กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,201 Views

  • 13 Comments

  • 135 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    63

    Overall
    3,201

ตอนที่ 9 : ฝีมือที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    25 ธ.ค. 61




ตอนที่ 9 : ฝีมือที่แท้จริง




     "หัตถ์อัคคีโลกันต์ สยบทั่วหล้า!"

     เสียงคำรามดังก้องผืนป่ารกทึบ ท่ามกลางแสงจันทรายามพลบค่ำ สายตาผู้คนมากมายที่กำลังเพ่งมองไปที่เปลวเพลิงรูปหมาป่าด้านหน้า ก็ต้องสะดุ้งตื่นตัวจากเสียงตะโกนก้องนั้นทันที เมื่อทุกผู้คนเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่กำลังมืดครึ้มลง ก็ต้องชะงักจนดวงตาเบิกกว้าง ตกตะลึงลานกับภาพตรงหน้า

     บนท้องฟ้ายามนี้ ปรากฏฝ่ามืออัคคีขนาดใหญ่สีส้มประกายทองขนาดกว้าง 3 เมตร ยาวร่วม 6 เมตรกำลังพุ่งแหวกนภาลงมาอย่างแช่มช้า ปานละลอกคลื่นบนผิวน้ำที่พริ้วไหวเขาหาฝั่งอย่างบางเบา แต่ทว่า ที่พื้นดินด้านล่างฝ่ามือเพลิงกับบังเกิดแรงลมโหมกระหน่ำปานพายุลูกใหญ่ กดทับลงมาจากฟากฟ้า

     คลื่น!...

     ยิ่งฝ่ามืออัคคีโลกันต์เคลื่อนลงมาใกล้ แรงลมยิ่งถาโถมหนัก พวกนิกายโลหิตอสูรทั้ง 11 คนต่างใบหน้าซีดเผือด พลังปราณในร่างอยู่ๆก็สั่นไหวอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นละลอกคลื่นพลังปราณสีเลือดหมูระเหยเป็นไอควันออกตามรูขึมขนอย่างแปลกประหลาด 

     หนึ่งในกลุ่มนิกายโลหิตอสูรรูปร่างผอมสูง ใบหน้าซีดขาวปานไก่ต้ม มือขวาที่จับกระบี่สีครามที่มีคาบโลหิตของหยางเฉินติดอยู่กำลังสั่นไหวอย่างหนัก จนกระทั่งกระบี่หลุดจากมือ ร่วงลงพื้นดินด้านข้าง ใบหน้าของมันก็ยังคงตื่นตะลึงจนไม่รู้สึกตัวเลยว่ากระบี่ได้หลุดจากมือมันไปแล้ว

     "พลังอันใดกัน!? ทำไมพลังปราณในร่างกายข้าผิดแปลกไป.. เหมือนว่ามัน..กำลังหวาดกลัว!? แม้แต่กลิ่นอายแค่บางเบา ก็ทำให้มันกรีดร้องสั่นไหวไปมาขนาดนี้.. ข้าไม่เคยพบเจอคลื่นพลังแบบนี้มาก่อนในชีวิต!.." ชายร่างผอมสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะกวาดสายตาไปยังพรรคพวกที่ยืนอยู่รอบข้าง แต่ว่าพวกมันต่างก็ยืนตัวสั่น ใบหน้าซีดเผือด เพ่งมองบนท้องฟ้าอย่างโง่งมไม่ต่างกับมันนัก

     ฝ่ามือเพลิงโลกันต์ ค่อยๆกดทับลงมาอย่างแช่มช้า หากจะหลบหลีกก็หาได้ยากไม่ แต่ว่าคลื่นพลังประหลาดที่แฝงอยู่ในฝ่ามืออัคคี กับทำใฟ้พวกมันมิอาจที่จะหลบหลีกได้ พลังปราณในร่างกายพวกมันต่างร่ำร้องสั่นไหว จนมิอาจจะควบคุมสั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวหลบหลีกได้ดั่งใจ

     ตูม!!

     เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวออกไปไกลหลายร้อยเมตร ฝ่ามืออัคคีโลกันต์ที่เคลื่อนไหวบนนภาอย่างแช่มช้า แต่เมื่อมันกระทบสู่พื้นดิน แรงปะทะกับรุนแรงมหาศาล พร้อมกับเปลวเพลิงสีส้มอมทองจะโหมพัดกวาดออกไปโดยรอบทันทีที่ปะทะพื้นดิน

     เสียงดังสนั่นลั่นผืนป่า ผืนดินสั่นไหวหนักหน่วง ชั้นดินและเปลวเพลิงกระจายปานคลื่นทะเลลูกใหญ่ซัดออกไปเป็นวงกว้าง เศษดินเศษหินที่กำลังฟุ้งกระจาย พลันโดนเปลวเพลิงก็มอดหายไปในทันที

     ขณะเดียวกัน ที่กลุ่มหมาป่าเพลิง สีหน้าแววตาพวกเข้าต่างก็ตกตะลึงไม่แพ้พวกนิกายโลหิตอสูรเช่นกัน ต่างก็เร่งพลังปราณออกมาอย่างตื่นตัวมิอาจประมาทได้แม่แต่เสี้ยววินาที สายตาพวกเขายังคงเพ่งมองเข้าไปในกลุ่มฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายอย่างประหลาดใจ และในเสี้ยวพริบตาที่ฝุ่นควันคอยๆจางลง แววตาของหยางเฉินก็พลันกังวลระคนตื่นตะลึง

     เมื่อฝุ่นควันเบาบางจางลง ก็เห็นเป็นเงาคนผู้หนึ่งยืนตรงตงาดอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย รูปร่างกำยำสมส่วนแต่ว่าส่วนสูงไม่สูงมากนัก สวมใส่ด้วยชุดคลุมผู้ฝึกยุทธสีเทาเก่าๆขาดๆ ไร้อาวุธในมือใดๆ กลิ่นอายพลังชั้นก่อตั้งลมปราณแผ่กระจายอย่างมั่นคงและนิ่งสงบ

     หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับแววตาประกายวูบ ก่อนจะกล่าว "เฟยหมิง!? เป็นเจ้าเองรึ!" ทุกผู้คนในกลุ่มหมาป่าเพลิงพลันสะดุ้งตื่นตัวจากภวังค์ เนื่องจากพวกเขาพลังปราณอ่อนกว่าหยางเฉิน จึงยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นผู้ใดที่เข้ามาช่วยเหลือหรือเป็นศัตรู แต่เมื่อได้ยินจากปากท่านหยางเฉิน ต่างก็รอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

     เฟยหมิงพยักหน้าตอบอย่างแผ่วเบา และกวาดสายตาออกไปด้านหน้า พบแอ่งโลหิตและก้อนเนื้อแหลกเหลวแปดกองอยู่ด้านหน้า ถัดออกไปมีร่างชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีเลือดหมูอีกสามคนนอนกระอักโลหิตออกมาคำโต

     พวกมันทั้งสาม พยายามตะเกียกตะกาย และใช้แรงเฮือกสุดท้ายเงยหน้ามองออกไปยังร่างเด็กชายด้านหน้า ก่อนที่เลือดลมจะแตกซ่านออกจากทวารทั้งเก้า และสิ้นใจตกตายอย่างน่าอนาถ 

     สายตาของเขาเพ่งมองออกไปที่ห่างไกล ที่ซึ่งกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬจับกลุ่มกันอยู่ ใบหน้าพวกมันต่างเบิกกว้างและหวาดผวาต่อเหตุการณ์เมื่อครู่ยิ่งนัก เฟยหมิงค่อยๆหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะตวาดออกไปพร้อมดวงตาที่ฉายแววดุดัน "รีบไสหัวไปซ่ะ! ก่อนที่บิดาจะมีน้ำโห!" เสียงตวาดดังลั่นผืนป่า จนพวกมันต้องสะดุ้งสุดตัวหลุดจากอาการตะลึง

