เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 29 : รู้สึกจะยากแต่กับง่ายจนน่าตลก [a1.1-22]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 เม.ย. 64

เธอคนนั้นนะ มาชวนฉันให้ไปตรงนั้นด้วย ... นี้ฉันควรจะไปดีไหม ... ยังไงฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็นต้องกลัวเลยนะ

[ฉันลุกขึ้น] ยังไงก็ไม่ได้จะหนีอยู่แล้ว

“ก็ได้คะ แต่ว่าถ้าฉันไป ฉันขอสั่งชากลับบ้านด้วยนะคะ” ฉันก็ใช้ว่าจะอยากไปตรงนั้นนิ อย่างน้อยฉันจะเอาชากลับบ้านด้วย

“ได้ๆ มาเถอะนะ” 

[ฉันเดินไปกับเธอ] เอาล่ะงานต่อไป ก็นี้ล่ะ ฉันจะนั่งถูกที่ไหม พวกเขานั่งอยู่ใช้ไหม ...แถมไม่ส่งเสียงอะไรเพิ่มเลย ฉันจะต้องรู้ตำแหน่งนะ มันก็สามารถทำได้โดยการฟังเสียงหายใจ แต่ว่าตอนนี้เสียงการเดินมันกลบเสียงไปหมดแล้ว หวังว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าฉันมองไม่เห็นนะ ไม่งันฉันคงเสียความมั่นใจที่อุสาฝึกมาตั้งนาน ... นี้ฉันกำลังกังวนอะไรอยู่นิ ... 

[ฉันเดินไปถึงโต๊ะนั้น] ... ใช้พวกเขาเงียบอยู่ ฉันจำรูปแบบ การวางของโต๊ะเก้าอี้ได้อยู่ แต่ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าพวกเขานั้นตรงไหน

“นี้พวกนายเรียกฉันมาทำไหม” เดียวนะพอรองคิดดีๆ แล้วฉันว่าตอนแรกพวกนี้ได้พูดคุยกันนิจริงไหม ถ้าเป็นตำแหน่งเก่าก็คงไม่เป็นไร ฉันจำได้

[ฉันเดินไปจับเก้าอี้ฝั่งขวาสุด] โต๊ะ 1 เก้าอี้ 4 นั้นคือจำนวนชุดของร้านนี้

[ลองขยับ] ... ไม่มีคนนั่ง เยี่ยม 

[นั่งลงไป]  เอาล่ะเมื่อไหร่จะมีพนักงาน มาถามนิ

“เธอ...เป็นใคร...ตอบมา” พ่อหนุ่มใจร้อนคนนี้ถามมาซะแล้วสิ

“ทำไหมคะคุณรุ่นพี่ ก่อนที่จะถามชื่อคนอื่นก็ต้องบอกซื่อตัวเองก่อนสิคะ” นั้นคือสิ่งที่ควรจะทำ ตอนที่ไปถามชื่อคนอื่นนะ

“… เดียวฉันแนะนำตัวพวกเขาให้เธอรู้จักเอง ...” อะไรกันผู้ชายคนนั้นไม่ตอบ แต่เป็นเธองันเหรอ

“ได้สิคะ แล้วฉันจะได้แนะนำตัวบ่าง”

“ชายที่มีผมสีเงิน คนนั้นที่เธอถามไปนั้น เขาชื่อ ...”

[ฉันยกมือขึ้นเป็นการบอกให้อย่าพึงพูด]

“เดียวคะ ๆ ฉันไม่ได้อยากจะชื่อเต็ม นะคะเราไม่ได้อยู่ในงานทางการอะไรนิ เอาแบบชื่อที่เรียกกันปกติได้ไหมคะ” ฉันไม่อยากจะรู้ชื่อเต็มนะ เพราะคนที่อยู่ที่นี้นะ มีชื่อเต็มที่ยาวมาก มันแบบยาวอ๊ะ และไม่อยากจะจำด้วย

“…งันเอาเป็นว่าเขาชื่อ \คลื่นเงิน\นะ” ... เป็นชื่อเกี่ยวกับทะเลอีกแล้วสินะ ถ้าชื่อที่เกี่ยวกับทะเลของที่นี้ต้องมีอะไร ที่ยุ่งยากแน่ ๆ

“คะ”

“ส่วนอีกคนนึ่งที่เขาตัวสูงๆ คนนี้เขาชื่อ \แสงเหนือ\นะ” ...แสงเหนือ...มันเป็นชื่อที่ดูสำคัญนะ

