เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 7 : ความจริงหรือคำโกหกจะเป็นสิ่งไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเชื่ออะไร [a1-5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 64

[ตอนนี้อยู่ที่ห้องเล็กๆในโบสถ์คนเดียว] พวกเขาบอกให้รออยู่ในนี้ แต่ห้องนี้ไม่ใช้ห้องที่เคยมาเจอกับพ่อแม่เมื่อคราวที่แล้วเลยนิ

[เวลาผ่านไปสักพัก] ... ทำไหมนานจังหรือว่าเราจะเข้าห้องผิดรึป่าวนะ แต่ว่าพวกเขาก็พาเรามาห้องนี้เอง...อยากเจอกับพ่อแม่แล้วสิ

[มีเสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างเงียบๆ] ทำไหมเงียบจัง

“...”

“สวัสดีครับมีคนอยู่ตรงนั้นเหรอครับ”

[พอพูดไปแบบนั้นก็มีเสียงเดินอีก 4 ถึง 5 คน เข้ามาในห้อง]

“...”

“...แล้ววันนี้พ่อแม่ผมไม่ได้มาเหรอครับ” วันนี้เป็นวันที่พ่อกับแม่ที่มาเยี่ยมเหมื่อนเมือคราวที่แล้วบอกมาว่าวันที่ เราได้อยู่ที่นี้จนครบ 1 เดือนก็จะมาเยี่ยมนั้นก็คือวันนี้นะ

“พวกเรามีข่าวร้ายจะมาบอกเธอนะ” เสียงพวกเขาดูเศร้าจังนะ...นั้นทำให้รู้สึกว่า...มันคงจะไม่...ขนาดนั้นหลอกมั้ง...

“...อะไรเหรอครับ...”

“พวกเรา...”

[มีเสียงกระซิบ]

“…ต้องบอกจริงๆเหรอ..”

“…ใช้เขายังเด็กอยู่เลยนะ...”

“…งันก็...”

พวกเขาดูลังเลเรียงอะไรกันหวังว่าจะไม่ใช้เรื่องแย่...ไม่สิ...มัน...คงไม่ใช้หลอก...

“ช่วยบอกความจริงมาเถอะครับผมอยากรู้ความจริง”

“...ฉัน...” เสียงของพวกเขาดูไม่อยากจะพูดเลย

“ให้ผมบอกเขาแทนเถอะ”  มีอีกเสียงหนึ่งที่พูดแทรกขึ้นมา

“…” รอให้เขาพูดอยุ่

“พ่อแม่ของเธอนั้นในอดีตนั้นเคยเป็นนักผจญภัย ที่มีชื่อเสียงอยู่พอตัวเธอรู้รึป่าว” นั้นเป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้ว...

“ครับพวกท่านเคยบอกผม”

“พวกเขาได้กลับมาทำงานนี้อีกครั้งเพราะเรื่องเงิน ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องการเงินเพื่ออะไร...แต่ตอนนี้พวกเราได้รู้แล้ว...ถ้าพวกเขาบอกว่าต้องใช้เงินเพื่อลูก....พวกเราก็คงช่วยพวกเขาไปนานแล้ว...” ...พวกท่านคง...ไม่รู้สิ....

“เมื่อประมาณ 15 วันที่แล้ว พวกเขาได้เลือกงานที่ค่อนข้างยากสำหรับตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนงานนั้นคงเป็นเรื่องที่ง่ายๆ แต่นั้นก็เป็นเมื่อก่อน ผมก็ได้เตือนพวกเขาแล้วแต่งานนั้นเงินดีมากสำหรับพวกเขา...” นั้นคงเป็นเหตุผมที่พวกเขามีบาดแผลเพิ่ม

“พวกเราก็พึงรู้ว่าพวกเขา....พลาดท่า....” ...นั้นหมายความว่า...ไงนิ...แต่ถ้าพลาดในงานอันตารายก็คง..ไม่ใช้เรื่องดี...คงไม่หลอกมั้ง...

“มีข่าวจากเพื่อนของฉันที่รู้จักพ่อแม่ของเธอ ว่ามีนักผจญภัยระดับสูงได้มีอาวุธของพวกเขา ทำให้เพื่อนของฉันสืบหาว่าพวกนั้นไปเอาอาวุธพวกนั้นมาจากไหน นั้นเลยทำให้พวกเรารู้ข่าวร้าย” ...

