กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,224 Views

  • 13 Comments

  • 138 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    86

    Overall
    3,224

ตอนที่ 17 : ความแค้นที่ฝังลึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    16 มี.ค. 62


ตอนที่ 17 : ความแค้นที่ฝึงลึก



     ท่ามกลางทางเดินเล็กๆที่กว้างแค่เพียงสามเมตร โดยมีเสาตะเกียงน้ำมันคอยให้แสงไฟอ่อนๆในยามราตรีที่ห่างกันสี่เมตรต่อหนึ่งต้น อยู่ๆก็มีน้ำเสียงที่แสนเหยียดหยามของบุรุษดังขึ้นมาจากด้านหลังของเฟยหมิง "โรงเตี้ยมธรรมดาๆคงจะดูหรูหราเกินไปสำหรับไอบ้านนอกเช่นเจ้า ข้าว่า.. อย่างเจ้าน่าจะเหมาะกับข้างถนนเสียมากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า!" 

     สิ้นเสียง ก็มีเงาร่างห้าสายก้าวเดินออกมาจากเงามืดอย่างแช่มช้า ก่อนที่สี่ในห้าคนที่แต่งกายด้วยชุดฝึกยุทธสีน้ำเงินครามเหมือนกันจะเดินออกมายืนอยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มอายุประมาณสิบสี่ปีในชุดสีขาวที่ไว้ผมยาวรวบมัดเป็นหางม้าอย่างพร้อมเพรียงกัน 


     เฟยหมิงพลันหันกลับหลังไปมองพวกมันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก "เป็นพวกเจ้านี่เอง" น้ำเสียงที่นิ่งสงบไร้ความกังวล พลันทำให้พวกมันทั้งห้าขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ชายหนุ่มชุดขาวจะหัวเราะอย่างชอบใจ "หึ! ก็แค่ลมปราณก่อตั้งระดับสองที่มาจากบ้านนอก ยังวางท่าโอหังต่อหน้าบิดาอีกรึ! ไป! สั่งสอนให้มันได้รู้จักที่ต่ำที่สูงซะ! ว่าผู้ใดที่คิดบังอาจมาดูหมิ่นเมินเฉยต่อคำพูดของข้าเซียวฟู่ซินผู้นี้ ต้องพบจุดจบเช่นไร!"

     สิ้นเสียงคำรามกร้าว บุรุษหนุ่มด้านหน้าเซียวฟู่ซิน สองในสี่คนพลันกระทืบเท้าส่งร่างพุ่งเข้าหาเฟยหมิงอย่างดุดันทันที 'หึ! ไอเด็กน้อยคนนี้ วาจาช่างสามหาวจริงๆ ที่ต่ำที่สูงรึ!? เหอะ!' เฟยหมิงสบถในลำคออย่างเหยียดหยาม พลางขยับท่าร่างเตรียมปะทะในทันที

     เพียงชั่วอึดใจ ทั้งสองก็เข้ามาประชิดปิดทางหน้าและหลังเฟยหมิงเอาไว้เสียแล้ว พวกมันไม่พูดจาอันใด พลันส่งกำปั้นแสนดุดันที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณก่อตั้งระดับหนึ่งตรงมาที่หัวใจของเฟยหมิงจากทั้งสองด้าน

     แต่ในเสี้ยววินาทีที่กำปั้นทั้งสองกำลังจะถึงร่างของเขา เฟยหมิงแววตาพลันกระจ่างวูบและโยกตัวหลบออกข้างซ้ายอย่างรวดเร็ว

     ปัง!

     เสียงปะทะทึบหนักดังขึ้น จนเกิดเป็นประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบ "อึก!" เสียงครวญครางในลำคอดังขึ้นอย่างเจ็บปวด  กลายเป็นกำปั้นพวกมันทั้งสองปะทะกันอย่างพอดิบพอดี จนพวกมันเซถลาถอยหลังไปสามก้าว สีหน้าพวกมันพลันตื่นตะลึงยังไม่ได้สติดี ก็มีเงาเท้าไหววูบผ่านหางตาพวกมันไปเสียแล้ว

     ปึง! 

     เท้าขวาเฟยหมิงกวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังวูบ และปะทะเข้าที่สีข้างเด็กหนุ่มด้านหน้าเขาอย่างจัง พลันใบหน้าของมันก็ม่วงคล้ำและบิดเบี้ยวอย่างอัปลักษณ์ทันที ปากของมันขยับพะงาบๆพลางส่งเสียงครวญครางอู้อี้ในลำคออย่างทรมาน ก่อนจะล้มลงไปนอนตัวงอกุมท้องปานกุ้งที่ถูกต้มจนสุก

     เด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้านหลังเฟยหมิงพลันหันมองสหายที่ถูกจัดการในหนึ่งกระบวนท่าอย่างตื่นตะลึง ก่อนที่มันจะชักสีหน้าดุดันและโถมกำปั้นและลูกเตะเข้าหาเฟยหมิงอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่า ก็ทำได้เพียงโจมตีใส่อากาศธาตุเท่านั้น มันไม่อาจที่จะถูกตัวเฟยหมิงแม้แต่ปลายเส้นผม

     "อ่อนหัด!" เฟยหมิงโยกตัวหลบซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว พลางกล่าวเย้ยหยันคู่ต่อสู้อย่างชอบใจ 'บังอาจมาดูถูกปู่เจ้ารึ!? มันต้องโดนสั่งสอน!' พลันความคิดนี้ก็พุดขึ้นมาในหัวของเขา ก่อนจะฟาดฝ่ามือขวาตบไปที่ใบหน้าของมันอย่างแรง จนมันกระเด็นออกไปไกลร่วมห้าเมตร ก่อนจะล้มไถลลงไปนอนร้องบนพื้นอย่างอวดครวญ

     แต่ในตอนนั้นเอง ขณะที่เขาหันหลังให้เด็กหนุ่มผมหางม้านามเซียวฟู่ซิน อยู่ๆก็มีลมแรงพัดกระโชกขึ้นมาพร้อมกับเสียงคำรามกร้าวดังลั่น "ฝ่ามือมารสังหารทั่วหลา!" เสียงคำรามดังมาจากเด็กหนุ่มผมหางม้าอย่างเดือดดาล พร้อมกับพลักฝ่ามือไปด้านหน้าอย่างสุดกำลัง โดยมุ่งเป้าไปที่แผ่นหลังของเฟยหมิงอย่างไม่คิดขะออมแรงแม้แต่น้อย

      ในอากาศอันว่างเปล่าพลันเกิดเป็นละลอกคลื่นสีแดงสดก่อตัวเป็นรูปลักษณ์คล้ายหัวของปีศาจที่กำลังอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นคมเคี้ยวที่แหลมคมปานมีชีวิตที่สุดแสนจะทรงพลัง พุ่งตรงเข้าหาเฟยหมิงปานสายฟ้าฟาด

     แต่ทว่า เฟยหมิงกับยืนนิ่งไม่ยอมหลบหลีกแม้แต่อย่างใด เขาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างตื่นตระหนกระคนประหลาดใจ หลังจากที่ได้ยินชื่อกระบวนท่าฝ่ามือของมันเมื่อครู่นี้ ก่อนที่เขาจะหันไปมองฝ่ามือของเด็กหนุ่มผมหางม้านามว่าเซียวฟู่ซิน ที่กำลังเปล่งประกายสีแดงสดปานโลหิต โดยไม่สนใจคลื่นพลังฝ่ามือมารที่พุ่งเข้าหาตนแม้แต่หางตา

     "เจ้าเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ฝ่ามือมารสังหารทั่วหลางั้นรึ! เหอะ!" อยู่ๆเฟยหมิงก็ตระโกนลั่นขึ้นมาอย่างเดือดดาลสุดขีด ดวงตาเขาพลันแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยมากมาย กลิ่นอายพลังปราณก็เริ่มผิดแปลกไปจากก่อนหน้านี้ที่เย็นชาและนิ่งสงบปานเป็นคนละคนในพริบตา

     แววตาพลันประกายความเคียดแค้นออกมาอย่างกระทันหัน เขาพลันปลดปล่อยพลังปราณชั้นก่อตั้งระดับสองออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งจิตสังหารอันน่าสยดสยองออกมา จนบรรยากาศโดยรอบคละคลุ้งไปด้วยความเย็นเยือกแห่งแรงอาฆาตแค้น

      เฟยหมิงพลันยกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมา และโคจรลมปราณจนเกิดเป็นไอหมอกสีขาวนวลเปล่งประกายจนสว่างจ้าบนฝ่ามือทั้งสองข้าง จนยากจะเพ่งมองโดยตรงได้ จากนั้นก็หมุนวนฝ่ามือทั้งสองเป็นรูปวงกลมดุจสัญลักษณ์หยินหยาง เพื่อต้านรับฝ่ามือมารที่พุ่งเข้ามา "เจ้าคงเป็นศิษย์จอมมารบัดซบนั้นสินะ! หึ! บัญชีแค้นในครั้งนั้น ต่อให้จะผ่านเวลากี่ร้อยกี่พันปี ข้าก็ไม่มีวันลืม!"

