เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 9 : พรสวรรค์ หรือ ความพยายาม ไม่อาดจับต้อง โชคชะตา [a1-6]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มี.ค. 64

[เวลาได้ผ่านไป]

-[จากเดือนเป็นปี] -

เราก็มาอยู่นี้มานานแล้ว ผลของการฝึกฝนนั้นได้ทำให้การทำงานต่างๆของทางโบสถ์มันได้การเป็นเรื่องธรรมดามาก จนไม่รู้จะฝึกอะไรกับสิ่งนี้ได้แล้ว นี้มันเป็นความรู้สึกของการที่ได้สัมผัสถึงทุกอย่าง...ที่เกี่ยวกับสิ่งๆหนึ่งแบบหมดทุกอย่าง จนไม่รู้จะทำยังไงต่อไป มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกมากที่มาถึงจุดนี้ได้ แต่มันก็รู้สึกถึงความว่างเปล่านิดๆ ในสิ่งที่ทำมาทั้งหมดได้มาถึงจุดที่ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้อีกแล้ว หรือก็คือตัวเราตอนนี้เรามีความสามารถที่ถึงทางตันแล้ว...เรารู้ถึงขีดจำกัดของเรื่องนี้แล้ว มันว่างป่าวจริงๆ ดีใจก็ดีอยู่หลอกจะเศร้าใจก็ใช้ มันเป็นอารมณ์แบบนั้น

ส่วนการฝึกเวทกับพี่\สว่างแสง\ก็ทำให้รู้ถึงสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะการทำงานของเวทมาบ่างแล้ว แต่การที่จะสามารถเรียนรู้เวทที่เข้ากับธาตุในตัว นั้นยากมากๆเลยนะถ้าไม่ไปเรียนกับที่เฉพาะจริงๆ ก็ไปเรียนที่โรงเรียนสอนเวท แต่ที่แบบนั้นคงไม่รับคนที่ตาบอดแบบเราแน่ ๆ

และอีกอย่างเมือไม่กี่เดือนที่แล้ว พี่เขาอายุได้ 9 ปี ก็ได้ถูกเชิญไปที่โบสถ์แถวๆเมืองหลวงแห่งแสงด้วย ก็น่ายินดีแทนพี่เขาจริงๆที่ได้ออกไปจากที่นี้สักที่ แต่พี่เขาก็บอกว่ายังกลัวอยู่นิดๆที่จะต้องไปจากที่นี้ สถานที่ ที่พี่เขาได้อยู่ตั้งแต่จำความได้ล่ะมั้ง ส่วนเราก็ยังคงอยู่ที่นี้ต้อนนี้คงอายุได้ 7 ปีแล้วมั้ง ก็จำวันเกิดไม่ได้ด้วยสิ แต่ยังไงฉันก็ไม่มีที่ให้ไปอยู่ดี

[กำลังทำความสะอาดประตู] ...อย่างน้อยที่นี้ก็มาอาหารและมีที่ให้นอน...และหลังจากที่พี่เขาได้ไปแล้ว ต้องอยู่ที่นี้คนเดียวไม่สิต้องบอกว่า ไม่มีใครคิดจะคุยกับด้วยเลย...เหงาจัง...

“นายที่กำลังทำความสะอาดประตูนะ” ...อะไรฉันเหรอ 

“คุณพูดกับผมรึป่าวครับ”

“ใช้คุณตาบอดใช้ไหมล่ะ” ...นี้เป็นการระบุตัวตนสินะ

“ผมเองล่ะครับ”

“ท่านบาทหลวงเรียกนายไปหานะ” อ้อ คนที่ดูแลที่นี้นิ มีอยู่คนเดียวที่เป็นบาทหลวง

“…ครับๆเดียวขอเวลาแป๊บนึ่งครับ”

[ใช้เวลาไม่นานในการทำความสะอาดและเก็บของไว้แถวๆนั้น]

“เขาอยู่ที่ห้องเดิมใช้ไหมครับ”

“พูดว่าเขาได้ยังไง ต้องพูดว่าท่านบาทหลวงสิ” ...ยุ่งยากจัง

“ครับๆแล้วท่านอยู่ที่ห้องเดิมใช้ไหม”

“นั้นก็ใช้อยู่หลอกแต่เดียวฉันพาเดินไป” ...

“ผมจำท่านได้ครับไม่เป็นไร”

“...เป็นเด็กตาบอดที่อวดเก่งซะจริง” ...นี้ผมตาบอดแต่ก็ทำอะไรได้ด้วยตัวเองนะ ...ก็เป็นแบบนี้เป็นประจําเลยนะ

“ครับๆ งันก็ช่วยนำทางผมไปที่ครับ” ...เบื่อจังนะที่ต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำ

[เขาได้พาผมมาที่ห้องๆนึ่ง] เขาบ่นเรื่องต่างๆ มากดเราซะจริงนะแต่ก็ช่วยไม่ได้ ก็เรามันตาบอดนิ ความสามารถตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับสะด้วยสิก็เลยมีแต่ต้องอดทนต่อไป

[เสียงเคาะอะไรบ่างอย่างกับไม้] เคาะประตูสินะตู… มารายา...