“จากคนที่ขายอาวุธพวกนั้นให้กับนักผจญภัยคนนั้นเขาได้เจอ..ศพ..ของพวกเขา..ที่ห่างจากรัง...ของพวกสัตว์ร้าย” .....นั้น....เป็น....เรื่อง....จริง...เหรอ....

“นั้นเป็นความจริง...ที่พวกเรา...ได้มาบอกเธอ” ...

“นั้นเป็น....ความจริง...แล้วเหรอ...ครับ”

“ที่พวกเราจะบอกเธอก็คือ พ่อแม่ของเธอจะให้พวกเรามารับเธอไปเลี้ยงแทนนะ พวกเขาไม่ว่าง เธอนะไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โบสถ์นี้แล้ว”

[มีเสียงกระซิบ]

“นายพูดบ้าอะไรไป”

“ฉันไม่หน้าให้นายพูดกับเด็กนั้นเลย”

“ยังไงเขาก็ต้องรู้ความจริง”

“แต่นั้นมันแย่เกินไปสำหรับเด็กคนนึงนะ”

[“…”] เสียงรอบๆดังขึ้น ... แต่ฉันกับ...ไม่..อยาก...ได้ยิน...

ทุกอย่างเหมือน...จะดีขึ้น...แต่มัน...ก็ไม่เลย.....มันกลับ.......ว่างเปล่า......ทุกอย่าง.....

[เวลาผ่านไปอีกครั้ง] ผมไม่ต้องการให้ใครมาดูแล ..(..ก็แค่หวังว่าสักวันพวกท่านจะมารับผม..)...จะต้องแข็งแกร่งขึ้น..(..พวกท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง..)..ตอนนี้ก็ต้องตั้งใจให้มากขึ้น..(..ถึงจะรู้ว่ามันไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว..)..แต่..(...ถ้า..)...

ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ที่โบสถ์...ทำตัวเป็นปกติ...แต่ในใจกับว่างเปล่า...แต่ทำได้มากสุดแค่ตั้งใจให้มากขึ้นจะได้...ไม่คิดเรื่องนี้อีก...

-[จากวันเป็นเดือน] -

นี้ก็ผ่านมานานหลายเดือนแล้ว...ผมได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี..ที่ไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อน..ผมขอให้พี่\สว่างแสง\เขียนจดหมายไปหาพวกเขาที่หน้าจะเป็นนักผจญภัยหรืออะไรแบบนั้นไปหาพวกเขาว่า –“ผมขอโทษที่เสียมารยาทในวันนั้นผมทำใจไม่ได้เรื่องพ่อแม่ของผมแต่ตอนนี้ผมทำใจได้แล้วครับ ผมขอไม่สิอย่างน้อยช่วยบอกว่าพ่อแม่ผมพวกท่านได้จากไปตรงไหนเหรอครับผมแค่อย่าไปที่นั้นครับ”-

นั้นเป็นการเห็นแก่ตัวเองของผมที่อย่างน้อยก็อยากเจอพวกท่าน ถึงจะรู้ว่าเวลานี้อาดไม่มีอะไรเหลือให้ดูแล้วก็ตามแต่ก็อยากจะถามพวกเขาไป...

แต่พวกเขาก็ยังไม่ตอบอะไรเลยในหลายวันที่รอมา...สิ่งที่ทำได้มากสุดก็แค่...ฝึกฝนตนเอง...ให้ดีกว่านี้...ทุกอย่างที่สามารถไม่สิต้องบอกว่าทั้งหมดที่มีโอกาสจะทำได้ก็เรียนรู้และฝึกฝนทั้งหมด ทั้งหมดเลย บ่างอย่างก็มีโอกาสแต่บ่างอย่างก็ไม่...

“นี้นายบ้าไปแล้วเหรอไงทำไหมถึงได้ทำอะไรแบบนั้นไปได้” มีเสียงพูดทำนองนี้ อยู่มากมาย ฉันก็แค่ใช้หมัดต่อยพื้นเพราะอยากจะแข็งแกร่งขึ้น

หรือแค่ออกกำลังกายทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้นอนเพราะอยากจะอดทนมากขึ้น ทำอะไรที่มันสุดโต่งเพื่อหาวิธีของตัวเองนั้นเป็นคำพูดที่จะเอาไว้บอกคนอื่นๆที่มาพูดประโยคนั้น

[ฉันก็ได้ยินที่พวกเขากระซิบถึงเราว่าเป็นบ้าไปเพราะพ่อแม่ตาย...] ยิ่งได้ยินแบบนั้นทำให้จิตใจมันเจ็บปวดแต่ถ้าเสียเวลากับความเศร้ามันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ถ้าแข็งแกร่งมากพออาดจะสามารถเดินทางไปที่อื่นๆแล้ว..ก็...อาดมี..โอกาสที่...จะเจอ...พ่อ..กับ...แม่....ก็ได้...(เรารู้ว่ามันเป็นยังไงแต่ถ้าคิดว่ามันจะมีโอกาสสักนิดที่จะเป็นแบบนั้นมันก็มีกำลังใจมากขึ้นแล้ว)...

ในวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทำงานทำความสะอาดในโบสถ์

การที่ฝึกให้มันเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและต้องเร็วโดยการใช้ผ้าชุบน้ำมาถูกระจกจนความรู้สึกที่ถูมันลื่นและแห้งจนใช้มือป่าวถูแล้วมีเสียง

แต่ถ้าทำงันก็ต้องถูใหม่หมด

[มีเสียงเดินมาท่านนี้] หลบออกจากทางเดิน

การฝึกอะไรพวกที่จะต้องไม่เดือดร้อนใครไม่งันมันก็แค่การสร้างปัญหาเท่านั้นเอง

“โอ้นี้เธอทำมันงันเหรอเนี้ยกระจกพวกนี้มันเปล่งประกายสะจริง” นั้นเป็นคำชมหรือคำตำหนินี้ แยกไม่ออกเลย

“ครับ”

“…”

[มีเสียงเดินจากไป] ก็นะพวกเขาเจอการทักทายของผมแล้วก็เดินจากไป

ทำงานต่อดีกว่า

“นายขยันจังนะแต่ก็ทำอะไรแปลกด้วยสิ” พี่เขามาเยี่ยมงันหลอ

“มันเป็นการฝึกนะครับ”

“การที่เอาถังน้ำไว้บนหัวนี้นะ” ใช้

“มันเป็นการฝึกครับ”

“ทำอะไรที่ปกติกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอไง” ...จะไปรู้ได้ไงว่าอะไรปกตินะก็แค่ทำในสิ่งที่คิดว่าดีเท่านั้นเอง

“…มันฝึกการทรงตัวและความระเอียดในการขยับนะครับ”

“มันฟังดูดีนะแต่มันก็พิลึกอยู่ดี” เป็นคำพูดที่เจ็บนะ

“แล้วเป็นไงบ่างระพี่พวกเขาตอบอะไรไหม”

“วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรตอบกลับเหมือนเดิมนะ” ...นั้นสินะ...

“นั้นสินะแล้วพี่ระ การฝึกเวทมนตร์ เป็นไงบ่างมันทำยากไหม”

“นายอยากฝึกด้วยไหมถ้าว่างๆก็มาฝึกด้วยกัน ยังไงนายก็ชอบการฝึกอยู่แล้วนิ” น่าสนใจนะ

“แต่ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วยสิงานของโบสถ์ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมดเลย” แค่การฝึกงานทั่วไปก็สําคัญ

“นั้นสินะ ถ้าเป็นนายต้องเป็นคู่ฝึกที่ดีให้ฉันได้แน่ ๆ” ...

“มันดีขนาดนั้นเลยเหรอพี่ เวทมนตร์นะ”

“มันก็ทำให้อะไรง่ายขึ้นระนะ” ง่ายขึ้นงันเหรอ

“อะไรบ่างระครับ”

“ก็เช่นถ้าอยู่ที่มืดเวทแสงสามารถช่วยให้แสงสว่างได้หรือถ้ามีแผลถลอกก็สามารถใช้เวทรักษาให้หายในไม่นานเลยไม่ต้องรอให้หายเองด้วยถ้าฝึกดีๆนะ” ...น่าสนใจ

“แล้วมันทำให้แข็งแกร่งขึ้นไหมครับ”

“ใช้ๆนายจะแข็งแกร่งมากถ้านายใช้เวทเป็นระนะ” นั้นเป็นทางที่น่าสนใจมาก

“ผมอยากฝึกมั้งครับ”

“แต่ก็ไม่รู้พวกอาจารย์จะสอนนายไหมแต่ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้ระนะ” ถ้ามีโอกาสก็ต้องรองดูเท่านั้นอย่างน้อยก็ยังได้รอง

[หลังจากทำงานถูกระจกและเก็บของเสร็จก็ไปถามอาจารย์ของพี่ \สว่างแสง\ดู] 

อาจารย์ของพี่เขาไม่รับสอนเรา ก็คิดไว้อยู่แล้ว แต่พี่เขาบอกว่าเดียวช่วยสอบให้แต่ก็คงเป็นตอนกลางคืนเพราะพี่เขาว่างเวลานั้น

