เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 14 : ความหยิ่งผยองในช่วงวัย [a1-9]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มี.ค. 64

... ผมนะได้หนีมาหลายวันแล้ว แล้วตอนนี้ก็หิวมาก ๆด้วย ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ที่ได้ออกมาเลยนะ ผมคงจะวิ่งหนีมาได้ใกล้พอสมควรแล้วล่ะ แต่ก็ต้องไม่ประมาณ คนพวกนั้นนะมีความสามารถที่จะพาตัวพวกเรามาได้ แถมแต่ล่ะคนก็ไม่ธรรมดาเลย เราไม่ควรใช้กระแสเวทมันจะได้ไม่มีร่องรอยของการใช้กระแสเวทในการตามหาเรา ...

[ใช้มือกดที่ท้อง…] เพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วทั้งปวดท้องและก็ไม่มีแรงเลย ร่างกายนั้นก็เริมแย่ลงไปอีก นี้ขนาดเจ้า 3 รักษาให้แล้วนะนี้ 

ไม่เป็นไร...เรายังไหวอยู่...เดินผ่านป่าและผ่านทุ่งหญ้ามา...ผมนะได้เรียนเรื่องพืชและเรื่องของอาหารว่าอันไหนมีคุณสมบัติอะไรบ่าง แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้มันเป็นรูปร่างลักษณะยังไงหรือจะเป็นขนาดแบบไหน และยังไม่รู้อีกว่าต้นไม้ที่มันให้ผลมันเป็นยังไงก็ไม่รู้ หรือจะส่วนที่มันกินได้มันจะมีลักษณะแบบไหนหรือแม้แต่ผิวสัมผัสเป็นยังไงก็ไม้รู้เลย มีแต่ความรู้ที่บอกถึงสีไม่งันก็รสชาติไม่ก็ขนาดที่บอกเป็นหน่วยวัดเอาอะไรแบบนั้น แต่เราก็ไม่เคยกินหรือเคยจับมันจริงๆเลยสักครั้งด้วยซ้ำไป ไม่ต้องพูดถึงเรื่องต้นมันเป็นแบบไหน ... นั้นเลยเป็นการที่ผมจะต้องเดินทางโดยเป็นแบบนี้ ตอนนี้เหนื่อยจนไม่สามารถใช้กระแสเวทได้ด้วยซ้ำไป

[ตอนนี้ก็ตั้งสมาธิในการเดินโดยที่จะไม่ชนกับอะไรก็พอ] ส่วนใหญ่ใช้แต่กระแสเวทภายในจนการใช้สัมผัสอย่างอื่นๆ ทื่อไปหมดแล้ว

[การเดินทางด้วยเท้าเปล่ามาอย่างยาวนาน] ได้ยินเสียงอะไรบ่างอย่างด้วย มันเหมือนเสียงน้ำซัดกับอะไรใส่กันเอง ... ไม่รู้สิเสียงมันเป็นแบบนั้น 

เดินจนเจ็บเท้าไปหมดแล้ว ... รู้สึกว่าจะมีแผลเต็มตัวด้วยสิ ถึงจะตั้งใจสัมผัสรอบๆในการเดินมาดีแค่ไหน แต่ถ้ามันมีของชิ้นอันเล็กๆ เหมือนกับกิ่งไม้พวกนั้นหรือแม้แต่หนามที่อยู่บนพื้นหรือจะตามลำต้นของต้นไม้ มันก็ทำให้เราเกิดบาดแผลนะสิ 

[เดินจนในที่สุดพื้นก็ไม่ใช้ดินแข็งๆแล้ว แต่เป็นอะไรซักอย่างที่เป็นเม็ดหยาบๆ] อะไรนี้ไม่เคยสัมผัสอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

[นั่งพักลง] ว้าวนี้มันอะไรนิ

[เสียงกระแสลมที่พัดผ่านเอากลิ่นอะไรซักอย่างที่...เค็มๆ..มีเสียงของน้ำกระทบกันเองเป็นพักๆ] ...นี้คือที่ไหน

[ใช้มือจับและบีบ ใช้เท้าตะกุย] มันเป็นควรรู้สึกที่แปลกใหม่มาก 

#จ๊อกๆ หิว...นั้นคือความจริงที่ไม่เปลี่ยนไป

[ลุกขึ้นเดินต่อไป] ยังไม่มีจุดหมายหลอกนะ แต่แค่หนีไปเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง

“อะไรนะ!!” ตอนเหยียบลงไปเจอกับอะไรแข็งๆ

[ใช้มือยิบ] ตัวอะไรแข็งๆ นิมีรูปร่างที่และขนาดที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย ... พวกที่สอนเราก็ไม่ได้สอนความรู้พวกนี้ไว้ด้วยสิ เรารองเอาตัวอะไรสักอย่างมาให้จับ...ให้รู้เลย... โดยรวมๆแล้วก็ไม่มีประโยชน์สักเท่าไรเลย พวกวิชาที่เราฝึกทั้งความรู้ นั้นนะเอามาปรับใช้ยังไม่ได้เลยในตอนนี้

[ใช้มือจับและสำรวจ บริเวณรอบๆ] ... มีเจ้าพวกนี้อยู่แถวนี้เพียบเลย และตัวอื่นๆ ...เดียวนะพอจับดีๆแล้วตัวนี้มัน...เป็นสัตว์อะไรซักอย่างนิ

[พอรองเดินไปอีกนิ แล้วเจอน้ำ] น้ำอะไรนิ...เดียวนะ....เดียวนะ!!

[ใช้มือจับน้ำมาชิม] ... เค็ม ... [ชิมอีกครั้ง] ...เค็มมาก...

ที่นี้มันทะเลนิ..แย่ โครตแย่เลยอย่างนี้จะหนีไปยังไง หิวก็หิวคิดอะไรไม่ออกแล้ว....

[นอนลงบนพื้น] นี้คงเป็นทราย สินะ

ทะเล นะเป็นพื้นที่ ที่โครตโหดร้ายเลย จากที่พวกนั้นได้สอนมานะ มีสัตว์ทะเลที่อันตรายมากและการเดินทางก็ยังยากด้วย เพราะมันมีระยะทางที่กว้างมาก แถมมีพื้นที่พิเศษต่างๆที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย 

ตอนนี้เราคงอยู่ที่เกาะสินะ...ถ้าเป็นงันจริงๆ ก็เดินทางต่อไปได้ยากแล้วสิ ตอนที่บินสู้กับเจ้านั้นก็ไม่ทันได้สังเกตด้วย เพราะต้องมีสมาธิในการต่อสู้ตลอด .... นี้หิวก็หิวไปต่อก็ไม่ได้แล้ว...ผมมาได้แค่นี้เองเหรอ

ต้อง..หา.อะไร..กินไม่...งันตายแน่ แต่ทำ..ไงกินเจ้า..พวกสัตว์...ที่ตายบนพื้น...ทรายใกล้...ทะเล นี้มัน...จะดีจริงๆหลอ

[ใช้มือจับพวกสัตว์ มา และกิน] รสชาติแย่และเหนียว กัดโดนกระดองของมันมั้ง นี้คง ปูชายทะเลตัวเล็ก ที่อยู่บนชายฝังทะเล มีพบได้โดยทั่วไป ในอานาเขตแถวๆรอบ ทวีปแห่งน้ำ บอกไม่ได้อยู่ดี ว่าอยู่แถวๆไหน แต่คงใกล้ทวีปแห่งน้ำแน่ ๆ 

[กินจนอิ่ม] ว่าอิ่มจังแย่ [ใช้มือกุมท้อง] รู้สึกไม่ดี....และมันกระอักกระอ่วน...

[อ๊วก] ... [อ๊วก] [อ๊วก] [อ๊วก] ....ปวดท้อง... ไม่น่ากินเลย...แย่กว่าเดิมอีก...

[นอน...] ....

....

....

.....

ร่างกายที่เหนื่อยล้า และทรุดโทรม ... ผมกำลังจะตายงันเหรอ ..ต.า.ย.อี.ก.แ.ล้.ว.

...ไม่ยัง...มันยังไม่จบ...ฉัน...ยัง!..ไม่...ได้กิน อาหารที่ชอบ เลยนะโว้ย ยังไม่ได้แม้แต่ไปหลุมศพของพ่อแม่ด้วยซ้ำ...

พลัง ผมตองมีพลังให้มากกว่านี้ อีก ....

[ด้วยความต้องการที่จะมีชีวิต] [เราใช้กระแสเวทภายในหยิบกระแสเวทภายนอกมายัดใส่ตัวเอง] ต้องมีมากว่านี้ มากว่านี้อีก มากขึ้น มากขึ้น!!

