เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 27 : การพบเจอเพื่อนใหม่? และแผนการที่วุ่นว้ายที่ไม่เชื่อมโย่ง [a1.1-20]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 64

... [หลังจากที่กลับมาจากการคุยกับ เพื่อนเก่า?] คนอื่นๆ จะเป็นไงบ่างนะ ... 

รู้สึกแย่จังนะ ... ดูตัวฉันสิ 

[สำรวจตัวเอง] ... เท่าที่ดู ... ไม่สิต้องบอกว่าหมายเลข 3 หรือจะเป็น \น้ำ\ ก็ได้บอกเราว่าเราไม่ได้เป็น ผู้ชายแล้ว ... มันก็ ... ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนิ ตอนนี้ก็แค่ไม่มีเจ้าตรงระหว่างขา ... มันก็แค่นั้นนิ ...พอคิดดีๆ พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ต่างกันมากด้วยสิ 

แล้วผู้ชายกับหญิงต่างกันตรงไหน ...

“นี้ \น้ำ\ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“...อะไรล่ะ ถ้าข้าตอบได้ ข้าก็จะตอบให้”

“ผู้ชายกับผู้หญิง ต่างกันตรงไหน”

“... สภาพเพศ งันรึ ก็ดู ตรงๆเลย... เจ้ามองไม่เห็นนิ ... มันก็ ... ถ้าเป็นแบบนั้นก็แยกได้ยาก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการแยกจากรูปร่างในการเห็น และอื่นๆแต่ส่วนใหญ่จะเป็นที่รูปร่าง...”

“...นั้น...จะต้องมองเห็นก่อนถึงจะแยกได้รึไงกัน...แต่มองไม่เห็นนี้ไง...นี้สรุปมันเป็นไงนิมันต่างกันตรงไหน”

“ถ้าถามกันว่าต่างกันตรงไหน ก็... หญิงจะให้กำเนิดลูก ส่วนผู้ชายไม่สามารถทำได้ และเด็กสามารถมีได้โดยใช้ผู้ชายกับผู้หญิง”

“เด็กงันเหรอ ... ฟังดูยากจังนะคิดภาพไม่ออกเลย”

“เจ้ายังเด็กเกิดไปที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้ ... และข้าก็ไม่อยากให้เจ้าเป็นของคนอื่น”

“ไม่ ฉันจะเป็นของคนอื่นได้ไง ฉันก็คือฉัน ถ้าแข็งแกร่งพอก็ไม่ต้องพึงใคร”

“…แล้วเจ้าถามทำไหมล่ะ เจ้ามีคนที่ชอบงันเหรอ ข้าไม่อนุญาต!!!”

“ทำไหมกลายเป็นเรื่องนั้นได้ ที่ถามเพราะว่าเพื่อนฉันนะทำตัวแปลกๆนะสิ ... ฉันรู้สึกได้เลยว่าพวกเขากำลังดูถูกฉัน...ไม่สิ...เอาเป็นว่าฉันรู้สึกไม่ดีนะ ที่ฉันเปลี่ยนไปในทางนี้ ... ฉันรู้สึกไม่ชอบเลย ... มัน ...”

“…เจ้าอาย...ที่เป็นแบบนี้อยู่เหรอ ....”

“อาย ... ไม่รู้สิ ... เอาเป็นว่าไม่ชอบที่เป็นแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่นะ”

“อย่าได้กลัวไป ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ”

“...”

“อีกเรื่องนึ่งเจ้าจะทำไงต่อล่ะ เท่าที่ข้าฟังกับคนที่รู้จัก เจ้าที่เป็นหมายเลข 3 นั้น ข้าว่ามันกำลังเข้าใจอะไรผิดไปนะ”

“อะไร ฉันว่าก็ปกตินะ”

“งันก็ ... เจ้าได้ว่างแผนที่จะไปจากข้างันเหรอ”

“อะไร...” หรือว่าจะรู้ตัวแล้ว ....

