เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 23 : การเดินทางเพื่อหาพลัง ... แต่รู้สึกตัวอีกที่ก็เหมือนจะพัง เพราะเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ [a1.2-17]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

[อ่านจดหมาย ... แกะข้อความได้ว่า] “เป็นไงบ่างรู้ไหมช่วงนี้ฉันนะเบื่อๆ เพราะต้องใช้ชีวิตที่อยู่แต่ในกลอบ ถึงจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนได้ โดยที่มีแต่คนรุ่นเดียวกันแบบเสมอภาคจริงๆ มันก็ดีอยู่หลอกเรื่องพวกนั้นนะ รู้ไหมพวกเพื่อนที่โรงเรียนของฉันนะยังไม่มีใครรู้หลอกนะว่าฉันนะมองไม่เห็นพวกเธอ พวกเธอรู้แค่ว่าตาของฉันแยกสีไม่ได้เท่านั้นเอง ตอนนี้ก็ใกล้ที่จะจบภาคเรียนแล้ว ฉันนะได้ว่าแผนว่าจะไปเรียนต่อที่เมืองศูนย์กลางล่ะ แต่คงใช้เงินมากแน่ ๆ ฉันเลยจะว่าแผนที่จะหาเงินล่ะ แล้วก็ฉันจะได้เจอกับอดีตหมายเลข 3 ด้วยเจ้านั้นมาทำงานอะไรซักอย่างที่เมืองนี้นะ ฉันเลยได้เจอกับเขาด้วย เรื่องของฉันก็ประมาณนี้ล่ะ แล้วก็เป็นไงบ่างทางนั้นนะ” นั้นคือข้อความที่ส่งมา

ผมก็ได้แต่เศร้าใจ ที่การเดินทางนี้มันไม่ง่ายอีกต่อไป เพราะเรื่องที่ผมสร้างขึ้นนั้นมันแย่นะสิ ...

[แก้ไขข้อความและส่งกลับไป ข้อความมีอยู่ว่า] “ตอนนี้ก็ปกติดี กำลังฝึกสิ่งต่างๆ รอบตัวแต่ว่าเดียวนี้จะเจอกับเรื่องยุ่งยากแล้วสิ การส่งข้อความมาแต่ล่ะครั้งช่วยให้มันเงียบๆกว่านี้ได้ไหม ตอนนี้วุ้นว้ายมากเลยล่ะ” นั้นคือสิ่งที่ส่งไป ...แต่ว่าไม่รู้สิเหมือนจะลือถามอะไรซักอย่าง ... ช่างมันเถอะคงจะไม่ใช้เรื่องสำคัญอะไร

[หลังจากที่แก้ไขข้อความเสร็จ สิ่งที่เป็นจดหมายก็ได้บินกลับไป...ด้วยความเร็วสูง...] นั้นทำให้...เพดานมีรูเพิ่มอีกอัน...นี้มันแย่จริงๆเลยให้ตายสิ

[ขอคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมาอยู่ที่นี้ก่อนนะ]

++++++++++++++++++++++++*ย้อนอดีตไปเมื่อหมายเดือนที่แล้ว

หลังจากที่ออกมาจากรังนกนั้นได้ก็ .... ไปหาสัตว์อีก 7 ถึง 8 ตัวถ้าจำไม่ผิดจนในที่สุดก็....

[หลังการที่ออกมาจากถ้ำที่มีสัตว์ลักษณะ คายแมงมุม แต่ตัวมันประหลาดมากกว่าปกติ] ... ก็ได้เจอกับ คนตริงๆ ครั้งแรกในรอบ ... หลายวัน

“นั้นใครนะ” นั้นเป็นคำพูดแรกของชายที่ดูเหมือนกับหัวหน้าของคนพวกนั้น

“เขาไม่ใช้มนุษย์ ... ฉันไม่รู้ว่าเขาคืออะไร แต่นี้มันอันตรายมาก” นั้นเป็นเสียงของคุณป้าที่มาด้วยกัน

