กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,224 Views

  • 13 Comments

  • 138 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    86

    Overall
    3,224

ตอนที่ 8 : โจมตีสายฟ้าแลบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61




ตอนที่่ 8 : โจมตีสายฟ้าแลบ



     ภายในป่ารกทึบฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าหมู่บ้านยักษ์แดงออกไป 200 เมตร มีเงาคนสี่คนสวมชุดคลุมดำ กำลังวิ่งไปมาอย่างวุ่นวาย คล้ายกำลังจัดแจงอะไรบางอย่าง ก่อนที่พวกเขาจะมารวมตัวกันใต้เงาต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง "พวกเจ้าทำตามแผนกันครบแล้วใช่หรือไม่?" เสียงบุรุษวัยชราดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกวาดสายตาออกไปยังคนทั้งสามที่ล้อมวงสนทนากันอยู่

     "ท่านหยางเฉินโปรดวางใจ พวกเราทั้งสามได้เตรียมการตามแผนที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ" ชายวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบเศษ แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำ ใบหน้าฉายแววเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ ผสานมือคารวะและตอบคำชายชรานามหยางเฉินตรงหน้า

      "ดีมาก คาดไม่ถึงว่าจะต้องใช้กลยุทธนี้ตั้งแต่เริ่ม ดีที่ข้าคิดเผื่อเอาไว้ก่อน" หยางเฉินพึมพำแผ่วเบา ด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญานให้ทั้งสามคน "พวกเจ้าไปประจำตำแหน่ง รอสัญญานจากข้าอีกที ค่อยลงมือ" สิ้นเสียงลุงหยางเฉิน ทั้งสามพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะแยกตัวออกหายเข้าไปในเงาไม้ทันที 

      หยางเฉินลุกขึ้นยืนมองออกไปที่ชายป่าอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่จะพบเงาร่างคนอีก 4 คนในชุดคลุมดำเช่นเดียวกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ หยางตงฉวนที่กำลังส่งสายตาเด็ดเดี่ยวจ้องมองมาที่หยางเฉินพร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณ ก่อนจะกระจายกำลังหายเข้าไปในเงาไม้อย่างรวดเร็ว


  "คิดจะต่อต้านข้ารึ! หึ! ผู้ใดที่คิดต่อต้านข้า มันต้องตกตายอย่างอนาถไร้ที่กลบฝัง! ฆ่าสังหารพวกมันให้สิ้น! อย่าได้ละเว้นแม้แต่ผู้เดียว!" เสียงตะโกนอันกึกก้อง ท่ามกลางผืนป่ารกทึบฝั่งตะวันตก แสงตะวันสาดแสงอบอุ่นในยามเที่ยง เสียงโห่ร้องฮึกเหิมดังก้อง พร้อมด้วยเสียงฝีเท้านับร้อยจะวิ่งกรูขึ้นมาบนเขาปานคลื่นน้ำซัดเข้าชายฝั่ง

     เพียงไม่กี่อึดใจ กลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬนับร้อยก็วิ่งบุกขึ้นมากว่า 200 เมตร เหลืออีกแค่ 200 ร้อยเมตรเท่านั้นก็ถึงที่ตั้งหมู่บ้านยักษ์แดงแล้ว แต่ด้วยเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบ ทำให้ทางเดินหลักที่กว้าง 3 เมตร ดูคับแคบลงทันทีเมื่อคนนับร้อยวิ่งผ่าน แต่แล้วในตอนนั้นเอง

     เมื่อพวกมันวิ่งผ่านต้นไม้ต้นหนึ่งที่ดูผิวเผินแล้วคล้ายต้นไม้ปกติทั่วไป แต่ว่า.. ที่ลำต้นกับมีเครื่องหมายกากบาทขีดเอาไว้! แล้วเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลุงหยางเฉินที่ซุ่มอยู่ในเงาไม้ก็พลันสับมือลง พร้อมกับสีหน้าแววตาที่จ้องมองกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬอย่างดุดัน "ตัดเชือก!"

     ฉับ!!

วูม... วูม...


