กำเนิดจอมราชันย์แห่งวิญญาณ (GodOfSoul)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,217 Views

  • 13 Comments

  • 138 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    79

    Overall
    3,217

ตอนที่ 13 : บ่อน้ำพุสงบจิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    22 ม.ค. 62





ตอนที่ 13 : บ่อน้ำพุสงบจิต


     ภายในผืนป่ารกทึบยามเช้า แสงแดดสาดส่องรอดผ่านหมู่ไม้บางเบา ด้วยความหนาทึบของต้นไม้ ทำให้รู้สึกเย็นสบายอากาศสดชื่นบริสุทธิ์ของป่าดิบชื้น 

     มีเงาร่างคนสองคน ที่หนึ่งเดินเท้า กับอีกหนึ่งกำลังขี่ม้ารูปร่างสมส่วนขนสีน้ำตาลเดินทอดน่องอย่างแช่มช้า พร้อมกับสายตาที่กวาดมองออกไปโดยรอบ เหมือนมองหาอะไรบางอย่าง อย่างตั้งใจ

     "คุณหนูผิงผิง ตอนนี้เราเข้ามาในเขตอันตรายแล้วนะเจ้าคะ หากเกิดเหตุใดขึ้น อยู่ข้างๆข้าไว้นะเจ้าคะ" สตรีในชุดสีม่วงเข้มอายุประมาณสามสิบต้นๆที่เดินอยู่ด้านข้าง กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาระคนกังวลใจ พลางสายตาก็คอยสาดส่องออกไปโดยรอบอย่างระแวดระวังตัว ในมือก็กระชับกระบี่ยาวเอาไว้อย่างแน่นหนา

     "ท่านป้าหวง โปรดวางใจ ข้าจะเชื่อฟังท่าน" เสียงสตรีแหลมเล็กวัยเยาว์ที่ถูกเรียกว่าคุณหนูผิงผิง กล่าวขึ้นอย่างแผ่วเบา พลางพยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง ค่อยๆขี่บังคับม้าควบเดินต่ออย่างแช่มช้า 

     นางแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อน และสวมด้วยชุดเกราะอ่อนสีขาวขอบทอง ใบหน้ารูปไข่สมส่วน ดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกายงดงาม ผิวพรรณขาวผ่องเรียบเนียน หากใครมาพบเจอนางกลางป่าแห่งนี้ คงคิดว่าเป็นเทพธิดาแห่งผืนป่าเป็นแน่

     ป้าหวงพลันแผ่พลังปราณออกไปสำรวจโดยรอบในระยะสิบเมตรทันที ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตอันตรายใดๆที่อยู่ใกล้ๆ นางผ่อนคลายลมหายใจลง และเดินตามอารักษ์ขาคุณหนูเข้าไปในป่าลึกอย่างระแวดระวัง

     และเพียงไม่ถึงครึ้งชั่วโมงต่อมา เสียงสายน้ำก็ดังกระจ่างชัดเจนขึ้น "นั้นไง! บ่อน้ำพุสงบจิต! ท่านป้าหวงพวกเรารีบไปกันเถอะ" น้ำเสียงสดใสของคุณหนูผิงผิงก็พลันดังขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ

     บ่อน้ำขนาดกว้างหลายสิบเมตรรูปทรงวงรี ที่ตรงกลางบ่อน้ำดอกบัวสีชมพูสวยงามมากมาย และยังมีน้ำพุที่พุ่งทะยานขึ้นสูงเป็นระยะๆ ถึงแม้บ่อน้ำพุนี้จะกว้างขวาง แต่ว่ามันกับลึกเพียงห้าเมตรกว่าๆเท่านั้น ทำให้มีโขดหินมากมายโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ช่างให้ความรู้สึกเงียบสงบ เหมาะที่จะเป็นสถานที่ฝึกปรือยิ่งนัก