“ก็เจ้าบอกว่าจะไปเรียนต่อนิ และก็เป็นที่อื่นที่ไม่ใช้ใกล้ๆ นี้ด้วย”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น ฉันได้คิดอยู่แล้ว ว่าปีหน้าจะไปเรียนต่อไง จำไม่ได้เหรอ ก็ที่ให้นายซ้อมเป็นสิ่งของเพื่อว่าถ้าออกไปนายก็จะได้ไปด้วย”

“ข้าออกไปไม่ได้หรอก มันจะทำให้เสียสมดุล และข้าก็ไม่สามารถออกไปนอกเขตได้”

“ทำไหมล่ะ ฉันว่านายทำได้นะ เดียวจะสอน” ... หวังว่าจะไม่ถามว่ารู้ได้ไงนะ

“...ก็ได้ๆ ... ข้าดีใจนะถ้าทำได้ ข้าจะได้สามารถไปกับเจ้าได้ทุกที่ ... ข้าหวังว่านะ”

[หลังจากนั้น ฉันก็สอนการแยกตัวตน ... มันก็คล้ายๆ กับการแยกของฉันกลับพลังของฉัน] ก็ต้องให้เวลา \น้ำ\ ในการฝึก [และอีกอย่างก็แอบหาเวลาในการเขียนข้อความเป็นจดหมายส่งไปถามข่าวว่าฝั่งนั้นเป็นยังไงบ่าง]

[และใช้เวลาเหมือนทุกวัน]

[ไม่กี่วันต่อมา]

[ฉันกำลังกินข่าวอยู่ที่โรงเรียนเป็นปกติ] กลับไปรองไปฝึกการขายของแบบพวก อาหารดีไหมนะ

“นี้หัวหน้าห้อง ทำไหมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ” ... นั้นคือเสียงของ...จำได้แล้วนั้นเป็นเสียงของ เพื่อนรวมห้องนิ ...ชื่ออะไรนะ...

“...ก็มีเรื่องอะไรให้คิดนะ...”

“นี้เธอรู้เรื่องรึยัง...ของ หนุ่มฮอต ที่สุดของรุ่นเรา และของรุ่นพี่ปีสุดท้ายกำลังจะตีกันเพื่อแย่ง ผู้หญิงกันนะ ซึ่งเธอเป็นคนสวยมากๆเลย ฉันได้ยินว่า พวกเขาจะทำตามกดของโรงเรียนด้วยกันด้วย วันพรุ่งนี้ที่ลาน ฝึกซ้อมหน้าตึกนะ”

“…เอ่...ทำไหมแย่งผู้หญิง...ไม่รู้สิถ้าว่างๆ คงจะได้ดูนะ แต่พวกเขาสู้เก่งกันเหรอ ทำไหมต้องตัดสิกันด้วยการต่อสู้ล่ะ”

“ฉันก็ไม่รู้แต่พวกเขาให้เหตุผลว่า นั้นเป็นเรื่องของลูกผู้ชายนะ ฉันก็อยากจะให้มีคนมาแย่งฉันบ่างจัง” ...ของลูกผู้ชาย ... ไม่รู้สิ

[ฉันฟังเธอบ่นอีกซักพัก กว่าเธอจะเดินออกไป ฉันก็ได้กินอาหารเทียงเสร็จพอดี และก็ขึ้นไปเรียนต่อ จนถึงเวลากลับ] ...

[กำลังเดินทางกลับบ้าน] ... 

มีเสียงเดินตามแบบเว้นระยะห่าง ... 

[ฉันองหยุดเดิน] ... นั้นคงเป็นคน...เสียงเดินได้หยุดลงเช่นกัน ... ลองถามไปดูดีกว่า [หันหน้าไปหา]

“นี้คุณนะ เดินตามฉันทำไหมคะ?” …

“...” ไม่มีเสียงตอบรับเลย เดินไปหาดีไหมนะ ...

[เดินไปหา] ... มีเสียงที่กำลังวิ่งหนีไป ... ทำไงดีนะ ...

