เส้นทาง ที่ไม่อาจคว้า จุดจบได้

ตอนที่ 1 : ความสับสน [a1-0]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ก.พ. 64

#ปิ้ง เสียงอะไรสักอย่างได้กระทบพื้น เป็นเสียนที่ดังก้องในหู...แล้วทุกอย่างก็สว่างขึ้น... มีเสียงดังอีกครั้ง เป็นเสียงที่ราวกับคนพูดกันอยู่ในลำคอเสียงอื้ออึ่ง ดังขึ้นมากกว่าเดิม ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามีอะไรบ่างอย่างมาตี #เปรี้ยง มันเจ็บมากจนทำให้ร้องออกมาเลยที่เดียว เสียงนั้นได้ดังอีกครัง

 #เสียงคุยกัน แต่ด้วยอะไรบ่างอย่างตอนนี้มันชังง่วงเหลื่อเกิน....พอตื่นขึ้นมากอีกครั้งกลับยังอยู่ที่มืดๆ แต่กลับสัมผัส อะไรบ่างอย่างได้มันเป็นสัมผัสอันอบอุ่นจนหน้าแปลกใจ...

 

เวลาได้รวงเลยผ่านไป จากการที่สังเกตการณ์ มาสักพักที่แหล่งนี้เป็นที่อยู่ใหม่ ตอนนี้มีทั้งพ่อ ทั้งแม่

 “มาหาแม่หน่อยสิ \หินฟ้า\ ลูกแม่ “

“ครับแม่” นี้ก็เป็นอีกครั้งที่แม่เรียก ให้ไปหา

“เป็นไงบ่างลูกวันนี้อยากกินอะไรบ่างระเดียวแม่ทำให้กิน”

“ผมไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษเลยนะครับ” ใช้แม่ถามผมเช่นนี้ทุกครั้งที่เป็นตอนเย็น

“ตอนนี้ตอนเย็นแล้วรึครับแม่” ถึงจะถามแบบนั้นก็เถอะแต่ตอนนี้คงเป็นช่วงเย็นๆนั้นระ

“ใช้จะตอนนี้พระอาทิตย์ คงกำลังตกดินอยู่นะมันสวยมาก ๆเลย ถ้าลูกได้เห็นก็คงจะดี” แม่บ่นอย่างงี้อีกแล้วสินะก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นยังไง

ก็ตอนนี้มันเป็นแบบนี้ มันก็ปกติดี

“แม่ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะยังไง ผมก็ไม่มีปัญหา กับมันมากหรอกนะแม่” ใช้ยังไงมันก็เป็นแบบนี้แต่แรก มันจะเป็นยังไงหรืออะไร 

ถึงสงสัยไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นระนะ

“แม่ไม่เป็นไรหรอก แต่พอแม่มองลูก ที่หน้ารักของแม่แล้วมันก็ทำให้แม่เศร้าใจ อยู่ดี”

“ครับผมไม่เป็นไรจริง ๆนะแม่” ใช้ยังไงก็ปกติดี

“วันนี้พ่อจะกลับมาด้วยนะ พ่อจะกลับมางานวันเกิดลูกที่อายุครบ 6 ปีนะ”

“ครับ ผมอายุ 6 ปีแล้วหลอนี้” นี้มัน 6 ปีแล้วหลอ 

ปกติตอนอายุครบ 5 ปีก็ต้องไปโรงเรียน เพื่อเรียนหนังสือแล้ว แต่ตอนนี้ อายุ 6 ปีแล้วยังอยู่แต่บ้านเป็นพาระ ของแม่... พอคิดแล้วมัน...

[ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ] เริ่มคิดถึง อนาคต แล้วสิ 

“ลูกดูกังวลนะ” 

“ผมดูเหมื่อนแบบนั้นรึครับ”

“ตอนที่ลูกกังวลลูกชอบมองขึ้นไปข่างบนนะ ยังไงก็ไม่ต้องกังวลไปแม่จะอยู่กับลูกตลอดไปนะ” 

“… ครับ ”มันไม่ใช้เรื่องดีเลยนะที่เป็นแบบนี้ เพราะตาบอดแต่เกิดมาทำให้ มีชีวิตแบบไม่ปกติ ถึงจะไม่รู้ว่าแบบปกติเป็นไงก็ตามที่เถอะ

[เวลาได้ผ่านไปไม่นาน]