ก็กลับมาทำงานของโบสถ์ต่อ ก่อนถึงเวลาอาหารก็ไปช่วยลุงพ่อครัวทำอาหารตอนนี้ก็ช่วยทำอาหารได้แล้ว 

[มือที่จับมีดทำการหั่นผัก] ต้องใจเย็นแล้วก็ต้องตั้งใจเพราะมีดมันสามารถบาดมือได้แต่ก็ใช้เวทรักษาได้แต่การที่มีเลือดในอาหารมันก็ไม่ดีอยู่ดี

“เจ้าหนูทำช้าๆสิพวกผักมันหล่นลงพื้นหมดแล้ว” ...เราต้องระวังมากว่านี้ด้วยสินะ

“ขอโทษครับผมจะตั้งใจให้มากกว่านี้ครับ”

[ใช้มือที่จับมีดหั่นอย่างตั้งใจมากขึ้น] ต้องใจเย็นๆอย่ารีบร้อนต้องทำให้ดีเพราะมันคืออาหารที่ทุกคนจะต้องได้กิน

“อืม”

“ครับ”

[ผ่านช่วงเวลาอาหารเย็นไป] ต้องล่างถ้วยจานเสร็จก็มาทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ของห้องกินข่าวต่อ

หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำ

[อยู่ในห้องน้ำที่ไม่มีใครอยู่]

ได้มาอาบน้ำในวันที่ทำงานเสร็จมันก็ทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับมาสดชื่นขึ้นมาอีกนิแล้วก็ทำไห้มีเวลาคิดอะไรมากขึ้น

หวังว่าพ่อกับแม่จะมีชีวิตอยู่งันเหรอ เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นยังไงแต่ที่พวกเขาที่มาบอกข่าวนั้นไม่ได้ตอบจดหมายของเรามานั้นก็เป็นความหวังอันลมๆแล้งๆ แต่มันก็ยังคงเป็นความหวังที่ทำให้เราต้องพยายามในการฝึกสิ่งๆให้มากขึ้นเพื่อสักวันจะเจอพวกท่าน...แต่ความจริง...มันก็...คือความจริง....ใช้ไหม....

[หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เตรียมตัวไปหาพี่\สว่างแสง\]

จาการที่ทำงานหนักและฝึก หนักเช่นกันทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ทำอย่างคนอื่นๆได้ขึ้นมาบ่างอย่างการทำอาหาร ตอนนี้ก็เตรียมวัตถุดิบได้แล้วสามารถทำงานระเอียดบ่างอย่างได้ ทำให้มีกำลังใจในการฝึกมาขึ้น

[เดินมาถึงสนามหญ้า] คงต้องรอพี่เขาสักหน่อย ยังไงพี่เข้าก็ไม่ค่อยว่างระนะ ก็ทำการขยับร่างกายให้มันยืดหรือขยับในถ้าที่บ่างส่วนของร่างการที่ไม่ค่อยขยับร่างกายจะได้ไม่แข็งเกินไปสำหรับออกท่าทางต่างๆ

“มายืนรอมันก็น่าดีใจอยู่หลอกแต่นายทำท่าบ้าอะไรนิ นับวันยิ่งสติไม่ดีหรือไงนิ” อะไรกันพี่มาแล้วเหรอกำลังบิดร่างกายให้หันจากฝั่งนึ่งไปอีกฝั่งอยู่เลย

“กำลังฝึกขยับร่างกายให้ไม่แข็งอยู่นะครับ”

“ฉันก็รู้นะว่านายเสียพ่อแม่ไปแล้ว แต่พวกท่านคงเสียใจกว่าเดิมแน่ถ้ามาเห็นนายเป็นแบบนี้ ทำตัวให้เหมือนคนปกติสิ!!” พี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว

“การทำอะไรแปลกๆนั้น ก็เพราะกำลังหาวิธีที่สามารถไปถึงได้ต่างหากล่ะครับ ถ้าเอาแต่ยึดติดอาดจะบ่างอย่างก็ได้นะครับ”

“...ถึงจะพูดดูดี แต่มันไม่ได้ดูดีเลยนะ นายกำลังทำให้ฉันอายแทนอยู่นะมีคนมองมาทางนี้ด้วย” ผมผิดสินะ แย่จริง

[ขยับร่างกายให้อยู่ในรู้แบบปกติ]

“ผมขอโทษนะพี่”