“เข้ามาได้” 

[เสียงอะไรบ่างอย่างขยับ] เปิดประตูสินะ กระแสลนอ่อน และอากาศอุ่นๆ บรรยากาศเดิม ๆ ไม่ได้มาที่นี้ตั้ง 1 ปีแล้วมั้ง

“สวัสดีครับ เรียกผมมาทำไหมครับ”

“...”

“ไอ้เด็กที่พระองค์แห่งแสงไม่รัก มีมารายาหน่อยสิ ให้ฉันได้บอกท่านก่อนว่าพวกเรามาถึงแล้ว” ...ผมขอโทษได้ไหมล่ะ ผมจะไปรู้ได้ไง

“ไม่เป็นไรๆ เขาทำความดีความชอบไว้เยอะ นายกับไปทำงานได้แล้ว เดียวของเวลาฉันคุยกับเด็กคนนี้” ผมทำอะไร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

[มีเสียงเดินจากไป พร้อมเสียงอะไรขยับ] เขาคงออกไปแล้วมั้ง

“….” ทำไหมบรรยากาศ มันแปลกๆนะ

“นั่งก่อนสิ”

[มีเสียงที่เดินมาทางนี้พอใกล้แล้วมีเสียงอะไรบ่าง อย่างกระแทกพื้นเบาๆ]

“ครับ”

[ใช้มือยื่นไปจับตำแหน่งบริเวณที่เสียงกระแทก] เก้าอี้...ไม่ใช้ไม้นิ มันเป็นอะไรนี้นุ่มมาก

[นั่งบนนั้น] สบายดีอยู่เหมือนกันนะ

“มีสองเรื่องที่ฉันเรียกเธอมาที่นี้” ...ทำไหมไม่พูดต่อระ

“อะไรรึครับ”

“…เรื่องแรกเอาเป็นเรื่อง ของพ่อแม่ของเธอ” ...

“...”

“เธอเคยส่งจดหมายไปหาคนที่มาบอกเรื่องนี้กับเธอสินะ เขาตอบกับมาแล้วเนื้อความในกระดาษก็คือ ตอนนี้ไม่มีศพของพวกเขาแล้ว เพราะกว่าจะไปดูศพอีกที่ เนื้อนั้นได้โดนสัตว์แถวนั้นกินไปหมดแล้ว ส่วนกระดูกก็กระจัดกระจายหายไปแล้วล่ะ” นี้พูดเรื่องโหดร้ายกับผม...ไม่สิกับเด็กที่อายุ 7 ปีเนี้ยนะ

“พูดเรื่องโหดร้ายจังนะครับ ผมแค่อายุได้ 7 ปีเองนะ ทำไหมพูดอะไรแบบนี้”

“ฉันรู้ว่าเธอ พึ่งอายุได้ 7 ปี แต่เป็นเด็ก 7 ปีที่ทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว นั้นยังไม่นับว่าที่เธอตาบอดในประเทศแห่งแสงนี้ด้วย เธอเข้มแข็งมากพอที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้ได้ ฉันรู้ เพราะถ้าเอาแต่อ้อมค้อมมันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่หลอกเธอจริงไหม จะให้เธอหลอกตัวเองเนี้ยนะ ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหลอก”

“…ผมคงทำได้แต่ยอมรับความจริงสินะ...”

“นั้นคือทางที่เธอเลือก ฉันได้บอกเรื่องนี้ไปแล้ว” ...

“แล้วอีกเรื่องระครับ”

“จากการที่ท่าน\แสง\ได้เสียเวลาอันมีค่าของท่าน คอยเขียนเรื่องราวของเธอส่งมาให้ฉัน เป็นว่า 1 ปี นิดๆนั้นกับการที่เธอได้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามความอดทนและอื่นๆมีมากมายที่ทำให้กับโบสถ์แห่งนี้ ถ้าเธอสามารถมองเห็นได้ล่ะก็ เธอก็จะรู้ว่าการทำงานของเธอได้ช่วยโบสถ์แห่งนี้ไว้”

“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“เอาเป็นว่าฉันขอบคุณเธอจากใจจริงใช้อย่างที่ท่านได้บอกเธอ เธอนะดีเกิดไปที่จะมาจบลงในโบสถ์แห่งนี้ แต่เธอก็ยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะอยู่ในเขตแห่งแสงได้ฉันมีทางเลือกให้เธอ...” ...ผมตั้งใจฟังอยู่นะแล้วจะหยุดพูดทำไหมนิ

“ครับ”

“เธอจะจมปัดอยู่ในโบสถ์ แห่งนี้ตลอดชีวิตหรือ จะไปเสียงโชคในอาณาเขตอื่น” ....อะไรยังไงนิ

“หมายถึงออกไปจากที่นี้เหรอครับ”

“ใช้เธอมีสิทธิ” นี้มันเรื่องบ้าอะไร...