[ร่างกายที่อ่อนแอจนขยับไม่ได้] แต่ถ้ามีพลังมากพอก็จะสามารถขยับได้บ่าง ถึงจะไม่ใช้ร่างกายโดยตรง แต่ถ้าเป็นการนำมันมาขยับรอบๆร่างระก็ มันก็สามารถทำได้ ต้องใช้กระแสเวทที่อยู่รอบๆ นำมารักษาร่างกายให้ได้

[วันเวลาผ่านไป] แต่ร่างกายก็ไม่ดีขึ้นเลย...ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราขยับตอนนี้มันใช้ตัวเราจริงๆเหรอ หรือเราตายไปแล้ว แล้วสิ่งที่ขยับกับเป็นพลังของเราที่ไม่ยอมรับความจริง...ไม่..ไม่!ไม่!!

[สัมผัสถึงอะไรบ่างอย่างที่กำลังเข้ามาใกล้] อะไรนะ...ถึงจะอยู่ไกลแต่...เรากำลังใช้กระแสเวทอยู่นิ ไม่น่าล่ะถึงได้ตามมา ...

 ต้องหนีแล้วไม่งันตัวเราคงจะโดนจัดการแน่ ทำยังไงดีคิดสิ คิด ร่างกายยังขยับไม่ได้ ตอนนี้ก็มีแต่กระแสเวทของเราที่เจือจางจาการนำกระแสเวทภายนอกมาผสมเพื่อให้มีปริมาณมากขึ้น ทำอะไรก็ช้าไปหมดและเบาบางมากเกินไปที่จะสู้ได้ ... แต่ถ้าหนีคงจะพอทำได้บ่าง แต่หนีไปไหนล่ะ..คงต้องไป....

[เมือตัดสินใจได้ ก็ใช้กระแสเวทของเราที่ที่จ่างๆนำร่างไปทางทะเล]

ไม่รู้หลอกนะว่าจะเป็นไงต่อไป แต่ที่รู้แน่ๆอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว

[ใช้เวลานานพอสมควรในการพาร่างกายของเราไปในทะเล] หวังว่าทะเลพัดร่างกายเราออกไป เพราะทะเลเป็นน้ำเราก็สามารถควบคุมได้อยู่บ่าง แต่ร่างกายเรามันเป็นแบบนี้ไม่รู้จะทนได้อีกนานแค่ไหน...หรือเราจะยอมแพ้แล้วก็ให้โดนจับไป...ถ้าเป็นงันพวกนั้นคงจับเราไปแบบไม่ให้ได้ออกไปไหนแน่แถมอาดจะทำในสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความตายก็ได้....ถ้ามันแย่ยิงกว่าความตายงันทำไหมเราไม่หนีไป ถึงจะต้องตายแต่ก็ดีว่าถูกจับไป...เราเชื่อว่าทำได้...แต่ร่างกายจะไหวไม่นิก็อีกเรื่องนึ่ง...

[เวลาผ่านไป]...[ร่างกายลอยอยู่บนทะเล จากการที่เราควบคุมทางของกระแสเวท] ...เราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าตอนอยู่บนบกเสียอีกนะ...ไม่รู้หลอกนะว่าต้องไปทางไหน หรือจะต้องตายไปเพราะร่างกายจะไม่ไหวก่อนกัน แต่เราก็ได้เลือกแล้ว เลือกเส้นทางแล้วก็ไปให้มันสุดๆไปเลย

[เวลาได้ผ่านไป การเดินทางมันยังคงไม่รู้จะจบที่ไหน] ใช้การจับกระแสเวทในการจับทิศทาง แต่ก็รู้แค่ว่าทิศว่าทิศที่มีแสงนั้นคือทางไหน ก็อาดจะเพราะอยู่ที่โล่งแจ้ง กลางทะเล มันก็เลยรู้สึกร้อนๆ และทิศทางนั้นก็เป็นส้นตรง มีขึ้นจากอีกฝั่ง และตกไปอีกฝั่ง พอตกแล้วอาการก็จะหนาวขึ้นมาก...

