เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 30 : ลางสังหรณ์มันก็คือลางสังหรณ์ [PS1-0]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 เม.ย. 64

ฉันนะเป็นลูกสาวของขุนนาง ที่พวกเขาเคยเป็นพ่อค้าที่ขายของจากการล่องเรือ พวกเขาขายสิ่งของต่างๆ ไปทั่วทั้งทวีปจนร่ำรวย ... และนั้นคือเหตุผลที่ฉันได้เป็นลูกของขุนนางถึงตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรหลอกนะ เพราะว่าเมือในอดีตฉันเคยถูกเลือกให้เป็นร่างสถิตขององค์เทพแห่งน้ำ ก็ไม่รู้หลอกนะว่าทำไหมเป็นฉัน เพราะว่าคำว่าร่างสถิตนี้นะ พึงจะมีมาในรุ่นของฉันเอง ถ้าเป็นรุ่นก่อนจะเรียกว่า ผู้อุทิศตนให้ทะเล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงมาก ถ้านับก็คงต่ำกว่าราชานิดเดียวเอง และสูงกว่านักบวชสูงสุดด้วย คนที่เหมาะสมถึงจะเป็นได้ และถ้าไม่มีตำแหน่งนี้ ก็จะทำให้การเดินเรือในทะเลยากมากขึ้น เพราะว่าจะไม่มีคนที่จะคอยบอกว่าในทะเลจะเกิดอะไรที่ไหนเวลาเท่าไหร่เลย มันถึงได้เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากยังไงล่ะ 

แต่นั้นไม่ใช้กับคำว่าร่างสถิต เพราะร่างสถิตนั้นคือการที่เราจะยอมให้ท่านองค์เทพ มามีตัวตนแทนเราไปเลย นั้นก็ไม่ต่างกับการเสียตัวตนของตัวเองไป

ฉันนะก็รู้สึกเสียใจอยู่หลอกนะ แต่ว่านั้นคืออดีต เพราะว่าเมือปีที่แล้ว มีร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้มาที่นี้ แล้วองค์เทพแห่งน้ำก็เลือกเธอ ใช้ฉันดีใจมาก แต่ว่าคนแบบไหนที่องค์เทพสงค์รักกันนะ ต้องมีความเข้ากันได้ขนาดไหนกันนะ ขนาดฉันที่มีพลังเวทธาตุน้ำบริสุทธิ์กับถูกถอนจากการตำแหน่ง ... แต่เรื่องนั้นมีคนรู้แค่นิดเดียวเอง หนึ่งในนั้นก็คือฉัน...

วันนี้ก็เป็นอีกวัน ฉันนะไปโรงเรียนเหมือนทุกที่ แต่ว่า

“นี้ทำไหมคุณถึงได้เมินผมไปล่ะ” ให้ตายสิเขามากวนฉันอีกแล้ว นั้นคือ \คลื่นเงิน\ หรือชื่อเต็มก็คือ 

/กระแสศาสตราวุธ แห่งคลื่นหอกเงิน น้ำศักดิ์สิทธิ์ แห่งกองเรือรบ/ ... ใช้นั้นชื่อเต็มของเขา มีความหมายจาก กระแสศาสตราวุธ นั้นคือชื่อที่บอกว่าตระกูลของเขาเก่งด้านการสู้รบ ส่วน แห่งคลื่นหอกเงิน นั้นคือชื่อของเขาเอง ฉันเรียกเขาว่า\คลื่นเงิน\นั้นล่ะ คำว่า น้ำศักดิ์สิทธิ์ นี้เป็นคำที่มีในชื่อของคนในตระกูลชั้นสูงเท่านั้น ส่วน แห่งกองเรือรบ นั้นเป็นคำที่...แสดงถึงอำนาจของตระกูล...ประมาณนั้น

“แล้วทำไหมคุณถึงต้องมายุ่งกับฉันด้วยล่ะ ฉันก็ได้บอกคุณไปแล้วว่าฉันไม่สนใจในตัวคุณเลย”

[ฉันเดินหนีเขาไป] เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉัน แต่ก็ไม่รู้นะว่าทำไหมเขาถึงได้มาสนใจในตัวฉันกันแน่ เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันได้บอกเขาไปแล้วว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

“ไม่ ผมไม่ยอมรับเรื่องนี้” ฉันเบื่อที่เขาไม่สนใจในคำพูดของฉันเลย เขาก็เป็นแบบนี้ตลอด ฉันล่ะไม่เขาใจเลยว่าคนอื่นๆถึงได้บอกว่าเขานะมีเสน่ห์มากกกกกกกก 

