กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,203 Views

  • 13 Comments

  • 136 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65

    Overall
    3,203

ตอนที่ 14 : คลื่นมังกรวารี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

ตอนที่ 14 : คลื่นมังกรวารี



      ตูม!

     เสียงปะทะหนักทึบดังสนั่นเหนือน่านน้ำ คมเขี่ยวอสรพิษพุ่งฉกใส่เด็กสาวอย่างรุนแรง แต่ในเสี้ยววินาทีที่งูยักษ์พุ่งฉกเด็กสาวอย่างโหดเหี้ยมนั้น กับเป็นกระบี่สีฟ้าครามตั้งรับขวางกั้นเอาไว้ได้ทันในเสี่ยวความเป็นความตาย

     เฟยหมิงกระชับกระบี่ฟ้าครามในมือแนบแน่น แรงปะทะรุนแรงจนตัวกระบี่สั่นเครือไปมา มันโค้งงอปานต้นไผ่บอบบางลู่ลมกลางพายุ ก่อนที่เขาจะกระเด็นถอยหลังกลับไปไกลร่วมสิบเมตร


     แต่ที่ข้างลำตัวงูยักษ์ พบหวงจื่อเสียใช้กระบี่ยาวในมือจวกแทงใส่ชั้นเกล็ดของมันอย่างหนักหน่วง แต่ถึงอย่างนั้น กระบี่ยาวกับทะลุชั้นเกล็ดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น! ผิวหนังหยาบหนาอีกชั้นภายใต้เกล็ดสีเขียวเข้มปรากฏรอยกระบี่เพียงเล็กน้อย มิอาจสร้างบาดแผลใดใดกับมันได้เลย

     ฟ่อ! เจ้างูยักษ์ขู่คำรามอย่างเดือดดาล ก่อนจะตะหวัดหางโจมตีเข้าใส่หวงจื่อเสียในทันที ยังดีที่หวงจื่อเสียคาดการไว้ก่อนแล้ว นางจึงกระโดดหลบออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว และเริ่มวาดกระบี่ยาวเข้าใส่อย่างดุดัน

     ดูจากเพลงกระบี่ของนาง ก็พอรู้ว่าชำนาญเพลงกระบี่ในระดับหนึ่ง แต่ด้วยบาดแผลที่บริเวณแขนของนาง หากจะให้สู้กับงูกยักษ์ชั้นก่อตั้งลมปราณขั้นกลางระดับหก คงจะมิใช่คู่ต่อสู้ของมันเลยด้วยซ้ำ นางที่อยู่ขั้นก่อตั้งลมปราณขั้นต้นระดับสอง ทำได้เพียงหลบหลีกและฟาดฟันกระบี่อย่างกริ้วโกรธ

     "เจ้างูอัปลักษณ์! บังอาจมาทำร้ายคุณหนูเล็กของข้างั้นรึ! ตายซ่ะ! ย่าห์!" หวงจื่อเสียฟาดฟันกระบี่อย่างเดือดดาล ถึงแม้จะไม่อาจจะทำอันใดมันได้ อย่างน้อยก็ได้ระบายความโกรธออกมาเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงบาดแผลตนเองแม้แต่น้อย

     "เอ่อ..." เมื่อเห็นแบบนั้น เฟยหมิงเองก็ทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะหันไม่มองเด็กสาวที่ได้สติกลับมาดังเดิมแล้ว "หลบออกไปก่อน ที่นี่อันตรายนัก ส่วนท่านป้าของท่าน ข้าจะช่วยนางเอง" สิ้นคำ เฟยหมิงก็ไม่สนใจนางอีก เพียงสลับอาวุธมาเป็นธนูผนึกโลหิตอีกครั้ง

     ถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากมากในตอนนี้ ที่งูยักษ์กำลังพัวพันอยู่กับหวงจื่อเสียจนไม่ได้สนใจเฟยหมิง เขาพลันรั้งดึงสายธนูอย่างสุดกำลัง ลำแสงพลันขึ้นรูปเป็นลูกศรส่องแสงสว่างขึ้นมาทันตา แต่ครานี้ต่างออกไป

     เขาเร่งพลังปราณอย่างสุดกำลัง พลางผสานพลังธาตุอัคคีและธาตุแสงในตัวไปที่ลูกศรอย่างมิออมมือใดใดทั้งสิ้น จนลูกศรแสงสว่างพลันท่อประกายเปลวเพลิงสีส้มอมทองขึ้นมา และขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าในก่อนหน้านี้ ปานเป็นหอกเพลิงอย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่จะเล็งไปที่ดวงตามันอีกครั้ง

     ฟ้าว!


