กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,203 Views

  • 13 Comments

  • 136 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    3,203

ตอนที่ 6 : ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61






ตอนที่ 6 : ตำนานที่ยังมีลมหายใจ



     'หมู่บ้านยักษ์แดง...ชื่อช่างประหลาดนัก ไม่เห็นจะคล้องกับภูเขาใหญ่โตที่น่าเกรงขามนี้แม้แต่น้อย...' เฟยหมิงอดทำหน้าฉงนสงสัยไม่ได้ เมื่ออ่านชื่อหมู่บ้านที่สลักอยู่บนภูเขาวนไปวนมาอย่างข้องใจ

     "ฮ่าๆๆ เจ้าคงสงสัยใช่หรือไม่ ที่ทำไมชื่อหมู่บ้านถึงได้มีชื่อเช่นนี้..." ลุงเฉินกล่าวอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับกวักมือเรียกเฟยหมิงให้เดินตามมา ก่อนจะกล่าว "เมื่อ 3 เดือนก่อน สีหน้าของข้าก็ไม่ต่างจากเจ้าในตอนนี้นัก ในตอนนั้นข้าและชาวบ้านต่างก็ลี้ภัยจากกลุ่มโจรจันทราเสี้ยวทมิฬ จนมาเจอภูเขาลูกนี้ ก็ต้องตื่นตะลึงกับขนาดของมัน และยิ่งได้อ่านชื่อที่สลักอยู่บนเขา ก็ยิ่งตกตะลึงไปใหญ่ โฮะๆ" ลุงเฉินยิ้มจนเห็นฟันขาว เหมือนเห็นตนเองในยามนั้นมิผิดเพี้ยน

     และในระหว่างที่สนทนา พวกเขาก็ก้าวเข้ามาในเขตหมู่บ้านยักษ์แดง ก่อนที่ลุงเฉินจะชี้นิ้วไปที่กลางหมู่บ้านยักษ์แดง จนทำให้เฟยหมิงที่มองตามไปต้องตกตะลึงจนตาค้าง "และ'สิ่งนั้น'เอง ที่น่าจะเป็นที่มาที่ไปของชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ และข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานที่โล่งกว้างแห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร คาดว่าอักษรที่สลักบนภูเขาจะเป็นฝีมือมนุษย์ แต่โดยรอบก็ไม่พบร่องรอยของมนุษย์แม้แต่อย่างใดอีก แต่'สิ่งนั้น'มันอาจจะผ่านกาลเวลามาแล้วกว่าหลายร้อยปี หรืออาจเป็นพันปีมาแล้วก็ได้"


     สิ้นคำของชายชรา เฟยหมิงก็ต้องอึ้งกับภาพตรงหน้า 'สิ่งนั้น'ที่ว่าก็คือต้นไม้! มันเป็นต้นไม้ขนาดมหึมาสูงถึงร้อยเมตร ที่ลำต้นมีสีแดงฉาน แตกกิ่งก้านมากมายปกคลุมเป็นวงกว้าง ใบสีแดงสดดั่งเปลวเพลิง เมื่อยามต้องลมพริ้วไสว ช่างงดงามปานมีชีวิต

     ภายหมู่บ้านยักษ์แดงแห่งนี้มีขนาดความกว้างกว่า 1 ตรารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยภูเขามากมายสูงชัน คล้ายดั่ง'ต้นไม้ยักษ์แดง'ต้นนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางป่องภูเขาไฟที่สงบมานานมากแล้ว ขนาดของต้นไม้กินเนื้อที่ไปกว่า 2 ใน 4 ส่วนเลยทีเดียว ขนาดเฟยหมิงที่ว่ามีประสบการณ์กว่า 300 ปี ก็มิเคยพบเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่โตมโหฬารเยี่ยงนี้มาก่อนในชีวิต

