เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 31 : ลางสังหรณ์ที่เหมือนจะไม่แต่ก็เหมือนจะใช้ [PS1-1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 64

ฉันที่กลับบ้านไปพักผ่อนจนไม่ได้คิดแผนอะไรเลย 

ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาโรงเรียนก่อน...ฉันไม่รู้ว่าเธอสามารถช่วยอะไรฉันได้

แต่ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือมากเลยนะ

 

[ฉันรอเธอมาที่โรงเรียนเพื่อที่จะถามเธอว่าจะเอายังไงดี]

[ฉันรอไม่นานก็เห็นรถม้า ...]

 

นั้นเธอมากับ...รถม้าแบบนั้นเนี้ยนะ ฉันเห็นเธอออกมาจากรถม้าบ้านี้ ที่ดูหรูหราแบบสุดๆ

“นี้เธอก็มาแบบปกติไม่ได้เหรอไงนิ” นี้มันโครตจะอวดรวยเลยนิ

[ฉันกำลังหาอะไรก็ได้รับอยู่] นี้ฉันเกือบจะลืมไปแล้วว่าต้องคุยกับเธอยังไง

 

“อะไรคุณรุ่นพี่เองเหรอ แล้วมีเรื่องอะไรกับฉันรึคะ” อะไรนะนี้มันหมายความว่ายังไงหะ!

[ฉันเดินไปหาเธอ]

“นี้เธอมาเจอฉันที่ห้องน้ำซะเร็วๆๆด้วย” 

[ตอนที่คุยกับเธอ ฉันกำลังนับนักเรียนชายและนักเรียนหญิงแยกกันอยู่] 

 

#เสียงคนกำลังทักทายฉันอยู่ ให้ตายสิมีแต่คนที่บอกฉันว่าทำไหมไม่ไปดูการต่อสู้ซักที่พวกเขารอฉันอยู่ ให้ตายสิรอฉันพวกนั้นกำลังพูดบ้าอะไรกัน

[ฉันกำลังวิ่งไปที่ห้องน้ำด้วยความเร็วสูงที่สุด] ห้องน้ำหญิงนะมันเป็นที่คุยเรื่องส่วนตัวกันที่นั้นคงจะมีคนน้อยหวังว่าจะไปดูเจ้าพวกนั้นสู้กันหมดนะ

[ฉันเห็นเธอมารอที่ห้องน้ำแล้ว]

“เธอ ... มาแล้ว...เหรอ ...เร็วจริง ...” [ฉันวิ่งมาด้วยความเร็วสุงที่สุด]

ฉันยังหายใจไม่ทันอยู่เลย ... นี้ยังไม่รวมที่ฉันยังไม่มีสมาธิในการหาอะไรนับอีกนะนี้

 

“เอาล่ะคะ คุณเรียกฉันมาทำไหมคะ” 

“อะไรของ...เธอนะ .... ก็ ...ฉันอยากจะรู้....ว่า ...เธอมีแผนอะไรไง ... พวกนั้น จะสู้กันเร็วๆ นี้แล้วนะ .... ฉัน ...ต้องทำอะไรซักอย่าง...แล้วต่างหาก .... เหนื่อยนะนี้” 

[หายใจเขาหายใจออก] ใจเย็นๆก่อนตัวฉัน เหนื่อยนะนี้ ฉันวิ่งนิดเดียวเอง

 

“ก็ได้เดียวจะบอกให้นะ ... แต่ก่อนอื่น ฉันอยากจะคุยในที่นี้แค่ 2 คนนะ” อะไรเราก็อยู่กันแค่ 2 คนนิหรือว่า...

“… อะไรนะมีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วย เหรอ แย่ล่ะ” [ฉันก็หันมองไปรอบๆ]

“ไปทำให้เรื่องมันจบๆ เร็วๆดีกว่านะคะ ฉันจะได้ไม่ไปเรียนสายนะคะ” อะไรนะ เธอยังไม่ได้บอกอะไรฉันเลยนะ ว่าเธอกำลังจะไปทำอะไร

[อยู่ดีๆฉันก็เห็นเธอใส่อะไรก็ไม่รู้คุมหัวเธอ] ...ทำอะไร

“นี้เธอ ... ใส่อะไรนี้”

“ก็นะ มันคงจะวุ่นวายถ้าฉันจะไปหยุดพวกเขา แล้วมันจะมีปัญหากับฉันนะสิ กันไว้กอนก็ไม่แย่อะไร เธอนำทางไปหน่อยสิเดียวฉันจะจัดการเอง ก็หวังว่านะ” ...แต่พอเธอใส่เจ้านี้แล้วมันก็ทำให้ฉันไม่อายเธอด้วย อืมก็ดีนะ

[ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ ยังไงก็นำทางเธอไปอยู่ดี] แต่เธอก็ไม่ยอมบอกว่าแผนของเธอคืออะไรอยู่ดี มันทำให้ฉันร้อนใจมาก

[พวกเราเดินมาถึงสนามแล้ว] ดูคนที่มาเชี้ยสิ ให้ตายสิเยอะไปแล้วนะ 

“นี้สรุปแผนเธอคืออะไรกันนะ”