     แต่ทว่าในตอนนั้นเอง ที่ดวงตาคุณหนูกำลังเปล่งประกายกับภาพตรงหน้า ทางด้านป้าหวงก็พลันยกมือซ้ายขึ้นมาขวางเอาไว้ พร้อมสีหน้าที่เคร่งครึมไม่ค่อยสู้ดีนัก 

     ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สามารถได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น "คุณหนู ค่อยๆบังคับม้าไปที่บ่อน้ำพุอย่างช้าๆ แต่เมื่อข้าส่งสัญญาณ ให้รีบวิ่งไปที่บ่อน้ำพุทันที" สิ้นคำ นางก็กวาดสายตาออกไปโดยรอบอีกครา

      "เมื่อครู่ ข้าสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่แข็งแกร่งสายหนึ่งขยับเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆนี้ แต่ว่าตอนนี้มันเงียบหายลงไปเสียแล้ว คาดว่ามันคงจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเราเท่าใดนัก" 

     สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของป้าหวงแลดูจริงจังและวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าจะเป็นสัตว์อสูรวิญญาณระดับพลังไม่ต่ำทรามอย่างแน่นอน เด็กสาวพยักหน้าตอบด้วยสีหน้าจริงจัง และค่อยๆก้าวตามหลังป้าหวงไปติดๆ

แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะราบรื่น อยู่ๆเจ้าม้าเลี้ยงที่แสนเชื่องก็แสดงอาการประหลาดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

     ฮี๊!

     ท่ามกลางความเงียบในป่าเขา อยู่ๆเจ้าม้าก็หวีดร้องอย่างตื่นกลัวสุดเสียง พร้อมกับพยศดีดตัวออกวิ่งอย่างรวดเร็วราวคลุ้มคลั่ง คุณหนูผิงผิงพลันถูกดีดกระเด็นลอยออกจากอานม้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

     ป้าหวงปฏิกิริยารวดเร็วว่องไว กระโดดตัวคว้าตัวคุณหนูเอาไว้ได้ ก่อนจะหันมองไปทางชายป่าริมบ่อน้ำพุอย่างฉับพลัน ในตอนนั้นเอง พลันปรากฏเงาร่างสัตว์อสูรวิญญาณรูปร่างสูงใหญ่กระโจนออกมาจากพุ้มไม้หนา ดุจเงามัจจุราช

     โฮก!!

     เสียงคำรามกู่ก้องดังลั่น พร้อมกับเงาร่างราชสีห์ลมกรดกระโจนกางกรงเล็บคมกริบจู่โจมเข้ามาปานสายฟ้าฟาด มุ่งเป้าไปที่ม้าพยศที่กำลังตื่นกลัวจนวิ่งหลงทิศหลงทางเข้าหาราชสีห์ลมกรดปานตามืดบอด

     ฉัวะ! ฮี๊!!

     กรงเล็บแห่งมัจจุราชกวาดผ่านลำตัวมันไปอย่างรุนแรง แต่โชคยังถือว่าเข้าข้างเจ้าม้าอยู่บางส่วน กรงเล็บแสนคมกริบกวาดผ่านติดเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างจัง จนลำต้นขาดครึ้งในพริบตา ก่อนที่จะทะลวงผ่านและบากลึกเข้าสีข้างเจ้าม้า จนโลหิตสดๆสาดกระเซ็น

     ด้วยความตื่นตัวกลัวตาย มันวิ่งพยศหนีอย่างไม่คิดขีวิต โดยไม่สนใจเลยว่าบาดแผลจะสาหัสมากเพียงใด

      เมื่อเห็นว่าเจ้าม้ายังไม่สิ้นใจตาย แววตาราชสีห์ลมกรดพลันทอประกายอำมหิตขึ้นมาทันที มันกู่ร้องคำรามลั่นและกระโจนตัว พุ่งทะลวงติดตามออกไป จนพุ้มไม้หนาแตกหักกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง

     ...........