วิ่งตามไปดีหรือจะ ... ไม่ดีกว่า ... แต่ถ้าปล่อยไปก็คงจะไม่ได้เจอกันอีก งันก็

[ฉันได้คิดมาดีแล้ว ฉันถอดรองเท้าออกมา] ... กะระยะจากเสียงจากการวิ่ง และระยะเสียงของแรงลม และส่วนประกอบอื่นๆทำให้รู้ว่า...หวังว่าจะโยนถูกนะ

[โยนรองเท้าออกไปด้วยความเร็วที่เร็วมาก] จากการฝึกตั้งมากมายทำให้สามารถโยน สิ่งของต่างๆด้วยความแม่นยำได้ก็จริง แต่ของที่เบาอย่างรองเท้า และในสถานที่โลง และเป่าหมายที่ขยับออกห่างไปเรื่อยๆ และอีกหลายๆปัจจัย ก็ไม่รู้ว่าจะโดนไหมนะ

#โอ้ย... [มีเสียงร้องดังออกมาจากท่างที่โยน] โดนด้วยล่ะ เสียงวิ่งได้หยุดลงแล้ว และก็มีเสียงร้องออกมาแทน ... นั้นคงเป็นคนนั้น

[ทำการ กระโดดขาเดียวไปหาอย่างรวดเร็ว] ต้องกระโดดอย่างไม่รีบมากเพราะ เดียวมันจะผิดปกติเกินไป ...แย่จังนะถ้าเอาพวกสมุด มาด้วยคงจะไม่ต้องโยนรองเท้าแบบนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการฝึกล่ะกัน

[ใช้เวลาไม่นานในการกระโดดมาถึง]

“คุณจะหนีไปไหน....”

“อย่าตามมาสิ” เสียงของใครนิไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

 [แต่ก่อนที่จะได้หนีไปใกล้กว่านั้นก็ได้กระโดดยาวๆ ไปหา และกระโจนจับได้ในที่สุด]

“…”

“…”

“นี้คุณเป็นใคร”

“...เออ...คือว่า...แบบว่าจะให้พูดไงดี...ก่อนอื่นช่วยปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ”

“ถ้าปล่อยคุณก็หนีฉันไปสิคะ คุณเป็นใครแล้วตามฉันมาทำไหมคะ”

“…จะให้พูดยังไงดีล่ะ... เอาเป็นว่าเราไปที่เงียบๆ กันก่อนได้ไหมคะ มีคนดูพวกเราเต็มไปหมดเลย ฉันอายนะคะ” ... นั้นสินะตรงนี้ก็คงมีคน ...อาดเป็นเพราะไม่สนใจก็เลยไม่ได้ตั้งใจฟังเสียงรอบข้าง ...

“งันเราไปนั่งแถวๆกันก่อนดีไหมคะ”

“ฉันว่าแถวๆนี้คงไม่ได้ล่ะคะ เอาเป็นว่าสะดวกไหมคะฉันว่าฉันรู้จักร้านใกล้ๆ นี้ที่เงียบๆ อยู่นะคะ” ... แปลกๆนะแต่ ก็คงไม่มีปัญหานะ

“ก็ได้คะ”

[แล้วเธอก็ได้พาฉันไปที่ร้าน ที่เธอบอกไว้ ... นั้นทำไห้เกือบลืมรองเท้าไปเลย] 

[ฉันได้นั่งลงบนเก้าอี้] ไม่นานก็มีเสียง คงเป็นพนักงานได้บอกว่า “เอาอะไรคะ...”

“เธอสั่งเลยเดียวฉันเลี้ยงเอง” เธอบอกงันฉันก็ไม่เกรงใจล่ะนะ ว่าแต่นี้ร้านอะไร ... ไม่เคยจำได้ว่ามาร้านนี้มาก่อนด้วยสิ

“ว่าแต่ที่นี้ ขายอะไรเหรอคะ มีอะไรแนะนำไหมคะ”

“ท่านร้านของเราเป็นร้านขายน้ำชานะคะ…” ชาเหรอ ...

