เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 22 : การเดินทาง ฝึกฝนตน เพื่อหาความแข็งแกร่ง...? [a1.2-16]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

... ใช้เวลานานพอควรเลย ในการสร้างภาชนะนี้ เพื่อจะได้ไม่เป็นที่สังเกตในการเดินทาง ...

ที่จริงก็ควรจะเดินทางเพื่อสร้างความแข็งแกร่งตั้งนานแล้ว แต่เพราะว่าพระอาจารย์ ... มาชี้...ไม่สิต้องบอกว่า มาแนะนำทางเดินให้ ในการหาความแข็งแกร่งนี้ เพื่อที่จะได้ไปเอากายของตัวเองกลับคืนมา ... นั้นคือจุดประสงค์ของสิ่งต่างๆ แต่จากการที่ได้ผ่านเรื่องพวกนี้ เราคิดว่ามันสำคัญ ใช้สำคัญมาก...เราจะทำลายคนอื่นเพื่อที่ได้ในสิ่งที่เราต้องการรึป่าว แม้ว่าจะมีทางที่เราสามารถได้ในสิ่งนั้นโดยไม่ต้องทำลายใครก็ตาม แต่ต้องใช้วิธีที่ยากกว่า ...... ผมนะมีคำถามมากมาย ในการกระทำของตัวเองมาโดยตลอด พอได้ใช้เวลาในการคิดและทำใจยอมรับตัวเองมันก็ทำให้เห็นอะไรที่แตกต่างขึ้น ... แต่นั้นมันก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร คงต้องให้เวลากับการคิดอีกแต่ตอนนี้

[สำรวจร่างกายนี้ที่ถูกสร้างขึ้น] การสร้างให้มีรูปร่างเหมือนคนนะไม่ได้ยากอะไรเลย แต่นั้นแค่รู้ร่างเท่านั้น อะไรต่างๆยังไม่แนบเนียนพอ เลยจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำให้เมือนขึ้น นั้นเลยทำให้กินเวลานานพอสมควร แต่ตอนนี้พร้อมแล้ว

[เดินไปกล่าวลา กับพระอาจารย์] ถึงท่านจะตัดทางโลกแล้ว แต่เราก็ขอบอกลาท่าน อีกสักครั้ง 

“ผมขอบคุณ ท่านอาจารย์มาก ผมจะไปแล้วนะครับ” ไม่ใช้คำพูดที่ยุ่งยาก เพียงแค่คำเรียบๆ ก็พอแล้ว เพราะท่านก็สอนให้ผมทำแบบนั้นเช่นกัน

[ผมได้เดินทางออกไปจากป่า หินนี้] 

ภาชนะนั้นมีลักษณะ สูงใหญ่ตัวหนาอวบๆ  นี้นะเป็นรูปร่างที่เมื่อก่อน ผมอย่างจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมสามารถมีลักษณะแบบไหนก็ได้.... แต่ก็คงได้แค่นั้น...

[เดินไปรอบๆ]

ที่นี้ไม่มีผู้คนเลยนะ [ใช้กระแสเวทตรวจจับ] มีอะไรอยู่ตรงนั้นด้วย

[เดินไปหา] ...สัตว์ป่า... ตัวอะไรนิ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยขนาดอยู่ที่นี้ตั้งนาน รูปร่างสูงใหญ่ หนังเป็นขนหนา ... ถึงจะมองเห็นแต่ก็แยกแยะสีไม่ได้ ที่เห็นก็เป็นสีขาวกับดำ เรื่องนี้พระอาจารย์เป็นคนยืนยันว่าเป็นงัน ก็เลยไม่รู้ว่าเจ่าตัวนี้สีอะไร มันมี 4 ขา 1 หัว ท่าทาง ... ไม่ทำร้าย ... มันก็แค่เดินหนีไปเท่านั้นเอง

...

ถ้าเป็นเราเมือก่อนคงจะพุ่งไปสู้กับเจ้านี้ไปแล้ว ... แต่ถึงจะเป็นงัน ถ้าชนะแล้วยังไง ... สู้กับมันโดยที่มันไม่คิดจะสู้นี้นะ แล้วเราจะได้อะไร ถ้าฆ่าก็คงจะได้เนื้อและหนัง ... แต่ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องการของพวกนั้น ... ฉะนั้นก็คงเหลือแต่ซากศพของมัน ...