     "ไป!" ท่ามกลางความโกลาหล เสียงป้าหวงดังขึ้นอย่างหนักแน่น ก่อนทั้งสองจะออกวิ่งตรงไปที่บ่อน้ำพุสงบจิตในทันที สายตาป้าหวงทอดมองตามหลังราชสีห์ลมกรด ที่ตอนนี้มันกำลังไล่ตามเจ้าม้าเคราะร้ายห่างออกไปเรื่อยๆ

      "ท่านป้า ในเมื่อเจ้าสิงโตนั้นมันไปแล้ว เราลงไปหาบัวกระจ่างจิตกันเถอะ" ทันทีที่ทั้งสองมาถึงบ่อน้ำพุ เสียงคุณหนูก็ดังขึ้นทันที

     คิ้วทั้งสองของป้าหวงพลันขมวดแน่น ก่อนจะกล่าว "คุณหนู ร่างกายท่านไม่ค่อยจะแข็งแรงดี ท่านหลบอยู่ที่โขดหินนี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะเก็บบัวกระจ่างจิตให้ท่านเอง" สิ้นคำ เด็กสาวก็ทำท่าเหมือนจะกล่าวบางอย่าง แต่ก็หยุดชะงักลง ก่อนจะพยักหน้าตอบอย่างเชื่อฟัง

     หวงจื่อเสียก้าวเท้าไปตามโขดหิน ค่อยๆเข้าใกล้น้ำพุขึ้นเรื่อยๆ สายตาที่เคร่งขรึมจริงจังคอยสาดส่องโดยรอบ พรางแผ่พลังปราณออกสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างตื่นตัว มือขวายังคงกระชับกระบี่ยาวเอาไว้มิคลาย 

     เพียงชั่วกาน้ำเดือด นางก็มาหยุดยืนอยู่บนโขดหิน ห่างจากน้ำพุเพียงสิบเมตร นางเพ่งสายตามองลงไปในบ่อน้ำเพื่อหาบัวกระจ่างจิต ก่อนจะปล่อยพลังปราณลงไปในบ่อน้ำเพื่อหากระแสพลังปราณในตัวบัวกระจ่างจิตอีกทางหนึ่ง แต่ในเสี้ยวพริบตานั้นเอง คลื่นพลังของนางก็กระทบเข้ากับบางอย่าง หวงจื่อเสียพลันสีหน้าตื่นตระหนกอย่างสุดขีด


     เปรี้ยง! ซ่า...

     เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมน้ำจำนวนมหาศาลระเบิดกระจายตัวเป็นวงกว้าง เงาร่างหวงจื่อเสียพลันกระเด็นลอยออกไปไกลจนตกลงไปในน้ำอย่างรุนแรง 

     เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในสายตาเด็กสาวทุกขั้นตอน ใบหน้าบริสุทธิ์สดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากทันที


     กรีดดดดดด!!

     เสียงกรีดร้องแหลมสูงของสตรีดังลั่นผืนป่า แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกระคนหวาดกลัว สายตาเพียงจับจ้องไปยังเงาร่างท่านป้าที่ถูกทำร้ายจนตกน้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมกับน้ำตาพลันอ่อคลอในดวงตาอย่างสิ้นหวัง


     ..........

      "หือ!? เสียงมนุษย์มิใช่รึ!? เป็นผู้ใดกัน?" ที่อีกด้านหนึ่งของป่า เฟยหมิงที่กำลังยืนกอดอกมองดูร่างเจ้าม้ากำลังหายใจรวยริน ก็พลันหันหน้าทอดมองออกไปตามต้นเสียงกรีดร้อง สีหน้าของเขาก็พลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

      เขาพลันก้าวเท้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความฉงนสงสัย ทำให้เขาไม่อาจอดกลั้นความอย่างรู้อย่างเห็นเอาไว้ได้ แต่เพียงไม่นาน เมื่อมาถึงก็พบว่าป่าด้านหน้าเป็นที่โล่งกว้าง และห่างออกไปห้าสิบเมตรมีบ่อน้ำพุธรรมชาติ ที่แสนร่มรื่นเย็นสบาย