“แต่ก่อนที่จะบอกพวกเขายังไม่สู้กันอีกเหรอ”

“คงงัน...คงรอฉันอยู่...นี้มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่ได้อยากมาดูเลยนะ นี้เธอจะหยุดพวกเขายังไงนิ” ฉันก็ถามไปยังงัน

[ฉันกำลังมอไปที่พวกเขาพวกเขาก็มองมาที่ฉันด้วย] ทำไหมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วยนะ

 

“ก็เรื่องง่ายๆ แต่ว่าถ้าฉันหยุดพวกเขาได้ เธอจะให้อะไรฉันล่ะ” นี้เธอกำลังพูดบ้าอะไร...แต่ก้ไม่รู้สินะ ทำไหมฉันถึงรู้สึกว่าเธอจะทำมันได้กันนี้ ลางสังหรณ์ของฉันผิดงันเหรอ นานแล้วนะที่ผิดทีจริงก็เมือที่ฉันรู้สึกว่าเธอเป็น ท่านหญิงคนนั้นนะสิ

“อะไรนะ นี้เธอกำลังพูดอะไรอยู่” ฉันก็ยังไม่คิดว่าเธอจะทำได้อยู่ดี

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำเงินให้ฉันได้หลอกนะ มันก็แค่เรื่องวุ่นวาย งี่เง่า เท่านั้นเอง ถ้าจบเรื่องนี้แล้วเธอก็ไปเลี้ยง น้ำชาฉันแล้วกัน ก็นะ”  อะไรนะ นี้เธอรู้ไหมว่ารอบที่แล้วมันแพงแค่ไหนกันนะ

[เธอเดินออกไปก่อนที่ฉันจะได้ว่าอะไรเธออีก]

#มีเสียงของคนกำลังตะโกนต่อว่า ใช้การที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสู้ที่เป็นทางการมันแย่มากๆ ... ไม่มีใครสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว

[ฉันเห็นพวกเขากำลังหันมาสนใจเธอ]พวกเขากำลังพูดอะไรกันนะ ฉันไม่ได้ยินเลยเพราะว่าพวกที่อยู่รอบๆนี้ กำลังตะโกนบอกให้เธอออกมาจากในสนามอยู่

[อะไรนะอยู่ดี\คลื่นเงิน\ก็พุ่งมาอย่างเร็ว] ว้าย!! นั้นเกือบจะใช้ดาบโดนเธอแล้วนะ

#กรี๊ด นี้พวกเธอจะกรี๊ดดังไปแล้วนะ

[ฉันดูพวกเขาต่อ] ... ไม่รู้สิทำไหมพวกเขาถึงได้ทำท่าทางแบบนั้น ...แปลกๆนะ

[เท่าที่ฉันได้ดู ... พวกเขา...รู้สึกผิด] มั้งนะ

[ผ่านไปสักพัก] อยู่ดีๆ\คลื่นเงิน\ ก็ขยับด้วยความเร็วสูง และดูโกรธมากด้วย

[แต่ผลรับคือ] อยู่ดีๆ\คลื่นเงิน\ก็ล้มลง ... ได้ไงด้วยความเร็วขนาดนั้น ... บ้านะความเร็วบ้าอะไรกัน

[เธอกำลังเดินมา...]

“ฉันว่าเธอจะกังวนมากไปแล้วนะพวกเขาไม่ได้เก่งอะไรเลยด้วยซ้ำไป” เธอกำลังพูดกับฉันอยู่สินะ แต่ทำไหมฉันรู้สึกว่าเธอกำลังพูดกับกำแพงอยู่ล่ะ

“…” ฉันควรตอบเธอว่าอะไรดี

“…” [ฉันทำได้มากสุดก็ แค่จ้องไปที่เธอ]

“เธอ...ทำ...ได้ยังไง?” นี้หรือว่าลางสังหรณ์ของฉันจะ...

“ทำไหม พวกเขาอ่อนแอนิ อีกอย่างฉันคงพูดแทงใจพวกเขาไปมั้ง” ไม่เลย ... ผิดปกติ ... ใช้ไหมนะ...ใช้เธอไหมนะ

“ไม่...เธอ...พวกเขามาแล้ว”

[ฉันหันไปดูพวกเขา] พวกเขามากันแล้ว

“งันฉันไปก่อนนะ อย่าลืมล่ะว่าเธอต้องเลี้ยงชาฉันด้วย เข้าใจไหม” อะไรนะ

[ฉันกำลังจะถามเธออีกครั้ง] ...เธอไปเร็วมาก แบบผิดปกติ ในใจฉันเชื่อแล้วว่าเป็นเธอแน่ ๆ แต่ได้ไง...ฉันไม่รู้ถึงเหตุผลอะไรเลย แต่ลางสังหรณ์ฉัน ....

[ฉันต้องอธิบายเหตุผลให้พวกเขาฟังอีก]

“นี้ฉัน...”

