เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 24 : การเดินทางที่แล้วแต่จุดประสงค์แต่ก็ได้เดินทางมาเจอกัน [a1.2-18]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

... ตอนนี้ทุกอย่างก็ดูวุ่นว้ายไปหมด ... ก็นะอยู่ดีๆก็มีอะไรก็ไม่รู้ตกลงมาอย่างด้วยความรุ่นแรง ... มันก็ทำได้ทำให้เราตื่นขึ้นมาด้วยสิ ... ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจที่จะหนีออกจากคุกตอนนี้เลย ....ผิดแผนไปหมดเลย

[ตอนนี้กำลังยืนอยู่ตรงยอดเขาของคุกนี้] ...ที่นี้ก็วิวสวยดีนะ

“หยุดเดียวนี้นะเจ้าปีศาจหิน” ...พวกเขาก็ทำงานกันเต็มที่กันจริง แต่ถ้ามีฝีมือแค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ เจ็บตัวเปล่าๆ

“นี้ แล้วเจ้าคนที่เรียกตัวเองว่าผู้กล้าหินล่ะ มันอยู่ที่ไหน” ที่จริงก็ถามไปงันๆล่ะ ถ้าสู้กันอีกครั้งก็คงไม่แพ้ในสภาพอย่างนี้หลอกนะ อย่างมากสุดก็แค่ ใช้เวลาในการต่อสู้นานขึ้นเท่านั้นเอง

“ท่านผู้กล้านะกำลังมาที่นี้ เพื่อมากำจัดแก่ไงล่ะ” ... กำจัดเหรอ จะใช้แบบนั้นแน่เหรอ ถ้าจะทำแบบนั้นก็คงทำไปนานแล้ว คงไม่รอจนเราฟืนตัวได้ขนาดนี้หลอก ... หรือจะตายไปแล้ว ... ถ้าเป็นงันก็แย่นะสิ เดียวไปเยี่ยมดีกว่า

“ถ้าเป็นงันก็ดีสิ” ใช้ถ้าเจ้าผู้กล้านั้นมาหาก็ดีสิ จะได้รู้ว่ายังไม่เป็นอะไร

[ยืนอยู่บนยอดภูเขา มันเป็นคุกที่สูงมากๆ] ... ไม่รู้พวกนี้มีอะไร ดลบันดาลใจ ให้ใช้ภูเขาทั้งลูกสร้างเป็นคุก สูงก็สูง แถมลงแบบปกติก็ยากด้วย แต่นั้นก็แบบปกตินะ

“ไอ้ปีศาจเลว พวกเราจะตามล่าแก่ จะล่างแคนให้กับคนที่แก่ฆ่าไป!!!” ... พวกนั้นยังไม่ตายสักหน่อย ผมไม่เคยฆ่าใครโดยไม่จำเป็นนะ ไม่งันเดียวคนมีฝีมือก็ตายกันหมดพอดีสิ แล้วที่นี้ผมจะไปสู้กับใครล่ะ

“เราไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย อีกไม่นานพวกนั้นก็ฟืนขึ้นมาแล้ว...”

“…” ดูทำหน้าเข้าสิ ยังกับจะตกใจ แล้วก็กับมาทำหน้าที่แบบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ... และก็ทำหน้าสับสน ...เราไปดีกว่า

[กระโดดลงมาจากบนยอดภูเขา] ... เดียวไปเยี่ยมเจ้าผู้กล้านั้นดีว่าเจ้านั้นก็ใช้ได้เลยนะ เดียวจะต้องให้อะไรซักอย่างเป็นค่าเสียเวลาด้วยสิ เจ้านั้นทำให้เราเรียนรู้อะไรได้อีกเยอะเลย 

#ตู้ม นี้ขนาดควบคุมกระแสเวทให้ลงมาเบาสุดแล้วนะ แต่ก็ยังเสียงดังและมีร่องรอยอีกอยู่ดี ผลของการฝืนที่ทำอะไรที่ไม่ปกติเนี้ย ช่วยให้สามารถฝึกสิ่งต่างๆที่เป็นอะไรอย่างอื่นเพิ่มได้จริงๆ เลย แต่ก็นะ ส่วนใหญ่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี

[เดินทางไปตามกระแสเวท ของเจ้าที่เรียกตัวเองว่าผู้กล้าแห่งดิน] มาดูสิว่าเจ้านั้นสบายดีไหม ถ้าสบายดีก็จะขอสู้อีกดีไหมนะ แต่ถ้าอาการไม่ดีเดียวจะช่วยรักษาให้ดีกว่า

[ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางผ่านภูเขา ผ่านแม่น้ำ ผ่านป่าไม้ หรือจะผ่านหมูบ้าน...จนในที่สุดก็...]

[มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่จุดสุดท้ายของกระแสเวทของเจ้านั้น ...] 

นี้มันเกิดอะไรขึ้นมีงานอะไรเหรอนี้ ... คงต้องปลอมตัวเขาไปดูหน่อยแล้วว่าเจ้านั้นเป็นไงบ่าง

[ดูเหมือนจะจัดงานฉลองอะไรบ่างอย่าง] รองเดินไปถามคนแถวนั้นดีว่า

“นี้เขาจัดงานอะไรกันอยู่นะ” เราปลอมตัวเป็นชายหนุ่ม นี้เหมือนๆกับคนทั่วไปแถวนี้

“ก็งานฉลองที่ท่านผู้กล้าสามารถกำจัดปีศาจหินที่ร้ายกาจได้ และเป็นงานที่ท่านผู้กล้าจะส่งตําแหน่งแห่งผู้กล้าคนต่อไปด้วยนะ” ... เอ็ เป็นงี่เหรอ ยังไงก็ต้องไปดูล่ะนะ ว่าเป็นยังไงบ่าง รู้สึกได้เลยว่ากระแสเวทของเราที่ที่ได้โจมตีครั้งสุดท้ายนั้น มันคงยังอยู่ในตัวของเจ้าผู้กล้านั้น ... เดียวไปเอากระแสเวทคืนดีกว่า และจะได้ดูว่าเจ้านั้นเป็นไงบ่าง ...

“ขอบคุณที่บอกนะ แต่ว่า...ทำไหมถึงได้จัดในหมูบ้านเล็กๆ นี้ล่ะ...” แปลกๆนะ แต่ก็พอจะเดาได้

“เพราะที่นี้ เป็นหมู่บ้านที่ท่านผู้กล้าเกิดและโตทีนี้ ท่านเลยจัดงานที่นี้นะ” คงไม่ใช้เหตุผมง่ายๆแบบนั้นหลอกมัน แต่เอาเถอะเดียวไปดูก็จะรู้เองจริงไหมล่ะ

“ขอบใจที่บอกนะ”

[เดินไปเรื่อย ๆ ตามกระแสเวทของเจ้านั้นไป] เดินไปตามถนน ที่เต็มไปด้วยฝูงชน ...

[เดินตามทางไปเรื่อย ๆ] ยิ่งเดินไป ยิ่งมีคนน้อยลง .... คงใกล้จะถึงแล้วสินะ

[เดินจนไปถึง...] คงเป็นตรงนั้นสินะ ตรงที่มีกระแสเวท เข้มข้น เดียวนะ กระแสเวทของเจ้านั้นทำมันอ่อนลงแบบนั้น ... แต่ก็ไม่อยากจะไปแบบวุ่นว้ายจังนะ งันก็คงต้องทำอะไรแบบนั้นสินะ ก็เป็นวิธีที่เราถนัด แต่มันน่าเบื่อเพราะไม่ค่อยมีใครจะทำแบบนี้ได้ มันเลยไม่รู้จะฝึกมันให้พัฒนาต่อไปยัง ก็เลยไม่ค่อยใช้อยากใช้เท่าไหร่

[กระจายกระแสเวทของเรา และควบคุมทุกอย่างในอาณาเขต] ก็นะเราเก่งด้านการควบคุมกระแสเวท และมีลูกเล่นต่างๆ แต่ก็ไม่เคยเจอใครที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้เลย แย่จริงๆ เราเลยต้องฝึกด้วยเองทุกอย่างเลย ยุ่งยากจริงๆ 

[ในเมืองนี้อยู่ในอาณาเขตของเราแล้ว] และ [ก็ทำให้ทุกคน ในเมืองนี้หยุดชะงัก] นั้นเป็นความสามารถปกติ ที่ทำได้ตั้งนานแล้ว แต่นี้คือการทำแบบ [หยุดนิ่งแบบไม่รู้ตัว] ซึ่งมันเป็นการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยที่เราสามารถปรับมาได้เพราะได้เจอกับเจ้านั้นเลยนะ เจ้าผู้กล้านั้นทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ และสามารถสร้างวิธีต่างๆได้จากการต่อสู้ครั้งนั้น

