เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 25 : ความจริงของยุคสมัย กับความแปลกในแปลกอีกที่ [DSF-0]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

ในวันที่ ข้าได้ถูกจ้างวานให้ไปกำจัดปีศาจหิน ... ปีศาจ ... คำนี้จะถูกเรียกก็ต่อเมือ มันเป็นอะไรที่เลวร้ายและแข็งแกร่งมากๆ นี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่คนอย่างข้าที่มีตำแหน่งเป็นผู้กล้าแห่งดินต้องไปจัดการ ... นี้ก็เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ ข้าได้ตำแหน่งนี้มา คงจะสัก 40 ปีได้มั้ง ร่างกายข้าก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าเมือก่อน แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมาก ... ข้าคิดว่างานนี้จะเป็นงานสุดท้าย และจะส่งตำแหน่งผู้กล้าแห่งดิน ให้รุ่นต่อไปได้แล้ว ข้าก็มีลูกมีเมียแล้ว ข้ากำลังคิดถึงช่วงเวลาหลังนี้ที่จะได้พักสักที่ ...

[ข้าเดินทางมาที่หมู่บ้าน ที่มีข่าวว่ามีปีศาจอยู่แถวนั้น] ข้าพาลูกคนเล็กของข้ามาด้วย เพราะข้าอย่างจะให้เข้าได้เห็นถึงการทำงานของ ข้าที่เป็นผู้กล้าแห่งดิน เป็นครั้งสุดท้าย 

“นี้ทำไหมคนถึงเยอะแบบนี้ล่ะ ข้าได้ยินว่ามีปีศาจหินอยู่ที่นี้นิ” ข้าถ้าคนแถวนั้นเพื่อจะได้รู้ข้อมูลอะไรเพิ่ม

“ท่านผู้กล้าแห่งดิน ... ท่านมาแล้วพวกเราชนะเจ้านั้นได้แน่” อะไรกันมีคนตั้งเยอะแยะแต่ยังไม่สามารถชนะมันได้ 

“มีคนตั้งเยอะแล้ว แต่ทำไหมถึงยังไม่สามารถจัดการมันได้อีกล่ะ”

“มันเป็นเพราะ .... ปีศาจนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเราใช้คนไปตั้ง 100 กว่าคนก็ไม่สามารถชนะมันได้ซึ่งแต่ล่ะคนก็ อยู่ในระดับ 2 ระดับ 3 กันเลยที่เดียวนะท่าน แต่ก็ยังแพ้ให้กับมัน ... พวกเราหมดปัญญา ที่จะจัดการมันแล้วครับท่าน และมันก็แปลกๆด้วย”

... ระดับ 2 ถึงระดับ 3 รวมๆกัน 100 กว่าๆยังสู้ไม่ได้อีกเหรอเนี้ย ระดับพวกนี้เป็นของพวกนักผจญภัยที่ขึ้นตรงกับพวกสมาคมนักผจญภัย ที่มีมาแต่ยาวนานแล้วมีระดับตั้งแต่ 1 ถึง 10 ยิงระดับต่ำเท่าไหร่ก็หมายถึงความเก่งกาจมากขึ้นและมีคนน้อยลงตามลำดับเช่นกัน 

มันก็ค่ายๆกับตำแหน่งของข้าที่เป็นผู้กล้า แต่ของข้านะมันเป็นตำแหน่งที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และคนที่ได้ตำแหน่งนี้ต้องไม่ธรรมดา มันก็จะต่างกับพวกนักผจญภัยระดับ 1 คือ ข้าทำงานเพื่อประเทศขึ้นตรงกับกษัตริย์และถูกสนับสนุนด้วยเช่นกัน แต่พวกนักผจญภัยนั้นไม่ขึ้นตรงกับใครถ้าจะติดต่อได้มากสุดก็จากพวกสมาคมนักผจญภัยซึ่งก็ไม่ใช้ง่ายๆ

“ได้พาข้าไป แต่ว่าเท่าที่ดูก็ไม่มีใครในที่นี้บาดเจ็บสาหัส หรือตายเลย ข้าไม่เห็นพวกหมอเลย หรือแม้แต่พวกนักบวช” มันแปลกๆ

“คือเรื่องนั้น ... เจ้านั้นถึงได้เรียกว่าแปลกๆไงล่ะครับ ผมก็บอกอะไรไม่ถูกเหมือนกันนะครับ”

“อืม งันก็พาข้าไปดูเจ้านั้น ... ส่วนลูกข้าเจ้านะต้อนหนีไปเลยนะถ้าข้าเอาเจ้านั่นไม่อยู่ ข้าไม่อยากจะให้เจ้าเป็นอะไรไป”

“ข้าไม่กลัวหลอกท่านพ่อ เพราะข้าเชื่อในตัวท่าน” ... ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะการประเมินงานนี้ที่มาถึงข้านะเป็นระดับปีศาจ ... ข้าก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นไงแต่ข้าจะแพ้ต่อหน้าลูกตัวเองไม่ได้เด็ดขาด

[ข้าใช้เวลาการเดินทางมาได้ไม่นานนัก] ที่นี้มันเงียบสงบเกินไปข้าไม่เห็นรู้สึกถึงอะไรที่จะเป็นปีศาจได้เลย

“มันอยู่ไหนล่ะ” ข้าได้ถ้าคนที่พาข้ามา

“เจ้านั้นไงล่ะครับท่าน เจ้าที่มันเป็นหินที่อยู่ตรงนั้นไงล่ะครับ” [หันไปมอง...] ...ข้าดูยังไงก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลยนะแต่ข้าต้องไปตรวจสอบดูด้วยตัวเอง

