เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 5 : ต้องพยายามในสิ่งที่ไม่อาดจะมีได้ [a1-3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 64

หลังจากที่ทำงานให้กับโบสถ์แห่งนี้แล้ว พวกเขาบอกว่าการทำงานั้นเพื่อให้เป็นการฝึกฝนร่างกายและวินัย แต่มันก็ยังคงเป็นเรื่องยากมาก ๆอยู่ดี

[ช่วงเวลากินข้าวเทียง] ยังไงก็ต้องทำเรื่องพวกนี้ให้ชินให้ได้ 

“นี้นายนะ” มีเสียงคุยกันดังมาก จนการฟังนี้มันจะปวดหัวฉะมัด

“นายได้ยินที่ฉันพูดไหมนี้ ไอเด็กไหมตรงนั้นนะ” อะไรเรารึป่าว

“เรียกผมเหรอ”

“ก็นายนั้นระคนที่มาใหม่ใช้ไหม ชื่ออะไรล่ะเรา” แค่ถามชื่อเท่านั้นเองเหรอ

“ผมชื่อ \หินฟ้า\ ครับ”

“อืม อย่างนี้ นี้เอง นายเป็นคนที่ตาบอดสินะ แล้วก็พ่อแม่นายเป็นคนพังโบสถ์ของเรา ทำให้พวกเราต้องทำงานมากกว่าเดิมนี้เอง”

“ใช้ๆนายทำให้เราต้องเก็บกวาดขี้ฝุ่นตั้งแต่เมื่อวาน จนดึกเลยนะ”

“นายมันเป็นคนที่ผิด”

“ใช้รับผิดชอบมาเลยนะ พวกเราต้องมาทำงานหนักขึ้น ก็เพราะนายคนเดียวเอง”

นี้มันเรื่องอะไรกัน เรา.....

[หลังจากนั้นก็ต้องเจอช่วงเวลาแย่ๆ] ทั้งการกลั่นแกล้งก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น ทั้งการโดนผลักหรือชนหรือการสลับสิ่งของ ขโมยของ...

[เวลาตอนเย็น] ทำไหมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย

[ได้มีเสียงกระดิ่งเสียงดัง 1 ครั้ง] ได้เวลากินข้าวอีกแล้วสินะเราต้องไปเจอ...อะไร..แบบนั้น...กันเหรอ...ไม่อย่างไปเลย....

[ฟังเสียงที่วุ่นวาย] ปวดหัวจัง แต่ถ้าไม่พยายามให้มากกว่านี้ระก็ เราก็จะเป็นแค่พาระของพ่อและแม่....

[มีเสียงกระซิบเบาๆ]

“นี้นาย....ต้องอด.....ทน.....ให้มาก.....ถ้ายังอยาก.....จะมีชี....วิตอยู่....ต่อไป.....” อะไรนี้ เท่าที่ดูคงจะเป็นคนนั้นสินะ

“นาย \สว่างแสง\ ช่วยอย่ามากวนผมจะได้ไหม ผมยิงรู้สึกแย่มากๆอยู่ด้วย”

“....นายรู้ได้ไงนี้” เรื่องแค่นี้เองถึงจะไม่รู้ว่าตอนไหนแต่คงมีแค่เขาเท่านี้ระ ที่ทำอย่างนี้ได้

“...ทำไหมนายถึงแกล้งผมระ ไม่สิทุกคนก็ทำแบบนั้น...” ใช้ทุกคน....ยกเว้นแต่พ่อกับแม่ ไม่สิพวกท่านก็...ตอนนี้รู้แค่ว่ามันเจ็บปวด

“เรื่องนั้นพี่ชายคนที่อธิบายได้ ที่จริงฉันมาที่นี้เพื่อมาขอโทษนาย แล้วก็มีคนที่อยากเจอนายด้วยนะ” อะไรมาขอโทษเหรอแต่ก็....