ฉันเคยบอกพวกเธอไปแล้วว่าเขานะมันไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นเลย แต่ก็ใช้ว่าเขาจะแย่ซะที่เดียว แต่ฉันไม่ชอบที่เขาทำตัวอย่างนี้

 

“หยุดเดียวนี้เลย เธอก็ได้บอกนายไปแล้วนิ” นั้นเป็นเสียงขององค์ชาย ใช้ฉันรู้จักเขา

เขาก็เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่มีน้ำใจมากเลยนะ และใจดีมาก แต่ว่าฉันก็ไม่ได้ชอบเขาหลอกนะ

 

“สวัสดีนะคะ องค์ชาย” 

[แล้วฉันก็ได้เดินหนีจากพวกเขาไป] องค์ชายนะทำดีกับฉันมานานแล้ว ฉันก็มีใจให้เขามากเลยนะ แต่ว่านั้นก็เป็นตอนเมื่อปีที่แล้ว... ฉันนะรู้จักพวกเขาเพราะฉันมีตำแหน่งของเป็นร่างสถิตขององค์เทพแห่งน้ำไงล่ะ นั้นก็เป็นเวลาเมือ 7 ถึง 8 ปีที่แล้ว ฉันนะเสียใจมากเลยนะที่ได้รับตำแหน่งนี้ ... ฉันกลัวนะ ถึงจะเป็นการทำเพื่อท่านองค์เทพก็ตาม แต่ตอนนี้ตำแหน่งนั้นเป็นของคนอื่นแล้ว เมื่อ\คลื่นเงิน\รู้เรื่องนี้เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ส่วนองค์ชาย \แสงเหนือ\ ก็เริ่มอารมณ์ร้อนๆ เหมือนพวกเขากลัวอะไรบ่างอย่างเลยนั้นล่ะ ส่วนชื่อขององค์ชายก็คือ

/กระแสอำนาจ แห่งแสงทางเหนือ ทะเลศักดิ์สิทธิ์ แห่งการปกครอง/ ... ฉันรู้แค่ว่า ชื่อของท่านมีคำว่าการปกครองนั้นล่ะนะ

[ฉันได้เดินหนีพวกเขาไปแล้ว] ให้ตายสิ พวกเขาทำตัวแบบนี้ตลอดเลยนะ

[ฉันเดินไป เขาตึกเรียน] ... นั้นเธอนิ ฉันจำเธอได้แต่แรกเลย ถ้าจะให้บอกนะ ฉันคิดว่าเธอคือ ร่างสถิตคนปัจจุบัน แต่ว่าฉันได้ยินมาว่าเธอรวมกับท่านเทพแล้วล่ะ ถ้ารวมกันแล้วเธอจะออกมาเรียนทำไหม??? ฉันก็ไม่เข้าใจ เธอมีรูปร่างที่เหมือนกับเด็กที่อายุไม่ถึง 6 ถึง 7 ด้วยซ้ำไปแต่เธอเข้ามาเรียนระดับนี้ เธอต้องอายุซัก 11 กว่าปี? ...นั้นทำให้ฉันยิ่งมันใจขึ้น ก็ถ้าตามที่ฉันรู้เกี่ยวกับท่านนะ ท่านสงค์รักเด็ก ... ใช้และถ้าเป็นธาตุน้ำแล้วยิ่งชื่นชอบมากด้วย ... แถมเธอยังมีรูปร่างเป็นแบบนั้น และมีสีผม สีฟ้าสวยจนน่าแปลกใจ ถ้าฉันเป็นองค์เทพล่ะก็ ฉันคงต้องชอบเธอมากๆเช่นกันแล้ว...นั้นสินะ

[ฉันยืนดูเธอเงียบๆ] ...แต่คงไม่ใช้เธอหลอกนะ

[ฉันขึ้นไปที่ห้องเรียน] ... และไม่นานก็มีคนมาบอกฉันว่า...เพื่อนของฉันกำลังจะสู้กันแบบเป็นทางการ...วันพรุ่งนี้เพื่อแย่งฉัน...นี้พวกเขาได้ถามฉันรึยังเกี่ยวกับเรื่องนี้ คำตอนนั้นฉันขอตอบเองเลยว่า...ยัง? นี้พวกเขาเป็นบ้าอะไรกันไปนิ!!!