“นั้นฟังดูดีนะครับ แต่ผมต้องไปไหน หรือต้องทำยังไง” คงไม่ง่ายหลอก

“นั้นคือสิ่งที่เธอจะเลือกรึป่าวล่ะ” ...หมายถึงต้องเลือกก่อนถึงจะบอกสินะ นี้มันบังคับชัดๆ

“…ก็ได้ครับ...มันคงจะไม่ง่ายหลอกใช้ไหมครับ”

“เธอตัดสินใจแล้วนะ” .... สรุปมันเป็นเรื่องดีไหมนิ

“ครับ…”

“...” ....แล้วยังไงต่อระ

“…”

“เธอต้องเป็นนักบวชให้ได้นะ”...อะไรนะ...

“...ผมรู้ว่าผมมีความสามารถนะ แต่การที่เป็นนักบวช นี้มันเรื่องอะไรครับ ผมอ่านหนังสือไม่ได้ด้วยซ้ำไปนะครับ...”

“ฉันรู้ แต่เธออยากไปจากที่นี้ใช้ไหมมันไม่ง่ายหลอกนะโดยเฉพาะคนแบบเธอ เธอมันอันตรายเกินไปความสามารถแบบนี้ถ้าเดินทางที่ผิดมีโอกาสสูงมากที่เธอจะมาสร้างความเสียหายให้กับพวกเขา ฉะนั้นการที่เธอจะออกไปได้โดยไม่มีใครคิดร้ายกับเธอได้ ก็คงเป็นนักบวช เพราะยังไงฉันก็สามารถทำให้มีสิทธิในการเป็นได้ แต่ถ้าจะเป็นมันไม่ใช้เรื่องง่ายๆ แต่เท่าที่ดูเธอมีความสามารถพอนะ”

“ครับผมจะเป็นแล้วต้องทำยังไงบ่างระครับ” นั้นเป็นความตั้งใจอีกครั้ง ที่หวังว่าจะสามารถเป็นอิสระได้

“ฉันหวังในตัวเธอมากเลยนะ”

[เวลานี้เป็นดังความหวังที่จะได้หลุดออกจากที่นี้ แต่ความเป็นจริงมันไม่เคยง่าย]

[เวลาผ่านไป]

-[จาก 1 ปีเป็น 2 ปี] -

จาการที่รับคำนั้น ว่าจะสามารถเป็นอิสระได้ ในวันต่อมาได้ถูกพาไป ในสถานที่ ที่ไกลมาก มากที่สุดในการเดินทางในชีวิตนี้เลย เดินทาง 5 ถึง 6 วัน จนในที่สุดก็มาถึงที่นี้ ในการฝึกนั้นจะเป็นทั้งวันและทั้งคืน ในการฝึกแบบที่ได้ยินมาว่า ฝึก 5 ชั่วโมง พัก 1 ชั่วโมง วนแบบนี้ไปตลอด 1.ฝึกเวท 2.ฝึกต่อสู้ 3.ฝึกความรู้ 4.ฝึกการประยุกต์ ในที่แห่งนั้นมีเด็กคนอื่นๆอยู่อีก  9 คนที่มาอยู่ที่นี้ บ่างคนถูกพาตัวมา บ่างคนโดนจับมา บ่างคนมาเพราะไม่มีที่ไป แต่ยังไงสุดท้ายพวกเราทั้ง 10 คนที่อยู่ที่นี้ จะต้องทิ้งชื่อเก่าไป และได้รับหมายเลขมาแทนที่ชื่อ พวกเราจำเป็นที่ต้องฝึกฝนในสิ่งต่างๆ เพื่อ...?

บ่างวันในการฝึกเวท พวกเราจะโดนโจมตีด้วยเวทต่างๆ ถ้าเกิดบาดเจ็บ ก็จะไม่ได้รับการรักษา จะโดนรักษาต่อเมือไม่สามารถขยับตัวได้เท่านั้น ทำแบบนั้นจนกว่าจะหมดเวลา บ่างครั้งในการฝึกต่อสู้ พวกเขาจะให้พวกเราสู้กันเองจนกว่าจะมีคนชนะเพียงคนเดียว ผมไม่เคยชนะเลย บ่างเวลาในการฝึกความรู้ ถ้าใครทำไม่ได้ตามที่อาจารย์ได้ กําหนดจะโดนลงโทษโดยให้คนอื่นๆ ทำร้ายและทำการรักษาวนแบบนั้นจนกว่าจะหมดเวลา ในการฝึกการประยุกต์ถ้าใครไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่มาจากพวกอาจารย์ได้ล่ะก็...เวลาพัก 1 ชั้วโมง จะมีแต่การโดนลงโทษ ผมโดนไปแล้ว 8 ครั้งมันเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะสามารถทำได้ อย่างเช่น จงแก่โจทย์บนกำแพงให้ได้ ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันคืออะไร จริงไหม

