เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 18 : วิธีการจะสําคัญไหมเมือไม่มีผลรับ [a1.2-13]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มี.ค. 64

[เวลานั้นได้ผ่านไปนานมากแล้ว ที่เราได้บังคับให้ตัวเรานั้น ... พุ่งออกไปจากที่นั้น...] ... เราออกมาได้แล้ว แต่จะให้ทำอะไรต่อไป ล่ะ ร่างกายก็ไม่มี และไม่สามารถสร้างกระแสเวทได้เพิ่มขึ้นอีก ส่วนตอนนี้เรามีแต่กระแสเวทที่มีความเข้มสุดๆแต่ก็ก็มีปริมาณที่น้อยมากเช่นกัน

#ตู้ม!!!!!!!! ตกลงมาบนพื้นซักที่ ว่าแต่ที่นี้ที่ไหนนิ

[ใช้กระแสเวทสำรวจโดยรอบ] ที่นี้เป็นที่เต็มไปด้วย ... ภูเขา ... และหิน ... มีแต่กระแสเวทธาตุดิน เต็มไปหมดเลย

จาการที่สำรวจไปทำให้รู้ว่าที่นี้มีแต่กระแสเวทธาตุ ดิน .... ..... ....ก็มีแค่นั้น และก็ไม่มีอะไรมากวนใจ เยี่ยมไปเลย

[บริเวณรอบเต็มไปด้วย...หลุม] เราควบคุมตัวเราที่เป็นก้อนเลือดให้ขึ้นมา ข้างบนในกอากาศ...ทำให้รู้ว่าตัวเราได้ลงมาด้วยความแรงมาก จนพื้นที่แถวนี้พังไปหมดเลย

... แย่จริงเดียวตองหนีออกไปได้แล้ว

[เราจับสัมผัสได้อะไรบ่างอย่างได้...และใช้การมองดูไปที่มัน] ... ดูสิ่งมีร่างของซากตัวอะไรบ่างอย่าง ... ลองเลื่อนที่ไปใกล้ๆ นี้มันอะไร .... 

ดูกระแสเวทอันเบาบ่างนั้นสิ มันได้ส่งออกมาจากเจ้าตัวนี้ ... ถ้าจะสามารถควบคุมมันได้ให้เหมือนที่กระแสเวทบ้านั้นควบคุมตัวเราไว้ ... ถ้าเราทำได้ล่ะก็ ... เราก็จะสามารถควบคุมให้มันได้ แลับ่างที่อาดจะสามารถสร้างกระแสเวทของมันขึ้นมาเอง และเราก็จะสามารถควบคมกระแสเวทใหม่ได้อีก ... แต่ก็แค่ควบคุมกระแสเวทนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องไปผสมกระเสเวทของเราเข้าด้วยกันเลยนิเดียวจะเกิดเรื่องแบบนั้นอีก ... 

[รอยเข้าไปใกล้ๆ] เราใช้ผลึกเลือดของเราทำให้มันเป็น เลือดที่เป็นของเหลว แล้วจะลองเอามันเข้าไปในร่างกาย...ของเจ้านี้ดู ... หวังว่าจะทำมันสำเร๊จนะ

“โยมนะ..ช่วยหยุดเถอะ”

อะไรใคร...บ้านะมีใครมาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหนกัน ทำไหมเราไม่สามารถจับกระแสเวทได้เลยล่ะ

[ใช้การสันของตัวกระแสเวท นั้นเลยทำให้เกิดเสียงขึ้น] “คุณเป็นใคร .... แล้ว....ทำไหมผมต้องหยุดด้วยล่ะ”

“อาตมารู้ว่าโยมจะทำอะไร จุดหมายของโยมจะไม่มีอะไรเหลื่ออยู่เลย ในทางที่โยมกำลังจะไป”

“นี้คุณกำลัง....พูดอะไรนะ”

ทำไหมใช้คำยากๆ เหมือนพวกนัดบวชที่โบสถ์เลย...คิดถึงจังนะ ... ช่วงเวลานั้นนะ

“หรือว่าอาตมาจะคิดผิด...ถ้าตัวอาตมาใจแข็งจนสามารถยอมปล่อยทางโลก...ไม่แต่ครั้งนี้มันเลวร้ายเกิดไป อาตมายังสามารถช่วยพวกเขาได้ อาตมาก็คงต้องผิดคำมั่นสัญญาของตนเองเสียแล้ว...”

“นี้คุณพูดอะไรอ...ยู่นะ แล้วคุณเป็น...ใคร คุณเป็นศัตรูสิ...นะผมต้องแข็งแกร่ง...ขึ้น...”

“..........อาตมาได้ทิ้งนามทางโลกไปแล้ว ส่วนนามทางธรรมก็ได้ทิ้งไปแล้วเช่นกัน ส่วนอาตมานะมาเพื่อหยุดโยม ถ้าโยมยังจะทำสิ่งนั้นอยู่...”

