ซาตานทระนง

ตอนที่ 5 : สายสัมพันพ่อลูก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ธ.ค. 56

เช้าวันนี้เฟรดเดอริโค่ตื่นเต้นกว่าปกติเนื่องจากทางโรงเรียนมีกิจกรรมพาเด็กๆ มาทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ปราโด (Museo del Prado) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์และหอศิลปะที่ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริด ซึ่งนอกจากจะมีงานศิลปะยุโรปจากคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมาจากพื้นฐานของงานสะสมของพระราชวงศ์สเปนแล้ว ยังมีภาพเขียน ภาพพิมพ์อีกมากมายหลายพันภาพที่หาดูได้ยาก ว่ากันว่างานศิลปะคือส่วนหนึ่งให้สมองของเด็กริเริ่มสร้างสรรค์ นี่จึงเป็นจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้

ปัณชยาตื่นเช้ากว่าปกติ หล่อนไม่แน่ใจว่าตีสี่หรือว่าตีห้า แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม หล่อนทันไปส่งบุตรชายขึ้นรถมินิบัสของโรงเรียนที่จุดนัดหมายพร้อมกับผู้ปกครองคนอื่นๆ อย่างตรงเวลา อันที่จริงไปก่อนเวลาเสียนิดหน่อย เพราะหล่อนรู้ดีว่าจะต้องเผื่อเวลาไปถึงบริษัทอย่างน้อยก็ต้องพร้อมกันกับอัลเบอร์ลาโด้ หรือหลังจากเขาไม่มาก หล่อนไม่อยากให้เขาครหาได้ว่า ทำงานไม่คุ้มกับค่าจ้าง และไม่อยากให้มองว่าเหตุการณ์วาบหวามเมื่อวานเป็นสินบนที่หล่อนจะใช้ในการต่อรองเรื่องการมาสาย

"ตอนเย็นแม่จะไปรับที่โรงเรียนนะจ๊ะ"

หญิงสาวกำชับบุตรชาย มองดูคนตัวเล็กโบกมือหยอยๆ เดินเรียงแถวขึ้นรถไปกับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน จากนั้นตนเองก็เลี้ยวรถแยกไปอีกเส้นทาง มุ่งหน้าสู่บริษัทเพื่อทำงาน (อันเป็นที่รัก)

*********

อัลเบอร์ลาโด้ไม่ชอบการไปทำงานสายพอๆ กับที่ไม่ชอบรถติดในเวลาเช้า ให้ตายสิ ปกติเวลานี้รถไม่เคยติดนี่หว่า โรมันกับวินเซนเต้แนะนำว่าควรจะหาคนขับรถมาช่วยในเวลาเร่งรีบ จะได้ไม่ต้องขับเองให้หัวเสีย แต่อัลเบอร์ลาโด้ไม่คิดว่าจะมีมนุษย์คนไหนขับรถได้ไวไปกว่าตนเองอีกแล้ว ชายหนุ่มเพ่งมองไปด้านหน้าของถนน เห็นไฟกระพริบวิบวับอยู่ถัดไปประมาณ 7 คัน ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอุบัติเหตุ ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้รถสองคันมาชนท้ายกันในเวลาแบบนี้ และถ้านั่นยังซวยไม่พอ เหมือนว่าด้านหน้าสุดถัดออกไปนนั้นจะเป็นมินิบัสของโรงเรียนอะไรสักอย่างที่ถูกชนท้ายเข้าให้เหมือนกัน เยี่ยมไปเลย ชนท้ายกันสามคันรวด

'เจ็ดโมงกว่าแล้วเหรอวะ'

เสียงในใจบ่นอุบขณะสายตาคมทอดมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือRichard Mille Tourbillon ป่านนี้ปัณชยาคงจะไปถึงบริษัทเรียบร้อยแล้ว และคงได้ทีประณามเขาในการมาสายคราวนี้ยิ่งกว่าฆาตกรร้อยศพ จะบอกให้ก็ได้ว่าคนอย่างเขาไม่ชอบการรอ และเขาจะทำมันให้จบเสียเดี๋ยวนี้

"มาขับรถฉันไปด้วย จะจอดไว้ที่ข้างทางริมถนน..." คนใจร้อนกรอกเสียงลงไปตามสาย ออกคำสั่งกับผู้จัดการที่บริษัทให้มาขับรถของตนติดตามไป ส่วนเขาคิดว่าจะเดินไปขึ้นแท็กซี่ที่ตรงหัวมุมถนนด้านหน้าน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่รวดเร็วกว่ารอให้รถขยับ ซึ่งนี่ก็ปาไปเกือบจะสามสิบนาทีแล้วยังไร้วี่แวว