[ในวันนั้นฉันไม่คุยกับพวกเขาเลย และเดินกับบ้านคนเดียว] ฉันไม่อยากจะไปเจอพวกเขาตอนที่ฉันถึงบ้านแล้ว ...

ฉัน..ควรทำยังไงดีล่ะ ถ้า 2 คนนั้นสู้กัน ผลรับย่อมรู้ผล อยู่แล้ว ... นั้นเพราะคนที่ใช้หอกเก่งที่สุดในรุ่น และยังสามารถชนะคนที่เป็นระดับสูงๆของในประเทศเราด้วย นั้นก็คือ \คลื่นเงิน\ ใช้ถ้าเป็นการใช้หอกไม่มีใครสามารถชนะเข้าได้แม้แต่พวกอาจารย์ฝึกก็ตามที่ แต่ถ้าเป็นดาบ ... ก็คงสูสี กัน ... แต่นั้นคือเรื่องของความเก่ง ... เอาจริงๆฉันก็ไม่รู้ผลรับหลอกนะ

[ระหว่างที่เดินกลับบ้านฉันก็เห็น] ... นั้นเธอนิ ...ไม่รู้สิ ฉันมีลางสังหรณ์ว่า ... เป็นเธอนะ ... เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าเป็นมายังไงแต่ฉันกับมีความรู้สึกดีๆกับเธอแปลกๆ ... ฉันแค่เห็นเธอแล้วฉันก็รู้สึกว่า ... 

[ระหว่างที่คิดไปเดินไปเงียบๆ]

“นี้คุณนะ เดินตามฉันมาทำไหมคะ?” ... อะไรนะเธอรู้ได้ไง ... ถึงจะอยู่ใกล้กัน แต่ฉันยังไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลยนะ

“...” ... ฉันควรทำไงดี

[เธอเดินมาหาฉัน] แย่แล้ว 

[ฉันเริ่มวิ่งหนี] ฉันก็ไม่รู้ทำไหมต้องหนี แต่ฉันอายนะที่เธอรู้ว่าฉันกำลังตามเธออยู่นี้ 

#โอ้ย... เจ็บๆ นี้อะไร... รองเท้า บ้านะ

[ฉันหันกลับไป ... เธอกำลังกระโดขาเดียวมาหาฉัน] ดูน่ารักดีนะ แต่ว่า...

[ฉันต้องหนี] ฉันยังไม่อยากจะโดนจับได้

 

“คุณจะหนีไปไหน....” ... ฉันควรตอบว่าไงนิ

“อย่าตามมาสิ” ฉันขอโทษ แต่ฉันก็ไม่อยากให้ เหตุการเป็นแบบนี้นะ

[แต่ฉันก็หนีไปได้ไม่นาน ก็โดนเธอกระโดดจับได้] ... ว้า ... โดนจับได้แล้ว ... ตัวเธอตัวเล็กกว่าที่เห็นจริงด้วย แถมผมของเธอก็สีฟ้าสวยจริงๆแถมกลิ่นหอมด้วย ... ว้า ...

“นี้คุณเป็นใคร” ...ฉันควรตอบว่าอะไรดีล่ะเนี้ย

“...เออ...คือว่า...แบบว่าจะให้พูดไงดี...ก่อนอื่นช่วยปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ” เธอตัวนุ่มมากเลยแต่ว่า ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเอาแรงมาจากไหนกันแน่ นิ

“ถ้าปล่อยคุณไปเดียวก็หนีฉันไปสิคะ คุณเป็นใครแล้วตามฉันมาทำไหมคะ” ฉันขอโทษ แต่ ...มีคนตั้งเยอะที่กำลังดูพวกเราอยู่นะฉันอาย ...

“…จะให้พูดยังไงดีล่ะ... เอาเป็นว่าเราไปที่เงียบๆ กันก่อนได้ไหมคะ มีคนดูเอาเต็มไปหมดเลยฉันอายนะคะ” 

“งันเราไปนั่งแถวๆกันก่อนดีไหมคะ” ที่ไหนก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช้กลางถนน

“ฉันว่าแถวๆนี้คงไม่ได้ล่ะคะ เอาเป็นว่าสะดวกไหมคะ ฉันว่าฉันรู้จักร้านใกล้ๆ นี้ที่เงียบๆ อยู่นะคะ” ใช้ๆ ฉันจำได้ว่ามันมีร่านเล็กๆ ที่ดีมากอยู่แถมนี้