“ผมขอโทษ/เราขอโทษ” ... อะไรนะพวกเขาขอโทษฉันด้วย 

[พวกเขาถึงกับก้มหัว] ...คนนึ่งเป็นถึงเจ้าชาย อีกคนก็เป็นถึงนักรบที่เก่งที่สุกในรุ่น และพวกเขาก็เป็นถึงคนที่มียศสู่งกว่าฉัน มันก็แน่ระฉันยศต่ำกว่าพวกเขาตั้งแต่ตอนที่ฉันเสียตำแหน่ง ไปแล้ว แต่ถึงฉันจะยศต่ำกว่าแล้วไง นี้พวกนายทำเรื่องร้ายแรงมากเลยนะเกี่ยวกับฉัน ... แต่พวกเขาเป็นเพื่อนฉันทั้งสองคนเลย ...

 

“ฉันยกโทษให้พวกนาย ... ใครบอกให้เงยหน้า พวกนายทำผิดมาก ฉันต้องการคำอธิบายมาดีๆ ไม่งันก็ไม่ต้องมาเจอฉันอีก”

[ใช้ฉันอยากจะรู้คำตอบว่าพวกนายเปลี่ยนไปทำไหม] ถึงฉันจะมี ลางสังหรณ์อยู่แล้วแต่ฉันก็หวังว่ามันจะผิด...

ซึ่งมันไม่เคยผิดมาก่อน อย่างน้อยก็เรื่องนี้...สักครั้ง

[ฉันปรับทุกกับพวกเขา] ใช้พวกเขาชอบฉันตั้งแต่นานแล้วฉันก็คิดแค่เพื่อนกับพวกเขาเองนะ มันเปลี่ยนไปเพราะว่าตำแหน่งของฉันที่สู่งกว่าพวกเขาในตอนแรก ที่พวกเขาจับต้องฉันไม่ได้ด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้ฉันกับมีแค่ตำแหน่งเป็นแค่ลูกขุนนางธรรมเท่านั้นเอง พวกเขาที่มีหวังก็ได้ลุกมากขึ้นจนฉันรำคาญ 

ฉันเลยบอกพวกเขาไปว่าฉันก็รู้จักพวกเขามาตั้งนานแล้ว มันก็ใช้ว่าฉันจะไม่รู้สึกดีๆกับพวกนายแต่ว่าการบังคับ นี้มันไม่ใช้คำตอบ ฉะนั้นก็มาเริ่มกันใหม่ดีว่า 

ใช้ฉันให้โอกาสพวกเขาใหม่อีกครั้ง ก็คนที่ฉันชอบจริงๆ เธอนั้นอยู่สูงเกินไปจนฉันจับไม่ได้ ใช้นี้มันเป็นความรู้สึกของ พวกนี้ที่มีต่อฉันเมือก่อน 

ฮะ...หะ...อะ นี้มันตลกร้ายอะไรกัน รักแรกของฉันคือผู้หญิงไม่พอเธอมีตำแหน่งของฉันเมื่อก่อนอีก มันยิงทำให้ฉันต้องตัดใจกับเธอให้ได้แล้วก็มาดูว่าพวกเขาที่กำลังแข่งกันเพื่อฉันนะจะดีกว่าไหม ยังไงซะฉันก็ยังอยากจะมีลูก มากว่าที่จะไปฝันถึงความรักที่ไม่รู้ว่าจะได้รับรึเปล่าด้วยซ้ำไป

 

[สวนอีกเรื่อง พวกเขายังได้ถามถึงเธอคนนั้น] ...ใช้เธอคนนั้นถึงฉันจะตั้งใจที่จะตัดใจกับเธอไปแล้วแต่นี้มันก็เป็นเวลาสั่นๆไม่ถึงวัน และฉันก็ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะจัดการความรู้สึกของตัวเองยัง ก็เลยพาพวกเขาไปเจอเธอที่ร้านชานั้น

[ฉันพาพวกเขาไปรอที่ร้านตอนเทียงเลยเพื่อไปรอเธอ] ที่จริงพวกเขาไม่มีกะจิตกะใจที่จะเรียนนะสิ และก็มีคนที่เอาเสื้อคุมของเธอมาให้พวกเราด้วย ฉันนะเก็บไว้เอง...นี้ฉันเก็บด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆนะ...ก็มันตัดใจยาก...ก็ได้ๆ ...

[ฉันนั่งรอเธอจนถึงเวลาเลิกเรียนจนเธอมา]

[ฉันมองไปที่เธอที่กำลังเขามาในร้าน]

“นั้นคือเธอคนนั้นสินะครับ” ... เขารู้ได้ไงนิฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ

“ฉันขอโทษนะคะ” ฉันได้บอกกับเธอไป แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอจะได้ยินไหมนะ

“อะไรกันนิแต่ช่างมันเถอะ ฉันก็แต่มาดื่มชาล่ะนะ” เธอพูดเสียงเบาๆ แต่ฉันก็ยังได้ยินเธออยู่นะ

“เธอเป็น...ใคร...” ... อะไร นายไม่รู้เหรอว่านั้นคือคนนั้นนะ หรือนายกำลังหมายความว่าไงนะ 

[เธอนั่งลงบนที่นั่งที่ห่างไปไกลพอสมควรเลยนะ]