“...” นั้นคือหญิงอีกคนที่อยู่ในกลุ่ม ผมรู้ได้เลยว่าเธอกำลังใช้กระแสเวทของเธอกำลังพยายามอ่าน ตัวผมอยู่ ซึงมัน ... ไม่มีอะไร

ผมคงต้องพูดอะไรออกไปบ่าง ไม่งันเดียวจะมีปัญหา ป่าวๆ 

[ควบคุมกระแสเวทในการพูด] “หวัดดีครับ ผมแค่กำลังเดินกลับออกไปเท่านั้นเองผมไม่อยากจะมีปัญหานะครับ” ก็เสียงที่สร้างขึ้นแบบก่อนๆแต่ว่า ...

[ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่ม 3 คนนั้น กำลังพุ่งโจมตีมาทางนี้ด้วยความเร็วกลางๆ ] ...คิดในแง่ดี ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นการฝึกการต่อสู้กลับคนก็แล้วกัน

[เดินไปหาช้าๆ] ต้องประเมิน สถานการณ์โดยรวมก่อน ถึงจะไม่เคยสู้กับคนที่เป็นกลุ่มมาก่อนฉะนั้นจะไม่ประมาท 

[ใกล้ถึงระยะปะทะแล้ว] หลบก่อนดีกว่า เดียวนะ [มีกระแสเวทที่เป็นของป้าคนนั้น มันกำลังไหลมาตามดิน ...] เอาไงดี ... กระโดดออกก่อนดีเลยกว่า ต้องดูสถานนะการณ์ดีๆ

[กระโดดหลบออกไปข้างๆ] ทำไงต่อดีนะ

“เจ้าเลวแกจะเล่นงานคนข้างหลังงันเหรอหะ!!” ...อะไรแค่กระโดดหลบเองนะ ถึงจังหวะนั้นสามารถโจมตีไปแนวหลังได้ แต่ว่าการต่อสู้ครั้งนี้นะ ผมมาเพื่อฝึกไม่ได้ต้องการชนะสักหน่อย

“ผมว่าพวกคุณใจเย็นๆหน่อยนะครับ”

... แต่พวกเขาก็ไม่ยอมฟังเลย ... แล้วมีการต่อสู้ไปอีกสักพัก จนผมแน่ใจแล้วว่าพวกเขาได้ใช้ทุกอย่างในการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว ...

“บ้านะนี้พวกเราจะต้องตายอยู่ที่นี้เหรอไง” ...

“ไอ้น่าเกลียดฉันจะไม่ให้แก่จะทำอะไรลูกของฉันอีก” ... ผมได้ทำอะไรที่ร้ายแรงเลยนะ

“ไอ้ปีศาจ...” ...นี้พวกคุณมาโจมตีผมก่อนนะ

[หนีไปเลยดีไหม ... มีกระแสเวทจาก ... ตื่นไว้จังนะ]

“ผมว่าพวกคุณหนีไปดีกว่านะเดียวจะ ....”

#ตู้ม!!! แย่แล้วเจ้านั้นคงโกรธมากแน่ ๆ

[หันหน้ากลับไปดู] ... แย่จังนะ

[เดินไปจัดการกับเจ้านั้นอีกรอบ ใช้เวลาไม่นานมากอย่างที่คิดไว้เลย] ... เอาเถอะยังไงเจ้านี้ก็มีจุดแข็งที่เราสามารถจัดการได้อยู่แล้ว...

[หลังจากที่จัดการไปได้อย่างไม่ยากเย็น] เจ้าแมงมุมนั้นก็ได้หนีไปแล้ว ... นั้นล่ะดีแล้ว

[สำรวจรอบๆ ... ] กลุ่มคน 3 คนนั้นคงหนีไปแล้วสินะ

... 