แต่ว่าพอเข้ามาที่นี้ผมได้รับผ้าปิดตามันช่วยได้มากเลยนะในการห้ามเลือดของผม ... ถึงตอนแรกๆเจ้าผ้านี้มันกดกระแสเวทในตัวผมไปมากแต่หลังๆ มานี้ก็จับทางในการสัมผัสได้แล้วจนเป็นปกติ

 

#แป๊ะๆ  [เสียงตบมือ] ...ถึงเวลาอีกแล้วสินะ

[ลุกขึ้นจากที่นอน] 

“ตื่นได้แล้วพวกเด็กๆที่น่ารักทั้งหลาย” นั้นเป็นเสียงของอาจารย์ที่สอนเวท เธอไม่ได้บอกชื่อแต่ให้เรียกเธอว่า อาจารย์เวท พวกอาจารย์คนอื่นๆก็ให้เรียกตามวิชาเหมือนกัน 

“นี้ก็เป็นอีกวันสินะพวก ” นั้นเป็นเสียงของหมายเลข 4 เขาเป็นคนที่ใจเย็นมีความเป็นผู้นำสูง

“นั้นสินะครับ” ผมตอบเขาไป ผมหมายเลข 8

“ฉันยังไม่หายปวดหลังจากเมือวานเลยนะ พวกนายดูขยันจัง 4 และ 8 นิ” นั้นเป็นเสียงของหมายเลข 9 เขาเก่งในการเรียนรู้มากๆแต่เขาไม่เก่งด้านประยุกต์เลย

[มีเสียงของคนอื่นๆที่พึงตื่น]

“เอาล่ะเด็กมากินข่าวให้ไวเลย แล้วฉันจะได้สอนเรื่องการป้องกันเวทแบบไม่ใช้เวทป้องกันนะ” นั้นเป็นอะไรที่ย้อนแย้งซะจริง

“ครับ/ค่ะ” พวกเราต้องตอบอาจารย์ทุกครั้ง ไม่มีใครอยากให้พวกอาจารย์โกรธ พวกเขาสามารถแยกร่างพวกเราออกเป็นชินๆด้วยการมองได้เลยนะ ... ถึงจะไม่รู้ว่าการมองเป็นยังไงก็ตามที่

“เยี่ยม งันทำเวลากันไวๆล่ะเด็กๆ” ต้องไปเตรียมตัว

[ใช้เวลาไม่นานในการเตรียมตัว] กินอาหารที่ธรรมดาและต้องกินพวกยาด้วย ยาพวกนี้อร่อยมากเลย ถ้าใครสามารทำผลงานในช่วยเวลาเรียนได้ดีล่ะก็ พวกอาจารย์ก็จะให้ยาพวกนี้กับคนที่ทำได้ดีด้วยล่ะ

“ขนมๆ ได้เวลากินขนมแล้วเย้” นั้นเป็นเสียงของหมายเลข 1 ที่จริงก็มีแค่คนเดียวที่เรียกยานั้นว่าขนมระนะ แถมเขาเก่งมากๆด้วยเรื่องของความรู้

“ไปกันเถอะ 6” คนที่พูดคงเป็นหมายเลข 10 เธอชอบทำตัวเงียบๆนะ เธอเก่งวิชาการประยุกต์มาก แบบเธอนะได้ที่ 1 ของวิชาประยุกต์บ่อยที่สุดแล้ว แต่วิชาอื่นเธอก็ไม่ได้เก่งเท่าไหนหลอกนะ

[เดินไปหาทางนั้น] ไปทักทาย หมายเลข 6 ดีว่า

“เป็นไงบ่าง 6”

“ออกไปห่างๆเลย 8 ไอ้โรคจิต” ....ผมไม่ได้โรคจิตนะ ก็แค่อยากจับผมของหมายเลข 6 เองนะ ผมของ 6 นะมันนุ่มนิ่มสุดๆเลยนะ

“แค่ขอจับผมของ 6 เองนะ” หมายเลข 6 นะส่วนใหญ่จะไม่ชนะหลอกนะเพราะเธอตัวใหญ่ และใจดีเธอไม่เหมาะสมกับการแข็งขันเลย บ่างครั้งถ้าชนะก็จะให้ยากับเธอแลกเปลี่ยนกับขอจับผมนั้นนานๆ นี้ผมไม่ได้โรคจิตนะ

[มาถึงโต๊ะกินข่าวแล้ว] นั่งตามหมายเลขและรอคำสั่งถึงจะสามารถเริมกินได้ ... 