      แต่ที่กลางบ่อน้ำพุนั้น กับมีงูยักษ์ขนาดใหญ่กำลังอาละวาดและขู่คำรามอย่างดุร้าย และในวินาทีนั้นแววตาเฟยหมิงพลันกระตุกวูบ สายตาเขาสะดุดเข้ากับมนุษย์ร่างเล็กบอบบางผู้หนึ่ง กำลังยืนหลบอยู่หลังโขดหินริมบ่อ คาดว่าเสียงกรีดร้องเมื่อครู่คงจะเป็นของนางเป็นแน่

     ด้วยระยะห่างกว่าห้าสิบเมตรขนาดนี้ ยังห่างเกินไป! ทันใดนั้นเขาพลันสะบัดข้อมือขวาเล็กน้อย ก่อนปรากฏเป็นคันธนูผนึกโลหิตขึ้นมาบนฝ่ามือ จากนั้นก็ถีบเท้าส่งร่างวิ่งตะบึงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็เข้าใกล้งูยักษ์ในระยะยี่สิบเมตรแล้ว

      เมื่อเข้ามาอยู่ระยะใกล้ เขาก็ต้องตะลึงในขนาดและรูปร่างอันใหญ่โตของมัน เจ้างูยักษ์มีขนาดลำตัวกว้างเกื่อบหนึ่งเมตร ลำตัวยาวพ้นผิวน้ำขึ้นมากว่าสามเมตร เกล็ดสีเขียวเข้มมืดครึ้มสะท้อนแสงแวววาว ส่งกลิ่นอายเหม็นฉุนจมูกน่าหวาดหวั่น แววตาอสรพิษสีเขียวมรกตจับจ้องหญิงสาวปานว่าสามารถสังหารนางได้ด้วยสายตา

      เฟยหมิงรวบรวมสมาธิมั่น พลันนิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวารวบรั้งสายธนูอย่างสุดแรง จนตัวธนูโค้งงอส่งเสียงดังเอี๊ยดอ้าด ค่อยๆเกิดประกายแสงสีแดงสดวูบวาบ ที่ปลายนิ้วทั้งสอง

     วิ้ง!

     คันธนูส่องแสงสว่างสีแดงสดเปล่งประกายขึ้นมา พริบตานั้นเอง พลังปราณในร่างพลันมารวมตัวอัดแน่นที่ปลายนิ้วจนแสงสีขาวนวลสว่างจ้า ก่อนจะขึ้นรูปเป็นลูกศรปลายแหลมคม ตัดกับคันธนูผนึกโลหิตสีแดงสดแสบตา

      เฟยหมิงพลันจ้องเขม่งไปที่คันธนูอย่างประหลาด พลังปราณในร่างของเขากว่าสามในสิบส่วนถูกดูดกลืนเข้าสู่คันธนูอย่างฉับพลัน แต่สีหน้าแววตายังคงเคร่งขรึมไม่หวั่นไหวปานคาดเดาไว้ก่อนหน้าแล้ว คลื่นพลังค่อยๆสงบมั่นคง ก่อนที่เขาจะปล่อยลูกศรพุ่งออกไปทันที

     ฟิ้ว!

     เสียงลูกศรเคลื่อนที่แหวกอากาศรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เพียงพริบตาก็พุ่งตรงเข้าหาดวงตาของมันอย่างแม่นยำ แม้แต่เฟยหมิงเอง ยังต้องตกตะลึกกับความเร็วของลูกศรที่ตนปล่อยออกไป

     ปัง!

     ฟ่อ!!