     และสิ่งที่ทำให้เฟยหมิงต้องชะงักฝีเท้าลงอีกครั้งก็คือ อากาศภายในที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุอัคคีจำนวนมาก แม้แต่ลมที่พัดผ่านยังรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาได้ และแหล่งกำเนิดพลังธาตุอัคคีก็ออกมาจากต้นไม้ยักษ์โบราณต้นนี้นั้นเอง

     ขณะที่เฟยหมิงกำลังยืนตะลึงอยู่นั้น ลุงเฉินก็จัดการให้ชาวบ้านที่มาใหม่เข้าไปพักที่บ้านตนเองก่อน ไว้ตอนเช้าค่อยจัดการหาพื้นที่ปลูกบ้านกันเอาเองตามที่ต้องการ แต่ขนาดของบ้านนั้น จะขึ้นอยู่กับจำนวนคนในครอบครัวเท่านั้น ห้ามสร้างใหญ่โตเกินความจำเป็น 


     เพราะภายในหมู่บ้านยักษ์แดงแห่งนี้ที่พบเจอคราแรก มันเป็นเพียงพื้นที่ราบเรียบไร้สิ่งก่อสร้าง และไร้สิ่งมีชีวิต จะมีก็เพียงต้นไม้ยักษ์แดงต้นนี้ต้นเดียวเท่านั้น ที่ตั้งตงาดอยู่จุดศูนย์กลางอย่างแข็งแรงและน่าเกรงขาม 


     แต่ ณ ตอนนี้เริ่มมีบ้านเรือนถูกปลูกสร้างขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนใหญ่จะมีแต่ชายหญิงวัยกลางคน และมีผู้เยาว์อยู่บ้างไม่มากนัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบปนเศร้าโศก ก่อนที่ลุงเฉินและชายวัยกลางคนจากกลุ่มหมาป่าเพลิงผู้หนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายกับลุงเฉินหลายส่วน จะเดินมาด้านข้างเฟยหมิงก่อนลุงเฉินจะกล่าวว่า "เฟยหมิง นี่บุตรชายข้าหยางตงฉวนเป็นหัวหน้ากลุ่มหมาป่าเพลิง ตอนนี้เจ้าก็มาพักอยู่ที่บ้านของเขาไปก่อน หากขาดเหลืออันใดก็บอกเขาได้ทุกเมื่อ"

     เฟยหมิงผสานมือคำนับหยางตงฉวน ก่อนจะมองไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากโคนต้นไม้ยักษ์แดงเพียง 300 เมตร ตามนิ้วของลุงเฉินที่ชี้ออกไป ก่อนที่ลุงเฉินจะถูกพยุงแยกตัวออกไปรักษาบาดแผลทันที 

     ระหว่างทางหยางตงฉวนและเฟยหมิงเดินคุยกันอย่างถูกคอ เพราะเฟยหมิงนั้นได้ช่วยเหลือบิดาของตนเอาไว้ ทำให้การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่นและไว้วางใจ และเมื่อมาส่งถึงที่พัก หยางตงฉวนจึงกล่าวลา เนื่องจากต้องไปร่วมประชุมวางแผนกันที่บ้านของลุงเฉิน


    เมื่อหยางตงฉวนจากไปไกลแล้ว เฟยหมิงก็เดินตรงไปที่ต้นไม้ยักษ์แดงทันที คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างอดสงสัยไม่ได้ 'เหตุใดกัน ยิ่งเข้าใกล้ต้นไม้ยักษ์แดงนี้เท่าไหร่ มุกสวรรค์ในจุดตันเถียนก็ยิ่งสั่นไหวมากยิ่งขึ้น' เขาพึมพำอย่างฉงน เพราะตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตหมู่บ้านก้าวแรก ลมปราณและมุกสวรรค์ก็สั่นไหวไม่คงที่มาตลอด ยิ่งตอนนี้เขามีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากมากมายนัก

วูม...

