กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,200 Views

  • 13 Comments

  • 135 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    62

    Overall
    3,200

ตอนที่ 5 : กลุ่มหมาป่าเพลิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61






ตอนที่ 5 : กลุ่มหมาป่าเพลิง








     ชายร่างผอมสูงยืนตัวสั่นด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงสั่นเครือจากความหวาดกลัว แต่เมื่อมันเพ่งมองให้ชัด ก็พบว่าเงาดำคล้ายพยัคฆ์ที่โจมตีสหายมันในพริบตานั้น เป็นเพียงเด็กชายผู้หนึ่งที่ใส่ผ้าคลุมหนังสัตว์อสูรพยัคฆ์หมอกครามเอาไว้ และบนศรีษะของเด็กชายผู้นี้ก็มีหัวของพยัคฆ์หมอกครามประดับอยู่ ถึงกับทำให้มันตกอยู่ในอาการหวาดกลัวชั่วขณะได้ 

     "เจ้า!... เจ้า...เป็นใครกัน!? บังอาจนั-" และเมื่อมันเห็นว่าเป็นเพียงเด็กชายผู้หนึ่งเท่านั้น มันจึงเร่งพลังปราณออกมาทันที แต่ทว่า ก่อนที่มันจะทันได้ตอบโต้ ก็ถูกกำปั้นสีครามที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณของเฟยหมิงชกใส่หน้าท้องอย่างจัง จนตัวมันงอเป็นกุ้ง สีหน้าพลันบิดเบี้ยวผิดรูปทันที ก่อนที่จะโดนเตะเข้าที่หัวอย่างรุนแรง จนมันลงไปนอนชักกระตุกอย่างน่าอนาถ


     เฟยหมิงกวาดสายตามองโดยรอบในทันที เพราะก่อนหน้านี้เขาได้เห็นขบวนกองโจรและชาวบ้านที่ถูกจับตัวไป อยู่ห่างจากเขาไม่ถึง 500 เมตรเท่านั้น จึงต้องรีบจัดการพวกมันอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วที่สุด และพบว่าพวกมันไม่ได้สนใจมาทางเขาแต่อย่างใด ยังคงเดินขบวนตรงไปที่ค่ายโจรเช่นเดิม บรรยากาศโดยรอบทุกอย่างเงียบสงบปกติ เขาจึงหันมามองร่างทั้งสองพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

     เฟยหมิงจึงรีบลากร่างไร้วิญญาณทั้งสอง ไปแอบไว้ในพุ่มไม้ และปลดกระบี่สั่นมาได้เล่มหนึ่งด้วยสีหน้าพึงพอใจ ก่อนจะรอบสะกดรอยตามกลุ่มโจรไปอย่างห่างๆ และเพียงไม่นาน เฟยหมิงก็อยู่ห่างจากกลุ่มโจรเพียง 200 เมตรเท่านั้น และด้วยการที่ค่ายโจรตั้งอยู่บริเวณตีนเขา ซึ่งอยู่ต่ำกว่าสายตาของเฟยหมิง ทำให้ง่ายต่อการสังเกตการณ์

     โดยกลุ่มโจรมีด้วยกัน 18 คน แบ่งกำลังประกบหน้าหลังชาวบ้านเอาไว้ป้องกันการหลบหนี โดยในมือพวกมัน ถือไว้ด้วยอาวุธครบมือกันทั้งสิ้น และตรงกลางขบวนมีชาวบ้านกว่า 20 คน ที่ถูกมัดมือเอาไว้อย่างแน่นหนากำลังก้าวขาเดินตามคำสั่งพวกโจรอย่างจนปัญญา แววตาสีหน้าเศร้าโศกปนเจ็บปวดจากแผลตามร่างกาย

     และที่หัวขบวน มีหัวหน้ากองโจรกำลังขี่ม้าดำอย่างเร่งรีบ โดยในมือของมันถือเชือกลากจูงหญิงสาวในชุดสีเขียวติดตามมันอยู่ไม่ห่าง แววตาของมันจับจ้องไปที่หญิงสาวเป็นระยะ ด้วยความหื่นกามอย่างเปิดเผย จนหักห้ามใจไม่ไหว ทิ้งลูกน้องเอาไว้ข้างหลัง และเริ่มทิ้งห่างจากขบวนออกไปเรื่อยๆ 