ส่วนร่างกาย...แถบจะไม่หายใจแล้ว...แต่ก็ยังไม่ตาย เพราะใช้เวทที่ได้เรียนมาจากที่ฝึกนั้น เรื่องเวทรักษาธาตุน้ำ เลยใช้เวทนั้นพยุงอาการของตอนนี้ ทั้งร่างกายก็เต็มไปด้วยกระแสเวทจากทะเล มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นกระแสเวทของเราเอง เราใช้มันในการควบคุมสิ่งๆและพยายามรักษาพวกนั้นไว้ ถ้าทั้งตัวเราและกระแสเวทได้เต็มไปด้วยกระแสเวทอื่นที่ไม่ใช้เป็นกระแสเวทของเรา เราก็คงจะตายจริงๆจากการจมน้ำ หรือไม่ก็ถูกกระแสเวทจากทะเลกลืนกินเราไป แต่ถ้ายังมีกระแสเวทอยู่เราก็จะไม่ตายล่ะนะ อีกอย่างร่างกายก็ไม่หิวและไม่ปวดท้องแล้ว ... แต่มันก็แค่ตอนนี้ก็เลย เราให้กระแสเวทของเรารวบรวมน้ำที่อยู่ในอากาศ มารวมกันเพื่อใช้ในการดืมนี้เป็นความรู้จากพวกนั้นเลยนะ

[พาร่างของตัวเองลอยมานานมาก....จนได้เจอกับ] ไม่รู้นานเท่าไหนแล้ว

[จับจากกระแสเวทที่แผ่อาณาเขตไปกว้าง] เจอกับอะไรไม่รู้ใหญ่ๆ กำลังมาทางนี้ นั้นคงจะเป็นเรือสินะ เพราะจากที่จับสัมผัสกระแสเวทที่อยู่รอบๆที่แฝงตัว กับ น้ำทะเลหรือจะเป็น ละอองน้ำรอบๆ การจับสัมผัสพวกวัตถุนั้นเลยเป็นการดูจากที่พวกกระแสเวทได้เคลื่อนที่เหมือนมีอะไรกำลังแซกเข้ามาในอาณาเขต และเราก็ควบคุมอย่างช้าๆ ให้กระแสเวทเราครอบคลุมตัวเรือและวัตถุต่างๆ มันก็จะทำให้รู้ได้ถึงสิ่งต่างๆ ก็ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตมันจะมีกระแสเวทบ่างๆคุมตัวเองอยู่ส่วนที่ไม่ใช้แบบนั้นก็เป็นสิ่งของ นั้นคือผลสรุปของกระแสเวทของตัวเองที่ได้แผ่กระจากผสม ไปกับกระแสเวทภายนอก ก็รู้เรื่องนี้ตอนเมือไม่กี่วันก่อนที่ไปเจอกับซากกองอะไรซักอย่างที่เราจับใกล้ๆได้รางๆ

[สิ่งที่คาดว่าเป็นเรือ กำลังเขามา] ...มันใช้เรื่องดีไหมนิ...แต่ถ้ามีคนอยู่ก็ต้องมีอาหาร ถ้าโชคดีต้องมียาแน่ 

[มีสิ่งมีชีวิตอยู่บนเรือ และกำลังเอาอะไรบ่างอย่างมาจับร่างเรา] ...จะพาขึ้นเรือเหรอ ... ดูไปก่อนแล้วกัน เราใช้กระแสเวทจับสัมผัสวัตถุรอบๆ...

[นำร่างของเราขึ้นไปบนเรือ] เป็นเรือขนาดใหญ่ ... 

พวกมันเอาร่างของเราไปว่างไว้ข้างบนเรือ พวกมันก็ล้อมรอบตัวเรา ...เดียวนะ ทำไหมพวกมันกำลัง ถอด..กาง...เกง....แล้วทำไหมมาจับตัวเราแบบนั้น....[ขยะแขยง]...มีแค่คำนี้ขึ้นมาในหัว...

[ควบคุมกระแสเวทที่แผ่นกระจากไปทัวนำมาควบคุม] ออกไปจากร่างกายของเรานะไอ้พวกน่าขยะแขยง และก็ใส่กางเกงกลับไปด้วย

[จาการที่ใช้กระแสเวทที่ซึมอยู่ในน้ำเป็นส่วนใหญ่ ให้นำน้ำจากทะเลซัดขึ้นบนเรือ] ควบคุมนำมาโจมตีใส่พวกมัน

... เจ้าพวกบ้าพวกนี้นิ เดียวก็ฆ่าทิ้งให้หมดเลย ... เดียวนะพวกมันจะทำอะไรอีกล่ะที่นี้

[จากการที่ใช้กระแสเวทตรวจจับแล้วทำให้รู้ว่าพวกมันกำลัง...] ....ทำบ้าอะไรกันนิ [พวกมันกำลังเต้นท่าแปลกๆ...] ตลกดีนะ...

