เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 4 : ความแปลกใจ ความสงสัย ความไม่ชอบใจ ความรู้สึกผิด [PL1-0]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 พ.ค. 64

ในตอนเช้าในวันปกติ หลังจากที่ต้องมาเรียนมารยาทที่ควรจะไว้มีทำไมก็ไม่รู้ ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องต่างๆนานา ที่ทำไหมต้องเรียนด้วยนี้สิแปลก คนอื่นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเรียนอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำไป ถึงจะถามบาทหลวง\สัจจะ\ ที่ใหญ่ที่สุดของโบสถ์นี้แล้วก็ได้คำตอบที่เหมือนเดิมว่าเดียวสักวันจะได้ใช้เป็นแน่ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไหมต้องไปเรียนแค่คนเดียวเอง ดูพวกหลวงพี่ หรือหลวงพ่อ บ่างคนยังไม่ได้เรียนพวกนี้สูงเท่าด้วยซ้ำไป ทำไหมฉันไม่ได้เรียนเหมื่อนคนอื่นเขาบ่างนะ 

[เดินเล่นหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ทำไห้ได้เดินผ่านห้องพยาบาลพิเศษ] ทำไหมพวกหลวงพ่อ ถึงได้เข้าไปเยอะจังที่นั้นมันเป็นห้องปิดแล้วตั้งนานนิ

[ลองมองเข้าไปข้างใน] พวกหลวงพ่อทำพิธีชำระแสงนิ เกิดอะไรขึ้นกันนะ แต่พอมองดูดีๆมีเด็กคนหนึ่งอยู่นิ น่าสนใจแล้วสิ

[จึงแอบเข้าไปในห้อง] เกือบโดนพวกหลวงพ่อเห็นแล้วสิเมื่อกี่

[เดินเข้าไปดูใกล้ๆ] เดียวนะเด็กคนนี้ ร้องไห้เหรอ แต่มีผ้าพันแผ่ด้วยสิ รองถามดู อีกอย่างคงต้องตกใจหน้าดูเลย 55555

“นั้นนายนะ ร้องไห้ ทำไม่เจ็บตรงไหนรึป่าว” นิ่ง ยังนิ่งได้อีก ฉันมันใจเลยนะว่าไม่ได้ทำให้รู้ตัวนะหรือว่าจะเก็บอาการเก่งสินะ

“ผมไม่เป็นไร ผมแค่..รู้สึก...ปกตินะ” ปกติ? การร้องไห้มันไม่ควรเป็นเรื่องปกตินะ เด็กนี้ต้องป่วยอยู่แน่ ไม่งันคงไม่ได้อยู่ในห้องนี้เป็นแน่แท้เลย

“นั้นไม่เหมือนว่าจะปกติตรงไหรเลยนะ มีอะไรให้ช่วยไหม”

[เด็กนั้นนั่งบนที่นอน]

“ไม่ระครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมชื่อ \หินฟ้า\ นะครับแล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ” \หินฟ้า\ โอ้เป็นชื้อที่โครตตรงเลยแบบว่าไม่มีหัวคิดเรื่องชื่อเลยนี้เป็นการบอกจุดเด่นทางชื่อเลยนะนี้แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้ว่าเป็นใคร ... แต่ก็จำง่ายดีนะ

“เป็นชื่อที่เหมาะสมกับนายแล้ว ผมนายนี้สีสวยดีนะสีฟ้าของคำว่า\ฟ้า\ แล้วก็ผมมันวาวเหมื่อน\หิน\สินะ เป็นการตั้งชื่อแบบตรงตัวสินะส่วนผมชื่อ\สว่างแสง\ นะครับ” เขาแนะนำตัวมาเราก็แนะนำตัวกลับนี้ระมารยาทที่เรียนมา แบบไม่รู้จะไปใช้ทำอะไรเริมแสดงผลแล้วสินะ

“สวัดดีครับ คุณ \สว่างแสง\” เด็กนี้ดูไม่ปกติแน่ ๆเท่าที่ดูต้องอายุน้อยกว่าฉันแน่แต่ทำตัวยังกับอายุมากแล้ว

“อย่าพูดเป็นทางการอะไรแบบนั้นสิ พวกเราก็น่าจะอายุใกล้กันนะเท่าที่ดูนะ” แต่เท่าที่ดูทำตัวเป็นผู้ใหญ่ว่าหลวงพี่หรือหลวงพ่อบ่างคนสักอีก

“งันเหรอครับแต่ผมไม่รู้จะพูดแบบไหนดี ผมยังไม่เคยมีคนคุยด้วยแบบอายุเท่ากันเลยนะครับ” นี้จะบอกว่าคุยกับแต่พวกผู้ใหญ่เหรอ นี้จะหยิ่งไปแล้วนะ เท่าที่ดูต้องเป็นลูกของคนใหญ่คนโตแน่ ไม่งันจะมาอยู่ในห้องนี้ได้ไง

“ทำไม่เป็นงันระ เท่าที่ดูก็น่าจะอายุสัก 7 ถึง 8 ปีนะทำไม่ระไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเหรอไงนี้” ต้องเป็นเพราะไม่มีคนคบเป็นเพื่อนแน่แท้

“ผมไม่เคยไปโรงเรียนนะครับอีกอย่างผมอายุแค่..6ปีเองนะ” 6ปี? ... เท่าที่ดูตัวก็เป็นไปได้ แต่ไม่เคยไปโรงเรียนนี้มันจะน่าอิจฉาไปแล้วนะ นี้รู้ไหมฉันนะต้องเรียนมากกว่าคนในรุ่นตั้งเยอะ ไม่รู้ทำไหมต้องเป็นฉันด้วยมันไม่ยุดติธรรมเลยให้ตายสิ

“6 ปี นั้นน้อยมากเลยนะอุสาเดาให้อายุน้อยแล้วนะนี้ แต่อายุแค่6ปีเอง...โกหกไหมนี้เท่าที่ดูไม่น่าใช้ 6 ปีนะ มีผ้าปิดตาอยู่แถมยังไม่ตกใจตอนที่เข้ามาแล้วไม่รู้ตัวตอนร้องไห้ด้วยไม่เชื่อๆ นายโกหกอายุแน่ ๆ” ใช้บอกมาสะดีๆว่าอายุเท่าไหน เท่าที่ดูจากนิสัยตอนพูดนี้มันไม่เหมื่อนเด็ก 6 ขวบเลย นี้จะต้องโกหกแน่ ๆ แต่เพื่ออะไรระแต่เท่าที่ดูเจ้านี้ไม่หน้าไว้ใจสะแล้วสิ

“ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ แล้วนายระอายุเท่าไหนกันนี้” ...แย่จังลืมไปว่าเราเสียมารยาทไปแล้วสิ ไม่น่าระทำไหมการเรียนของเรามีแต่สอนมารยาทแต่ยังไงก็เป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจเลย และก็ดูอันตรายชะมัด

“5555 ถ้านายรู้ก็ต้องเรียงผมว่าพี่แล้วระ ผมนะอายุตั้ง 8 ปีแล้วนะอายุมากกว่านายตั้ง 2 ปีนะ” ใช้บอกไปอย่างนี้ก่อนยังไงตอนนี้อาดจะยังไม่ใช้ 8 ปีเต็มแต่อีกแค่ไม่กี่วันก็จะ 8 ปีเต็มแล้ว เจ้านี้คงไม่สงสัยหรอกมั่ง

“…แล้วพี่มา กวนผมทำไหมนิ” ...นั้นดิเรามาคุยกับเจ้านี้ทำไหม ...จริงสิเห็นมาร้องไห้เลยมาดูเพื่อเป็นอะไรไงระ ใช้ๆๆ แล้วก็ห้องนี้มันไม่ควรมีคนมาใช้งานเลยมาแอบดู

“…ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก แค่เดินผ่านมาแล้วเห็นนายนะร้องไห้แบบไม่มีเสียง นั้นมันแปลกมากเลยนะ” ใช้ตอนนี้ก็ยังคิดว่านายมันโครตดูไม่ปกติเลย

“งันเหรอผมไม่รู้ตัวเลยนะนี้” นี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรแน่ ๆ ดูน่าสนใจชะมัดเลย

“555555 นายนี้ตลกดีนะ” คงไม่สงสัยฉันหรอกนะที่มาคุยกับนายในห้องนี้นะ 55555 หวังว่านะ

[มีเสียงจากอีกฝั่ง] มีคนอื่นอยู่อีกเหรอนี้ไม่ทันได้ดูเลย เท่าที่ดูต้องเป็นคนใช้ของเจ้านี้ เป็นแน่แท้

“นี่พี่ชายเบาเสียงลงหน่อยสิแม่ผมจะตื่นแล้วนะ” อ้าวแม่นายรึนี้ แย่จริงนี้ฉันหมิ่นประมาท อะไรไปนี้ให้ตายสิรู้สึกผิดชะมัดเลย

“…โอ้ โทษที่ไม่ทันได้ดูนะ นั้นแม่นายเหรอ ขอโทษที่นะแม่นายดูเป็นห่วงนายมาเลย เธอมาเฝ้านายตั้งหลายวันเลยนะ เห็นเธอตั้งหลายวันแล้ว”

ใช้ฉันเห็นเธอมาหลายวันแล้วส่วนใหญ่จะเป็นตอนเช้าระนะ ว้าวที่แท้เธอมาเฝ้าเจ้านี้ นี้เอง

“นี้ผมนอนไปกี่วันนี้ พี่ชาย” ฉันจะไปรู้ได้ไง แต่เท่าที่จำได้ที่เห็นแม่ของนายน่าจะสัก 4-5 วันระมั่ง

“ใช้ แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่ากี่วันแล้วนะ อาดจะ 4 วัน 5วัน ได้มั่งแล้วนายป่วยอะไรนิถึงได้ปิดตาระ” ใช้โครตดูน่าสงสัยเลย

“…มีคนกำลังมาที่นี้ดูจะรีบนะ” พูดอะไรของเจ้านี้นิ

“อะไรใครจะมา....”

[เสียงเปิดประตูเสียงดังมาก] เกิดอะไรขึ้นครูวิชาอักษรเวทศาสตร์ เจอฉันแล้วรึไง

[ฉันได้รีบไปหลบใต้เตียงที่ฉันนั่งอยู่แบบเร็วแล้วเงียบที่สุดด้วย]

“หินฟ้าลูกพ่อเป็นไงบ่าง ลูกตื่นแล้วสินะ!!!” อะไรนี้พ่อของเจ้านี้มานี้เอง ทำตกอกตกใจไปหมด

“ครับผมตื่นแล้วครับ ใจเย็นๆสิครับ...” ว้าวนี้มันความเร็วอะไรกันมองแทบไม่เห็นเลยให้ตายสิ พ่อเจ้านี้ไม่ใช้คนธรรมดาแน่ ๆ

“ลูกฟื้นแล้วพ่อขอโทษถ้าพ่อไม่เอายานั้นไปให้ลูกระก็...พ่อขอโทษ!” นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรนี้ อย่างนี้สิถึงคุ้มค่าที่โดดวิชาอักษรเวทศาสตร์ ตอนนี้คงเลยเวลาเรียนไปแล้วระนะ

“นี้ที่รักลูกเราตื่นแล้วนะคุณก็ตื่นมาดูลูกด้วยกันสิ” ว้าวต้องรอดูอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

“..อะไรนะ โอ้ลูกตื่นมาแล้วให้แม่กอดลูกอีกครั้งเถอะนะ” ว้าวแม่ของเจ้านี้ตอนดูใกล้ๆหน้ากลัวชะมัดเลย มีแผลเป็นเต็มไปหมดเลย แปลว่าไม่ใช้คนมีเงินสินะเพราะการรักษาแผลนะมี หลายวิธี แต่ถ้าใช้เวทแห่งแสง ถ้าเป็นอันนี้จะไม่มีแผลเป็น แต่ถ้าใช้วิธีอื่นก็จะมีสภาพแบบนี้

“ใจเย็นๆหน่อยสิครับผมเจ็บตัว แล้วหายใจไม่ออกแล้วนิครับ” เท่าที่แอบดูต้องคงเป็นอย่างงันระนะ

[เวลาได้ผ่านไป]

...มีครอบครัวนี้มันดีจังนะ...