   เสียงแหวกอากาศดังแว่วออกมาจากผืนป่ารอบข้าง ก่อนจะปรากฏท่อนซุงขนาดใหญ่นับสิบท่อน ร่วงลงมาจากยอดต้นไม้ ก่อนเชือกที่มัดท่อนซุงกับต้นไม้เอาไว้จะรั้งตึง และเหวี่ยงท่อนซุงพุ่งขนานพื้นออกไปอย่างรวดเร็วปานเงามัจจุราช

     ตูมๆๆๆ

อะไรกัน!? อ๊ากกกก!!

 เพียงพริบตาที่พวกมันกำลังได้ใจและฮึกเหิม กลับกลายเป็นหวาดผวาสุดจะกลั้นทันที รอบกายเต็มไปด้วยซากศพแหลกเหลวเละเทะ แอ่งโลหิตไหลนองทั่วพื้นที่ ภาพที่แสนสยดสยองของเหล่าศพเพื่อนร่วมรบ ทำให้พวกมันต้องหยุดชะงักฝีเท้าอย่างหวาดกลัวทันที

      "สังหารพวกมันให้หมด! อย่าให้พวกมันรอดกลับไปได้แม้แต่คนเดียว!" เสียงตะโกนที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตดังก้องไปทั่วผืนป่ารกทึบ ก่อนที่เงาร่างทั้งสี่สายจะพุ่งทยานออกมาจากผืนป่าทั้งสองข้าง เข้าโจมตีกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬในทันที

     ที่ป่าฝั่งขวา ชายทั้งสี่คนระเบิดพลังธาตุอัคคีที่ร้อนแรงและดุดันออกมาอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าหาศัตรูนับร้อยอย่างไร้ความหวาดกลัว ด้านหน้าเป็นชายวัยกลางคนสีหน้าดุดัน ดวงตาฉายแววอำมหิตออกมาอย่างล้นหลาม ในมือกระชับกระบี่หมุนควงร่ายรำท่วงทำนองกระบี่อย่างรวดเร็วและเฉียบคม ลงมือสังหารอย่างไร้ความปราณี เขาก็คือหยางเฉินนั้นเอง

     กลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬที่กำลังหวาดผวาต่อกับดัก ต่างก็ไม่ทันได้ระวังตัว ถูกจู่โจมสายฟ้าแลบล้มตายลงทันทีหลายคน กว่าจะตั้งสติได้ก็เหลือคนอยู่ไม่ถึง 70 คนแล้ว! และส่วนใหญ่พวกมันก็เป็นแค่โจรกระจอกธรรมดา ที่ไม่มีพลังยุทธใดๆ เพราะคิดว่าแค่ชาวบ้านไม่กี่สิบคน ใช้กำลังคนมากกว่าก็น่าจะเกินพอ แต่ทว่าพวกมันกลับคิดผิดอย่างมหันต์!

     "ตั้งขบวนจันทร์เสี้ยว!!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องตอบรับกึกก้อง เพียงไม่นานพวกมันก็ถอยกรูไปรวมกันคล้ายดั่งรูปจันทร์เสี้ยว โดยหันหน้าประชันกับหยางเฉินทันที

     "เหอะ!" 

     เสียงสบถขึ้นจมูกอย่างเหยียดหยาม อยู่ๆก็ดังออกมาจากผืนป่าที่ด้านข้างพวกมัน จนต้องสะดุ้งตื่นตัว ก่อนที่หยางตงฉวนและพรรคพวกทั้งสี่ที่ซุ่มรอจังหวะอยู่ จะกระชับอาวุธคู่กายเอาไว้แน่น พุ่งทยานออกมาโจมตีสังหารขบวนจันทร์เสี้ยวจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว

     "พวกมันยังมีอีกกลุ่ม! อ๊ากก!" เสียงตะโกนร้องเตือนดังขึ้น ก่อนที่มันจะสิ้นใจใต้คมหอกของหยางตงฉวน ก่อนที่เขาจะกวาดคมหอกออกไปอย่างรวดเร็ว ปานคมเขี้ยวหมาป่าเพลิงที่หิวกระหายขย่ำเหยื่อที่กำลังหวาดกลัว จนพวกมันต้องถอยล่นไม่เป็นขบวน