[ฉันเดินไปหาเธอและมาคุยกับเธอ] ฉันหวังว่าเธอจะเขาใจนะ

“ฉันขอบคุณจริงๆนะคะ แต่ว่าพวกเขาอยากจะคุยกับคุณนะ ฉันเลยต้องพาพวกเขามานะขอโทษนะ ที่ต้องวุ่นวาย แต่พวกเขาจะมาคุยดีๆนะคะ” ฉันรู้สึกผิดนะแต่พวกเขาต้องการเจอเธอด้วยนะสิ 

[ฉันกำลังนับ...] ไม่ฉันต้องเจอเผชิญหน้ากับเธอแล้วความรู้สึกผิดนี้

 

[ฉันเห็นเธอกำลังลังเล] มาเถอะนะ ฉันคุยกับพวกเขาแล้ว พวกเขาจะไม่ทำอะไรเธอ แต่ถ้าพวกเขาทำ ฉันจะปกป้องเธอเอง ....

“ก็ได้คะ แต่ว่าถ้าฉันไปฉันขอสั่งชากลับบ้านด้วยนะคะ” ขอบใจที่ยังเชื่อใจฉันนะ

“ได้ๆ มาเถอะนะ” 

[ฉันพาเธอเดินไปถึงที่โต๊ะ] ... พวกเขาดูกังวลมาก

“นี้พวกนายเรียกฉันมาทำไหม” เธอถามแบบนั้นก็จริงแต่เธอกับไม่ดูกังวลอะไรเลย ไม่สิเหมือนเธอกำลังมั่นใจมากจนฉันแปลใจว่าเธอไม่รู้รึไงว่าพวกเขามีสถานะที่สูงมากในคนรุ่นเดียวกัน ... สรุปเธอเป็นท่านหญิงนั้นจริงสินะ ถึงฉันจะมีแค่ลางสังหรณ์ ก็ตาม

[เธอนั่งลงอย่างสง่างาม ...] นี้ขนาดฉันxลังจะตัดใจจากเธอ...นี้มันยากจริงๆ...

“เธอ...เป็นใคร...ตอบมา” ฉันไม่เคยได้ยินเสียงของเขาสั่นคลอนมากขนาดนี้มาก่อนเลย ... ถึงฉันจะรู้ว่าพวกเขาแพ้ แต่เขาก็ไม่เคยแสดงอาการขนาดนี้เลย ... เหมือนเขากำลังกลัวอยู่

“ทำไหมคะคุณรุ่นพี่ ก่อนที่จะถามชื่อคนอื่นก็ต้องบอกซื่อตัวเองก่อนสิคะ” นั้นก็ใช้ ... แต่ดูพวกเขาสิ พวกเขาไม่กล้าสบตาเธอด้วยซ้ำไป ... ได้ฉันจะเป็นคนพูดแทนพวกเขาแล้วกัน

“… เดียวฉันแนะนำตัวพวกเขาให้เธอรู้จักเอง ...” พวกเขาดูตกใจนะที่ฉันทำแบบนี้

“ได้สิคะ แล้วฉันจะได้แนะนำตัวบ่าง” นั้นสินะ

“ชายที่มีผมสีเงิน คนนั้นที่เธอถามไปนั้น เขาชื่อ ...” ฉันกำลังจะพูด เธอกับยกมือขึ้น

[ฉันกำลัง งง เธอกำลังจะทำอะไร]

“เดียวคะ ๆ ฉันไม่ได้อยากจะได้ยินชื่อเต็มนะคะ เราไม่ได้อยู่ในงานทางการอะไรนิ เอาแบบชื่อที่เรียกกันปกติได้ไหมคะ” ... นี้มันเสียมารยาทมากนะที่ ... แต่ว่า....ก็ได้ๆ

“…งันเอาเป็นว่าเขาชื่อ \คลื่นเงิน\นะ” [ฉันหันไปดูพวกเขา] ... พวกเขาดู ... โกรธมากเลยนะ แต่ทำไงได้ล่ะเธอเป็นแขกที่พวกนายอยากเจอนะ

“คะ” [ฉันเห็นเธอกำลังตอบและผงกหัวด้วย] ดูตอนเธอตอบสิ พูดดูซะน่ารักจังเลยนะ ... ตั้งสติสิตัวฉัน!!!

“ส่วนอีกคนหนึ่งที่เขาตัวสูงๆ คนนี้เขาชื่อ \แสงเหนือ\นะ” 

[ฉันกำลังนับชื่อเมนูของร้านอยู่] .... ให้ตายสิ ฉันเตรียมใจมายังไม่พอ...

 

“งันก็ถึงเวลาของฉันแล้วสินะคะ เรื่องฉันว่า\ฟ้า\ก็พอคะ และสรุปพวกรุ่นพี่มาหาฉันเพราะโกรธที่ฉันไปยุ่งตอนกลางวันสินะคะ มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะคะ เพราะพี่สาวคนนั้นเป็นคนขอให้ฉันช่วยหยุดนิคะ” นั้นก็จริง ที่จริงฉันก็ขอบคุณเธอมากๆ ที่ช่วยฉันได้จริงๆ 

“คือ...ที่จริง....พวกเขาแค่ต้องการสู้กับเธออีกครั้งนะ...” ... ฉันเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ว่าพวกเขากับอายเกินไปที่จะพูดแบบนี้กับเธอ .... ฉันก็ไม่ได้อยากจะเห็นเธอสู้อีกครั้งนะ แต่ว่า...ใช้ ใช้แล้วฉันยังไม่ได้คืนผ้าคุมของเธอเลย ถึงมันจะมีกลิ่น แปลกๆ แต่เดียวฉันสักผ้าให้แล้วค่อยสงค์คือดีกว่า

“ก็ได้คะ แต่ฉันก็ไม่ได้อยากกลับบ้านดึกนะคะ” ใช้คะ ฉันหวังว่าพวกเขาจะยอมรับความจริงสักที่ [ฉันหันกับไปดูหน้าพวกเขา...]