[ใช้จมูกดมกลิ่น อีกครั้ง] ...ถึงจะไม่ได้กลิ่นแรงมาก แต่ก็ทำไห้รู้ว่าตรงนี้ มีกลิ่นของชาอ่อนๆ แต่ก็ได้กลิ่นของพวกดอกไม้ต่างๆจางๆด้วย

...แต่ ถนนสายนี้ถ้าจำไม่ผิดมันจะมีร้ายขายปลาแถวๆนี้นิ และร้ายขายพวก ขนมปัง แต่ไม่ได้กลิ่นพวกนั้นเลย ... หรือว่า ...

“ขอโทษนะคะที่นี้ ใช้ร้านที่ขายชาสมุนไพรจาก เมืองแห่งป่าสูงแห่งแดนใต้รึป่าวคะ”

“ใช้คะ ร้านนี้ล่ะคะ” ... ร้านนี้แพงมาก...แบบว่า...แพงแบบจิงจังมากเลยนะ ... เยี่ยมเลย

“งันก็ฉันเอาชา ... นี้มีชาของดองแสงจันทร์ของเขตแสงไหมคะ” ...จะมีไหมนะ แต่ก็ถามไปเพื่อจะมี ก็ร้านนี้ไม่ได้ขายชาของที่นั้นนิ

“มีคะ” เยี่ยม ... 

“งันฉันก็เอาเหมือนกับของเธอนะคะ”

“คะรอสักครู่นะคะ”

[มีเสียงการเดินจากไป] มีจริงด้วย ก็ไม่เคยกินชาของดอกแสงจันทร์ของเขตแสงหลอกแต่ว่า ... ก็แค่ คิดถึงนะ

“งันก็ ช่วยบอกมาได้แล้วนะคะ”

“ก็ได้คะ ... คือฉัน...ไม่สิเพื่อนของฉันนะคะเธอ นะฮ๊อตมากๆ จนมีคนมาจีบนะคะ แต่เธอก็ไม่รู้สึกชอบคนนั้นเลย เพราะเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วนะคะ แต่ว่า...จะให้ว่ายังไงดีล่ะคะ อยู่ดีๆ คนพวกนั้นก็ทะเลาะ เพราะว่า...แย่งตัวฉัน..ไม่ๆเพื่อนของฉันนะคะ เพราะว่าพวกเราจะเรียนจบกันแล้ว ... ฉันควรทำไงดีล่ะคะ” และทำไหมต่อมาถามฉันล่ะคะ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะ ...ก็อยากจะบอกแบบนั้นอยู่

“...แล้ว...มันยังไงล่ะคะ นั้นเป็นเหตุผลของการที่ตามฉันมาเหรอคะ”

“คือว่าๆๆ...ใช้ๆ ... มีคนบอกฉันว่าเธอสามารถช่วยฉันได้นะคะ” ...ยัยนี้ไม่มีความเนียนอะไรเลย...เอาเถอะ จะไม่สนใจที่แสดงอาการออกมานะเพราะว่าเธอเลี้ยงชาฉันแล้วกัน ยังไงร้านนี้ก็แพงมาก แพงจนไม่กล้ามากินคนเดียวเลย

“คะ ๆ แล้วจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะคะ ขอคำปรึกษารึคะ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ได้นะคะ”

“…นั้นก็ดีนะคะ แต่คงจะไม่ได้ผลอะไรหลอกคะ ที่ฉันอยากจะให้ช่วยก็คือ ... แต่ก่อนอื่น..ช่วยถอดแวนได้ไหมคะ” แวนเหรอ ... อันที่ฉันใส่เพื่อเป็นข้ออ้างในเรื่องการมองเห็นสินะ

“ก็ได้ยังไงมันก็ไม่เสียหายอยู่ดี” ที่จริงไม่ต้องใส่ก็ได้เพราะมันก็แค่การแต่งตัวเท่านั้นเอง 

[ใช้มือถอดแวนออก และวางมันไว้บนโต๊ะ] ... 

