ข้อมูล(ไม่)ทั่วไปในนิทานพื้นบ้าน-วรรณคดี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,486 Views

  • 15 Comments

  • 93 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,486

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

รวบรวม-วิเคราะห์(เกร็ด)ข้อมูล(ไม่)ทั่วไปในนิทานพื้นบ้าน-วรรณคดีที่ถูกหลงลืมและบิดเบือนความเข้าใจไปในปัจจุบัน สำหรับปรับพื้นฐานความเข้าใจในนิทานพื้นบ้าน-วรรณคดีสยาม


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ก่อนอื่นคงต้องขอเกริ่นความถึงต้นกำเนิดของวัฒนธรรมและอารยธรรมตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆของชนชาติสยาม ซึ่งก็คือ“ศาสนาพุทธ”และบางส่วนในมุมมองของชาวพุทธโบราณนี้เอง(ซึ่งแตกต่างจากมุมมองของชาวพุทธไทยในปัจจุบันนี้อย่างสิ้นเชิง)ก็ได้พัฒนารูปแบบแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกระดับของสังคมชาวสยาม โดยผ่านการนำมาประยุกต์ใช้ในนิทานพื้นบ้านตลอดจนวรรณกรรมต่างๆอย่างเป็นกันเอง ซึ่งข้อมูลตามบันทึกต่างๆในพระพุทธศาสนาที่นำมาประยุกต์ใช้ในวรรณกรรมทั้งหลายนี้มีหมวดหมู่มาก

    นิทานพื้นบ้านและวรรณคดีไทย(สยาม)ได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์ในศาสนาพุทธ ฉะนั้นการศึกษานิทาน-วรรณคดีไทยโดยขาดการศึกษาศาสนาพุทธจะทำให้ได้รับคำตอบของเรื่องราวในนิทานพื้นบ้านและวรรณคดีไทยที่แหว่งวิ่นไม่สมประกอบ อันแสดงถึงความมักง่าย และสติปัญญาของตัวผู้ศึกษาในชั้นหลังเองที่เข้าไม่ถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนโบราณ

    ข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจริงๆและพร้อมเปิดกว้างทางความคิด


หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ ยินดีตอบทุกข้อสงสัยที่สามารถให้คำตอบได้

สารบัญ อัพเดท 15 มิ.ย. 62 / 13:17

บันทึกเป็น Favorite

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ไตรศิระ จากทั้งหมด 32 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:31
    ชอบบทความนี้มากๆค่ะ ส่วนตัวแล้วชอบพิเภกที่สุดในรามเกียรติ์ ดูเป็นตัวละครที่มีมิติดี รู้สึกขัดใจทุกครั้งที่มีคนหาว่าพิเภกเลวกว่าทศกัณฐ์ ทั้งๆที่ป๋าทศแกทำตัวเองทั้งนั้น555
    #15
    3
  2. #14 Seesor [COS] (@seesor) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 02:37