[เดินไปอย่างเงียบๆ] ก็ไม่แปลกใจล่ะนะ ที่จะมีพวกที่ไม่ได้รับผมของการ แทรกแซง ด้วยกระแสเวทของเรา แต่ก็ใช้ว่าจะยังเป็นปกติอยู่ล่ะนะ

[เดินเปิดประตู] ว่าดูพวกเขาสิว่าคนที่อยู่ในห้องนี้นะ มีทั้งหมด 8 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็สามารถ ต่อต้านการแทรกแซงเราได้ทั้งหมด แต่เราก็ไม่ได้จะมาหาพวกนี้สักหน่อย เพราะเรามาที่นี้เพื่อมาดูเจ้าผู้กล้าแห่งหินนั้น

“อาการดูแย่จริงๆด้วยสินะ” เจ้านั้นนอนอยู่กับที่ ... ถึงร่างกายจะถูกรักษากลับมาแล้วแต่ดูสิ นี้เป็นงานศพชัดๆ 

“…ปี...ศาจ..” 1 ในนั้นพูดออกมาได้ก็ไม่ได้แปลกใจ เชื่อไหมพวกเขานะสามารถต่อต้านผมได้แต่ก็ไม่ทันที่จะได้ทำแบบนั้น เพราะคงไม่รู้ตัวว่าผมจะมา วิธีนี้ล่ะที่ผมเจอมากับตัวเองแล้ว จนตอนนี้ยังเอาร่างกายกลับมาไม่ได้เลย ... แต่นั้นไม่ใช้ตอนนี้ล่ะนะ

“ไม่ ... แก่ ... จะทำ...อะไร...กับเขา” ดูสิเธอคนนี้ใช้วิธีเดียวกับเจ้าผู้กล้านั้นเลย แต่ผมได้คิดวิธีจัดการไว้แล้ว มันก็จะยากๆหน่อยแต่ก็ไม่คณามือหลอก [ควบคุมกระแสเวทให้ กระแทกเข้าไปในตัวของเธอคนนั้น] การทำแบบนี้ด้วยกระแสเวทเข้มข้น ทั้งในและนอกจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเบาๆของกระแสเวท แค่เบาๆก็พอไม่งันเธอตายแน่ และรักษายากด้วย 

[เธอสลบไปด้วยกระแสเวทแล้ว] ก็คงจะไม่มีปัญหาแล้วมั้ง

[เดินไปนั่งที่ข้างๆกับเธอคนนั้น] ก็มันมีที่นั่งนิ ก็เลยนั่งมันลงไป ก็ปกติจริงไหม

[จับที่น่าอกของเจ้าผู้กล้าดินนั้น] เอาล่ะมาเอากระแสเวทคืน และก็ถือว่าจัดการเพิ่มอีกนิดหน่อยดีไหมนะ ...

[กำลังรักษาและจัดระบบในตัวของเจ้าผู้กล้าดิน] ... ไม่เปลี่ยนแปลงมากดีว่ารู้สึกได้ถึงปัญหา ฉะนั้นก็แค่ทำให้ร่างกายกับกระแสเวทในร่างกายทำงานดีขึ้นก็พอมั้ง ถ้าไม่ให้อะไรบ่างเลย มันก็คงแปลกๆ นะ

[เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้ว] ก็คงต้องไป ... แต่ถ้าไปแบบนี้จะมีปัญหาตามมาแน่ งันเขียนอะไรที่เจ้าพวกนี้จะได้ ไม่ต้องมากวนเราเพิ่มดีกว่านะ

[เมือทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็เดินจากไป] ถึงต้อนนั้นจะมองไม่เห็นตอนฝึกเรียนเรื่องของตัวหนังสือ แต่ก็จำได้นะว่ามันใช้ยังไงบ่าง ... ถึงจะยากก็ตามที่

[หันมาดู...] ดูหน้าพวกเขาสิ โกรธสุดๆเลยนะนั้นนะ เราไม่ได้มาฆ่าเขานะ มาช่วยต่างหาก แต่ำวกนั้นก็คงไม่สนใจหลอกนะว่ามาเพื่ออะไร

