เฉินเหวิ่นเด้งตัวขึ้นนั่งตรงหันหน้าไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานเหวอกับสิ่งที่เขาเห็น ก่อนลุกยืนวิ่งออกจากร้านไปเสียดื้อๆ ท่ามกลางสายฝนที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกเลยแม้แต่น้อย

 

           “พี่ครับ เก็บเงินด้วยครับ” ร่างสูงล้วงเงินออกมาจากประเป๋า แล้วยื่นไปให้ผู้หญิงตรงหน้าที่น่าจะอายุราวๆ รุ่นป้าได้ เธอส่งยิ้มให้เฟิงซงเยิ้มจนมดแทบขึ้นทันทีที่ได้จับมือเขา

 

          “แหม เรียกพี่ด้วย เอาเป็นว่าพี่ลดราคาให้นะจ๊ะ” จบประโยคนั้น เฟิงซงก็รีบดึงมือตัวเองออกจากผู้หญิงตรงหน้า ก่อนเดินตามหาเฉินเหวิ่นที่วิ่งเตลิดไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้อย่างใจเย็น

 

          คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่คนตัวเล็กจะวิ่งหนีไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แถมยังมีอาการขนลุกอีก อย่าบอกนะว่าเฉินเหวิ่นจะมองเห็นวิญญาณได้…แบบที่เขาเป็น คิดได้ดังนั้นร่างสูงก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหาอีกฝ่ายให้เจอ

 

          ตั้งแต่เด็กแล้วที่เฟิงซงมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันมีอยู่บนโลกนี้จริงๆ ทั้งภาพ และเสียงที่คมชัดยิ่งว่าเอชดีในจอโรงภาพยนต์ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทุกที่ล้วนมีวิญญาณทั้งสิ้น พวกนั้นคอยแต่กวักมือเรียกให้เขาไปช่วยเหลือเสมอ ดังนั้นโลกนี้จึงไม่น่าอยู่สำหรับร่างสูงเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเขาได้เจอ…ใบหน้าหวานที่ยิ้มเยาะเย้ยเขาในช่วงมัธยมปลาย มันไม่ใช่รอยยิ้มที่น่าหมั่นไส้ หากแต่กลับเป็นรอยยิ้มที่สะใจเขาอย่างใสซื่อและจริงใจแบบที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน ตั้งแต่นั้นมา การแข่งขันทุกอย่างของเฟิงซงกับเฉินเหวิ่นก็เป็นเรื่องสนุกสำหรับร่างสูงมาโดยตลอด แม้ว่าเขาจะแพ้อีกฝ่ายด้วยคะแนนที่ห่างกันไม่เพียงกี่สองสามคะแนนก็ตาม ช่วงเวลาเหล่านั้นช่างมีความหมายเหลือเกิน

 

Sense Alternate

 

          เฉินเหวิ่นหยุดวิ่งเมื่อเขาเห็นว่าไม่มีตัวปประหลาดตามเขามาอีกแล้ว คนตัวเล็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน บนถนนตอนนี้แทบเรียกได้ว่าร้างรถร้างผู้คนอย่างแปลกตาทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ยังไม่ดึกมากแท้ๆ ร่างบางก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองที่เปียกชุ่ม ยกมือยีผมงอที่เสียทรงให้หายหงุดหงิดที่ชีวิตเขาในวันนี้มันช่างเจอแต่เรื่องเลวร้ายเหลือเกิน

 

          ‘ช่วยฉัน…’  เสียงแหบพร่าเหมือนสัญญาณวิทยุติดขัดดังขึ้นข้างหูเฉินเหวิ่น ดวงตาคู่สวยสั่นระริกราวกับรับรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตแน่ๆ ก่อนหันมองทางขวาที่มาของเสียง

 