สุดท้ายก็มาแอบจนมีหลวงพ่อที่เดิน ที่ได้เข้ามาในห้องสะแล้ว แล้วงานนี้จะออกไปยังไงนิ

“เอาล่ะนะท่านทั้ง สอง ของเด็กผู้นี้ เราในนามแห่งสาวกของ พระผู้เป็นเจ้าที่สาดส่องแสงลงมาจากโลกเบื้องบน ด้วยความสัจจริง ลูกของพวกท่านไม่อาดมองเห็นแสงของพระผู้เป็นเจ้าของเราได้อีก ฉนั้นพวกท่านทั้ง สอง ไม่ควรทำสิ่งที่เป็นดังการหลงผิดนี้ พวกเราได้ช่วยเด็กคนนี้ออกมาจากความตายได้อย่างยากลำบาก พวกท่านควรทำใจและยอมรับถึงมันสะ ถึงมันจะสะเทือนใจพวกท่านก็ตาม แต่ถ้าพวกท่านยังคงเห็นแก่ตัวเด็กคนนี้ ก็จงมีสติสะไม่งันเด็กคนนี้จะได้ตายจริงๆแน่ นะท่านทั้งสอง” อะไรนะเจ้านี้มันตาบอดงันเหรอบ้าไปแล้ว...แต่ก็แค่พ่อแม่อยากให้มองเห็นสินะ แต่นี้มันไม่ปกติอยุ่ดี เด็กนั้นถึงได้มาอยู่ในห้องนี้แปลว่าไม่ปกติสุดๆเลย

[มีเสียงร้องไห้มาจากทางพ่อแม่ของเจ้าเด็กนั้น] นั้นสินะคงเสียใจสุดๆไปเลย เจ้าเด็กนั้นมีพ่อแม่ที่ดีจังนะ...อย่างน้อยก็ยังมี

“พวกเรา...ก็แค่อยากให้เด็กคนนี้....แค่ได้เห็นแสงสว่างเองนะท่าน...” โอ้ใช้ๆนี้มันเรื่องสําคัญมากเลยนะ ในประเทศที่นับถือ พระองค์เจ้าแห่งแสงสว่าง การที่ไม่สามารถรับรู้แสงได้นี้นับเป็นว่าเป็นบาปที่สุดเลยแล้วก็...เป็นที่รังเกียจที่สุดด้วย...นี้มันโครตแย่เลยไม่ใช้เหรอเจ้าเด็กนั้นนะ

“แต่นั้นมันก็ยังไม่เปลี่ยนที่พวกท่านเกือบได้ ฆ่าลูกตัวเองด้วยความรู้สึกนี้” นี้มัน...แย่บอกได้อย่างเดียวว่าแย่ ไม่สิโครตแย่เลยต่างหาก

“ไม่ใช้นะพวกเราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น พวกเราแค่...” นั้นสินะคงอยากช่วยลูกมากเลยสินะ

“เอาล่ะผมรู้ว่าพวกท่านทั้ง สอง แค่ต้องการให้ลูกของพวกท่านได้มองเห็นอีกครั้ง นั้นเป็นเจตนาที่เราเข้าใจได้แต่ นั้นก็ไม่ใช้สาเหตุที่พวกท่านจะเอาอะไรก็ได้มาทำกับลูกตัวเองแบบนี้” นั้นก็ใช้

“แต่เด็กคนนั้นนะเข้าเก่งมากเลยนะ พวกเราไม่อยากให้เข้าจมปลัก อยู่ที่นี้เข้ายังสามารถมีอนาคตได้อีกไกล แต่เพียงเพราะว่าเขาตาบอกทำให้เข้าไม่อาด...ไม่อาด...ไ.ม่.อ.า..ด” ไม่อาดได้รับการยอมรับสินะ

[พ่อแม่ของเด็กคนนั้นร้องไห้] เสียงร้องไห้อีกแล้วรึป่าวนะ ให้ตายสิได้แต่ยินเสียงมองไม่เห็นนอกจากขาเลย แต่ว่าโบสถ์แห่แสงที่ไม่สามารถช่วยเด็กน้อยคนหนึ่งที่ตาบอดได้เลยเหรอนี้ นี้มันหน้าสิ้นหวังเป็นบ้าเลย

“…ผมเข้าใจ...แต่นั้นก็ไม่ถูกอยู่ดี พวกท่านได้เทสารอันตรายอย่างมาก ดวงตาของเด็กคนนี้ ไม่อาดถูกอากาศหรือแม้แต่แสงก็ตาม ไม่งันเลือดจะไหลจนเด็กคนนี้ตายได้เลยที่เดียว” ...นี้มองไม่เห็นก็โครตแย่แล้วแต่ไม่สามารถลืมตาหรือถูกแสงนี้มันจะไปมีเรื่องแย่ ๆ ได้อีกไหมนี้ทำไหมพระองค์เจ้าแห่แสงถึงได้เกลียดเด็กคนนี้ระ

“ผมไม่รู้นิสีมันเหมือนกับยาในตำนาน แล้วคนขายยังบอกแบบนั้นอีกแล้วก็...แล้ว...ก็” นี้งสินะเรียกว่าความต้องการที่จะช่วยลูกตัวเองมันบังตาจนไม่ไตร่ตรองให้ดีกว่านี้

“เพราะคุณนั้นล่ะทำให้ลูกของเราอาการแย่กว่าเดิมอีกเห็นไหมนี้” คุณพ่อแม่ของเจ้า หินฟ้า อย่าทะเลาะกันเดียวทุกอย่างจะแย่ลงไปหมดนะ

#ตู้ม! นี้มันเสียงบ้าอะไรเกิดอะไรขึ้น

[ได้มองไปตามเสียงโดยไม่ได้ตั้งใจ] ...บ้าไปแล้วกำแพงมันหายไปแล้ว แล้วพวกเขาระ

[ได้ออกมาจากใต้เตียงโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วมองออกไปนอก] ...พวกเข้า...สู้กัน...ทำไหม? เกิดอะไรขึ้น

มีเสียงดังมากจากการที่พวกเขาต่อสู้กัน

[มีอะไรสักอย่างมาจับไหล่ขวา] 

[พอหันคอกลับไป] ...มีสายตาที่จองมอของหลวงพ่อที่โครตน่ากลัวอยู่... ไม่นะ...

ได้แต่ทำใจแล้วก็ดูพ่อแม่ของเจ้า หินฟ้า สู้กันแบบเงียบๆ เสียงการต่อสู้ดังมากๆ แต่เดียวนะมีคนอยู่แถวนั้นมันอันตรายนะ

[ได้ชี้ไปที่พวกนักบวชที่อยู่แถวนั้น] พวกเขาจะโดนลูกหลงแล้วววววว

[เห็นหลวงพ่อที่เคยจับไหล่ของฉัน วิ่งไปช่วย] ...เดียวนะตอนนี้ฉันรอดแล้วรึป่าวนะ..