     กลยุทธ์อันแสนแยบยลของหยางเฉิน ที่เน้นการโจมตีสายฟ้าแลบ มิให้ศัตรูได้ทันตั้งตัว ช่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพยิ่งนัก ประสบการณ์ของหยางเฉินช่างไม่ธรรมดาจริงๆ กลุ่มหมาป่าเพลิงยกเว้นหยางตงฉวน ต่างเหลือบมองท่านลุงหยางเฉินด้วยแววตาเคารพเลื่อมใสยิ่ง ก่อนจะหันมาเข่นฆ่าศัตรูอย่างฮึกเหิมดุดัน และเชื่อว่าหากมีท่านลุงหยางเฉินอยู่เบื้องบนคอยสั่งการ พวกเขาก็หาได้หวั่นเกรงต่อศัตรูใดๆไม่

     "ทุกคนถอย!" และในตอนนั้นเอง เสียงตะโกนก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬจะล่าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เงาร่างทั้งสิบสองสายจะพุ่งทยานออกมายังแนวหน้า ขัดขวางการโจมตีของกลุ่มหมาป่าเพลิงเอาไว้ในทันที

     พวกมันทั้งสิบสองคนยืนกระชับอาวุธคู่กายเอาไว้แน่น แผ่คลื่นพลังยุทธชั้นกำเนิดลมปราณออกมาอย่างมิปิดบัง ในสิบสองคนมีอยู่เก้าคนที่อยู่ในชั้นกำเนิดลมปราณขั้นกลางและปลายในระดับ 6-7 โดยอีกสามคนที่เหลือต่างก็อยู่ในชั้นกำเนิดลมปราณขั้นสุดปลายทั้งสิ้น พวกมันต่างจับจ้องไปที่กลุ่มหมาป่าเพลิงด้วยแววตาห้าวหาญ ก่อนจะกระทืบเท้าพุ่งทยานเข้าหากลุ่มหมาป่าเพลิงในทันที


     ...........


      ภายในต้นยักษ์แดงที่มีเสาลำแสงสูงตงาดอยู่กึ่งกลาง ที่ด้านหน้าเสาลำแสงมีร่างของเด็กชายใบหน้าหล่อเหลากำลังเพ่งมองเสาลำแสงอย่างเคร่งขรึม ใบหน้าหล่อเหลานั้น ต้องกับแสงสว่าง เขาก็คือเฟยหมิงนั้นเอง 'โลหิตมังกร.. ช่างทรงพลังยิ่งนัก หลังจากที่ข้าใช้มุกสวรรค์กลั่นกรองโลหิตมังกรจนบริสุทธิ์ แม้ว่ามันจะลดขนาดลงจนน่าตระหนก แต่ก็ทำให้ข้าก้าวมาอยู่ชั้นก่อตั้งลมปราณขั้นต้นแล้วรึ' 

     เฟยหมิงพึมพำอย่างแผ่วเบา หลังจากที่เขารับโลหิตมังกรจากท่านอาวุโสจิ้นฮุ้ยเหวินมา ความร้อนแรงที่แฝงมาในโลหิตมังกรช่างรุนแรงนัก มันแผดเผาภายในร่างกายของเขาอย่างหนักจนร่างกายเกื่อบจะต้องแตกสลาย แต่ด้วยพลังของมุกอมฤต 9 สวรรค์ ใน'มหาวิถีจุติสวรรค์ชั้นที่ 1 ชำระล้าง' ที่เขาไม่ค่อยเข้าใจในก่อนหน้านี้ ก็แสดงพลังออกมา 

     การชำระล้างที่ว่า ก็คือการควบคุมพลังจากมุกสวรรค์ให้กลั่นกรองขจัดพลังด้านมืดออกไป คงเหลือไว้เพียงพลังที่บริสุทธิ์เอาไว้เท่านั้น และภายในโลหิตมังกรที่ได้รับมานั้น ก็เต็มไปด้วยพลังด้านมืดเกินกว่าครึ้งส่วน! 

     เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ศัตรูที่โจมตีท่านอาวุโสจิ้นฮุ้ยเหวินจนบาดเจ็บสาหัสนั้น เป็นมังกรเพลิงปีศาจหรืออย่างใดกัน แต่ว่า.. การที่ท่านอาวุโสจิ้นฮุ้ยเหวินได้รับโลหิตของมันมา ก็แสดงว่ามันเองก็ถูกท่านอาวุโสโจมตีอย่างหนักเช่นกัน! "แท้จริงแล้ว.. ข้านั้นเป็นเพียงแค่กบในกะลาดีดีนี่เอง ชั่วชีวิตกว่า 300 ปีที่ผ่านมา มันช่างอ่อนต่อโลกเสียเหลือเกิน..."