     และในจังหวะที่เขายื่นมือออกไปลูบลำต้น ก็เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น เมื่ออยู่ๆฝ่ามือข้างขวาที่กำลังสัมผัสกับลำต้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เส้นแสงจำนวนมากวิ่งออกจากฝ่ามือเข้าสู่ลำต้นอย่างรวดเร็ว เส้นแสงเรื้อยพันรอบลำต้นปานเถาวัลย์กำลังเติบโตขยายโอบรอบลำต้นอย่างไม่หยุดยั้ง

     เฟยหมิงแตกตื่นยิ่งนัก เนื่องจากเขาไม่สามารถดึงมือออกมาได้ แต่ว่าพลังในร่างกายของเขานั้นไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด กับนิ่งสงบเป็นปกติไม่มีการสั่นไหวอย่างที่เป็นก่อนหน้านี้ เขารีบตั้งสติและหลับตาลง ก็พบว่าเส้นแสงเหล่านี้ เป็นพลังที่ตรงออกมาจากมุกอมฤต 9 สวรรค์ทั่งสิ้น ไม่มีส่วนใดที่เป็นพลังของเขาเลยแม้แต่น้อย 

     แกร่กๆๆ แกร่กๆๆ

     อยู่ๆลำต้นยักษ์แดงก็ขยับบิดเกรียวอย่างแช่มช้า โดยมีจุดศูนย์กลางเป็นฝ่ามือของเขา เส้นแสงจำนวนมากค่อยๆหดตัวลงตามรอยบิดเกรียวที่ลำต้น ฝ่ามือของเขาค่อยๆจมลงไปอย่างไม่อาจขัดขืนหรือดึงมือออกได้ และเพียงไม่กี่อึดใจ ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำต้นยักษ์แดงในที่สุด

     ความมืดมิดไร้แสงสว่าง และแสนเงียบสงบปรากฏที่ด้านหน้าเฟยหมิง มืดมิดจนมิอาจมองเห็นสิ่งใดแม้แต่เงามือตนเอง เขาตั่งสติและก้าวขาเดินไปข้างหน้า วิ้ง! แต่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น ก็เกิดแสงสว่างจ้าสีแดงสดขึ้น ณ กึ่งกลางภายในความมืด ห่างจากเขาเพียง 100 เมตรเท่านั้น 

     ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งสว่าง และเมื่อเขามายืนอยู่ตรงหน้าแหล่งกำเนิดแสง พบว่ามันเป็นผลึกสีแดงสด ใสบริสุทธิ์ดั่งยอดเขาน้ำแข็งปลายแหลมที่แทรกขึ้นมาจากผืนดิน ขนาดของมันกว้างร่วม 20 คนโอบ สูง 5 เมตรเศษ และความสว่างของมันก็ทำให้เห็นภายในโดยรอบชัดเจนขึ้น


     ภายในที่แห่งนี้ เป็นเหมือนกับสถานที่ตั้งหมู่บ้านยักษ์แดงไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันแค่เปลี่ยนจากต้นไม้ยักษ์แดงเป็นผลึกสีแดงสด ใสบริสุทธิ์แทน และขนาดภายในนี้กว้างเพียงแค่ 1 ใน 4 ส่วนของขนาดด้านนอกเท่านั้น ล้อมรอบด้วยกำแพงปิดตายรอบด้านไร้ซึ่งช่องทางเข้าออก ที่ด้านบนก็มืดมิดจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

     เฟยหมิงรู้สึกถึงการสั่นไหวของมุกสวรรค์ขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ราวกับว่ามันกำลังตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบเจอผลึกสีแดงสดใสดวงนี้ ปานจอมลามกที่พบเจอสาวงามล่มเมืองกำลังเปลือยกายอยู่ต่อหน้าเขาอย่างใดอย่างนั้น ฝ่ามือเขาค่อยๆทาบลงบนผลึกอย่างแช่มช้า พร้อมประกายแสงบนฝ่ามือจะสว่างขึ้นอีกครั้ง

วื้ง!