[จากนั้นพวกมันก็...เอาอะไรก็รู้มาว่าไว้แล้วก็หนีไปหลบที่มุมเรือกันหมด] มันคืออะไรนิ ใช้กระแสเวทของเราสัมผัส...มีกระแสเวทที่อยู่ข้างในด้วยนิ พอตรวจสอบแล้ว...เหมือนจะเป็น...หินแปลกๆที่มีกระแสเวทที่เป็นธาตุน้ำมั้ง อยู่ข้างใน

แต่เท่าที่ดูเจ้าพวกที่เหมือนจะเอามาให้นะ...ถ้านี้เป็นของขอโทษมันยังไม่พอหลอกนะโว้ยพวกแก่ทำอะไรที่มันให้อภัยได้ยากมากเลยนะโว้ย....

[รองใช้กระแสเวทของเราดึงกระแสเวทนั้นออกมา...] รู้สึกว่ามันได้ช่วยทำให้กระแสเวทของเรามันฟื้นฟูด้วย...งันมาใส่ในร่างของเราดีว่า เท่าที่ดูมันคงเป็นหินเวทธาตุน้ำ ที่สามารถฟื้นฟู และเพิ่มพลังให้ชั่วคราวได้ของธาตุน้ำนิ เยี่ยมเราจะให้อภัยพวกนายแล้ว คราวหลังก็อย่าทำอะไรที่มันแย่ๆกับคนอื่นเข้าใจไหมหะ

[เมืออารมณ์ดีขึ้นแล้วก็หยุดกระแสเวทที่ได้ทำกับเรือนี้] ตอนนี้ร่างกายกำลังฟื้นฟูตัวเอง นี้มันดีว่าที่คิดไว้สักอีก

[ใช้เวลาไม่นานที่พวกมันได้กลับมาทำตัวปกติ] แค่พวกมันไม่เข้าใกล้ร่างของเราก็พอ ... แต่เท่าที่จับสัมผัสได้ ทิศทางของเรือมันไปในทิศตามลมนิ ... แถมเร็วด้วยแย่ล่ะ แต่ก็คงจะไม่มีปัญหาเรื่องกระแสเวทที่อยู่ระยะไกลหลอก เพราะจากการฟื้นตัวจากหินที่พวกนั้นที่พวกมันเอามาให้เลยไม่มีปัญหาอะไรแต่ทำไหมพวกมันดูรีบจัง คงไม่ใช้เพราะตัวเราหลอกนะ...คงใช้แน่ ๆ...หวังว่าจะไม่พาไปที่แปลกๆนะ ช่วยพาไปที่ ๆมีคนรักษาเราได้ด้วยเถอะนะ ไม่งันเดียวจัดการพวกนายแบบตายศพไม่สวยแน่

[ใช้เวลาไม่นานในการที่พวกมันพาเรามาที่นี้] ที่นี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนหลอกนะแต่ที่รู้ ที่นี้มีกระแสเวทธาตุน้ำเป็นจำนวนมาก...ไม่สิต้องบอกว่ามีธาตุน้ำเป็นหลักเลยล่ะ ทำให้รู้สึกสบายตัวจากกระแสเวทนี้มาก ๆ แบบว่าชอบที่นี้ เพราะธาตุหลังของเราก็คือ น้ำ และ น้ำแข็ง มันมีคุณสมบัติที่เหมือนกัน ฉะนั้นมันก็เลยเข้ากับเราได้มากๆเลยที่นี้นะ

[เรือหยุดลงในที่จอดเรือมั้ง] มีผู้คนอยู่มากมายเดินไปมา พวกมันส่วนนึ่งได้ออกไปจากเรือไปที่ไหนสักที่ ได้ออกนอกระยะการจับสัมผัสเราไปแล้ว

ส่วนที่เหลือก็ได้ทำท่าแปลกๆ อย่างการที่คุกเข่าลงและนั่งเงียบๆแปลกๆ พวกที่ไปนั้นคงกำลังไปเอาอาหารมาล่ะมั้ง ถ้าเราฟื้นตัวเสร็จเมือไรก็จะหนีต่อ ดีกว่า

[เวลาผ่านไป...] เดียวนะนั้นมันสัมผัสของพวกที่ออกไปก่อนน่านี้นิ...มีกลุ่มคนที่เพิ่มมา...มีกระแสเวทที่เข้มจังนะ ถ้าเทียบกับคนอื่นๆล่ะนะ

[พวกที่มาใหม่ได้ขึ้นมาบนเรือ] อะไร...จากที่ขึ้นเรือมาเงียบๆอยู่ๆก็กระโดดเต้นสะงัน แต่ก็ตลกดี 5555555 

อะไรพวกนี้ได้ยินเสียงหัวเราะ เหรอ ทำไหมทำท่ายังกับได้ยินเลย พอเราทำเสียงหัวเราะ ก็หยุดเต้นแล้วก็คุกเข่าลง เหมือนพวกก่อนหน้านี้เลย...