     และในขณะนั้นเอง อยู่ๆก็มีเงาคนกว่า 50 คน กระโจนออกมาจากเงาต้นไม้ด้านข้างขบวนกองโจรอย่างรวดเร็ว บุกเข้าไปโจมตีพวกโจรอย่างฉับพลัน จนพวกโจรตื่นตระหนกป้องกันตัวไม่ทัน ต้องบาดเจ็บทันที "สังหารพวกมันให้หมด และช่วยพี่น้องของพวกเรากลับคืนมา!" น้ำเสียงที่หนักแน่นดังขึ้นจากร่างชายชราคนหนึ่ง ที่กำลังดึงกระบี่ออกจากร่างโจรที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พร้อมกับโลหิตที่สาดกระเซ็น

     ร่างกายของชายชราแผ่พลังปราณชั้นก่อตั้งขั้นต้นออกมาอย่างไม่ปิดบัง สิ้นคำของชายชรา ก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องอย่างฮึกเหิม และเริ่มโจมตีใส่กลุ่มโจรอย่างไร้ปราณีทันที 

     กลุ่มโจรที่ถูกโจมตีอย่างฉับพลันก็แตกขบวนในที่สุด ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปทางค่ายโจรด้วยสีหน้าหวาดหวั่นจากแรงกดดันชั้นก่อตั้งลมปราณของชายชรา "ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้! คืนนี้ข้าจะตัดหัวพวกเจ้าด้วยมือของข้าให้สิ้นซาก!" น้ำเสียงเดือดดาลดังก้องมาจากด้านหน้าขบวน พร้อมกับเงาร่างที่ควบม้ามาดุดัน ในมือของมันกระชับหอกโลหะแหลมคมสะท้อนแสงจันทร์แสนเย็นเยี่ยบ เรียกสติพวกโจรที่วิ่งหนีพลันหันกลับมาร่วมต่อสู้ในทันที

     "กลุ่มหมาป่าเพลิงสกัดพวกมันเอาไว้! พวกที่เหลือคุ้มกันชาวบ้าน และพากลับไปที่ซ้อนโดยเร็วที่สุด!" ชายชราออกคำสั่งด้วยสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะมีหัวหน้ากองโจรนำกำลังออกมาปล้นสะดมด้วยตนเอง ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปปะทะกับหัวหน้ากองโจรในทันที

     การปะทะเกิดขึ้นไม่ถึง 10 นาที พวกโจรที่ไม่ทันตั้งตัวในตอนแรกล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ที่ทำให้เฟยหมิงอดสงสัยไม่ได้ก็คือ กลุ่มคนที่รอบโจมตีขบวนโจรเหล่านี้ เต็มไปด้วยชายวัยกลางคนและคนแก่ทั้งสิ้น และในมือก็ถือไปด้วยมีดดาบเก่าๆ ทั่งยังมีท่อนไม้ธรรมดาๆก็มี และมีเพียงกลุ่มหมาป่าเพลิงทั้ง 7 คนเท่านั้นที่เป็นผู้ฝึกยุทธชั้นกำเนิดลมปราณขั้นกลาง


     'คงเป็นชาวบ้านที่รวมกลุ่มกันขึ้นมาซินะ ดีละ! ผูกมิตรดีกว่าสร้างศัตรู' เฟยหมิงพึมพำในลำคอแผ่วเบา สายตาของเขายังจับจ้องไปที่ร่างของชายชราชั้นก่อตั้งขั้นต้นที่กำลังสู้กับหัวหน้ากองโจรอย่างไม่ลดละ และเมื่อทั้งสองปะทะไปได้ 5 กระบวนท่า ชายชราก็พลาดท่าถูกปลายหอกจวกแทงเฉียดหน้าอกเป็นทางยาวจนเห็นกระดูก หยาดโลหิตสาดกระเซ็น

ฉัวะ!


     แต่ยังดีที่ชายชราเบี่ยงหลบจากจุดตายไว้ได้ทัน แต่ว่าสีหน้าของเขากับไม่สู้ดีนัก เพราะหัวหน้ากองโจรเป็นถึงชั้นก่อตั้งขั้นกลาง! และโลหิตก็ไหลทะลักออกมาจากแผลจำนวนมาก นับว่าสาหัสนัก

     แววตาหัวหน้ากองโจรพลันประกายวูบ ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างอำมหิต "เป็นพวกแกเองซินะ ที่หลายวันมานี้ แอบรอบโจมตีพวกข้า'กลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬ'มาโดยตลอด ดี! คืนนี้ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้กลายเป็นอาหารของสัตว์อสูรซะ!" 


     สิ้นคำ มันก็ควงหอกขึ้นมาเตรียมจะจวงแทงสังหารชายชราตรงหน้า แต่แล้วสายตามันก็พลันกระตุกวูบ เมื่อมันสัมผัสถึงสายลมที่คมกริบจากกระบี่บินที่พุ่งแหวกอากาศออกมาจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ ตรงใส่คอหอยของมันอย่างอำมหิตและแม่นยำ

เพล้ง!