“งันก็ถึงเวลาของฉันแล้วสินะคะ เรียกฉันว่า\ฟ้า\ก็พอคะ และสรุปพวกรุ่นพี่มาหาฉันเพราะโกรธที่ฉันไปยุ่งตอนกลางวันสินะคะ มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะคะ เพราะพี่สาวคนนั้นเป็นคนขอให้ฉันช่วยหยุดนิคะ” ก็นะ

“คือ...ที่จริง....พวกเขาแค่ต้องการสู้กับเธออีกครั้งนะ...” อะไรสู้อีกนี้นะ ... วันนี้คงไม่ได้ไปฝึกขายของอีกแน่

“ก็ได้คะ แต่ฉันก็ไม่ได้อยากกลับบ้านดึกนะคะ”

“…”

“นี้พวกนายก็พูดอะไรบ่างสิ” จากน้ำเสียงเธอดูกำลังโกรธพวกเขาอยู่นะ

“ใช้ผมไม่เชื่อว่าคุณจะ ... สามารถจัดการพวกเราได้ ... ผมรับไม่ได้นะครับ” นี้เป็นเสียงของชายคนนั้นนิ คนที่ฉันไม่ได้จัดการกับเขา แต่ฉันก็ไม่นึกว่าเขาจะใจร้อนเหมือนกันนะนี้

“ถ้านั้นเป็นจุดมุ่งหมายล่ะก็ได้นะคะ แต่ว่าแล้วอีกคนหนึ่งล่ะคะ เขาดูอาการไม่ค่อยดีนะคะ...ดูเสียความมันใจ...ไปมากเลยนะคะ”

“เธอรู้ไหมว่า เขานะเป็น...คนที่เก่งที่สุดในรุ่นเรา...ระดับ...สูงนะ เขาสามารถชนะคนที่อายุมากว่าได้ด้วยซ้ำไปนะสิ” เธออธิบายอย่างนั้นก็เขาใจแล้วล่ะ ถ้าฉันแพ้โดยคนที่อายุน้อยกว่า ... ฉันคงจะฝึกมากขึ้น... ฉันไม่เห็นจะต้องเสียใจเลยนิ

“นั้นสินะคะ เอาล่ะไปกันเถอะคะ ฉันจะได้กลับบ้านไว้ๆ”

[หลังจากนั้นฉันก็ได้ไปบอกพวกพนักงานขายว่า ขอซื่อผงชาอันนั้น...ทั้งหมด] ฉันก็จำชื่อไม่ค่อยได้ และก็...ฉันซื้อไปแล้วจะทำกินเองได้ไหมนิ เดียวค่อยถามเจ้า\น้ำ\แล้วกัน 

“นี้แล้วเราจะไปที่ไหร่กันเหรอคะ พวกรุ่นพี่” ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะต้องไปไหนนิ

“...พวกเรา จะไปที่บ้านฉันเอง...” ว้าวเรากำลังจะไปที่บ้านของ นายหัวเงินนี้เอง แล้วเงินนี้มันเป็นสีเหรอไง ... ไม่รู้สิ

[พวกเราเดินไปที่ใกล้ๆกับตลาด แล้วก็เช่ารถม้าไปที่บ้าน ของนายหัวเงินล่ะ] เอาจริงๆนายหัวเงินดูจะกลัวๆฉันนะ

[หลังจากที่ลงมาจากรถ] เท่าที่จับกระแสลมได้ ... เป็นคฤหาสน์ ไม่แปลกใจเลยทำไหม พวกรุ่นพี่กลุ่มนี้ถึงทำตัวเป็นคนรวย ล่ะนะ

“แล้วจะต้องไปสู้ตรงไหร่ล่ะคะ” 

“...”

[พวกเขาไม่ตอบ แต่ก็ได้เดินนำไป] ก็มีเสียงเดินนำทางไปนินะ

[พวกเราเดินไปเรื่อยๆ] ที่นี้ดูมีชีวิตชีวาจังนะ มีเสียงคนเดินไปมา บ่างคนก็เป็นคนรับใช้ที่นี้พวกเขาทักทายฉันด้วย หรือจะเป็นเสียงของการฝึก ... นั้นคงเป็นที่ ที่กำลังจะไปนิ

[พวกเราเดินมาถึงที่นั้นแล้ว]

“เป็นไงบ่างท่านพี่ และสวัสดีนะครับ ท่านพ่อ”

“วันนี้เป็นไงถึงมาที่นี้ล่ะ ข้าไม่เห็นเจ้ามาฝึกที่นี้หลายปีแล้ว ... โอ้นั้นก็ท่านองค์ชายนิ ข้ายินดีที่เห็นท่านที่นี้ และขอโทษที่ไม่ได้ทำการตอนรับ”

“ไม่ๆ เราเองก็มาโดยไม่ได้บอกก่อน”

“นั้นสินะโอ้นั้นก็คุณหนูคนนั้นนิ”

“สวัสดีนะคะ คุณลุง”

“อืม และอีกคนหนึ่งคือใครล่ะนี้ .... นั้น.... ท่าน?...”