[หันหน้าไปดูเจ้าเด็กนั้น] เจ้านั้นหันหน้าไปที่การต่อสู้อยู่สินะ แต่ไม่ตกใจอะไรเลยเหรอที่พ่อแม่นายทำอะไรแบบนั้นได้นะ ....

[เสียงการต่อสู้หยุดลง] 

ไปเลยดีไหมนะ ไม่สิฉันจะทิ้งเจ้าเด็กนี้ได้เหรอ

“นี้นายไม่เป็นไหรเหรอ ได้ยินว่านายตาบอดนิให้พี่ชายคนนี้ช่วยไหม” ฉันอยากจะหนีนะแต่เอาจริงๆ หนีไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะยังไง หลวงพ่อที่ดูแลห้องนี้ก็เห็นฉันแล้วด้วยสิ

“ไม่เป็นไหรครับ ผมเดินเองได้เดียวผมไปหาพ่อกับแม่ก่อนนะครับ” ...นายตาบอกอยู่นะมันอันตรายนะถ้าไม่รู้ทางนะ

“นายรู้ทางรึป่าวระ ไม่สินายมองไม่เห็นนิเดียวนำทางให้”

“ช่วยบอกทางก็ดีเหมือนกันนะพี่ชาย” ใช้ถ้านายไปเองได้นายก็จะเก่งเกินไปแล้ว

“พ่อแม่นายนี้บ้าพลังจังนะ” แถวโครตน่ากลัวเป็นบ้าเลย นายก็น่ากลัวด้วยนะ

“นั้นเป็นเรื่องปกตินะครับ” นายไม่ปกติแบบไม่ปกติจริงๆ แบบหลายๆความหมายเลย

“ว้าว นายนี้เก่งจังนะที่อยู่ได้นิ” แถมโครตใจเย็นด้วย ถ้าเป็นฉันนะคงบ้าไปแล้ว ฉันว่าฉันไม่ควรอิจฉา แต่ควรส่งสารสินะ

“ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นอยู่แบบไหนนี้เป็นครอบครัวของผมนะ อย่าว่าแบบนั้นสิพี่ชายผมเสียใจนะนี้” แบบว่าฉันเสียมารยาทอีกแล้วสินะ

“โอ้ ฉันขอโทษด้วยนะที่ว่าร้ายครอบครัวนาย พี่ชายคนนี้คงยังฝึกฝนมาไม่พอจริงๆเลย ขอโทษๆ” ใช้แล้วระ ก็ฉันไม่ชอบการฝึกมารยาทนิ

[จับมือเจ้าเด็กน้อยนี้] เดียวพาไปก็แล้วกัน ยังไงพวกเข้าก็เป็นพ่อแม่ของเจ้านี้ระนะ... นี้ฉันเสียมารยาทอีกรึป่าวนี้

[พอเดินไปที่ พ่อแม่ของเด็กน้อยอยู่] ว้าวพื้นแตกไปหมดเลย กำแพงก็แตกร้าวเป็นทางด้วย หมดนี้พวกเข้าคนทำเหรอนี้ พวกเขาเป็นใครกันแน่โดยปกติไม่ควรพังแบบนี้ ได้ด้วยแค่สองคนนะ น่ากลัวจริงๆเลย

[เดินไปสักพัก] คงใกล้จะถึงแล้วสินะ

“พวกคุณมันตัวอันตราย สำหรับเด็กคนนั้น” นี้ฉันคิดถูกรึป่าวนี้เอาเจ้านี้มาด้วยนิ 

“แต่นั้นลูกพวกเรานะคุณจะทำอะไรกับลูกฉันไม่ได้นะ!” จะ..ทำอะไรกันนะ

“ใจเย็นก่อนที่รัก คุณทำรายโบสถ์ ไป 1 ใน 3 แล้วนะพวกเราไม่มีตังจ่ายหนี้ได้แน่” ไม่มีตังแล้วไปพังข้าวของทำไหมนี้ มีสติสิ มีสติ

“…” อยู่ ๆก็เกิดความเงียบนี้พวกเขาเห็นฉันรึป่าว

[มีแสงสีแดงเปล่งประกายออกมาจากแม่ของเจ้าเด็กนั้น] นี้มันอันตรายไปแล้วควรออกไปดีกว่า

“นี้พวกคุณนะทำรายโบสถ์ ของเราไป แถมยังไม่จ่ายค่ารักษาอีก ผมควรทำยังไงกับพวคุณดีนี้ ผมไม่มันใจว่าจะให้เด็กคนนั้นไปกับพวกคุณ”

แสงหายไปแล้ว ว้าว

“…”

“งันเอาแบบนี้ดีกว่ายังไงเด็กคนนี้ก็อายุตั้ง 6 ปีแล้วยังไม่ได้เรียนหนังสือหรือความรู้อะไรเลย แล้วพวกคุณก็ยังไม่มีเงินอีกเอาเป็นว่าเดียวผมอุปการะ เด็กคนนั้นก่อนจนกว่าผมจะเห็นสมควรว่าพวกคุณจะดูแลเข้าได้” นี้หลวงพ่อเอาคนตาบอกมาอยู่ที่โบสถ์ แถมเป็นโบสถ์แห่งแสงเนี้ยนะนี้มันไม่เห็นดีกับเจ้าเด็กนี้เลยเดียวก็โดนแกล้งหรอก เข้าแค่ 6 ขวบเองนะนี้มันแย่สุดๆไปเลย

“…นี้มันเรื่องอะไรหลวงพ่อนั้นลูกผมคนหนึ่งเลยนะนี้มันบ้าอะไรกัน หะ!!” คราวนี้เป็นฝ่าย พ่องันเหรอ

“ใจเย็นก่อนคุณฉัน...ฉันก็.....” ฉันเสียใจแทนพวกเขาจัง

“…” เกิดความเงียบอีกแล้วสินะ

“งันเอาแบบนี้ดีกว่ายังไงเด็กคนนี้ก็อายุตั้ง 6 ปีแล้วยังไม่ได้เรียนหนังสือหรือความรู้อะไรเลย แล้วพวกคุณก็ยังไม่มีเงินอีกเอาเป็นว่าเดียวผมอุปการะ เด็กคนนั้นก่อนจนกว่าผมจะเห็นสมควรว่าพวกคุณจะดูแลเข้าได้” นี้มันแย่จริงๆ หลวงพ่อคนนี้ก็รู้นิว่าโบสถ์แห่แสงนี้ได้มีอคติกับคนที่ไม่สามารถรับรู้แสงได้