“งันคุณนะ จะทำอะไรผม จะสู้กับผมงันเหรอ” คนนี้ไม่สิ ....ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร แต่กระแสเวทในตัวเข้านะเข้มจน...กายเป็นผลึกขนาดเล็กเลยล่ะ...บ้ามากเขาทำได้ไงกันกัน...แต่ถ้ามีดีแค่นี้เรายังชนะได้

“อาตมาจะไม่สู้โยมหลอก แต่อาตมาจะหยุดโยม โยมยังไม่ได้เริ่มมัน โยมนะยังสามารถหยุดลงได้อยู่...”

“ผมไม่เข้าใจหลอกนะ ว่าเริ่มอะไร แต่เรามาเริ่มสู้กันเลยดีกว่า”

[ใช้เลือดที่เต็มไปด้วยกระแสเวทของเราให้พุ่งไปด้วยความเร็วสูง เพือให้ไปโจมตีโดนแค่แขนหรือขาก็พอ] ต้องดูไปก่อน ... ทำไหมมีความรู้สึกว่าการโจมตีนี้มันจะไม่โดนเลยด้วยซ้ำ

[เลือดได้พุ่งไปด้วยความเร็วสูง] โดยควบคุมมันด้วยกระแสเวทที่เข้มจนไม่เสียรูปหรือกระจายตัวออกจากกันเลยเลย

#ฟิ้วๆๆๆ

“อาตมาเห็นความเมตตาในตัวของโยมอยู่ นั้นเป็นเรื่องที่ดี”

ไม่รู้สึกแปลกใจเลยกระสุนเลือด ไม่โดนเลยอะไรเลย แต่ว่ารู้สึกเหมือนถูก...อะไรซักอย่างเบียดกระสุนเลือดของเราออกไป...ดูแล้วไม่ใช้การใช้กระแสเวทเป็นพลังรูปแบบไหนกันแน่

“...”

“กลับใจ ยังทันนะโยม”

“เอาจริงๆนะท่าน ผมยังไม่ได้ทำอะไร”

“งันเรามาคุยกันก่อนแล้วกันนะ โยม ตัวอาตมานะมาเพื่อจะหยุดโยมก่อนที่ตัวโยม จะได้เริ่มสร้างวงกระแสแห่งการทำร้าย...”

“ยังไง..?”

“ลองคิดว่าถ้าตัวอาตมาไม่ได้มาอยู่ที่นี้ โยมจะตั้งใจทำอะไรล่ะ”

“ผมเหรอ? ก็แค่ว่าจะควบคุมซากของเจ้าสัตว์ตัวนี้นะ แล้วทำไหมล่ะก็เจ้านี้นะมันได้ตายไปแล้วนะ”

“โยมรู้ไหมว่ามันเป็นเรื่องที่ผิด”

“ก็รู้ว่ามันไม่ใช้เรื่องที่ถูกนะ แต่มันเป็นเรื่องที่ผิดเหรอ ทำไหมล่ะก็เจ้าสัตว์ตัวนี้มันตายไปแล้วนิ ผมไม่รู้นะว่ามันตายได้ยังไง แต่ผมว่าผมคงฆ่ามันจาการที่ผมตกลงมามันก็ควรเป็นของผมสิ”

“อาตมาของถามว่าโยมคืนบ่างว่า โยมจะทำตัวแสร้งว่าเป็นสิ่งนั้นเหรอ โยมจะควบคุมซากศพที่ตายไปแล้วเพื่ออะไร”

“....” ....รู้ได้ไงว่าจะทำแบบนั้น เรายังไม่ได้ทันทำอะไรแบบนั้นเลยนะ

“อาตมารู้ว่าโยมจะทำเช่นนั้นและมากขึ้นและมากขึ้นไปอีก ... จากสัตว์ตัวเล็กไปเป็นสัตว์ตัวใหญ่...สุดท้ายโยมจะทำเช่นนั้นกับคนในหมูบ้านใกล้ๆนี้ แล้วต่อจากนั้นโยมก็จะเริ่มจากหมู่บ้านเล็กๆกายเป็นเมือง จากเมืองต่อไปก็เป็นประเทศ จากประเทศเป็นทวีปและสุดท้ายก็จะมีคนมาหยุดโยม แต่แล้วยังไงพอถึงตอนนั้นโยมก็ได้ทำร้ายไปเท่าไหนแล้วล่ะ เรื่องนี้มันจะเกิดขึ้น ถ้าตัวอาตมาไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพื่อจะหยุดโยม”

...อะไรครับเนี้ย พอดูดีๆแล้ว .... เป็นคนแปลกๆนะนี้

“ผมว่าคุณใจนะเย็นๆก่อนนะครับ ทำไหมถึงได้คิดถึงเรื่องที่มันยังไม่เกิดขึ้นล่ะ ทำไหมเรื่องออกมาเป็นแบบนั้นล่ะครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นสักหน่อยเลยนะ”