[มีอะไรบ่างอย่างมาสะกิด] ... 7 งันเหรอ

[ใช้มือไปจับดู] ใช้จริงๆด้วย

[ใช้มือเราไปสะกิดทีมือของ 7 ] หมายเลข 7นะเป็นใบ้ เขาไม่สามารถพูดได้ ก็เหมือผมที่ไม่สามารถมองเห็นได้ วิธีที่จะรู้ว่าเราจะบอกอะไรกันมันคือการสะกิด ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะชี้ไปด้วย แต่ถ้าเข้าจะบอกผมเขาจะ สะกิด เป็นพักๆรู้ไหมตอนแรกก็คิดว่าเขาแกล้งผมนะ แต่พอมาตั้งใจจับทางโดยคิดดีๆเขาจะสะกิดเป็นจังหวะ ต้องเรียกว่าเป็นภาษาของเขาเองและผมก็เข้าใจด้วย แต่ก็ใช้เวลานานมากกว่าจะรู้ เขาเก่งด้านวิชาต่อสู้แบบสุดๆ 
... “ไกลได้เวลาหนีแล้ว“ ... เขาสะกิดเป็นความหมายอย่างนี้ ใช้ผมรู้ว่าที่ ที่อยู่นี้มันไม่ได้เป็น แบบทางโบสถ์ว่าจงส่งผมมาเลยนะ แต่เป็นที่พวกแปลกๆ จับเด็กๆที่มีความสามารถมารวมกันและใช้ยาอะไรสักอย่าง และฝึกพวกเขาอย่างผิดปกติเพื่อจุดประสงค์อะไรสักอย่าง มีหลายเรื่องที่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง พวกเราใช้เวลาหลายเดือนเพื่อหาวิธีสื่อสารกัน แบบไม่ให้พวกที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์รู้ตัว เพราะพวกนั้นกำลังนะสามารถสัมผัสถึงพวกเราได้ พวกเราเลยต้องระมัดระวังตัวในการทำอะไรสักอย่าง

[สะกิดไปที่มือของ 7] บอกไปว่า "มันเสียงเกินไปเรายังไม่รู้ว่ายาที่พวกอาจารย์ให้เรากิน มันคืออะไร"

[มีการสะกิดคือ] ...ได้ความว่า..."สะกิดให้มันช้าๆหน่อยสิไม่รู้เรื่อง”...ให้ตาสินายเป็นเจ้าของภาษานี้นะ

“กินข่าวได้แล้ว ส่วนพวกนาย 8 และ 7 เลิกจับมือกันได้แล้ว” ...ให้ตายสิ ยังไงก็ต้องบอก 7 ว่า ใจเย็นไว้

[เวลากินข่าวเริมขึ้น] ยาพวกนั้นนะมันจะมีส่วนผสมอยู่ในอาหารของพวกนี้ด้วย และมีเป็นแบบแยกด้วย ... 

ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามที่พวกนี้บอกไปก่อน ยังไงพวกอาจารย์ก็ไม่ฆ่าพวกเราหลอกไม่งันจะฝึกพวกเราทำไหม

[กินข้าวเสร็จแล้วก็เริ่มวิชาแรกเลย]

1 ชั่วโมงที่มีนั้นจะนอน หรือกิน หรือจะทำอะไรกับมันก็ได้ แต่ต้องอยู่ในห้องของตัวเอง

แต่ 5ชั่วโมงในการเรียนนั้นต้องตั้งใจไม่งันจะไม่ มี 1 ชั่วโมงที่ได้พัก

“มาเริมเรียนกันนะเด็กๆ อาจารย์ให้ 2 มารองยิงเวทใส่อาจารย์แล้วให้รองดูดีๆนะว่าควรจะทำยังไง ส่วน 8 ตั้งใจจับสัมผัสดีๆระ”...มันยากนะ การสัมผัสเวทนะ ส่วน 2 เธอนะเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่จะบอกได้แค่ว่า ตัวอันตราย เธอใช้เวทได้ 5 ถึง 6 ธาตุ ที่จริงก็ไม่รู้หลอกนะว่าจริงๆใช้ได้กี่ชนิดแต่ที่แน่ ๆ คนนี้ผิดปกติแบบเกือบที่สุดแล้ว วิชาเวทนะไม่มีใครสู้เธอได้ในการต่อสู้เลย ไม่มีเลยถ้าเป็นการสู้กันด้วยเวทนะ

[สัมผัสได้ว่ามีคนออกไปยืนข้างหน้ากับอาจารย์] 

[มีกระแสเวทได้รวบรวมเอาไว้กระจายตัวเป็นวงแวน เวทพวกนั้นมีลักษณะเป็นการต่อเรียงที่มีระเบียบและ....]

#ตู้ม!!! จับกระแสเวทจนไม่ได้สังเกตอาจารย์เลย

[จับได้แต่การกระจายของ 2] ดูไม่ออกเลยจนกว่ากระแสเวทจะสงบลง

“โอ้ อาจารย์เลือดออกแล้ว” นั้นเสียงของ 9 นิ

“เดียวผมรักษาให้นะครับ” นั้นเสียงหมายเลข 3 นิเขาอาดไม่เก่งด้านอะไรเลยแต่เขารักษาได้เก่งจริงๆนะ

“อาจารย์ไม่เป็นไรแค่ไม่ได้ตั้งตัวเท่านั้นเอง” ...นั้นเป็นข้ออ้างแน่ ๆ...