     เสียงปะทะหนักแน่นดังก้อง หยาดโลหิตแดงฉาดสาดกระเซ็นไปทั่วในพริบตา งูยักษ์กู่ร้องคำรามอย่างแสนเจ็บปวดทรมาน จนมันโน้มตัวเซถลาไปด้านหลังหลายเมตร แต่ว่าสีหน้าของเฟยหมิงกับไม่สู้ดีนัก

     เพราะในเสียวพริบตาที่ลูกศรพลังอัดแน่นไปด้วยรังสีสังหาร พุ่งแหวกอากาศตรงไปที่ดวงตาของมัน  แต่ในตอนนั้นเอง ด้วยสัญชาตญาณอันน่าเหลือเชื่อของงูยักษ์ ทำให้มันเบี่ยงตัวหลบลูกศรจากดวงตาได้ทันท่วงที

     แต่ถึงแม้จะพลาดดวงตาที่เป็นจุดสำคัญไป ลูกศรโลหิตก็ยังพุ่งทะลวงเข้าที่ข้างดวงตาของมันอย่างจัง จนเกิดรูขนาดเท่ากำปั้นขึ้น จากนั้นลูกศรพลันแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังสีขาวแทรกตัวเข้าไปในชั้นแผลอย่างรวดเร็ว 

     เฟยหมิงไม่รอช้า รีบทะยานตัวไปข้างหน้า เข้าหาเด็กสาวอย่างรวดเร็ว "เจ้ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร!? มันอันตรายมากเจ้ารู้หรือไม่!? รีบหนีออกมาเร็วเข้า!" ทันทีที่มาถึงข้างกายเด็กสาว เฟยหมิงพลันมีสีหน้าแปลกใจขึ้นมาทันที ที่พบหญิงสาวอายุไม่น่าเกินสิบสี่ปีแถมพลังในร่างยังเบาบางแค่กำเนิดลมปราณขั้นปลายเท่านั้นเอง

     เขาไม่รีรอรีบกล่าวคำอย่างรีบร้อน พร้อมกับสายตาที่จับจ้องงูยักษ์อย่างไม่วางตา แม้ว่ามันจะเสียอาการจากลูกศรธาตุแสง แต่ก็เพียงไม่นานเท่านั้น แววตาของมันก็แสดงอาการดุร้ายคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าคราแรกเป็นทวีคูณ

     ฟ่อ!

     เสียงขู่ดังลั่นตามมาด้วยรังสีสังหารหนักแน่น ยามนี้งูยักษ์พลันระเบิดพลังปราณชั้นก่อตั้งลมปราณขั้นกลางระดับหกออกมาอย่างรุนแรง แววตาอสรพิษฉายแววคลุ้มคลั่ง พุ่งกระโจนเข้าหาทั้งสองคนอย่างดุดัน ก่อนจะพ่นพิษสีเขียวขุ่นออกมา

     เฟยหมิงเห็นท่าไม่ดี รีบคว้าข้อมือเด็กสาวที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว และดึงเข้าหาตัวทันที พร้อมกับกระโจนหลบของเหลวสีเขียวขุ่นออกไปด้านข้าง รอดพ้นอันตรายอย่างหวุดหวิด พิษเหลวหนืดสีเขียวขุ่นสาดย้อมลงพื้นจนเสียงดัง ซู่ มันกัดกร่อนพื้นดินจนเป็นหลุมกว้าง และในตอนนั้นเองที่หญิงสาวพลันสะดุ้งตื่นตัวจากภวังค์ 

      นางหันมองเด็กชายที่กอดเอวนางเอาไว้แน่นที่ด้านข้าง ก่อนจะกล่าวอย่างตื่นตระหนก "เจ้าเป็นใครกัน!? ปล่อยข้า ข้าจะไปช่วยท่านป้า! ข้าบอกให้ปล่อย!" สิ้นคำ นางก็พลันดิ้นลนอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดเฟยหมิง "หยุด! เจ้าเกื่อบจะตายอยู่แล้ว ยังจะดื้อดึงอีก! ท่านป้าใครกัน? แล้วนางอยู่ไหน?" เฟยหมิงพลันรวบดึงนางไว้แนบแน่นขึ้น พรางตะวาดลั่นอย่างเดือดดาลทันที