#ก้อกๆ เสียงเคาะประตูสินะ

“แม่มีคนมาเคาะประตู นะครับ”

“งันหลอลูกนั้นอาดจะเป็นพ่อก็ได้ เดียวแม่ขอเวลาแป๊บนึง”

 

“เป็นไงบ่างที่รัก วันนี้เหนื่อยไหม มาๆนั่งพักก่อน”

“ไม่เป็นไรที่รัก ผมขอเจอลูกก่อนเขาต้องดีใจมากแน่ถ้าสิ่งนี้ได้ผมนะ”

“อะไรงันหลอที่รัก”

“มันเป็นของขวัญวันเกิดลูกไงระ” เอาจริงๆก็ได้ยินที่พวกเขาคุยกันแล้วระ

“เป็นไงบ่างลูก”

“ก็ปกติครับพ่อ แล้วพ่อทำงานเป็นไงบ่างครับ”

[มีบ่างอย่างได้ลูบผม]

“5555 วันนี้ก็เป็นวันที่ สงบอีกวันนะลูกถึงการเดินเวรยามจะอากาศหนาวไปบ่างก็เถอะนะ 55555”

[มีเสียงอะไรกระทบกันเบาๆเข้ามา]

“มากินข้าวก่อนนะที่รัก”

[เสียงอะไรสักอย่างกระแทกโต๊ะเบาๆ]

“มาลูกก็ต้องกินด้วยนะ วันนี้แม่ทำของที่ลูกชอบด้วยนะ”

“ครับ”

[เสียงอะไรเล็กๆถูกว่างไว้บนโต๊ะ]

วันนี้มีของเยอะจริงๆนั้นระเสียงที่ว่างไว้บนโต๊ะดูมีน้ำหนังกว่าวันไหน ๆแต่มีแค่ตำแหน่งเดียวที่หนังกว่าอีก 2 ตำแหน่ง

“มากินข้าวกันเถอะ หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆก็มากินข้าวกับครอบครั้วนี้มันดีจริงๆเลยนะ 5555”

[แล้วมีเสียงอะไรสักอย่างกระทบกันที่โต๊ะ แล้วก็อีกสักพักก็มีเสียงเคี้ยว]

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็กำลังจะเริ่มกิน

“ลูกให้แม่ป้อนข้าวไหม ยังไงวันนี้ก็เป็นวันเกิดลูกชายคนเดียวของแม่นะ”

“ไม่เป็นไรครับผมกินเองได้” ใช้มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยนะการกินข้าวนะ แต่ก็ไม่รู้ทำไหมพวกท่าน ถึงเป็นหวงอยู่เรื่อยเลย

“เป็นลูกผู้ชายก็ต้องเข้มแข็ง เข้าใจไหมลูก พ่อรู้ลูกทำได้อยู่แล้ว 55555”

[เอามือไปยิบช้อนส้อม] ตำแหน่งก็แค่อยู่ตรงที่มีเสียงอันเล็กๆ ที่กระทบกระโต๊ะ ซ้ายเป็นส้อม แล้วขวาเป็นช้อน ส่วน..

[เอามือขยับไปทางขวาอีกนิด] เป็นแก้วน้ำสินะ

พอรู้ตำแหน่งของ อุปกรณ์ ต่างๆในการกินแล้วก็เหลื่อแต่อาหาร

[ได้ยิบช้อนส้อมแล้วนำไปจิมของที่อยู่ตรงกลาง] สิ่งที่จิมไปเป็นความรู้สึกแข้ง แต่พอแทงแรงขึ้นส้อมก็จมลงไป 

“แม่วันนี้เป็นปลาทอนงันหลอครับ”

“ใช้จะลูก ลูกนี้เก่งจริงๆเลยนะถึงมองไม่เห็นก็ยังรู้ได้เลย”

ผมว่ามันก็ไม่จำเป็นต้องมองเห็นก็รู้ได้นะ ผมก็กินเมนูนี้นานๆที่แล้วก็จำได้ ว่ามันควรจะมีความรู้สึกว่าการสัมผัสมันควรเป็นแบบไหน

ยังไงสิ่งต่อไปคือต้องรู้ขนาด

[เอาช้อนส้อมไปจิม] โดยกะระยะ ปกติจานชามก็ไม่ใหญ่มากก็คงใช้เวลาไม่นานในการรู้ขนานของปลาตัวนี้ ...