“...” ...เงียบ...กริบ...ใครในนี้ไม่เชื่ออาจารย์หลอกนะ

“นายไปช่วยอาจารย์เถอะ 3” นั้นเป็นเสียงของ 4

[หลังจากรักษาอาจารย์เสร็จแล้ว] 

“เอาล่ะงันมายืนเรียงแถวแล้วตั้งรับการโจมตี” ....

“ครับ/คะ”

#ตู้ม เท่าที่จับกระแสเวท 1 กระเด็น ไปไกลเลย #ตู้ม เสียงกระแทกกำแพงของ 1 ...ใช้พวกเราอยู่ในห้องใหญ่ๆที่ไม่มีทางออก ทีกำแพงทุกด้านแล้วไม่สามารถทำลายได้ด้วย

#ตู้ม เสียงต่อมา คงเป็น 2 ไม่มีอะไรเลยกระแสเวทที่เคลื่อนที่ไปโดนอะไรบางอย่างแล้วกระแสเวทนั้นก็ได้แตกกระจายออกไป...แค่เข้าใกล้ ยังเข้าใกล้ไม่ได้เลยกระแสเวทนั้นนะ

“...อืม...”
 

 

#ตู้ม ต่อมาก็ 3 ไปไกลเท่า 1 เลยแต่ก็คงไม่เป็นไรหลอกมันยังไงเจ้านั้นก็รักษาเก่งสุด 

#ตู้ม ... โดนเต็มๆแต่ไม่กระเด็นไปไกลเท่าไหนเลย เท่าที่สัมผัสได้กระแสเวทโดนเข้าไปก็จริงแต่ร่างกายของ 4 นั้นได้จัดรู้แบบในการคุกเข่าใช้มือกันหน้า เป็นรู้แบบที่ลดแรกกระแทกได้เยอะนะท่านั้นนะ

“เยี่ยม 4 ทำได้ดี”

#ตู้ม ...เงียบ เหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่มีเสียงแค่ตู้มเท่านั้นเองก็ 5 นะมีอะไรบ่างอย่างที่เวทไม่ไม่สามารถไปถึงตัวนี้ ขนาดตั้งใจสัมผัสแบบเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังดูไม่ออกอยู่ดี

“...อืมปกติดี...”

#ตู้ม เสียงต่อมา #ฟู้... อืม 6 นะร่างการแข็งแกร่งมากแบบนั้นล่ะ

“ขอชมเชยนะร่างกายแข็งแกร่งมาก” ...อืม

#ฟิ้ว#ตู้ม เป็นเสียงที่ดังมาพร้อมกัน ไม่ต้องจับกระแสก็รู้เลย 7 นะใช้มือตัดเวทนั้นออก ...ด้วยมือเปล่า...

“อาจารย์ให้เธอตั้งรับนะไม่ใช้ให้ทำร้ายเวท”

“....”  เขาเป็นใบ้นะ

“เอาไหมๆ”

#ตู้ม#ฟิ้ว ...ยังไงก็ตัดก่อนถึงตัวอยู่ดี ถึงจะเป็นเสียงที่เกิดขึ้นพร้อมกันแต่ยังไงก็ฟังออกนะครับคุณ 7

“อืมผ่าน” ...นี้อาจารย์เขายังตัดเวทอาจารย์อยู่ดีนะนี้มันผ่านตรงไหนนิ ดูไม่ออกรึไงกัน

[มีกระแสเวทเขามาใกล้] มาเร็วจริง

[ด้วยการที่สัมผัสกระแสเวทได้] ทำให้เห็นโครงสร้างกระแสเวท ที่วิ่งวนกันแบบเร็วมากๆๆ การทำร้ายเวทนะมันยากมากนะ แต่การที่ลดความเสียหายจากเวทนะมันเป็นเรื่องโครตง่ายเลยล่ะ แล้วถ้าเวทนั้นไม่ได้เข้มข้นการจะเบี่ยงเบน มันก็จะเป็นไปได้ง่ายขึ้นผลลัพธ์ นั้นก็คือ ....

[จำเป็นต้องเพ่งสมาธิไปที่กระแสเวทที่พุ่งเขามา] ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไหนก็จะยิงสามารถขยับ กระแสเวทของภายนอกได้ ของสิ่งต่างแบบง่ายๆ วิธีนี้ไม่ใช้การใช้เวทในการสร้างสิ่งต่างๆ แต่เป็นการที่ใช้กระแสเวทภายในส่งออกมาสู่ภายนอก แล้วคอยควบคุมกระแสเวทต่างๆ แต่วิธีนี้ยิ่งออกหางจากร่างกายเท่าไหน มันจะยิ่งหวังผลยากขึ้นมากแต่การที่มาอยู่ที่นี้ทำให้สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ตลอด ก็นะมันจำเป็นที่จะต้องโดนโจมตีด้วยเวท ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจะจับทาง การทำงานได้แต่มันก็ไม่เคยง่ายเลยสักครั้งที่ใช้วิธีนี้ ... ถึงจะสามารถควบคุมกระแสเวทภายในได้แต่ก็ไม่ได้เต็มที่เป็นเพราะเจ้าผ้าปิดตานี้ แต่ก็ถือเป็นการฝึกไปในตัวล่ะนะจริงไหม

