เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 28 : การกระโจนเข้าสู่โชคชะตาหรือความบังเอิญก็ไม่ต่างกัน [a1.1-21]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 เม.ย. 64

หลังจากที่ได้รับจดหมายของอดีตหมายเลข 3 ... ฉันก็ได้นำตัวของ\น้ำ\ ไม่สิถ้าถูกต้อง ต้องบอกว่าเป็นภาชนะของ\น้ำ\ ที่เป็นตุ๊กตาปลาตัวใหญ่ ที่สามารถกอดด้วยมือข้างเดียวก็จะไม่ไหวนะ 

[จับตัวปลาอ้วนขึ้นมา และเดินไปหาที่นั่งในห้อง]

[กำลังกอดตุ๊กตาปลา...และบีบ...] นุ่มนิ่มจังนะเป็นสัมผัสที่ดีต่อมือจัง ....

“เจ้าดูชอบภาชนะของข้าจังนะ ...” ...นั้น...ก็จริงก็มันนุ่มมือนิและเรียบ ๆ ...

“ใช้...และจะทำไหมล่ะ ฉันก็ชอบจับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว” ใช้เหมือนที่เราชอบจับผมของ...เธอหมายเลขอะไรนะจำไม่ได้แล้วสิ

“ข้าเห็นเจ้ามีความสุข ข้าก็ดีใจ” ...

[อยู่ๆตุ๊กตาก็ขยับเองไปมา...] ดิ้นไปมาด้วยสิ ... แต่ก็ดูเจ้าน้ำสนุกดีนะ

“เอาล่ะกลับเข้าเรื่อง เอาจดหมายมาสิ ฉันจะรองอ่านดู” นี้ก็เป็นความสามารถที่ฉันได้จากโรงเรียน ... แต่มันใช้ความพยายามมากเลยนะ ... แถมไม่สามารถบอกใครได้ด้วย ... แต่ในที่สุดก็สามารทำได้แล้ว เพราะความพยายามเลยนะ ถึงมันจะเป็นเรื่องง่ายๆของพวกที่สามารถมองเห็นได้ก็ตามที่ ...

 [ใช้มือจับไปที่กระดาษ] ...ว้าวเนื้อกระดาษนี้มันเรียบ ...ไม่หยาบมือเลย ... ส่วนตัวหนังสือก็มีรอยลึกเข้าไปในกระดาษ ... แต่ก็สามารถรู้สึกถึงผิวของตัวหนังสือ ... หมึกที่ใช้เขียนนี้มัน...ก็ดีนะ

[ใช้มือจับกระดาษและใช้นิ้วไล่จับอ่านตัวหนังสือ และที่แขนขวาก็หนีบตุ๊กตาปลาอยู่] ต้องสร้างภาพในหัว ... เป็นตัวอักษร ...

[เนื้อความมีอยู่ว่า] “มีการเชิญ...ไปในการที่จะจัดขึ้นในอีก 3 วัน ...” แล้วมันเกี่ยวกับเพื่อนเก่าฉันยังไงนิ

“นี้มันเป็นจดหมาย เชิญ ...อะไรซักอย่าง ที่จะจัดขึ้นในอีก 3 วัน ... แล้วมันเกี่ยวกับเพื่อนฉันยังไงนิ \น้ำ\”

  “อะไรงานเชิญไปงานเลี้ยงงันรึ ข้าคิดว่าเพื่อนของเจ้าคงขี้อายล่ะนะ” นั้นก็มีความเป็นไปได้ เขาคงไม่ได้อยากมาที่พักของฉันเป็นการส่วนตัวมั้ง 

“นั้นก็เป็นไปได้ แล้ว...งานเลี้ยง...คือ... ฉันต้องทำตัวยังไงหรืออะไรเหรอ ... ไม่เคยไปนะ ถึงจะรู้ความหมายก็ตามที่”

“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าจะต้องทำยังไง เจ้าเชื่อใจข้าได้เลยข้านะรู้ว่าจะทำให้เจ้าสวยที่สุดยังไง ฮะๆเจ้ากำลังจะเปล่งประกาย แล้ว หะๆๆ ในที่สุดเจ้าก็กำลังจะไปเปิดตัวแล้วสินะ ... เดียวสิมันจะต้องมีพวกปลิงทะเล มาแน่ ... แบบนั้นก็แย่นะสิ ... อืม...”