[...รู้สึกว่า...ต้องไปหยุดการพูดอะไรนั้นก่อน]

“สวัสดีนะคะหนูชื่อ \ฟ้า\ พวกเราคงเจอกันครั้งแรกนะคะ” ฉันไม่รู้ว่าลุงคนนี้จะพูดอะไร แต่คำว่า ท่าน มันคงไม่ดีสำหรับฉันในตอนนี้

“นั้นสินะ ฮะฮะ ... ฮะ .... งันเดียวผมมาใหม่นะครับ” ... นี้คงไม่ใช้คนที่ฉันเคยบอกให้มาสอนฉันตอนเย็นๆ หลอกนะ

[ลุงคนนั้นก็คงเดินออกไปแล้ว]

“แล้วนี้พวกนายมาทำอะไรกันที่นี้ คงไม่ได้มาฝึกดาบหลอกใช้ไหมไอ้น้องชาย” มีเสียงอีกคน ... คนนี้คงเป็นพี่ชายของเจ้านั้นสินะ

“...มีเรื่องที่จะตัดสินนิดหน่อยนะ...พี่...” ... เมื่อไหร่ จะเริ่มนะ จะได้กลับสักที่

“งันเหรอ...นั้นสินะ พี่ก็ได้ยินเรื่องที่เจ้า ไปถ้าสู้กับองค์ชายอยู่ ... เจ้า...ยังไงพอรึไง”

“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับพี่”

“โอ้งันก็มาเจอพี่ก่อนเป็นไง”

นาน ... มันจะคุยกันนานไปแล้วนะ ... 

[ระหว่างที่รอก็เดินเล่น] ... เดินดูรอบ ก็มันว่างนิ ไม่สิฉันไม่สามารถเห็นได้ ก็คงไม่สามารถใช้คำว่าดูได้งันก็ คงต้องบอกว่าเดินสัมผัสถึงบรรยากาศ มันก็ชื้นๆมีกลิ่นเหงื่อเต็มไปหมด แต่ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ ... จะบอกว่าไงดีล่ะ บ้างที่ฉันก็รู้สึกอะไรบ่างอย่างที่ไม่ใช้การสัมผัสปกติ และไม่ใช้การสัมผัสทางกระแสเวทด้วย มันเป็นความรู้สึกถึงอะไรบ่างอย่างที่เหมือนจะ ... ไม่รู้สิ แต่ตอนนี้กับรู้สึกถึง ความตั้งใจของคนที่นี้ ... มันก็แปลกๆนะ แต่การรู้ถึงความรู้สึกแบบนี้มันไม่มีกันบ่อยๆนะสิ ...

[ระหว่างเดินไปมา ก็มีเสียงกระซิบ]

“ท่านหญิงนั้นท่านใช้ไหม กระผมเองคนที่ท่านได้เชิญผมไปในการประลองเมื่อหลายเดือนก่อนนะครับ”

“ฉันก็จำคุณไม่ค่อยได้หลอกนะ แต่ว่าช่วยอย่าบอกพวกเขาได้ไหม ฉันยังอยากจะอยู่เงียบๆนะคะ”

“ครับ ผมก็แค่ตกใจนิดหน่อย...แล้วท่าน...” อะไรจะถามอะไรก็ถามมาสิ

“...อะไรคะ ฉันก็แค่มาเพราะว่าพวกเขาอยากจะให้ฉันมานะคะ ส่วนเหตุผลก็พวกเขาแค่อยากจะลองสู้ แบบจริงๆกับฉันเองนะคะ ไม่ต้องกังวนไป”

“พวกเขาคงจะได้ประสบการณ์จากการประลองกับท่านแน่ ๆ ... ถ้างัน...ข้าขอประลองแก้มือกับท่านได้ไหมครับ” … นั้นสินะ...