     เฟยหมิง ครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆมากมายที่ได้รับฟังใต้คำชี้แนะของท่านอาวุโสจิ้นฮุ้ยเหวิน ทั้งเรื่อง เผ่าพฤกษาโบราณ เผ่ามังกรที่ทรงพลัง และพิภพวิหคเหยียบสวรรค์ที่อยู่คู่ขนานกับช่วงกาลเวลาของโลก เรื่องราวต่างๆช่างอัศจรรย์และแปลกใหม่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก

     เฟยหมิงเรียกสติกลับจากภวังค์ พร้อมกับกำหมัดแน่น แววตาสาดส่องเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและตื่นตัว รอยยิ้มค่อยๆฉีกออกจนเห็นฟันขาวระยับ "ช่างน่าสนใจนัก! เมื่อก่อนหน้านี้ หลังจากข้ามภพมา ข้าก็นึกโมโหและเสียดายพลังชั้นเทวะมาตลอด แต่ ณ ตอนนี้! ข้ากลับยินดียิ่งกว่าเสียอีก ที่ได้ย่างกายมายังโลกแห่งนี้! ฮ่าๆ" เสียงหัวดังกึกก้องกังวานไปทั่ว เดิมทีเฟยหมิงก็เป็นบุรุษที่ชมชอบการท้าทายอยู่แล้ว แววตาเด็ดเดี่ยวและหาญกล้าก็ยิ่งส่องประกายออกมาอย่างมิอาจปิดบังได้

     ..........



     "คมเขี้ยวผลาญวิญญาณ!" เสียงตะโกนดังก้องในผืนป่า พร้อมกับลุงหยางเฉินวาดฟันกระบี่เพลิงออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อนที่เปลวเพลิงร้อนแรงจะก่อตัวเป็นใบหน้าของหมาป่าเพลิงที่แยกเขี้ยวอันแสนคมกริบ พุ่งทยานออกไปอย่างรวดเร็วและดุดัน 

     ตูม!! อ๊ากกก!!

     เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังโหยหวยขึ้น ก่อนที่ร่างของมันจะถูกคมเขี้ยวฉีกกระชากเป็นสองท่อน และไหม้เกรียมอย่างเหี้ยมโหด หยางเฉินกวาดสายตาออกไปโดยรอบ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะไม่ค่อยสู้ดีนัก

     ณ ตอนนี้กลุ่มหมาป่าเพลิงถือว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่ง ทางด้านหยางตงฉวนกำลังรับมือกับศัตรูถึงสามคน ที่มีพลังปราณชั้นกำเนิดลมปราณขั้นปลายรับดับ 7 อย่างยากลำบาก ส่วนตัวหยางเฉินเองก็ลำบากไม่ใช่น้อย เมื่อต้องรับมือกับศัตรูที่อยู่ในชั้นกำเนิดลมปราณสุดปลายถึงสามคน

     แม้ว่าพลังของเขาจะสูงส่งกว่า จนสามารถสังหารไปได้หนึ่งคนแล้วก็ตาม แต่พวกมันทั้งสิบสองกลับใช้ทักษะยุทธที่แสนประหลาด พลังปราณเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกคละคลุ้งไปทั่ว มันคอยกัดกล่อนจิตใจพวกเขาให้รู้สึกหดหู่สิ้นหวังอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต ตามร่างหายของกลุ่มหมาป่าเพลิงต่างปรากฏรอยแผลและหยาดโลหิตมากมาย

     "หึ! จะตายอยู่แล้ว ยังมัวแต่สนใจผู้อื่นอีกรึ!" เสียงแหลมสูงที่แฝงด้วยความหยาบเหยียดดังขึ้นที่ด้านหลังหยางเฉิน จนแผ่นหลังจะเย็นวาบจากรังสีสังหารปานถูกกระบี่เย็นเยี่ยบทาบกลางหลัง 

     หยางเฉินแววตากระตุกวูบ รีบกระทืบเท้าส่งร่างพุ่งออกไปด้านหน้า พร้อมกับพลิกกายหมุนตัววาดกระบี่ส่วนกลับไปด้านหลังเป็นวงกว้าง ร้อยแปดสิบองศาตามสัญชาตญาณทันที แต่ทว่า.. เขาช้าไปเสียแล้ว


     ฉัวะ!