[เดินออกไปจากเมือง...] แปลกนะเราทำถึงขนาดนี้แล้ว ... ยังไม่มาอีกเหรอ ... หรือ ... แปลกๆนะนี้ ต้องไปตรวจสอบอะไรซักหน่อยแล้ว ... ทำไหมต่อนั้นถึงไม่ได้ทำอะไรก็โผล่ออกมา

[นำกระแสเวทกลับมาทั้งหมด] ... ไปดีกว่า ไม่ มันแปลกเกินไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้ากระแสเวทของธาตุแห่งดินทำไหมไม่ปรากฏตัวออกมา ... เพราะถ้าเป็นธาตุน้ำ เจ้านั้นยังออกมาเลย

[เดินไปที่เมืองหลวงของธาตุดิน ดีกว่า] ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะทำอะไรที่เร็วแบบนี้ แต่นี้มันแปลกสุดๆเลยนะ ถ้าอยากจะรู้ก็ต้องไปที่นั้น น่าจะมีดีว่าต้อนนี้อยากจะลองสู้กับเจ้ากระแสเวทธาตุดินพวกนั้นแล้วสิ ... เพราะตอนนี้เราคงถูกตามล่าแล้ว ไปที่ไหนก็ไม่ต่างกันหลอกจริงไหม

อีกอย่างการที่สู้กับพวกนี้นะ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรได้มากขึ้น มากกว่าที่ไปสู้กับพวกสัตว์พวกนั้นซะอีก  

ก็เลยอยากจะลองสู้อีก ... คิดอีกที่มันก็แย่ ๆ นะนี้เรากำลัง...ทำอะไรอยู่ ... พอคิดดีๆ ก็มีคำพูดต่างๆของพระอาจารย์ ขึ้นมาเลย ... นี้เรากำลังอะไรอยู่นิ ............ เหมือนกำลังหลงทางอยู่เลย จะทำยังไงต่อไปดี 

[หยุดเดิน...] ทำไหมรู้สึกว่ากำลังเดินทางที่ผิดอยู่เลย ... แย่ล่ะ ตอนนี้มีคำสอนของพระอาจารย์ กับ ความคิดที่อยากจะแข็งแกร่งอย่างเดียว ความคิดพวกนี้กำลังตีกันอยู่ทำไงดีล่ะนี้ 

ต้องหาเวลามานั่งคิดดีๆ แล้ว สังหรณ์ว่าถ้าเลือกผิดเราได้จบกันแน่ ใจเย็นไว้ก่อน เราสร้างเรื่องไว้เยอะเกิดไปแล้ว ...

[กำลังสับสนอยู่ กับมีอะไรบ่างอย่างพุ่งตัวมาอย่างเร็วมาก แบบมากๆ] ...

เวลาแบบนี้...เอาเถอะก็คิดไว้อยู่แล้วนิ

[อัดกระแสเวทและควบแน่นหินในมือ และ ต้อยส่วนกับไป]

#ตู้ม!! ว้าวอีกฝ่าย หลบได้และโจมตีส่วนกับแต่ว่า ....

“เจ้าปีศาจหินไอ้เวรเอย!!!” ดูนี้สิ เธอคือคนที่เราจัดการไปนิดหน่อยตอนที่เข้าไปในนั้นนิ มาถึงเร็วจริง ... ผู้หญิงที่นี้เข้าอวบ แต่ก็เคลื่อนไหวเร็วจริงนะ คุณป้าคนนี้นะ

[เธอได้รับความเสียหายจากเศษการโจมตีของเราเอง] คงเน้นด้านความเร็วอย่างเดียวสินะ เท่าที่ดูแค่โดนเศษๆก็เจ็บขนาดนั้นแล้ว ... ถึงจะโจมตีเราโดนแต่ก็แค่นั้นถ้าจักการเราไม่ได้ เธอก็แพ้แล้วล่ะ อีกอย่างตอนนี้ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี้นาน