     เสียงปะทะแหลมสูงดังกังวานทั่วบริเวณ เมื่อมันใช้หอกปัดป้องกระบี่บินเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะพบว่ามีคมกระบี่อีกสายหนึ่งฟันเข้ามาที่ช่วงเอวของมันอย่างถนัดถนี่และรวดเร็ว จนมิอาจหลบพ้น จากการที่มันเสียจังหวะหันไปปัดป้องกระบี่บิน ทำให้มันเปิดช่องว่าง ให้ชายชราโจมตีเข้ามาได้

ฉัวะ! อึก!...

     บาดแผลบาดลึกยาวครึ้งวาเปิดออกพร้อมโลหิตกระเซ็นย้อมร่างชายชราทันที หัวหน้ากองโจรกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬพลันหน้าถอดสีทันที ก่อนจะรีบดึงบังเหียนม้ากลับหลังและวิ่งหนีไปทางค่ายในทันที ชายชรากวาดสายตามองโดยรอบ เมื่อเห็นกลุ่มโจรกำลังแตกตื่นวิ่งหนีตามหัวหน้าพวกมันไป ก็สั่งให้กลุ่มหมาป่าเพลิงถอยออกมาทันที 


     "ถอย! รีบกลับไปที่ซ่อนโดยเร็ว ก่อนที่พวกมันจะเรียกกำลังเสริม!" สิ้นคำสั่ง กลุ่มหมาป่าเพลิงทั้ง 7 คนก็วิ่งมาพยุงชายชราอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่จะหลบหนีไปในเงาป่ารกทึบ ก็มีร่างของหญิงสาวในชุดสีเขียววิ่งออกมาจากพุ่มไม้เข้ามา ชายชรามองหญิงสาวก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะสั่งให้แก้เชือกที่มือนางออก 


     แต่ก่อนจะจากไปชายชราได้หยุดชะงักและหันมองไปทางพุ่มไม้ด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนจะกล่าว "ท่านเป็นใครข้าไม่ทราบ แต่ก็ขอบใจท่านมากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยชาวบ้านอย่างพวกข้า บุญคุณครั้งนี้ หากมีวาสนาจะชดใช้คืนแน่นอน" ชายชรากล่าวอย่างสุภาพ สายตาจับจ้องไปทางพุ่มไม่ด้วยแววตานับถือและเลื่อมใส 

     เพราะเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ไม่ธรรมดาแฝงมากับกระบี่บินเล่มนั้น และคาดว่าคงเป็นจอมยุทธฝีมือดีเลยทีเดียวถึงจะสามารถแผ่จิตสังหารขนาดนั้นออกมาได้ แต่ทว่า สายตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างขึ้นมาทันที เมื่อมีเงาร่างคล้ายพยัคฆ์ก้าวขาออกมาจากพุ่มไม้อย่างแช่มช้า พร้อมกับเสียงที่แหลมใสของเด็กชายดังตามมา

     "เรื่องแค่นี้ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก ท่านอาวุโส..." เฟยหมิงฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวระยับ ค่อยๆก้าวออกมาด้านหน้าชายชรา พร้อมผสานมือคำนับอย่างนอบน้อมก่อนจะกล่าวอีกว่า "พวกท่านไม่หนีแล้วรึ!? หรือท่านกำลังรอผู้ใดอยู่?" เฟยหมิงกล่าวออกมาพร้อมกับหันไปมองโดยรอบคล้ายกำลังมองหาบางอย่าง

     "เอ่อ...." ชายชราพลันหลุดจากอาการตกตะลึงทันที ก่อนจะมองเฟยหมิงและชุดคลุมหนังพยัคฆ์หมอกคราาด้วยสีหน้าแปลกประหลาดจนมิอาจหาคำใดมากล่าวได้ แม้แต่กลุ่มหมาป่าเพลิงเอง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความตะลึง ก่อนจะรีบพยุงชายชราหนีไปในเงามืดทันมี

     
     เพียงไม่นานหลังจากเฟยหมิงติดตามกลุ่มหมาป่าเพลิงมา ก็พบที่ซ่อนของชาวบ้านมี่เป็นหุบเขาขนาดย่อม ซึ่งหากมองจากไกลๆ จะเห็นเป็นเพียงป่ารกทึบกว่าที่อื่นเท่านั้น แต่ว่าถายในกลับเป็นดั่งหลุมแอ่งกระทะ ที่เหมาะแก่การหลบภัยเป็นอย่างมาก ก่อนที่เสียงกลองศึกจะดังก้องกังวานไปทั่วป่า ตามมาด้วยกองโจรกลุ่มจันทราเสี้ยวทมิฬเริ่มกระจายกำลังออกตามล่าในทันที