          ใบหน้าที่อาบชะโลมไปด้วยเลือดสีแดงสดอยู่ห่างจากหน้าคนตัวเล็กไม่ถึงถึงคืบ กลิ่นคาวของเลือดยังสดใหม่ปะทะเข้ากับจมูกเฉินเหวิ่นจนต้องรีบยกมือปิด ใบหน้าหวานเหยเกพร้อมกับหยดน้ำตาที่เอ่อเต็มขอบตาไปหมด มือเล็กกำหมัดแน่นและตะโกนออกด้วยความกลัวอย่างสุดขีด  “อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามา!!”  ไม่รอช้ามองภาพตรงหน้านาน เฉินเหวิ่นรวบรวมสติกลับคืนมาแล้วออกวิ่งหนีสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นอีกครั้ง

 

          เพร้ง! เพร้ง! เพร้ง!

 

          บรรดาโคมไฟสูงริมฟุตบาทแตกเรียงตามทางที่คนตัวเล็กวิ่งหนีมา ร่างบางสั่นเทิ้มไปหมด ไม่แม้แต่จะกล้าหันไปมองตัวประหลาดที่กำลังตามเขามาติดๆ

 

          ปึก

 

          เท้าเล็กสะดุดก้อนหินล้มขมำกับพื้น ความรู้สึกเจ็บหัวเข่าเจ็บปวดจนพยายามลุกขึ้นไม่ได้ เพียงแวบนึงที่ลมและกลิ่นเหม็นเน่าเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่สวยสบกับดวงตาว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงพันกันยุ่งเหยิงไปหมด ขอบตาคล้ำนั้นค่อยๆ มีเลือดสีแดงเข้มไหลออกมาช้า ปากที่ผิดรูปขยับเอ่ยเสียงเบา  ‘ช่วยฉัน…’  มือดำปี๋ที่หักงอบีบมือนุ่มของคนตัวเล็กแน่น

 

          “เฉินเหวิ่น นายไปนั่งอะไรตรงนั้น”  เฟิงซงเดินเข้าไปถามร่างบางที่นั่งสั่นเทิ้ม

 

          “ฉัน…ฉัน เห็นอะไรไม่รู้”  น้ำตาที่ห้ามไว้มานานไหลเป็นสายในที่สุด มือเล็กที่สั่นเทาพยายามดึงออกจากมือดำปี๋ตรงหน้า

 

          “นายเมามากแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน”  ร่างสูงพยายามเพ่งมองทุกอย่างแถวนั้นแต่เขากลับไม่เห็นอะไรสักนิด บางทีเขาอาจจะคิดไปเองว่าเฉินเหวิ่นมองเห็นวิญญาณก็ได้

 

          “ช่วยฉันก่อน ฮึก”  สะอื้นจนตัวโยน แม้จะใช้แรงที่มากมายเท่าไหร่ก็ดึงมือตัวเองออกจากสิ่งน่ากลัวตรงหน้าไม่ได้เลย

 

          “ถ้านายดื้ออย่างนี้ ฉันกลับล่ะ”  เฟิงซงยืนขึ้นแล้วหมุนตัวเดินจากตรงนั้นไป ทิ้งไว้เพียงเฉินเหวิ่นที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงกับสิ่งที่เขาเจอ

 

          คนตัวเล็กสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกพลังที่เหลืออยู่ในตอนนี้แล้วยืนขึ้นช้าๆ มือเล็กถูกบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมดวงตาที่ไร้แววตานั้นจ้องเข้ามาอย่างเย็นยะเยือก

 

          มือดำปี๋ข้างนึงนั้นเปลี่ยนไปบีบคอคนที่มันอยากให้ช่วยเหลือแทน พร้อมมืออีกข้างที่บีบต้นแขนเฉินเหวิ่นไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้  ‘ตอบมาสิว่านายจะช่วยฉัน! ตอบมา!’  เสียงทุ้มตะโกนดังลั่นเต็มโสตประสาทของคนตัวเล็ก กระตุ้นความกลัวให้มีมากขึ้นไปอีก