มีเรื่องที่ต้องคิดอยู่นะ คงต้องจบไวแล้วสิ

[พุ่งตัวเข้าหาอย่างเร็ว] [อีกฝ่ายหมุนตัวหลบและโจมตีส่วนกลับ] ... [ใช้มือตบใส่] [อีกฝ่ายก็ยังหลบได้อีก] ... เริ่มเข้าใจแล้วสิว่าเจ้าผู้กล้านั้นเจอเราแล้วรู้สึกไง เราเคลื่อนที่ช้าเพราะตัวเราใหญ่ .... ใหญ่เหรองันก็แค่ต้องแก่ด้วยวิธีนี้

[กระโดดออกเพื่อจะลดขนาดเราลง] เราคงคิดง่ายเกินไปสินะ [อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาใส่ไม่หยุด] ... ถ้างันก็ปรับวิธีเป็นแบบนี้แล้วกัน 

[ใช้กระแสเวทควบคุมชิ้นส่วนในร่างกายให้...] งันก็ใช้ชินส่วนในร่างกายเราเป็นอาวุธและปล่อยให้มันออกไปโจมตีก็พอ

[ควบคุมให้ชินส่วนของเราพุ่งไปโจมตี] ซึ่ง [อีกฝ่ายก็หลบได้อย่างง่ายๆ] ก็ไม่ได้หวังผลกับการโจมตีนี้หลอกนะ

[เราโจมตีไม่โดน แต่อีกฝ่ายก็สร้างความเสียหายแบบแรงๆ ใส่เราไม่ได้] ก็นะเธอไม่ได้เอาอะไรมาด้วย ... เดียวนะ

“คุณป้าพวกผมมาช่วยแล้วครับ” นั้นไงถ่วงเวลาให้พวกมาช่วยนี้เอง แต่เราก็คงหนีไม่ได้ ... งันก็สู้ต่อแล้วกัน ถือว่าเป็นการฝึกไปในตัวด้วย ถึงจริงๆแล้วจะไม่ได้อย่างจะสู้ต่อนนี้ แค่อย่างจะไปหาที่เงียบๆคิดอะไรนิดหน่อย แต่ก็คงต้องสนใจเรื่องตรงหน้าก่อนแล้ว

#ตู้ม!! เจ้าเด็กที่มาใหม่นั้นก็มารวมโจมตีด้วย ...

แย่ล่ะ เรามีแต่ 2 มือแล้วแบบนี้จะไปตั้งรับ... ว้าวไอ้ความรู้สึกเดิม ๆตอนที่เราได้สู้กับกับเจ้าโกเลมนั้นมันมาอีกแล้ว งันทำไหมเราต้องมีแค่ 2 มือล่ะ เราสามารถมีได้มากว่านั้นนิ

[ควบคุมกระแสเวทโดยรอบโดยเอาพื้นดินมารวมกับเรา] เอาดินมาสร้างเป็นเนื้อและเป็นแขนไปก่อน 

[ใช้แขนที่ได้มาใหม่ในการตั้งรับ] ... มันก็ยังไม่แข็งพอ และการเคลื่อนไหวเราก็ช้าลงอีกด้วย นี้เป็นเพราะยังไม่คุ้นชินกับการที่ไม่ได้มี 2 แขน แต่ถ้าเราสามารถจัดการสร้างสิ่งต่างๆได้เราก็สามารถใช้สภาพแวดล้อม ในการโจมตีด้วยการแทรกแซงของเราได้เช่นกัน แต่ถ้าทำอย่างงันเราก็จะต้องมีปัญหาในการควบคุมเองด้วยนะสิ ... ก็ใช้วิธีเดียวกับสู้เราโกเลมนั้นด้วยสิ ปรับปรุงนิดปรับปรุงหน่อย  เยี่ยมไปเลย การสู้กับพวกเก่งๆนี้ทำให้สามารถพัฒนาได้อีก เยี่ยมไปเลยมาจะมีอะไรอีกก็เข้ามา!!!

[เวลาผ่านไปจนมีคนที่มาสู้กับเราเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น] สนุกดีนะ

“หยุดได้แล้ว!!!” ...เจ้านั้นมาแล้วเหรอ จะมาหยุดพวกนั้นหรือจะมาช่วยพวกนี้สู้ต่อนะ

“ท่านผู้กล้า รุ่นที่แล้วนิ ท่านก็ดูดีนิ” ... ใช้ ...ก็ดีปกติดีนิ

“ท่านยังไม่ตาย”

[นี้มันโอกาสที่จะหนีนิ] เยี่ยมไปเลย

[กระตุกกระแสเวทของเราและ...พุ่งหนีไป] ไปแล้วโว้ย จะยังไงก็หนีแล้ว

[พุ่งหนีไปแล้วรวบรวมกระแสเวทมารวมกันและกระจายเพื่อพรางกระแสเวท] ไปแล้ว....