      ธาตุอัคคีภายในผลึกสีแดงใสจำนวนมากถูกพลักออกจากผลึกปานสายน้ำหลาก ความร้อนจำนวนมหาศาลแผ่กระจายออกไปโดยรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหมุนวนกลับเข้าสู่แผ่นหลังของเขาเข้าสู่ร่างกาย ตามด้วยแสงสีแดงสดจากผลึกจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างแช่มช้า จากจุดเล็กๆค่อยๆขยายขึ้นเรื่อยๆ

     เฟยหมิงกัดฟันเอาไว้แน่น พลังปราณของเขาถูกพลักเข้าสู่ผลึกใส พร้อมกับดูดกลืนพลังธาตุอัคคีจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง พลังปราณหมุนวนเวียนในร่างกายคล้ายกับการโคจรพลังตามทักษะมหาวิถีมิผิดเพี้ยน และถือว่าโชคยังดีที่เขานั้นคุ้นชินกับธาตุอัคคีถึงขั้นชำนาญในศาสตร์แห่งอัคคี เพราะที่โลกเก่า เขานั้นมีธาตุอัคคีและวายุเป็นธาตุหลัก จึงควบคุมพลังธาตุอัคคีเอาไว้ได้โดยไม่ยากเย็นนัก ทำให้ยังคงความสมดุลของพลังปราณในร่างกายเอาไว้ได้

     ด้วยความร้อนจากธาตุอัคคีจำนวนมาก ทำให้การขยายจุดชีพจรลมปราณเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วจนน่าตกตะลึง ร่างกายของเขาส่งเสียงดังลั่นออกมาเป็นระยะ เป็นขั้นตอนการพลัดเปลี่ยนกระดูกเส้นเอ็นที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดเกินจะทานทน แต่เขายังคงสูดลมหายใจเข้าหอบใหญ่และกัดฟันฝึกปรือต่ออย่างไม่ลดละ 

     จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปนานจนไม่ทราบแน่ชัดเนื่องจากภายในที่แห่งนี้ไร้ซึ่งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ จนมิอาจคาดเดาวันเวลาแน่นอนได้ ในที่สุดผลึกสีแดงสดใส ก็กลายเป็นผลึกสีขาวนวลใสบริสุทธิ์ ทั้งขนาดของมันก็หดเล็กลงหลายส่วน จนเหลือแค่ 5 คนโอบ ส่วนสูงเหลือเพียง 2 เมตรเศษเท่านั้น มันถึงหยุดส่งพลังธาตุอัคคีออกมา ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขาถึงยกฝ่ามือออกจากผลึกใส

     แต่แล้วในวินาทีนั้นเอง ทันทีมี่เขายกฝ่ามือขึ้น ผลึกสีขาวใสก็พลันเปล่งแสงสว่างจ้า ก่อนจะปล่อยลำแสงสีขาวพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนเป็นเส้นตรง คล้ายดั่งเสาแห่งแสงสว่างที่เชื่อมผืนดินและแผ่นฟ้าเอาไว้ด้วยกันอย่างใดอย่างนั้น และภาพตรงหน้าก็ทำให้เฟยหมิงต้องยืนนิ่งด้วยสายตาตกตะลึงทันที

     เมื่อภายในเสาลำแสงที่เปล่งประกาย กำลังปรากฏภาพที่ไม่ค่อยชัดเจนนักของเมืองเมืองหนึ่งที่แสนใหญ่โตและเจริญรุ่งเรือง สลับกับภาพผู้คนมากมายเดินสวนไปมาภายในเมืองอย่างมีชีวิตชีวา เหล่าทหารและชาวบ้ารพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดกับบ้างอย่างที่แสนคุ้นตา

     "นั้นมัน... ต้นไม้ยักษ์แดงมิใช่รึ? ถ้าอย่างนั้น... เมืองนี้ก็คือ.." เฟยหมิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง และไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ก่อนที่อยู่ๆจะเกิดลมกระโชกรุนแรงขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ พัดหอบร่างเฟยหมิงลอยเข้าไปในเสาลำแสงในเสี้ยวพริบตา