“…” ....ให้ตายสิ ดูพวกเขาทำหน้าเขาสิ ... มันทำให้ฉัน ... รู้สึกโกรธมากเลย หน้าพวกเขาดูยอมแพ้แบบ ... ทันที่ ... 

“นี้พวกนายก็พูดอะไรบ่างสิ” [ฉันโกรธพวกเขามาก แบบมากสุดๆ] พวกเขาทำตัวน่าสมเพชมาก

“ใช้ผมไม่เชื่อว่าคุณจะ ... สามารถจัดการพวกเราได้ ... ผมรับไม่ได้นะครับ” ในที่สุดพวกเขาก็พูดกับเธอเองสักที่

“ถ้านั้นเป็นจุดมุ่งหมายล่ะก็ ได้นะคะ แต่ว่าแล้วอีกคนนึ่งระคะ เขาดูอาการไม่ค่อยดีนะคะ...ดูเสียความมันใจ...ไปมากเลยนะคะ” ใจเย็นไว้หนู นี้เธอกำลังทำให้พวกเขาโกรธมากเลยนะ

“เธอรู้ไหมว่า เขานะเป็น...คนที่เก่งที่สุดในรุ่นเรา...ระดับ...สูงนะ เขาสามารถชนะคนที่อายุมากว่าได้ด้วยซ้ำไปนะสิ” ฉันก็ใส่ไฟเขาไปอีก ... พวกนายควรทำตัวเป็นลูกผู้ชายมากกว่านี้อีกนะ

“นั้นสินะคะ เอาล่ะไป กันเถอะคะฉันจะได้กลับบ้านไว้ๆ” ... ว้าไม่รู้สิฉันว่าเธอดูห้าวๆนะ ตอนแรกก็คิดว่าจะตัวเล็กน่ารัก แต่จริงๆกับห้าวและดูมีความกล้าแบบแปลกด้วย ...นะ 

[เรื่องขอชาที่เธอจะซื่อนั้น...ฉันให้พวกนายทั้ง2คนจ่ายกันเอง] เดียวพวกนายเองก็จะรู้ว่ามันแพงมากเลยนะ ราคานี้นะ

“นี้แล้วเราจะไปที่ไหน่กันเหรอคะ พวกรุ่นพี่” ... [ฉันหันไปดูพวกเขา] เอาล่ะ 

[ฉันส่งสายตาจิงจังไปให้พวกเขา] ...พวกเข้ามัน ... ให้ตายสิ

 

“...เราจะไปที่บ้านฉันเอง...” ว่าเขาดูโกรธจริงๆนะ ในที่สุดเขาก็มีความกล้าจนได้

[พวกเราก็ได้ไปหารถในตลาดเพื่อที่จะไปบ้านของ\คลื่นเงิน\] ที่จริงพวกเราก็ตกลงกันแบบนี้กันตั้งแต่แรกแล้ว

[พอมาถึงที่บ้านของ\คลื่นเงิน\] เธอก็บ่นออกมาเลย

“แล้วจะต้องไปสู้ตรงไหนล่ะคะ” [ฉันก็ได้แต่หันไปหา\คลื่นเงิน\] พวกเขาดูจะแปลกใจ ถ้าเป็นท่าน \แสงเหนือ\ คงจะปกติเรื่องที่จะไม่ตกใจ แต่ไม่ควรจะเป็นเธอสินะ พวกเขาคงจะไม่รู้ว่าเธอมีสถานะอะไร ที่จริงฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ฉันเดาไว้อยู่แล้วนะ 

“...” [ฉันนะกอดอกแล้วมองไปที่\คลื่นเงิน\] ...

[เขาเดินไปเงียบๆ] ฉันส่งสายตาไปว่านำทางไปสิคะ คุณเจ้าของบ้าน

[ฉันเดินตามเขาจนมาถึง ... ลานฝึกของทางบ้านของ\คลื่นเงิน\นะ]

\คลื่นเงิน\ เขาเข้าไปทักทายท่านพี่และท่านลุง

“เป็นไงบ่างท่านพี่ และสวัสดีนะครับ ท่านพ่อ” เขาดูกังวลนะ

“วันนี้เป็นไงถึงมาที่นี้ล่ะ ข้าไม่เห็นเจ้ามาฝึกที่นี้หลายปีแล้วนะ โอ้และนั้นก็ท่านองค์ชายนิข้ายินดีที่เห็นท่านที่นี้และขอโทษที่ไม่ได้ทำการตอนรับ”

“ไม่ๆ เราเองก็มาโดยไม่ได้บอกก่อน”

“นั้นสินะโอ้นั้นก็คุณหนูคนนั้นนิ” ดูเหมือนว่าท่านลุงจะเห็นฉันแล้วสินะ

“สวัสดีนะคะ คุณลุง”

“อืม และอีกคนนึ่งคือใครล่ะนี้ .... นั้น.... ท่าน?...” เดียวนะทำไหมท่านลุงถึงได้ทำหน้าแบบนั้นล่ะ ... นี้มันเป็นใบน่าที่ดูกลัว ... สับสน ... 