อีกไม่กี่วันต่อมาผมก็ถูกตามล่า จากกลุ่มคน ที่เพิ่มมากขึ้น 1 ถึง 2 คน แต่ก็สามารถชนะได้ แต่ก็ปล่อยพวกนั้นไป จากคนกลุ่มน้อยๆ จนไปๆมาๆ กล้าย เป็นกลุ่มคน 100 กว่าๆ ในเวลาไม่ถึง 10 วัน ...จนการต่อสู้เริ่มรับมือยากขึ้น แต่ก็ไม่ได้อยากที่จะเอาจริง เพราะนี้คือการฝึกไงล่ะ และยิ่งชนะไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งได้เรียนรู้กับการสู้กับกลุ่มคนมากขึ้น ถ้ายิ่งคนเยอะ ถึงจะไม่เก่งกันมากแต่ถ้าประสานงานกันดี มีความเป็นสามัคคี ก็สามารถสร้างเรื่องยุ่งยากได้ ... แต่ถ้า เจอการโต้กลับที่คาดไม่ถึง ก็อาดจะทำให้เสียกำลังใจและพวกนั้นก็จะทำทุกอย่างพังกันเอง ... แต่ถ้าสามารถจัดการกับเรื่องพวกนั้นได้ ... ก็คงชนะได้ไม่ยากอย่างเช่นครั้งนี้

....

“แก่แพ้แล้วเจ้าปีศาจหิน ครั้งนี้พวกเราชนะเจ้าแล้ว” อืมใช้เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวล่ะนะ 

ก็ 1 ต่อ 96 คนนิ เจ้าพวกนี้มันมีคนเยอะเกินไปแล้วนะ ก็นะถ้าจัดการเด็ดขาด พวกนี้ก็คงไม่มีคนพอแล้ว แต่รอบหลังๆมีแต่พวกเก่งๆ ก็เลยพึงความสามารถการฟืนฟูตัวเองอย่างเดียวในการสู้กับพวกนี้

“ใช้ผมแพ้แล้วแต่ยังไงล่ะ จะทำยังไงต่อ”

“พวกเราจะกำจัดแก่” ...ถ้าทำงันเราก็คงต้องจัดการแบบจริงจังด้วยสินะ แต่ขอคุยดูก่อน

“ถึงผมจะไม่ได้ ฆ่าพวกคูณและสักคน แค่ทำการขับไล่ไปเองเนี้ยนะ”

 [พวกเขากำลังสับสน] ใช้พวกเขารวมมือกันเพราะแค่ต้องการจะจัดการผม แต่พวกเขาก็ทำได้แล้วจริงไหม แล้วยังไงต่อล่ะ ผมไม่ได้ทำร้ายพวกเขาก่อนด้วยซ้ำไป จริงไหม แต่ถ้าพวกเขาจะจัดการผมจริง ผมก็คงต้องจัดการเช่นกัน จริงไหมมาดูสิว่าพวกเขา จะเลือกอะไร

“เจ้านะอันตรายเกินไปนะสิ พวกเราจะไม่ปลอยแก่ไว้แน่” นั้นเป็นคำตอบสินะ

"ฮะหะตลกดีนะ" [ผมคงกำลังหลุดหัวเราะอยู่แน่ๆ] "นั้นเป็นข้ออ้างที่ตลกมากเลยนะ ผมยังปล่อยให้พวกคุณยังมีชิวิตอยู่เลย ถึงพวกคุณจะยังรวบรวมพวกของคุณเพิ่มก็ตามที่”[หันหน้าขึ้นมองพวกเขา] #ผมได้สงเสียงหัวเราะ ให้กับพวกโง่พวกนี้อีกครั้ง งันก็เอาสิมาดูกัน

“…” พวกเขาเงียบ...และสับสนอีกครั้ง นี้ก็คงเป็นขอเสียอีกอย่าง เพราะมีผู้นำที่ดีไม่พอ 

[ควบคุมกระแสเวท และทำการพักพวกเขาออกไป] งันคงต้องเอาจริงสักนิดแล้วกัน เอาแต่ใช้ร่างกายในการต่อสู้ ยังไม่ได้ใช้กระแสเวทที่เป็นเรื่องถนัดที่สุดในการต่อสู้เลยด้วยซ้ำไป ... ผมก็ไม่อยากจะฆ่าพวกเขาหลอกนะ แต่ถ้าไม่ทำก็วุ่นว้ายเกินไป