คลานต่ำมาที่ร่างของเรา ...จะทำอะไรนะเราดูอยู่นะ ถ้าทำอะไรแปลกๆกับร่างเรา เอาถึงตายแน่ พวกแก่ทุกคนด้วย

...

[พวกที่มาใหม่ได้สร้างอะไรซักอย่างที่เป็นธาตุน้ำมาพยุงตัว] ...อืม ไม่ได้ทำอะไรแปลกๆสินะ ...แต่จะพาไปไหนนิ ...ร่างกายก็ยังไม่ฟื้นฟูขนาดจะสามารถขยับตัวได้ .... แต่ยังไงก็คงไม่เป็นไรหลอกมั้ง ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆพวกนี้มันจะไม่ได้เก่งอะไรมาก เดียวก็คงจัดการได้เอง

[ถูกพาไปที่ไหนสักแห่ง] ...แต่ที่รู้บริเวณนี้มี ธาตุน้ำเข้มมาก ...แต่ก็ดียิ่งสามารถดูดซับ กระแสเวทเพือมาฟื้นฟูตัวเองได้

[จนไปถึงจุดศูนย์กลาง] ยังกับมีอะไรบ่างอย่างกำลังรายล้อม มันช่างเย็นและสบายตัว....

[วันต่อมา] ...ที่นี้ที่ไหน ....

[สัมผัสรอบทั้งหมดก็...] จริงสิ..เรียบเรียงความคิด...เราออกจากที่นั้นได้แล้วนิ...ส่วนที่นี้เป็นที่ ๆเราถูกพัดมาถึง และก็เกิดเหตุการอีกนิดหน่อยแต่ก็จำไม่ค่อยได้ 

[พอสำรวจตัวเอง] เสื้อผ้าที่ใส่ เนื้อนุ่มมาก .... เนื้อผ้าที่เตียงนอนก็เนื้อนุ่มเช่นกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

[ใช้กระแสเวทสำรวจ บริเวณกว้าง] ... เรายังอยู่ที่เมืองที่มีกระแสเวทน้ำนั้นนิ ... 

[สำรวจรอบรอบๆห้อง] มีของต่างๆรอบห้อง เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรบ่าง แต่พอใช้มือสัมผัสก็รู้ได้เลยว่าทุกอย่างในนี้มีแต่ของที่ของ ประณีต

[เดินไปที่หน้าต่าง] อากาศของที่นี้ทั้ง ชื่นแต่ก็อบอุ่นดี มีเสียงคนเดินไปมาอย่างมีชีวิตชีวา นี้มันดีจริงๆเลยนะการที่ยังมีชีวิตอยู่นิ 

[ใช้มือจับที่ใบหน้า] 55555 มีความสุขจังนะ ผ้าปิดตา...

[ใช้มือจับอีกครั้ง] ....ไม่มี...ทำไหม...แต่ก็ไม่มีเลือดไหลออกมานิ .... ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ที่นี้ก็ ไม่ต้องใส่ผ้าปิดตาอีกต่อไปแล้ว ถึงมันจะทำให้ ดูโหวงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ชินเลยนะ ปกติจะใส่ตลอดเวลาเลยเพราะไม่งันเลือดจะออกจน ... แย่ 5555 มีแต่เรื่องดีๆ เลยนะนี้

[ใช้มือรวบผม] นี้ผมของเรายาวขนาดนี้เลยเหรอ ดูสิมันยาวจนอยู่กลางหลังเลยเหรอนี้ ...  คนปกติเขาต้องมีผมยาวแค่ไหนนะ ไม่รู้สิ เสื้อผ้าที่ไม่เคยใส่ อยู่ในสถานที่ดีๆ .... แปลกๆนะ 

[ยืนตาก ลมสักพักใหญ่] มีคนกำลังมาทางนี้ ควรทำไงดี ... ทำตัวปกติดีกว่ายังไงก็ไม่อยากให้อีกฝั่งที่ได้ช่วยเรานั้นตกใจ 

[ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงแล้วกัน] เพราะถ้าอีกฝั่งคิดร้ายก็คงไม่เอาเรามาอยู่ห้องดีๆแบบนี้หลอกนะ

#ก๊อกๆ เคาะประตูด้วยระ

“ขออนุญาตนะคะ” ขออนุญาตด้วยล่ะ ทำให้คิดถึงช่วยตอนอยู่โบสถ์เลย ... นั้นสินะ

“หวัดดีครับ ช่วยบอกผมได้ไหมครับว่าผมอยู่ที่ไหน” ..... ทำไหมมีประติกิริยาแปลกจังทำไหมถึงได้ตกใจ...แปลกใจ และกังวนล่ะนิ ...หรือเพราะเราทำอะไรผิด ... ไม่รู้สิ

“...คุณหนูตื่นแล้วเหรอค่ะ ดิฉัน...ต้องพาคุณหนูไปหา...ใครบ่างคนนะคะ...คุณหนูสะดวกไหม” ...ทำไหมรู้สึกผิดล่ะนิ...

“ไปก็ได้ครับ”

“…คุณหนู...ทำไหมทำถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ ดิฉันทำอะไรผิดงันเหรอคะ ดิฉันขออภัย” หน้าผม...แย่จังคงเพราะติดนิสัยจากที่ฝึกแห่งนั้นสินะ แต่ปกติต้องทำหน้ายังไงนิ...

“ผมขอโทษด้วยนะครับ มันเป็นนิสัยเสียนะครับ”

“...คะ...” แย่แล้วต้องปรับหน้าตัวเองให้มันดีๆ

“ไปกันเถอะครับ”

[เดินไปทางเธอคนนั้น] คงเป็นผู้หญิงสินะ ถึงได้ใช้คำว่าคะแบบนั้น ปกติก็แยกชาย หญิงไม่ออกด้วยสิ

“คะคุณหนู”

[เดินตามเธอไปสักพักใหญ่]

“...”

“มีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ” เธอเอาแต่จ้องเราตลอดเลยนะ ไม่ต้องใช้การสัมผัสด้วยกระแสเวทก็ยังรู้เลยนะ เพราะเสียงลมหายใจมันดังมาจากฝั่งซ้าย ข้างหูเลย

“ทำไหมคุณหนูถึงหลับตา เดินล่ะค่ะ” ... เอ้ ก็ปกตินะ หรือว่าคนที่ตาไม่บอดต้อง ลืมตาตลอดล่ะ

“ปกตินะครับ เพราะผมตาบอด” 

“…” เธอดูแย่ลงนะ นี้ผมทำให้เธอรู้สึกแย่สินะ

“เดียวผมจะลืมตาตอนเดินให้นะครับ ถ้าคูณผู้หญิงไม่สบายใจ นะครับ”

[ผมลืมตาในการเดิน] มันก็เป็นความรู้สึกแปลกๆนะ เพราะไม่เคยได้ทำอย่างนี้มานานแล้ว...กี่ปีกันนะ ที่ไม่สามารถลืมตาได้ โดยปกติก็ลืมตาตอนที่ใส่ผ้าพันแผลของที่แห่งนั้นได้ แต่ก็ไม่สามารถถอดออกมาเจอกับอากาศปกติได้เลย

เพราะตอนแรกๆที่ใส่ผ้าปิดตาของที่นั้นนะ มันกดประสาทการสัมผัสของเราจนหมด แต่ก็ฝึกมาเรื่อย ๆจนไม่รู้สึกถึงความต่างอะไรแล้ว แต่ถ้าเอาออกมันก็ใส่กลับเขายากมากเลย เหมือนตอนที่สู้กับเจ้านั้น ต้องบังคับกระแสเวทในเลือด ให้กลับไปควบคุมให้ใส่เหมือนเดิมเลยล่ะ

“ตาของคุณหนูสวยจังเลยนะคะ เสียดายที่ไม่สามารถมองเห็นได้ .... ขอโทษนะคะที่เสียมารยาท ดิฉันพึงได้เป็นคนรับใช้เมือไม่นานมานี้...แล้วก็ต้องมาดูแลคุณหนู กะแรก เลยตกใจที่คุณหนูตื่นแล้วคะ....ขอโทษนะคะที่เสียมารยาทอีกครั้งค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ” คงลําบากใจสินะ ถ้าเป็นผมคงไม่ต่างกันถ้าต้องมารับใช้กับคนที่รอยมาจากทะเล ล่ะนะ