“นั้นลูกผมเขาหายดีแล้วเขาควรกลับบ้าน และอีกอย่างที่นี้มันพังมันไม่ปลอดภัยสำหรับเขาด้วยสิ” หายดีเหรอมัน....ไม่น่าใช้นะ...แต่กลับไปก็คงดีกว่าอยู่นี้ระนะ

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นพวกคุณยังไม่จ่ายหนี้ ทั้งค่ารักษาและค่าที่พวกคุณทำรายโบสถ์และอื่นๆอีกมากมาย อีกอย่างลูกของพวกคุณยังไม่หายดีสักหน่อยเด็กคนนั้นแค่ตื่นแล้วแค่นั้นเอง“ นั้นก็ถูกระนะ

“…งันผมมาเยียมลูกผมได้ไหม...” ใช้อย่างน้อยก็เจอพ่อแม่ก็คงยังดี

“ได้สิครับไม่มีปัญหา”

“งัน....”

[หันหน้าไปดูเจ้าเด็กน้อยนั้น] ว่าถ้าเป็นฉันคงโว้ยว้าวไปแล้วแต่ดูเขาสิยังคงนิ่ง นิ่งแบบผิดปกติเลยระ มันทำให้คิดว่าเด็กนี้มีความรู้สึกไหม่ แต่เดียวนะเจ้านี้ก็ยังร้องไห้ต้องเจอกันครั้งแรง แปลว่า...ไม่แสดงออกสินะ นี้เขาจะทรมานมากไหมนะ

“…นี้น้องชายนายไม่เป็นไรนะ...” นายควรบอกอะไรบ่างนะ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องอดทดกับมันก็ได้นะ

“ผมก็เศร้าใจนะ” นายไม่ได้ดูว่าเป็นแบบนั้นเลยนะ นายทำฉันกลัวอยู่รู้ไหมนี้ แต่นายก็น่าสงสารชะมัดเลย ถ้านายไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช้ที่นี้ ที่มีโบสถ์แห่แสงระก็ ก็คงจะดีกว่านี้ระนะ

“ไม่เป็นไรเดียวพี่ชายคนนี้จะช่วยนายเต็มที่เอง” ใช้นายต้องพึ่งฉันให้มากเข้าไว้ระเดียวนายจะต้องเจออะไรที่มันแย่ยิงกว่านี้อีกแน่

“ครับ” ใช้ทำตัวดีๆเข้าไว้ระ

[เวลาได้ผ่านไป] ยังไงฉันก็อยู่ตรงนี้ไม่ได้ตลอดไป จะทำยังไงกับเด็กนั้นดีฉันก็ยิงไม่มีเวลาว่างมากด้วยแต่ระวัน

[จับปากกาเขียน] ต้องมาเขียนคำขอโทษเรื่องหนีเรียนอีกตั้ง 150 จบ อีกยิงคิดยิงแย่ให้ตายสิ เดียวค่อยคิดก็ได้

[เวลาได้ผ่านไป] …เสร็จสักที่ง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว

[เดินไปที่เตียง] เดียววันพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วยสิเหนื่อยจะตายแล้ว....

#ก๊อกๆๆ …เกิดอะไรขึ้น

“ตื่นได้แล้ว” ว่าไงนะนี้ฉันตื่นสายเหรอเนี้ย ตาย ๆๆ

“ตื่นแล้ว ๆๆ” 

[เวลาได้ผ่านไป] ให้ตายสิมีเรื่องยุ่งยากแต่เช้าเลย

อีกสักหน่อยก็จะถึงเวลาตื่นของ พวกเด็กในโบสถ์แล้วไปหาเจ้า \หินฟ้า\ นั้นดีกว่ายังไงเจ้านั้นต้องการความช่วยเหลื่ออยู่แล้วนิ แต่อีกไม่นานเราก็ต้องไปเรียนวิชาต่อไปด้วยสิ ไม่มีเวลาแล้ว

น่าจะอยู่ในแถวๆนี้สิ ห้องของพวกเด็กๆที่ทางโบสถ์รับไว้นิ โอ้เจอตัวแล้ว

#กริ๊งๆๆ เจ้านั้นตื่นพอดีเลย ทำให้ตกใจดีกว่า

“โอ้ตื่นได้แล้ว\หินฟ้า\” เจ้านี้ยังคงไม่ตกใจอีกเหรอนี้หรือว่ารู้ตัวอยู่แล้วเดียวสักวันจะทำให้ตกใจให้ดูเลย

“ครับ ๆๆ พี่ \สว่างแสง\ ” อย่าน้อยเจ้านี้ก็เรียกชื่อที่นี้ของเราระนะ

“ไปกันเถอะแล้วเรื่องเข้าห้องน้ำนี้จะต้อง...ให้ช่วยไหม” ใช้ฉันยิงไม่ค่อยว่างถ้าจะให้ช่วยตลอดเวลาก็คงไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับแค่บอกว่าอะไรคืออะไร ผมก็ไม่มีปัญหาแล้วครับ” นายนี้โครตเข้มแข็งเลย

“ว้าว นายนี้น่าถึงจังนะ”

“มันก็เป็นเรื่องปกติของผมนะครับ” แถมโครตหลงตัวเองเลยให้ตายสิ

“5555นั้นสินะ มาเดียวนำทางให้ อย่าลืมเอาของที่จำเป็นมาด้วยนะ แล้วถ้าอยากให้ช่วยก็บอกมานะอย่าดื้อไปเลย” ใช้นายควรขอความช่วย

เหลือแต่ว่าที่โบสถ์นี้มันก็ยากระนะที่จะมีคนที่จะค่อยมาช่วยเหลือนายตลอดนะ

“ไม่เป็นไรครับผมจะต้องทำด้วยตัวเองนะครับ” นั้นคงเป็นทางเดียวที่นายจะอยู่นี้ได้ระนะ

[มองดูการกระทำของเจ้าหนูนี้] ว้าวถึงจะใช้เวลาแต่ก็ยังทำได้ถึงขนานนี้โดยมองไม่เห็นเลยเหรอนี้