     "ท่านอาวุโส พวกท่านกำลังจะไปที่ใดรึ? พวกโจรมันกระจายกำลังไปทั่วป่า หากพวกมันพบเจอเข้า คงจะลำบากไม่ใช่น้อย.." เฟยหมิงถามไถ่ทันทีที่เห็นชายชรา เร่งเดินทางต่อทันที หลังพบเจอชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ โดยไม่สนใจบาดแผลของตน อาศัยเพียงแค่นำสมุยไพรบางอย่างออกมากดทับที่แผลเอาไว้เท่านั้น และไม่มีความกังวลต่อพวกกองโจรจันทราเสี้ยวทมิฬแม้แต่น้อย

     "เจ้าหนู ข้ามีนามว่าหยางเฉิน เจ้าเรียกข้าว่าลุงเฉินเถอะ" สิ้นคำ ชายชราก็ยิ้มอย่างเอ็นดูต่อเฟยหมิง และกล่าวอีกว่า "ไม่ต้องกังวลไป ภายในป่าแถวนี้พวกเราชำนาญทางอย่างยิ่ง พวกมันคงจะหาพวกเราเจอไม่ได้ง่ายๆหรอก" ลุงเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ พร้อมกับกลุ่มหมาป่าทมิฬจะพยักหน้าเชิงเห็นด้วยทันที

     เฟยหมิงกวาดสายตามองโดยรอบพบว่าเส้นทางที่กำลังมุ่งไปนั้น เป็นช่องแคบขนาดกว้าง 3-4 เมตร ด้านข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่หนาทึบ คล้ายดั่งกระดูกพญางูยักษ์ทอดยาวไปไกล ก่อนที่เฟยหมิงจะรู้สึกถึงสายตามากมายกำลังจับจ้องมาที่เขาและชุดคลุมลายพบัคฆ์อย่างแปลกประหลาด "เอ่อ.. ตัวข้ามีนามว่า เฟยหมิง อายุน่าจะ 9 ขวบปีได้ ตัวข้าได้พลัดตกลำธารที่ไหลเชี่ยวในตอนที่กลุ่มโจรบุกเข้าปล้นหมู่บ้านข้า จนเมื่อได้สติ ก็พบว่าข้าอยู่ภายในป่าเพียงลำพัง"

     เฟยหมิงกุเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ พร้อมกับแสดงสีหน้าที่แสนเศร้าสลด จนทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างก็เปลี่ยนสีหน้าแววตาไปทันมี คล้ายดั่งเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน จนเฟยหมิงต้องเป่าปากอย่างโล่งอกทันมี "เอาเถอะ เฟยหมิง.. หากถึงหมู่บ้านข้าแล้ว ข้าจะหาที่พักให้เจ้าเอง อ่ะ.. นี่ไง หมู่บ้านที่ข้าว่า โฮะๆ" ลุงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย พร้อมชี้นิ้วไปที่ด้านหน้าทันที

     เมื่อเฟยหมิงมองตามออกไปก็ต้องตื่นตะลึงกับภาพของภูเขาสูงใหญ่ทั้งสอง ที่ตั้งตงาดขนานกันคล้ายดั่งปลายกระบี่ที่เสียดแทงท้องนภาขึ้นมาจากผืนดิน โดยภูเขาทั้งสองเว้นห่างจากกันเพียง 10 เมตรเศษ กลายเป็นปากทางเข้าธรรมชาติที่น่าเกรงขาม ตัวเขาโอบล้อมรอบหมู่บ้านเอาไว้ทุกด้าน และด้วยความสูงชันของภูเขา ทำให้ยากต่อการปีนป่าย จึงยากต่อการโจมตีหมู่บ้านจากยอดเขา มีเพียงทางเข้าออกทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเข้าหมู่บ้านแห่งนี้ได้

   ช่างเหมาะแก่การสร้างเมืองป้อมปราการยิ่งนัก! และเมื่อเข้าไปใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้านก็พบตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ถูกสลักเอาไว้บนตัวภูเขาอย่างองอาจและน่าเกรงขาม "หมู่บ้านยักษ์แดง"


     












______________________________________________________________________



เจอคำผิดตรงไหนฝากคอมเม้นด้วยนะครับ คอมเม้นติชมได้ครับ ^^

ต้องขออภัยหากลงช้า พอดีผิดแผนไปหน่อย พอดีพ่อล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลครับ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

0 ความคิดเห็น