“งันถ้าพวกนายตัดสินใจแบบนั้นก็เอาสิ มาสู้ต่อหรือจะหนีไป เลือกมา” .... มาต่อสู้ดีกว่านะ แต่อีกใจก็ไม่อยากจะฆ่าเลย ผมถึงได้ให้ตัวเลือกกับพวกมันไงล่ะ พวกเขาจะทำไงนะ

“…” … เอาจริงดิ ... พวกเขาหนีไปแล้ว ... แบบยังไม่ได้ฟังที่ผมพูดด้วยซ้ำไป ... แย่อ๊ะ

[แต่ก็เสียพลังงานไปมาก งันก็มานั่งสมาธิ] มันเป็นการประหยัดพลังงานทางเวท เพราะถึงจะใช้กระแสเวทภายนองในการความคุมภาชนะ แต่ยังไงก็ต้องใช้กระแสเวทของเราในการนำกระแสเวทภายนอกอยู่ดี การนั่งนี้เป็นการใช้สมาธิในการควบคุมกระแสเวทของเราที่ได้หลุดจากการควบคุมโดยปกติของเราไป ให้กลับมารวมกันอีกครั้ง เพื่อจะได้เก็บกระแสเวทของเราคืนมา ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็จะมีแต่จะเสียกระแสเวทไปอย่างเดียว ซึ้งสักวันกระแสเวทของเราเองก็จะหมด แล้วเราก็คงจะหายไป ... นี้เป็นวิธีแก้ไขอย่างหนึ่ง

[เวลาผ่านไป ถึงจะรวบรวมคืนมาหมดแล้ว แต่ก็กำลังพิจารณาเรื่องการต่อสู้ที่ได้สู้ทุกครั้งไป เพื่อทำการคิดรู้แบบต่างๆ รวมถึงคิดในกรณีต่างๆอีกด้วย]

[จนได้ยินเสียง] ... การเดินที่หนักแน่น เดินเข้ามาแบบนี้เลยเหรอ

“แก่สินะปีศาจหิน ที่เขาเลื่องลือ ข้าก็ได้จัดการกับพวกสัตว์ปีศาจมาก็มากแล้ว แต่ครั้งนี้จะได้จัดการปีศาจจริงๆสักที่ แถมแข็งแกร่งมากด้วย" "ฮะๆๆ" [เป็นเสียงหัวเราะที่ดูมีความมั่นใจสุดๆเลย] "ช่างโชคดีอะไรแบบนี้”

มีใครก็ไม่รู้ กำลังบ่นมาแบบอย่างยาวเลย ... ต้องตื่นขึ้นมาแล้วสินะ

“อะไรอีกนิ ผมต้องการความสงบนะ”

“เจ้าปีศาจชั่วร้าย ข้านะ มีฉายาว่าความหวังแห่งพื้นดิน ผู้กล้าแห่งดินนี้ไงล่ะ เจ้าปีศาจชั่วที่ทำรายผู้คนไปทั่ว ข้าจะจัดการเจ้าเอง”

“ผมชั่วงันหลอก ผมทำอะไรผิดล่ะ” เริ่มขี้เกียจจะสู้แล้วนะ

“เพราะแก่ทำร้ายคนไงล่ะ แถมสร้างความวุ่นว้ายไปทั่วอีก” ...เอาจริงๆเขาก็พูดถูกนะ

[สำรวจรอบๆ] มีพวกที่แพ้เรารอบที่แล้ว อยู่ข้างนอกเต็มไปหมดเลย จะรุมอีกแล้วเหรอ

“อะไรอีก จะรุมกันอีกแล้วเหรอ”

“ไม่ครั้งนี้ไม่ ข้าจะจัดการเจ้าเองคนเดียว พวกนั้นแค่มาเป็นพยานที่มาดูข้าล้มเจ้าเท่านั้นเอง” ...จะเชื่อก็ได้ ...ไม่พวกนั้นรุมผมแน่

“ผมไม่เชื่อหลอกนะ แต่เอาเถอะจะยังไงก็ได้เข้ามา” 