“แล้วยังไงคะ”

“…เอ่...ขอโทษนะขอเสียมารยาทท่านนะคะ” ...อะไร

[เธอกำลังขยับมือมาใกล้ฉัน] อะไรอ๊ะ

[ใช้มือไปจับเธอก่อนที่จะถึงตัว]

“จะทำอะไรกันคะ” จะทำอะไรนี้

“ขอโทษนะคะ...ฉันคงคิดมากไปเอง...คุณคงจะไม่ใช้ท่าน ... หรอกจริงไหมคะ ท่านคงจะไม่ได้มาเรียนที่นี้หรอกคะ” แล้วใครล่ะ

“แล้วใครล่ะ”

[มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาทางนี้] ...ใครนะ

“ชาที่สั่งได้แล้วคะ” ... เสียงของพนักงานนี้เอง 

[มีเสียงของการวางอะไรบ่างอย่างลงที่โต๊ะ] ฉันได้กลิ่นหอม... ที่เคยได้กลิ่นเมือนานมาแล้ว ... ใช้มันเป็นกลิ่นของดอกไม่พวกนั้นจริงๆด้วยสิ ... น่าคิดถึงจังนะ

“ถ้าต้องการเพิ่มก็บอกได้นะคะ” ...แล้วราคาก็จะเพิ่มด้วยสินะ ... ร้านนี้ขึ้นชื่อว่าแพงมาก

[และเสียงการเดินก็ได้จากไป] เอาเถอะ [ฉันได้เอามือมาจับที่แก้ว] รู้ไหมว่ามันไม่ใช้เรื่องง่ายเลยการที่จะรู้ตำแหน่งของหูแก้ว โดยที่ไม่ต้องจับ มันจะต้องรู้ทิศทางของคนที่ยกมา ตำแหน่งการวาง และเสียงของการหมุน มันใช้ทักษะมากในการทำให้เนียนโดยที่ไม่มีคนรู้ล่ะ

[นำชานั้นมาดม] นี้มันเป็นกลิ่นของโบสถ์นั้น ... ว่า... 

“เธอดูชอบชานี้จังนะ” ใช้มันทำให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ ถึงจะมีความทรงจําที่แย่ แต่นั้นมันก็ทำให้คิดถึงเช่นกัน

“ใช้มันทำให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ และสรุปเธอคิดว่าฉันเป็นใครล่ะ”

“ที่จริงฉันก็ไม่แน่ในหลอกนะว่าใช้ไหม แต่เพราะผมของเธอมันบังปิดตาเลยไม่รู้ว่าใช้ตัวจริงไหม แต่ฉันคงหวังไปเอง แต่รูปร่างโดยรวมก็น่าจะใช้นะ ก็เลยทำให้สับสนนะคะ ขอโทษด้วย”

“แล้ว...สรุปใครล่ะ”

“ท่านร่างของเทพแห่งน้ำนะคะ” ใครอ่ะ หมายถึง\น้ำ\เหรอ แต่เจ้า\น้ำ\ มันก็เป็นแค่ผู้พิทักษ์นิจริงไหม ... จากที่เจ้านั้นได้บอกมา ... น่าจะนะ

“ใครนะ ... ไหนรองเล่ามาสิ” 

“ในวันนั้น ฉันบังเอิญ ได้เห็นร่างขององค์เทพแห่งน้ำคะ ที่ฉันรู้คือเธอมีผมสีฟ้า ดวงตาสีฟ้า เช่นกัน และมีพลังเวทแห่งน้ำ ที่บริสุทธิ์ จนท่านเทพได้เลือกให้เป็นร่างกายของท่านนะคะ” ร่างกาย...เดียวนะ

“นี้ฉันถามหน่อยนะ คนนั้นนะมีชื่อว่า\ขอบฟ้า\ใช้ไหม” หวังว่าจะไม่ใช้

“อย่าเรียกแบบนั้นสิคะ ต้องเรียกว่าท่านสาวกแห่งองค์เทพแห่งน้ำ ท่าน \ขอบฟ้า\” นั้นไงรู้เลยว่าใครให้ตายสิ

“แล้วทำไหมเหรอคะ”

“นั้นเป็น...จะให้บอกว่าไงดีล่ะคะ แบบว่าฉันอายนะคะ” ...นี้เธอกำลังลืมว่าเคยพูดว่านี้เป็นเรื่องของเพื่อนเธอไปแล้วสินะ

“…จะว่าไป เธอเคยได้ยินชื่อของ\หินฟ้า\ไหม...”