[ระหว่างที่คิดถึงสิ่งต่าง ๆ กระแสเวทได้เข้ามาใกล้ตัวแล้ว]

[ใช้กระแสเวทของตัวเองจัดระเบียบ กระแสเวทที่วิ่งเขามา] 

[กระแสเวทที่พุ่งเขามาถูกฉีกโดยกระแสเวทของเรา] ตั้งสมาธิ [ใช้กระแสเวทของเรานำพากระแสเวทที่โดนฉีกนำมันผ่านร่างเราไปโดยไม่โดนตัวเรา]

“...”

“...” กระแสเวทได้ผ่านไปด้วยดี แต่เสื้อผ้าคงได้รับความเสียงหายไปบ่าง แต่นี้เป็นอะไรที่ยอมรับได้

“ฉันบอกให้เธอตั้งถ้าป้องกันไม่ใช้เหรอ ไม่ใช้ให้เบี่ยงเวทของฉันโดยกระแสเวทของเธอสักหน่อย” ...เอาใช้ไม่ได้เหรอวิธีนี้นะ

“...ผม....”

[มีกระแสเวทอันใหม่ได้พุ่งเข้ามาและใหญ่กว่าเก่าด้วย] ...งันคงต้องทำให้เนียนขึ้นสินะ

[ตั้งถ้าตั้งรับ] ตั้งสมาธิให้มากขึ้น [ต้องบังคับกระแสเวทที่เขามานั้นให้มีปริมาณที่ไม่ทำอันตารายมาก แล้วที่เหลือให้ก็บังคับให้ค่อยๆกระจายออกไปแบบเงียบๆ โดยจะต้องไม่ให้ใครจับสัมผัสได้แบบเนียนๆ]

#ตู้ม เจ็บๆๆแต่ต้องทำให้เนียนๆ แบบที่สุดไปเลย [ขยับร่างกายให้มีแนวโน้มว่าโดนผลักจากกระแสเวท]

“ผ่าน” ... รอดแล้ว ....

#ตู้ม ...จากการที่จับกระแสได้นั้น... 9 นะ มีความสามารถที่ถ้าไม่สังเกตดีๆล่ะก็ จะต้องบอกว่าเจ้านั้นนะสามารถก๊อบปี้ความสามารถของคนอื่นได้ แต่จริงๆแล้วมันคือการนำเทคนิคของคนอื่นมาใช้ในระดับความสามารถของตัวเอง แต่ใช้ได้ไม่ทั้งหมดถ้า 9 ไม่มีความสามารถพอที่จะใช้ก็จะใช้ไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นของตัวเอง เหมือนจะดีนะ แต่ 9 ได้ทำท่าและเทคนิคแบบเดียวกับเรา แต่คงจับทางของกระแสเวทผิดพลาดไป จนผลลัพธ์ออกมาเป็นแค่การลดความเสียหายลงไปได้ แต่ก็ยังโดนความเสียหายจำนวนมากอยู่ดี ตอนนี้เจ้านั้นก็คงเจ็บพอตัวเลย อีกอย่างใช้ได้แค่ครั้งล่ะหนึ่ง เทคนิค เท่านั้นใช้พร้อมกันหลายแบบไม่ได้

“ผ่าน” 

#ตู้ม ...น่าประทับใจ 10 ถ้านับจากคนอื่นๆ 10 มีความสามารถโดยรวมคือต่ำ แต่ที่โดดเด่น และเป็นขอดีขอเดียวที่จะนำมาเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือนั้นก็คือเหตุผลที่เธอถูกจับมาอยู่ที่นี้ ก็คือการประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ ทั้งความรู้ พลัง หรืออะไรก็ได้ เธอจะนำมันออกมาใช้แบบคาดไม่ถึงเป็นประจำนั้นคือความสามารถ ในการเอาชีวิตรอดของเธอที่สูงมาก เหมือนครั้งนี้

เธอตั้งรับการโจมตีแบบไม่ใช้เทคนิคอะไรเลย แต่เพียงเสี้ยววินาที ในระยะประชิดขนาดนั้นกับสามารถใช้มือตั้งรับได้ทัน ถึงจะกระเด็นไปแต่ก็ดีว่า 1 กับ 3 ที่พวกเขาไม่ได้ถนัดเรื่องพวกนี้

“ถือว่าพอใช้”

[ใช้เวลาไม่นานในการรักษาคนที่ทำพลาด]

“เอาล่ะคนที่ทำไม่ได้มีอยู่ 2 คนนั้นก็คือ 1 กับ 3” …การลงโทษมาถึงแล้วสินะ

“…” 