“โยมไม่จำเป็นต้องเชื่ออาตมาก็ได้ อาตมารู้แก่ใจตนเองดี”

“ผมว่าคุณกำลังป่วยอยู่นะ เดียวผมจะรักษาให้ก็ได้นะถึงผมจะไม่ได้เก่งอะไรมากมาย ก็ตอนนี้คุณดูไม่ปกติเลยนะครับ”

“โยมจะไม่ทำในสิ่งที่โยมตั้งใจแล้วสินะ ถ้าเป็นเช่นนั้นอาตมาก็ดีใจที่อาตมาสามารถช่วยสิ่งต่าง ๆได้ ก็คุมข้าที่อาตมาได้อาบัติที่ได้เข้ามายุ่งในท่างโลกอยู่”

“ผมไม่ทำแล้วก็ได้ แต่คุณดูตัวผมสิ ผมนะไม่มีร่างด้วยซ้ำ ตอนนี้อาดไม่เป็นไรแต่ถ้านานไปผมต้องได้หายไปเองแน่ ๆ”

การขยับตัวเองหรือจะเป็นการขยับสิ่งต่างก็ต้องใช้กระแสเวทในการควบคุมทั้งนั้ัน ถ้ามีการใช้ยังไงมันก็ต้องหมดลง แต่ถ้าไม่ใช้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราถูกผนึกอยู่มันก็ไม่ต่างกันเลย

“อาตมาขอเทศนาโยมเรื่องนี้ ทุกชีวิตต้องตายวนเวนไปตามกระแสกรรมของตน สร้างสิ่งไหนขึ้นก็ต้องใช้ให้หมด”

พูดอะไรนิ .... ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย ถ้าที่บ้านั้นที่มันฝึกเราถ้ามันได้สอนเรื่อง ภาษาพวกนี้ บ่างก็ดีสิ แต่พวกมันไม่ได้สอนนะสิแย่ๆ

“...ผมไม่รู้นะว่านั้นหมายความว่าไง...แต่จะให้ผมทำไงล่ะ ผมต้องการเเข็งแกร่งขึ้นนะ ถ้าผมไม่มีร่างกายเดียวผมก็ต้องหายไป อีกอย่างเจ้านั้นก็...ตายไปแล้ว...มั้ง?”[มองดูที่ซากสัตว์]

“ถึงสุดท้าย นั้นจะสร้างความเดือดร้อยให้กับคนที่ไม่เกี่ยวคองด้วย โยมจะยังทำเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นอีกงันรึ”

“...ใช้...ถ้านั้นจะทำให้แข็งแกร่งขึ้น...”

“นั้นคือวิธีของโยมที่ผ่านมารึเปล่าระ”

“...ก็ไม่...”

“งันให้อาตมาสอนให้ไหมล่ะ”

“...แล้วมันจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นเหรอ...”

“...นั้นก็แล้วแต่จุดประสงค์ของโยม...แต่มันจะทำให้โยม มีจิตใจที่สูงขึ้น”

“... นั้นฟังดูแล้วไม่ค่อยจะเห็นผลเลยนะ แต่มีวิธีนึ่งที่จะพิสูจน์ได้ก็คือ คุณนะต้องแข็งแกร่งกว่าผมไม่งันก็ถือว่าเรื่องที่คุยกันมันไม่เคยเกิดขึ้น ถ้าชนะผมถึงจะให้คุณสอน ถ้าไม่คุณต้องอย่ามายุ่งกับผมอีกนะเข้าใจไหม...”

ก็ไม่รู้หลอกนะว่าผลจะออกมาเป็นไง แต่ถ้าเขาเก่งจริงก็ไม่เห็นจะแย่เลย ถือว่าเราโชคดีที่จะมีคนมาสอนให้ แต่ถ้าไม่เราก็แค่กลับไปใช้แผนเดิม ถึงจะเสียเวลากับเรื่องนี้แต่ก็ไม่เป็นไร

“ได้สิ อาตมาจะทำให้โยมเข้าใจเอง”

มาๆๆ สู้กัน [ใช้กระแสเวทควบคุมกระแสเวทอื่นๆโดยรอบ] ถึงวิธีนี้จะทำให้กระแสเวทของเราไปผสมกับกระแสเวทอื่นๆรอบๆบ่าง แต่ถ้าตัวเราไม่ไปผสมจนหมด แล้วให้เหลือส่วนที่ยังบริสุทธิ์อยู่ล่ะก็ ยังไม่เป็นอะไรถึงเราจะโดนกดกระแสเวทอีกครั้ง แต่ก็ใช้ว่าจะสามารถควบคุมกระแสเวทของเราได้จริงๆ ถึงจะมีที่ได้ผสมอยู่บ่าง ... หวังว่านะ