หลังจากหาทางเบียดรถเข้าจอดที่ข้างทางได้แล้ว ร่างสูงก็ไม่สนใจอะไรอีก แค่เห็นว่ารถของตนไม่ได้กีดขวางการจราจร และจอดในช่องทางที่ถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว และถ้ารถของเขาจะถูกโจรกรรมไป ก็ช่างหัว มันช่วยไม่ได้ ดังนั้นกุญแจจึงกูกเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างไม่มีความกังวล อัลเบอร์ลาโด้ในชุดสูทราคาแพงเดินล้วงกระเป๋าขึ้นไปตามทางเท้า สายตาแลเห็นบรรดาคุณครูทะยอยนำเด็กๆ ลงมาจากมินิบัสเพื่อไปรอในร่มของอาคารริมถนน เด็กชายคนหนึ่งสะดุดตาของอัลเบอร์ลาโด้ราวกับคุ้นเคยกันมานาน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เพ่งมองอย่างสนใจ

น่าแปลกมาก ทำไมเขาถึงสนใจเด็กคนนั้น

เฟรดเดอริโค่หัวเราะเสียงใสเมื่อถูกโค้ชเฮอร์นานอุ้มลงจากรถ วางบนถนนแล้วให้เดินตามเพื่อนๆ ขึ้นไปยังทางเท้า แต่ยังหยุดนิ่งแล้วแหงนหน้ามองดูเฮอร์นานคุยโทรศัพท์อยู่กับมารดาของตน

"ไม่มีใครบาดเจ็บหรอกครับ คุณปัณชยาสบายใจได้ แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ"

'โล่งอกไปทีค่ะ' หญิงสาวตอบรับมาทางสาย 'ขอฉันคุยกับเฟรดเดอริโค่หน่อยจะได้มั้ยคะ'

"แม่เค้าจะคุยกับเราแน่ะ" โค้ชเฮอร์นานส่งมือถือไปให้เด็กชาย

"หวัดดีฮะแม่" ลิงน้อยทักทายเสียงดัง

'ปลอดภัยดีใช่มั้ยลูก'

"ปลอดภัยฮะ รถบรรทุกข้างหลังเขาแค่มาชนท้ายเท่านั้นเองฮะ ตอนนี้โค้ชกับคุณครูคนอื่นๆ ช่วยกันอุ้มและพาผมมายืนรอที่ร้านริมถนนฮะแม่ แล้วแม่ไปถึงที่ทำงานหรือยังฮะ"

'ถึงแล้วจ้ะ เพิ่งถึงเมื่อกี๊นี่เอง แล้วนี่จะได้ไปพิพิธภัณฑ์กันมั้ยลูก'

"ไปฮะ เห็นโค้ชบอกว่า ทางโรงเรียนกำลังส่งรถคันใหม่มา พวกเราต้องรอที่นี่สักพักฮะ"

'เป็นเด็กดีนะจ๊ะ ดูแลตัวเองนะ' หล่อนล่ำลาบุตรชายอย่างโล่งอก ก่อนจะคุยกับเฮอร์นานอีกสองสามคำ ทั้งขอบคุณเขา และกำชับให้เขาช่วยดูแลบุตรชายของหล่อน รวมทั้งเด็กๆ คนอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่แอบรักหล่อนมาตลอดอย่างเฮอร์นานก็รับคำอย่างหนักแน่น และต่อให้ไม่ใช่หล่อน หน้าที่ดูแลเด็กๆ ในทีมและเด็กคนอื่นๆ เขาก็ทำมันได้ดี และทำอย่างสุดฝีมือเสมอมา

คงจะเพราะมัวแต่มองดูรถที่ถูกชนอยู่กลางถนน รวมทั้งมัวแต่สนใจฟังโค้ลเฮอร์นานสนทนากับมารดาของตน ทำให้จังหวะการหมุนตัวของเฟรดเดอริโค่เสียหลัก ร่างเล็กๆ จึงปะทะเข้ากับต้นขาซึ่งสวมกางเกงแสลคสีดำของผู้ชายคนหนึ่งเข้าอย่างบังเอิญ และยังไม่ทันที่เด็กชายจะได้ล้ม วงแขนนั้นก็คว้าเอาไว้แล้วอุ้มขึ้นมาได้ทันเวลาเสียก่อน

"เหวอออออ" เด็กชายร้องลั่น ร่างเล็กลอยหวือไปตามการอุ้ม โผเข้าไปกอดชายดังกล่าวตามสัณชาตญาน หันไปจ้องหน้าเขม็ง พอสติกลับมาจึงได้ยิ้ม ค้อมหัวลงนิดๆ "ขอบคุณฮะที่ช่วยผม"