 

Sense Alternate

 

          ใบหน้าคมคายเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้งที่เดินหนีมาได้ไม่นาน แปลก…ที่ตั้งแต่ตอนที่เขาช่วยเฉินเหวิ่นไม่ให้ตกตึกได้นั้น เขาก็ไม่เห็นวิญญาณแม้แต่สักตัวเดียว วิญญาณลุงยามที่หน้าตึกตอนขาขึ้นเขาก็ยังเห็นอยู่ แต่ขากลับออกมาจากตึกดันไม่มีแล้ว บางทีอาจจะเป็นไปได้ว่า…คนตัวเล็กนั้นอาจจะสลับสิ่งที่เขารับรู้ได้นั้นไป

 

          ความกระวนกระวายในใจทำให้ร่างสูงออกวิ่งกลับไปทางเดิมอีกครั้ง ได้แต่ภาวนาไม่ให้อีกฝ่ายเป็นอะไรไปเพราะวิญญาณร้ายตนนั้นที่ตามเฟิงซงเลย

         

           “ออกไปนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!!”  มือเล็กปัดป่ายไปมือที่จับแขนเสื้อเขาทั่วจนเสื้อผ้าขาดไปหมดพร้อมตะโกนไล่อะไรบางอย่างที่เฟิงซงมองไม่เห็น ร่างสูงที่เห็นคนตัวเล็กกำลังถอยหลังไปเรื่อยๆ จนจะตกออกจากขอบทางเดินฟุตบาทอยู่รอมร่อก็รีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าตัวอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้ตัวเอง ใบหน้าหวานซบลงบนอกกว้าง ก่อนจังหวะการหายใจเริ่มคงที่

 

Sense Alternate

 

          รถสีดำคันครูจอดหยุดที่โรงรถของเฟิงซง ก่อนเขาจะเดินอ้อมไปพยุงตัวเฉินเหวิ่นที่หลับปุ๋ยอย่างกับเด็กน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยฝนที่ยังไม่เลิกตกนั้นทำให้ร่างสูงตัดสินใจอุ้นคนตัวเล็กแล้ววิ่งเข้าบ้านแทน แขนแกร่งค่อยๆ วางอีกฝ่ายลงบนโซฟาสีฟ้าอ่อนในห้องนั่งเล่นของเขา

 

          ขายาวเดินเข้าไปในห้องตัวเองเพื่อหยิบผ้าขนหนูตัวใหม่เพื่อมาเช็ดผมให้เฉินเหวิ่น ก่อนเดินออกมาแล้วหย่อนก้นลงนั่งโซฟาใกล้ๆ ร่างบางที่ยังคงไม่ตื่นเป็นแน่ มือหนาออกแรงเขย่าตัวคนหลับสนิทอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับได้ผลอย่างไม่คาดคิด ทันทีที่ดวงตาคู่สวยปรื๋อขึ้น คนตัวเล็กก็ปรี่เข้ามากอดเขาทันที ลมหายใจติดๆ ขัดๆ ด้วยความกลัวของอีกฝ่ายบ่งบอกได้ชัดว่ายังไม่สร่างเมาเป็นแน่ แถมยังตื่นขึ้นมาในแบบนี้อีก ยิ่งเช็ดผมให้ยากเข้าไปใหญ่

 

          “นายเป็นอะไรมั้ย”  ก้มถามคนเฉินเหวิ่นที่กอดเขาแน่น

 

          “เป็นๆ ฉันเห็นผีอะ มันจะฆ่าฉันแล้ว”  คนตัวเล็กหลับตาปี๋มุดหน้าซบอกกว้างอยู่อย่างนั้นจนเฟิงซงต้องค่อยๆ ดึงอีกฝ่ายออกช้าๆ

 