[ควบแน่นกระแสเวทโดนรอบจนเป็น ระดับเข้มข้น] แค่นี้คงพอ ถ้าเข้มมากกว่านี้จะเป็นระดับผลึกมันจะทำให้เราจะควบคุมได้ยาก ... ตอนนี้เรายังไม่พร้อมที่จะทำแบบนั้น

[สร้างวงเวท โดยทำการใช้กระแสเวทภายนอก ในการสร้างเวทตามสภาพของธาตุของกระแสเวทที่เรามี] ถึงจะใช้กระแสเวทภายนอกในการโจมตีได้เลย มันจะมีอนุภาคที่มากเกินไป แต่ถ้าใช้มันแปลรูปเป็นเวทจะทำให้สร้างความเสียหายได้มากกว่า ถึงจะต้องใช้เวลาเพิ่มก็ตาม

[ยิง เวทธาตุใส่ ทั้งหมดที่ได้สร้างขึ้น] ... ต้องเตรียมกระแสเวทภายนอกเพิ่มเพื่อทดแทนกระแสเวทที่ได้ใช้ไป

[มองดูกระแสเวท ที่ ... ไม่สามารถเข้าถึงตัวได้] .... รูปแบบนี้มันก็ค่ายๆกับเจ้าหมายเลข 5 เลย ... แต่ก็แค่ค่ายเท่านั้น

แต่ว่า....มัน....ไม่ได้ผลอะไรเลย.....

*มีชายแก่ที่กำลังเดินมาอย่างช้าๆ เขาเข้ามาใกล้เจ้า ผลึกเลือด ที่กำลังควบคุมทุกอย่างโดยรอบจนทุกอย่างบิดเบี้ยวไปหมด ... แต่ว่าฝั่งของ ชายแก่ที่ใส่แค่เสื้อผ้าง่าย กับเดินมาอย่างปกติอย่างเย็นใจ ....

ถึงจะมีเวทต่างๆมากมายที่พุ่งเข้ามาใส่ แต่ว่าผลที่ออกมา แค่เวทพวกนั้นถ้าแค่เข้าใกล้ๆก็จะถูกมันจะดูดเข้ามา สิ่งต่างๆก็จะถูกกลืนเข้าไปจนถูกทำร้ายลงไป แต่นั้นไม่ใช้กับชายแก่คนนั้น เขาแค่เดินไปอย่างปกติ ขนาดที่กำลังประเชิญหน้ากับเวทที่มีความเร็วสูงจนน่าตลกพวกนั้น แต่ว่าพวกกระแสเวทต่างๆกับเพียงแค่ผ่านตัวของชายแก่ไปโดยไม่ทิ้งความเสียหายอะไรไว้เลย ....ทั้งนั้น....ยังกับเดินผ่านไปเหมือนกับเป็นแค่ภาพลวงตา*

บ้านะ นี้ขนาดเราสามารถรับรู้กระแสเวทได้ แต่เราก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไหมมันถึงเป็นแบบนี้ มันไม่เหมือนกับเจ้า 5 แต่นี้มันเรื่องอะไร...ไม่เคยเจอ กระแสเวทที่ไม่ ขยับ...ไม่สิ...มันไม่...มันไม่สามารถเข้าไปถึงได้...ไม่เข้าใจเลยโว้ยไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย ...ฮาๆ [หัวเราะอยู่ในใจเงียบๆด้วยความรู้สึกที่ ... ] ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่สามารถเข้าใจได้สินะ เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ก็รู้สึกกลัวๆ...ยังไงก็ไม่รู้...สิ

[กำลังสับสนในความคิด]

“อาตมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าโยมแล้ว แล้วโยมล่ะยังไม่หยุดทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์อยู่อีกเหรอ ....” 

.... เดินมาถึงตั้งแต่ตอนไหน บ้าจริง แต่ยังหลอกมันยังไม่จบ ขอลองอีกครั้ง

[ใช้กระแสเวททั้งหมด มารวมกัน และพุ่งเข้าไปหา]

มาดูสิว่าถ้าๆโดนเข้าไปจริงๆ จะสามารถสู้ได้อยู่ไหม

[ใช้เลือดที่มีกระแสเวทบริสุทธิ์ของตัวเรานั้นพุ่งเข้าไปโจมตี]

[กระแสเวทบริสุทธิ์ที่สุดของเรากับ ...ไม่ได้ผล...] ....