     พวกมันหันมองหน้ากันอย่างลนลาน ก่อนทีเสียงแหลมเล็กจากโลหะตกกระทบพื้นจะดังขึ้นคราหนึ่ง ตามมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและหวาดผวา "จอมยุทธ! ไหนใครว่ามีแค่ชาวบ้านธรรมดาๆไม่กี่คนไง!? ข้ายังมีลูกเมียที่รอข้าอยู่ที่บ้าน แบบนี้ข้าไม่เอาด้วยแล้ว!" สิ้นคำ มันก็วิ่งตะบึงหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

     พวกที่เหลือต่างสบตากันไปมา สุดท้ายเมื่อมีคนนำก็ต้องมีคนตาม พวกมันเลือกโยนอาวุธในมือทิ้งอย่างไม่คิดต่อต้าน ปานว่าหากยังถืออาวุธอยู่ในมือ เกรงว่าเจ้าเด็กชายคนนั้นจะเข้าใจผิดและสังหารตนทิ้งปานผักปลา พวกมันแตกหือวิ่งหนีเอาชีวิตรอดคนละทิศละทางโดยไม่แม้แต่จะคิดหันหลังกลับมามองด้านหลังให้เสียเวลาเลยด้วยซ้ำ

      "พวกเจ้า! หยุดเดี๋ยวนี้! บัดซบเอ้ย!" เสียงสบถดังลั่นออกมาจากด้านหลังฝูงคนที่กำลังวิ่งหนีแตกตื่น

     น้ำเสียงที่สบถอย่างเคียดแค้นและไม่ยินยอมดังมาจากผู้เยาว์บนหลังม้าขาวตัวใหญ่ ที่ถูกเรียกว่าคุณชายสาม ตอนนี้แววตาของมันแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตอย่างมหาศาล กลิ่นอายพลังชั้นก่อตั้งขั้นต้นระดับสามปะทุออกมาอย่างเดือดดาล 

     ก่อนที่มือของมันจะเกิดประกายแสงสว่างวาบขึ้นมาช่วงหนึ่ง ปรากฏกระบี่สีครามขึ้นมา มันคบบม้าวิ่งตะบึงบุกเข้าหาเฟยหมิงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรังสีฆ่าฟันอันมหาศาล เพียงไม่กี่อึดใจมันก็เข้ามาใกล้เฟยหมิงในระยะ 50 เมตร ก่อนจะวาดกระบี่ตัดอากาศเป็นเส้นแสงสีครามพุ่งทะแยงขวางเข้าหาเฟยหมิงอย่างดุดัน

     แววตาเฟยหมิงพลันประกายวูบ พร้อมกับพุ่งทยานเข้าหาคมกระบี่อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะปะทะกับคลื่นกระบี่ เขาพลันกระทืบฝ่าเท้าขวาพุ่งหลบคมกระบี่ออกไปทางซ้าย ทำให่คลื่นกระบี่พุ่งเฉียดร่างของเขาไป

     "หึ!" และในเสี้ยวพริบตาทีเท้าซ้ายของเขาแตะพื้น เฟยหมิงก็สบถในลำคอออกมาคราหนึ่ง พร้อมกับพุ่งทยานเข้าหาคุณชายสามด้วยกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มแกมทอง 

     ตึม!