“…” นี้มันทำให้รู้สึกถึงความวุ่นวายจังนะ

[ตอนนี้ก็ดึกเกินไปที่จะ ออกไปทำการฝึกการขายของ และก็ยังไม่ดึกมากพอที่จะเรียกคนมาเพิ่มทำการฝึกวิชาด้วยสิ]

... จริงสิเกือบลืมเรื่องของ ... เธอชื่ออะไรนะ .... \ฟอง\ ใช้ๆ คนนั้นนะ ... แล้วเราจะจัดการคนพวกนั้นยังไงถึงจะได้ไม่ให้วุ่นวายกันนะ คิดไม่ออกเลย

“นี้...\น้ำ\ ...” 

… ไม่มีเสียงตอบเลย ตอนนี้เจ้านั้นคงไปเตรียมของอะไรอยู่สินะ

[ใช้เวลาทั้งช่วงเย็น ในการคิดวิธี] แต่ก็ยังคิดไม่ออกเลย [หลังจากฝึกวิชาต่างๆในช่วงดึก] กว่าจะคิดได้ก็ดึกแล้วสิ ... แล้วจะเตรียมตัวทันไม่นิ 

มันจะได้ผลไม่นะ ....

[วันต่อมา] ฉันได้เตรียม ชุดไปเพิ่มเพื่อ... หวังว่าจะมีคนจำฉันไม่ได้ ... เรื่องนี้ฉันก็ให้\น้ำ\ช่วยเตรียมตัว ... และก็ถามหาความเห็นแล้วแต่มันก็ ... นี้แค่เปลี่ยนชุดเองนะ มันจะทำให้คนอื่นคิดว่าฉันไม่ใช้ฉันเลยเหรอ มันดูเว่อร์ ๆ นะ

 [กำลังเดินทางไปด้วยรถเหมือนเดิม] ... ก็ตอนเช้าๆ นะมันจะผิดสังเกต ถ้าเราเดินออกมาจากที่พักของเราเองถ้าทำงันใครๆก็รู้ว่าเราเป็นใครกันพอดีนะสิ ... แต่ถ้าเป็นช่วงขากลับ เราก็จะต้องไปฝึกการขายของ และใช้เวลาต่างๆ กว่าจะถึงที่พักก็ไม่มีใครจับได้แล้ว ... อย่างน้อยก็ในความรู้สึกล่ะนะ

...

[กำลังเดินออกจากรถ...]

“นี้เธอก็มาแบบปกติไม่ได้เหรอไงนิ” นั้นเป็นเสียงของ … \ฟอง\ นิ

“อะไรคุณรุ่นพี่เองเหรอ แล้วมีเรื่องอะไรกับฉันรึคะ” ก็ทักทายปกติ

[มีเสียงเดินมาเบาๆ] ... กำลังเดินเขามาสินะ

“นี้เธอมาเจอฉันที่ห้องน้ำซะ เร็วๆๆด้วย” ... อะไรทำไหม ถึงต้องเป็นห้องน้ำด้วยล่ะ

[ก็ได้เดินไปที่ห้องน้ำอย่างเงียบๆ] ... รู้สึกว่ามันจะมีเสียงวุ้นวาย แถวๆนี้นะ แย่ล่ะ ...ต้องออกไปจากแถวนี้แล้ว