“พ่อแม่มาหาผมแล้วเหรอ” ผมหวังว่าคำตอบจะเป็นคำว่า ใช้ นะ

“...เสียใจด้วย ไม่ใช้...แต่ยังไงฉันก็ต้องพานายไปให้ได้ระนะเพื่อตัวนายเอง” ไม่ใช้งันเหรอ หรือว่า พ่อกับแม่จะทิ้งผมไปแล้ว ไม่ คงยังไม่ใช้ไหมพวกท่านจะต้องใช้หนี้อยู่ คงยังไม่หนีไปใช้ไหม...ใช้ไหม....

“งันนายไปกับฉันได้ไหม” ....

“…”

“นายคงโกรธฉันอยู่สินะ ฉันขอโทษนะที่ทิ้งนายคนเดียว ฉันก็มีปัญหาเหมือนกันนะ ” ....

“ผมไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครอีกได้ไหม” ... ทรมานจัง เรากำลังจะถูกเหรอกอีกรึป่าวนะ

“นั้น....มัน....นายคงเจอเรื่องแย่ๆมาสินะ....ฉันก็อยากช่วยนาย....” นั้นเป็นคำโกหกอีกไหม จะโดนทิ้งอยู่คนเดียวอีกไหมนะ เราก็แค่ไม่บ่นอะไรก็ใช้ว่าเราจะไม่รู้สึกอะไรสักหน่อยนิ ทำไหมกันเราทำอะไรผิดกันถึงต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ ทำไหมมัน....มัน....โครตเจ็บใจเลยให้ตายสิ ชีวิตบัดสบนี้....

“…”

“ร้องไห้ให้พอใจสะ ฉันรอนายได้” นี้...เรา....ร้องไห้...อีกแล้ว...เหรอ...55555...นี้เรามัน...น่าสมเพช ชะมัด...เลย

“5555 ผม คง น่า สม เพช ชะ มัด ทำ เรื่อง ง่าย ๆ ที่ ใคร ก็ ทำ ได้ แต่ มัน โครต เป็น เรื่อง ยาก มาก กว่า ผม จะ ทำ มัน ได้ 5555 ผม ต้อง พ ยา ยาม อย่าง มาก กว่า จำ ทำ มัน ได้ ให้ ตาย สิ มัน โครต ไม่ ยุด ติ ธรรม เลย”

“…ไม่นายนะสุดยอดจะตายไป นายนะโครตเข้มแข็งเลยนะก็แค่ที่นี้ ไม่ยอมกับกับเรื่องแบบนี้เท่านั้นเอง...” ....

[เวลาผ่านไปสักพัก] อ้าเหนื่อยแล้วสิ นี้เราทำอะไรอยู่นิ ร้องไห้งันเหรอ นี้มันเสียเวลาชะมัดเลย ถ้าเอาเวลาที่มัวจะเสียใจไปฝึกฝนอย่างอื่นยังดีกว่า

“ผมจะไปกับพี่ก็ได้ ”ใช้จะเสียมันไม่ผิดหรอก แต่การจมกับมันต่างหากที่ผิด ผมเขาใจเรื่องนี้แล้ว...พ่อ...

“งันเราไปกันเถอะ” เดียวนะ

“แต่เท่าที่ผมจำได้พี่เคยบอกว่าพี่ไม่คอยว่าง แล้วทำไหมพี่ยังอยู่กับผมตรงนี้มันไม่เสียเวลาเหรอ”

“ใช้รู้ไหมตอนเจอกันแรกๆ ฉันนะก็กำลังแอบไปช่วยนายนะ แล้วก็ไปทำงานด้วยมันเลยออกมามั่วๆอย่างนี้ไง 5555 ขอโทษด้วยนะ” ...ไม่รู้สึกว่าน่าเชื่อเลย

“…”