     เฟยหมิงตื่นตระหนก และค่อยลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้าหลังจากถูกลมพัดร่างผ่านเสาลำแสงเข้ามา ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกพร้อมกับแววตาที่ประหลาดพิกลจะกวาดออกไปโดยรอบ เมื่อพบว่าร่างกายของเขานั้นกำลังยืนอยู่กลางเมืองที่ใหญ่โตมโหฬาร ที่กำแพงและตัวเมืองถูกสร้างขึ้นจากหินสีขาวซ้อนทับกันอย่างแข็งแกร่งแน่นหนา ปานภาพมายาที่สวรรค์สรรค์สร้างขึ้น


     ผู้คนภายในเมืองมากมายเดินผ่านร่างของเขาไป ปานร่างกายของเขาเป็นเพียงร่างวิญญาณอากาศธาตุอย่างใดอย่างนั้น เขารวบรวมสติขึ้นมาได้ ก่อนจะค่อยๆเดินไปที่ตรงกลางเมือง ซึ่งเป็นลานกว้าง ตามพื้นดินปูไว้ด้วยหินขาวลวดลายรูปทรงแปดเหลี่ยม โดยที่จุดกึ่งกลางเป็นต้นยักษ์แดงขนาดใหญ่โตตั้งตงาดอยู่ ซึ่งแตกต่างจากต้นยักษ์แดงในปัจจุบันมากมายนัก

     ซึ่งลำต้นของมันมีขนาดเล็กกว่าในตอนปัจจุบันมาก แต่ว่า ที่ต่างออกไปก็คือสีของลำต้น ที่เป็นสีทอง! ใบไม้เป็นสีขาวนวลผ่อง กำลังพริ้วไหวส่งกลิ่นอายที่บริสุทธิ์ออกมา เฟยหมิงเดินวนรอบต้นไม้อย่างแช่มช้า คล้ายกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง



     "อื้ม... มนุษย์รึ? ช่างน่าสนใจ..." ขณะที่เฟยหมิงกำลังมองหาทางออกจากมิติแห่งนี้อยู่นั้น ก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งคนชราดังออกมาจากต้นไม้ตรงหน้า ก่อนที่ลำต้นจะค่อยๆบิดเกรียวและขยายตัวขึ้นสูงขึ้นเท่ากับร่างปัจจุบันที่ด้านนอกมิติ รากไม้ที่จมอยู่ใต้ผืนดินก็ขยายและยกขึ้นเหนือผืนดินพร้อมกับกางออกสองข้าง คล้ายดั่งแขนมนุษย์ 


     เปลือกไม้แตกร้าวร่วงลงสู่พื้นดินจำนวนมาก ก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าอันใหญ่โตที่ซ่อนอยู่ใต้กิ่งก้านและใบไม้ ดวงตากลวงโบ๋ จมูกโตปลายแหลม และปากที่ขยับหัวเราะอย่างสบายใจ คล้ายใบหน้ามนุษย์วัยชราไม่ผิดเพี้ยน! ดวงตาที่กลวงโบ๋ค่อยๆลืมขึ้นและก้มมองมาที่ร่างเฟยหมิงตรงหน้า ที่กำลังยืนตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง กับขนาดที่ต่างกันปานเขาเป็นเพียงมดตัวหนึ่ง ที่อยู่ต่อหน้าต่อหน้าภูเขาลูกมโหฬาร ที่สูงหลายร้อยเมตร!


     ..............


     ที่ด้านหน้าหมู่บ้านยักษ์แดง ยามแสงอาทิตย์อัสดงย้อมนภาเป็นสีส้ม กลุ่มหมาป่าเพลิงและลุงเฉินทั้ง 8 คน กำลังยืนจับกลุ่มเพ่งมองผ่านช่องภูเขาสูงตงาดสองลูกออกไปที่ด้านนอก ด้วยแววตาวิตกกังวล "เสี่ยวเฟิง พวกมันมีจำนวนเท่าใด?" ลุงเฉินกล่าวถามชายวัยรุ่นตรงหน้าที่กำลังหายใจเหนื่อยหอบนามเฟิงคง ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