[จากการเดินเงียบๆ ก็ได้กลายเป็นการวิ่งเบาๆแทน] มันก็ยุ่งยากที่ต้องวิ่งหลบคนไปมาล่ะนะ แต่ก็มาอยู่ที่นี้ตั้งหลายปีแล้ว มันก็เลยเกิดความเคยชินนะสิก็เลยไม่มีปัญหาอะไร

[ใช้เวลาแป๊บเดียวในการไปที่ห้องน้ำชั้นล่างของตึก] ...ก็ไม่เห็นมีอะไร...อะไรนิ 

“เธอ ... มาแล้ว...เหรอ ...เร็วจริง ...” ก็เธอเป็นคนบอกฉันนิว่าว่าให้เร็วๆ ... เธอมาช้ากว่าฉันตั้งนานเลยนะ

“เอาล่ะคะ คุณเรียกฉันมาทำไหมคะ” 

“อะไรของ...เธอนะ .... ก็ ...ฉันอยากจะรู้....ว่า ...เธอมีแผนอะไรไง ... พวกนั้น จะสู้กันเร็วๆ นี้แล้วนะ .... ฉัน ...ต้องทำอะไรซักอย่าง...แล้วต่างหาก .... เหนื่อยนะนี้”

“ก็ได้เดียวจะบอกให้นะ ... แต่ก่อนอื่น ฉันอยากจะคุยในที่นี้แค่ 2 คนนะ” มีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วยนะสิ

“… อะไรนะมีคนอื่นอยู่ในนี้ด้วย เหรอ แย่ล่ะ” ...ก็นะมันก็แย่ตั้งแต่บอกคนอื่นเรื่องนี้ ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว

[ช่างมันเถอะ ฉันได้เอาของที่อยู่กับตัวออกมา] ก็เมื่อวานนี้ฉันไม่ได้เอากระเป๋ากลับด้วย ก็เลยต้องถือมาเอง

“ไปทำให้เรื่องมันจบเร็วๆดีกว่านะคะ ฉันจะได้ไม่ไปเรียนสายด้วยนะคะ”

[ฉันทำการใส่ชุดคลุม ที่มันปิดหน้าและเสื้อส่วนบน] ยังไงมันก็แค่ปกปิดง่ายๆ และก็ถ้าพวกนั้นสู้กันฉันก็มีแผนรับมือง่ายๆแล้ว ถึงวิธีจะยากไปหน่อย แต่ก็ตกลงอะไรนิดหน่อยกับ \น้ำ\ แล้ว

“นี้เธอ ... ใส่อะไรนี้”

“ก็นะ มันคงจะวุ่นวายถ้าฉันจะไปหยุดพวกเขา แล้วจะเกิดปัญหากับฉันนะสิคะ กันไว้ก่อนก็ไม่แย่อะไร เธอช่วยนำทางไปหน่อยสิ เดียวฉันจะจัดการเอง ก็หวังว่านะ” ... พวกเขาจะเก่งกันไหมนะ ได้ยินมาว่าเก่งที่สุดของรุ่นเราเลยนะ ...ฉันก็อยากจะคาดหวังนะ ...

[เธอได้นำฉันไปที่นั้น ...เธอบ่นกับฉันตลอดเวลาว่า แผนของฉันคืออะไร...] นี้ดูแค่นี้ก็ไม่รู้รึไงกันนะ

[มีเสียงเรียกคนอยู่ 2 ฝั่ง] นั้นคงเป็นพวกเข้าสินะ

“นี้สรุปแผนเธอคืออะไรกันนะ”

“แต่ก่อนที่จะบอก พวกเขายังไม่สู้กันอีกเหรอ”

“คงงัน...คงรอฉันอยู่...นี้มันเป็นเรื่องที่ฉันไม่ได้อยากมาดูเลยนะ นี้เธอจะหยุดพวกเขายังไงกันนิ”

“ก็เรื่องง่ายๆ แต่ว่าถ้าฉันหยุดพวกเขาได้ เธอจะให้อะไรฉันล่ะ”