“ข้าจะไปดูเองพวกเจ้าถอยออกไปก่อน”

[ข้าเดินเข้าไปหาหินนั้น]

“แก่สินะปีศาจหิน ที่เขาเลื่องลือ ข้าก็ได้จัดการกับพวกสัตว์ปีศาจมาก็มากแล้ว แต่ครั้งนี้จะได้จัดการปีศาจจริงๆสักที่ แถมแข็งแกร่งมากด้วย" "ฮะๆๆ" [ข้าหัวเราะให้เสียงดังเพื่อปลุกเจ้าปีศาจนี้ขึ้นมา] "ช่างโชคดีอะไรแบบนี้”
 

[มีการขยับจากหินนั้น] มาแล้วสินะ [ข้าเตรียมต่อสู้]

“อะไรอีกนิผมต้องการความสงบนะ” 

“เจ้าปีศาจชั่วร้าย ข้านะ มีฉายาว่าความหวังแห่งพื้นดิน ผู้กล้าแห่งดินนี้ไงล่ะ เจ้าปีศาจชั่วที่ทำรายผู้คนไปทั่ว ข้าจะจัดการเจ้าเอง” ถึงข้าจะได้ยินว่าเจ้านี้มันแปลกๆ แต่ปีศาจก็คือปีศาจ

“ผมชั่วงันหลอก ผมทำอะไรผิดล่ะ” เจ้านี้มันกวนข้างันเหรอ นี้มันไม่รู้เหตุผลเลยหรือไง นี้สินะปีศาจ

“เพราะแก่ทำร้ายคน ไงล่ะแถมสร้างความวุ่นว้ายไปทั่วอีก” 

“อะไรอีก จะรุมกันอีกแล้วเหรอ” รุม ... รุมอะไร เจ้านี้รู้ได้ยังไงว่าแถวนี้มีคนอยู่ ... เท่าที่คุยมามันก็ดูไม่ฉลาด แต่เจ้านี้ดูมันร้ายกาจมาก ... 

“ไม่ครั้งนี้ไม่ ข้าจะจัดการเจ้าเองคนเดียว พวกนั้นแค่มาเป็นพยานที่มาดูข้าล้มเจ้าเท่านั้นเอง” นั้นคือความตั้งใจจริงของข้าอยู่แล้ว

“ผมไม่เชื่อหลอกนะ แต่เอาเถอะจะยังไงก็ได้เข้ามา”  ... นี้มันดูถูกข้างันเหรอ มันกล้าดูถูกข้าที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้กล้า มันว่าข้าโกหกเหรอ!!

“… นี้เจ้าไม่เชื่อ ... ชายที่มี ยศศักดิ์เป็นผู้กล้าแห่งดิน เหรอนี้” โครตอยากจะฆ่าเจ้านี้ตอนนี้เลยแล้วสิ ... ข้าต้องใจเย็นก่อน

“ผมไม่เชื่อใจพวกที่มีกำลังคนแอบซ้อนอยู่หลอกนะ” ... ไม่พอใจใช้ไหมงันก็ได้เดียวข้าจัดการเอง

“...ได้เดียวข้าจะไปบอกพวกนั้นให้ออกไปเอง เจ้าจะพอใจแล้วมาสู้กับข้าใช้ไหม” เดียวมันจะได้รู้ว่าข้าคือของจริง

[ข้าไปบอกพวกเขาให้ออกไปเพราะเจ้านั้นมันจะไม่ยอมสู้] ถึงลูกข้าจะไม่อยากออกไป แต่ข้าบอกไปแล้วข้าก็ควรทำตามที่บอกเพราะข้าศักดิ์ศรี ของผู้กล้าแห่งหินอยู่ ถึงเจ้าปีศาจนั้นจะเล่นตุกติกอะไรข้าก็จะชนะให้ได้

“ข้าจัดการไล่พวกนั้นออกไปแล้วมาเริ่มกันเลย”

[ข้าจับขวานคู่ใจของข้าเตรียมพร้อมสู้]

“ได้ มาดูสิว่าจะเก่งสักแค่ไหนกัน”

[ข้าพุ่งไปด้วยความเร็วสูง] เจ้านี้นะเป็นหินมันก็เข้าทางข้าเลย

[ถึงระยะปะทะมันหลบออกไปด้วยความเฉียบคม] บ้านะมันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ไอ้ก้อนหินนิ

[มันส่วนหมัดที่ใหญ่ขึ้นตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้เข้ามา] แย่แน่ คงต้องป้องกันก่อน

#ตู้ม!!! หมักแรงฉิบหายเลย คิดถูกแล้วที่ป้องกันไว้ ร้ายกาจๆ นี้มันน่าสนุกขึ้นแล้วสิ 

“ไอ้การโจมตีแบบนี้ทำให้คิดถึงไอ้เด็กเวรคนนึ่งเลย” 5555 การโจมตีแบบนี้มันทำให้ข้านึกถึง เจ้านักผจญภัย เด็กนั้นเลยถ้าเป็นงันข้าอาดจะสามารถชนะได้ง่ายๆเลย

“เยี่ยม งันก็มาต่อเลย” เจ้านั้นนะคงจะกำลังซ้อมแขนที่พังอยู่สินิ เพราะการโจมตีที่แรงสุดๆ เลยทำให้แขนแตกไปพร้อมการโจมตี กว่าจะสามารถโจมตีแบบนั้นอีกครั้งคงจะใช้เวลาพอควรเลย และอีกอย่างดีนะที่อาวุธเราทำมาจากแร่หินที่แข็งที่สุดและหนักที่สุดถ้ามันโจมตีได้แรงแค่นั้น เราก็คงจะป้องกันได้เรื่อย ๆ