"......" ไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมาจากปากของอัลเบอร์ลาโด้ ชายหนุ่มนิ่งงัน มองดูเด็กน้อย

"คุณวางผมลงได้แล้วนะฮะ ผมจะต้องไปรวมกับเพื่อนๆ ที่ร้านตรงโน้น"

ปากเล็กๆ ที่ขยับพูด ทรงผมที่เหมือนกับตัวเอง แววตา จมูก รูปหน้า ทำไมมันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย สนิทสนม และเอ็นดูเด็กชายคนนี้อย่างน่าประหลาด เหมือนกับว่าได้รู้จักมานานมากแล้ว คิ้วเข้มของอัลเบอร์ลาโด้ขมวดเข้าหากัน ยังคงจับจ้องเด็กชายไม่วางเว้น

"คุณมองผมทำไมเหรอฮะ หน้าผมมีอะไรเหรอฮะ" เฟรดเดอริโค่เอ่ยถาม เมื่อรู้สึกได้ว่าชายคนที่อุ้มตนอยู่ชักจะมองมากเกินไปอย่างผิดปกติ คิดว่าใบหน้าของตนคงจะเลอะเทอะอะไรบางอย่างแน่ๆ

"เปล่า" เป็นคำพูดแรกของอัลเบอร์ลาโด้ เขาวางเด็กชายลงบนพื้น "ทีหลังเดินให้ระมัดระวังเข้าใจมั้ยครับ เพราะมันอาจจะไม่โชคดีแบบนี้เสมอไป แถวนี้รถเยอะ แถมยังเป็นช่วงเวลาเร่งรีบอีก"

"ฮะ ผมจะระวัง ขอบคุณอีกครั้งนะฮะ" เด็กน้อยเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แล้วเดินเข้าไปสมทบกับเพื่อนๆ และคุณครูซึ่งยืนมองมาด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มอยากจะสนใจเด็กชายมากกว่านี้ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาก่อน มันคือเบอร์ของบริษัท ตามมาด้วยเสียงของเลขาหน้าห้อง

"บอกคุณปัณชยาว่าผมกำลังเข้าไป พอดีเจออุบัติเหตุนิดหน่อย ให้เธอเตรียมเอกสารเอาไว้รอผมได้เลย" เอ่ยจบ ตัดสาย หันมองรอบกายเพื่อมองหาเด็กชายคนเดิม ทว่า คลาดสายตาไปเสียแล้ว

***************

กว่จะถึงบริษัทก็ปาไปเกือบสิบโมง อัลเบอร์ลาโด้จึงพุ่งความสนใจไปที่งานมากกว่าอย่างอื่น ไม่แม้แต่จะพูดถึงเรื่องวาบหวามเมื่อวานที่เกิดขึ้น ซึ่งปัณชยาบอกกับตัวเองว่า เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เวลาที่เหลือหมดไปกับการเรียกพนักงานเข้ามาคุย ถึงแม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่ปัณชยาค่อนข้างมีเซนส์ในการดูคนดีทีเดียว พนักงานที่หล่อนเสนอให้เก็บไว้ในวันนี้ล้วนเป็นระดับหัวกะทิ และทำงานเก่งๆ กันทั้งนั้น ก็มีแต่เฟเดลนี่ล่ะ ที่เขาต้องคิดหาเหตุผลมาไล่ออกให้จงได้

ห่า! ใครจะเก็บชู้ของเมียเอาไว้วะ!

จริงอยู่ที่ผลงานของเฟเดลที่นำเสนอมาเมื่อวานนั้นเข้าตาของเขามาก แต่ถึงกระนั้น ความสนิทสนมที่ไอ้หอกนั่นมีให้กับเมียของเขามันก็มากพอที่จะกวนใจให้ต้องขุ่นเคือง

เวลาผ่านไปกระทั่งถึง 5 โมงเย็น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง และเป็นเฟเดลเดินเข้ามาหาปัณชยาในห้องทำงาน และเมื่ออัลเบอร์ลาโด้อนุญาตแล้ว เฟเดลจึงเดินเข้ามาเอ่ยกับหญิงสาว

งานยุ่งอยู่เหรอ”

“นิดหน่อยน่ะ มีอะไรเหรอเฟเดล”

“คือ จริงๆ ก็ไม่อยากจะกวนเธอหรอกนะ อยากจะขอบคุณเรื่องเมื่อวานน่ะ"

ปัณชยาเหลือบตามองอัลเบอร์ลาโด้ พอเห็นว่าชายหนุ่มมัวแต่ก้มหน้าก้มตาสนใจดูงานในแฟ้ม หล่อนจึงหันไปเอ่ยกับเฟเดล "ไม่เห็นมีอะไรต้องให้ขอบคุณเลยนะเฟเดล"