อีกอย่างเราก็ไม่สามารถฝึกความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายได้ ก็ร่างนี้นะเป็นแค่ภาชนะที่ถูกสร้างขึ้น...เท่านั้นเอง

[เดินต่อไปอีก] ว่าแต่เราจะเดินไปที่ไหนนิ ... เราไม่มีจุดหมายเลย จริงไหม เราก็ไม่ได้อย่างไปทางไหนพิเศษ ก็เราจะหาที่ฝึกไง งันก็ไปทางที่มีกระแสเวทเข้มที่สุดดีกว่า

[เดินทางไป] ระหว่างเดินก็ฝึกการขยับร่างกายให้ดูปกติ และฝึกการจับกระแสเวทของสิ่งมีชีวิต และทำการแยกแยะอีกด้วย

[ใช้เวลาเดินนานพอสมควร]

ใกล้จะถึงแล้วสิ่งที่มีกระแสเวทเข้มที่สุดในป่านี้ ...แต่บอกแบบนั้นก็คงแปลกๆเพราะพระอาจารย์นะมีกระแสเวทเข้มที่สุดสําหรับมนุษย์แล้วมั้ง ขนาดร่างจริงของเราตอนนี้ก็คงจะไม่เข้มขนาดนั้น แต่ไม่รวมเจ้าโกเลมบ้านั้น กระแสเวทของพระอาจารย์นะ ตรวจจับไม่ได้จนกว่าจะใช้กระแสเวทของตัวเองเข้าไปหาข่างในตัวของอาจารย์ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่ดี

กลับเข้าเรื่อง เจ้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคือ สิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ แบบใหญ่สุดๆ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลที่เห็นได้ชัดขนาดร่างกายถูกปกคุมไปด้วยขนหนา และมีบ่างส่วนของร่างกายที่ มีหิน ? ไม่สิ เกล็ด ? อะไรสักอย่างที่เหมือนกับเกราะที่ปกคุมร่างกายบ่างส่วนไว้ ลำตัวหนา มีแขนขาที่เต็มไปด้วยขน และมีกรงเล็บขนาดใหญ่เป็น 1 ในสามของแขน ....

มันกำลังกินผลไม้อยู่ ...

[เดินไปหา] มันไม่สนใจอะไรเลยนอกจากการกิน .... ตัวใหญ่ซะจริง ใหญ่กว่าภาชนะเราตั้ง 2 ถึง 3 เท่าได้มั้ง

[เดินไปจน...] [เริ่มจับตัวมัน] มันก็ไม่สนใจอะไรนอกจากกินอยู่ดี ... เราอยากจะสู้กับเจ้านี้ แต่เท่าที่ดู มันจะไม่สนนะเนี้ย

[ใช้มือลูบขนของสัตว์ใหญ่ตัวนี้] ... ถึงจะไม่สามารถรับรู้ว่ามันเป็นไง แต่ก็คงจะเป็นขนที่แข็งและหนาแน่ ๆ

[ใช้มือลูบไปจนมัน....] 

#เสียงคำรวมเสียงดัง ... อย่าบอกนะว่าจับตั้งนานพึงจะรู้สึกตัวนิ

 

[ผมเริ่มถอยออกห่าง]

“ขอโทษที่นะที่ต้องเสียมารยาท แต่ว่าผมขอต่อสู้กับคุณนะครับ” .... [เจ้านี้ก็ยังไม่หายตกใจ ....]

[สัตว์ที่ถึงจะทำตัวร้ายกาจตัวนี้ มันกำลังใช้กรงเล็บขนาดใหญ่ตบลงมาใส่] คงจะโกรธที่มากวนต่อกินอาหารสินะ แต่นี้ก็ถือว่าเป็นโชคดีที่จะได้ลองสู้ด้วยสภาพแบบนี้

[ใช้แขนรับการโจมตีนั้นไว้] 

#ตู้ม! ...แขนขาดกระจาย ... แสดงแขนยังขาดความแข็งสินะ

[ใช้กระแสเวทที่อยู่ในเศษแขนที่พังให้นำกับมาต่อกันอีกครั้ง] 