“ก็ได้คะ” ดีจังที่เธอไม่ว่าอะไร

[ฉันพาเธอเดินมาถึงร้านที่ว่าแล้ว] ฉันยังช่วยเธอเก็บรองเท้าด้วย เธอคงสายตาสั้นจริงๆ เธอใส่แวนที่หนามากๆเลย

[ฉันนั่งลงบนเก้าอี้] ดูเธอขยับสิ เธอดูตัวเล็กน่ารักมากๆเลย ฉันชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น แล้วเธอก็เขาโรงเรียนมาในเวลาหลังจากที่ฉันได้ยินถึง หญิงสตรีศักดิ์สิทธิ์ ไม่กี่ปีด้วย ... มันทำให้ฉันรู้สึกดีกับเธอตั้งแต่แรกเห็น ... ถึงจะไม่ใช้เธอ แต่มันก็ทำให้ฉันชอบเธอมากจากเรื่องพวกนี้ ... มันเป็นเพราะลางสังหรณ์ ใช้ฉันเชื่อว่านั้นคือเธอ

[ระหว่างที่คิดอะไรมากมายในหัวเธอก็นั่งลงแล้ว] ... แปลกๆนะไม่รู้สิทำไหมรู้สึกแปลกๆ

“เธอสั่งเลยเดียวฉันเลี้ยงเอง” ฉันคงต้องเลี้ยงชาเธอเพราะฉันก็ทำเรื่องเสียมารยาทไป

“ว่าแต่ที่นี้ ขายอะไรหรือคะ มีอะไรแนะนำไหมคะ” อะไรเธอพูดกับฉันเหรอ

“ท่านร้านของเราเป็นร้านขายน้ำชานะคะ…” อะไรเธอถามพนักงานสินะ ... ว่าแต่เธอมาตั้งแต่ตอนไหนนิ ... ส่วนเธอนะไม่เห็นป้ายรึไงว่าที่นี้เขาขายยา ... คงเป็นเพราะสายตาสั้นสินะ ...

“ขอโทษนะคะที่นี้ ใช้ร้านที่ขายชาสมุนไพรจาก เมืองแห่งป่าสูงแห่งแดน ใต้รึป่าวค่ะ” ... เอ๊? ร้านอะไร ... อะ 

“ใช้คะร้านนี้ล่ะคะ” ฉันก็มองไปรอบๆ ที่นี้ก็ตกแต่งแปลกๆ จริงด้วย

“งันก็ฉันเอาชา ... นี้มีชาของดองแสงจันทร์ของเขตแสงไหมคะ” ชาอะไรนะ ... เมืองแห่งแสงเหรอ ...ว้าว ... ฉันเคยได้ยินเรื่องเกียวกับที่นั้นด้วยว่า เมือหลายปีที่แล้ว ร่างสถิตแห่งแสงถูกลักพาตัวไป ฉันได้รู้ข่าวมาจากองค์เทพเลยนะ ฉันได้ยินเสียงของท่านได้บอกมา และไม่นานฉันก็โดนท่านบอกว่าไม่ต้องทำแล้ว เพราะจะมีคนที่เหมาะกว่าฉันอีก .... 

“มีคะ” มันเป็นยังไงบ่างนะ

“งันฉันก็เอาเหมือนกับของเธอนะคะ” ฉันก็อยากจะรู้ทำไหมเธอถึงจะดื่มชานี้

“คะรอสักครู่นะคะ” 

[เธอเดินออกไปแล้วสินะ]

“งันก็ ช่วยบอกมาได้แล้วนะคะ” นั้นสินะ...

ก่อนจะพูดต้องคิดดีๆ

“ก็ได้คะ ... คือฉัน...ไม่สิเพื่อนของฉันนะคะเธอ นะฮอดมากๆจนมีคนมาจีบนะคะ แต่เธอก็ไม่รู้สึกชอบ คนพวกนั้นเลย เพราะเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วนะคะ แต่ว่า...จะให้ว่ายังไงดีล่ะคะ อยู่ดีๆ คนพวกนั้นก็ทะเลาะ เพราะว่า...แย่งตัวฉัน..ไม่ๆเพื่อนของฉันนะคะ เพราะว่าพวกเราจะเรียนจบกันแล้ว ... ฉันควรทำไงดีล่ะคะ” ฉันฉันฉัน ... พอโดนเธอจอง...ฉันก็ทำตัวไม่ถูก .... ฉันพูดอะไร ... ไรออกไปนะ...ฉัน ฉันฉัน ....จำไม่ได้...ฉันไม่อยากจะจำ ฉันไม่ได้พูดอะไร ใช้ๆ