“ไม่เชื่อฉันเหรอ .... นั้นเป็นความจริง แต่ช่างมันเถอะเราไปกันเถอะ” นั้นสินะยังไงตอนนี้ก็คงต้องไป หวังว่าจะไม่โดนเหรอกอีกมั้ง

[เดินตามไปยังที่ไหนก็ไม่รู้] เดินไกลจัง

“ถึงแล้ว” ถึงสักที่ ตอนนี้คงเป็นเลยเวลากินข้าวไปแล้วแน่ ๆ

“แล้วใครงันเหรอที่ผมจะต้องไปเจอ”

“จะบอกว่ายังไงดีระเขาเป็นคนที่รับผิดชอบนายที่อยู่ที่นี้นะ อะไรประมาณนั้นมันอธิบายยากนะ”

“แล้วเขาอยู่ไหนระ”

“แบบว่าเราต้องเข้าไปในห้องก่อนนะ ขอเวลาฉันเตรียมใจก่อนสิ” คือตอนนี้เราอยู่หน้าห้องเหรอ ....

“งันเขาไปกันเถอะ ฉันเตรียมใจแล้ว...มั้ง...”

[เสียงอะไรบ่างอย่างกำลังขยับออก]

[รางกายได้สัมผัสกับกระแสลมอันอบอุ่น]

[มีเสียงอะไรขยับตลอดเวลา #ติ๊ก #ต๊อก]

[มีกลิ่นอะไรก็ไม่รู้มันหอมแล้วก็รู้สึกเย็นๆ]

[พวกเราเดินเข้าไปในประตู]

“มาถึงแล้วสินะ” เสียงที่อบอุ่นและสงบ

“ฉันพาเขามาแล้ว ฉันขอไปเลยได้ไหม?”

“ห่างเสียงด้วย” มีอีกเสียงหนึ่งที่ดุดัน

“…คะ”

“เอาระเด็กน้อยที่องค์เทพแห่งแสงได้ทอดทิ้ง เธอชื่ออะไรเหรอ” ....อะไรนะพูดอะไรยากๆอีกแล้วสิ

[มีเสียงกระซิบ]

“ท่านได้ถามชื่อนายนะ” อ้าวเหรอแย่แล้ว

“ผมชื่อว่า \หินฟ้า\ ครับ”

“ไม่มีนามสกุลสินะ” เสียงที่อบอุ่นและสงบตอบเบาลง

“ครับ”

“งันฉันขอให้อธิบายขอตกลงให้เขาฟังหน่อยสิคุณ \วิสัยทัศน์\” ใครระนั้น

“เอาล่ะ เจ้าหนูฉันขอถามเธอก่อน ว่าเธอได้รู้สถานะของคนตาบอดไหมว่าจะต้องเจออะไร ในการใช้ชีวิตของอาณาเขตแสงแห่นี้” นี้มันเสียงของคนที่ดุดันนิ เขาชื่อว่า \วิสัยทัศน์\ เหรอนี้แต่ยังไงเขาพูดอะไรยังไงไม่เข้าใจเลย

[มีเสียงกระซิบ]

“เธอถามว่านายรู้ไหมคนตาบอดเขาใช้ชีวิตยังไงในเมืองนี้นะ”

“ไม่ครับ”

“งันฉันของอธิบายง่ายๆแล้วกันดูถ้าเธอยังเด็กเกินไปที่จะเขาใจคำพูดทางการของที่นี้ คนตาบอดในเมืองนี้เป็นที่ รังเกียจ ของผู้คน....”

“ทำไหมเป็นงันระครับเพราะแค่ตาบอดนี้นะ...”

