Agent and sadness

ตอนที่ 2 : ไม่เหลือใครและฆาตกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ย. 62

 ชีวิตใหม่ การศึกษาใหม่ ตอนนี้ฉันอายุได้ 16ปีแล้ว วันนี้เป็นวันที่ 5 ที่ฉันมาโรงเรียน ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปมากเพราะว่า...
"นั่นไง คุณหนูไฮเดรนตกกระป๋อง บู้วๆๆ ฮ่าฮ่า" เสียงที่ต้องโดนล้อทุกเช้า

แหม่ะ!!
"อู้วว วันนี้ฉันก็ยังแม่นเหมือนเดิม กลางหลังเป๊ะ" 
"เจ๋งไปเลยครับลูกพี่ สอนผมบ้างสิ่ครับ ฮ่าาๆๆๆ"
ฉันที่ต้องโดนคนเป่าไข่มุกใส่กลางหลังทุกๆเช้า

และสุดท้ายโต๊ะเรียนก็จะหายไปในทุกๆเช้าเช่นกัน ตัวฉันในตอนนี้กำลังโดนเหล่าเพื่อนในห้องแกล้งและเป็นขี้ปากของทั้งโรงเรียน ฉันไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือป่าว มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ฉันขึ้นชั้นประถมปีที่3 (ป.3) ฉันไม่รู้สึกเสียใจ ร้องไห้ โกรธหรือโมโหอะไรเลย ตั้งแต่แม่ของฉันเสีย เหมือนฉันกำลังค่อยๆลืมความรู้สึกต่างๆไปอย่างไม่รู้ตัว..

  ติ๊ดๆ~~ (เสียงข้อความเข้า)
จากพ่อ: วันนี้ลูกเรียนเสร็จรีบกลับบ้านนะ วันนี้มีแขกใหญ่มาบ้านของเราหลายท่านเลย พร้อมกับลูกชายของพวกเค้า ไม่ต้องให้พ่อบอกนะว่าลูกต้องทำอะไรบ้าง เอาเป็นว่ารีบกลับและแต่งตัวให้สวยๆเข้าไว้.

"เฮ้อ~" ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพ่อจะทำอะไร เพราะเค้าจะให้ฉันไปดูตัวหรือหมั้นหมายกับใครสักคน นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่นัดอะไรแบบนี้ มันหลายต่อหลายครั้งแล้วกับการหมั้นหมาย อย่าเรียกว่าการหมั้นหมายเลยจะดีกว่า เพราะมันเป็นการหมั้นที่ไม่ได้ดีอะไรนัก ถ้าจะให้เปรียบก็เหมือนยัดเยียดหรือขายลูกสาวให้พวกนักธุรกิจหรือเศรษฐีรวยๆ หวังให้ลูกสาวเกาะผู้ชายกิน  ฉันไม่สามารถที่จะปฏิเสธอะไรได้เลย พ่อของฉันเปลี่ยนไปมากตั้งแต่แม่เสียไป  ฉันใช้เวลากับการเรียนทั้งวันและเป็นการเรียนที่ไม่ค่อยดีนัก คนในห้องมักจะแกล้งฉันอยู่บ่อยๆ ทำให้ฉันเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ฉันไม่ได้โต้กลับอย่างใด บางคนอาจจะหงุดหงิดที่ฉันไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง แต่ฉันชินแล้วก็ปลงมากๆ มันเป็นการแกล้งที่ไม่ได้ร้ายแรงก็เลยปล่อยผ่านไป ถึงเวลาเลิกเรียนและฉันก็ต้องรีบตรงดิ่งไปที่บ้านทันที ในขณะที่ฉันกำลังกลับนั้น

"นี่!!ยัยดอกไม้เน่า จะรีบไปไหนหล่ะ" ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางฉันไว้หน้าประตูทางออกของโรงเรียนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ
"รีบกลับบ้านหรอ ให้ไปส่งมั้ย คริกคริก>~< พอดีหม่ามี๊ของฉันเพิ่งออกรถเบนซ์ใหม่อยากลองนั่งมั้ยจ๊ะ จะได้ไม่ต้องขึ้นรถเม ยืนเบียดๆเหม็นกลิ่นเหงื่อหรอกนะ"
หญิงสาวคนที่สองที่ดูท่าทางน่าจะแก่นซ่าอวดรวยพูดต่อ ฉันได้แต่นิ่งและเงียบมองหน้าของพวกนั้นแบบขี้ข้างทางที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ฉันที่ต้องรีบกลับบ้านก็เลยเดินแทรกกระแทงแบบแรงๆออกมา พวกนางก็เหว๋อๆหน่อย อย่างนี้แหล่ะพวกเก่งแต่ปาก ทำไรไม่ได้นอกจากใช้เงินเป็นตัวแก้ปัญหา ฉันเจอคนแบบนี้มาหลายประเภทแค่นี้มันเบาๆ ฉันไม่ได้สนใจพวกนั้นมากเท่าไหร่ก็เลยรีบไปที่ป้ายรถเมล์และขึ้นรถในทันที