[ข้าพุ่งไปก่อนที่เจ้านั้นจะได้ทันได้สร้างแขนขึ้นมาใหม่]

[เจ้านั้นพุ่งส่วนเขามา] เจ้านั้นสร้างแขนขึ้นมาใหม่ไว้จริงๆ

[เข้าระยะปะทะ ความเร็วบ้าอะไรนะ] 

#ฟิ้ว! #ตู้ม!! … เจ็บ ชะมัดแต่ มันก็ไม่ได้แรงเท่าหมัดแรก ถึงจะเร็วแต่ก็อันตราย เราป้องกันไม่ทันจริงๆ

“เจ็บใช้ได้เลยนิ แต่แค่นี้ล้มข้าไม่ได้หลอกนะ” ใช้เราต้องทำเป็นว่าการโจมตีเมือกี่มันไม่ได้ส่งผลอะไรมาก มันจะได้ไม่โจมตีมาอีก 

ดูท่าการโจมตี ของเราได้ผลกับมันจริงๆด้วย ขนาดไม่ได้ออกแรงมากมายอะไร ก็นะถ้ามันเป็นธาตุ หินหรือดิน อาวุธเราก็สามารถตัดมาได้ง่ายๆ เลย ...

[มันทำการซ้อมร่างกายของมันเอง] ... แย่ล่ะถ้าเป็นแบบนี้เรื่อย ๆ เราแพ้แน่ ต้องปิดฉากให้เร็วที่สุด มันต้องมีจุดอ่อนสิ

“ข้ารู้ว่าแก่ยังไม่ตายหลอกนะ” ทำไหมมันไม่ขยับล่ะ ... แต่นี้ล่ะโอกาส

[พุ่งไปโจมตีอย่างต่อเนื่อง] ยังไงร่างกายเจ้านี้ก็ถูกขวานข้าตัดได้ง่ายๆ ถ้าโจมตีต่อไปเจ้านี้ต้องแพ้แน่ ๆ

[มีเกราะปรากฏขึ้นที่ตำแหน่งที่ข้าจะฟันลงไป] บ้านะนี้มันยังคิดที่จะป้องกันอยู่อีกเหรอ แต่มันมีเร็วในการสร้างบ้าอะไรเช่นนี้ และมันอ่านทางของการโจมตีเราออกด้วย ดีนะที่เรามีขวานนี้ไม่งันก็คงต้องใช้แรงมากแน่ในการฟันแต่ล่ะครั้ง ยังไงก็ต้องเบี่ยงการโจมตีให้การฟันของเราเข้าเนื้อมันมากที่สุด ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรอีก

#ฉึก ๆๆๆๆ นี้มันยังไม่ตายอีกเหรอนี้ นี้สินะที่เรียกว่าปีศาจ ถึงจะไม่เก่งมากแต่ถ้าเป็นคนอื่นคงสู้กับมันไม่ได้ถึงขนาดนี้ ต้องบอกว่ามันแพ้ทางเราถึงจะถูก

“…จบแล้วสินะ” ... ร่ายการของมันไม่ฟืนตัวแล้วคงจบเรื่องแล้ว เหนื่อยหน่อยๆนะนี้

“ยังหลอก” ... มันยังไม่ตาย ไม่จริงนะร่ายกายมันถูกข้าหันเป็นชินๆแล้วนะ

“บ้านะ”

[อยู่ดีๆเจ้านั้นก็พุ่งตัวหนี] จะหนีรึไงคิดว่าทำได้ก็ทำไปสิข้าจะฆ่าเจ้าเอง

“ย้า!!...ตายซะ!” 
 

[มันหลบไปความเร็วบ้าอะไร] มันคงใกล้จะตายแล้วต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะฟืนตัวเองอีกครั้ง

“อย่าเอาแต่หลบสิโว้ย” มันเร็วจริงโว้ย ถ้าใช้อาวุธอื่นก็คงถึงตัวแล้ว

“ก็โจมตีให้โดนสิ” บ้าเอยมันฟืนตัวจนเสร็จแล้ว รู้แล้วเจ้านี้มันไม่ได้เก่งอะไรมากก็จริงแต่ความสามารถเด็ดของมันคงเป็นความสามารถการฟืนฟูตัวเอง ไม่งันเจ้าพวกนักผจญภัยนั้นถึงได้แพ้ไงล่ะให้ตายสิทำไหมพวกนั้นถึงไม่บอกข้าดี ๆ

[กระโดดออกมาตั้งหลัก] ถ้าเอาแต่วิ่งไรไปก็คงจะเหนื่อย เปล่าๆ ข้าต้องเอาจริงแล้วสินะ เอาสักนิดหน่อยก่อนแล้วกันถ้าใช้เต็มกำลัง แล้วไม่ชนะเดียวข้าได้ตายแน่ ๆ มันยิ่งฟืนตัวเร็วด้วยสิ

“ข้าคงต้องเอาจริงสักหน่อยแล้ว”

[รวบรวมพลังเวท] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 2 ฉีกขีดจำกัด 40 % โดยประมาณ 

“รับมือ” ดูสิว่ามันจะทำยังไง

[พุ่งโจมตีเต็มกำลัง]

#ตู้ม!  มันยังหลบได้อีก บ้านะ ไม่สิมันเคลื่อนที่ช้าลงอยู่ ใช้มันคงโดนเรากดดันด้วยพลังของข้า แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการมันได้อย่างอยู่หมัดเลย หรือข้าจะใช้ พลังมากขึ้น ... ยังถ้าจัดการไม่ได้ข้าก็จะแพ้เลย ตอนนี้ข้ากดดันมันได้อยู่ ถ้าเป็นระยะยาวข้าสามารถชนะได้ ตอนที่มันอ่อนแอกว่านี้ข้าค่อยปิดฉาก การฟืนตัวมันช้าลงแล้ว ข้าต้องใจเย็นๆ

“มีดีแค่นี้เองเหรอ ข้าล่ะผิดหวังจริงๆ นี้เหรอปีศาจ ตลกฉะมัด” ต้องให้มันใช้ทุกอย่างที่มันมี มันจะได้พลังหมดเร็วขึ้น เราก็จะได้ปิดฉากง่ายขึ้นด้วย 

[อยู่ดีๆก็มีพลังเวท...มหาสารอะไรวะเนี้ย] บ้านะนี้มัน...