“ได้สิถ้าท่านเก่งขึ้นแล้วนะ” ... เดียวนี้ก็หาคนมาฝึกด้วยไม่ได้แล้วสิ เป็นความคิดที่ดีนะที่จะให้คนเก่าทีอยากแก้มือมาสู้ได้

“ขอบพระคุณเป็นอย่างมากครับท่านหญิง” ... ฉันไม่ชอบเลยนะที่มีคนทำแบบนี้นะ มันรู้สึกแย่หน่อยๆ

[ระหว่างที่กำลังคุยกับลุง ก็ได้มีเสียงฝีเท้าเดินมา] เท่าที่ฟังแล้วคงเป็นของรุ่นพี่หญิงคนนั้นสินะ ... 

“งันคงถึงเวลาของฉันแล้วล่ะคะ”

“นั้นสินะครับ”

[ฉันเดินกลับไปในทางสนาม] มันก็กว้างๆนะ

“นี้เธอหายไปไหนตั้งนานนิ ฉันก็นึกว่าเธอหลงทางไปแล้ว”

“ฉันแค่มาเดินเล่นเท่านั้นเองนะคะ”

[ฉันก็เดินตามเธอไปที่สนาม]

#ฟิ้ว 

มีเสียงของการใช้พวกอาวุธสินะ ฉันไม่ชอบใช้เท่าไหร่หลอกนะ มันแบบว่าไม่ได้สู้ด้วยตัวเองนะ แต่ว่า ถ้าจะให้สู้ ฉันก็ทำได้นะมันไม่ยากเลย แต่ที่ยากก็คือตำแหน่งที่จะโจมตีตั้งหาล่ะ ถ้าสู้กันด้วยความเร็วสูงมันต้องใช้การจับกระแสเวทมันถึงจะสามารถจับทางทันได้ แต่ถ้าแค่ใช้ประสาทสัมผัสแบบปกติมันก็ตามไม่ทันนะ แล้วพวกประสาทสัมผัสพิเศษมันก็...ยังใช้ไม่ได้เรื่องเลยถึงบ่างครั้งจะทำได้ แต่มันก็เหนื่อยง่ายมากเลยนะถ้าใช้นะ ตอนนี้ก็ฝึกๆอยู่ แต่ก็ไม่ได้เก่งมากมายอะไรเลย

“พวกเขาสู้กันนานรึยังนิ”

“ฉันก็ไม่รู้นะ พวกเขาคงเริ่มสู้กันตอนที่ฉันไปหาเธอนะ” 

[ฉันทำได้มากสุดก็แค่ยืนฟัง] ฉันต้องใช้เสียงพวกนั้นนำมาสร้างภาพในหัว ทั้งเสียงเท้าที่เดิน ทั้งเสียงลมที่ถูกดาบตัด หรือองค์ประกอบอื่นๆ นี้ก็ถือว่าเป็นการฝึกแบบนึง แต่พูดก็พูดเถอะ ถึงจะฝึกพวกนี้มากแค่ไหน ก็ยังไม่สู้การใช้กระแสเวทในการสัมผัสอยู่ดี ฉันก็หาวิธีต่างๆมาก็มากแล้ว ถึงมันจะมีวิธีก็จริงอยู่แต่มันก็ใช้ยากมากๆด้วยนะสิ

[หลังจากที่พวกเขาสู้กันจนจบ] ถ้าเป็นความเร็วแค่นี้ ก็คงไม่มีปัญหาในการใช้การสัมผัสแบบปกติ 

#แป๊ะๆ … ใครตบมือนิ

“เป็นการต่อสู้ที่ดี พวกนายเก่งกันจริงๆ” นั้นเป็นเสียงของ...ใครนะ...ใช้ๆคนที่เป็นเหมือนจะชื่อว่า เหนือๆอะไรสักอย่างนี้ระ

“เอาละน้องชาย ... ฉันคงหยุดนายไม่ได้สินะ”

“…”

“นี้เหมือนไหร่ฉันจะได้กลับล่ะนี้”

ฉันยังมีนัดการต่อสู้กับลุงคนนึ่ง ที่อยู่ที่นี้ด้วยนะ

“...โอ้แล้วคุณหนูคนนี้เป็นเพื่อนพวกเธอเหรอ ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยนะ”

“…ไม่เธอไม่ใช้เพื่อนหลอกครับ...”

“...”