“นั้นเป็นชื่อของท่านก่อนที่จะได้รับชื่อใหม่จากองค์เทพนิคะ” ... รับชื่อ หะๆ เจ้า\น้ำ\ ให้เหตุผล อย่างงี่เลยเหรอ

“งันเหรอ แล้วถ้าสมมุติว่า คนที่เธอตามหาจริงๆเป็นฉันแล้วจะให้ทำไงล่ะ นี้เป็นร่างขององค์เทพเชียวนะ” แต่ฉันจำไม่ได้ว่าฉันตกลงว่าเป็นแบบนั้นตอนไหน แล้วทำไหมทุกคนมีความคิดงันล่ะนี้

“ก็...จะบอกกับเธอว่า ... ฉัน ... ฉัน ...” แล้วเธอก็ พูดติดอยู่แค่นั้น

[ก็ใช้เวลาตั้งนานฉันก็ได้ดื่มชาหมดไปเยอะเลย]

“…” ตอนนี้ก็ผ่านไปนานแล้วนะ

“ฉัน ... ฉัน .......ใช้แล้ว ฉันได้ยินข่าวว่าเธอเก่งมาก ฉันอยากขอร้อง ให้เธอช่วยหยุด พวกเขานะ” นี้กว่าจะหาคำพูดได้ใช้เวลานานจังนะ

“งันเหรอ...แต่ถ้าเป็นเรื่องนั้นฉันก็สามารถช่วยได้นะ”

“ยังไงคะ?”

“ถ้าต้องการแค่คนที่เก่งพอที่จะหยุดพวกนั้นได้ ฉันก็ทำได้นะคะ”

“เธอเนี้ยนะ...นั้นเป็นผู้ชายที่เก่งที่สุดของแต่ระชั้นปีเลยนะ”

“นั้นสินะ แต่ก็ดีว่าไม่ลองจริงไหม”

“และฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอทำได้ล่ะ ฉันไม่อยากให้เธอเจ็บตัวนะ”

“ฉันว่า ฉันทำได้นะ จะเอาด้วยไหมล่ะ”

“เธอแค่มาฟังเรื่องของฉันก็พอแล้วฉันก็ดีใจแล้ว”

“สรุปนี้คือเรื่องของเธอไม่ใช้ของเพื่อนเธอสินะ”

“…”

“ว่าแต่คุณพี่ปีสุดท้าย ชื่ออะไรเหรอ...คะ...”

“นี้เธอ...ก็ได้ๆเรียกฉันว่า \ฟองคลื่น\ หรือจะเรียกว่า \ฟอง\ก็ได้”

“งันรุ่นพี่\ฟอง\เดียวรุ่นน้องของคุณจะช่วยคุณเอง ฉันชื่อ\ฟ้า\คะยินดีที่ได้รู้จัก”

“คะ...แต่ว่า...”

[ก็ใช้เวลานานพอควรกว่าที่เธอจะให้ฉันเตรียมจัดการเรื่องนี้เอง]

[ใช้เวลาเดินทางกลับไม่นาน] ...ฉันก็ไม่ได้อยากจะบอกเธอว่าฉันเป็นคนที่เธอตามหาอยู่นั้นล่ะ เพราะจากข่าวที่คนทั่วไปรู้ ว่าฉันจะเป็นพวกแปลกๆ และไม่ปกติเท่าไหร่ อีกอย่างก็ถ้ายิ่งมีคนรู้ว่าเราเป็นอะไรยิ่งยุ้งยากนะสิ

[เดินเข้าบ้าน]

“นี้\ฟ้า\ดูนี้สิ” … อะไรอีกนิ

“อะไรรึ\น้ำ\”

“ข้านะขยับเป็นไงบ่าง”

“ไหนขอดูสิ มาๆ”