“อะไรนะ นี้เธอกำลังพูดอะไรอยู่” ... อะไรนี้คิดว่าฉันจะทำฟรีรึไง

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำเงินให้ฉันได้หลอกนะ มันก็แค่เรื่องวุ่นวายงี่เง่า เท่านั้นเอง ถ้าจบเรื่องนี้แล้วเธอก็ไปเลี้ยง น้ำชาฉันแล้วกัน ก็นะ” 

[ฉันเดินออกไป] ถึงจะมีเสียงแปลกๆ กำลังว่าฉันอยู่ก็ตามที่

… เอาจริงๆนะที่ฉันทำอยู่ตอนนี้มันคือการเสียมารยาท ที่มาขัดการต่อสู้ ทีเป็นเรื่องทางการ ... ตลกดีนะ นี้เป็นเรื่องของ ชาย 2 คนแต่ กับตัดสินเรื่องของผู้หญิง แถมผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้ยอมรับเลยนะ ตลกดีนะ

[ฉันเดินไปที่พวกเขาที่กำลังอยู่ตรงกลางสนาม] ... นี้ มันเป็นเรื่องตลก จังนะ เอาเถอะ ฉันคิวว่ารู้แล้วจะทำยังไง

“นี้เธอเป็นใครและขึ้นมาทำไหม นี้เป็นศึกตัดสินของพวกผมนะ” นั้นเป็นเสียงที่ดูจะโกรธ ก็แน่ล่ะ ถ้าฉันโดนแบบนี้ตอนกำลังจะสู้ ก็คงหัวเสียอยู่แล้ว แต่นั้นช่วยไม่ได้ล่ะนะ

[มีอะไรบ่างอย่างพุ่งตัวด้วยความเร็วได้เข้ามา] ... เท่าที่จับจากเสียง และแรงของลม และสภาพแวดล้อมแล้ว ... นี้เป็นการพุ่งโจมตี และ...

[หยุด] ใช้คนที่พุ่งมาหยุด

“ออกไปซะ ไม่งันฉันฆ่าเธอแน่” เขาพูดอย่างงัน ... 

#กรี๊ด นั้นไม่ใช้เสียงฉันนะ มันเป็นเสียง...เชียร์มั้ง ... ว่าคนนี้คงเป็นคนที่ ... มีคนชอบเยอะสินะ ... ก็มีผู้หญิงตั้งเยอะอยู่แล้วนิ และทำไหมต้องมาแยงกันด้วย ไม่เขาใจเลย 

“เอาล่ะฉันจะบอกจุดประสงค์ ที่มายืนอยู่ตรงนี้นะ แต่ก่อนที่จะพูด ของถามหน่อย พวกนายสู้กันเพื่ออะไร” ถามก่อนจะได้ตัดสินใจถูกล่ะนะ ฉันก็ไม่ได้อยากจะ สู้โดยผิดจุดประสงค์นะ

“...” เงียบเลยสินะไม่ตอบคำถามของฉันเลย เจ้านี้มันแย่จริงถึงฉันจะเสียมารยาทแต่ก็นะ

“พวกเราสู้กันเพื่อตัดสิน เรื่องของเธอคนนั้น ว่าถ้าแพ้เราก็จะไม่ยุ่งกับเธอ” แพ้ ...ก็ดีนะ แล้วชนะ? ล่ะ ... เสียงนี้น่าจะเป็นอีกคนที่ไม่ได้พุ่งมาหาฉันสินะ

“แล้วชนะล่ะพวกนายจะได้อะไร”

“ตัวของ \ฟอง\ ไงล่ะ” ว่าพอถามถึงเรื่องแบบนี้เจ้านี้ตอบเลยเหรอเนี้ย ... จุดประสงค์ชัดมากเลยนะ พ่อหนุ่มคนนี้นิ แล้วพี่แก่จะไม่ขยับหน่อยรึไงหลังจากที่พุ่งมาแล้วนิ