    เจ๋งเลยค่ะ ได้มุมมองใหม่ ๆ เลย

    #14
    1
    • #14-1 นาคเฝ้าคัมภีร์ (@trisira-naga) (จากตอนที่ 62)
      6 กันยายน 2561 / 16:28
      เพิ่มเติมข้อมูลในบทความนี้อีกเล็กน้อยครับ หากมีเพิ่มเติมอีกจะแจ้งให้ทราบนะครับ
      #14-1
  3. #13 STARLIGHT_ (@maalimari) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 04:23
    ขอบคุณ​สำหรับข้อมูลค่ะ
    #13
    1
  4. #12 TwinEzraMana (@TwinEzraMana) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 13:54
    แต่ก็มีหลายครั้งนี่ครับที่เทวดาลงมาช่วยมนุษย์ อย่างเรื่องลักษณวงศ์ ก็มีเทวดามาช่วยนางทิพย์เกสรไม่ใช่หรอครับ?
    #12
    2
    • #12-1 นาคเฝ้าคัมภีร์ (@trisira-naga) (จากตอนที่ 45)
      7 มีนาคม 2560 / 13:00
      ใช่ครับ แต่ทั้งนี้ เราก็ไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทวดาที่มาช่วยด้วยครับ แต่ หากเป็นกรณีที่พระอินทร์มาช่วย มีแค่เรื่องเดียว คือ ผู้มีบุญมีอันตราย ซึ่งความเดือดร้อนของผู้มีบุญจะทำให้เซนเซอร์บัณฑุกัมพลอาสนะของพระอินทร์เกิดความร้อนรึแข็งกระด้างนั่งไม่สบาย พระอินทร์จึงต้องลงมาช่วยผู้มีบุญเหล่านั้นครับ
      #12-1
    • #12-2 นาคเฝ้าคัมภีร์ (@trisira-naga) (จากตอนที่ 45)
      7 มีนาคม 2560 / 13:23
      พิมพ์ผิดครับ แต่ถ้าเป็นพระอินทร์แล้ว นอกจากกรณีแรก คือ มีความสัมพันธ์กับมนุษย์นั้นๆ(เป็นญาติมิตรในอดีตชาติ) ก็จะลงมาช่วยเพราะเป็นผู้มีบุญครับ
      #12-2
  5. #11 TwinEzraMana (@TwinEzraMana) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 16:50
    อยากให้ช่วยลงเกี่ยวกับการจัดทัพได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
    #11
    1
  6. #10 รักต์ศรา (@fledgeling) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 09:59
    เสริม

    ไม่ใช่แค่กุมภัณฑ์หรอกครับ จะรากษส แทตย์ ทานพ อสูร คนไทยก็เรียกเหมารวมว่า "ยักษ์" หมดแหละ
    #10
    0
  7. #9 รักต์ศรา (@fledgeling) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 09:57
    เสริม
     
    เราไม่เคยเจอกระสือตัวเป็นๆ แต่สมัยที่เราไปผจญภัยท่องโลกและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหมอผีชนเผ่าต่างๆ เราพบว่าการจัดลำดับพลังของผี ในทัศนะของหมอผีท้องถิ่น จัดว่าผีกระสือมีพลังน้อยกว่าเจ้าที่บ้านหรือหมอผีระดับต้นๆ เสียอีก ดังนั้นจึงไม่ได้มีความน่ากลัวมากนัก
     
    ในบางคติเชื่อว่าการเป็นกระสือนั้นเพราะกรรมจากชาติก่อน คือการขโมยของถวายพระมากินเอง
     
    หากพิจารณาแล้ว การถ่ายทอดทายาทโดยทำให้เป็นกระสือจะไม่ใช่เชื่้อจากน้ำลายทั่วไป เพราะไม่ใช่ทุกคนที่โดนน้ำลายก็ติดได้ แต่สามารถเป็นได้เมื่อได้รับน้ำลายพิเศษที่สืบทอดทายาทกระสือเท่านั้น จึงอาจสันนิษฐานว่าแท้จริงแล้วตัวตนจริงของกระสือคือปรสิตชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเหมือนพยาธิแส้ม้าหรือเห็ดซอมบี้ ที่เข้าไปควบคุมร่างกายสิ่งที่มันอาศัย
     
    ในทางสังคมวิทยา เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการที่กระสือไม่เป็นที่น่ากลัวของคนในชุมชน เพราะพื้นฐานของกระสือมีร่างเนื้อที่เป็นมนุษย์อาศัยอยู่ในชุมชน และร่างเนื้อของกระสือไม่ใช่่ผู้มีอิทธิพลในชุมชน ต้องพึ่งพาคนในชุมชน ดังนั้นกระสือจึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ในชุมชนยังควบคุมได้
    #9
    0
  8. #8 รักต์ศรา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 08:12
    ขออนุญาติโต้แย้งครับ