“คงต้องเอาจริงนิดหน่อยล่ะนะ ถึงจะผิดแผนไปบ่างแต่ก็คงไม่เป็นไร” นี้มันเอาจริง? แล้วที่ผ่านมาล่ะ มันแค่เล่นๆ ไอ้ปีศาจนี้นิ

[ขยับไม่ได้โดนแรงกดดันกระแสเวทที่มหาสารนั้นตึงไว้] ข้าจะแพ้งันเหรอ ...

“ยอมแพ้รึยัง” ... หะ!!! นี้แก่!!! หยามข้าคนนี้ นี่นะ ไอ้ปีศาจเวรนี้ อย่างนี้มีเท่าไหร่ใส่ให้หมดเลยไอ้เวรนี้

[รวบรวมพลังเวท] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 1 ฉีกขีดจำกัด 122 % โดยประมาณ 

มันจะต้องตาย!!!

 

“ใคร...จะ....แพ้....นะ...ไอ้....เวร....นี้.....” ขยับสิร่างกายข้า!! ขยับสิ!!! นี้มันหยามเกียรติข้าอยู่นะโว้ย!! ขยับสิ!!!

ต้องมากกว่านี้ [รวบรวมพลังเวท] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 1 ฉีกขีดจำกัด 147 % โดยประมาณ พลังมันยังไม่พอ!!!

บ้าเอยพลังเราไม่พอ ... ไม่มันไม่พอก็เพราะว่าข้ากะจะขยับทั้งตัวไง มีแค่แขนก็พอและ อาวุธ!!!

“งันมาดูสิว่านี้จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายล่ะกัน” ก็มาดิไอ้ปีศาจเวรนี้ มา!!!

[รวบรวมพลังเวท] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 1 ฉีกขีดจำกัด 147 % โดยประมาณ 

ยังไม่พอ!!! โว้ย!!!

 

[รวบรวมพลังเวท] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 0 ระเบิดพลัง 185 % โดยประมาณ!!! 

ไปเลยพลังของข้า !!!

 

[ข้าได้ยินเสียงเล็กๆที่ข้าคุ่นเคย..]

“ท่านพ่อสู้เข้านะครับ” ...ไอ้ลูกชาย ... นี้แก่ต้องมาเห็นข้าพ่อของแก่ที่กำลังจะแพ้งันเหรอ ... ไม่!!!

[พลังทั้งหมด อักมันรวมกันและ มันเกิน] รูปแบบการเตรียมตัวที่ 0 ระเบิดพลัง 201% โดยประมาณ!!! ตายเป็นตายล่ะวะวันนี้ !!!

#ฟิ้ว!!!!! #ตู้ม!!!! …

ทุกอย่างจบลงแล้วสินะ ... ข้าขยับไม่ได้ ... ไม่ ... ไหว ...

[นั้นอะไรนะ ข้ารู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ...] [ข้าได้ยินเสียงร้องอะไรนะ...]

“ท่า...น...พ่...อ.....ตื่....น...แ....ล้....ว” นั้นลูกชายข้าสินะ ข้าชนะ ...

“เจ็บๆ เจ้าอย่ากอดพ่อของเจ้าแรงสิ ... ฮะ ... ฮะ ... ” ข้าไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลย ถ้าเป็นทุกวันข้าคงตำหนิเขา แต่วันนี้ข้าเหนื่อยเกินไปที่จะทำหนิเขา ว่าแต่เจ้านั้นล่ะเป็นไงบ่าง

[ข้าลุกขึ้นด้วยร่างกายที่] ... เลือด ..ขาเห็นกระดูกตัวเอง ... ให้ตายสิ 

“ท่านพ่ออย่าพึงขยับ ร่างกายท่าน ... ท่าน ..ข้าใช้ยาหมดแล้วแต่มันรักษาให้ท่านได้น้อยมาก...”  เขาอดทดได้ดีมาก เขาหยุดร้องไห้แล้วนี้สิ เจ้าต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ส่วนข้านะจะต้อง...

“แผลแค่นี้เอง เจ้าลูกชายโง่ข้ายังไม่ได้จะตายสักหน่อย” จะต้องแข็งแกร่ง ... เป็นตัวอย่างให้เด็กมันดู

[ข้าเห็นเจ้านั้นมันยังไม่ตาย ... ] แต่เดียวนะป่าโดยรอบ มันพังหมด ...

[ข้าหันมาดูที่ลูกข้า] ... “ลูกเจ้าอยู่ตรงไหน ก่อนที่จะเรียกข้า”

[ข้าหันหน้าไปดูตรงที่เขาชี้] ... บ้านะตรงนั้นคือตรงเดียวที่ไม่มีความเสียหายขนาดกว้างนี้

... เจ้าปีศาจนั้น...มันแปลกจริงๆ ....