     เสียงลูกศรถูกปล่อยพุ่งผ่าอากาศปานสายฟ้าฟาด คลื่นพลังความร้อนแผ่กระจายออกมาจากลูกศรอย่างน่าตื่นตระหนก แม้แต่เฟยหมิงเองยังฉายแววตาตื่นตะลึงออกมา ก่อนจะสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ เนื่องจากลูกศรที่เขายิงออกไปนั้น ใช้พลังปราณของเขาไปกว่าห้าส่วนเต็ม! โดยมิได้ออมมือแม้แต่น้อย

      และด้วยความที่มันใจจดใจจ่ออยู่กับหวงจื่อเสียจนไม่ทันได้ระวังรอบข้าง ลูกศรเพลิงพลันพุ่งตรงเข้าไปที่ศรีษะของมันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทะลวงเข้าที่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ โลหิตแดงฉานพลันสาดกระเซ็นย้อมบนผิวน้ำจนแดงข้นในทันที

     ก๊าส!!


      มันกรีดร้องอย่างทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดสุดแสน ร่างเพรียวยาวก็เซถลาไปด้านข้างกว่าห้าเมตรเศษ ที่ดวงตาข้างซ้ายของมันกลายเป็นหลุมลึกขนาดเท่ากำปั้น บอดสนิทในคราเดียว แต่ว่ามันยังไม่หยุดแค่เท่านี้เท่านั้น

     เปลวเพลิงสีส้มแกมทองพลันระเบิดกระจายตัวทันทีที่ปะทะ เพลิงร้อนแรงลุกลามท่วมหัวของมันอน่างรวดเร็ว จนกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนจมูกกระจายออกมา

     มันดิ้นรนกรีดร้องอย่างทุรนทุราย ปานร่างกายจะแตกสลาย แต่แล้วสายตาเฟยหมิงพลันเป็นประกายวูบ เมื่ออยู่ๆผิวน้ำในบ่อน้ำพุก็สั่นไหวไปมาและกลายเป็นคลื่นน้ำวนอันเชี่ยวกราก เฟยหมิงและหวงจื่อเสีย ก็รีบกระโจนถอยออกห่างจากบ่อน้ำพุอย่างรวดเร็ว

     ก่อนที่เฟยหมิงจะต้องสะดุดความสนใจไปที่แววตาของหวงจื่อเสีย ที่กำลังทอดมองไปที่ด้านหลังอย่างตื่นตระหนก จนเขาเองต้องหันไปมองตาม ก็ต้องพบเจอกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติยิ่งนัก อยู่ๆคลื่นพลังปราณชั้นก่อตั้งลมปราณขั้นปลายระดับแปดก็ระเบิดขึ้นมา

     ฮูม!!...

     เสียงกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากภายในบ่อน้ำพุพลันหมุนวนปานมังกรกวนสมุทร ก่อนจะพุ่งขึ้นเหนือผิวน้ำมาวนอยู่รอบกายของเด็กหญิงที่แสนบอบบางอย่างน่าอัศจรรย์ ในตอนนี้ นางไม่มีท่าทางดื้อดึงเหมือนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ดวงตาสีน้ำตาลก็กลายมาเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผมสีดำพลันเปลี่ยนมาเป็นสีน้ำเงินครามพริ้วไสวตามแรงลม ปานเทพธิดาแห่งวารีกำลังพิโรธ


      พริบตานั้น มวลน้ำมหาศาลพลันหมุนเวียนวน ตามท่าร่างฝ่ามือของนางปานสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องตัวหนึ่ง จากนั้นฝ่ามือขวาของนางก็พลักออกไปทางงูยักษ์ที่กำลังบาดเจ็บที่ดวงตาอย่างรวดเร็ว "มังกรวารีหวนคืน!" 

     ฮูม!!

     เสียงตระโกนสดใสดังขึ้น ตามมาด้วยมวลน้ำมหาศาลขนาดกว้างเกื่อบสองเมตรรูปหัวมังกรที่กำลังอ้าปากคำรามอย่างดุร้าย พุ่งทะยานเข้าหางูยักษ์อย่างรวดเร็ว เพียงแค่อึดใจ มังกรวารีก็อัดกระแทกเข้าที่กลางลำตัวงูยักษ์เข้าอย่างจัง  

     ตูม!

     เสียงปะทะแน่นทึบดังก้องจนอืออึง มังกรวารีขนาดใหญ่กระแทกร่างงูยักษ์และโหมพัดร่างมันไปชนเข้ากับโขดหินอย่างแรงอีกครา จนมันต้องร้องโหยหวนไม่เป็นศัพท์ โลหิตแดงสดจำนวนมากกระอักออกมาจากปากของมัน 

     เมื่อร่างมันตกลงบนพื้นหิน ก็เกิดอาการชักกระตุกไปมาอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย มองหาทางหนีและกวาดสายตาไปทางชายป่าด้านข้าง

     แต่มีหรือที่เฟยหมิงจะเพิกเฉย เขารวบรั้งสายธนูผนึกโลหิตขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับส่งพลังปราณไปที่ปลายนิ้วทั้งสองอย่างมหาศาลกว่าคราที่แล้วมากนัก เขากัดฟันทุ้มพลังปราณทั้งหมดไปที่ปลายนิ้วทั้งสอง 

     ก่อนปรากฏเป็นลูกศรเพลิงสีส้มแกมทองยาวเกื่อบสองเมตรแสนแหลมคม ที่ผสานทั้งสองธาตุเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนคลื่นพลังชั้นก่อตั้งลมปราณระดับหนึ่งภายในลูกศรจะสั่นไหวส่งเสียง กระหึ่มออกมา

     "ประกายแสงสุริยะ!"