     แฮ่กๆ "จากการคาดเดาทางสายตา น่าจะประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยคน กำลังเดินเท้าขึ้นมาจากเนินเขาฝั่งตะวันตก คาดว่าจะมาถึงในไม่ช้านี้ ขอรับ"  เฟิงคงเป็นหนึ่งในหน่วยเฝ้าระวัง ที่กระจายแฝงตัวอยู่รอบนอกหมู่บ้าน รีบรายงานต่อลุงเฉินทุกอย่าง อย่างไม่มีการตกหล่นหรือเกินจริง ก่อนลุงเฉินจะพยักหน้าและให้มันไปพักได้

     "ตงฉวน! เรื่องตามหาเฟยหมิงเป็นอย่างไรบ้าง? พบวี่แววเขาบ้างหรือไม่" หยางเฉินกล่าวถามหยางตงฉวนด้วยสีหน้ากังวลใจ ก่อนที่บุตรชายของตนจะส่ายหัวด้วยสีหน้าจนปัญญา ก่อนจะกล่าว "บิดา อภัยให้บุตรด้วย ข้าเกณฑ์ชาวบ้านออกตามหาเขาจนทั่วทั้งหมู่บ้าน และบริเวณป่ารอบนอกมา 3 วันแล้ว ก็ยังมิพบร่องรอยใดๆของเฟยหมิงแม้แต่เงา" 

     สิ้นคำ หยางตงฉวยรอบถอนหายใจอย่างจนปัญญา "เอาเถอะ ตอนนี้เราสนใจต่อสถานการณ์ตรงหน้าก่อนดีกว่า..." ลุงเฉินพลันขึงขังขึ้นมาทันมี เมื่อเริ่มเห็นเงากองกำลังกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬพ้นเนินเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนตึงเครียดและอึดอัด อยู่ๆก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผืนดินค่อยๆสั่นสะเทือนแรงขึ้นเรื่อยๆ

     คลื่น...


     ก่อนที่แสงสว่างสีขาวนวลจะสาดแสงเปล่งประกายออกมาจากตัวต้นไม้ยักษ์แดง ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด และพร้อมกันนั้น ที่ยอดภูเขาสูงใหญ่ทั่ง 7 ลูกที่ล้อมรอบหมู่บ้านอยู่ ก็เปล่งแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นที่ส่วนปลายยอดเขา ก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงค่อยๆลอยขึ้น และก่อตัวเป็นอักขระโบราณสีทองขนาดใหญ่ ลอยอยู่เหนือยอดเขาทั้ง 7 ลูก


     และพร้อมกับที่อักขระโบราณปรากฏขึ้นจนสมบูรณ์ เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลัง ที่แผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และโบราณ ก็ดังก้องกังวานขึ้น จนทุกผู้คนที่ได้ยินได้ฟัง อดไม่ได้ที่จะต้องคุกเข่าก้มกราบ ต่อพลังที่แฝงมาในน้ำเสียงนี้ในทันที "สหายข้า! ในที่สุด.. วันแห่งคำทำนายโบราณก็ได้มาถึงแล้ว.. จงตื่นเถิดเหล่าสหายทั้งหลาย.."










______________________________________________________________________



เจอคำผิดตรงไหนฝากคอมเม้นด้วยนะครับ คอมเม้นติชมได้ครับ ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:53

    ชอบค่ะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ

    #2
    1
    • #2-1 Atikhun (@tranquilizer) (จากตอนที่ 6)
      14 ธันวาคม 2561 / 20:36
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ รอบดึกมีลงอีกตอนนะครับ
      #2-1
  2. #1 newnan1988 (@newnan1988) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 14:03
    รอคอยอยู่นะ มาต่อไวๆนะคับ
    #1
    1
    • #1-1 Atikhun (@tranquilizer) (จากตอนที่ 6)
      14 ธันวาคม 2561 / 14:22
      กำลังปรับเวลาลงอยู่ครับ เร็วๆนี้จะลงวันละ 2 ตอนครับผม ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ
      #1-1