[แต่เจ้าสัตว์ หน้าขนนั้นก็ยังไม่ได้หยุดการโจมตีแค่ครั้งเดียว มันกำลังจะโจมตีด้วยแขนอีกข้างนึ่งต่อ]

... [หมุนตัวหลบ ระยะ 1 ก้าว] การขยับโดนใช้ระยะน้อยที่สุด นั้นจะทำให้สามารถทำสิ่งอื่นต่อได้เร็วขึ้น เพราะมันเร็วไงล่ะ

[ใช้เวลาสร้างแขนใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมมาก ได้ก่อนที่จะถึงการโจมตีครั้งต่อไป] 

[สัตว์ขนยาว นั้นกำลังตบมาอีกครั้งด้วยความเร็วที่มากว่าครั้งก่อนๆ แต่ก็กันด้วยแขนที่สร้างมาใหม่] 

#กึก แย่จริงๆกรงเล็บของเจ้านั้นมันฝั่งลงในแขนนี้ขนาดทำให้แข็งสุดๆแล้วนะ [กำลังพิจารณาแขนที่โดนความเสียหาย] ... แขนกำลังแตกร้าวตามแนวของกรงเล็บ ...

[มีการโจมตีอีกครั้ง โดยที่ไม่รอให้ได้คิดอะไรเพิ่ม] ต้องตัดสินใจ [กระโดดออกมาเพื่อสร้างระยะห่าง]

แขนนะแข็งเกินไป จนมันเปราะ แค่โดนความเสียหายนิดเดียวก็จะลามทำให้มีบาดแผลขนาดใหญ่ และแตกออกด้วยสิ

[ล่ะหว่างที่กำลังวิเคราะห์ ความเสียหาย เจ้าขนหนาเล็บยาวก็กำลังพุ่งมาเพื่อจะกระแทกมันมาด้วยความเร็วกลางๆ แต่หนักแน่น]

[… คิดสิ คิด ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะสร้างร่างกายที่มันดีๆ...] [ล่ะว่างที่คิดนั้น เจ้าสัตว์หน้าขนก็กำลังเข้าใกล้เรื่อย ๆ จนถึงตัวแล้ว....]

[ถึงระยะหมัดแล้ว ก็ใช้แขนที่แข็งแต่แตกร้าวชกใส่ด้วยความเร็วสูงมาก]

#ตู้ม!!! เป็นไปตามที่คิดเลย เจ้านั้นนะพุ่งเข้ามาปะทะกับหมัดที่แข็งและเร็ว ถึงจะแตกไปบ่าง แต่ด้วยความเสียหายที่เจ้านั้นได้ทำให้มันกระเด็นไปไกลมากเลย นั้นคงจะได้รับความเสียหายมากพอควรแน่ ๆ ส่วนเราแขนแตกกระจาย ร่างกายส่วนบนกำลังแตกร้าวเพราะแรงกระแทกที่มากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถขยับได้ แต่ก็ไม่มีปัญหา

[ใช้เวลาไม่นานในการซ่อมร่างกายให้เป็นปกติ] การโจมตีนะ ยิ่งแรงยิงดีใช้ไหม แต่ว่าอะไรคือแรงล่ะ นั้นก็คือความเร็วและกำลัง แต่นั้นก็เป็นปัญหาเช่นกัน ถ้าใช้ความเร็วมากเกินไปภาชนะนี้นะจะตามทันไหมไม่ก็ไม่รู้ ถ้าไม่ ล่ะก็จะเกิดความเสียหายจากความเร็วในการขยับ และถ้าใช้กำลังมากไปร่างกายนี้ตอนโดนปะทะก็จะแตก เหมือนดินที่พุ่งชนหิน ก็ร่างกายนี้ทำมาจากของพวกนั้นนิจริงไหม 

และต้อนนี้ ทำให้รู้ว่าถ้าใช้ร่างกายที่แข็งถึงจะสามารถทนแรงปะทะได้ แต่ถ้ามันเกินที่จะรับได้ล่ะก็ จากความเสียหายเล็กๆมันสามารถทำให้พังทั้งหมดได้เลย ... นั้นไม่ดีเลย เพราะการต่อสู้ยอมเกิดความเสียหายเป็นปกติ มันเหมือนว่าถ้าโดนการโจมตีนั้นแล้วจะมีผลลัพธ์ได้แค่ คือ ไม่มีความเสียหายอะไร กับพังไปเลย นี้มันแย่จริงๆ