     "อึก!" เสียงร้องดังในลำคออย่างเจ็บปวด โชคยังดีที่เขาหลบหลีกตามสัญชาตญาณที่ร้องเตือนในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายขึ้นมา ทำให้คมกระบี่บาดเฉือนหัวไหล่ขวาของเขาไป บาดแผลยาวเพียงสี่นิ้ว แต่ก็ลึกจนสามารถมองเห็นกระดูกหัวไหล่สีขาวผ่านหยาดโลหิตเข้าไปได้ แต่ถ้าหากเขาหลบหลีกออกมาช้ากว่านี้ ก็อาจจะเป็นคอหอยของเขาเองที่จะหลุดออกจากบ่า!

     และในเสี้ยวพริบตานั้นเอง สีหน้าของหยางเฉินก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ก่อนจะเพ่งสายตาไปที่บาดแผลในทันที 'ความรู้สึกนี้มัน... ธาตุมืด! พวกมันกำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายข้า ผ่านทางบาดแผลงั้นรึ! หรือว่าพวกมัน...' หยางเฉินสีหน้าวิตกกังวลยิ่ง ก่อนจะจ้องมองกลุ่มศัตรูตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง

     "พวกเจ้า! เป็นคนของนิกายโลหิตอสูรงั้นรึ!?" เสียงตะโกนของหยางเฉิน ดังก้องออกไป ทำให้กลุ่มหมาป่าเพลิงที่ได้ยินต่างตกตะลึงและกระจ่างแท้ต่อพลังแปลกประหลาดที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายพวกเขาทันที

     "ฮี่ๆๆ ตาแก่! เจ้าฉลาดรอบรู้ดีเหมือนกันนิ.. หึ! ถูกของเจ้า พวกข้าคือคนของนิกายโลหิตอสูร! ในเมื่อพวกเจ้าก็จะตายกันยกก๊วนอยู่แล้ว ถือซะว่าข้าบอกให้เอาบุญละกัน! ฮี่ๆๆ" เสียงหัวเราะแหลมสูงแสนเจ้าเล่ห์ดังขึ้นอย่างเยือกเย็น เจ้าของเสียงก็คือบุรุษร่างผอมสูงที่เป็นคนรอบโจมตีหยางเฉินนั้นเอง

     สีหน้าหยางเฉินพลันเคร่งขรึมทันที เพราะนิกายโลหิตอสูรนั้น มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านความชั่วช้าและโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก พวกมันเข่นฆ่าชาวบ้านตาดำๆไปมากมายเป็นหมื่นแสน เพียงเพื่อนำโลหิตไปขัดเกลาฝีมือตนเอง พอพลังเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ก็ออกล่าฆ่าสังหารผู้ฝึกยุทธมากมายหลายสำนัก จนสำนักเหล่านั้นเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง และรวมกำลังกันขึ้นมาเพื่อที่จะกำจัดนิกายโลหิตอสูรที่แสนชั่วช้านี้ให้สิ้นซาก 

     จนในภายหลังพวกนิกายโลหิตอสูรที่กำลังจะล่มสลาย ตัดสินใจทิ้งที่ตั้งนิกาย และหลบหนีกระจายตัวออกไปทั่วยุทธภพ ในตอนนั้นข่าวการพบเจอและสังหารพวกมันก็มีมาเป็นระยะๆ แต่ในภายหลังพวกมันกลับเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย บ้างก็ว่าพวกมันถูกสังหารถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้นแล้ว บ้างก็ว่าพวกมันยังคงมีขีวิตอยู่ในเงามืดที่ใดสักแห่งอยู่ 

     แต่เรื่องพวกมันก็เงียบหายไปนานนับสิบกว่าปีแล้ว จนผู้คนเกื่อบจะลืมเรื่องเลวทรามของพวกมันไปจนหมด แต่แล้วในวันนี้ ในที่สุดพวกมันก็ปรากฏกายออกมาจากเงามืดของป่าสวรรค์หมื่นอสูรแห่งนี้ และการปล้นสะดมหมู่บ้านน้อยใหญ่ที่ผ่านมา คงเป็นแผนของพวกมันไม่ผิดแน่! นิกายโลหิตอสูร!