#ตุบ ข้าเหนื่อยจริงๆ ... ข้ารู้สึกได้เลยว่าข้าเห็น ท่านพ่อของข้า ท่านกำลังบอกกับข้าว่าข้าทำได้ดีแล้ว ... หะ ข้ารู้สึกตลกนิดๆนะ ... แต่มันก็ ...

[ข้าขอนอนอย่างสงบ] ข้ากำลังฝันอยู่เหรอ [ข้ามองไปรอบๆ] ทำไหมข้าได้เห็น ... [ข้าเห็นเด็ก...]อะไรนะ เด็กตัวเล็ก กำลังร้องไห้อยู่ [ข้ามองไปรอบๆอีกครั้ง] ... ที่นี้ไม่มีสี ... ถ้าจะให้บอกมันมืดข้ารู้แค่นั้น ... แต่ข้าก็รู้สึกว่ามันมีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆถึงข้าจะไม่เห็นอะไรก็ตาม

[ข้าเดินไปหาเด็กน้อยคนนั้น] ... ถ้านี้เป็นความฝันแล้วทำไหมข้าถึงรู้สึกตัวล่ะและทำไหมข้ายังไม่ตื่น ... หรือนี้คือโลกแห่งความตาย ... แปลกๆนะนี้

“นี้เจ้าหนูเจ้ารู้ไหมว่าที่นี้ที่ไหน”

[เด็กคนนั้นไม่บอกอะไรข้าเลย ... แต่เด็กนั้นกำลังชี้] แต่เขาก็ได้ชี้นิ้ว ไปที่ ดอกไม้??

“ดอกไม้ของที่ไหนนิ ข้าไม่เคยเห็น ... เดียวนะข้าว่านี้มันดอกไม่ของดินแดนแห่งแสงนิ” ... ข้าไม่เข้าใจ ทำไหข้าถึงฝันแบบนี้ ข้าไม่รู้ด้วยซำ้ แต่ข้ากับรู้สึกว่ามันต้องเป็นดอกไม่ชนิดนั้นแน่ๆ ข้าไม่เข้าใจ ... นี้มันบ้าอะไร

[ข้ารองจับดอกไม้นั้น...] [ข้ารู้สึกตัวอีกที่ข้าก็เห็น] ข้าเห็น ... สถานที่ ... นี้อะไร ... โบสถ์เหรอ .... มันเป็นโบสถ์ของที่ไหน ... ข้าไม่รู้จัก ...

[ข้าเดินสำรวจรอบๆ] ที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยสีดำและขาว มันต่างกับที่แรกที่เจอเด็กคนนั้น ข้าเดินไปรอบๆก็ไม่เจออะไร ... 

[ข้าหาจนรู้สึกว่าจะเห็นอะไรสีแดงๆ] นั้นอะไรปีศาจงันเหรอ ข้าหาอาวุธคู่ใจของข้า ... ไม่มี ...นี้มันเป็นฝันร้ายของข้ารึไง ...

ข้าคงต้องเดินไปดูสินะ ข้านะไม่หนีหลอก

[ข้าเดินไปดู ... ] นั้นเด็กคนนั้นนิ แต่ตัวโตขึ้นแล้ว ...

ทำไหมกำลังร้องไห้อยู่ มีผ้าพันแผลอยู่ที่ตา ... มันเป็นสีเดียวที่ข้าเห็นในนี้แห่งนี้ มันคือสีของเลือด เลือดที่ไหลออกมากผ้านั้น ...

“เจ้าหนูเจ้าเป็นอะไร”

[เด็กคนนั้นกับยังคงไม่บอกอะไรเลยข้า...แต่ก็ชี้ไปที่ผ้าที่อยู่บนโต๊ะ] แต่เขาก็ได้ชี้นิ้วไป ที่ผ้าสีดำ

“ผ้าอะไรนะ” [ข้ากำลังจะจับอีกครั้งแต่...] ... ข้ากับรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากที่นั้นได้แล้ว ... เกิดอะไรขึ้นอีกครั้งนี้ ...

[ข้าตื่นขึ้นจากฟันนั้น]

อะไรเกิดอะไรขึ้น...ข้าขยับไม่ได้ ...

#ตู้ม!!!

“คุณนายใจเย็นครับ” เสียงใครนะ

“ตามมันไปเร็วพวกเราต้องไปช่วยคุณนายนะ” ข้าว่าข้าเคยได้ยินเสียงนี้นะ แต่ข้าก็จำไม่ได้ .... 

ขยับสิร่างกายข้า [ข้าขยับร่างกายอย่างยากลำบาก]

“...” อะไรกัน ที่นี้ก็บ้านข้านิ ทำไหมมีเสียงดังวุ่นว้ายจังเลย เกิดอะไรเกิดขึ้น ... 

[ข้าสำรวจสิ่งต่าง] ข้าก็แต่งตัวปกติ ... แบบนี้ยังกับงานศพเลย

[ข้าเดินไปดูข้างนอก]

“นั้นทางผู้กล้ารุ่นก่อนนิ” ... อะไรข้าเหรอ ข้าเป็นรุ่นก่อนตอนไหน ข้ารู้ว่าข้าคิดว่างานนั้นเป็นงานสุดท้ายแต่ก็ใช้ว่าจะเร็วขนาดนี้นะ 

“...อืม...แล้วเกิดอะไรขึ้นข้าพึงตื่นเอง”

“ท่านนอนพักฟืนอยู่นี้นะ นี้เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่ออำลาจากท่านจากตำแหน่งของตัวท่านไง และก็จะเป็นงานแต่งตั้งผู้กล้าคนใหม่ไงล่ะท่าน” .... อย่างนี้ นี่เอง