“ปลาตัวนี้ตัวใหญ่จังระครับแม่”

“ก็วันนี้เป็นวันเกิดลูกไง กินได้ไหมให้แม่ช่วยไหม”

“ไม่เป็นไรครับ” ปลานี้ใหญ่จริงๆ เท่าที่ใช้ส้อมจิมกินเนื้อมันคงต้องหนักมากแน่ ๆ แต่แบบนี้เท่าที่จำได้เสียงที่ตกลงบนโต๊ะ 

มันมีแค่ตำแหน่งเดียวที่ มีเสียงดังที่สุด มันคงเป็นเจ้านี้ แต่แล้วพ่อกับแม่กินอะไรระ เสียงที่ตกลงโต๊ะมันเบามากๆเลยนะ

เท่าที่จับใจความได้ แปลว่ามีแค่อาหารของผมเท่านั้นที่พิเศษกว่าของพวกท่าน ไม่สิอาหารของพวกท่านต้องมีน้อยว่าปกติแน่ ๆ

“เป็นอะไรไปไอ้ลูกชายทำไมไม่กินข้าวต่อระ”

“นี้พ่อครับอาหารของพ่อกับแม่ทำไหมถึงน้อยจังระครับเมื่อเทียบกับของผมระ มันน้อยกว่าแบบผิดปกติเลยนะครับ”

“…..”

“…..”

ความเงียบก็เป็นคำตอบที่ผมรู้ว่าหมายความว่าอะไร มันเป็นความจริงสินะที่บอกพวกท่านไป แต่นี้มันแย่เลยนะ

“ถึงวันนี้จะเป็นวันเกิดผมแต่แบบนี้ผมไม่ชอบเลยนะครับ”

“ลูกฉลาดมากเลย ถ้าลูกมองเห็นระก็ลูกต้องได้เป็นทหาร ไม่สิต้องเป็นอัศวินได้แน่”

“แม่ขอโทษนะลูกที่แม่ไม่สามารถให้ร่างกายที่สมบูรณ์ กับลูกได้แม่ขอโทษ”

[ได้ยินเสียงสะอื้น] แม่ร้องไห้ อีกแล้วสินะ อีกสักหน่อย พ่อคงโทษโชคชะตาอีกแล้วแน่ ๆๆ

“ทำไม ทำไม! ลูกของพ่อถึงได้ไม่อาดมองเห็นแสง ได้ต้องเป็นเพราะพวกผีปีศาจแห่งความมืดได้ช่วงชิง ในตาลูกข้าไปด้วย ทำไม!!”

“...” ผมไม่เข้าใจเลยทำไมพวกท่านถึงเป็นแบบนี้ แค่มองไม่เห็นเองนะ มันแค่ทำสิ่งที่เรียกว่าอ่านไม่ได้แค่นี้เอง

“ใจเย็นหน่อยสิครับวันนี้มันเกิดผมนะ” คิดอะไรออกแล้วเอาแบบนี้ดีกว่า

“ผมว่าปลาตัวใหญ่เกินไปสําหรับผมนะครับ ทำไหมเราไม่แบ่งกันระครับ”

“ลูกแม่ช่างเป็นคนดีอะไรแบบนี้”

“แล้วยังใจเย็นลูกพ่อนี้เก่งจริงๆเลยนะ 55555…..”

[แล้วในมื้ออาหารนี้พวกเราก็ทำการแบ่งปลาของผมกินกันอย่างน่ายินดี] ถึงผมจะไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนั้นจริงไหมแต่บรรยากาศมันดีขึ้นจริงๆนะ

 [พวกเรากินกันเสร็จ]

“เอาหระแม่ขอเอาจามชามไปเก็บก่อนนะ”

“เดียวผมช่วยคุณเองที่รัก 555”

“ทำไหมวันนี้คุณดูอารมณ์ ดีจังที่รักมีเรื่องอะไรหลอ”

“มันก็เกี่ยวกับของขวัญของลูกชายเราไงระ 555”

“มันคืออะไรหลอครับพ่อ”

“ใจเย็นก่อนลูกเดียวพ่อขอเก็บของช่วยแม่ก่อน เดียวพ่อจะนำมันออกมาให้ลูกเอง 555”

“งันหลอครับ” มันก็ อดตื่นเต้นไม่ได้ระนะ จะเป็นอะไรกันนะอย่ากรู้จัง

[หลังจากพ่อแม่กับมาที่โต๊ะ]