มันก็ยังผ่านไปอยู่ดี ผ่านไปเหมือนกับอากาศ .... ไม่ได้รู้สึกถึงอะไรเลย เหมือนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่เคยมีอะไรอยู่ แม้แต่กระแสเวทที่เรารู้ว่ายังมีอยู่แต่ก็...ไม่รู้...สึก...อะไรเลย...อยู่ดี

“โยม พอรึยัง อาตมานะพอแล้วนะ”

“....ว้าว คุณทำได้ไง หรือคุณจะเป็นคนพิเศษ...ถ้าเป็นงันผมก็คงทำแบบคุณไม่ได้สินะ”

“…ไม่หลอกโยม ใครๆก็สามารถมาถึงจุดที่อาตมาอยู่ได้ทั้งนั้น แต่มันก็ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายและเรื่องยาก บ่างคนแค่เห็นอาตมาเขาก็สามารถเป็นแบบอาตมาได้เลย แต่บ่างคนก็ไม่สามารถทำได้ มันไม่เกี่ยวกับพลัง อำนาจ สายเลือด เผ่าพันธุ์ ไม่เลยไม่มีสิ่งพวกนั้นมาเกี่ยว มีแต่ กรรม เท่านั้น เอง”

“อะไรนิ เหมือนบอกว่าทุกคนสามารถเป็นแบบนี้ได้ แต่ก็บอกว่าไม่ใช้ทุกคนที่ทำได้ ย้อนแย้ง ย้อนแย้งสุดๆ”

“งันโยมยังอยากจะฝึกกับอาตมาอยู่ไหม ถ้าไม่อาตมาก็ขอให้อย่าทำในสิ่งนั้นอีก แต่ถ้าโยมยังจะทำอยู่อีกอาตมาก็จะไม่ห้ามแล้ว เพราะมันคงเป็นเวรกรรมของทุกสิ่ง และขอโยมเองด้วย ถ้าเป็นงันอาตามคงช่วยอะไรใครไม่ได้”

“ผมอยากจะฝึกสิ ถ้าให้เทียบกับการที่ไปแบบนั้นเจ้าเพื่อได้ร่างกาย ผมว่าวิธีของคุณดูน่าสนใจกว่าตั้งเยอะ ยังไงผมก็แค่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันก็ได้”

“ถึงจะฝึกกับอาตมาไปแล้ว โยมอาดจะไม่สามารถได้ตามที่สมตามหวังก็ตามนะรึ”

“ทำไหมล่ะผมก็รู้ว่า มีบ่างเรื่องที่ผมไม่มีวันทำได้ แต่การไม่ลองเลยมันก็คือไม่ได้เลย”

“งันก็ตามนั้น” 

#แปะ นั้นเสียงตบมือนิ [เห็นเพียงแค่การตบมือเบาๆ...]

[มีกระแสเวทขยับ...รอบตัว] ...บ้านะ นี้เขาควบคุมพวกระแสเวทพวกนี้ได้ไง โดยไม่ต้องทำการผสมกระแสเวทตัวเองเพื่อชักนำ...

*สิ่งต่างๆ ที่เคยได้เกิดความเสียหายทั้งหมด นั้นทั้งรวมถึงหลุมขนาดใหญ่ หรือที่เกิดจากความเสียหายของเวทต่างๆ ที่ไปโดนต้นไม้ หินหรือจะเป็นภูเขา ทุกอย่างกำลังค่อยๆ กลับมาเป็น สภาพที่ดีที่สุดของพวกมันที่เป็นไปได้*

[กำลังลอยตาม ไปกับ ลุงคนนั้น]

“ผมคงคิดถูกแล้วสินะที่ตามคุณไป”

“โยมจะทำได้หรือไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับ วาสนา ของโยมเอง”

“นี้ผมก็ไม่เข้าใจคำพูดของคุณหลายอันเลยนะ ใช้แต่คำแปลกๆมากเลยนะ คำว่า โยม เอย อาตมา เอย พอฟังไปเรื่อย ๆก็คง เป็นคำว่า ผม คูณ อะไรแบบนั้นสินะ ก็พอเข้าใจอยู่บ่าง”

“นั้นเป็นเพราะ อาตมาเป็นนักบวชไงล่ะ.......” ...ไม่แปลกใจเลยให้ตายสิ

[เวลานั้นได้ผ่านไป ในการฝึกสิ่งต่างๆ..] ทั้งการนั่งสมาธิ แต่ว่าผมนะนั่งไม่ได้ด้วยซ้ำไป ถ้าจะให้บอกให้ถูกคือ แค่มีรูปร่างเป็นผลึกที่ได้ จิ้มลงบนพื้นเท่านั้นเอง แล้วก็ได้ทำสิ่งต่างๆมากมาย ทั้งการฝึกจิตใจ หรือการฝึก ร่างกาย ....แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้

[หลายวันผ่านไปอีก]

“เอาล่ะวันนี้เป็นวันดี โยมนะก็ฝึกตนมาได้นานแล้ว อาตมาก็ได้เห็นถึงความตั้งใจของโยมแล้ว อาตมาก็อยากให้โยมมาเป็นนั้นบวช เป็นพระด้วยกัน แต่โยมนะมีสภาพเป็นเช่นนี้อาตมาก็คงไม่สามารถบวชให้โยมได้ โยมยังนะยังจะฝึกอยู่กับอาตมาอีกไหม” ... นักบวช ...คำนี้อีกแล้ว...ไม่รู้เราจะมีโอกาศได้เป็นอะไรแบบนั้นได้ไหมนะ