[หนีมาใกล้สุดๆเลย] ถึงเวลาว่างแล้วสินะ ...

[นั่งลงและคิดถึงเรื่องราวต่างๆ อย่างเงียบๆ] ... ถ้าพวกนั้นตามมาเจออีกเดียวจะมีปัญหาอีก งันก็ทำการผนึกตัวเองก่อนแล้วกัน ก็จำศีลนั้นล่ะ แต่ก็ไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าไหร่...

[ปิดการรับรู้ทุกอย่าง] ... ใช้เวลากับตัวเอง ไม่ใช้แค่คิด แต่ต้องเข้าใจ ต้องรู้ตัวไม่ใช้หลงกับความไม่รู้ตัว ... เวลาได้ผ่านไป ... ทุกย่างยังคงเปลี่ยนแปลง ... .... ...... ........ 

เงียบ ในความวุ่นว้ายในหัว เสียงนั้นมีเส้นทางเป็นของตัวเอง กำลังบอกเราถึงสิ่งที่มันต้องการ .... เรื่องราว ... สิ่งที่พวกมันบอกว่าเราจะได้อะไรถ้าทำแบบนั้น พวกมันต่างก็บอกขอดีขอเสียของตัวเองและอีกฝัง หรือไม่ก็พวกมันก็แค่พูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำไปมา ...

....

...

..

.

[เวลาได้ผ่านไปหลาย วัน] ...

“…” … ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ... ใช้เรายังมีจุดหมาย ...ใช้ ....

[สำรวจรอบๆ] ยังไงก็ยังเป็นที่เดิม มีพื้นดิน เหมือนเดิม ยังเห็นต้นไม้ ภูเขา ...

[ขยับกระแสเวทเหมือนเดิม] ต้องลุกขึ้นอีกครั้ง ... มีเรื่องต่างๆที่ไม่ค่อยเข้าใจเกิดขึ้น ต้อนที่อยู่ในความคิดตัวเอง แต่ที่แน่ ๆ ยังไงเราก็ต้องตื่นขึ้นมา .... อีกครั้ง

[ก่อนอื่นก็ต้อง ... หาจุดหมาย] เราจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ... มากแค่ไหนถึงจะพอ ... ทำไหมเรายังถึงวิ่งตามหาในสิ่งที่เราก็มีมากอยู่แล้ว ... นี้เป็นการบอกกับตัวเองอย่าง ตรงไปตรงมา เรารู้ตอนนี้เราแข็งแกร่งมากแล้ว แต่ในใจก็ยังบอกว่ามันไม่พอ มันบอกอย่างนี้มาตั้ง หลายร้อยรอบที่แล้ว ทุกครั้งที่แข็งแกร่งมากขึ้น ใจเราก็ยังบอกว่ามันไม่พอ .... ยังไม่พอ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... เราคิดดีแล้ว การเดินทางต่อไปนี้จะเป็นการเดินทางที่จะค้นหาตัวเอง ตัวของเราเองเท่านั้น ...

[เดินทางไปในทางที่เรารู้สึกว่ามันถูกต้อง] ไม่รู้หลอกนะว่ามันจะหยุดอยู่ที่ไหน แต่มันก็ดีกว่าที่เราจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและตัวเราเองด้วย ... 

[การเดินทางที่เงียบๆจะเดินก็ต่อเหมือเราจะเดิน เราพักก็ต่อเมือเราอยากจะพัก ...] มันทำให้เรามีความคิดต่างๆมากมายขึ้น ... มันทำให้เราพอใจในต่อนี้มาก มากกว่าการที่เดินทางที่จุดหมายคือความแข็งแกร่งที่ไม่รู้ว่า ใจเรามันจะพอตอนไหน เรารู้สึกได้ถึงความสงบเล็กๆในใจ