“แล้วได้ถามเรื่องนี้กับเธอไหม ว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ก็ไม่รู้หลอกนะว่ามันเป็นยังไง แต่เธอคนนั้นนะบอกให้ฉันมาหยุดพวกนาย เพราะเธอดูกังวลกับเรื่องนี้มากเลยนะ” ... ลองบอกพวกเขาดู เผื่อว่าจะหยุด...แต่ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะให้หยุดหลอกนะ

“…” …

“…” เงียบ

“…” ยังเงียบอยู่

“…” ....

เงียบ ... เงียบไปหมดเลย 

“เอาเป็นว่าพวกนายทำเพื่อตัวเอง สินะ ... เอาเถอะ แต่ถ้ายังจะสู้กันอยู่ล่ะก็ ก็ลองชนะฉันให้ได้สิ แล้วพวกนายจะทำอะไรฉันก็คงไม่ว่าหลอกนะ เพราะถือว่าฉันมาในตัวแทนของเธอคนนั้นล่ะ”

“…” เงียบ ตอบอะไรบ่างสิ

“…” ยัง ยังเงียบ อีก

“พวกนายมันเป็นอะไรไปนิ ใจอ่อนนี้ว่า ฮะๆ ... หะ พวกนายมัน งี่เง่าจริง ....เบื่อแล้วสิกับไปเรียนดีว่า ที่นี้มีแต่พวกขี้แพ้ ที่เอาแต่ใจ...” [ฉันใช้เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูถูก] ... ก็หวังว่าพวกนี้จะลุกขึ้นสู้ล่ะนะ

[มีอะไรบ่างอย่างได้ตวัดมา] ก็เร็วใช้ได้ แต่ว่าถ้ามีความเร็วแค่นี้มันก็คง ... ไม่หลอกมั้ง เท่าที่ได้ยินเสียง ที่เกิดจากการพุ่งมาตอนนั้น คงจะเร็วได้มากกว่านี้ ขนาดคิดตั้งนานยังมาไม่ถึงอีก ...

[ขยับร่างกายเข้าไปในทางที่คนฟันดาบอยู่] ก็คงเป็นตำแหน่งนี้ เท่าที่จำได้จาการพูดเมือกี่แต่เจ้าพวกนี้ตัวสูงกันจังนะ เท่าที่ได้คุยกันนะ

[พอถึงระยะปะทะ ก็เตะกวาดเบาๆ] รู้ไหมการสู้นะไม่จำเป็นต้องใช้แรงอะไรมาก ที่สำคัญคือการโจมตี มันโดนตำแหน่งไหน และสิ่งที่โดนนะมันคืออะไร ถ้าเขาใจทุกอย่าง ก็เป็นเรื่องง่ายๆของการต่อสู้แบบปกติล่ะนะ

#ตึก นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้น คงจะล้มลงแล้วสินะ

“...ล้ม...” อะไร ก็ใช้ไงนายล้มแล้ว อะไรทำไหม จะพูดคำว่าล้มทำไหมนิ

“…อะไร...ลุกขึ้นมาสิ นี้นายเป็นลูกผู้ชายไหมนิ อ่อนแอจัง” ถึงจะไม่ควรว่าคนที่ล้มก็ตามที่ แต่พวกนี้มันดู หงอยๆ แบบ...ดูพวกนี้สิ ถึงฉันจะมองไม่เห็นก็ตามที่

“...มัน...เกิดอะไรขึ้น...”  ดูสิเพื่อนนายมาแล้ว นายควรจะลุกขึ้นมาสิ รู้นะว่านายนอนอยู่นะ เพราะกระแสลมมันพัดมาแบบไม่โดนตัวนายเลยไงล่ะ แย่ๆ

“สรุปพวกนายสู้กันได้ งี่เง่ามาก หน้าเบื่อจริง กลับดีกว่า”

“ไอ้เด็กเวรนี้” นั้นลุกขึ้นมาแล้วสินะ

“ใจเย็นๆสิ นายไม่เคยเป็นแบบนี้นิ มันก็...”