“งันมาเริมที่ของแม่ก่อนเลยนะ”

[แม่ได้ยืนอะไรสักอย่างมาให้]

[ใช้มือลูบสิ่งนั้น] มันมีลักษณะที่หยาบ เป็นเส้น แต่พอลูบอีกที่มันก็นุ่ม และอุ่น

“ลองทายดูมาสิว่าคืออะไรนะ~~”

“มันคือผ้า อะไรสักอย่างนี้ระครับ”

“ใช้มันเป็นผ้า ที่แม่ซื้อมาถักเองเลยนะ แต่มันเป็นผ้าอะไรแม่ก็จะไม่ได้ถาม มันอุ่นมากเลยนะ เหมาะสำหรับตอนนี้ที่อากาศหนาวๆเลย”

“โอที่รักมันเป็นสีที่เข้ากับลูกเราด้วยนะ มันเหมาะกับเขาจริงๆ” สีงันหลอ..นั้นก็คงเป็นอีกอย่างที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรระนะ

“แต่ของที่ผมจะให้เจ้าตัวน้อยนี้มันดียิงกว่าของคุณสักอีกนะ 5555”

“แล้วมันคืออะไรระที่รัก มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดแน่ ๆ”

“55555 มันคือนี้ไงระ”

“มันคืออะไรนะน้ำสีฟ้านั้น แต่สีสวยจังนะ” สีฟ้าหลอ มันเป็นไงนะ

“มันเป็นยาวิเศษ นะที่รักผมได้ไปช่วยเจ้าของร้านขายอะไรซักอย่าง เขาให้ของสิ่งนี้มากับผมเลยได้ส่วนลดจาก 2000 เหรียญ”

“เหลื่อเพียงแค่ 500 เหรียญเองนะมันมีสรรพคุณ ที่ถึงเกือบมีสรรพคุณเป็นยาในตำนานเลยเชียวนะ”

“มันฟังดูสุดยอดมากเลยนะ อันนี้สินะที่คุณใช้เงินเก็บของเราทั้งปีไป กับยาสีฟ้าเนี่ย แล้วใช้ยังไง”

“เดียวผมจะใช้ให้ดูเองที่รัก มันก็ง่ายๆ แค่เทน้ำนี้ใส่ตาลูกเราแค่ 2 ถึง 3 หยดก็จะทำให้ตาลูกเราหายเองเลยนะ 5555 ส่วนที่เหลือก็จะเก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นจริงๆ”

[มีอะไรสักอย่างมาจับแขนแล้วก็จับแก้ม] พวกท่านดูจะคาดหวังกับยานี้สินะเหมื่อนครั้งก่อนๆ นี้มันกี่ครั้งแล้วนะ

[มีอะไรบ่างอย่างมาจับที่ตา แล้วก็เปิดตาออกมา] ตรงที่พ่อจับมันคงเป็นตาสินะ มันเป็นที่ผิดปกติพวกท่านบอกอย่างนั้นแต่เอาจริงๆก็ไม่รู้ระว่าอันที่ปกติมันเป็นยังไงนะ

[มีอะไรบ่างอย่างได้หยดลงไปในตา] รู้สึกเจ็บจังแหะ

“โอมันมีควันออกมาด้วย มันไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอคะคุณ ยานั้นนะ”

“คุณต้องเชื่อใจ เจ้ายานี้และลูกของเราสิที่รัก” เจ็บมากเลย ปวดตาจัง แสบตาด้วยสิ

#ติ่้ง..

“…”

“…เลือด…”  เลือด ?

“ลูก...”

[มีเสียงดังวุ้นวายเสียงตะโกนของพ่อแม่เต็มไปหมด] รู้สึกไม่ดีเลยเเหะ

#ตึก 

[ร่างกายได้ล้มลง] อยู่ดีๆทรงตัวไม่อยู่แล้วก็ไม่ค่อยเจ็บแล้วสิ....

[เวลาได้ผ่านไป]

...

**-**

จบตอนที่1

ตอนนี้มีแต่น้ำไม่มีเนื้อหาอะไรเลยให้ตายสิ เสียเวลาอ่านไปเลยใช้ไหมแต่เนื้อหาก็อยู่ในเกณฑ์ ปกติดีนะ

//////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น