“… นี้เจ้าไม่เชื่อ ... ชายที่มี ยศศักดิ์เป็นผู้กล้าแห่งดินเหรอนี้”

“ผมไม่เชื่อใจพวกที่มีกำลังคนแอบซ้อนอยู่หลอกนะ”

“...ได้เดียวข้าจะไปบอกพวกนั้นให้ออกไปเอง เจ้าคงจะพอใจแล้วมาสู้กับข้าใช้ไหม”

ถึงจะดูตัวใหญ่ และมีคำพูดที่เหมือนจะยกตัวเองขึ้น แต่ก็ มีศักดิ์ศรี มากพอที่จะแบบนั้น ก็ดี เจอคนแบบนี้ก็ดีบ่าง แต่ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลและกล้ามเนื้อ ... เป็นร่างกายที่ดีนิ ถึงจะมีผิวที่คล่ำ แต่ก็ดีสำหรับคนที่ดูมาอายุมากแล้วนะ แถมยังเปิดเผย แบบไม่มีเกราะอะไรมากมายที่ได้ใส่อยู่เลย ... แถมนั้นคงเป็นอาวุธของเขาเป็นขวาน 2 คม ทีมีกระแสเวทเข้มแบบไม่ธรรมดาเลย

“ข้าจัดการไล่พวกนั้นออกไปหมดแล้ว มาเริ่มกันเลย”

[เขาจับขวานขนาดใหญ่นั้นถือไว้ด้วยมือเดียว] นี้สินะถึงเรียกว่าของจริง สู้กับพวกนั้นจนเบื่อแล้ว ได้มาเจอแบบนี้ก็ไม่แย่เลย

“ได้ มาดูสิว่าจะเก่งสักแค่ไหนกัน”

[เขาพุ่งมาด้วยความเร็วสูงมาก] นี้สิถึงจะสนุก

[ได้ทำให้แขนแข็งขึ้นและมีความทนทานและหนักขึ้นด้วย] มาดูสิว่าถ้าเจอแบบนี้จะเป็นไง

[ถึงระยะปะทะ ก็ขยับหมุนตัวเพื่อหลบ และใช้แรงเหวี่ยงเพื่อหลบและนั้นเลยเป็นการ   เสริมแรงหมุนของหมัด เพื่อใช้ในการโจมตีด้วย]

#ตู้ม!!! ... รับได้ด้วยขวาน ... ในระยะที่แคบขนาดนั้นกับความเร็วขนาดนี้ กับสามารถป้องกันได้ นายคนนี้ไม่ธรรมเลย

“ไอ้การโจมตีแบบนี้ทำให้คิดถึงไอ้เด็กเวรคนนึ่งเลย” ไม่เป็นไรเลย ... พอมาดูความเสียหายของเรานั้น แค่แขนข้างที่โจมตีพังยับไม่เป็นถ้าเลยเท่านั้นเอง

“เยี่ยม งันก็มาต่อเลย”

[ใช้เวลาไม่นานในการซ้อมแขนขึ้นมาใหม่แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้มากนัก] [ผมพุ่งเข้าโจมตีบ่างด้วยความเร็วสูงที่มาก เป่าหมายคือหัว] มาดูสิว่าจะทำไงถ้าเจอแบบนี้ ด้วยความเร็วระดับสูงมาก

[พุ่งเข้าไปจนถึงระยะปะทะ ทำการใช้แขนที่พึงซ้อมเสร็จนั้น ใช้หมัดโจมตีไปด้วยความเร็วระดับสูงขึ้นอีก] จนเกิดการฉีกขาดของกระแสลมจนเกิดเสียง

#ฟิ้ว! #ตู้ม!! …

“เจ็บใช้ได้เลยนิ แต่แค่นี้ล้มข้าไม่ได้หลอกนะ”

#ตุบ นี้มันบ้าไปแล้วโดนเต็มๆแต่มีเลือดไหลนิดหน่อยเอง ส่วนตัวเราแขนขาดอีกครั้ง ... และโดนการโจมตีส่วนกลับ จนร่างกายขาด 2 ส่วน