“สวัสดีนะคะหนูชื่อ \ฟ้า\ พวกเราคงเจอกันครั้งแรกนะคะ” ... พวกคุณรู้จักกันเหรอคะ?

“นั้นสินะ  ฮะฮะ ... ฮะ .... งันเดียวผมมาไหมนะครับ” ทำไหมดูรีบจัง

[นั้นท่านพี่ของ\คลื่นเงิน\เดินมาแล้วสินะ]

“แล้วนี้พวกนายมาทำอะไรกันที่นี้ คงไม่ได้มาฝึกดาบหลอกใช้ไหมไอ้น้องชาย”

“...มีเรื่องที่จะตัดสินนิดหน่อยนะ...พี่...”

“งันเหลอ...นั้นสินะ พี่ก็ได้ยินเรื่องที่เจ้าไปถ้าสู้กับองค์ชายอยู่ ... เจ้า...ยังไงพอรึไง”

“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับพี่”

“โอ้งันก็มาเจอพี่ก่อนเป็นไง”

[แล้วพวกเขาก็สู้กัน] ... เป็นการต่อสู้ที่สุดยอดมาเลยนะ

[ฉันมองไปรอบๆ เดียวนะเธอหายไปไหน] ... 

[ฉันเดินไปหาเธอ] เธอจะหลงทางรึป่าวนะ

 

“นี้เธอหายไปไหนตั้งนานนิ ฉันก็นึกว่าเธอหลงทางไปแล้ว” กว่าจะเจอเธอนะนี้ ...

“ฉันแค่มาเดินเล่นเท่านั้นเองนะคะ” ฉันเชื่อเธอนะ

[พวกเราเดินกับมาที่สนาม]

“พวกเขาสู้กันนานรึยังนิ” ไม่รู้สิ

“ฉันก็ไม่รู้นะ พวกเขาคงเริ่มสู้กันตอนที่ฉันไปหาเธอนะ” 

[พวกเราดูเขาสู้กัน จนพวกเขาต่อสู้เสร็จ]

#แป๊ะๆ [ฉันตบมือ] เป็นการต่อสู่ที่ดีมากคะ

“เป็นการต่อสู้ที่ดี พวกนายเก่งกันจริงๆ” 

“เอาล่ะน้องชาย ... ฉันคงหยุดนายไม่ได้สินะ”

“…”

“นี้เหมือนไหร่ฉันจะได้กลับล่ะนี้” เอานี้เธอกำลังงอแงเหรอจ๊ะ

“...โอ้แล้วคุณหนูคนนี้เป็นเพื่อนพวกเธอเหลอ ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยนะ”

“…ไม่เธอไม่ใช้เพื่อนหลอกครับ...”

“...” ... นั้นก็ถูกแต่ว่า ... นั้นแย่นะ ที่พูดออกไปแบบนั้นนะ

[เธอได้เดินออกไป]

“นี้รุ่นพี่คะ .... สรุปจะสู้กับฉันไหมนิคะ ... พวกคุณขอร้องฉันมานะคะ ฉันต้องต้องรีบกับบ้านด้วย” เอ๊

“...ขอโทษด้วยครับ ... งันก็คงไม่อยากจะเสียเวลา มาสู้กับผมก่อนเลยระกัน” เอ๊!

[จะสู้กันแล้วเหรอ] ...เอาไงดีล่ะ

[พวกเขาต่างเดินไปหยิบดาบ คนระฝั่งกัน]

... ทำไหมเธอถึงจับดาบแบบนั้น

“ทำไหมคุณหนูนั้นจับดาบแบบนั้น นี้พวกนายเอาคุณหนูนั้นมาแกร่ง” ใช้ฉันก็ไม่เขาใจว่าพวกเขาอยากจะสู้กับเธออีกรอบทำไหม กันแน่

“ไม่หลอกการจับดาบนั้นมันน่ากลัวว่าที่เห็นนะ” ... คุณลุง ...มาตั้งแต่ตอนไหน

“ท่านพ่อ/ท่านพ่อ” ... 

“พวกนายดูการต่อสู้ดีๆนะไม่งันต้องเสียใจมากแน่ ๆ” 

[ท่านลุงทำไหมดูตั้งใจแบบสุดๆเลย] ...

 

 [ฉันก็ตั้งใจดูด้วยเหมือนกัน]

[ฉันเห็น..] เธอเดินไปเงียบๆช้าๆ พอใกล้แล้ว ... ท่าน\แสงเหนือ\ก็ได้ฟันดาบลงไป เอ๊ เธอหลบแบบง่ายๆ เลย ... และในช่วงเวลาที่ดาบของท่าน\แสงเหนือ\หยุดลง ก็มีดาบของน้อง\ฟ้า\ อยู่ที่ปลายคอของท่านแล้ว ...