[จากการใช้เวลาในการคิดนานแล้ว แต่เจ้าสัตว์นั้นกับไม่ขยับเลย]

... คงไม่ใช้ว่าตายเลยนะ

[เดินไปดูเจ้าสัตว์นั้น...] ส่วนหัวยุบลงไปจน...ผิดรูปร่าง...แต่ร่างกายกับมีแค่รอบแผลนิดเดียว ซึงเกิดจากเศษแขนของเราที่แตกออกเท่านั้น 

... ทำไหมเป็นแบบนี้ การโจมตีไม่สามารถสร้างแผลได้ แต่เศษหินจากแขนเรากับทำได้

[ใช้มือจับเนื้อเจ้านี้] ... เหนียว ... เนื้อเหนียวมาก ...ขนนี้ก็ ... [พอลองต่อยดูที่ขน] มันกับลดความแรงที่จะส่งไปถึงเนื้อได้อีกด้วย ... นี้คงเป็นเหตุผลรวมๆที่เกิดขึ้น

เจ้านี้ตายเพราะแรงกระแทก ที่มีมากจนทำให้ส่วนหัวพังได้ แต่นั้นไม่มากพอที่จะทำให้เนื้อชีกออกไปได้ และขนนี้ก็เป็นตัวลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ส่วนบาดแผลเล็กๆนี้ เกิดจากเศษเล็กๆเพราะ มันมีขนาดเล็ก บ่างที่มันเล็กจนผ่านขนพวกนี้ไปได้ด้วยเพราะขนาด และเพราะเป็นเศษที่แตกออกเลยมีเหลี่ยมคมอยู่บ่าง แต่ยังไงมันก็ไม่แรงพอที่จะเป็นความเสียหายหลักได้ 

แต่ดูนี้สิ โดนความแรงขนากนั้นแต่ร่างกายกับไม่พัง นั้นเป็นเพราะว่ามีความเหนียวและยืดหยุ่นที่ดี ... ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มแล้วสิ นี้คงพอแล้วสำหรับเจ้านี้

[ใช้กระแสเวทที่ไม่ได้ใช้มานาน นานมากๆ] เวทรักษาที่ได้เรียนจากที่โบสถ์ ... ก็คิดถึงที่นั้นอยู่นะ

[ใช้เวลาไม่นานในการรักษา] ยังไงก็ไม่ได้คิดที่จะเอาชีวิตเจ้านี้อยู่แล้ว นี้ต้องขอบคุณเจ้านี้ด้วยซ้ำไป

… มันทำให้คิดได้ว่าที่พระอาจารย์ บอกคืออะไร ดูนิสิ ผมคิดได้ว่า ผมสามารถควบคุมเจ้าสัตว์ตัวนี้ได้ เจ้านี้ก็มีร่างกายที่แข็งแรง ถ้าเราควบคุมมันได้ล่ะก็เราก็แข็งแกร่งแล้วนิ โดยใช้เจ้าตัวนี้ .... นั้นคงเป็นความคิดเก่า ก่อนที่จะได้ไปฝึกกับอาจารย์ ถ้ายังคงมีความคิดนั้นไปเลื่อย ๆ ยังไงก็ต้องเจอภาชนะที่ดีกว่าเดิม จริงไหม แล้วถ้าเป็นเราคนก่อนจะทำไง ก็คงจะเลือก เปลี่ยนร่างไปเลื่อย ๆ ไม่จบสักที่ .... แต่ถ้าเรามีความสามารถควบคุมเพียงพออาดจะสามารถควบคุมได้มากกว่าหนึ่งร่างก็ได้ ....

ตรงนี้ยังกับมีทางเลือกให้เราเลย แบบว่ารู้สึกได้เลยถึงคำถามว่า จะเลือก ขโมยร่างกายของสัตว์ตัวนี้แล้วมีภาชนะที่แข็งแกร่งขึ้น หรือ แค่รักษาสัตว์ตัวนี้ และจากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น .... นี้นะเป็นทางเลือกของ เส้นทางของโศกนาฏกรรมที่จะเดินในทางของผู้แข็งแกร่ง

หรือจะเลือกเส้นทางของ การพเนจรที่ฝึกตนด้วยตน กันล่ะ ....