    การฝึกใช้ธนุรเวทแม้จะทำให้ผู้ฝึกมีกำลังและพลังงานเหลือเฟือ และอาจส่งผลให้ค่อนข้างดูไฮเปอร์ รักการผจญภัย ทว่าไม่จำเป็นต้องมีภรรยาหลายคนเพื่อปลดปล่อยพลังงานครับ วิธีอื่นก็ได้ ถึงแม้ผู้ฝึกจะมีพลังเหลือเฟือพอจะทำก็ตาม



    การด่วนสรุปว่าฝึกธนุรเวท = จำเป็นต้องมีเมียหลายคน จึงเป็นข้อสรุปที่ถูกต้องในมุมมองเดียว แต่ยังไม่ใช่ความจริงทั้งหมดของการทำให้มีภรรยาหลายคนครับ



    Myth (ตำนานปรัมปราที่คนในศาสนายึดถือว่าเป็นความจริง) ของศาสนาพุทธและฮินดู คนที่ชำนาญด้านนี้แต่มีคู่ครองคนเดียวก็มีครับ เช่นปรศุรามหรือภีษมะในคติฮินดูไม่มีเมียเลย พระรามในคติฮินดูก็มีคนเดียว หรือพระสุธนซึ่งเป็นโพธิสัตว์ในชาดกนอกนิบาต แม้กระทั่งพันธุละมหาเสนาบดีในกรณีที่ยกมาก็มีคู่ครองคนเดียว



    ดังนั้นเรื่องการมีคู่ครองหลายคน จึงการพิจารณาเรื่องอุปนิสัยส่วนตัวของบุคคล บวกกับวัฒนธรมในสังคมยุคนั้น ที่ยอมรับผู้ชายที่มีคู่ครองหลายคนว่าดีด้วยส่วนหนึ่งครับ ผู้ชายที่มีพลังล้นเหลือจึงแสวงหาคู่ครองจำนวนมากเพื่อการถูกยอมรับในสังคมด้วย



    ขอบคุณที่รับฟังครับ
    #8
    1
    • 13 พฤษภาคม 2559 / 13:27
      การมีภรรยามาก เป็นการเทียบในชั้นหลังเมื่อเอามาดัดแปลงเพื่อใช้ในนิทานพื้นบ้านยุคหลังๆนี้แล้วเท่านั้นครับ แน่นอนว่า ความเข้าใจในสังคมนั้นๆได้พัฒนารูปแบบการสื่อสารออกมาในรูปแบบนี้เพื่อที่ผู้เขียนจะได้มีปฏิสัมพันธ์สื่อสารกับผู้อ่านในยุคสมัยนั้นๆได้ครับ ซึ่งหากมีการแต่งนิทานพื้นบ้านรึนิยาย ฯลฯ เรื่องใหม่ๆขึ้นมาในยุคสมัยนี้ การตีความใหม่ตามความเข้าใจในยุคสมัยใหม่นี้ก็สมควรที่จะทำได้ครับ และการตีความเรื่องความเจ้าชู้นี้เองก็สัมพันธ์กับอีกบทความซึ่งอธิบายถึงอัตลักษณ์ของเหล่ายักษ์ในแง่ของตัวร้ายในนิทาน-วรรณคดีหลายๆเรื่องด้วยครับ

      อนึ่ง ทางเราเทียบเคียงว่า ผู้ที่สามารถใช้ของวิเศษ"ชนิดต่างๆ"ในนิทาน-วรรณคดีได้ คือ ผู้ที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งพละกำลังกายและใจ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านสื่อออกมาในรูปของการมีภรรยามากครับ(ไม่ได้จำกัดไว้แค่ธนุรเวทแต่อย่างใด) ส่วนเจ้าชายพันธุละ ท่านมีภรรยาคนเดียวจริงคือ พระนางมัลลิกา แต่ท่านก็มีลูกกับเจ้าหญิงมัลลิกาเป็นลูกแฝดถึง ๓๒ คู่ครับ ที่สำคัญลูกแฝดทุกคู่ทุกคนของท่านรับราชการตามพ่อหมดทุกคน ก็คงมีลูกหัวปีท้ายปีเลย ลูกถึงโตทันใช้ได้ทุกคนครับ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:19
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:37
      แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:43
      แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:54
      แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:55
      แก้ไขครั้งที่ 6 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 / 15:56
      #8-1
  9. #7 Col.WindFlow Lovely (@windflow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:38
    อันนี้ ชัดเจนดี
    ถ้ามีภาพประกอบหน่อยนะ จะเยี่ยมเลย