[มีเสียงกระซิบ]

“ใจเย็นสินายทำเธอโกรธแล้วนะที่ไปพูดแทรก” แย่แล้วๆ

“ผมขอโทษครับมันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมเลยตกใจไปหน่อยครับ”

“เอาล่ะฉันขอพูดต่อแล้วกันนะ เหตุผลง่ายๆเพราะพวกเราเชื่อในองค์เทพแห่งแสง ทำให้คนส่วนใหญ่มีความคิดว่าคนตาบอด นั้นคือคนที่ไม่สามารถรับรู้แสงได้ซึ้งนั้นคือความจริงนั้นถูกไหม”

“…” เกิดอะไรขึ้นทำไหมเงียบระรึว่าเขาถามผมอยู่

“นั้นเป็นความจริงครับผมไม่รู้ว่าแสงเป็นยังไง”

“อืม นั้นถูกต้องแล้วระเธอจึงถูกเรียกว่าตาบอดไงระ ถ้าเป็นที่อื่นจะไม่ร้ายแรงเท่าที่นี้ แต่ที่นี้นับถือองค์เทพแห่แสง ผู้คนที่นับถือองค์ท่านก็จะมีความคิดส่วนใหญ่ว่า ถ้าพวกที่ไม่สามารถมองเห็นหรือรับรู้แสงได้ก็จะเป็นพวกที่ถูกทอดทิ้ง ไม่เป็นที่ยอมรับจากคนอื่นๆ เธอคงเขาใจปัญหาที่เกิดแล้วสินะ” ...นี้มันแย่นะนี้ถ้าเป็นงันจริง ไม่สิคงเป็นงันระแปลว่าเราไม่อาดเป็นที่ยอมรับแม้ว่าเราจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม นั้นคงเป็นเหตุผมที่พ่อแม่ทำอย่างงั้นที่เพื่อว่าเราจะได้มองเห็นสินะ

“แปลว่าผมจะไม่มีวันเป็นที่ยอมรับเลยสำหรับคนที่นับถือองค์เทพแห่แสงสินะครับ”

“ใช้”

“งันเรียกผมมาทำไหมระครับยังไงผมก็ตาบอดนิ พวกคุณก็เป็นคนของโบสถ์แห่แสงที่ควรจะเกลียดผม แล้วนั้นยังไม่รวมถึงที่พ่อแม่ผมทำลายที่แห่งนี้ไปมากด้วย”

“ใช้ตอนแรกที่พวกเราให้เธอเข้ามาก็เพราะอย่างให้เธอเจอเรื่องแบบนี้ พ่อแม่ของเธอจะได้จ่ายเงินที่เป็นค่ารักษาเธอนั้นรวมกับค่าที่พวกเขาทำรายโบสถ์นี้ด้วย” เข้าใจแล้วเข้าใจทุกอย่างแล้วแต่ว่า...

“แล้วผมมาที่นี้ทำไหมระครับ”

“ใช้นั้นคือปัญหาของพ่อแม่เธอ แต่ไม่ใช้ของเธอ พวกเราได้ยินมาว่าเธอนะเก่งสินะมันคงเป็นการแย่ถ้าพวกเราทำลายเธอไปเพราะหนี้ของพ่อแม่เธอเท่านั้น” ...นั้นไม่ได้หมายความว่าถ้าเราไม่เก่งพอพวกเขาก็จะไม่สนใจและก็จะให้ไปเจอเรื่องแย่ๆ นี้มันบ้าอะไรกันนี้!

“ถ้าผมอ่อนแอกว่านี้ ถ้าผมไม่มีความตั้งใจ ถ้าผม... พวกคุณก็จะไม่เห็นหัวผมเลยเหรอไงหะ! นี้มันเรื่องบ้าอะไรกันมันไม่ยุดติธรรมเอาเสียเลย...”

“ถ้าเธออ่อนแอกว่านี้ พ่อแม่เธอคงทิ้งเธอไปนานแล้วพวกเขาคงไม่คิดที่จะพยายามที่จะทำให้เธอมองเห็นหลอกนะ” นั้นมันคงไม่จริงใช้ไหม...แต่ว่า...ก็เป็นไปได้.......

“...”