ฉันนะได้เลือกไปแล้ว แต่ว่า ... มันคงน่าเบื่อใช้ไหมล่ะ ที่เรื่องราวแบบนี้ ฉะนั้น ....

[รักษาเสร็จแล้ว] ... นี้ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่เสียเวลาในการมาสู้กับผมด้วยความไม่เต็มใจ ...

“นายนะ จะเลือกทางไหน แต่ผมก็หวังว่าจะได้เจอนายอีกครั้งนะ หวังว่าจะมีโอกาส ..... หวังว่านะ” ผมนะให้ทางเลือกกับเขาแล้ว

[เดินตามกระแสเวทที่ได้ชี้นำท่างต่อไป...] ฟังดูดีนะแต่นี้มันก็แต่การทำอะไรต่างๆที่วุ้นวายเท่านั้นเอง

[เดินผ่านป่าผ่านเขา] การเดินทางนั้นก็เป็นอย่างช้าๆ ง่ายๆ ก็คิดซะว่าเป็นเพราะควบคุมร่างกายยังไม่ดีเลยยังทำให้อะไรๆ ช้าไปหมด 

เวลาที่เดินไปก็รองคิดเล่นๆว่า กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ มีหลายคำพูดของพระอาจารย์ ที่เหมือนเห็นอะไรบ่างอย่างที่เราไม่เห็น ... เราก็เรียนรู้สิ่งต่างๆ แต่บ่างอย่างก็แค่เคยได้ยินจากที่นั้น ที่ยังกับคุกที่ขังเพื่อฝึกให้เราเป็นอาวุธ ... แต่ทำไหมถึงจับแต่เด็กๆไม่อายุใกล้กัน .... ผมนะเบื่อนะ เบื่อในบ่างเวลาที่ต้องทำสิ่งต่างๆ ... ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไหม แต่ว่าถ้าจำไม่ผิดความคิดนั้นคงเริ่มว่าจากตอนนั้น ตอนที่เราเสียพ่อแม่ไป ... จริงสิ ที่จริงเราก็อยากจะไปที่นั้น ... แล้วทำไหมเรื่องทุกอย่างถึง ได้เป็นแบบนี้ล่ะ

[คิดและพิจารณาตัวเองในสิ่งต่างๆ...] 

#กวิบๆ.... ...นี้เราเดินมาไกลแค่ไหน ... จริงสิ 

[มองขึ้นไป] ตอนนี้ก็อยู่บนภูเขามั้ง? ตรงนั้นบนยอดภูเขา มีกระแสเวทที่น่าสนใจอยู่ ... ดูรอบๆ สิมีนก? ตัวใหญ่แปลกๆ นะ มีรูปร่างที่เหมือน...กิ้งก่า มีปีก ... ก็เหมือนอยู่นะ แต่มันไม่มีขาหน้านะสิ แถมผิวมันคงเป็น...เกล็ด...สินะดูแล้วไม่น่าเก่งเท่าไหร่ แต่เจ้าพวกนี้เอาแต่สงเสียงร้อง และบินรอบๆ

[ยิ่งเดินขึ้นมากเท่าไหร่ความชันของภูเขายิ่งมากขึ้น] เดินลำบากจังนะ แต่คิดซะว่าเป็นการฝึกความคุมร่างกาย

[ใช้เวลาในสักพักใหญ่กว่าจะเดินขึ้นถึงยอดภูเขา] ว่าดูสิที่นี้นะมีลมแรงมาก ถ้าไม่สามารถใช้การมองเห็นได้ก็คงคิดว่าจะขยับตัวไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป ... บนยอดภูเขา ... มีภาพที่สวยมากเลย ... นั้นสินะการมองเห็นมันก็ดีอย่างนี้สินะ ... รู้สึกดีก็ดีอยู่หลอก แต่ก็รู้สึกแย่พอๆกัน

[เสียเวลาในการดูวิวนานพอควร กว่าจะมาสนใจว่าทำไหมเราถึงขึ้นมา] ... ไข่ ...ไข่อะไรนิ 

[ใช้มือจับและสำรวจ] เจ้าไข่นี้ มีกระแสเวทที่แรงผิดปกตินะ แต่ ...เดียวนะ...