แล้วก็เงียบใส่กันอีก ... นี้มันจะใช้เวลานานเกินไปแล้วนะ

[ฉันเดินไปที่ชายอีกคนนึ่ง] ก็คนที่ยื่นอยู่โดยไม่ได้สู้นั้นล่ะ

“นี้รุ่นพี่คะ .... สรุปจะสู้กับฉันไหมนิคะ ... พวกคุณขอร้องฉันมานะคะ ฉันต้องรีบกลับบ้านด้วย” ฉันจะกลับไปฝึกวิชา มันเสียเวลาโดยใช้เหตุไหมนี้ มันทำให้ฉันเริ่มอารมณ์เสียนะนี้

“...ขอโทษด้วยครับ ... งันก็คง ... ไม่อยากจะเสียเวลา มาสู้กับผมก่อนเลยระกัน” เยี่ยม

“แล้วจะสู้กันด้วยอะไรล่ะคะ ดาบรึป่าว”

“ใช้ครับ แล้วก็เอาจริงได้เลยนะ ผมอยากจะรู้ว่าคุณเก่งแค่ไหน” ไม่ล่ะ

[ฉันก็เดินไปที่มีชั้นวางดาบฝึกอยู่] ดีนะที่ไปเดินสำรวจรอบๆแล้ว

[หยิบดาบสักเล่มขึ้นมา] ของพวกนี้มารูปร่างที่ยาวและเล็ก มีปลายที่แหลมคม ถึงจะถูกสร้างจากไม้ก็ตามที่ ... มันก็ ...เป็นดาบพื้นฐานของที่นี้ระนะ

“งันคุณหนูเริ่มก่อนเลยนะครับ” ฉันควรปิดฉากเลยไม่ ... มันก็น่าเบื่อสิถ้าทำงัน

[เดินไปช้าๆ พร้อมกับถือดาบด้วยมือข้างซ้าย และใช้มือขาวจับที่ใบดาบ]

#เสียงกระซิบ พวกเข้าคงบ่นเรื่องการจับดาบของฉัน แต่ว่านะมันไม่ผิดสักหน่อยนิ

[เดินไปเรื่อย ๆ จนเกือบถึงระยะปะทะ] เดินไปเรื่อยๆ เลยแล้วกัน ฉันก็อย่าจะรู้ว่าเขาจะตอบโต้ยังไง

[พอเดินเขาระยะปะทะก็] #ฟิ้ว มีเสียงของดาบที่กำลังเคลื่อนที่มา ... 

[เดินหลบนิดหน่อยแล้วใช้ดาบในมือจี้ไปที่ใต้ลมหายใจ] ตำแหน่งนี้คงเป็นคอนะ

“...เร็ว” ...นั้นมันช้ากว่าที่นายขยับดาบอีกนะ

“ไม่คุณต่างหากที่ทำไหมไม่หลบกันล่ะคะ ถ้านี้เป็นดาบจริงคุณตายไปแล้วล่ะคะ” ฉันไม่เขาใจเลย ว่าทำไหมพวกเขาถึงไม่หลบกัน ยืนนิ่งๆกันเฉยเลย

“...”

“งันก็เอาใหม่แล้วกันเดียวฉันจะเดินมาอีกครั้งแล้วช่วยทำอะไรก็ได้ ที่ไม่ใช้ การยืนเฉยๆนะคะ”

[เดินกลับไปและเดินวนอีกครั้ง] เริ่มเบื่อแล้วสิ

[ใกล้ถึงระยะปะทะ]

[เขาเลือกที่จะพุ่งเขามา]

[ฉันก็เดินไปง่าย ถึงระยะปะทะ เขาแทงดาบมาที่ตัวฉัน ฉันก็แค่หมุนตัวหลบเบาๆ] 

“นี้ฉันแค่หลบไปเองนะ”

[เขากระโดดทิ้งระยะห่าง]

“นี้มันวิชาบ้าอะไรกัน ... ฉันไม่รู้สึกถึงกระแสของการขยับเลย ให้ตายสิ”

“อะไรนายอ่านกระแสการขยับฉันไม่ออกเหรอ ไม่น่าล่ะถึงชอบยื่นอยู่เฉยๆ” นี้เขาอ่านการเคลื่อนไหมฉันไม่ออกสินะ แย่นะแบบนั้นนะ

“…แล้วจะพอรึคะ” น่าเบื่อและเสียเวลามาก

“...” เงียบอะไรอีกล่ะนี้

“งันเอาแบบนี้นายลองโจมตีฉันมาสิ” 

“...”