[ผ่านแม่น้ำ ผ่านภูเขา ผ่านพื้นดิน ผ่านสิ่งต่างเจอสัตว์น้อยใหญ่] มันแปลกนะเราเคยเห็นของพวกนี้มามากแล้ว แต่ถ้าอารมณ์เปลี่ยนทุกอย่างก็ดูต่างออกไป แต่ตอนนี้ทุกอย่างคงจะเป็นอย่างนี้จริงๆเพราะ เราอยู่ในอารมณ์ความสงบ ทุกอย่างดูละเอียดขึ้น เริ่มเข้าใจทุกอย่างที่ละนิด 

[เดินมาถึงเมืองหนึ่ง] เกิดอะไรขึ้นทำไหม ... ดูมีความวุ่นว้ายจัง

[เดินไปถามคนแถวนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น] ... ทำไหมดูแล้วมันแปลกๆนะ

“นี้ท่านตอนนี้เกิดอะไรขึ้นทำไหมดูวุ่นว้ายล่ะครับ”

“โอ้ ท่านดู ... เอาเป็นว่าตอนนี้ จะมีการประหารคนนะ ครับท่าน ผมก็ไม่รู้รายละเอียด แต่ผมได้ยินว่าเขาเป็นฆาตกรนะครับ” ...มีเรื่องของคนฆ่ากันเองด้วยเหลือเนี้ย ... งันไปดูดีกว่ามีความรู้ว่ามันผิดปกติ

“ขอบคุณท่านมากที่บอกเรา ขอไปดูด้วยตาเราว่าเกิดอะไรขึ้น”

[เดินผ่านฝูงชนเข้าไปดู] ... มีเสียงผู้คุยเรื่องต่างๆ

“ฉันก็ได้ยินมาว่าเขาก็เป็นเด็กดีนะ แต่ไม่รู้ทำไหมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ไปได้”

“ข้ารู้จัดเด็กนั้นนะ เขาเป็นเด็กใจดี แต่ ....”

“ไม่ๆ เขานะมีจิตใจอํามหิต ลูกของฉันยังบอกฉันเลยว่าที่โรงเรียนเขาเอาแต่ ทำร้ายคนอื่น”

“ใช้ๆ เข้านะฆ่าคนไปตั้ง 7 คนแล้ว เจ้านั้นนะเป็นปีศาจ”

“ก็นะมันนะไม่มี พ่อมีแม่แล้วนิ เลยไม่มีใครสั่งสอนเรื่องดีๆไงล่ะ”

“ใช้ๆ เจ้านั้นควรจะได้รับโทษมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำไป”

... ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ตรงกลางมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งได้ยินเสียงด่าว่าสาปแช่ง มากขึ้น บ่างคนตอนแรกยังต่อต้านแต่พอเวลาผ่านไป กับถูกนำพาไปในทางเดียวกัน ... เราก็อยากจะเห็นหน้า คนที่ถูกพูดถึงอยู่ ...

[เดินมาถึงตรงกลางแล้ว ตรงนั้นคือ เขาสินะ ที่เป็นฆาตกร] ที่ตรงนี้มีแต่เสียงสาปแช่ง เต็มไปหมด ...

เขาเต็มไปด้วยบาดแผล เราดูก็ ว่าไม่รู้สึกว่าเขาจะทำแบบนั้นได้เลย ... ดูต่อไป

“วันนี้เป็นวันที่ ผมเจ้าเมืองแห่งนี้จะทำการฆ่า เจ้าฆาตกรนี้ ที่ฆ่ารู้สาวของผมไป ด้วยตัวเอง” อยู่ดีๆก็มีเสียงขึ้นมา นั้นคงเป็นเสียงของคนที่แต่งตัวแตกต่างไปจากคนอื่นๆ ที่อยู่ตรงลานประหาร นั้น ...

[มีเสียงพูดคุยกันรอบๆ]

“ถึงเวลาแล้วสินะ เจ้าปีศาจนั้นได้ถูกจับตัวมาตั้ง 10 วันแล้ว นี้ก็คงเป็นความใจดีมากๆของท่านเจ้าเมือง ที่ไม่ฆ่ามันเลย” ...

“ใช้ๆแถมยังอนุญาตให้ โดยก่อนหินใส่มันได้ด้วย คน ไม่สิ ปีศาจตัวนี้มันโครตชั่วเลย” ...

[พิจารณา] ...

#ชึก!!! เวลาไม่นานคนที่ทุกคนในที่นี้เรียกเจ้านี้ว่าปีศาจ ก็โดนตัดคอลง ...