[ข้ามองดูที่เสื้อของข้าดีๆ มันมีกระดาษแปะอยู่นิ] อะไรใครมันเอากระดาษมายัดใส่เสื้อข้า

[ข้าหยิบมาดูและอ่าน] ... แย่ล่ะ ข้าต้องรีบไป

“นี้คนอื่นๆ และเมียข้ากับลูกๆของข้า พวกเขาไปไหนกันหมดพอรู้ไหม” ข้าหวังว่าพวกเขาจะไม่อยู่เพราะกำลังทำอย่างอื่นที่ไม่ใช้สิ่งที่ข้าหวังไว้นะ

“ผมเห็นพวกเขาไปทางนั้นนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขารีบอะไรกันนะครับ” แย่แล้วข้าต้องไปหยุดพวกนั้น

[ข้าเดินตามทางที่ชายคนนั้นชี้ไปทางออกของหมู่บ้าน] หวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นนะ

มีอะไรบ่างอย่างเขียนอยู่ในกระดาษแต่ข้าก็อ่านไม่ออก นี้มันภาษาอะไรวะนี้ แต่พอจับกระดาษนั้นแล้วก็มีเสียง ... ของปีศาจหินว่า

“เป็นไงบ่างครับ ผมมาดูอาการว่าคุณเป็นไงบ่าง การต่อสู้ครั้งสุดท้ายนั้นทำให้ผมเรียนรู้อะไรได้มากเลย ผมเลยมารักษาคุณและทำให้ความสามารถ ด้านเวทของคุณดีขึ้นด้วย หวังว่าครั้งต่อไปคุณจะแข้งแกร่งขึ้นนะครับ” นี้มันบ้าอะไรกัน รักษา .. ความสามารถเวท ? .. แข็งแกร่งขึ้น??? ข้างงไปหมดแล้ว

[อยู่ดีๆกระดาษนั้นก็สลายเป็นผง] ... แต่ที่แน่ ๆเจ้าปีศาจหิน ... มันมาที่นี้ ... ข้าคิดว่ามันไม่ควรจะได้ชื่อว่าปีศาจหินนะ ถ้าจะให้บอกให้ถูกมันควรถูกเรียกว่า ปีศาจแห่งภูตผี ดีกว่านะ

[ข้าเดินไปเรื่อยๆ] ข้าหวังว่าจะไปทันนะ ถึงเจ้าปีศาจนั้นจะชอบเล่น แต่ถ้าโดนกดดันมากๆเจ้านั้นสามารถฆ่าทุกคนได้แน่ ๆ 

[ข้าเดินมาถึงที่นั้นแล้ว...] กว่าจะถึง ร่างกายมันยังฝืดๆ อยู่เลย วิ่งไม่ออกเลย

นั้นมันอะไร นั้นมันเป็นปีศาจนั้นจริงเหรอ ข้าเห็นเมียข้า ลูกชายคนโตของข้า ลูกสาวข้าด้วย ... กำลังสู้กับ ... ตัวอะไร ใช้ข้ารู้ว่านั้นเป็นปีศาจนั้น แต่รูปร่างดูน่ากลัว ... เหมือนปีศาจ ... ก็มันเป็นปีศาจนิจริงไหม แต่ข้าคงต้องบอกให้ทุกคนหยุดก่อนไม่งันแย่แน่ 

“หยุดได้แล้ว!!!” 

“ท่านผู้กล้า รุ่นที่แล้วนิ ท่านก็ดูดีนิ” อะไรเจ้านี้มันเป็นแฟนลูกสาวข้านิมันก็อยู่เดียวเหรอ

“ท่านยังไม่ตาย” และก็มีคนอยู่อีกเยอะเลย ... ใช้ข้ายังไม่ตายแล้วทำไหมพวกเจ้าดูตกใจล่ะ ไอ้พวกนี้นิ

[ข้ามองดูเจ้าปีศาจนั้นมันก็มองข้า] ข้าต้องขอบใจมันใช้ไหม ... ก็คงใช้

[ข้าไม่สนใจมันแล้วหันมามองคนอื่นๆ] .... เจ้านั้นไปแล้ว ...ก็นะ ครั้งนี้ข้าจะปล่อยมันไปก่อน

“ปีศาจหินมันหนีไปแล้ว ตามมันไป” ไอ้ไหนมันพูดออกมานิ

“ไม่ต้องปล่อยมันไป”

“ทำไหมล่ะผู้กล้ารุ่นก่อน” ... ข้ายังไม่ได้ลงจากตำแหน่งโว้ย

“กลับกันก่อนเดียวข้าจะเล่าให้ฟัง พวกเจ้าตามมันไปก็เสียเวลาป่าว เจ้าฆ่ามันไม่ได้หลอก”

[ข้ากำลังเดินกลับไปที่บ้านของข้า]

“ที่รักท่านยังไม่ตาย ...” เมียข้านางไม่ความแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นโดยเฉพาะเมืออยู่ต่อหน้าคนอื่นสิ ... เจ้ายังเจ้ายังน่ารักเช่นเคยนะเจ้าแม่เบอรี่ป่าของข้า

“ข้าก็คิดถึงเจ้ามากเช่นกัน”

[พวกเรากอดกันใช้ข้าก็กอดลูกๆของข้าด้วย และทุกๆคน] ...ใช้ข้ามีความสุขมาก ลืมไปได้ยังไง ข้าไม่ได้เป็นชายที่เป็นผู้กล้าแห่งดินแล้วนิ ข้าเป็นแค่ชายแก่ๆที่มีคอบครัวที่ต้องดูแล เท่านั้น ไม่ใช้คนทั้งอาณาจักรแล้วนิจริงไหม