          “ที่นี่ไม่มีผี มีแต่คนหล่อ”  ร่างสูงยักคิ้ว ยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้  ทำให้เฉินเหวิ่นเบ้ปากและผละออกจากคนตรงหน้าทันที ก่อนจะเซล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้นด้วยความเจ็บแปล๊บที่หัวเข่า

 

          “นายล้มมาใช่มั้ย”  เฟิงซงย่อตัวลงถามคนตัวเล็กพลางสบตารอคำตอบ

 

          “นายรู้ได้ไง”

 

          “รู้แล้วกัน”  มือหนาแตะลงบนหัวเข่าข้างที่เฉินเหวิ่นมีแผลพอดี

 

          “โอ้ย! นายจะฆ่าฉันรึไง”  ร่างบางแหวใส่คนที่ได้แต่ยิ้มขำกับความเป็นเด็กของอีกฝ่าย

 

          “ถอดกางเกง”  เฟิงซงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นั้นกลับเรียกเสียงร้องท้วงจากเฉินเหวิ่นได้ดี

 

          “ห๊ะ?! ฉันไม่ถอด! ยังไงก็ไม่ถอด”  ละล่ำละลักตอบไปพร้อมกับขยับถอยห่างจากอีกฝ่าย

 

          “งั้นเดี๋ยวฉันถอดให้เอง”  ว่าจบ มือหนาแตะขอบกางเกงของคนตัวเล็กทันที

 



ฮริ้งงงงงง ได้กำลังใจจากคอมเม้นท์รอไรเตอร์ด้วย เขินจังเลยค่ะ และก็ขอบคุณทุกคนนะคะที่ชอบฟิคนี้
ความจริงไรเตอร์เตอร์ไม่ใช่คนอะไรแบบนั้นนะคะ อย่าเข้าใจเราผิด ถถถถ ตอนจบตอนนี้ชัดเจนมาก(อย่าตรบเรา)
มาลุ้นตอนต่อไปนะคะว่าจะเป็นอย่างไรกัน

 
B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #7 -❀imnickii' (@-nicknickynick) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 17:14
    มาถงมาถอด!!!! ทำไมหื่นแบบนี้! #โดนตรบ

    อะไรคือการที่เฮียเห็นผี แล้วอย่าบอกนะว่าตอนตกตึกนั่นความสามารถเฮียดันหลุดไปอยู่กับตะหนู
    แล้วทำไมต้องไปห้อยสลิงอะไรอยู่ที่ตึก คืออะไร เป็นโจรเหรอเฮียเฟิง #โดนตบอีกที
    แล้วตะหนูดันโชคร้ายได้เห็นแทนเนี่ยนะ!?
    ละคือซวยอะ ซวยมากกก คือแบบตกงาน โดนไล่ออกแบบงงๆ ทั้งที่ไม่รู้ทำไรผิด
    ยังมาเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ชอบหน้าอีก (สงสารเฮียนะคะ..)
    แถมยังเกือบตกตึก นี่ก็ไปเมาอีก เมาปุ๊บเห็นผีเลย วิ่งหนีเหมือนคนกินแล้วชักดาบ #กินไม่จ่าย!
    ดีนะหล่ออยู่หล่อเลยจ่ายให้ ละทำไมพอเฮียตามตะหนูไปแล้วทำไมเฮียไม่ช่วยย
    เห็นก็น่าจะรู้แล้วดิว่าตะหนูไม่ปกติ..เอ๊ะ หรือเพราะตะหนูเมา เฮียเลยนึกว่าแค่เมาแล้วเรื้อนธรรมดา?  -  -
    ไม่ดิ เออสุดท้ายก็ช่วย แล้วไงล่ะ จบตอนด้วยคำที่ว่า..

    "ไม่ถอดฉันถอดให้"

    ปิดท้ายด้วยความกาม โอเค สวัสดี ; - ;
    #7
    0
  2. #6 pearbk1a (@pearbk1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 16:15
    ชอบบบ???????? จะติดตามนะค่ะ ?????
    #6
    0