[ทำการฟืนฟู...] ... รอเวลา ฟืนฟูภาชนะก่อนแล้วกัน แต่ตอนนี้ก็ยังรับมือได้อยู่

“ข้ารู้ว่าแก่ยังไม่ตายหลอกนะ”

[เจ้าผู้กล้าได้โจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง] ต้อนนี้ร่างกายยังไม่พร้อมเลย ทำไงดีๆ ใช้วิธีนั้นแล้วกัน [สร้างเกราะแข็งตรงที่จะถูกโจมตีด้วยความเร็วสูง]

#ฉึก ๆๆๆๆ ...ไม่ได้ผลเลยถึงจะสร้างทันแต่ก็เจ้านั้นก็เบี่ยงการโจมตีให้ไปโดนส่วนที่ไม่ได้สร้างเกราะ หรือถึงจะโดนที่สร้างเกราะไว้ แต่ก็มีผลไม่ต่างกันเลย ... นี้มันสถานการณ์แย่แล้ว ... เอาจริงเลยดีไหม ...ไม่ ยังก่อนเราต้องฝึกสิ ไม่ใช้จะเอาแต่ชนะ ต้อนนี้ยังเอาอยู่ ... หวังว่านะ

“…จบแล้วสินะ” ...

“ยังหลอก”

“บ้านะ”

[ใช้จังหวะนั้นในการพาตัวเองออกนอก ระยะเพื่อซ้อมตัวเองก่อน...]

“ย้า!!...ตายซะ!” [การโจมตีต่อมานั้นมีความเร็วที่สูงมาก] 

[หลบด้วยความเร็วสูง] ... ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะโจมตี ใช้ความเร็วในการหลบไปก่อน

“อย่าเอาแต่หลบสิโว้ย”

“ก็โจมตีให้โดนสิ” ซ้อมภาชนะเสร็จแล้ว ดีนะถ้าเรื่องความเร็วเรายังได้เปรียบอยู่

[อยู่ดีๆเขาก็กระโดดเว้นระยะห่าง] ... งันเราก็ต้องเตรียมพร้อมตั้งรับและโจมตีต่อ

“ข้าคงต้องเอาจริงสักหน่อยแล้ว”

... [กระแสเวทของเจ้าผู้กล้านั้นอยู่ดีๆ ก็พุ่งสูงขึ้นแล้วมันก็ห่อหุ้มร่างกายเขาไว้...] แย่แล้ว

“รับมือ”

#ตู้ม!  …เร็วมากแถมทุกการขยับยังงมีกระแสเวทที่กดดันมาอีก แถมเท่าที่ดูพละกําลังลงมากขึ้นเกือบถึง 3 เท่าคงจะประมาณนั้นจากต้อนแรกด้วยซ้ำไป

....แย่ๆ

[หลบการโจมตีอย่างยากลำบาก] แค่เจ้าบ้าเหวี่ยงขวานมา ก็สร้างความเสียหายเป็นแนวยาวขนาดกว้างแล้ว และมีกระแสลมจากการโจมตีด้วยอีก ทำไห้ควบคุมร่างกายในการขยับยิ่งยากขึ้นด้วย ถึงความเร็วเจ้านั้นจะไม่สู้มากแต่ความมั่นคงมีเต็มที่เลย ถึงจะโจมตีเข้าไปยังกับว่าจะไม่เข้าเลย เอายังไงดีถ้าเป็นแบบนี้ต้องได้แพ้แน่ การฟืนฟู ก็ไม่ทันกับความเสียหายที่ได้รับ  เอาไงดีล่ะครวามนี้

“มีดีแค่นี้เองเหรอ ข้าล่ะผิดหวังจริงๆ นี้เหรอปีศาจ ตลกฉะมัด” ถึงผมจะไม่ใช้ปีศาจ แต่ ...เอาสักหน่อยแล้วกันมา!