“...แล้ว...มันยังไงล่ะคะ นั้นเป็นเหตุผล ของการที่ตามฉันมาเหรอคะ” ไม่ๆฉันๆๆ

“คือว่าๆๆ...ใช้ๆ ... มีคนบอกฉันว่าเธอสามารถช่วยฉันได้นะคะ” ไม่ๆนี้ฉันกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่นิ

“คะ ๆ แล้วจะให้ช่วยยังไงล่ะคะ จะปรึกษารึคะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ได้นะคะ”

“…นั้นก็ดีนะคะ แต่คงจะไม่ได้ผลอะไรหลอกคะ ที่ฉันอยากจะให้ช่วยก็คือ ... แต่ก่อนอื่น..ช่วยถอดแวนได้ไหมคะ” นี้ฉันกำลังสติจะหลุดแล้ว ... ไม่รู้สิทำไหมพอมองเธอแล้วฉันถึงพูดอะไรไม่ออก

“ก็ได้ยังไงมันก็ไม่เสียหายอยู่ดี” เอ๊ ทำจริงดิ ... ก่อนอื่นตั้งสติไว้ ใช้ๆใจเย็น.....เย็นไว้ตัวฉัน

[เธอถอดแวนแล้ว] ...ใจเย็นไว้สิตัวฉัน ทำไหมใจเต้นแรงจัง คิดอะไรไม่ออกเลยยยย 

“แล้วยังไงคะ”

“…เอ่...ขอโทษนะขอเสียมารยาทท่านนะคะ”

[มือของฉันกำลังกำลังจะไปจับผมของเธอขึ้นเพื่อดูหน้าชัดๆ] อะไรกันมือฉันขยับไปเอง

[เธอจับมือของฉันก่อนที่จะถึงตัวเธอ] ... มือเธอนุ่มจังนะ... นี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นิ

“จะทำอะไรกันคะ” ฉันไม่รู้มือฉันขยับไปเอง มันแบบว่า แบบว่า ...อ๊า!!! นี้ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่นิ 

“ขอโทษนะคะ...ฉันคงคิดมากไปเอง...คุณคงจะไม่ใช้ท่านหรอกจริงไหมคะ ท่านคงจะไม่ได้มาเรียนที่นี้หรอก”

“แล้วใครล่ะ” ฉันพูดอะไรออกไป ฉันยังไม่รู้เลยว่ากำลังพูดอะไร แย่แล้วๆ นี้เธอกำลังคิดว่าฉันเป็นคนแปลกๆ แน่เลย

“ชาที่สั่งได้แล้วคะ” เยี่ยมไปเลยคะ มาได้พอดีเลยนะคะ คุณพนักงานคะ จิตใจของฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนิคะ

“ถ้าต้องการเพิ่มก็บอกได้นะคะ” ค่ะๆ ขอบคุณมากนะคะที่ผมได้ถูกเวบามากๆ

[ฉันกำลังดูเธอชิมชานั้น] ดูท่าทางนั้นสิ ดูการถือนั้นสิ ว้าวฉันไม่รู้สิ ... ฉันยังกับจะเจอรักแรกพบเลย ... นี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นิ พวกเราเป็นผู้หญิงทั้งคู่นะ ... และนี้จะเป็นความรักจริง เหรอ .... ไม่รู้สิ ฉันต้องใจเย็นๆก่อน

“เธอดูชอบชานี้จังนะ” หลังจากที่ดื่มชาไปมันทำให้ฉันอบอุ่น และใจเย็นขึ้นแล้ว...ถึงส่วนใหย่มันจะเพราะได้มองเธอก็ตามที่

“ใช้มันทำให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ และสรุปเธอคิดว่าฉันเป็นใครล่ะ” เอาล่ะ ฉันใจเย็นลงแล้ว

“ที่จริงฉันก็ไม่แน่ในหลอกนะว่าใช้ไหม แต่เพราะผมของเธอมันบังปิดตาเลยไม่รู้ว่าใช้ตัวจริงไหม แต่ฉันคงหวังไปเอง แต่รูปร่างโดยรวมก็น่าจะใช้นะ ก็เลยทำให้สับสนนะคะขอโทษด้วย” นี้ฉันคิวว่าเธอคือท่านหญิงคนนั้นจริงๆนะ