“อาจารย์จะให้พวกเธอทั้ง สองคนทำการตั้งรับจนว่าจะทำได้ไม่งันจะไม่ให้มีเวลาพัก เขาใจไหม”

“ครับ” สู้ๆนะพวกนายทั้งสองคน เพราะว่าพวกเราที่เหลือจะต้องทำสิ่งที่ยากว่าที่พวกนายเจอ 

แต่ถ้าทำได้ดีเวลาที่เหลือก็จะเป็นเวลาพักไปเลย

“ส่วนคนที่เหลือที่ผ่านอาจารย์จะให้ผู้ช่วยของอาจารย์มาโจมตีเวทใส่พวกเธอ ในอาณาเขตที่กำหนดไว้ ถ้าสามารถยืนอยู่ได้ในเวลา 2 ชั่วโมงถือว่าผ่านแต่ถ้าไม่ก็จะนับเวลาไหมใครผ่านจะได้รับรางวัล แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าอดไปเขาใจกันนะ” รางวัลนั้นก็คือยา นั้นล่ะ

“ครับ/ค่ะ”

“ส่วนเธอ 2 คนที่ไม่ผ่านตั้งแต่แรก ถ้าทำได้แล้วก็จะต้องไปทำแบบเดียวกันกับเพื่อนๆของเธอนะ”

[หลังจากที่อาจารย์สอนเวทได้บอกเสร็จก็โดนกระแสเวทที่เป็นรู้แบบที่ดูไม่รู้เรื่องก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ได้ถูกนำตัวมาที่อาณาเขตที่กำหนด]

เร็วกันมาตั้งแต่ยังไม่ตั้งตัวเลยให้ตายสิ

#ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้ม #ตู้มๆๆๆๆๆๆ

[เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมาก การที่ต้องตั้งสมาธิตลอดเวลา] นี้ต้องหลบและตั้งรับการโจมตีเวททุกทิศทาง แม้แต่ตรงพื้นก็ยังมีเวทพุ่งมาใส่เลย

มีบ่างคนหลบ มีบ่างคนไม่สนใจด้วยซ้ำไป 

แต่ว่านี้นะมันโอกาสที่จะได้ฝึกสิ่งต่างๆ มันน่าสนุกนะ เราชอบที่นี้เพราะมันมีเหตุการณ์ที่จะสามารถพัฒนาตัวเองด้วย การฝึกสิ่งต่างๆที่อยู่ที่นี้ได้

แต่ว่าก็รู้ตัวว่าที่นี้มันไม่ปกติ แล้วพวกเราส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบที่นี้ แต่ตอนนี้เรามาสนุกกับที่นี้ จนกว่าจะถึงเวลาที่จะได้ออกไป ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

[ขยับหลบ] ต้องตั้งใจจับทางการเคลื่อนไหวของกระแสให้ดีก่อน

[ใส่กระแสเวทของเราแทรกแซงเข้าไปนิดหน่อย] จะต้องใช้กระแสเวทของเราชักนำพวกมัน แต่การใช้กระแสเวทก็เหมือนพวกใช้พลังเวทนั้นล่ะพวกมันมีขีดจำกัด ฉะนั้นจำเป็นต้องใช้ให้น้อยที่สุด และต้องคํานึงถึงระยะหวังผลจากความเข้มข้นของกระแสเวทของเราด้วย แต่ยังไงสิ่งที่สําคัญที่สุดจะต้องไม่โดนจับได้ ว่าความสามารถเรานั้นสามารถทำอะไรได้บ่าง ถ้าพวกที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์รู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้ พวกนั้นคงจะทำอะไรกับเราเพิ่มก็ไม่รู้ได้ ฉะนั้นจะต้องเนียนที่สุด ถ้าพวกนั้นรู้คงจะควบคุมการใช้กระแสเวทของเรามากขึ้นแน่ถึงมันจะดูน่าสนใจที่จะฝึกแต่มันคงยุ่งยากมากแน่ในการฝึกพวกวิชาอื่นๆ นั้นเป็นทางเลือกที่แย่สุดๆ

แต่ก็สนุกดีนะที่รู้ว่าเรายังไปต่อได้เรื่อย ๆ 555555555555

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่7

เป็นบทถัดไปจากโบสถ์นะมันก็จะหาโอกาสแซก เรื่องของหมายเลขอื่นๆ ด้วยเดียวจะค่อยเขียนร่ายระเอียดว่าทำไหมโดนจับมา และโดนจับมาได้ไง เพราะแต่ระคนไม่ธรรมดาเลยใช้ไหม และอะไรคือเหตุผลของการจับมา และยาที่ถูกพูดถึงคืออะไร แต่เอาจริงๆนะมันเดาง่ายจะตายแต่ที่น่าสนุกคือมันจะเป็นยังไงต่อ ต่างหากล่ะ ก็หวังว่ามันจะมีอะไรที่ไม่น่าเบื่อรออยู่นะ เขียนเองอ่านเองลุ้นเอง และ ขี้เกียจเขียนเองด้วยสิ

//////////////////////

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น