เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 2 : ความจริงที่คอยตอกย้ำ [a1-1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

… นอนงันเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหรกัน

[ลองขยับร่างกาย] ปวดตามเนื้อตามตัวไปหมดเลย เกิดอะไรขึ้นกันนะ

...

จำได้แล้ว ยา ดวงตา เลือด สินะ

[ลองใช้มือจับที่ดวงตา] มีผ้าพันไว้อยู่ ต้อนนี้ควรปล่อยไว้อย่างนี้ก่อนล่ะกัน

[ใช้มือสัมผัสธ์ที่พื้น] นี้คงเป็นที่นอนสินะมันนุ่มมากเกินไปที่จะเป็นที่นอนที่บ้าน

[พอฟังเสียงแล้ว] ได้ยินเสียงลมหายใจอยู่ใกล้ๆ

[ใช้มือควานหา] ผ้าห่มที่นี้ไม่ใช้ของที่บ้านเราจริงๆด้วย

[มือได้สัมผัสกับอะไรสักอย่างที่อุ่นๆ] มืองันเหรอ... นี้เป็นมือของแม่สินะ มือแม่ที่เต็มไปด้วยแผล แม่เคยบอกว่าแม่เคยทำอาชีพนักผจญภัย ทำให้ร่างกายของแม่เต็มไปด้วยแผลเป็นเต็มไปหมด แต่ก็ยังได้แต่งงานกับพ่อที่เป็นนักผจญภัยเหมือนกัน พ่อเลยได้มาทำอาชีพเป็นทหารยามแทนเพื่อจะได้มีเวลามาอยู่กับแม่ นั้นคือสิ่งที่แม่บอกมาอีกที่นึ่งระนะ

[พอใช้ร่างกายสัมผัสกับอากาศ] ที่นี้เป็นห้องสินะ มีลมเย็นแต่ทางด้านขวานั้นคงเป็นหน้าต่าง ตอนนี้ไม่รู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไปเลย ตอนนี้คงจะตอนกลางวันแล้วสินะ เพราะอากาศช่วงนี้เป็นอากาศหนาว

[เลิกสำรวจ] ยังไงที่นี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ก็คงต้องพักสินะ 

[ฟังเสียงลม ใช้ร่างกายสัมผัสอากาศ] ยังไงก็ไม่มีอะไรทำก็ลองจับสัมผัสให้ดีขึ้นกว่านี้อีก ยังไงก็ว่างๆดีกว่าทิ้งเวลาไปเฉยๆ

ยังไงสะเราก็เป็น <คนตาบอด> ไม่อาดใช้ชีวิตแบบปกติ ไม่อาดไปโรงเรียนหรือมีเพื่อนสักคน โลกมันช่างโหดร้ายจังนะ แต่แล้วแบบไหนที่เรียกว่าปกติกันนะ คงไม่มีวันที่จะได้รู้จักกับสิ่งนั้นหรอก แต่ก็....ไม่รู้สิ...

[เวลาได้ผ่านไป]

[เสียงอะไรบ่างอย่างที่เหมือนการเปิดประตู] มีกระแสลมพัดมา เท่าที่จับทางเสียงและลม คงเป็นประตูอยู่ทางขวา อยู่ไกลมาก

[เสียงเหมือนอะไรสักอย่างที่ขยับเป็นจังหวะ] นั้นคงเป็นการเดินสินะเท่าที่ได้ยินเสียงที่กระทบลงมันคงเป็นพื้นหินสินะเป็นเสียงของสถานที่ใหญ่ๆนะนั้นที่นี้คงเป็นโรงพยาบาลสินะ แต่เสียงมันก็ไม่ใช้สักที่เดียวแต่มันก็คล้ายๆ คงจะใช้นั้นระตอนแรงคงจำผิดไปเองยังไงซะเราก็มีพันแผลที่ตานี้คงเหมาะสมดี

[สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของดอกไม้] กลิ่นแรงขนาดนี้เลยเหรอเท่าที่ได้ยินเสียงและกระแสลม ก็อยู่ห่างไปไกลอยู่นะยังไงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนอนเฉยๆดีกว่า

[เสียงได้เข้ามาใกล้] 

“ตื่นแล้วเหรอเด็กน้อยผู้น่าสงสาร” เสียงคนแก่งันเหรอ ทำไหมเสียงไม่เหมือนคุณหมอที่ไปหาประจำเลยระ

“ครับที่นี้ที่ไหนครับ คงไม่ใช้โรงพยาบาลสินะครับ”

“ใช้แล้วหนูน้อยที่นี้เป็นโบสถ์นะ ช่างเป็นเด็กที่มีไหวพริบดีเชียวนะ”

“ขอบคุณครับที่ชมครับ” โบสถ์เหรอทำไหมเป็นที่นี้แทนโรงพยาบาลระ คนนี้คงเป็นบาทหลวง...คงไม่ใช้เหรอคงเป็นหลวงพ่อนั้นระ