“ผมก็ยังจะฝึกอยู่จนกว่าผมจะพอใจล่ะครับ ถึงจะไม่สามารถบวชได้ก็ไม่เป็นไร ผมนะมีจุดหมายของตัวเองอยู่แล้วครับ”

“มีความตั้งใจก็ดีแล้วโยม แต่ถ้านั้นเป็นความทะเยอทะยานล่ะก็ โยมก็จะไม่สามารถไปได้สูงกว่านี้อีก เพราะนั้นก็คือ มลทินของจิตใจเช่นกัน”

“ผมใช้คำพูดผิดไปเหรอครับ”

“โยมจะพูดเช่นไร นั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือจุกประสงค์ของจิตใจโยมต่างหากระ”

“ครับๆ แล้ววันนี้ท่านจะสอนอะไรผมอีกเหรอครับ”

“อาตมาได้สอนโยมทุกอย่างแล้ว ในการฝึกจิตใจ ส่วนร่างกายนั้น โยมจะฝึกไหมล่ะ”

“ผมคงจะเรียนไม่สามารถทำการฝึกร่างกายได้ผมคงไม่ได้เอาหลอกครับ ... นี้คือทุกอย่างจริงๆแล้วหรือครับ...ผม...”

“อย่างที่อาตมาเคยบอกโยม ตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน ว่าแล้วแต่ วาสนา ขอโยมเอง”

“นั้นมัน...ผมมีอีกหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจ ท่านช่วยบอกผมได้ไหมครับ”

“…โยม...ฟังที่อาตมาพูดดีๆนะ เวลาของอาตมาเหลือไม่มากแล้ว .... อาตมาจะละสังขาร อาตมารู้เวลาที่แน่ชัดแล้ว”

....นี้มันเรื่องบ้าอะไรนิ ท่านกำลังพูดอะไรนะ ... ความตาย?

“...ท่าน...เอาจริงดิ”

“อาตมา ต้องการความสงบ ขอให้โยมเข้าใจด้วย”

“ท่าน....ทำไหมล่ะท่าน ท่านก็รู้เวลาแล้วนิทำไหม ... ไม่ทำการรักษาหรืออะไรแบบนั้น ท่านก็ไม่ได้แก่มากนิจริงไหม?”

“โยม กลัวความตายรึป่าว”

“แน่สิท่าน...”

“แต่อาตมาไม่กลัวแล้วล่ะ อาตมาได้ทำสิ่งๆเพราะรอวันนั้นที่จะมาถึง อาตมานะรู้แล้วก็เข้าใจดี ไม่มีอะไรที่อาตมาต้องกังวลอีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว”

“นี้ท่านยอมรับ...ได้เหรอทุกอย่างที่มี...มันจะหายไปหมดเลยนะ ทั้งความรู้ พลัง ....อำนาจ...ทุกอย่าง........ทุกๆอย่าง....”

“โยม...อาตมาก็เคยบอกโยมแล้วไง ว่าไม่มีอะไรจะหนีความตายและความเสื่อมโทรมไปได้ ยังไงทุกอย่างก็ต้องมีจุดจบ ไม่ว่าจะเป็นอะไร หรือ เทพองค์ไหน หรือ พระเจ้าองค์ ได้ก็ตาม....อาตมาเข้าใจทุกอย่างดี...”

“แล้ว...ผมล่ะ...ผมต้องทำอะไร...ถึงผมจะฝึกกับท่านไม่นาน ถ้าเทียบกับที่อื่นๆที่ผ่านมา แต่ที่นี้กับท่าน ผมนะได้เข้าใจตัวเองมาขึ้น...มากกว่าที่ไหน ๆ....ผมจะต้องออกเดินทาง...อีกแล้ว...เหรอครับ...”

“ยังไงอาตมาก็ไม่ไปในวันนี้ตอนนี้ อีกอย่างโยมนะยังมีเรื่องที่ยังติดค้างอยู่อีก กับทางโลกอยู่อีกนิ อีกไม่นานก็คงจะมาถึง”

“ท่านหมายถึงอะไร”

#ตู้ม! อะไรนะกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่เลย ทำให้ไม่ได้สนใจกระแสเวทโดยรอบ แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนิ

“อะไรนะ”

“นั้นคือสิ่งที่โยมติดค้างอยู่ไงล่ะ โยมลองไปดูสิ”

[ลอยไปหาสิ่งนั้น]

นี้มัน...จดหมาย? คงจะใช้มั้ง มีข้อความที่เป็น....อักษรพิเศษ ที่เราชอบใช้อยู่นิ .... อย่าบอกนะว่า