“ผมว่าผมพร้อมแล้วนะพี่” รู้ตำแหน่งของได้เร็วจังนะ มีพรสวรรค์อยู่แน่ ๆ

“ว้าวเป็นความเร็วที่ เร็วมาสำหรับการที่ไม่เห็นอะไรนะนี้” ใช้แถมความจำดีด้วย

“ขอบคุณครับที่ชม”

“มาเดียวพี่พาไปที่ห้องน้ำ แล้วเดียวพี่ก็จะได้ไปเตรียมตัวของพี่อีกด้วยสิ” จะสายอยู่แล้ววววว

“ไม่ไปอาบน้ำด้วยกันเหรอครับ” เสียใจด้วยเจ้าหนูฉันนะตื่นนอนตั้งแต่ก่อนแสงจะมีสักอีกนะ

“5555 ไม่ได้หรอกพี่นะมีหน้าที่อยู่อีกเยอะเลยนะแต่อีกแปบพี่จะมาหานะ พี่ก็มีงานของพี่อีกอยู่ ขอโทษด้วยนะ” อาจารย์มาแอบดูอยู่ด้วยสินี้มันยังไม่ถึงเวลา ไม่สิต้องบอกว่ายังไม่สายมากต่างหาก

“ไม่เป็นไรผมเข้าใจครับพี่” ขอโทษด้วยนะ

“งันก็มาเลยเดียว พี่จะสายไปด้วยสิ5555” อาจารย์อย่าจ้องแบบนั้นสิหนูต้องไปส่งน้องไปห้องน้ำนะหนูไม่ได้จะโดดเรียนอีกสักหน่อย

[ได้แต่ยิ้มและมองอาจารย์วิชาอักษรเวทศาสตร์]  ใจเย็นนะอาจารย์

“ครับ”

[พาเดินไปโดยจะต้องสลัดออกอาจารย์ออกไป] อาจารย์ใจเย็นหนูแค่จะไปส่งน้องเอง น้องไปเองไม่ได้เขาใจไหม

[กึ่งเดินกึ่งวิ่งโยพาน้องมาส่งถึงจนได้]

“ขอบคุณครับ”

“ถ้ามีปัญหาก็เรียกพี่นะ”

[พอสงเจ้าเด็กนั้นเข้าห้อน้ำไป] ส่งเสร็จสักที่ให้ตายสิเหนือยอีกแล้ว

“นี้ทำไหมถึงหนีอาจารย์ระหะ” ... นี้คงไม่ใช้ว่าอาจารย์มาอยู่ข้างหลังฉันแล้วหรอกนะ

[หันกับกลังไป] โอ้ยตายๆๆ

“นี้ นักเรียนของฉันจะหนีจากฉันใช้ไหนหะ” ...

“หนูขอโทษ อาจารย์”

“ฉันจะบอกบาทหลวงให้ทำโทษเธอเพิ่มอีก 5 เท่า”

“หนูขอโทษๆ หนูแค่...”

[ใช้มือปิดประตู]

“เดียวนะแล้วเด็กที่เธอพามาด้วยระเขาอยู่ไหน เท่าที่ดูเข้าเป็นเด็กของโบสถ์นี้มันควรเป็นเวลาอาบน้ำสิแล้วเขาหายไปไหน”

... ถ้าพาไปอาบน้ำกับคนอื่นได้มีเรื่องแน่

“เขา...เขา.....ไปแล้ว........ใช้เขาได้ไปแล้ว” ของให้อาจารเชื่อเถอะนะ

“ยังไงก็แล้วแต่ถ้าฉันไม่มาเจอพวกเธอมันจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ ๆ บอกความจริงมา”....ถ้าบอกอาจารย์จะไม่....ยังก่อนอย่าพึงไว้ใจอาจารย์ อาจารย์ยิงเคร่งศาสนาด้วยสิ นี้ต้องไม่ดีแน่ ๆ

“งันหนูว่าเราไปเรียนกันเถอะ” ใช้ไปจากที่นี้ได้แล้ว แต่ว่าเหมือนลืมอะไรไปนะ

[อยู่ในห้องเรียน] ให้ตายสิในห้องสมุดยังมีหนังสือง่ายๆกว่าที่นี้อีกทำไหมต้องเรียนด้วยนิ เดียวนะนี้ฉันได้ล็อกประตูห้องนั้นรึป่าว....ชิบหายระ

“อาจารย์เดียวหนูไปห้องน้ำแปบหนึ่งนะ อาจารย์”

“นี้อะไรหะ เข้าห้องมาแปบเดียวก็จะออกไปอีกแล้วรึไง”

“แต่อาจารย์หนูไม่ไหวแล้วนะ”

“ก็ได้ๆแต่พูดนิมีหางเสียงด้วย!”

[วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแบบเร็วมากๆๆ] ให้ตายสิเจ้านั้นจะร้องไห้ไหมนะ นี้ไม่ดีแล้ว

#ก๊อกๆ จะถึงแล้วใจเย็นไว้ไอหนู

“มีใครอยู่ไหมครับเปิดประตูให้หน่อย” มาแล้วๆๆ

#แก๊ก 

“นายรู้ได้ไงนี้ นายไม่กระทั้งแก้ผ้าเลย” ให้ตายสินี้ไม่ใช้ห้องน้ำนิ นี้มันห้องเก็บของพวกเครื่องนอน สรุปว่าฉันพาเขามาผิดที่สินะ

“พี่ช่วยอย่าแกล้งผมสิมันเสียเวลาผมอาบน้ำหมดเลย” ...พูดสะฉัน รู้สึกผิดเลยนะนี้

“โทษที่พี่แค่อยากทดสอบอะไรหน่อยนะ แต่นายนี้มันใจเย็นเป็นบ้าเลยนายโกหกเรื่องอายุจริงๆสินะบอกมานายอายุเท่าไหรกันแน่”ใช้บอกไปว่านี้คือการทดสอบสะก็สินเรื่อง แล้วก็แถ ไม่ใช้สิต้องบอกว่าอ้างเรื่อง อายุก็สินเรื่อง 5555 นี้ฉันโครตฉลาดไปเลยนะนี้

“ผมก็บอกพี่ไปแล้วผมอายุ 6 ปี ทำไหมจะต้องใส่ใจด้วยนิ” เขาโมโหแล้วแน่ให้ตายสิเอายังไงดี