“ใกล้ถึงแล้วคะ ดิฉันได้รับคำสั่งว่าถ้าคุณหนูตื่นแล้วต้องให้มาพบกลับท่าน เจ้าเมือง แห่นี้คะ”

[เดินไปไม่นานก็หยุด และคงกำลังเปิดประตูอยู่] ... ทำไหมถึงทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปนะรู้สึกแย่จัง ถ้าพวกนั้นที่ ที่ฉันจากมารู้เรื่องนี้ล่ะก็ต้องมีปัญหาแน่

[เสียงประตูที่ถูกเปิด] ... [มีเสียงคุยกันเบาๆ...กับกระแสเวท...นั้นอะไร] ใจเย็นไว้ก่อนอีกฝ่ายยังไม่รู้ว่าเราสัมผัสได้

“เธอมาแล้ว ข้าบอกท่านถูกอีกครั้งใช้ไหมล่ะ ราชา” เสียงขอคนแก่ ที่น่าจะเป็นผู้ชาย แยกไม่ค่อยจะออกเลยจากน้ำเสียง ยังไงก็ต้องดูจากคำลงท้าย ... ไม่งันก็ปกติ ผู้ชายจะเสียงใหญ่ กว่าผู้หญิงมันก็นะ เรื่องการแยกเพศก็ยังไงก็เป็นเรื่องยากมาก มาตลอดนั้นล่ะ

“ใช้ท่านพูดถูก ข้าสัมผัสได้เลย เธอเป็นผู้ที่จะช่วยเราไว้” นี้เป็นอีกเสียงนึ่งที่ไม่แก่มาก...ก็คงเป็นผู้ชาย...ช่างหัวเรื่องใครเพศอะไรไปเลยยังไงก็ไม่ต่างกันอยู่ดีโว้ยไม่คิดแล้ว

“สวัสดีครับ ผมขอแน่นำตัวก่อนผมชื่อ \หินฟ้า\ ขอคอบคุณอย่างมากที่ช่วยผมไว้ ผมนึกว่าจะตายซะแล้ว”พร้อมกับก้มหัวให้

[เสียงกระซิบอีกแล้ว]

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่10

คุณเคยคิดไหมผมพึงคิดออกเมือกี่นี้ตอนเขียนตอนนี้และหาเหตุผมให้แล้วว่า ทำไหมพ่อแม่ของ \หินฟ้า\ ถึงไม่พาหินไปที่อื่นที่ไม่ใช้เมืองที่มีอาณาเขต แห่งแสง ง่ายๆก็เพราะไม่รู้ไงว่าเด็กที่อยู่ในท้องตาบอก ไม่งันก็ถ้าคอดออกมาแล้วเด็กเล็กไม่ควรไปที่ไกลๆเพราะมันอันตรายไม่ว่ายังไงก็ตาม..และเหตุผมที่ทำไหมไม่ย้ายไปตอนที่เด็กโตแล้ว แต่ทำไหมถึงเลือกที่จะใช้เงินกับรักษาที่ผิดล่ะ ก็การทำงานไงระ กว่าเด็กจะโตพอก็หลายปีผู้ปกครองคงมีงานมีการทำแล้ว และอีกอย่างก็ไม่อยากไปต่างเมืองต่างที่เพราะว่าจะไม่คุ้นชิน ถ้าไปอาดอดตายได้เลยนะเพราะไม่มีเงินเลยก็ได้นะ เพราะกว่าจะปรับตัวกว่าจะหางานทำอะไรๆมันแย่แถมเสี่ยงอีก โดยรวมๆก็ประมาณนี้ ก็พวกเขานะทะเลาะกันบ่อยก่อนที่เด็กจะรู้เรื่องจริงไหมก็ให้เป็นปัญหาเรื่องของการที่ไม่ย้ายที่อยู่กับเงิน อืม มีเหตุผลมั้ง?

//////////////////////

...ไม่ว่าใครจะว่าไงผมก็จะเขียนเจ้านิยายนี้จนกว่าจะ ... 1 แต่ว่ากำลังจะสอบที่มันหนักมาก ฉะนั้นก็คงลงไม่ได้บ่อยในสัปดาห์หน้า ... 

เอาจริงๆจะมีใครเห็นข้อความนี้ไหมนิ ก็คงไม่

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น