“เอาเถอะนายอยากฝึกเวทสินะถึงได้มารออยู่ตรงนี้”

“ใช้ครับผมหวังว่าผมจะสามารถทำอะไรได้มากขึ้นถ้าผมใช้เวทได้”

“ตอนนี้ฉันก็จะสอนพวกพื้นฐานให้ก่อนนะ ฉันก็ไม่ได้เก่งพอที่จะสอนคนอื่นด้วยสิ” มีคนสอนก็ดีว่าไม่มีระนะ

“ครับอาจารย์”

“เรียกว่าพี่ก็พอ งันมาเริ่มจาการสัมผัสพลังเวทในตัวก่อนนะ” ...ทำไงนิ

“แล้ว....ทำยังไงครับ”

“ตอนแรกจะยากหน่อยนะ ก่อนอื่นต้องทำตัวให้สบายต้องมีสมาธิ” สมาธิงันเหรอ อันที่ใช้ความตั้งใจ บวกกับ การรู้ตัวสินะ

“...” ...มีสมาธิ...

“ต่อมาก็รองคิดว่าในร่างกายเรามีอะไรบ่างอย่างไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย ต้องคิดให้มันชัดเจนถ้าทำได้แล้ว ก็ต้องใช้การสัมผัสในร่างกายถึงสิ่งนั้นแล้วหลังจากนั้นต้องทำการจับสัมผัสโดยที่รู้ถึงการไหลเวียนโดยไม่คิดว่ามันไหลอยู่ถ้าทำได้ก็สามารถนำมันมาใช้งานได้เข้าใจไหม” ...

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นผมทำได้นะผมเคยฝึกอะไรแบบนั้นมาก่อนนะพี่ แล้วอีกอย่างพี่พูดสะ งงไปหมดเลย แค่พูดว่าให้คิดถึงน้ำไหลในร่างกายให้ชัดเจนแล้วรองใช้ใจสัมผัสหาให้เจอแล้วเราจะรู้ว่ามันไหลแบบไหนแล้วก็ต้องจับมันให้ได้โดยไม่ใช้ความคิดแต่เป็นการใช้ใจ ต้องบอกแบบนี้สิพี่”

“นายก็รู้แล้วนิจะให้ฉันสอนทำไหมระ”

“อะไรผมก็ฝึกฝนแบบของมันก็ได้ทำแบบนั้นด้วยเหมือกันนะครับ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นพื้นฐานเวทด้วยซ้ำไป”

“นายรู้ด้วยตัวเองงันเหรอ นายโกหกแน่ ๆ พ่อแม่นายเคยสอนมาใช้ไหมเรื่องพวกนี้นะพวกเขาต้องใช้เป็นแน่ ๆ” ...พ่อแม่ใช้เป็นด้วยเหรอ

“ไม่นะผมเรียนรู้เองแต่มันสําคัญยังไงระมาสอนต่อได้แล้ว”

“นี้มันบ้าอะไรนายทำเป็นโดยไม่ต้องสอนเนี้ยนะ นายรู้ไหมฉันนะฝึกมันตั้ง 3 วันกว่าจะได้เลยนะรู้ไหม” ...ผมก็ต้องฝึกมาเหมือนกันนะ

“ผมก็ฝึกมาเหมือนกันนะถึงจะไม่รู้ว่าใช้กี่วันด้วยซ้ำว่าทำได้ตอนไหน”

“มันไม่เหมือนกัน!!” อะไรนี้

“ก็ได้ๆสอนผมต่อที่เถอะ”

“ไม่!” …พี่เขาบ้าไปแล้ว

“…”

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่6

ตอนที่เจอเรื่องร้ายๆจะทำยังไงกับมันระ จม,หนี,ต่อต้าน,ก้าวข้าม,ฯลฯ แต่ถ้ามันร้ายมากๆจนยอมรับไม่ได้ มันก็ต้องมีวิธีผ่านมันถึงจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ดีว่า จม ระนะนั้นก็คงการหลอกตัวเอง แต่ยังไงมันก็คือการ ที่คิดว่า ก้าวข้าม แต่จริงคือ จม ต่างหาก ระแต่ยังไงเวลาก็ยังขยับอยู่ตลอดถึงในใจจะหยุดก็ตาม #สู้ๆ

//////////////////////

เอาจริงๆก็ไม่ได้หวังว่าจะมีคนอ่านถึงตรงนี้ด้วยซ้ำไปจากการ/คำโปรย/ที่หวยแตก แต่ก็ดีแล้วล่ะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น