“แล้ว...สรุปใครล่ะ” ... เอาเถอะ ยังไงฉันก็เคยเป็นแบบเธอมาก่อน ... ถ้าเป็นคนที่ฉันคิดอยู่นะ .... แต่คงไม่ใช้หลอกนะ หวังว่านะ

“ท่านร่างสถิตขององค์เทพแห่งน้ำนะคะ” ใช้ฉันได้ยินมาว่าพวกเธอเข้ากันได้ดีมากด้วย

“ใครนะ ... ไหนรองเล่ามาสิ” ฉันจะบอกความจริงไหมนะ ... ไม่ดีกว่า นี้มันจะเหมือนฉันอิจฉาเธอนะสิ ...เพราะจริงๆ ฉันต้องขอบคุณเธอต่างหาก ... ถ้าเธอเป็นคนที่ฉันคิดจริงๆนะ

“ในวันนั้น ฉันบังเอิญ ได้เห็นร่างงสถิตขององค์เทพแห่งน้ำคะ ที่ฉันรู้คือเธอมีผมสีฟ้า ดวงตาสีฟ้า เช่นกัน และมีพลังเวทแห่งน้ำ ที่บริสุทธิ์ จนท่านเทพได้เลือกให้เป็นร่างกายของท่านนะคะ” ใช้ถึงส่วนแรกจะโกหก แต่ส่วนที่เหลือนั้นคือความจริงนะ

“นี้ฉันถามหน่อยนะ คนนั้นนะมีชื่อว่า\ขอบฟ้า\ใช้ไหม” ... นั้นเป็นชื่อร่างที่องค์เทพแห่งน้ำ มอบให้เลยนะ ... แปลกนะ .... ใช้เธอแน่ ๆรึเปล่า? หรือลางสังหรณ์ฉันจะผิด

“อย่าเรียกแบบนั้นสิคะ ต้องเรียกว่าท่านสาวกแห่งองค์เทพแห่งน้ำ ท่าน \ขอบฟ้า\”

“แล้วทำไหมเหรอคะ”

“นั้นเป็น...จะให้บอกว่าไงดีไหร่คะ แบบว่าฉันอายนะคะ” นี้เธอนะ...ฉันว่าฉันเริ่มกับมาอายอีกเธอแล้วนะ นี้มันบ้าอะไร มันเป็นคำสาปรึไงกันนิ ทำไหมฉันถึง ให้ตายสิใจเย็นลงไม่ได้เลย

“…จะว่าไป เธอเคยได้ยินชื่อของ\หินฟ้า\ไหม...” กว่าจะใจเย็นได้่ แล้วฟังที่เธอพูดมาดีๆแล้ว เธอรู้เรื่องนี้ได้ไง มีคนรู้เรื่องนี้น้อยมาเลยนะ ...ให้ตายสิ หรือว่าจะใช้เธอจริงๆ ...แต่ถ้าเป็นเธอแล้ว ทำไหมเธอถึงต้องมาเรียนด้วย มันดูไม่มีเหตุผลเลย

“นั้นเป็นชื่อของท่านก่อนที่จะได้รับชื่อใหม่จากองค์เทพนิคะ” ดูเธอยิ้มสิ ใจฉันละลายหมดแล้ว ... กลับมาก่อนสติฉัน เธอกับมานี้เลยนะโว้ย ฉันคุยกับเธอไม่รู้เรื่องแน่ถ้าไม่มีเธอ สติ

“งันเหรอ แล้วถ้าสมมุติว่า คนที่เธอตามหาจริงๆเป็นฉันแล้วจะให้ทำไงล่ะ นั้นเป็นร่างขององค์เทพเชียวนะ” อะไรเธอพูดอะไรนะตั้งสติสิตัวฉัน ใจเย็นๆหน่อยฉันคุยกับเธอไม่รู้เรื่องแล้วนะ

“ก็...จะบอกกับเธอว่า ... ฉัน ... ฉัน ...” ใจเย็นๆสิ คิดสิโว้ย เธอจะว่าฉันบ้าได้นะ ให้ตายสิ

“…”

[ฉันตั้งสติได้แล้ว] ฉันว่า ฉันรู้วิธีจะคุยกับเธอดีๆ โดยไม่ใจเต้นแรงแล้ว ก็แค่ไม่มองไปที่เธอไงล่ะ งันก็หาอะไรทำโดยไม่สนใจเธอ วิธีที่ฉันค้นพบเอง ด้วยตัวเอง โครตน่าภูมิใจเลย