     "ทุกคนถอย!" หยางเฉินตะหวาดลั่น เมื่อทุกอย่างเกินการคาดการของเขาไปมาก แผนการทั้งหมดจึงต้องยกเลิกและถอยไปตั้งหลักใหม่ ก่อนที่กลุ่มหมาป่าเพลิงจะใช้พลังทั้งหมดพุ่งกายออกไปรวมตัวกันที่ด้านหลังทันที แต่มีหรือที่นิกายโลหิตอสูรจะปล่อยพวกเขาหลบหนีไปง่ายๆ พวกมันกระชับอาวุธในมือแน่น พุ่งทยานตามไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแสนจิตวิปริต


     เมื่อหยางเฉินเห็นอย่างนั้น แทนที่จะหลบหนีต่อ แต่กลับหยุดฝีเท้าและหันมาเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างเคร่งขรึม "แม้จะตกตายกลายเป็นเถ้าธุลี! ก็มิอาจปล่อยพวกเจ้าเหิมเกริมต่อไปได้! จงตกตายไปพร้อมกับพวกข้าสะ! ไอพวกนิกายสวะบัดซบ!" สิ้นคำตะหวาดลั่นของยางเฉิน กลุ่มหมาป่าเพลิงทั้งแปดคนก็ระเบิดพลังปราณทั้งหมดในร่างกายออกมาอน่างสุดกำลังทันที


     ฟู่! 

     เกิดเป็นกองเพลิงร้อนระอุขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร เปลวไฟรุกโชนสูงเกื่อบ 20 เมตร ความร้อนแรงกระจายตัวไปทั่วบริเวณเป็นวงกว้าง จนพวกนิกายโลหิตอสูรที่ตามมาต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นแววตาพวกเขาทั้งแปดคนต่างแดงกล่ำไปด้วยโลหิต ซึ่งเป็นแววตาของคนที่สู้แบบถวายชีวิต มิหวั่นเกรงต่อศัตรูใดๆทั้งสิ้น หวังเพียงแค่สังหารศัตรูให้ตกตายตามตนไปเท่านั้นเป็นพอ!

      หยางเฉินเพ่งสายตาไปที่ศัตรูด้านหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่มือพวกเขาทั้งแปดคนจะยกขึ้นและเปลี่ยนแปร'มุทรา'อย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เปลวเพลิงจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นร่างของหมาป่าเพลิงขนาดมหึมากขึ้นเหนือหัวพวกเขาทั้งแปด "กายจิตร่วมผสาน ดวงวิญญาณหลอมรวมเป็นหนึ่ง เทพอัคคีจงแผดเผาทุกสรรพสิ่ง ราชันย์หมาป่าเพลิง ผลาญวิญญา-" 


     ทว่า! ในเสี้ยววินาทีที่หยางเฉินกำลังกล่าวคำ'ผสานจิตวิญญาณฟ้าดิน'อยู่นั้น อยู่ๆก็มีลมกระโชกรุนแรงเกิดขึ้นที่ด้านหลัง ซึ่งพัดออกมาจากหมู่บ้านยักษ์แดงอย่างรวดเร็วและรุนแรงปาน เกาทัณฑ์หลุดจากแหล่ง พุ่งฝ่ากลางกองเพลิงของพวกเขาไป ก่อนที่น้ำเสียงที่ทรงพลังจะดังก้องกังวานออกไปทั่วผืนป่า!


      "หัตถ์อัคคีโลกันต์ สยบทั่วหล้า!"

     

___________________________

     


     คอมเมนต์ติชมได้นะครับ ทุกคำติและคำชม จะนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 Gouyjeng (@Gouyjeng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 16:32
    ขออีกตอนค้างมาก
    #5
    1
    • #5-1 Atikhun (@tranquilizer) (จากตอนที่ 8)
      20 ธันวาคม 2561 / 20:08
      กำลังว่าจะทำลงเป็นเวลา อยู่ครับ กำลังเรียบเรียงคำใหม่อยู่ครับ
      #5-1