      ตูม! 

     หลังสิ้นเสียงคำรามกร้าวอย่างอาฆาตแค้นของเฟยฟมิง เสียงปะทะของฝ่ามือพลันดังก้องไปทั่วบริเวณหลายสิบเมตรรอบชานเมืองปราการเหล็กจนแผ่นดินสั่นไหว ก่อนที่ฝ่ามือมารสังหารทั่วหลาจะถูกเฟยหมิงพลักเบี่ยงทิศทางพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้ายามราตรีร่วมห้าสิบเมตร ก่อนจะแตกสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย 

     เฟยหมิงถูกแรงฝ่ามือมารปะทะจนฝ่าเท้าทั้งสองขูดลากไปกับพื้นเกื่อบสิบเมตร ก็พลันหยุดชะงักลง แววตาแดงก่ำปานปีศาจกระหายเลือดจับจ้องไปที่เซียวฟู่ซินอย่างดุดัน ก่อนจะกระทืบเท้าส่งร่างพุ่งเข้าหาพวกมันทั้งสามที่กำลังยืนตะลึงต่อภาพเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างรวดเร็ว

    หากใครได้มาเห็นเหตุการณ์ในตอนนี้ ก็คงต้องตื่นตะลึงไม่ต่างจากเซียวฟู่ซินในตอนนี้เป็นแน่ เพราะจิตสังหารอันน่าสยดสยองที่แผ่ออกมาจากจิตวิญญาณของเฟยหมิงนั้น สามารถทำให้เซียวฟู่ซินที่มีพลังลมปราณเหนือกว่าเฟยหมิงถึงสองระดับ ต้องตกอยู่ในอาการหวาดกลัวจนตัวสั่น แม้มันจะพยายามสะกดข่มความกลัวในจิตใจเพื่อขยับร่างกาย ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข่นนัก

     และการที่จะครอบครองจิตสังหารที่รุนแรงถึงขั้นนี้ได้ จำเป็นจะต้องผ่านช่วงชีวิตที่แสนโหดเหี้ยมและทารุณ ที่ความเป็นและความตายห่างกันแค่เส้นบางๆขวางกั้นเท่านั้น ในช่วงชีวิตที่โลกเก่าของเฟยหมิง เขาเผชิญกับศัตรูที่เก่งกาจมากมาย และลงมือบุกฝ่าฆ่าสังหารผู้คนมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นหรือถึงแสนชีวิตเลยก็ว่าได้! ไม่แปลก ที่ทำไมเขาถึงมีจิตสังหารที่รุนแรงและน่าสยดสยองอยู่ภายในจิตวิญญาณขนาดนี้ได้ 

      แม้พลังลมปราณจะสูญสิ้นไป แต่จิตวิญญาณยังคงเดิม! พร้อมกันนั้น เฟยหมิงก็กางฝ่ามือทั้งสองข้างออกมา และเพียงแค่สะบัดข้อมือเล็กน้อย ฝ่ามือทั้งสองก็พลันเปล่งแสงแห่งเปลงเพลิงสีส้มแกมทองอันร้อนแรงขึ้นมาในพริบตา เขาพุ่งตัวเข้าหาพวกมันอย่างรวดเร็ว หวังจะกำจัดเด็กหนุ่มทั้งสองที่ยืนขวางเซียวฟู่ซินให้สิ้นซากในคราเดียว แต่ทว่า!

     ในเสี้ยววินาทีที่เฟยหมิงกำลังพุ่งเข้าหาพวกมันทั้งสามอย่างบ้าคลั่ง จนเหลือระยะอีกแค่สิบเมตรเศษเท่านั้น อยู่ๆก็เกิดละลอกคลื่นพลังปราณไม่ทราบที่มาที่ไป เคลื่อนไหววูบออกมาขวางกลางพวกเขาเอาไว้ปานสายฟ้าฟาด จนเฟยหมิงต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่ฝ่ามืออัคคีจะอัดกระแทกเข้าไปที่ม่านพลังโปร่งใสสีฟ้าครามที่ไม่รู้ว่ามันมาปรากฏอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ อย่างมิอาจจะหยุดยั้งมือได้ทัน

     ตูม!

     เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่เฟยหมิงจะถูกสะท้อนกระเด็นกลับหลังไปนับสิบก้าวจึงจะหยุดร่างเอาไว้ได้ แววตาพลันกระตุกวูบอย่างประหลาดใจพร้อมกับเพ่งมองไปที่ม่านพลังโปร่งใสที่กำลังเกิดละลอกคลื่นแผ่วเบา ปานผิวน้ำที่มีใครโยนก้อนหินตกลงไปอย่างไรอย่างนั้น

     'แรงสะท้อนไม่ได้มุ่งเน้นการทำลายสวนกลับ แค่เจตนาพลักให้ข้าล้าถอยออกมาเท่านั้น แต่หากไม่ใช่ศัตรู แล้วมันเป็นผู้ใดกัน!?' ความคิดมากมายพลันปรากฏขึ้นในหัวของเขาจนสับสนไปหมด เขาพลันโคจรลมปราณออกมาอย่างสุดกำลัง เตรียมพร้อมการปะทะอยู่ทุกเมื่อ

     จากนั้น ม่านพลังโปร่งใสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างสิบเมตรสูงห้าเมตร พลันหดเล็กลงและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรากฏเป็นเงาร่างมนุษย์ที่สวมชุดคลุมสีน้ำเงินครามปกปิดศรีษะจรดเท้า ยืนเอามือไขว้หลังอย่างนิ่งสงบ แลดูสุขุมและน่าเกรงขาม

      "เจ้ามีนามว่าเฟยหมิงใช่หรือไม่? คุณหนูใหญ่ต้องการพบเจ้า" น้ำเสียงบุรุษทุ้มต่ำพลันดังออกมาจากร่างในชุดคลุมน้ำเงินคราม ก่อนจะชำเลืองตามองไปที่เซียวฟู่ซินเล็กน้อย "คุณชายน้อยเซียว เชิญกลับบ้านไปพักผ่อนเถิด เสียงดังวุ่นวายขนาดนี้ ไม่ช้าชาวบ้านคงแตกตื่นออกมามุงดูเป็นแน่"

     สิ้นเสียงบุรุษในชุดคลุม เฟยหมิงก็คล้ายนึกบางอย่างขึ้นมาทันที ก่อนจะรวบรั้งพลังปราณและจิตสังหารเข้าสู่ร่างกายจนจางหายไปจนหมดสิ้นในชั่วอึดใจ 'เป็นเขานั้นเอง คนที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในห้องทดสอบแห่งสมาคมประกายแสง แล้วคุณหนูใหญ่ที่ว่า.. คงจะเป็นนางสินะ' เฟยหมิงพึมพำในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะผสานมือคำนับขึ้นมาทันที

     "คารวะท่านอาวุโส ท่านเดาถูกแล้ว ข้ามีนามว่าเฟยหมิง ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับข้ารึ?" เฟยหมิงกล่าวอย่างเรีนบเฉย พลางปล่อยพลังออกไปสำรวจโดยรอบทันที 'ตาแก่นี่พลังปราณไม่ธรรมดาเลยจริงๆ คาดว่ามันคงจะเหลืออีกแค่ครึ้งก้าวก็เข้าสู่ชั้นลมปราณจิตเป็นแน่!'

     ทางด้านเซียวฟู่ซินพลันชะงักค้างอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเรียกคืนสติกลับมา พลันแววตามันจับจ้องมาที่เฟยหมิงอย่างประหลาดใจคล้ายมีอะไรจะกล่าว ก่อนที่มันจะผสานมือคารวะชายในชุดคลุมด้านหน้า "คารวะท่านอาวุโส ข้าน้อยขอตัวลา" มันไม่ได้กล่าวให้มากความ เพียงคารวะตามมารยาทที่ผู้เยาว์พึงแสดงต่อผู้อาวุโส ก่อนจะสั่งให้เด็กหนุ่มด้านหน้าทั้งสอง ไปพยุงร่างคนที่บาดเจ็บกลับไปที่ตระกูลเซียวทันที

     "เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวใครมาพบเข้า จะวุ่นวายไปกันใหญ่" ชายชุดคลุมพลันหันกลับมากล่าวกับเฟยหมิงอย่างแช่มช้า ก่อนจะมองเป็นเชิงให้เฟยหมิงตามเขาไป แม้เฟยหมิงจะไม่ค่อยเชื่อใจผู้ใดง่ายๆ แต่ในตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงติดตามชายผู้นี้ไปก่อน เพราะเขาเองก็ไม่มีใครหนุนหลังเขาแม้แต่คนเดียว หากเรื่องในวันนี้บายปลายใหญ่โตขึ้น เขาเองก็คงจะรับมือเพียงลำพังไม่ไหวแน่นอน


     ..........