[เรายืนดูทุกคนที่ค่อยๆ เดินออกไป] ... บ่างคนก็โยนก้อนหิน หรือแม้แต่ใช้เวทโจมตีใส่ร่าง ที่ไม่มีชีวิตแล้ว ...

[เวลาผ่านไป ผมก็ยังคงจ้องมองไป] ... เขาก็แค่มนุษย์ ธรรมดา ...เท่านั้นเองนิ ...

[ล่ะว่างที่กำลังดูซากศพอยู่ ก็เห็นใครบ่างคนที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล กำลังวิ่งไปที่ศพนั้น]

[ต่างมีเสียงด่าว่า และสาปแช่ง ในคนที่เข้าไป]

[พวกเขาคุยกันถึงเสียงจะเบาเพราะอยู่ไกล แต่นั้นก็ไม่ได้ไกลเกินไปสำหรับเรา]

“แก่ออกมาได้ไง ทหารจับนางนี้”

“ใช้คุณพ่อ เธอนะก็คงรวมมือกับไอ้โรคจิตนั้นด้วย”

“งันพ่อก็จะฆ่านางนี้ ที่มันรวมมือฆ่าลูกสาวคนเล็กของเรา”

“เอาเลยพ่อๆ”

มันแปลกๆนะ ผมนะรู้สึกถึงบ่างอย่างที่มันผิดปกติ มันเป็นความรู้สึกถึงอะไรบ่างอย่างจริงๆนะ

[เราควรทำไง] เราไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมด เราแค่ผ่านทางมา แล้วเราจะทำยังไง ... 

[เราอยากจะรู้งัน ... ก็ ]

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่19

เรื่องราวที่จะเกิดต่อไปคือดราม่า ... ที่ตัวเองเราเข้าไปยุ่งทำไหมก็ไม่รู้ ให้มันจบแบบง่ายๆก็จะได้มีคนเสียใจแค่ 2 คนเท่านั้นเอง แต่เพราะเรื่องราวมันไม่ง่ายมันถึงสนุก ... มั้ง ? เดียวผ่านตอนหน้าไปจะได้เขียนมุมมองของพวกผู้กล้าแห่งดินสักที่ จะได้มีหลายมุมมอง ... อีกเรื่องตัวเองของ ฝั่งนี้ มันก็เป็นคิดมากๆหน่อย แล้วก็มีปัญหาในตัวเองด้วย ก็นะนี้คือพลังที่ไม่มีร่างกาย ส่วนฝั่งร่างกาย ถ้าโดนปล่อยอีกไม่นานก็ฟืนพลังกลับคืนมาได้ ส่วนเจ้าพลังนี้ก็เป็น .... อะไรบ่างอย่างที่ ...แปลกๆ..ใช้ไหมล่ะ มันก็จะปั่นป่วน ในตัวเองหน่อยๆ เป็นปกติ

//////////////////////

รู้สึกว่าผมจะขี้บ่นจริงๆนะนี้ คงจะเป็นเพราะอาการ เก็บกดแน่ๆ แต่เอาเถอะ การเขียนเรื่องนี้ผมก็มีความสุขแล้ว ถึงจะเริ่มขี้เกียจเขียนหน่อยๆแล้ว แต่เพราะเวลาที่ว่างมากก็เลยเขียนลงเลื่อยๆ … เอาเถอะก็ไม่หวังว่าเรื่องนี้จะดังหรืออะไร(แต่ก็แอบเศร้านะนี้) ฮะๆ … [หัวเราะด้วยความเศร้า แต่ก็นะ] … ยังไงก็เขียนนิยายเรื่องนี้ด้วยความเป็นตัวของตัวเองดีกว่า ก็การเสแสร้งนิมันเหนื่อยจริงไหม … ตอนนี้ก็บ่นแค่นี้ล่ะ ... จากคนแก่คำผิด+เรียบเรียงประโยคนิดหน่อย … 

และอีกเรื่องพอได้มาอ่านตอนนี้ ... บอกได้คำเดียวว่า ดราม่า เหตุการนี้จะมีผลระยะยาวกับตัวละคร ...  เอาเป็นว่าคิดเหตุผลเอาไว้แล้ว ... หวังว่าจะยังจำได้อยู่นะ ถ้าเขียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ...

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น