“…” หยุดกันอีกแล้ว ... เบื่อแล้วสิ ฉันไม่ได้อยากจะสู้กับพวกที่ไม่มีใจสู้หลอกนะ

[เดินกลับไปที่เดิม] เบื่อจัง

“...”

[ฉันเดินกลับไปหาเธอ ก็ผู้หญิงที่บอกให้ฉันหยุดพวกเขาไงล่ะ]

“ฉันว่าเธอจะกังวนมากไปแล้วนะ พวกเขาไม่ได้เก่งอะไรเลยด้วยซ้ำไป” 

“…” เงียบ ... หรือฉันพูดคนเดียว ไม่นะฉันจำตำแหน่งของเธอได้ และฉันก็รู้สึกถึงคนที่อยู่ตรงนี้ด้วย ...

“…” หรือฉันพูดอยู่คนเดียวจริงๆ

“เธอ...ทำ...ได้ยังไง?” อะไรก็อยู่ตรงนี้อยู่นิ

“ทำไหม พวกเขาอ่อนแอนิ อีกอย่างฉันคงพูดแทงใจพวกเขาไปมั้ง” ก็นะหลังจากที่ฉันพูดออกไปพวกเขาก็ดูแย่ลงเลย ...ไม่น่าพูดไปเลยนะ ไม่งันคงจะได้สู้กันดีๆไปแล้ว

“ไม่...เธอ...พวกเขามาแล้ว” ฉันก็ได้ยินเสียงเดินมาเช่นกัน

“งันฉัน ไปก่อนนะ อยากลืมล่ะว่าเธอต้องเลี้ยงชาฉันด้วย เขาใจไหม”

[ฉันได้เดินกลับไปที่ห้องน้ำอย่างเร็วและเงียบ นั้นรวมไปถึงไม่มีใครจับได้เช่นกัน]

[ฉันได้นำชุดคลุมนั้นไปเก็บไว้ในถังขยะ] ที่จริงก็ไม่รู้ว่าจะเอาไว้ไหน เดียวตอนกลับค่อยมาเอา แต่ถ้าหายไปก็ไม่เป็นไรยังไงฉันก็ไม่ได้จะใช้มันอีกนิ .... แต่ก็ควรเอาไปคืน ... แต่ถ้าฉันเอาติดตัวไว้ แล้วฉันจะปลอมตัวทำไหมล่ะจริงไหม

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากฉันก็ไปเรียนปกติ ... ที่จริงก็...

“นี้เธอรู้ข่าวยังว่าเมือเช้านะ มีเรื่องเกิดขึ้นด้วยล่ะ” ... อืมฉันรู้สิก็นั้นฉันเอง แต่ไม่ทำเป็นรู้เรื่องดีกว่า

“อะไรก็การสู้ใช้ไหมล่ะ แล้วสรุปใครชนะล่ะ” ...

“ไม่ใช้เรื่องนั้น ฉันได้ยินว่ามีคนไปหยุดการต่อสู้นั้น ... และก็ได้ยินว่าเป็นผู้หญิงด้วยล่ะ ... แต่ฉันไม่คิดว่าจะมีคนที่เก่งมากขนาดนั้นในโรงเรียนเราด้วย ... เท่าที่ได้ยินมีคนบอกว่าเธอ ไม่ได้ตัวสูงมากด้วย” ... ฉันรู้ว่าฉันตัวไม่สูงมากนะ ... แต่ก็ไม่รู้ด้วยสิว่า ถ้าตัวสูงแล้วจะเป็นไง

“นั้น...มันแปลกนะ แล้วทำไหมเธอคนนั้นถึงไปหยุดล่ะ” ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้เลยให้ตายสิ

“ที่สำคัญนะ มันต้องถามว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แล้วทำไหมถึงใส่ชุดคลุมด้วยทำไหมไม่เปิดเผย ... นั้นทำให้ฉันรู้สึกกลัวนะสิ”

“ฉันจะไปรู้ได้ไง ฉันไม่ได้ดูเหตุการด้วยนะสิ” ก็ใช้มองไม่เห็นไงล่ะ เลยดูเหตุการณ์ไม่ได้ ... 