[จับตัวตุ๊กตาที่มีรูปร่างเป็น ปลา] ... ฉันนะให้เจ้า\น้ำ\รองฝึกการสิงสู่...ฟังดูแย่จัง ต้องบอกว่าให้ฝึกควบคุมตุ๊กตาแบบย้ายตัวเองเข้าไปในนั้นนะ มันก็แปลกๆนะที่ต้องให้\น้ำ\ที่มีรูปแบบเป็นกระแสเวท ลงไปในภาชนะแล้วควบคุมเหมือนร่างกายนะ ซึ่งภาชนะที่ไม่แปลกตาก็คงเป็นตุ๊กตา และเจ้า\น้ำ\ ก็ชอบปลา ก็เลยกายเป็นตุ๊กตาปลา

“ก็ขยับได้ดีขึ้นแล้วนิเยี่ยมไปเลย นี้ฉันมีเรื่องจะถาม และอยากจะให้ช่วยนะ”

“ข้าเองก็เช่นกันมีจดหมาย มาถึงที่นี้แล้วนะ น่าจะเป็นเพื่อนของเจ้าวันนั้นนะ”

“…มาไว้จัง...”

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่21

               ถ้าอยู่ฝั่งนี่ก็จะมีตัวละคร เยอะกว่าฝั่งนั้น และเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับผู้คนเป็นส่วนใหญ่ ... ก็ไม่แย่เท่าไหร่ ...

//////////////////////

ว้าว ถ้าใครเห็นข้อความนี้ก็ให้รู้เลยว่าตอนที่ลงไปนี้กำลังจะไล่ถึง ตอนจริงๆที่กำลังเขียนแล้ว … ก็นะถ้าเป็นวันปกติ ที่แบบปกติจริงๆ ก็จะมีเวลาเขียนได้ถึง ½ ถึง 1½ ตอนเลยนะ แต่เดียวนี้มันปิดเทอมเลยติดเกมไปหน่อย … ก็บ่างวันก็เขียนบ่างไม่เขียนบ่าง จำนวนตอนที่ลงเลยจะตามทันจำนวนที่เขียนดองไว้แล้วนะสิ … แต่ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่มีคนอ่านอยู่แล้วฉะนั้น … ก็ลงตามปกตินั้นล่ะถ้าถึงแล้วก็จะบอกอีกที่ หรือถ้าคิดจะบ่นก็จะบอกนั้นล่ะ อีกอย่างถ้ามีคนเห็นข้อความนี้แล้วแบบไม่อ่านข้ามขอถามหน่อยสิว่า สนุกไหม … ที่จริงไม่มีคนเกินตอนที่ 4 ก็พอรู้แล้ว แต่แล้วไง ด้วยความวางทั้งหมดที่มีเลยมาเขียนนิยายเล่นไง … ถึงมันจะต้องแบ่งเวลาไปเล่นเกมกับอ่านหนังสือ … ประมาณนั้น เดียวนี้ก็ไม่ได้หาอ่านนิยายเลย … เดียวว่างๆ …มันก็ไม่นานจะว่างไปกว่านี้แล้วนะสิ …. บ่นจบแล้วครับ

แก่เสร็จแล้วมาบ่นต่อ….ถ้าถามไม่สิ เอาเป็นว่าถ้าใครอ่านมาแล้วสงสัยว่าที่เขียนข้างบนคืออะไร เอาเป็นว่าตอนนั้นยังไม่ได้แก่คำผิดแค่บ่นเฉยๆ ส่วนตรงนี้แก่แล้ว นี้มีใครหรืออะไร เคยส่งใส่ไหมว่าทำไหม บ่างตัวละครถึงใช้คำต่างกันแต่กำหลังหมายถึงสิ่งเดียวกัน อย่างเช่นคำว่า กระแสเวท ที่เจ้า\ฟ้า\ใช้ มันคือคำว่า พลังเวท ที่คนอื่นใช้ … รองอ่านนี้ดูนะ 

“ทุกคนมีมุมมองเป็นของตัวเอง ฉะนั้น พวกเข้าจะเห็นและเรียกสิ่งพวกนั้นในแบบของพวกเขา” … ก็ประมาณนี้ เดียวถ้าจำได้ว่าต้องเขียนบอกอะไรที่ควรจะรู้เดียวเขียนบอกเพิ่ม … ถ้าจำได้อยู่นะ …

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น