“ก็แบบว่า...แบบว่า...ก็นายไม่น่าจะอายุเท่านี้จริงนิ พี่ไม่เชื่อหรอกนะ” เชื่อพี่คนนี้ที่เถอะ

[เจ้าหนูนี้สายหัวไปมาแล้วออกจากห้องไป] 

“ผมว่าผมสายแล้วนะกับการไปกินข้าวนะ” ใช้ฉันก็ใช้เวลาไปมากแล้วนะกับการเข้าห้องน้ำนะ ต้องหาเวลารีบกลับไปแล้วสิ

“ก็ได้ๆ”

[เดินหาห้องอาบน้ำ] มันย้ายไปไหนนี้ มันควรอยู่ตรงตึกที่ถูกทำรายไปแล้วนะสิ แล้วตอนนี้ย้ายไปไหนระนี้หาไม่เจอเลย

[อยู่ ๆเจ้าเด็กน้อยก็หยุดลง] อะไรเกิดอะไรขึ้น

“พี่เลิกเดินวนได้ยังนิมันจะไปถึงไม่นี้ เลิกแกล้งผมได้แล้ว ไม่งันผมจะเกียดพี่แน่ ๆ” ใจเย็นไว้ไอ้หนูฉันก็หลงทางแล้วนิ

[อยู่ ๆก็สังสังหอนใจไม่ดีหันหน้าไปทางหนึ่งแบบไม่ได้ตั้งใจ] นั้นอาจารย์นินา

“ ! …. ฉันขอโทษนายรู้ได้ไงนิ” เอาไงดีนิเจ้านี้ก็สงสัย อาจารก็ได้เดินมาพร้อมกับ ไม้ ไม้ที่เรียวยาว ที่มีแสงสีขาว เอาจริงดิอาจารย์นั้นมัน....

“ผมอาดจะมองไม่เห็นแต่ผมไม่ได้โง่นะ” เอาไงดี เอาไงดี คิดสิ ๆ

“ก็ได้ๆ เซ็งโว้ยนายรู้ได้ไงนิ” 

[อยู่ดีๆฉันก็พูดออกมาโดยไม่ได้คิด] ไม่สิต้องบอกว่าคิดจะหนีไปไหนดีต่างหากระ

“ผมว่าพี่เป็นคนนิสัยแย่นะ” ขอโทษนะแต่ฉันก็มีปัญหา แบบมีแสงวับๆ ที่โคตรไม่ดีแน่ ๆ

“เป็นคำพูดที่เจ็บนะ งัน...ไปหาเองเลยไปถ้านายเก่งขนาดนั้นนะ” ฉันอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้วโว้ยขอหนีไปก่อนนะ

[วิ่งหนีไปด้วยความเงียบ] ไม่ฉันจะต้องหนีไปให้ได้ไม่งัน...ไม่งัน.....โดนไม้นั้นแน่ แล้วก็ขอโทษด้วยนะเจ้าหนู

[วิ่ง วิ่ง ๆๆๆ] วิ่งไปสิขาฉัน

“นี้เธอโดนดีแน่”

“หนูขอโทษ หนูอธิบายได้”

#เปรี้ยง เจ็บ ๆๆ อะไรจับขาฉันนี้

[มองไปที่ขาที่ขยับไม่ได้] บัดซบเวทพันธนาการแห่แสงด้วยสิ

“เธอหนีไม่ได้แล้วระเจอดีแน่” ฉิบหายแล้ว

“หนูอธิบายได้ อาจารย์.......”

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง

#เปรี้ยง เจ็บจะตายอยู่แล้วววววว

[เสียงไม้เรียว แสง ได้ตีไปที่ก้นด้วยความไว้ที่มองไม่เห็น] เจ็บโว้ย 

“นี้คงทำให้เธอจำไว้ ยังไงสะ...”

#เปรี้ยง

“...ไม้นี้ก็ได้ใส่เวทแห่แสง...”

#เปรี้ยง

“...มันจะรักษาเธอทุกครังที่ตีเสร็จ...”

#เปรี้ยง

“...นั้นก็หมายความว่า...”

#เปรี้ยง

“...จะตีแรงแค่ไหนก็ได้”

#เปรี้ยง

“หนู..”

#เปรี้ยง

“ฉันอนุญาตให้เธอผู้ตั้งแต่ตอนไหนหะ!”

#เปรี้ยง

[เวลาได้ผ่านไป การตีได้สินสุดลง] เจ็บไม่สิต้องบอกว่ามีความรู้สึกเจ็บแต่ไม่เจ็บนี้มันแปลกๆนะ

“เอาระมีอะไรจะอธิบายไหมกับการโดดเรียนวิชาของฉัน สอง รอบแล้วนิ”

“หนู...แค่ไปช่วยเด็กที่มาใหม่นะคะ อาจารย์”

“ทำไหมต้องไปช่วยด้วยระเธอแค่อย่าโดดเรียนแค่นี้เอง ก็บอกมา”

“เด็กคนนั้นเข้า...ตาบอด...แล้วก็...”

“ทำไหมต้องไปยุ้งกับคนที่ไม่อาดเข้าใจในแสงได้ทำไหมกันหะ เธอไม่ควรไปยุ้งด้วยซ้ำ”

“พ่อแม่เขาเป็นคนทำให้โบสถ์พัก...”

“นั้นยิงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรเข้าไปยุ้งด้วยที่สุดนิแล้วเข้าไปยุ้งทำไหม”

“...เขาน่าสงสารนะคะ ทำไหมระเราเป็นนักบวชนะ เราควรช่วยคนสิถึงแม้ว่าเขาจะตาบอดแต่เขาก็เป็นคนนะทำไหมเราจะช่วยเข้าไม่ได้ระ หนูเป็นกังวนก็เพราะคนแบบอาจารย์นั้นระถ้าเด็กคนนั้น เจอเรื่องแย่ๆจะทำไงระเขาต้องเจ็บปวดที่จะอยู่ที่นี้แน่ ๆ และ...และ......เขาก็ไปจากที่นี้ไม่ได้....เพราะหนี้ของพ่อแม่ที่ทำที่นี้พัก.... ”

“เหตุผลง่าย ๆ ที่พวกเรานักบวชไม่ชอบคนตาบอดเพราะ แสงนะสาดส่องไปทุกที่อย่างเท่าเทียมแต่คนที่ไม่สามารถแม้แต่เห็นแสงได้ก็ไม่อาดเขาใจได้ถึงความเมตตาขององค์เทพแห่งแสง”