    แต่อยากทราบถึง
    ชาวจาตุมหาราชิกา แบ่งประเภทเป็นอะไรบ้าง
    อย่าง เทพชุมนุม ที่อยู่ในโบสถ์รวมด้วยหรือป่าว
    #7
    3
    • 3 มีนาคม 2559 / 13:33
      ส่วนเทพชุมนุม น่าจะเป็นคำเรียกในการรวมตัวของเหล่าเทวดาจากหลากหลายสถานที่ครับ
      #7-2
    • #7-3 Col.WindFlow Lovely (@windflow) (จากตอนที่ 26)
      4 มีนาคม 2559 / 01:24
      เข้าใจๆ ละ ^^
      #7-3
  10. #6 Col.WindFlow Lovely (@windflow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:11
    ควรจะยกตัวอย่าง ชื่อเรื่อง ที่มีการทำสัญญาปีศาจในแบบตะวันตกมาด้วย
    การกล่าวความหมายมาลอยๆ อาจทำให้บทความขาดความรู้ ความชัดเจน

    และควรจะนำคำศัพท์มาด้วย เพื่อให้น่าเชื่อถือว่ามี Deal with the Devil อยู่จริง

    อย่าง Howl's moving castle นิยายดัง ที่มีการ Deal with the Devil ก็ว่าไปสิ
    #6
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • 3 มีนาคม 2559 / 13:26
      การทำสัญญากับปีศาจในทางฝั่งตะวันตกยังสามารถหาได้โดยไม่ยากนักครับ จึงยกมาแต่ทางฝ่ายสยามมาอธิบายเนื่องจากไม่มีการกล่าวถึงมานานแล้ว
      #6-2
  11. #5 Col.WindFlow Lovely (@windflow) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 23:55
    ยังชี้ประเด็นสรุปคำตอบไม่ชัดเจน  
    ยกตัวอย่างเปรียบเทียบก็น้อยเกินไป ควรจะเพิ่มนิทานพื้นบ้านไทยด้วย
    นี่ไม่เห็นมี
    #5
    4
    • 4 มีนาคม 2559 / 13:31
      ไม่ใช่กรณีของคำสาปครับ ตัวบทความนี้กล่าวถึงประเด็นที่มีการสาปด้วยการใช้"ไม้คทา"ซึ่งคล้ายกับนิทานพื้นบ้านของทางตะวันตก แต่มีรายละเอียดของการใช้คทาที่อธิบายไว้อยู่ในวรรณคดีครับ เพราะการสาปจริงๆมันก็มีหลายวิธีการ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการสาปด้วยวาจาที่เรียกว่า วาจาสิทธิ์ ครับ ซึ่งไม่ได้ใช้ไม้คทาอย่างที่ต้องการนำเสนอในบทความครับ
      #5-3
    • 4 มีนาคม 2559 / 13:35
      จะว่าสาปก็ไม่ถูกนักครับ ต้องขออภัย เพราะตามจริงเป็นเรื่องของการใช้คทาสาปและให้พรครับ
      #5-4
  12. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:07
    อ่านสนุกดีค่ะ
    #4
    1
  13. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:01
    ดีใจมากที่ไรท์เตอร์เขียนรวบรวมข้อมูลมาแบ่งปันให้ แถมสำนวนอ่านเข้าใจง่ายดีอีกด้วย
    ขอเป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ

    #3
    1
  14. #2 Gao Navamin (@gaonavamin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:23
    อ่านในแอปไม่สะดวกอ่ะครับ
    ปรับฟร้อนให้หน่อยครับ
    #2
    2
  15. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 11:00
    ขอบคุณครับ
    ติดตามครับ
    #1
    1