[หลังจากนั้นฉันก็คุยกับเธอจนถึงเวลาเรียน] ... มันก็นะ นึกอยู่แล้ว

[ฉันก็เรียนปกติ จนถึงเวลาพักกินข่าวและ…]

#เสียงคุยกันดังมาก

...มันก็เป็นเรื่องของเมือเช้านี้... มันเป็นหัวข้อการพูดของทุกคนไปแล้ว ... พวกเขาดูสนุกกันนะ นั้นก็ไม่ใช้เรื่องแย่มากอะไร แต่ฉันเบื่อที่จะคุยเรื่องนี้แล้วนะ พวกนายรู้ไหมว่าฉันนะต้องมาฟังเรื่องของไอ้เจ้าพวกนั้นว่ามันเก่งอย่างนี้นะ เก่งอย่างนู้นนะ แต่เอาจริงๆนะพวกนั้นมันอ่อนแอสุดๆไปเลย พวกนั้นนะอ่อนกว่าพวกที่ฉันสู้ตอนดึกๆไม่ได้เลยสักคน ... มันก็ควรเป็นแบบนั้นนิ...ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะ แต่ก็คาดหวังอยู่ไง ได้ยินว่าพวกนั้นเก่งสุดๆนะ ...

[กินเสร็จแล้วก็เดินเล่นรอบๆโรงเรียน] ... ตอนเย็นกินชาอะไรดีนะ ... คิดไม่ออกเลย

[หมดเวลาในการพักก็ขึ้นไปเรียนต่อจนถึงตอนเย็น]

วันนี้ฉันเดินถือกระเป๋ากลับด้วย ... ก็ถ้าเจอผ้าคลุมนั้น ก็จะได้เอากลับด้วย

....แต่คนเยอะจังนะ...ไม่เอากลับดีกว่า

[เดินออกจากโรงเรียน]

[ฉันเดินทางไปที่ร้านชานั้นอีกครั้ง] ฉันว่าวันนี้กินไวๆแล้วกับไปเปลี่ยนชุดเพื่อไปฝึกขายของต่อดีกว่า

[เดินเขาไปในร้าน] เงียบจัง ไม่สิ

“นั้นคือเธอคนนั้นสินะครับ” มีเสียงบ่นพูดออกมา ฉันจำเสียงนี้ได้ ... ว่าจะมากินชาเงียบๆเองนะ

“ฉันขอโทษนะคะ” นั้นไง ฉันได้ยินเสียงก็รู้ได้เลยของตัวการ ที่พาพวกเขามา สถานะการอย่างนี้ฉันควรทำไงดี

“อะไรกันนิ แต่ช่างมันเถอะ ฉันก็แต่มากินชาล่ะนะ”

“เธอเป็น...ใคร...” นั้นเป็นเสียงที่ดูกลัวๆนะ นี้เขายังไม่หายเจ็บอีกรึไง นี้การล้มมันทำให้คนกลัวได้ขนาดนี้เลยเหรอ

[ฉันเดินไปนั่งที่ว่างๆอยู่] ปกติถ้ามาเข้าร้านแบบเปิดคนเดียว ก็มันจะมีเสียงคนคุยกันจริงไหม นั้นทำให้สามารถคาดเดาตำแหน่งของที่นั่งได้ แต่ฉันมาร้านนี้เป็นครั้งที่สอง เลยยังไม่ได้รู้ตำแหน่งอะไรมากมาย ถึงจะสามารถสร้างภาพในหัวได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้แม่นยำมากอะไร ก็ใช้แค่การสัมผัสปกตินิถ้าเป็นการสัมผัสทางกระแสเวทนะมันง่ายกว่านี้มากเลย