[เขาเดินมาหาฉันอย่างช้า] อืม ... แล้วจะถึงตอนไหนนิ

[พอถึงระยะปะทะ ไม่มีเสียงลมไม่มีอะไรเลย...แต่ว่าฉันรู้นะว่านายกำลังโจมตีอยู่นะ] เพราะว่าการสัมผัสพิเศษที่ฉันได้เรียนรู้มานะ มันจะสัมผัสได้ถึงการกระทำพิเศษที่มากเกินไป แบบมากเกินไปจริงๆ มันทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่าเจ้านี้กำลังโจมตีมาด้วยความเร็วที่ต่ำมาก

[ฉันใช้ดาบของตัวเองในการวาดดาบอย่างเงียบสงบแล้วเร็ว] ถ้าจะทำอย่างเงียบๆนะมันก็ดีอยู่หลอก แต่ถ้าไม่เร็วมันก็...ไม่มีประโยชน์มากหลอกนะในการต่อสู้

[ใช้ดาบนั้นมาจิมที่ตัวเขา]

“มันก็ไม่แย่อะไรหลอกนะคะ แต่ช้าเกินไปแล้ว”

“นั้น...มันวิชาอะไรนะที่เธอทำเมือกี่” อะไรไม่ฟังกันเลยนะ

“ก็ดาบที่เงียบไง ในวิชาดาบของสายน้ำก็มีอยู่นะ พวกนายก็ใช้วิชาดาบแห่งน้ำอยู่นิ ก็ควรจะรู้สิ ไปๆฉันว่านายออกไปได้แล้วนะคุณรุ่นพี่” นี้มันจะน่าเบื่อไปแล้ว

"..."
 

“งันก็คนต่อไปได้แล้วคะ”

 

[เวลาก็ผ่านไปไม่นาน...แต่ฉันกับรู้สึกเสียเวลามาก พวกเขาอยู่ในระดับที่แค่เรียกได้แค่ว่าดี แต่มันก็ต่ำอยู่ดีนะ] ฉันก็ไม่อยากจะว่าพวกเขาอ่อนแอหลอกนะ ก็แค่ฉันผ่านอะไรไปมากกว่านั้นล่ะ และฉันก็ยังไม่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอด้วยซ้ำไป ก็ฉันเคยเจอพวกระดับผิดปกตินะสิ พวกนั้นคงจะเก่งขึ้นไปมาก ... ถ้าเป็นตอนนี้ฉันยังเรียกได้ว่าอ่อนแอ่กว่าตอนที่สู้กับโกเลมบ้านั้นซะอีก ก็แค่ถ้าสู้กันที่พลังล่ะนะ แต่ถ้าเป็นเทคนิคหรือว่าการสัมผัสต่างๆที่ไม่ใช้ของกระแสเวท ฉันตอนนี้เฉียบคมกว่าเก่าแน่ ... แต่ฉันยังไม่สามารถใช้กระแสเวทได้อยู่ดี ถ้าทำได้ ฉันอาดจะสามารถชนะพวกนั้นที่เป็นแบบเอาจริงก็ได้ ก็ว่าไปนั้น

วันนี้ฉันก็คงจะได้สู้กับลุงคนนั้นตอนเย็นๆ นั้นเป็นความคิดที่ดีนี้ที่จะเอาคนเก่าๆ ที่อยากจะสู่กับฉันใหม่มาสู้ต่อ

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่23

            เท่าที่ดูมันเป็นคนระดับกันเลยนะ แต่เอาเถอะถึงตัวเองฝั่งนี้จะเหมือนจะเก่งมาก แต่ถ้านั้นโดยรวมทั้งหมดก็ยังไม่ได้โกงอะไรมากมายเพราะที่โกงจริงๆมันมีแน่ แบบสุดๆเลยแต่นั้นก็คงจะเจอที่ฝั่งนู้นบ่อยกว่าฝั่งนี่นะ

//////////////////////

ถ้านับตามความจริงตัวเอกตัวนี้มัน …เก่งด้านเวทนะ … แต่เพราะไม่สามารถใช้ได้เลยมาฝึกฝั่งด้านร่างกายแบบจริงๆจังๆแทน … เอาเถอะ
จะว่าไปจะถึง 30 ตอนแล้วสินะ จำนวนตอนจะถึงจำนวนคนดูแล้ว …. น่าดีใจ? ซะจริง … แต่จำนวนคนอ่านนี้ไม่ขยับตั้งแต่ สัปดาห์ 2 สัปดาห์ ที่แล้วเลยนะ … ก็ถือว่ายังเป็นประมารที่ยังรับได้อยู่ 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น