“แต่เขาแค่ตาบอดเองนะเขา....เขา....มันน่าสงสารนะเพราะเขาแค่ตาบอดเองเขายังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ เขาฉลาดมากนะ...เขายังเก่งมากด้วย...แต่ทำไหมเราทำเหมือนเขาทำความผิดโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยระ นี้มันไม่ยุดติธรรมเลยสักนิด”

“อาจารย์นะรู้อยู่ แต่ยังไงระ”

“?..อะไรของอาจารย์เราก็ต้องช่วยเขาสิ”

“ถ้าเธอช่วยแล้วไงต่อระในประเทศ ไม่สิต้องบอกว่าในอาณาจักรที่ยังคงนับถือท่านองค์เทพแห่แสง คนแบบที่เธอบอกก็ยังมีอีกอยู่ เราช่วยเขาไม่ได้ตลอดไปหรอกนะแล้วที่เราอยู่ก็ยังเป็นโบสถ์แห่งแสงด้วยคิดว่ามันเป็นไงระหะ รองบอกอาจารย์สิว่าเธอจะทำไง”

“หนูก็จะ...ช่วยเขา...”

“แม้แต่อาณาจักรมนุษย์ที่นับถือองค์เทพแห่แสงจะเกลียดเขาเพราะเขาตาบอด เท่านั้นเธอยังจะช่วยเขาอีกอยู่เหรอ”

“ใช้หนูก็ยังจะช่วยเขาอยู่ดี”

“เด็กโง่นี้เธอไม่หัดมองการไกล้เหรอไงนิ”

“มันผิดตรงไหนระอาจารย์แค่ต้องการช่วยคน คนเดียวเอง”

“ใช้ต้อนนี้มีแค่ 1 แต่ในอนาคตล่ะถ้าทำอย่างนี้เธอจะต้องดูแลคนแบบเขาอีกเหรอ ถ้าทำงันจะมีคนมองเธอยังไงหะเธอเป็นนักบวชนะเธอยังมีอนาคต ถ้าพวกเขาตัดสินเธอว่าเป็นพวกไม่เคร่งครัดระเธอจะขาดการสนับสนุนจากคนพวกนั้นไม่มีทางที่เธอจะไปรอดหรอกนะ...ฉันบ่นไปเธอก็ยังคงไม่เข้าใจว่ามันสําคัญแค่ไหนกันแน่ ยังไงสะเธอก็ยังเด็กอยู่ระนะ.....”

“งันจะให้หนูทำไงปล่อยให้เขาเจออะไรแบบนี้เหรอมัน...ไม่ยุดติธรรมเอาสะเลย”

“งันอาจารย์ว่า อาจารย์มีวิธีนะ”

“อะไรเหรออาจารย์”

“เธอบอกว่าเขาเก่งสินะนั้นเป็นความจริงรึป่าว”

“ใช้เขาเก่ง และใจเย็น และก็....”

“ถ้าเป็นงันก็ดีพาอาจารไปหาเขาสิ”

“อาจารย์จะช่วยเขาเหรอคะ”

“ไม่”

“???ไหนว่างันระอาจารย์”

“เดียวถึงเวลาก็จะรู้เอง แต่เธอนะต้องทำรายงานส่งมาให้อาจารย์ด้วยนะแล้วก็จะมีงานอื่นๆอีกเยอะให้เธอทำถ้าอย่าช่วยเขาจะเอาไหมระ”

“หนู...จะ....ช่วยเขา....คะ....”

“พูดให้มันหนักแน่สิ!!”

“หนูจะช่วยเขาให้ได้ !!!”

“…อาจารย์ก็หวังว่ามันจะช่วยได้เช่นกันระนะ หวังว่า....”

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่3-1

เขียนสะมันมือเลยตอนนี้

บ่างอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น หรือเข้าใจหรอกนะ เพราะทุกคนมีสิ่งที่เห็นและเข้าใจเป็นของตัวเอง แล้วก็ไม่ค่อยจะมีคนที่เห็นแล้วเข้าใจทุกอย่างหรอกนะ ถ้ามีคงแม้แต่น้ำหยดลงในแก้สักหยกก็จะไม่สามารถช่วยหรือยืนมือไปทางไหนได้เลยละ ก็เพราะทุกทางมันเป็นทางของตัวของมันเองเสมอ คุณก็จะต้องคิดว่าสิ่งสมควรคืออะไรแล้วทำยังไงแต่ก็นะ 55555

แล้วก็เรื่องนี้นะ....ไม่บอกดีกว่านะ 5555555

//////////////////////

เอาล่ะผมยอมรับ … ผมแถ มันก็เป็นแบบนี้ล่ะชีวิต ส่วนใหญ่ … ไม่สิต้องบอกว่าทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ จะไม่มีใครอ่านต่อจากตอนนี้ ผมยอมรับเลยนะว่าตอนแรกๆผมชอบออกตัวแรงๆจนมันน่า … แต่เอาเถอะยังไงผมก็ต่อว่าใครไม่ได้อยู่แล้ว 

ผมก็อยากจะแก้นะแต่ว่าอีกใจผมก็อยากจะให้เห็นถึงพัฒนาการ (แต่ตอนหนึ่งอย่างน้อยมันก็ผ่านตาผม 2 ครั้ง ครั้งแรกผมเขียน ครั้งที่ 2 ผมแก้คำผิดก่อนเอาไปลง) แต่ถ้าจะบอกว่าผมขี้เกียจก็ได้นะผมไม่ว่า ยังไงผมก็มีความสุขที่เขียนเรื่องนี้นะ ถึงจะไม่มีคนอ่านยังไงผมก็จะเขียนให้จบ ผมหวังว่านี้จะเป็นข้อความสุดท้ายที่ผมจะมาเขียนใส่ในตอนแรกๆที่มีคนมาอ่านนะ

และก็ ////////////////////// มันคือช่วงแบ่งว่าผมมาจากตอนไหนนะ ถ้าข้างบนก็คือก่อนถ้าข้างล่างก็คือมาแก้หรือมาบอกอะไรต่างๆล่ะนะครับ จะว่าไปหลังๆผมไม่ได้เขียนเยอะขนาดนี้เลยนะอาดจะเพราะมันเริ่มต้องคิดถึงเหตุการณ์และผมของเหตุการณ์ด้วยสิ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น