     เสียงปะทะทุ้มต่ำหนักแน่นดังสนั่น กำปั้นปะทะเข้าที่ลำคอของม้าศึกตัวใหญ่อย่างจัง จนมันเซออกไปด้านข้าง ทำให้คุณชายสามพลันเสียหลักก่อนที่มันจะดีดตัวกระโดดลงจากอานม้าในทันที 

     เดิมที่เฟยหมิงหวังจะส่งกำปั้นใส่ช่วงเอวของคุณชายสามนั้น แต่ว่าเจ้าม้าศึกตัวใหญ่นี้กับมีสัญชาตญาณที่รวดเร็วยิ่งนัก! มันเลือกเบี่ยงตัวหลบในเสี้ยวพริบตา ใช้ลำคอของมันปกป้องผู้เป็นนายของมันเอาไว้ได้ จนตัวมันเองต้องบาดเจ็บหนักทันที

     ทันทีที่คุณชายสามกระโดดลงเท้าแตะพื้น มันหันไปมองม้าศึกด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนที่จะกวาดสายตามาหาเฟยหมิงด้วยแววตาดุดัน พร้อมกับวาดกระบี่เข้าจู่โจมอย่างไปราณีทันที "เพลงกระบี่สายลมโหยหวน!" 

     วิ้ง วิ้ง

     คลื่นคมกระบี่สีครามวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วและดุดัน เป็นเพลงกระบี่ที่พริ้วไหวดั่งเหยี่ยววายุจู่โจม แต่ว่าเฟยหมิงที่ใช้เพียงมือเปล่าหาได้มีอาการตื่นกลัวไม่ กับกันเขาใช้ท่าร่างแปลกพิศดารหลบหลีกซ้ายทีขวาทีอย่างคล้องแคล่ว เพียงอึดใจก็หลบไปแล้วกว่าห้ากระบี่ โดยไม่มีรอยแผลแม้แค่น้อย

     และในกระบี่ที่หก คมกระบี่ตัดผ่านทะแยงจากไหล่ขวาลงช่วงเอวซ้ายอย่างรุนแรง แต่ในพริบตานั้นเอง เฟยหมิงพลันชิงจังหวะออกหมัดขวาตรงไปที่หน้าอกของมันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระทืบเท้าซ้ายจนเกิดเป็นหลุม ส่งเสียงทุ้มต่ำหนักหน่วง

     ในพริบตานั้นเอง กำปั้นขวาของเฟยหมิงที่อยู่ห่างจากหน้าอกคุณชายสามร่วม 5 เมตร ปรากฏคลื่นแสงสีขาวนวลรูปกำปั้น ต่างจากหมัดเปลวเพลิงก่อนหน้านี้ พุ่งกระแทกช่วงอกของมันอย่างจัง

     ปัง!

     เสียงปะทะทึบหนักดังขึ้น ตามด้วยโลหิตที่กระอักออกมาที่มุมปากของมัน สีหน้าคุณชายสามพลันตื่นตระหนกอย่างสุดขีดและเช็ดเลือดที่มุมปากออก แววตาของมันจ้องมองเฟยหมิงด้วยอารมณ์หลากหลายระคนประหลาดใจ

     แต่ว่าเฟยหมิงหาหยุดมือไม่ เขารีบทะยานเข้าประชิดตัวและกวาดเท้าซ้ายเตะออกไปที่ช่วงเอวอย่างสุดกำลัง แต่ว่าเขาช้าไป! มันใช้กำลังสูงสุดส่งร่างพุ่งหลบลูกเตะถอยออกไปหลายสิบเมตรอย่างรวดเร็ว สีหน้าของมันทั้งหวาดผวาและมิยินยอมในเวลาเดียวกัน ก่อนที่มันจะพลิกมือขึ้น ก่อนกระบี่สีครามจะพลันหายไป

     แต่ปรากฏเป็นคันธนูสีแดงฉานปานย้อมด้วยโลหิตออกมาแทน ที่สายธนูมีหยาดโลหิตไหลซึมออกมาอย่างประหลาดดั่งหยาดโลหิตที่ค่อยๆไหลซึมออกจากบาดแผลอย่างใดอย่างนั้น 

     และในจังหวะที่มันรั้งดึงสายธนู คันธนูพลันเปล่งแสงสีเลือดหมูขึ้นทั้งคัน หยาดโลหิตจำนวนมากไหลมารวมกันที่ตรงกลางคันธนู และขึ้นรูปเป็นลูกศรโลหิตมันวาว ส่งกลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