     ณ สมาคมประกายแสง

     ที่ชั้นสามส่วนบนสุดของอาคารสมาคมประกายแสง เฟยหมิงยืนกายตรงปานหอกที่แหลมคมอยู่ตรงกลางห้องรูปทรงกลมแปลกตา ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหราด้วยงานไม้เนื้อทองที่ส่งกลิ่นหอมบางอย่าง ที่ให้ความรู้สึกที่สงบและอบอุ่น 

     ในส่วนลึกของห้องทรงกลม มีเก้าอี้ขนาดใหญ่ที่ทำมาจากไม้เนื้อขาวสะอาดตัดกับทุกอย่างโดยรอบอย่างโดดเด่นและสง่างาม คล้ายบัลลังก์ที่แกะสลักเป็นรูปพญาอินทรีย์กำลังสยายปีกอย่างปราณีตและน่าเกรงขามตั้งอยู่ ซึ่งมีร่างของสตรีในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้มที่คุ้นเคยนั่งอยู่ และใบหน้าที่ปกปิดด้วยผ้าขาวที่บางเบา ยิ่งทำให้นางดูลึกลับมากยิ่งขึ้น

     "พ่อหนุ่มน้อยเฟยหมิง... เจ้าช่างใจกล้าจริงๆ ที่ไปมีเรื่องกับหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ที่ทรงอำนาจที่สุดภายในเมืองปราการเหล็ก ทันที่ที่เจ้ามาเยือนเมืองปราการเหล็ก อย่างตระกูลเซียว.." น้ำเสียงสตรีที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบ พลันทำให้เฟยหมิงขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ แต่ว่าบรรยากาศก็พลันคลายลงทันทีที่เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น

     "แต่ข้าละชอบคนอย่างเจ้าจริงๆ ที่พร้อมจะตอกกลับใครก็ตามที่ดูถูกเจ้าอย่างเด็ดเดี่ยว และที่ข้าต้องการพบเจ้าเป็นการส่วนตัวนั้น ก็เพราะข้ามีเรื่องบางอย่างจะขอให้เจ้าช่วย" สิ้นคำ เฟยหมิงพลันแววตากระตุกวูบหนึ่งอย่างประหลาดใจ ก่อนจะกล่าวอย่างฉงน "ให้ข้าช่วย!? ช่วยอันใด?"

      "คิกคิก เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป ด้วยฝีมือของเจ้าในตอนนี้ คงจะรับมือกับตระกูลเซียวเพียงลำพังไม่ได้แน่ แต่ถ้าหากเจ้าตอบตกลง ว่าจะกำจัดตระกูลเซียวในงานประลองยุทธปราการเหล็กให้ข้า สมาคมประกายแสงของข้าก็ยินดีจะมอบรางว้ลให้เจ้าอย่างงาม และจะคอยปกป้องเจ้าจากศัตรูทุกผู้นามเป็นอย่างดี.. เจ้าว่าอย่างไร เจ้าเห็นชอบข้อเสนอของข้าหรือไม่ พ่อหนุ่มน้อย"

     สิ้นคำ เฟยหมิงก็พลันก้มหน้าลงครุ่นคิดบางอย่างในใจอย่างเงียบเชียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเป็นปกติในไม่ช้า และพยักหน้าตอบกลับอย่างแผ่วเบา

     "ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็ลงประลองยุทธก็เพื่อจะเป็นผู้ชนะอยู่แล้ว อีกอย่าง.. ข้าเองก็มีเรื่องที่จะต้องสะสางกับเซียวฟู่ซินเช่นกัน" เฟยหมิงกล่าวคำอย่างหนักแน่น พลางนึกย้อนถึงฝ่ามือมารสังหารทั่วหลาในตอนนั้นขึ้นมา จนเผลอกำหมัดแน่นอย่างลืมตัว "ข้าตกลง!"




_____________________________________





ฝากคอมเม้นติชมด้วยนะครับ ทุกคำติและทุกคำชม ผมจะนำไปปรับปรุงแก้ไขและจะพยายามแต่งนิยายให้ดียิ่งๆขึ้นไปนะครับ ^^


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานผมนะครับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น