     "ท่านป้า.. อยู่นั้น! นางถูกทำร้ายจนตกลงไปในบ่อน้ำตรงนั้น.." เด็กสาวชี้นิ้วออกไป พร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ เฟยหมิงมองตามนิ้วเรียวงามออกไป ก็พบกับผิวน้ำที่สั่นไหวพร้อมกับมีโลหิตผสมรวมกันอยู่ คาดว่านางจะต้องเจ็บหนักเป็นแน่ 

     แต่เวลาช่างมีน้อยนัก เพียงชั่วอึดใจ งูยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งก็พุ่งทะยานออกมาเหนือบ่อน้ำพุเสียแล้ว มันพุ่งเลื่อยเข้ามาอย่างว่องไว พร้อมกับขู่คำรามฟ่อๆอย่างดุดัน 

     เฟยหมิงสีหน้าพลันถอดสีทันที เนื่องจากพลังปราณของเขามีเพียงก่อตั้งลมปราณขั้นต้นระดับหนึ่งเท่านั้น ยังห่างชั้นกับงูกยักษ์ชั้นก่อตั้งลมปราณขั้นกลางรัดับห้ายิ่งนัก! มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็คือ ต้องหนีทางเดียวเท่านั้น

     ตูม!!

     แต่ในขณะที่กำลังจะหลบหนีอยู่นั้น อยู่ๆก็มีเสียงมวลน้ำจำนวนมากระเบิดขึ้นท่ามกลางบ่อน้ำพุ ก่อนที่เงาร่างในชุดสีม่วงเข้มจะพุ่งทะยานขึ้นมายืนบนโขดหิน "คุณหนู! ปลอดภียดีนะเจ้าคะ!? หือ!?" ทันทีที่ขึ้นมาจากน้ำได้ นางก็พลันตะโกนก้องถามหาคุณหนูด้วยความกังวลใจทันที ทั้งทีตัวเองยังยืนไม่ค่อยมั่นคงดีนัก ที่แขนขวาข้างที่กุมกระบี่ยาวเอาไว้ ปรากฏรอยฉีกขาดของกล้ามเนื้อพร้อมกับโลหิตไหลย้อมแขนและชุดม่วงจำนวนมาก

     และทันทีที่หวงจื่อเสียปรากฏตัวขึ้น เด็กสาวพลันฉีกยิ้มอย่างตื้นตัน ก่อนจะสะบัดหลุดจากแขนของเฟยหมิง และวิ่งตรงไปที่บ่อน้ำพุในทันที โดยไม่ระวังเจ้างูยักษ์ที่กำลังเลื่อยเข้ามาหาแม้แต่น้อย

     "ระวัง!" เฟยหมิงพลันตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก แต่ว่าก็ไม่ทันการเสียแล้ว เมื่องูยักษ์เห็นหญิงสาววิ่งผ่านเข้ามา มันก็หันความสนใจไปที่เด็กสาวทันมี พร้อมกับขู่คำราม ฟ่อๆ อย่างดุดัน 


     ตูม!!


..........................



***ต้องขออภัยนักอ่านทุกคนด้วยนะครับ พอดีต้องไปทำธุระ ยื่นเอกสารต่างๆ ของคุณพ่อ ที่ท่านพึ่งจะเสียไป เลยไม่ได้มาลงให้อ่าน ยังไงก็จะพยายามเคลียร์เรื่องต่างๆ และมาลงนิยายให้นะครับ


จอคำผิดหรือประโยคซ้ำตรงไหน ก็คอมเม้นไว้ด้วยนะครับ

ฝากคอมเม้นติชมด้วยนะครับ ทุกคำติและทุกคำชม ผมจะนำไปปรับปรุงแก้ไข้และจะพยายามแต่งนิยายให้ดีขึ้นนะครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น