“แล้วทำไหมผมถึงอยู่ที่โบสถ์แทนที่จะอยู่ที่โรงพยาบาลระครับ”

“ช่างเป็นเด็กที่ใจเย็นและมีสติจริงนะ เดียวให้พ่อของเธอมาก่อน เดียวพ่อจะได้บอกเรื่องราวให้ฟังที่เดียวเอง” พ่องันเหรอคงกำลังทำงานอยู่สินะ ส่วนแม่ก็ยังนอนอยู่ ส่วนคนตรงหน้าที่แทนตัวเองว่าพ่อคงเป็นหลวงพ่อสักคนในโบสถ์ที่แห่งนี้สินะ

[แล้วก็มีเสียงเดินได้ออกห่างไป] หลวงพ่อคนนั้นคงเดินออกไปแล้วสินะเท่าที่ได้ยิงเสียงเดินรอบๆนี้แปลว่ามีเตียงนอนอยู่อีกสินะ แต่ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยที่อยู่ข้างนอกจากคุณแม่ ก็ไม่รู้สึกถึงคนอื่นๆที่เป็นคนป่วยเช่นเดียวกับเราเลย แต่เท่าที่ได้ยินเสียงเดินของหลวงพ่อที่เดินไปแล้วหยุดเป็นพักๆ แปลว่าต้องมีคนอยู่อีกแน่ ยังไงตอนนี้คงต้องรอพ่อมาหาจะได้รู้ว่าเรื่องที่คุณหลวงพ่อจะพูดอะไรสักที่

“...” อยากกลับบ้านแล้วสิ

[เวลาผ่านไปไม่นาน] พอได้ฟังเสียงที่อื่นนอกจากที่บ้านแล้วมันก็แปลกใหม่ดีนะ มีเสียงที่ผ่านหน้าต่างมามากมายเลย เสียงของคนที่เดินไปมาที่อยู่ห่างไปไกล เสียงของเด็กเล่นกัน เสียงของพวกหลวงพ่อคุยเรื่องต่างๆกัน มันชั่งแปลกจริงๆ มันอ้างว้างแปลกๆบอกไม่ถูกถ้า ถ้าสามารถมองเห็นได้จะเป็นไงนะ ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นไงแต่ถ้ามองเห็นคงสามารถใช้ชีวิตปกได้สินะ คงสามารถหาเพื่อนได้ คงจะสามารถเรียนรู้จากการอ่านได้ แล้วก็.แล้วก็...แล้วก็.....

“นั้นนายนะ ร้องไห้ ทำไหมเจ็บตรงไหนรึป่าว” ... ว้าวมีคนอยู่แถวนี้จริงด้วยสินะ

“ผมไม่เป็นไร ผมแค่..รู้สึก...ปกตินะ” ใช้ปกติ จะเศร้าไปทำไหม ในเมื่อเราก็ไม่ได้เสียอะไรไปนิ เราก็เป็นแบบนี้มาแต่แรกแล้ว…ใช้....

“นั้นไม่เหมือนว่าจะปกติตรงไหรเลยนะ มีอะไรให้ช่วยไหม” เท่าที่ฟังจากเสียงคงกำลังพูดอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับที่แม่อยู่สินะ

 [ขยับตัวจากถ้านอนเป็นนั่ง]

“ไม่ระครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมชื่อ \หินฟ้า\ นะครับแล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ” ถ้าจะคุยกลับใครควรรู้ชื่อก่อนระนะ

“เป็นชื่อที่เหมาะสมกับนายแล้ว ผมนายนี้สีสวยดีนะสีฟ้าของคำว่า\ฟ้า\ แล้วก็ผมมันวาวเหมื่อน\หิน\สินะ เป็นการตั้งชื่อแบบตรงตัวสินะส่วนผมชื่อ\สว่างแสง\ นะครับ” เป็นคนนพูดเก่งจังน่า ผมสีฟ้างันเหรอ...สีฟ้านี้มันเป็นไงระนี้มันดีรึป่าวนะ

“สวัสดีครับ คุณ \สว่างแสง\” 

“อย่าพูดเป็นทางการอะไรแบบนั้นสิ พวกเราก็น่าจะอายุใกล้กันนะเท่าที่ดูนะ”

“งันเหรอครับแต่ผมไม่รู้จะพูดแบบไหนดี ผมยังไม่เคยมีคนคุยด้วยแบบอายุเท่ากันเลยนะครับ” ใช้ยังไงก็คุยกับแม่และพ่อไม่งันก็พวกลุงทหารหรือก็พวกเพื่อนๆของแม่เท่านั้นเอง