     "ศรโลหิตสังหาร!" เสียงคำรามลั่น พร้อมกับศรโลหิตพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า 

     เฟยหมิงตื่นตะลึงทันทีที่เห็นคันธนูสีเลือดหมูคันนั้น โดยคิดไม่ถึงว่า มันยังจะมีไพ่ตายที่เป็นถึงอาวุธวิญญาณอยู่ในมือ! แต่ก็เพียงพริบตาสั้นๆเท่านั้น สีหน้าเฟยหมิงก็กลับมาเคร่งขรึมดังเดิมอีกครั้ง แต่ว่าทางด้านกลุ่มหมาป่าเพลิงที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก!

     เฟี่ยว!

     ลูกศรโลหิตพุ่งแหวกอากาศเสียงแหลมสูง มันพุ่งตรงเข้าหาศรีษะเฟยหมิงอย่างแม่นยำและอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต ช่างเป็นทักษะธนูที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!

     เฟยหมิงแววตากระตุกวูบ รังสีสังหารที่แสนเลือดเย็นจากลูกศรโลหิต ก็แผ่กดดันมาที่เขาอย่างหนักหน่วง จนเขารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ยากต่อการหลบหลีกได้ แต่ว่าสีหน้าแววตาของเขายังคงเคร่งขรึม โดยจับจ้องลูกศรโลหิตที่พุ่งเข้าหาปานสายฟ้าอย่างไม่วางตา และไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกใดใด คล้ายกำลังยืนครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ

      แล้วในช่วงจังหวะชี้เป็นชี้ตายที่ลูกศรอยู่ห่างจากหัวเฟยหมิงแค่สิบเมตรนั้น เฟยหมิงรั้งมุมปากยกยิ้มอย่างแช่มช้า ก่อนที่ฝ่ามือขวาที่ไคว้อยู่ด้านหลังของเขาจะพลันเปล่งแสงสว่างสีขาวนวลขึ้น เขาวาดมือขวาออกไปด้านหน้า ในท่านิ้วชี้และนิ้วกลางประกบกันแน่นปานปลายหอกคมกริบ ชี้ขนานกับพื้นออกไปยังลูกศรโลหิตที่กำลังพุ่งเข้ามา

     "ดัชนีสลายมาร!" 
     ปัง!!

     ทันทีที่เฟยหมิงกล่าวคำ แสงสว่างกลางฝ่ามือก็พลันแล่นไปที่ปลายนิ้วทั้งสอง ก่อนจะระเบิดคลื่นพลังเป็นเส้นแสงสีขาวพุ่งออกไปอย่าวรวดเร็วไม่แพ้ลูกศรโลหิตแม้แต่น้อย 

     ตูม!!

     เสียงปะทะกลางอากาศดังสนั่นหวั่นไหว เกิดแรงลมกระโชกกระจายเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ระยะปะทะพลันหักโค่นลงทันที 

     ตรงกลางจุดปะทะเกิดเป็นคลื่นพลังส่องแสงสว่างสองกลุ่มขึ้น แสงสีเลือดหมูและสีขาวนวลกำลังปะทะกลืนกินกันอย่างรุนแรง แต่ว่าแสงสีเลือดหมูจากลูกศรโลหิตมีขนาดที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด มันค่อยๆเคลื่อนตัวไปด้านหน้าอย่างแช่มช้า และกำลังจะกลืนกินคลื่นพลังจากดัชนีสลายมารของเฟยหมิงไปเรื่อยๆ

     "เหอะ! มดปลวกอย่างเจ้า! คิดจะต้านพลังสังหารจากธนูผนึกโลหิตงั้นรึ!? หึ! ช่างไม่เจียมกะลาหัวเสียจริง! ฮ่าๆๆๆ" น้ำเสียงแสนหยาบเหยียดและเสียงหัวเราะจากคุณชายสาม ดังลั่นไปทั่วผืนป่า แววตาของมันจับจ้องภาพตรงหน้าปานกำลังมองเรื่องน่าขบขันที่สุดในชีวิตของมัน