[ใช้มือจับไข่ใบอื่นๆ] ... มีแค่ใบเดียวที่เป็นแบบนี้ ... ไข่ประหลาด อะไรนี้มีกระแสเวทแรงกว่าไข่ใบอื่นๆ จนผิดปกติล่ะนี้ ... ถ้าเป็นไข่แล้วเราจะสู้ยังไงนิ ... แล้วทำไหมเราต้องสู้กับไข่ด้วยล่ะ ... มันทำแบบนั้นเดียวก็ไข่แตกพอดีสิ

... ใช้ๆ เราเดินทางมาเพื่อ หาความแข็งแกร่งเพื่อที่จะได้เรียนรู้ นี้เป็นการเดินทางเพื่อการฝึกนิ งันเราจะฝึกอะไรได้บ่างจากไข่ใบนี้

[นั่งลงแล้วจับไข่ใบนั้น] งันรองฝึกกระแสเวทของเจ้านี้ดีว่า

[ฝึกควบคุมกระแสเวทที่แพร่กระจายไปทั่ว ถึงจะไม่เข้มแต่นี้ก็เป็นประมาณที่มากเกินไป] จนอดส่งใส่ไม่ได้ว่าเจ้านี้ทำไหมมันไม่เสียกระแสเวทจนตายล่ะ

[รองควบคุมกระแสเวทของเจ้าไข่นี้] ตอนนี้คงไม่รู้จะทำยังไง ก็คงจะทำได้มากสุดคือ รองผิดรองถูกกับการฝึกกระแสเวทที่เจ้าไขนี้ ปล่อยออกมาไม่หยุดเลย 

.... [เวลาได้ผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว] ... 

#กึกๆ ... อะไรนะเกิดอะไรขึ้น [รู้สึกตัวอีกที่...ก็ มี ... นกยักษ์ ที่มีเกล็ด ตัวใหญ่กำลัง ... จิกตัวผมอยู่] ... นี้มันมืดแล้วนิ ท้องฟ้าสวยจัง วันนี้มีเจ้าสิ่งนั้นด้วยดวงจันทร์สินะ ... กลับเข้าเรื่อง ...เท่าที่ดูรอบๆ เจ้านกยักษ์พวกนี้ มันก็คล้ายๆ กับที่บินอยู่ตอนกลางวันนะ แต่มีหลายแขนจัง ดูสิ เจ้า 2 ตัวนี้มีตั้ง 6 แขน ... จะเยอะไปแล้วนะ มีปีก 4 ข้าง ห่างก็ยาวๆ ... เข้าใจล่ะ ไข่พวกนี้เป็นของพวกนายสินะ คงตกใจที่ตอนกลับบ้านมามีอะไรก็ไม่รู้มาอยู่กลับไข่พวกนี้ ตอนนี้ก็เลย จิกๆ เพื่อจะได้รู้ว่าคืออะไร เราเป็นหินไง ไม่ต้องสงสัย 

เพราะทั้งตัวทำมาจาก หิน + ดิน + ไม้ ไงล่ะ ก็ไม่ใช้หินทั้งหมดนินะ ... 

“โทษนะที่มารบกวนแค่ผมนะขอเวลาอีกแป๊บนึง เดียวก็จะไปแล้ว” 

#กึกๆๆๆๆ ... พอเราพูดไปก็จิกกันใหญ่เลยคงไม่ชอบเราแน่ ๆ แต่ขอโทษนะผมจะอยู่ต่อ และแค่การจิกพวกนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้หลอก ถ้าไม่ทำรายกระแสเวทของผมทั้งหมดผมก็ยังมีตัวตนอยู่นะ

[ใช้เวลาในการฝึกกับไขใบนั้นไปเลื่อย ๆ] ....จนในวันนึ่ง

#จิบๆๆๆๆ …เสียงอะไรนะ [วันนี้ก็เป็นอีกวันนึ่งที่เราฝึกกับเจ้าไข่นี้ ... แต่ว่า] มีลูกของพวกนั้นเต็มไปหมดเลย ... เดียวนะแล้วทำไหมเจ้านี้ ถึงไม่ฟักเป็นตัวล่ะ ... 