“เธอต้องพยายามมากกว่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าเธอแข็งแกร่งมากพอ มีประโยชน์มากพอที่จะมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นเธอก็จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้มันคงไม่มีใครที่จะดูถูกเธอได้อีกจริงไหมล่ะ” นั้นก็คงจะดีถ้าเป็นแบบนั้น

“ผมต้องทำยังไงระครับ  ผมจะพยายามให้มาขึ้นจนไม่มีคนจะดูถูกผมได้อีก” 

ใช้วันนี้เป็นวันที่เราได้จุดหมายในชีวิตที่มืดมิ(ก็ไม่รู้ระนะว่าแสงเป็นไง)ยังไงสะก็ต้องมีชีวิตต่อไป

“นั้นก็ดีแต่คนตาบอดนะ มีขีดจำกันที่ไม่อาดเก้าข้ามของการมองเห็นได้อยู่ดี จริงไหมแต่ถ้าเธอทำได้มันก็คงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย”

“แล้วนั้นต้องทำไงระครับ” ใช้ต้องทำยังไงระ

“นั้นล่ะคือสิ่งที่เธอต้องจัดการเอง ประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครในอาณาเขตแห่งแสงจะมีคนที่ตาบอดที่ได้ยิ่งใหญ่เลยสักคน”...เดียวนะงันที่อื่นระ

“แล้วที่อื่นที่ไม่ใช้ที่นี้ระครับ”

“ก็มีบ่างแต่นั้นก็น้อยมากๆอยู่ดีที่จะเป็นที่รู้จัก ถ้าไม่ศึกษาก็คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแบบนั้น”

“งันผมอย่าไปไม่สิ จะต้องทำยังไงถึงจะสามารถไปที่นั้นที่คนพวกนั้นทำแบบนั้นได้ระครับ”

“มันเป็นเรื่องยากมากๆที่จะไป ยังไงมันก็อันตรายมากขนาดคนเก่งๆก็ยังพลาดถ้าไปมากกับการเดินทางแค่อยู่แถวๆนี้แล้วนับประสาอะไรกันที่ไกลมากอย่างนั้น นี้ไม่รวมว่าเธอตาบอดด้วยนะ” นั้นมันก็จริงขนาดใช้ชีวิตปกติเรายังว่ามันยากเลย 

“งันผมต้องทำยังไรระครับผมถึงจะได้เก่งขึ้น”

“พวกเราก็ไม่รู้จะต้องฝึกเธอยังไงเลย สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือบอกเธอว่าเธอต้องพยายามด้วยตัวเอง และบอกสถานะการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าเธอทำไม่ได้เท่านั้นเอง” นั้นสินะ...นั้นสินะ!

“ยังไงผมก็จะพยายามเองครับ” ใช้แล้วระมันยังไม่จบเหรอกนะ ตอนนี้มันยังไม่จบยังมีโอกาสอีกอยู่อย่าน้อยก็ยังมี...

“แล้วอีกเรื่องนึ่งเราช่วยอะไรเธอไม่ได้หลอกนะกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี้” อันนั้นเข้าใจ

“ผมเข้าใจเรื่องนั้นครับผมจะต้องเก่งขึ้นให้ได้เองครับด้วยตัวเอง”

“งันก็ดีงันพวกเราคงหมดธุระกันแล้วระนะ”

“ขอบคุณมากครับที่มาบอกเรื่องนี้กับผม” ยังไงสะมันจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเหรอแต่ก็ไม่เปลี่ยนอย่างนึงก็คือเราจะต้องพยายามมากกว่านี้อีกต้องมากขึ้น มากขึ้น! มากขึ้น!! มากขึ้น!!! ไม่งันก็....ต้องติด...อยู่........กับ........ที่............

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่4

ก็จบไปอีก 1 ตอน ชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป หรือ ไม่สู้กันนะ ยังไงก็แล้วแต่มันก็ยังมีวันพรุ่งนี้เสมอจะชอบหรือไม่ ก็ต้องมีระนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น