     "หึ!" อยู่ๆเสียงสบถแสนเย็บเยียบก็ดังออกมาจากปากเฟยหมิง จนทำให้กลุ่มหมาป่าเพลิงที่เตรียมเข้าไปช่วยเหลือต้องหยุดชะงักด้วยสีหน้าแปลกประหลาดหลากอารมณ์ และเมื่อหันไปมองที่จุดปะทะของคลื่นพลังทั้งสอง พวกเขาก็พลันดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก

     เมื่อคลื่นพลังดัชนีสลายมารที่กำลังจะมอดดับ อยู่ๆมันก็ค่อยๆแทรกตัวเข้าไปในลูกศรโลหิตอย่างแช่มช้า พร้อมกับไอพลังสีเลือดหมูเริ่มระเหยออกจากตัวลูกศรโลหิตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลูกศรโลหิตจะสั่นไหวไปมาอย่างรุนแรง และลดขนาดลงเรื่อยๆ

     "อะไรกัน!? คลื่นพลังนี้.. เป็นไปไม่ได้! ธาตุแสง!..แสงศักดิ์สิทธิ์! เจ้าเป็นใครกันแน่!" ความหยิ่งยโสในก่อนหน้าพลันกลายเป็นความหวาดหวั่นที่หาใดเปรียบ เมื่อมันเห็นลูกศรโลหิตสังหารอันร้ายกาจของมัน แตกระเหยกลายเป็นกลุ่มควันต่อหน้าต่อตามันเอง

     แววตาของมันพลันประกายวูบวาบหลากอารมณ์ ก่อนที่จะคว้าดึงสายธนูขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าสีหน้าของมันต้องตกตะลึงอีกครั้ง! เมื่อมันรู้สึกร้อนวูบวาบที่บริเวณหน้าอกของมัน คล้ายมีพลังสายหนึ่งกำลังรุกล้ำเข้าสู้ร่างกายของมัน จนส่งเสียงร้องในลำคออย่างเจ็บปวด

     สีหน้าของมันถอดสีจนซีดเซียวในทันที พริบตานั้นเอง มันก็พลิกฝ่ามือเก็บคันธนูผนึกโลหิตหายเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนที่จะตัดสินใจพุ่งทยานออกไปด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวทันที "หึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ! คราวหน้าพวกเจ้าจะต้องร้องขอชีวิต ที่คิดบังอาจต่อต้านข้า!"

     สิ้นคำ มันก็พุ่งทยานหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า ในจังหวะที่มันกำลังจะหายเข้าไปในเงาป่า กับปรากฏร่างของเฟยหมิงพุ่งตัวมาขวางเอาไว้อย่างทันท่วงที พร้อมกับง้างกำปั่นขวาที่อัดแน่นไปด้วยคลื่นพลังสีขาวนวลละลานตา "หึ! คิดไว้แล้วว่าจะมาไม้นี้! มันคงไม่มีคราวหน้าสำหรับเจ้าอีกต่อไปแล้ว! หมัดทะลวง 6 ชีพจร!" สิ้นคำ หมัดขวาก็อัดกระแทกเข้าทรวงอกมันอย่างจัง

     ตูม!!



__________________________________________



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 21:18
    ขอบคุณครับไรท์ ดีใจที่ได้อ่านต่อ
    #6
    1
    • #6-1 Godsoul (@tranquilizer) (จากตอนที่ 9)
      2 มกราคม 2562 / 14:20
      ต้องขอโทษด้วยครับ พอดีต้องเฝ้าพ่อที่นอนป่วยอยู่รพ. วันนี้จะลงอีกตอนช่วงค่ำๆนะครับ แล้วจะลงทุกวันต่อเนื่องแล้วครับ
      #6-1