[ควบคุมกระแสเวท] ทั่งหมด [ทุดอย่างเงียบสงัด]

“คงต้องเอาจริงนิดหน่อยล่ะนะ ถึงจะผิดแผนไปบ่างแต่ก็คงไม่เป็นไร”

ทุกอย่างในอาณาเขตนี้ตกอยู่ในการควบคุมของเราแล้ว นี้เป็นการควบคุมโดนสมบูรณ์ เป็นผมจากการฝึกด้านจิตใจ ...

“...” เท่าที่ดูยังไม่ยอมแพ้อีก ... ก็ตอนนี้ก็สามารถจบการต่อสู้ได้ เพราะอีกฝ่ายนั้นไม่สามารถขยับตัวได้จาก การควบคุมกระแสเวทของเรา

“ยอมแพ้รึยัง” ดูหน้าเขาสิ ดูโกรธมากเลย ตอนนี้ก็คง....นั้นมันบ้าอะไรอีกนิ

[อยู่ๆกระแสเวทของผู้กล้าแห่งดินก็เข้มขึ้น] ..เป็นเพราะเราเหรอ...ไม่สิ

“ใคร...จะ....แพ้....นะ...ไอ้....เวร....นี้.....”

[ตกใจจริงๆนะที่ยังสามารถขยับตัวได้] หรือเราจะเอาจริงสุดๆ ...ไม่ยังก่อน...แต่สังหรณ์ใจไม่ดีเลยเอาไงดีปิดฉากเลยดีไหม...ยังดี กว่า ...

[ร่างกายของเขากับเต็มไปด้วยกระแสเวทเข้มขน พวกมันกำลังพยายามต่อต้านกระแสเวทเรา] ...เป็นการกระทำที่น่าสนใจอยากรู้แล้วสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป 

[เขากำลังจับขวานแล้วรวบรวมกระแสเวทไปเพื่อ] ...นี้ยังคิดที่จะโจมตีอีกเหรอ ก็อยากรู้วิธีนั้นด้วยสิจะได้นำไปใช้บ่าง

[กระแสเวทที่อยู่ในขวานนั้นเข้มขึ้น...เข้มขึ้นจน] ...นั้นมันใกล้เคียงกับระดับของพระอาจารย์แล้วนะ แต่ว่าที่เป็น นั้นไม่ใช้ตัวคนแต่เป็นที่อาวุธแทน...

[เราก็คงจะต้องปิดฉากแล้วสิ]

“งันมาดูสิว่านี้จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายล่ะกัน”

[รวบรวมกระแสเวทจากภายนอกที่เราควบคุมทั้งหมดมารวมกัน] ต้องให้อาณาเขตแคบลงนั้นก็จะทำให้มีพลังเวทมากพอที่จะนำมาสร้างการทำลายได้ งันก็คงจะใช้เวลาในการโจมตีส่วนกันพอดีสำหรับ การโจมตีสุดท้ายนี้ ก็ถือว่าเยี่ยม

....... [มีเสียงเดินมาทางนี้] แย่ล่ะตอนนี้ก็ไม่มีเวลาในการทำอะไรได้ด้วยสิ ถ้าโดนขัดก็จะพังหมดนะสิ ให้ตายสิใครมากัน

“ท่านพ่อสู้เข้านะครับ” มีเสียงตะโกน ... มันก็ไม่มีอะไรหลอก ...ถ้า...

[เจ้าผู้กล้าแห่งดินดันมีพลังมากขึ้นนะสิ จนถึงระดับพระอาจารย์เลยที่เดียวและการโจมตีนั้นก็มาได้มาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้] งันก็คงต้องเอาอาณาเขตออกแล้ว ทุ่มทุกอย่างแล้วแล้วกัน ...[เอาจริงๆก็หนีได้นะแต่ก็แค่อยากลองวัดพลังกันไปเลย ... แล้วก็ ...]

[การโจมตีของผู้กล้าได้เริ่มก่อนแล้วก็ของเราตามมาผลที่ได้คือ...]