[หลังจากที่ข้ากลับถึงบ้าน] ไม่สิ [แค่ถึงหน้าหมู่บ้านข้าก็ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้าน] ใช้ที่นี้คือบ้านเกิดของข้า และข้าก็อยากอยู่ที่นี้จนวันตาย มันเป็นสถานที่ ที่ดีจริงๆ

[ข้ามานั่งที่โต๊ะ] ทุกคนในที่นี้กำลังรอฟังคำตอบจากข้าอยู่สินะ

“พวกเจ้าคงรู้แล้วสินะว่า เจ้านั้นถูกเรียกว่า ปีศาจหิน”

“เรื่องนั้นพวกเรารู้อยู่แล้ว” ข้าว่าพวกเขายังไม่รู้สินะว่าตัวตนของเจ้านั้นไม่ใช้หิน แต่เป็นอะไรที่จัดการยากว่านั้น

“ที่จริงมันควรถูกเรียกว่า ปีศาจแห่งภูตผี ที่เจ้าเห็นนั้นมันก็แค่ภาชนะที่เจ้าปีศาจนั้น ที่มันควบคุมไว้เท่านั้นเอง”

“แล้วยังไงล่ะคะท่านอดีตผู้กล้า” ...อดีตงันเหรอ....ข้าคงต้องใช้เวลาทำใจกำเรื่องตำแหน่งนี้อีกนานแน่ ๆ

“ที่ข้าจะบอกก็คือ ... ไม่สิข้าขอถามเลย พวกเจ้าสู้กับมันแล้วรู้สึกเป็นไงบ่างล่ะ”

“มันก็ไม่ได้เก่งอะไรนะครับ แต่ที่แย่ๆก็คือร่างกายมันแข็งมากๆ และมันสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้” นี้มันแย่...

“เจ้ายังไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้งันเหรอ ดีที่ข้ามาหยุดได้ทัน เพราะยังไงพวกเจ้าคงแพ้อยู่ดีแน่ ๆ” ข้ารู้ว่าจุดเด็ดที่สุดมันคืออะไร แต่ดูเจ้าพวกนี้สิ ยังไม่สามารถทำให้เจ้านั้นใช้ความสามารถ ฟืนตัวของมันได้ด้วยซ้ำไป นี้ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องที่มันจะเอาจริงเลย 

[ข้าทำได้แต่ส่ายหัว] แย่จริงๆ ถึงเจ้านั้นจะไม่ได้คิดจะเอาจริงก็ตาม

“ท่านรู้อะไรก็บอกมาเถอะครับ มันเป็นตัวอันตรายมากเลยนะครับ” นั้นก็จริงแต่เท่าที่ข้ารู้...และมันยังทิ้งข้อความมาอีก ข้าคิดว่ามันก็ไม่ขนาดนั้น

“ในสภาพที่เจ้าเจอนะ มันยังไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงของมันเลย มันมีความสามารในการฟืนตัวได้เร็วมากๆ” ใช้ถ้ายังสู้ต่อไปก็มีแต่หมดแรงไปเอง อย่างน่าสมเพช

“ถ้าเป็นงันพวกเราก็แค่ต้องโจมตีให้มันไม่สามารถฟืนตัวทันได้ ก็พอแล้วนิครับ” .... 

“งันเดียวฟังข้าดีๆ ข้าจะบอกทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เอง ต่อที่สู้กันนั้น มันชอบโจมตีแบบแลกกับข้าจนร่างกายของมันพัง แต่ถึงจะพังมันก็สามารถฟืนตัวได้ พวกเจ้าก็น่าจะรู้นิว่าข้ามีอาวุธอะไร ขวานหินดำของข้ามีความสามารถตัดทุกอย่างที่แข็งน้อยกว่ามันได้ง่ายๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็แค่ไล่ต้อนมันเท่านั้น จนข้าถึงกับต้องใช้วิชานั้น ดึงความสามารถของตัวเองมาใช้ เพิ่ม 40 % ข้าไม่อยากจะใช้พลังทั้งหมด เพราะมันสามารถฟืนตัวเองได้ ข้าไม่มันใจว่าถ้าใส่เต็มแรงมันจะตายไหม ถ้าไม่ข้าก็คงต้องตาย แต่นั้นมันทำให้ข้ารู้ว่าพลังจริงๆของมันคือพลังเวท ... ใช้ไม่ต้องทำหน้าตกใจไป มันมีจุดเด็ดที่พลังเวท ที่เจ้าสู้ไปมันก็แต่เล่นกับเจ้าเท่านั้นเอง....”

“แต่ตอนนั้นมันยังหนีเราไปเลยนะครับ ... ไม่ใช้ว่า...” ไอ้เด็กนี้มันกล้ามาพูดแซกข้างัน เหรอ ... เอาเถอะ ข้าก็เหนืออยู่ ข้าไม่มีอารมณ์จะด่าใคร

“ฟังข้าพูดให้จบกอนเดียวเจ้าก็รู้ว่าทำไหมมันถึงหนีไป ข้ารู้เหตุผมมันนิดหน่อย ตอนนั้นมันมีพลังเวทที่มหาสารจนข้าขยับตัวไม่ได้...”