“อาตมาจะพูดในฐานะของอาจารย์ ที่สอนให้โยมเข้ามาสู้ทางธรรม คือ ฝึก ฝึกสิ่งที่อาตมาสอนให้ดี  จงรู้จักตัวเองให้มาก และ

อาตมาพูดในฐานะของ พระผู้ทรงธรรม คือ ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยวังวนแห่งกรรม ที่สร้างกรรมโดยเรา และ กรรมที่ได้สร้างรวมกัน การที่เราเจอกันครั้งนี้ ก็คงเป็น กรรมที่พวกเราเคยสร้างรวมกัน 

อาตมาพูดในฐานะของ ผู้ที่อาศัย อยู่ในแผ่นดินนี้ คือ อาตมานะมีความผูกพันกับที่นี้ หวังว่าที่นี้จะสงบสุข แต่อาตมาก็รู้ว่ามันคงไม่เป็นเช่นนั้นตลอดไป นั้นก็เป็นเหตุผลของอาตมา ที่ได้มาหยุดโยมเมือวันนั้น

แต่ตอนนี้อาตมาจะขอพูดเป็นอย่างสุดท้าย ขอให้เจ้าพบเจอแต่ความสงบ .....”

[ราวกับคำพูดที่แสนยาวที่น่าเบื่อนั้นเป็นคำพูดบอกลา....] ทุกอย่างที่นี้ยังคงสงบ ท่านยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นยังไม่หายไปไหน .... นั้นคือสิ่งที่เห็น แต่ ทุกสิ่งที่เราสัมผัสได้จากตัวท่านนั้น กับสงบ...และว่างเปล่า จนหน้าใจหาย ...

“ผมขอขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ได้สอนสิ่งต่างให้กับผม ผมคง...จะไม่รบกวนท่านแล้ว ขอให้ท่านพบเจอแต่ความสงบ เช่นกันครับ”

“...” ไม่มีเสียงหรือประติกิริยา อะไรโต้ตอบมา....

นั้นคงเป็นคำพูดสุดท้ายของท่าน...เราก็ไม่ควรไปรบกวนท่านอีก...ผมขอคุณจากใจจริงเลยนะครับ...

ถึงจะใช้เวลาไม่นานแต่ทุกอย่างกับ...สงบ...

[รู้สึกถึง...ทุกอย่าง...]

“ผมจะมาเยี่ยมท่าน...หรือไม่ควร....กัน...” ....ไม่รู้....สิ....

[ลอยออกมาพร้อมกับ ไปหาข้อความที่ถูกส่งมาหา ....] หวังว่าจะไม่รบกวนท่านนะ

[ใช้กระแสเวท ในการอ่านข้อความ ได้ความว่า] “เป็นไงบ่างสบายดีอยู่ไหม ฉันนั้นได้ไปเรียนรู้สิ่งไหมๆต่างๆ เพราะว่าฉันทำข้อตกลง กับกระแสน้ำ ฉันเลยทำอะไรต่างๆได้ง่ายขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดที่จะปล่อยฉันไปอยู่ดี นี้เลยเป็นการฝึกฝนเพื่อรอนายอยู่นะ และฉันนะมีเพื่อนเยอะแยะเลยนะ แล้วนายเป็นไงบ่างระ”

...เวลายังไหลต่อไปอยู่สินะ...เหตุการเมือกี่ยังสะเทือนใจอยู่เลย .... มันแปลกนั้น...แต่...มันก็...

[ทำการแก้กระแสเวทที่ให้เป็นข้อความว่า] “ก็ปกติ กำลังฝึกฝนอย่างหนักแต่ก็คงไม่ง่าย แต่ตอนที่เจออาจารย์ดีๆ ท่านนึ่ง ... แต่ว่า... ยังไงก็ตาม ได้ฝึกสิ่งต่างๆและมันก็คงจะดีถ้า .... สามารถฝึกแบบจริงๆ แต่ยังไงก็ต้องเดินทางแล้วต่อแล้ว จะติดต่อแบบนี้ตลอดเลยเหรอ เจ้าบ้านี้มันจะไม่จับได้รึไงนิ”

... แก่ข้อความแค่นี้คงต่อ ...

[เมือตอบข้อความเสร็จ เจ้าข้อความนี้ก็ได้พุ่งกลับไป] นี้มันเป็นการกระทำที่ดู วุ้นว้ายจังนะ

[เดินกลับไปที่...ท่านยังอยู่] ....