#ฟิ้ว!!!!! #ตู้ม!!!! [บ้านะ การโจมตีของผู้กล้านั้นมันทะลุผ่านการโจมตีเรามาได้] เจ็บ....นี้มันบ้าอะไร

ด้วยการโจมตีที่เข้มข้นด้วยกระแสเวทของเจ้าบ้านั้นมันตัดตัวเราได้!....มันตัดร่างกายและกระแสเวทของเราออก...ดีนะไม่โดนแกนกลาง...

ส่วนพลังเวทที่เราโจมตีใส่ก็คง โดนบ่างล่ะนะ อย่างนี้รักษายากแน่ๆเลย [เราก็พึงสังเกตว่าเรามีแกนด้วย นี้เราเป็นโกเลมไปแล้วสินะ]

เจ็บๆคงต้องปิดการรับรู้ทุกอย่างและทำการฟืนฟูด้วยทุกอย่างที่มีแล้ว ไม่งันจบไม่ดีแน่

[เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้...]

[รู้สึกตัวอีกที่ก็โดนจับไว้ในคุก ที่ไม่ได้แน่หนาเอาเสียเลย]

นั้นล่ะคือการติดอยู่ในนี้ แต่ก็สามารถหนีไปได้ แต่ตอนนี้ขอพิจารณา เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าเราจะแพ้เพราะประมาทจนเกือบจะทำให้ตัวเองได้ตายแล้วสินะ แต่สิ่งที่ได้มาจากการที่สู้อย่างสุดๆแบบนั้น ทำให้ได้เรียนรู้อะไรที่มัน คุมค่าแบบสุดๆ ตอนนี้เลยกำลังฝึกอยู่ในนี้ไปก่อนแล้วกันถ้าฝึกเสร็จเดียวค่อยคิดเรื่องอื่นอีกที่แล้วกัน

[เวลาผ่านไป จนถึงปัจจุบันที่มีอะไรบ่างอย่างพุ่งมา ...] ความแตกแล้วสิ...เอาไงต่อดี

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่18

ก็แพ้เพราะประมาท และอีกอย่างอีกฝั่งก็เป็นผู้กล้าแห่งดินที่แก่แล้วด้วยสิ แต่นั้นก็แค่ตำแหน่งที่คนตั้งกันเอาเองนะ มันยังมีเก่งกว่านี้อีกเยอะ แต่ยังไงก็เป็นเรื่องของในอนาคต และอีกอย่าง น่าจะตอนน่ามั้งจะได้เขียนให้ตัวเอกเรามีเพื่อนรวมเดินทางสักที่ ถึงจะไม่ปกติก็ตาม และเรื่องราวคงจะดูมีมิติมากขึ้น...ไม่มันไม่มีอะไรแบบนั้นขึ้นหลอก แต่ก็หวังว่านะ และก็คงใกล้จะได้ออกจากอาณาเขตแห่งดินแล้ว อืม

//////////////////////

นี้รู้ไหมว่าคนแก่คำผิดเช่นผม(ก็คนเขียนนั้นล่ะ)ได้บอกไปรึยังว่านิยายเรื่องนี้ จะลงแค่ตอน วันจันทร์ - ศุกร์ เวลาก็ดึกๆนั้นล่ะก็มันว่างและเงียบๆ ด้วย … ถึงส่วนใหญ่ที่เงียบเพราะเพื่อนนอนหมดแล้วก็ตามที่ …รู้สึกว่ารบกวนเพื่อนอยู่ … แย่ๆ

แล้วก็ไอ้คำว่าจะได้ออกจากอาณาเขตแห่งดินแล้วมันไม่ใช้เร็วๆนี้หลอกนะ เพราตอนนี้คนที่แก้คำผิดอยู่หมายถึงช่องคำพูดตรงนี้ล่ะ กำลังเขียนอีเวนต์ ที่ถัดไปอีก 2 อีเวนต์ ยังไม่ได้ออกจากเขตแห่งดินเลย ให้ตายจสินี้ยังไม่รวมกับ มุมมองของตัวละครอื่นอีกนะ รอไปอีกยาวๆเลยกว่าจะได้ออกจากอาณาเขตแห่งดินนิ ให้ตายสิ

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น