     ฟิ้ว!


     เพียงพริบตาที่ปลดปล่อยสายธนู ลูกศรเพลิงสว่างจ้าปานดวงอาทิตย์ก็พุ่งเข้าปะทะที่ข้างศรีษะของมันอย่างถนัดถนี่ และเพียงแค่ปลายลูกศรเสียดแทงเข้าไปในชั้นเกล็ดก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างแรง

     ตูม!

     ด้วยแรงระเบิดขนาดมหึมา ทำให้หัวของงูยักษ์พลันระเบิดกระจายเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา ร่างของมันสะบัดไปมาก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไปในที่สุด 

     เฟยหมิงถอนหายใจออกอย่างเหนื่อยหอบ มือที่กระชับธนูผนึกโลหิตก็สั่นไหวไปมาไม่หยุด เนื่องจากตอนนี้เขาใช้พลังปราณไปจนเกื่อบแห้งขอด "คุณหนู!" แต่ในขณะที่เฟยหมิงกำลังยืนหายใจเหนื่อยหอบ เสียงของหวงจื่อเสียก็ดังขึ้นอย่สงตื่นตระหนก

     "คุณหนู! ทำใจดีๆไว้นะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าน้อยจะ-" น้ำเสียงหวงจื่อเสียเต็มไปด้วยความกังวลและโศกเศร้า แต่ว่ายังไม่ทันกล่าวจบดี เสียงเด็กสาวก็พลันกล่าวแทรกขึ้นมา "บัว..กระจ่าง...จิต.. ท่านบิดา... รักษา.." เสียงอันแผ่วเบาดังแว่วออกมาช้าๆ แต่ทำให้หวงจื่อเสียต้องหลั่งน้ำตาออกมาอย่างมิอาจอดกลั้น

     เฟยหมิงพลันแววตากระตุกวูบ เขาจับสัมผัสได้ว่า เมื่อครู่นี้ นางระเบิดพลังปราณชั้นก่อตั้งลมปราณระดับแปดออกมาในเสี่ยวพริบตา และโจมตีออกไป แต่ว่าตอนนี้ สีหน้าของนางพลันดูซีดขาวปานคนไร้เรี่ยวแรงอย่างใดอย่างนั้น ช่างแปลกประหลาดนัก

     "ท่านผู้หญิง อยู่ดูแลนางไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะลงไปเก็บบัวกระจ่างจิตให้ท่านเอง วางใจได้" เฟยหมิงเห็นแววตาที่หวงจื่อเสียหันมาทางเขาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจที่จะฝากคุณหนูไว้กับตน ก็พลันกล่าวอาสาลงไปเก็บบัวกระจ่างจิตเสียก่อน

     เฟยหมิงฉีกยิ้มอย่างใสซื่อ พร้อมกับเก็บธนูเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นก็ถอดชุดพยัคห์หมอกครามเก็บในแหวนมิติ เหลือเพียงชุดผู้ฝึกยุทธสีเทาเก่าๆขาดๆตัวหนึ่ง จึงเริ่มกระโดดไปตามโขดหินจนไปถึงกึ่งกลางบ่อน้ำพุ ก่อนจะกระโจนลงไปในน้ำทันที

     ตูม!

     เฟยหมิงแหวกว่ายดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ก็พบความประหลาดเข้า ที่จุดศูนย์กลางบ่อน้ำพุสงบจิต เป็นหลุมลึกมืดมิดลงไปเกื่อบสิบเมตร แต่ท่ามกลางความมืดมิดกับมีจุดแสงสีขาวมากมายคล้ายดวงดารายามราตรีอย่างใดอย่างนั้น ทำให้เขาต้องหยุดชะงักทันที

     "อันใดกัน!? แปลกพิกลนัก แต่ว่ากระแสพลังปราณนี้..เป็นของจริงไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน" เฟยหมิงเพ่งมองอย่างฉงนสงสัย พร้อมกับปล่อยคลื่นพลังออกไปสำรวจโดยลอบอย่างระวังตัว แต่กระแสพลังปราณที่เขาสัมผัสได้ ก็หาใช่สิ่งอันตรายไม่ แต่มันมาจากตัวสมุนไพรวิญญาณอย่างแน่นอน

     เขาจึงแหวกว่ายลึกลงไปอีกครั้ง และในตอนนั้นเอง เมื่อเขาเข้าใกล้จุดแสงเหล่านั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกทันที

     ฮูม!!





____________________________________________________________



เจอคำผิดหรือประโยคซ้ำตรงไหน ก็คอมเม้นไว้ด้วยนะครับ

ฝากคอมเม้นติชมด้วยนะครับ ทุกคำติและทุกคำชม ผมจะนำไปปรับปรุงแก้ไข้และจะพยายามแต่งนิยายให้ดีขึ้นนะครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #10 oiltipomsomsuay (@oiltipomsomsuay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:21

    รอๆค่ะ
    #10
    0