 บ้านของไฮเดรน

แขกผู้ที่มีชื่อเสียงต่างก็มาบ้านของฉันเพื่อมาทานข้าวมันไม่ได้เป็นงานพิธีการอะไรมากนัก อารมณ์เหมือนทานข้าวพบปะญาติประมาณนั้น ฉันที่ยืนต้อนรับที่หน้าประตูพร้อมกับชุดสวยๆ ฉันได้เห็นลูกชายทั้ง 4คนของแขกเหล่านั้น หน้าตาของพวกเขานั้น ดูดีมีชาติตระกูล ใครๆเห็นก็ต้องหลงใหลอย่างแน่นอน แต่สำหรับฉันไม่เลย ฉันเห็นพวกเขาเป็นแค่ลูกที่กตัญญูกับพ่อแม่เท่านั้น ในวงโต๊ะอาหารทุกคนก็เริ่มนั่งที่ของตนที่พ่อบ้านของทางบ้านฉันจัดเอาไว้ให้ แขกแต่ละคนก็ชื่นชมฉันอย่างไม่หยุดไม่หย่อน บางทีแขกก็บอกว่า บรรยากาศรอบๆตัวฉันมันน่าดึงดูด ชวนให้เข้าหา ฉันก็ส่งยิ้มที่ไม่ได้เต็มใจนักให้กับพวกแขกทั้งหลาย ไม่นานนักก็มีชายคนหนึ่งพูดขึ้นซึ่งเขาเป็นลูกชายของนักธุรกิจที่เกี่ยวกับแฟชั่นพูดขึ้น 
  "ไม่น่าเชื่อเลยนะครับเนี่ย ว่าผมจะได้รับเกียรติมานั่งทานข้าวกับ....ฆาต....กร" ชายหนุ่มที่มีท่าทีน่าจะไม่แยแสโลกภายนอก เพราะเขาสนใจแต่จอเล็กๆในมือของเขา ประโยคที่เขาพูดออกมานั้นทำให้วงโต๊ะอาหารจับจ้องไปที่เขา
   "นี่!!!ซัน หุบปากของเธอเดี๋ยวนี้" เสียงของหนุ่มวัยกลางคนตะโกนแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบนั้น ชายหนุ่มมีนามว่าซันแสยะยิ้มขึ้น และก้มเล่นโทรศัพท์ในมือต่อ ผู้เป็นพ่อเห็นการกระทำของลูกชายนั้น เขาแถบอยากจะเขวี้ยงอาหารที่อยู่ตรงหน้าใส่ลูกชาย แต่เขานั้นทำไม่ได้เพราะอยู่ในวงทานอาหารที่มีแขกพิเศษต่างๆมา ภรรยาหรือแม่ของซันก็พยายามเกลี้ยกล่อมทั้งสองให้ใจเย็นลง  และแน่นอนประโยคคนที่ชื่อซันพูดมา มันเกี่ยวกับพ่อของฉัน ใช่! พ่อคือฆาตกรที่ฆ่าแม่ของฉัน ฉันต้องทนอยู่กับพ่อที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย พ่อของฉันก็ยิ้มตอบกลับ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนรวมถึงฉันก็ทานข้าวกันต่อ พวกผู้ใหญ่ก็สนทนากันเกี่ยวกับเรื่องงานของพวกเขา จนกระทั่งชายหนุ่มอีกคนที่มีรูปร่างหน้าตาอันเบื่อโลก เขากระแทกช้อนกระทบกับจานอย่างดัง 'แกร๊ง!!' ทุกคนในโต๊ะอาหารจากสนทนาก็หยุดลงทันที 
   "ผมว่ารีบเข้าเรื่องกันสักทีเถอะครับ มัวแต่สนทนาเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ได้ ผมมีเวลาไม่มากนักหรอกนะครับ" ชายหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่ายและมองมาที่ฉัน 
   "นั่นสิ่ครับ พอดีว่าตอนนี้เสื้อผ้าออกใหม่ ผมต้องรีบไปซื้อทันทีเลยหน่ะครับ ก่อนที่มันจะหมด" ชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้น คนๆนี้เขาทั้งดูดีมีสไตล์เป็นของตัวเอง  รวมๆแล้วน่าจะชอบพวกแฟชั่นมาก เสื้อที่เขาใส่ก็ดูแพงสามารถซื้อโทรศัพท์ได้หลายเครื่องเลยทีเดียว