“ผมขอขอบคุณ ก็จริงมันคงถึงเวลาที่ผมจะไม่รบกวนท่านแล้วครับ ขอให้สงบ”

[ลอยจากไป] ถึงจะเป็นเวลาไม่กี่วัน แต่ ... เราคงต้องทำได้ ก็แค่ต้องเดินทางต่อไป

ถ้าเป็นการฝึกอื่นๆที่ผ่านมา มันจะเป็นของเรื่องทำได้ หรือทำไม่ได้ หรือก็แค่มีความสามารถของตอนนี้ยังไม่ถึง แค่การฝึกครั้งนี้ มันกับเป็นเรื่องลึกซึ้ง ยิงฝึกก็ยิ่งรู้ว่าอะไรคืออะไร...มันช่างแปลก...การฝึกจิตใจมันคงเป็นแบบนี้สินะ...ถึงจะไม่เห็นผลของการฝึกโดยตรง แต่ทุกอย่าง กับดีขึ้น การฝึกจิตใจมันสงผลโดยรวม ....เรายังสามารฝึกได้อีกไกลแต่คงไม่ใช้ในเวลาอันใกล้นี้

....

แล้วเรากำลังจะไปไหนต่อดีระ ... ถ้าไปในสภาพนี้มันคงจะเป็นเรื่องยากแน่ ที่จะทำอะไรให้มันสะดวก

งันก็ มาสร้างร่างกายดีกว่า

[ควบคุมกระแสเวท และ สิ่งของต่างๆ] ต้องสร้าง ภาชนะ ในการอยู่โดยไม่ให้ผิดปกติ จากสิ่งต่างๆ เกินไป

[สร้างกระดูก จากหิน สร้างเนื้อจากดิน สร้างหนังจากไม้ มีเส้นเลือดคือตัวเราเป็นองค์ประกอบ] ทุกอย่างต้องเป็นปกติ 

[ร่างกายสูงใหญ่ ที่เป็นภาชนะ ของเรา] ...ต่อไปส่งเป็นเครื่องนุ่งห่ม มันก็คงแปลกถ้าไม่มีอะไรใส่

ขยับ ไม่ได้ ก็ [ปรับปรุง การขยับ] ยังคงมีปัญหาคงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงคงจะใช้เวลาอีกนาน ไม่งันก็โดนคนอื่นจะจับได้

...

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่14

อืมถ้าตัวเอก ทั้ง 2 ส่วน ไม่ได้เก่งเกินไป ก็จะต้องมีคนที่เก่งจนผิดปกติ ก็ว่างระดับไว้แบบนั้นนะ แล้วก็บทนี้นะ ถ้าสมมติว่า พระที่อยู่ในป่าคนเดี่ยวท่านนะไม่มาหยุด ตัวเอกตอนนี้ คิดว่าเนื้อเรื่องจะเป็นแนวไหนระ ถ้าเป็นปกติ ก็คงทำตัวเองให้เป็นหายนะไปแล้ว แต่ก็ต้องมีอะไรมาหยุดสักวันนั้นล่ะ ไม่ทางใดก็ทางนึ่ง ก็ตัวเอกมันเป็นพวกใจแตกที่ นำตัวเองให้หาที่ฝึกหรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำแล้วคิดว่าแข็งแกร่งขึ้น เพื่อกลบ ความรู้สึกจริงๆของตัวเอง แต่ตอนนี้ให้ไปเจอพระอาจารย์ช่วยชี้แนะ ถึงจะไม่นานแต่ เรื่องนี้นะเป็นประโยชค์มากๆกับ ตัวเอกฝั่งนี้เลยระ และมันจะทำให้ มีมุมมองใหม่ๆขึ้นอีก แค่ฝั่งนี้ล่ะนะ ส่วนอีกฝั่งก็เดียวต้องเขียนให้พัฒนา มากขึ้นนั้นล่ะ อย่าให้ตัวเอกเจอกับพวกผิดปกติ และจะเป็นยังไงนะ...มันคงสนุกดีนะ 

//////////////////////

เอาล่ะพอเขียนมาเรื่อยๆ ทำไหมรู้แน่ๆว่าตัวเรานั้นเองนิยายได้ห่วยสุดๆ ก็นะนี้มีนเป็นเรื่องแรกนิ ถ้าเขียนไปซัก 3 ไม่ก็ 4 เดียวลงจะเขียนได้รู้เรื่องบ่างแล้ว ... ก็มีเรื่องจะบ่นแค่นี้ล่ะคิดซะว่าเป็นการเสียเวลาจากการอ่านเรื่องนี้มาเสียเวลากับการอ่าน ที่คนเขียนบ่นๆอยู่ หวังว่าจะมีคนอ่าน มาถึงตรงนี้แบบไม่ข้ามนะ ... ก็ไม่ได้หวังอยู่แล้ว แต่ก็นะ

เขียนได้ 18 ตอนจริงแล้วสินะ แต่ก็แค่ 14 ตอนหลักเท่านั้นเอง … เรื่องนี้จะจบที่ตอนที่เท่าไหนกันนะ 30 ? 40 ? หรือ 50 ?

เอาเถอะจะเท่าไหรเดียวต้องเขียนภาคต่อไม่งันก็ไม่ตรงตามชื่อเรื่องนิจริงไหม

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น