“ฉัน ... ฉัน .......ใช้แล้ว ฉันได้ยินข่าวว่าเธอเก่งมาก ฉันอยากขอร้อง ให้เธอช่วยหยุด พวกเขานะ” ใช้ๆฉันได้ยินข่าว จากท่านหัวหน้านักบวชระดับสูงบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ว่าเธอเก่งมาก แบบผิดปกติ 

[ตอนนี้ฉันกำลังดูร้านรอบๆ] ... ที่นี้ตกแต่งได้แปลกตาจริงๆนะนี้

 

“งันเหรอ...แต่ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันก็สามารถช่วยได้นะ” ??? เธอจะช่วยอะไรฉันได้คะ แต่ถ้าเป็นความน่ารักฉันคงไม่สามารถสู้เธอได้ แถมมันก็ทำให้ใจฉันหวั่นไหวมากด้วย ... ให้ตายสิสติฉัน

“ยังไงคะ?” นี้ถามเพราะอยากรู้นะนี้ [ตอนนี้ก็กำลังนับลายในถ้วยแก้วชาอยู่]

“ถ้าต้องการแค่คนที่เก่งพอที่จะหยุดพวกนั้นได้ ฉันก็ทำได้นะคะ” ไม่ๆเอาจริงๆฉันก็แค่อยากเจอเธอเอง ... ถ้าฉันเป็นผู้ชายฉันคงข้อเป็นแฟนกับเธอไปแล้ว ... เสียดายที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เอาล่ะฉันต้องพูดยังไงเธอถึงจะไม่ไปสู้นิ

“เธอเนี้ยนะ...นั้นเป็นผู้ชายที่เก่งที่สุดของระดับชั้นปีเลยนะ” ที่จริงพวกเขาเก่งกว่านั้นมาก แต่ว่าฉันก็ไม่รู้จริงๆว่าพวกเขาเก่งกันเท่าไหนกันอยู่ [ตอนนี้ก็กำลังนับลายลูกไม้บนโต๊ะ]

“นั้นสินะ แต่ก็ดีกว่าไม่ลองจริงไหม” อย่าเลยฉันไม่อย่าจะให้เธอไปเจ็บตัวนะ

“และฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอทำได้ล่ะ ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บตัวนะ” ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ [ตอนนี้ก็กำลังนับลายบนกาน้ำชา]

“ฉันว่าฉันทำได้นะ จะเอาด้วยไหมล่ะคะ”

“เธอแค่มาฟังเรื่องของฉันก็พอแล้ว ฉันก็ดีใจมากแล้ว” หยุดที่จะไปทำเรื่องอันตรายเลยนะ [ตอนนี้ก็กำลังนับลายบนจานรองแก้ว] ให้ตายสินี้ฉันจะนับลายทุกอย่างแล้วนะ

“สรุปนี้คือเรื่องของเธอไม่ใช้ของเพื่อนเธอสินะ”

“…” อะไรเพื่อนฉัน ... ฉันได้พูดอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ [ตอนนี้ก็กำลังนับลายบนขอบหน้าต่าง] ...คิดไม่ออก ....

“ว่าแต่คุณพี่ปีสุดท้ายชื่ออะไรเหรอ...คะ...” อะไรนี้เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ปีสุดท้าย ...

“นี้เธอ...ก็ได้ๆเรียกฉันว่า \ฟองคลื่น\ หรือจะเรียกว่า \ฟอง\ก็ได้” เอาเถอะ ฉันก็อยากจะรู้จักชื่อเธอด้วย [ตอนนี้ก็กำลังนับต้นไม้ในร้าน]

“งันรุ่นพี่\ฟอง\เดียวรุ่นน้องของคุณจะช่วยคุณเอง ฉันชื่อ\ฟ้า\คะยินดีที่ได้รู้จัก”

“คะ...แต่ว่า...” อะไรนะนี้ยังคิดจะไปหยุดพวกเขาอีกเหรอ [ตอนนี้ก็กำลังนับชุดโต๊ะเก้าอี้ในร้าน]

[ฉันใช้เวลาในการบอกเธอว่าจำเป็นต้องช่วยฉันแล้ว] แต่ก็ไม่สำเร็จ ... นั้นเป็นเพราะว่าฉันนับทุกอย่างในร้าน และนอกร้านจนหมดทุกอย่าง ... ถึงจะให้นับอันเก่าแต่ก็รู้จำนวนมันอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้ผลจนในที่สุดก็โดนเสน่ห์ของเธอจนฉันยอมแพ้ไป ... 