“เฉียบคม” เอ๊ ฉันยัง งง เลย

“…” นายทำไหมไม่พูดอะไรเลยล่ะ ออกความเห็นหน่อยสิ เหมือนพี่ชายนายไง ฉันยังดูการต่อสู่ไม่ออกเลยนะ

“เงียบสงบ” ... นี้มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ฉันก็แค่เห็นเธอหลบแบบช้าๆ แค่นั้นเอง

[ฉันมองไปเห็น..] เธอเดินวนกลับไปที่เดิม ... และเดินกลับมาอีกครั้ง ... พอใกล้กันแล้ว ท่าน\แสงเหนือ\พุ่งเขาหาเธออย่างตั้งใจ  แต่เธอกับหมุนตัวหลบออกจากระยะดาบแบบง่ายๆเลย ทำไหมมันดูหลบง่ายจะนะ 

“ถูกอ่านทางหมดแล้วสินะ”

“…” นายตั้งใจดูมากเลยนะ ออกความเห็นหน่อยสิ

“ใช้แล้วครับท่านพ่อ”

[ฉันดูอีกครั้ง...] ท่านเจ้าชายได้กระโดดออกไป ... เขาดูเหนื่อยมากเลยนะ ... เหมือนพวกเขาคุยอะไรกันสักอย่าง ... และเธอก็ไม่ขยับ แต่เจ้าชายกับเดินไปหาเธออย่างช้าๆ 

ไปแบบช้ามากๆ เลย ทำยังกับว่าไม่อยากให้เธอรู้ว่ากำลังขยับอยู่ แต่ว่าเขาก็เดินมาถึงระยะหนึ่งแล้ว เขาก็ได้พันดาบแบบช้าๆลงไป ดูเขาตั้งใจมากเลยนะ และในที่สุด....เธอก็เอาดาบมาจิมที่ตัวของเขา ... ฉันกำลังดูอะไรอยู่นิ ทำไหมมันดูงี่เง่าจังนะ ทำไหมพวกเขาถึงได้แพ้อย่างง่ายๆเลยล่ะนี้ สุดท้ายเจ้าชาย ก็ออกมา

 

“เป็นไงบ่างคะท่าน\แสงเหนือ\”

“เป็นไงบ่างล่ะการต่อสู้กับคนที่เก่งจนผิดปกติ” อะไรนะผิดปกติเหรอ

“นี้ท่านลุง รู้อะไรเกี่ยวกับเธอกันแน่”

“ใช้ท่านพ่อบอกมา”

“หะๆ หะ อะๆ ฉันบอกไม่ได้หลอกนะ แต่ถ้าพวกนายเก่งพอ ก็อาดจะได้รู้ก็ได้นะ ต่อไปก็คงเป็นตาของลูกสินะ ไปเลยเอาไอ้นั้นแล้วไปสู้ให้เต็มที่เลย ยังไงพ่อก็เชื่อว่ามันก็คงไม่ทำให้ท่านแพ้อยู่ดีหลอก และจำไว้ จงจดจำการต่อสู่ครั้งนี้ไว้ให้ดี” ลุงก็รู้ด้วยสินะว่าท่านเป็นใคร แต่ว่าฉันไม่เห็นจะรู้เลยว่าท่านจะเก่งแบบนี้ถึงฉันจะมองไม่ออกก็ตามที่

[ท่านลุงได้ไปหยิบ หอก ... นี้มันหอกประจำตัวของ\คลื่นเงิน\] ...มันดูเอาเปรียบเกินไปนะที่จะทำแบบนี้

“นี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ” [ฉันหันไปพูดให้กับคุณลุง] และดูเหมือนว่า\คลื่นเงิน\ เขาก็จะมีความคิดแบบเดียวกับฉันด้วย

“…ก็ได้ๆ ถ้าศักดิ์ศรีของลูกมากเกิดไปก็ไม่เป็นไร แต่ลูกก็คงจะเสียใจแน่ งันเอาแบบนี้เป็นไงพ่อจะบอกว่าท่านนะเป็นใครถ้าลูกชนะ หะๆ เจ้าสนใจไหมล่ะ” นี้คุณลุงทำแบบนี้เดียวท่านก็โกรธหลอกนะ

แต่ว่าฉันคิดว่า\คลื่นเงิน\เขาดูเอาจริงนะ นี้คนที่มีศักดิ์ศรีสูงมากๆๆอย่างเขา จะยอมทิ้งไปเหรอนี้ ให้ตายสิ มันเป็นเรื่องสำคัญมากเลยเหรอที่อยากจะรู้ว่าท่านเป็นใครนะ

[ฉันเห็น..] \คลื่นเงิน\ เขาหยิบ หอกที่เป็นของเขา ... ที่จริงมันก็ ... นั้นก็ไม่รู้ความเป็นมายังไงหลอกนะ เขาเดินตรงไปแล้ว ...พวกเขาเหมือนจะคุยอะไรกัน และเริ่มสู้กันอย่างเร็วเลย \คลื่นเงิน\ เขาพุ่งเข้าและแทงหอกออกไป 