[มีเสียงเดินมาหา] จะเป็นใครที่เดินมานะ แต่จากน้ำหนักเสียงที่เดิน และจังหวะการก้าวเดิน ... และ .... เธอจะเดินมาทำไหมนิ

“ฉันขอบคุณจริงๆนะคะ แต่ว่าพวกเขาอยากจะคุยกับคุณนะฉันเลยต้องพาพวกเขามานะขอโทษนะ ที่ต้องวุ่นวาย แต่พวกเขาจะมาคุยดีๆนะคะ” ใช้มันวุ่นวายมาจนอยากจะหนีไปเลย ฉันไม่น่าช่วยเลยนะ แต่ก็นะ มาคุยกันให้มันจบๆไปเลยดีว่า

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่22

มันยาวเกินไปเลยต้องตัดตอน

//////////////////////

รู้สึกจะอัพลงดึงขึ้นนะนี้ แต่ว่าหลังจากที่เห็นยอดคนดูที่เท่าเดิมก็ไม่รู้สึกถึงแรงกดดัน ที่จะต้องอับตรงเวลาเลยนะนี้ … เอาเถอะถึงยังไงก็เขียนเรื่อยๆอยู่ดี … ก็มันว่างนิ มานั่งแต่งนิยายลงเว็บแบบไม่มีคนอ่าน ก็ดีเป็นงานอดิเรกที่ไม่แย่เลยนิว่าไหม

แล้วก็อีกอย่างไม่รู้ได้บอกไปยังนะ เคยสงสัยไหมว่าตัวย่อ หลังตอนคืออะไรมีความหมายยังไง … เอาเป็นว่า มันทำให้ผม ที่จะจัดการกับเนื้อหาตอนนั้นๆ ได้รู้ว่ากำลังจัดการเนื้อหาของใครอยู่ … แล้วก็ถ้าจะอ่านให้รู้เรื่องต้องอ่านต่อกันไปเรื่อยๆนะ เพราะตอนเขียน นะเขียนต่อกันไป หรือหาช่วงตัดนิดหน่อยแต่โดยรวมๆ ก็ประมาณนี้ 

วันนี้ก็อัพดึกอีกแล้วเวลา 3:32 ไม่สงสัยเลยว่าทำไหม ถึงไม่มีคนมาเห็นนิยายที่อ่านแบบยากๆเรื่องนี้ ก็มันอัพดึกไง #ฮะๆๆๆ หะ…อะ ก็รู้คำตอบของคำถามนี้ล่ะนะ แต่ว่ามันก็สนุกดีที่ได้บ่นเล่นๆแบบนี้ อย่างน้อยก็ยังมีพื้นที่เล็กๆ ให้คนขี้บ่นคนนึ่งได้บ่นอะไรบ่าง … คิดว่าเป็นข้าอ่านนิยายเรื่องนี้ก็แล้วกันนะคำบ่นของคนแต่งเรื่องนี้นะ … ว่าแต่เมือไหร่จะจบ … 1 นิ นี้คิดไปถึง … 6 แล้วนะ … + ภาคเสริมของ … 2 ถึง 3 เรื่องแล้วสิ … ถึงจะเนื้อเรื่องดี???!แค่ไหนแต่ มันไม่สนุกก็คงจะไม่มีคนรับรู้สินะ …. ก็ดี … ขอบ่นอีกเรื่องหนึ่งนะ ถ้าเอาช่วง บ่นๆนี้มาเขียนต่อกันคงได้ซัก 5 ถึง 6 ตอนไปแล้วสินะ … หรือไม่ถึง … อาดจะถึงก็ได้นะ ให้ตายสิ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น