[จนฉันต้องกลับบ้านโดยใช้รถม้าที่อยู่แถวตลาดกลับมา] ... วันพรุ่งนี้จะเอาไงดีฉันเหนื่อยมาเลยนะ...ง่วงด้วยสิ ... เป็นเพราะว่าหาอะไรเบี่ยงเบนตอนคุยกับเธอคนนั้นมากไปหน่อย ให้ตายสิ แต่ชื่อว่า\ฟ้า\งันเหรอ...

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่23-1

...จะให้บอกว่าไงระ ก็อดีตร่างสถิต นั้นก็แปลว่ามีความเข้ากันได้สูงสุดในอาณาเขตแล้วไม่ใช้เหรอ ก็เข้ากันได้ นั้นก็แปลว่ามีอะไรที่เหมือนๆกันนิจริงไหม คงรู้แล้วสินะ

//////////////////////

ชื่อเห็นชื่อที่ยาวพวกนั้นไหม ผมใช้เวลาคิดนานสุดๆไปเลยนะ ... มันก็มีความหมายในตัวของมันเองนั้นล่ะ ... ยาวไปแล้วนะโว้ย คนเขียน พออ่านไปอ่านมา ... \ฟอง\นี้ คาแรคเตอร์ น่าจับฉีกและยัดนิสัยไปให้ตัวอื่นมั่งดีกว่า แต่คงจะไม่ใช้ เรื่องนี้ ... พออ่านแล้วมันดูงี่เง่าดีนะ ผมชอบผมให้เธอผ่าน ... ตอนเขียนจริงๆ ผมจะจำได้ไหมนะ ... คงไม่

พอดูยอกผู้เขามาดูมันเยอะขึ้นนิ … แต่ก็ไม่มีใครสามารถอ่านมาถึงตอนที่ 4 ได้ อื่ม ตอนที่ 3 แรงไปสินะ … เอาเถอะ จะได้ดูด้วยว่าควรแรงแค่ไหน … เดียวว่างๆ จะหาเขียนตอนแยกให้มันดาร์คแบบให้ชีวิตนี้ไม่รู้จักแสงมาก่อนเลย … แต่เดียววางๆจะเขียนให้มัน เฟรนลี่ จน …มดขึ้นแน่? มดมันจะขึ้นความเฟรนลี่ได้ไงนี้ … เดียววางๆล่ะนะ … ส่วนเรื่องสั้นก็เขียนออกมาเรื่อยๆ ก็ดีเนื้อเรื่องส่วนนั้นมันไม่ยาวพอท่ี่จะเขียนเรื่องยาวได้อยู่แล้ว งันแยกเป็นเรื่องสั้นก็ดี … แต่มันก็ไม่มีคนอ่านอยู่ดี … ก็ดี ใช้ …

เดียวนี้ก็รู้ตัวแล้วว่าลงดึกไป … มากจนจะเช้าเลยล่ะ … หันกับมาลงแบบปกติ … จะพยายามนะครับ … ถ้าว่างพอนะ

แต่อีกไม่นานก็จะตามต้นฉบับที่นั่งเขียนดองไว้แล้ว จะไม่ลงทุกวันแล้วนะ … คนอก้คำผิดจะได้เอาเวลาไปนั่งเล่นเกมแล้ว … ฟังดูดีนะ เพราะการเขียนออกมาสักตอนมันต้องใช้เเรงใจเเรงกายมากลเยล่ะ … ถึงมันจะออกมาไม่ดีเท่าไหร่ แต่แล้วไงนี้มันงานแรกนะ เดียวมีฝีมือมาก ก็จะเอาไปขาย? … ไม่มีคนอ่านแล้วจะขายใครนิ ปล่อยให้อ่านฟรีนั้นล่ะ ไม่กดดันตัวเองดี เพราะยังไงคนคิดบทก็คิดถึงตอนจบไว้เเล้ว … ผมชอบการที่ไม่มีจุกจบนะ ถึงจะเศร้าที่ต้องจบ แต่การมีจุดจบดีกว่าไม่มีใช้ไหม … อันนี้ผมบ่นคนเดียวนะ บ่นไปบ่นมาเริ่มเยอะแล้วสิพอดีกว่า

ไม่ๆยังก่อนผมยังอยากจะบ่นอีก … ไม่

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น