“ทำไม่เป็นงันระ เท่าที่ดูก็น่าจะอายุสัก 7 ถึง 8 ปีนะทำไม่ระไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเหรอไงนี้” โรงเรียนเหรอ..ไม่เคยไปนะสิ

“ผมไม่เคยไปโรงเรียนนะครับอีกอย่างผมอายุแค่..6ปีเองนะ”

“6 ปี นั้นน้อยมากเลยนะอุสาเดาให้อายุน้อยแล้วนะนี้ แต่อายุแค่6ปีเอง...โกหกไหมนี้เท่าที่ดูไม่น่าใช้ 6 ปีนะ มีผ้าปิดตาอยู่แถมยังไม่ตกใจตอนที่เข้ามาแล้วไม่รู้ตัวตอนร้องไห้ด้วยไม่เชื่อๆ นายโกหกอายุแน่ ๆ” ...ทำไหมพูดมากจังนิแถมยังว่าเราโกหกอีกนี้เขาเป็นคนแย่จริงๆนั้นนี้

“ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ แล้วนายระอายุเท่าไหนกันนี้”

“5555 ถ้านายรู้ก็ต้องเรียงผมว่าพี่แล้วระ ผมนะอายุตั้ง 8 ปีแล้วนะอายุมากกว่านายตั้ง 2 ปีนะ” ที่แท้ก็อายุมากแล้วสินะแต่ทำไม่ทำตัวแบบนี้ เราทำตัวไม่ถูกเลยให้ตายสิ

“…แล้วพี่มา กวนผมทำไหมนิ” 

“…ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก แค่เดินผ่านมาแล้วเห็นนายนะร้องไห้แบบไม่มีเสียง นั้นมันแปลกมากเลยนะ”

“งันเหรอผมไม่รู้ตัวเลยนะนี้”

“555555 นายนี้ตลกดีนะ”

[มีเสียงอะไรบ่างอย่างฟาดลงบนเตียง]

[มีเสียงอะไรบ่างอย่างขยับ] ด้านนั้นแม่นิ แม่ตื่นแล้วเหรอแย่จังพี่คนนั้นทำเสียงดังจนแม่ตื่นเลย

“นี่พี่ชายเบาเสียงลงหน่อยสิแม่ผมจะตื่นแล้วนะ”

“…โอ้ โทษที่ไม่ทันได้ดูนะ นั้นแม่นายเหรอ ขอโทษที่นะแม่นายดูเป็นห่วงนายมาเลย เธอมาเฝ้านายตั้งหลายวันเลยนะ” เห็นเธอตั้งหลายวันแล้ว

“นี้ผมนอนไปกี่วันนี้ พี่ชาย” หลายวันเลยเหรอนี้ไม่ดีเลยนะ

“ใช้ แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่ากี่วันแล้วนะอาดจะ 4 วัน 5 วัน ได้มั่ง” โอ้นี้มันบ้าอะไรนี้ 4 ถึง 5วันเลยเหรอ

[มีเสียงอะไรบ่างอย่างกระแทกพื้นเร็วมากมาทางนี้] เสียงใครวิ่งนิ

“แล้วนายป่วยอะไรนิถึงได้ปิดตาระ”

“…มีคนกำลังมาที่นี้ดูจะรีบนะ”

“อะไรใครจะมา....”

[เสียงอะไรบ่างอย่างกระแทกที่พนัง] เสียงเปิดประตูสินะดังจัง

“หินฟ้าลูกพ่อเป็นไงบ่าง ลูกตื่นแล้วสินะ!!!” พ่องันเหรอทำอะไรเสียงดังจังเดียวแม่ก็ตื่นหรอก

“ครับผมตื่นแล้วครับ ใจเย็นๆสิครับ...”

[มีอะไรบ่างอย่างมาจับแล้วก็กอด] จับแรงจังมันเจ็บนะนี้ พ่อ

“ลูกฟื้นแล้วพ่อขอโทษถ้าพ่อไม่เอายานั้นไปให้ลูกระก็...พ่อขอโทษ!”

[มีอะไรบ่างอย่างขยับข้างตัวคุณ] พ่อทำให้แม่ตื่นเลยนะนี้

“นี้ที่รักลูกเราตื่นแล้วนะคุณก็ตื่นมาดูลูกด้วยกันสิ”

“..อะไรนะ โอ้ลูกตื่นมาแล้วให้แม่กอดลูกอีกครั้งเถอะนะ”

[มีอะไรบ่างอย่างกอดอีกชั้นหนึ่ง]

“ใจเย็นๆหน่อยสิครับผมเจ็บตัว แล้วหายใจไม่ออกแล้วนิครับ” 

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่2

ยังคงมีแต่น้ำ เต็มไปหมดเลย เมื่อไหรจะมีเลือดสาด ดราม่าหรืออะไรที่มันแย่ๆนี้ อะไรสักที่นี้จริงไหม ก็ค่อยๆเขียนไประนะ

//////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น