    "ใจเย็นก่อนนะหลานๆทุกคน ต้องขอโทษที่เชิญอย่างกระทันหัน พอดีลูกสาวสุดที่รักของผม ดั๊นนน อยากมีคู่หมั้นหมายในชีวิตหน่ะ ผมก็เลยเชิญพวกท่านมาร่วมทานข้าวด้วยกัน เพราะเห็นว่าพวกท่านมีลูกชายหล่อเหลา ฉลาด แล้วก็เป็นเด็กดีด้วย" พ่อของฉันพูดตอบกลับและหันมาที่ฉันด้วยสายตาเอ็นดูรวมทั้งเหล่าแขกนั้นด้วย
    "ไฮเดรนจ๊ะ อยากได้คนไหนเอ่ย ฮิฮิ >~< ป้าอยากจองตัวให้ลูกชายป้าจังเลย อ๊ะ! จะว่าไปยังไม่ได้แนะนำลูกชายแต่ละคนให้รู้จักเลยใช่มั้ยจ๊ะ งั้นป้าเริ่มก่อนเลย ลูกชายของป้าชื่อ 'ซัน' ถึงเหตุการณ์เมื่อกี๊เขาจะปากเสียไปหน่อยเขาก็ใจดีนะจ๊ะ ^..^"  ซันคนที่เล่นมือถือโดยไม่ห่างจากมือเลย เขามองหน้าฉันด้วยสายตาเคืองขุ่นเหมือนฉันไปทำอะไรผิดกับเขาไว้
     "ต่อไปก็ลูกชายของผมใช่มั้ยครับ" ผู้ชายเสียงทุ้มที่ดูมาดผู้ดี เขาคือนักธุรกิจเกี่ยวกับการคิดค้นโทรศัพท์รุ่นต่างๆ 
     "เอ้า แนะนำตัวสิ่ อย่าทำให้พ่อขายหน้า" ผู้เป็นพ่อสั่งให้ลูกชายคนที่สองแนะนำตัว

      "สวัสดีครับ ผมชื่อแฟร์ ผมชื่นชอบเสื้อผ้า และมีสไตล์เป็นของตัวเองนะครับ" ชายหนุ่มลุกขึ้นแนะนำตัว และมองมาที่ฉัน เขาดูท่าทางเป็นคนที่ขี้เล่น แต่พ่อของเขาดูท่าทางจะโหดกับลูกชาย เมื่อแฟร์นั่งลง พ่อของเขาก็มองเขาด้วยสายตาดุดัน แต่แฟร์ก็น่าจะไม่สนใจอะไร เพราะเขาเอาแต่มองฉัน และยิ้มอย่างมีเลศนัย 

คนถัดมาชายหนุ่มคนที่ทำเสียงดังและทำให้พวกผู้หลักผู้ใหญ่เริ่มการแนะนำตัวลูกชายเหล่านี้ เขาเริ่มแนะนำตัวสั้นๆและทานอาหารของเขาต่อ
    "ผมชื่อไรท์" ชายหนุ่มที่หน้าตาเบื่อโลกเขาแนะนำตัวโดยไม่สนใจคนรอบข้างว่าการแนะนำตัวมันสั้นมาก เขาคือลูกชายนักออกแบบบ้านผู้ที่มีชื่อเสียงในหลายๆประเทศ เพราะการออกแบบของพ่อเขานั้นมันสุดยอดเกินกว่าจะบรรยาย  และลำดับคนสุดท้ายชายหนุ่มที่มองออกไปนอกหน้าต่าง เขาไม่ค่อยพูดตั้งแต่เริ่มวงทานข้าว แม่ของเขาแนะนำตัวแทนลูกชาย 
    "ไฮเดรนจ๊ะ ต้องขอโทษด้วย ลูกของป้าชื่อ 'แบ็ท' เขาอาจจะดูนิ่งๆไม่ชอบเข้าสังคมหน่อยนะจ๊ะ แต่ว่าแบ็ทชอบการต่อสู้มาก เลยมักจะคิดถึงการฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา ยังไงก็ฝากด้วยนะจ๊ะ"

 ชายทั้ง4 คน  ฆาตกรผู้เป็นพ่อ และการกลั่นแกล้งที่โรงเรียน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับฉันอย่างไม่รู้จบ นี่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวมันเริ่มขึ้นแล้วงั้นหรอ...? ยังหรอกมันแค่ปูทางเท่านั้น จากนี้ต่างหากเรื่องราวอันแสนปวดตับของฉัน 







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น