[เจ้าเด็กนั้นมันยกมือข้น...นี้ไม่ใช้ห้องเรียนนะโว้ย ... เอาเถอะ]

“ว่ามา”

“…” เจ้าเด็กนั้นมองไปรอบๆ และพูดออกมาว่า “งันตอนนั้นก็คือความสามารถมันจริงๆเหรอครับ ผมคิดว่ามันใช้เวทอะไรซักอย่างใส่พวกเราในตอนนั้น ... ผมหมายถึงเจ้านั้นได้เข้ามาที่นี้ ... ถ้าผมจำไม่ผิดมันมาหาท่านนะครับ” ...ก็คงงัน

“ใช้มันมาหาข้า แล้วที่นี้รู้รึยัง ว่าที่เจ้าสู้ไปมันเล่นกับเจ้าเท่านั้นเอง และอีกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นอันตายขนาดนั้นหลอกนะ”

“หมายความว่ายังไงค่ะ มันโครตอันตรายเลยต่างหากที่ปล่อยให้เจ้านั้นหนีไปนะคะ” เจ้าเด็กผู้หญิงนี้ ... คงเป็นเพื่อนของลูกสาวข้าสินะ ...

“งันข้าก็ขอเล่าต่อ จากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนั้น ข้าต้องฝืนใช้พลังมากว่าทุกครั้ง คงประมาณ 200 % ได้ เจ้านั้นก็ .... อะไรที่รักเจ้าไม่ต้องมองหน้าข้าแบบนั้น ข้าต้องทำทุกอย่างเพื่อชนะกลับมาหาเจ้านะ ... งันข้าพูดต่อ เจ้าปีศาจนั้นก็โจมตีมาเช่นเดียวกัน ... ผมสุดท้ายเจ้านั้นก็กับข้าก็หมดสภาพเช่นกัน แต่เพราะลูกชายคนเล็กของข้าได้นำยามาให้ข้า ข้าเลยมีอาการดีขึ้น แต่พวกเจ้ารู้ไหม สภาพโดยรอบนั้นถูกทำร้ายหมด แต่ก่อการทำร้ายล้างนั้น ข้าได้ยินเสียงลูกข้า ทำให้ข้าเริ่ม ปะติดปะต่อเรื่องต่างๆ ที่พวกนักผจญภัยทีมาจัดการกับเจ้านั้นได้บอกว่า เจ้านั้นมันจะไม่ทำร้ายคนถึงตาย และมันได้ใช้ส่วนหนึ่งของมันรับการโจมตีของข้า และทำให้ตรงนั้นที่เจ้าลูกชายข้าที่อยู่ที่นั้นไม่โดนอะไรอะไรเลย ... ใช้เจ้านั้นมันเก่งก็มันเป็นปีศาจนิจริงไหม แต่จุดประสงค์คือหลักๆของมันคงเป็นการ สู้ไม่ใช้ฆ่า ที่มันมาหาข้าครั้งนี้ก็เพราะมันบอกว่ามันมารักษาให้ข้า อะไรพวกเจ้าเห็นกระดาษที่อยู่ตรงเสื้อข้าไหมล่ะ มันเป็นของ เจ้าปีศาจนั้น”

[ข้าได้มองทุกคนในห้องนี้] ใช้เจ้านั้นมันอันตราย แต่มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าจะให้บอกต้องบอกว่าเป็นตัวยุ่งยากมากกว่า

“ข้าห้ามในครั้งนี้ ก็เพราะข้ารู้ว่าพวกเจ้ายังไม่มีความสามารถมากพอ แต่ถ้าเจ้ายังคิดที่จะไปต่อ ข้าก็ถือว่าได้เตือนแล้ว”

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่19-1

ก็ไม่แย่เท่าไร ... มั้งนะ แต่ว่าในเรื่องนี้คำว่าผู้กล้า สิ่งนี้เป็นตำแหน่งนะ แค่ตอนนี้ เดียวอีกไม่นานเนื้อเรื่องจะเริ่มตีกันเองแล้ว เพราะใกล้จะถึงช่วงของ เหตุการณ์สำคัญ แต่ไม่ใช้ที่มีการกล่าวไว้แล้ว มันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกอย่างเละขึ้น ... แต่ก็ยังไม่ใช้เร็วๆนี้แต่ก็คิดไว้อยู่แล้ว ... เนื้อเรื่องเริ่มเข้าที่แล้ว และก็กำลังน่าเบื่อ มันต้องมีอะไรพิเศษจริงไหม ... ไม่ผมก็รู้ว่ามันไม่จำเป็นก็ได้แต่ก็นะ ส่วนตอนจบก็ใกล้เข้ามาแล้ว มันก็ต้องใกล้สิจริงไหม

//////////////////////

ไม่มีใครถาม ผมก็ตอบเองได้ ถ้ามีคนอ่านถึงตรงนี้นะ เหตุผลของการเขียนที่มันติดกัน แบบบ่างอันสมควรขึ้นบรรทัดแต่ก็ไม่ขึ้น แต่ยังเขียนอยู่บรรทัดเดิมจนทำไหมมันอ่านยาก เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะผมมีมาตรฐานความยาวตอนอยู่ ถ้าเอาแต่เวนบรรทัด ผมก็ไม่รู้ว่าในตอนนั้นมันมีเนื้อหาที่อัดแน่นมากพอไหม อะไรแบบนั้น ที่จริงมันก็แค่ขออ้างที่ไม่อ่าจะคิดชื่อตอนใหม่เท่านั้นเอง … นี้ขนาดอัดๆ เอาเนื้อหาที่สามารถเขียนได้เพิ่มอีก 3 ถึง 4 ตอนมายัดไว้แค่ตอนเดียวนะนี้ ที่จริงนะถ้าเขียนยืดเนื้อหาดีๆ ตอนนี้ก็คงยืดได้ซัก ครึ่ง ของร้อยตอนแล้วมั้ง หรืออาดจะเกือบถึงร้อยตอนก็ได้ … แต่ไม่ทำเพราะไม่ชอบ … ไม่ต้อนสนใจนะแค่บ่นๆเฉยๆ ก็อย่างเช่นเคยนั้นล่ะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น