[ฉันแทบจจะปิดตาตัวเองเลย] ไม่ ฉันควรตั้งใจดูสิ ท่าน\ฟ้า\ขยับหลบง่ายๆ เธอเดินไปอย่างช้า เธอป้องกันหอกของ \คลื่นเงิน\ ได้ทุกทิศทางเลย และเธอยังเดินเขาไปหาเขาเลื่อยๆเลย จนในที่สุด ... ทำไหม\คลื่นเงิน\ไม่หลบระ 

 

“น้องชายฉันดูถ้าจะเสียความมันใจไปมากเลยนะ”

“ให้มันรู้ซะบ่าง ว่าเหนือน้ำทะเล ก็ยังมีเมฆฝน”

“บ้านะ...”

นี้พวกคุณกำลังพูดถึงอะไรคะ ฉันแค่มองดูว่าท่านหญิงเดินไปและปัดหอกอย่างง่ายๆเลย แต่ดู\คลื่นเงิน\เขาจะตั้งใจมากๆเลยนะ

[ฉันเห็น..] ในที่สุด\คลื่นเงิน\เขาก็ยอมกระโดดเข้าไปและก็สู้ต่อไป

[แต่ที่ฉันเห็นก็เหมือน อาจารย์ กำลังสอนเด็กหัดเดิน ... ไม่รู้สิ] ถึงฉันจะไม่เก่งการต่อสู้แต่ฉันก็รู้ได้เลยว่า นี้มันระดับต่างกันเกินไป ... มากเกินไปจนในที่สุด\คลื่นเงิน\เขาก็ล้มอีกครั้งแต่ครั้งนี้กับไม่ลุกขึ้นเลย และเธอก็ได้เดินกับออกไป พร้อมกับกระเป๋าของเธอ ... ฉันยังไม่ได้เอาชุดคุมคือเธอเลยแต่เดียวจะไปซักผ้าคุมให้เดียวเจอเธออีกที่จะได้เอาให้เธอ

....ฉันว่าฉันควรไปเรียนต่อนะ แต่ที่ไหนดีล่ะ ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มันยังอีกว้าง มีคนเก่งๆอีกมาก และฉันก็ไม่ได้อยากอ่อนแอด้วยสิไปเรียนที่ไหนดีนะ ที่จะทำให้ฉันเก่งขึ้นได้

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่23-2

เขียนฝั่งนี้มานานเกินไปแล้วกลับไปฝั่งนั้นบ่าง  ต้องไปอ่านมาใหม่อีกแล้วจำไม่ได้ให้ตายสิ

//////////////////////

ผมว่าผมเขียนด้วยความเร็วขนาดนี้ ผ่านไปซักพักผมต้องหมดไฟแน่เลย … แต่เอาเถอะผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะไม่ทิ้งเรื่องนี้ไปถึงจะไม่มีคนอ่านก็ตามที่ … ถ้าหมดไปผมก็ไปเขียนพวกสิ่งที่ผมไม่ได้อธิบายไว้ดีกว่ามันมีอยู่ตั้งหลายอย่างที่น่าจะพอเขียนได้ … ถ้าเขียนได้อยู่ไม่น่าจะเรียกว่าหมดไฟสินะ 

การเขียนหายตัวละครจำเป็นต้องมีเอกลักษณ์ของแต่ล่ะตังจริงไหม … หวังว่าตอนเขียนต่อจะยังจำได้นะว่า เอกลักษณ์ของตัวนั้นๆเป็นยังไง 

ไม่รู้สิผมว่าผมรู้นะว่าทำไหมคนถึงไม่อ่านต่อก็เพราะมันเป็นอย่างนี้ไง ยาวก็ยาว ไม่สนุกอีก และก็เขียนติดๆกัน แถมยังเว้นวรรคได้แย่สุดๆ เอาเถอะยังไงมันก็แย่จริงๆ แต่ผมก็มีฝึกฝีมือในการเขียนที่มากขึ้น … ไม่ก็ลองไปดูพวกเรื่องสั้นสิ ผมว่าฝีมือผมกำลังดีขึ้นนะ … แต่ก็คงจะไม่มีคนรู้หลอกนะ ฮะๆ ให้ตายสิ แต่มันก็ไม่แย่อะไรมาก เพราะยังไงผมก็คงจะไม่มีโอกาส ให้พิสูจน์ ว่านิยายไม่ได้แย่ไปตลอดนะ … พวกนั้นคงจะไม่คิดจะอ่านรอบสองแน่ๆเลย … เอาเถอะที่จริงก็ไม่มีใครคิดที่จะอ่านให้ครบทุกตอนที่ผมเขียนอยู่ดี … ผมจะรอดูว่าจะเป็นวันไหนที่มีคนอ่านครบทุกตอนอยู่นะ … แต่ก็คงไม่มีใครบ้าที่จะอ่านอยู่แล้ว … บ่นแค่นี้ล่ะ ด้วยความวางเลยมานั่งเขี่ยนนิยายที่ไม่มีคนอ่านเล่นๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น