[สำรวจกระแสเวท] ... กระแสเวทของเจ้านี้มันอ่อนลงนิ หรือว่าเพราะเราทำให้กระแสเวทของเจ้านี้มันปั่นป่วน ความผิดนี้คงเป็นเพราะเราแน่ ๆ งันเราคงจะไม่รบกวนเจ้าไข่ใบ เท่าแขนของเราแล้ว ...

[ควบคุมกระแสเวทเพื่อทำอะไรบ่างอย่าง] ... นี้ถือเป็นค่าขอโทษ และให้ทางเลือก กับเจ้าด้วยนะ เจ้าไข่ใบ น้อย หวังว่าจะไม่โกรธเพราะว่าทำให้อ่อนแอลงนะ

...หลังจากที่สำนึกผิดและทำการช่วยปรับอะไรอีกนิดหน่อย แล้วก็กล่าวคำขอโทษอีก 7 ถึง 8 ครั้ง และก็ ...หนี ไม่สิต้องบอกว่าถึงเวลาเดินทางต่อแล้วต่างหาก 

[เดินลงไปอย่างเงียบๆ เพราะยังรู้สึกผิด] เจ้าไขใบนั้นนะเป็นแบบนั้นก็เพราะ ... มันแข็งแรงผิดปกติ ... จะให้บอกว่าไงล่ะ ก็เจ้านั้นมันเป็นแบบนั้นก็เพราะตัวมันเอง แบบว่าเป็นผู้เกิดมา พิเศษไงอะไรแบบนั้น ... แต่เราก็เกือบจะฆ่าเจ้านั้นตาย แบบไม่รู้ตัวด้วยสิ 

[เดินทางต่อไป] ...

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่17

อืมฝั่งนั้นก็ไปโรงเรียนฝั่งนี้ก็กำลังเพิ่มจำนวนสัตว์ปีศาจ อีก ... แต่เอาเถอะก็คงใกล้จะถึงเนื้อเรื่องหลักแล้ว คงอีก ตอน สองตอน แต่ถึงจะบอกว่าเนื้อเรื่องหลัง แต่ตอนนี้ก็นับว่าเขาแล้วนะ ตอนนี้ก็อยู่ใน บทการค้นหาตัวเอง แล้ว...แต่เอาจริงๆก็คงจะเป็นการเดินทางเล็กๆของฝั่งนี้ ส่วนฝั่งนั้นก็คงใกล้จะถึง บทการนำพาที่เกินความจำเป็นแล้ว แต่ว่าเดียวก็จะยังมีอะไรอีกนิดหน่อย อีกมากหวังว่าจะไม่มั่วนะ ... มันต้องมั่วแน่ ๆ แต่ก็หวังว่าจะควบคุมได้นะ

//////////////////////

สั้น … ก็ไม่นิ … ตอนนี้มันไม่มีบทพูดเลยนิหว่า ... ตอนแก่คำผิดกับพยายามแก่คำให้มันอ่านง่ายๆ? ก็แบบว่า ... ไม่ต้องแก่มากแล้ว รู้สึกดีใจที่เห็นผลงานตัวเราเองมันกำลังดีขึ้น? เอาเถอะคนอ่านก็คงจะไม่เห็นข้อความนี้อยู่ดี 

แต่นี้ตอนที่ 22 แล้วรึนี้ แต่ความจริง ถ้านับเนื้อเรื่องจริงๆ แค่ตอนที่ 17 เองนะ … ถ้าเขียนแบบไม่ยืดเยื้อ คงจะจบภายในตอนที่ 40? ไม่สิ 50 … อาดจะ 60 หรือบ่างที่ 70 ตอนถึง 80 ตอนก็ได้นะ … นับแต่ ตอนเนื้อเรื่องจริงๆ … ถ้าจบจะได้ …. สักที่ นี้คิดบท … ถึง … 6 แล้วนะ … ถ้ามีเวลามากพอ ก็จะเขียนให้หมดเลย แล้วถ้าหมดไฟต่อไหนก็จะนำอันเก่าๆ ที่ข้ามไปมาเขียนเพิ่ม เป็นภาคแยกต่อไป และเท่าที่ดูคงจะไม่มีคนอ่านเช่นเคย … เยี่ยม ถ้าเขียนดาร์กเท่าไหร่ก็ได้สินะ 

#เสียงหัวเราะที่เหงาๆ … เอาเถอะเดียวมีผลงานก่อน จะค่อยมาบ่นเพิ่ม  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น