"ฉันเกือบจะโดนไล่ออก เธอก็รู้" เฟเดลแอบกระซิบ

"อย่ามากระซิบกระซาบในนี้นะเฟเดล" หญิงสาวชำเลืองมองไปเจ้านายขาโหดอีกครั้ง เห็นเขารีบหลบสายตาของหล่อนแสร้งทำเป็นสนใจงานเอกสารตรงหน้า "ท่านประธานจะเข้าใจผิดว่าเรานินทานะ"

"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก" เฟเดลเอ่ยเสียงดังปกติ "พอดีนึกขึ้นได้ว่า มากาเรียให้มาชวนเธอไปปาร์ตี้ที่บ้านเราสุดสัปดาห์นี้เขาบอกปัณชยาเรื่องที่มากาเรียแฟนสาวให้มาเอ่ยชวน

หญิงสาวหัวเราะลั่น เป็นครั้งแรกที่หล่อนหัวเราะจากใจในรอบวันนี้ งั้นฝากบอกมากาเรียด้วยนะคะว่าฉันยินดีรับคำเชิญ แล้วนี่ฉันต้องเอาอะไรติดไปด้วยหรือเปล่า

อ้อ มากาเรียฝากบอกมาด้วยว่าห้ามเอาอะไรติดมือไปด้วยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามทำตัววุ่นวายเตรียมนู่นเตรียมนี่ ให้เราได้ดูแลเธอบ้างเถอะน่าเฟเดลว่าพลางฉีกยิ้มกว้าง

โอเคค่ะ ตกลงจ้ะ แล้วไว้เจอกันนะ เฟเดลหล่อนรับคำ

แต่เธออยู่กับมากาเรียไปสองคนนะ” เฟเดลยักคิ้ว “ฉันนัดไปยิงปืนกับเพื่อนๆ แล้วน่ะ

"แล้วจะชวนฉันไปที่บ้านเพื่ออะไรเนี่ย" หล่อนถามยิ้มๆ

"ไปนั่งทานอาหาร สนทนาฮาเฮกับเมียของฉันไงล่ะ โอเคนะ แล้วเจอกัน"

เอ่ยจบเขาก็ผลุบหายออกจากห้องไป อัลเบอร์ลาโด้ซึ่งไดยินบทสนทนาทั้งหมดก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้งั่งขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาเอาแต่หึงหวงและทึกทักทุกอย่างไปเอง

โง่อะไรอย่างนี้ !

เอาเป็นว่า อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเสียพนักงานดีๆ ไปล่ะนะ ไว้วันไหนเขาจะชวนเฟเดลไปยิงปืนดูบ้าง เผื่อจะได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับปัณชยาไปด้วยทีเดียว

"วันนี้ฉันจะขอกลับไวนะคะ" ปัณชยาเอ่ยขึ้น ร่างบางตั้งท่าจะลุกขึ้นเก็บข้าวของ

จะรีบกลับไปไหน งานของเรามันยังไม่เสร็จเลยนะเขาพูดออกไปโดยไม่ทันคิด

คือว่า ...วันนี้นี้ฉันมีธุระน่ะค่ะ นี่ฉันก็ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้วด้วย อีกอย่างมันก็ถึงเวลาเลิกงานของฉันแล้ว ป่านนี้คงไม่มีพนักงานคนไหนอยู่ให้คุยแล้วล่ะค่ะ ถ้าจะทำอะไรก็ค่อยมาว่ากันต่อพรุ่งนี้เถอะนะคะ หรือถ้าคุณอยากจะไล่ฉันออกก็เชิญเลย ฉันไม่สนอะไรอยู่แล้วพูดจบหล่อนก็เดินออกจากห้องโดยไม่หยุดรอคำตอบใดๆ จากเขา

ทิ้งให้ประธานหนุ่มได้แต่นิ่งอึ้ง ไม่เคยเห็นใครดื้อรั้นและพยศเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ ถึงจะหงุดหงิดแต่ก็ชวนให้ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้คงยังบอกไม่ได้ว่าอย่างไหนมันมากกว่ากัน สุดท้ายอัลเบอร์ลาโด้ก็ตัดสินใจวางมือจากงานแล้วเก็บข้าวของเดินออกจากห้องทำงานบ้าง

จนเดินไปถึงรถแล้วนั่นล่ะ เขาถึงนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานนี้เขาไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยตอนที่มีอะไรกับหล่อน เวรเอ๊ย! เรื่องแบบนี้ลืมไปได้ยังไงกัน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเผอเรอจนลืมป้องกันเลยแท้ๆ ก็พอจะมั่นใจอยู่หรอกว่าไม่น่าจะมีอะไรให้ต้องเป็นห่วง แต่ก็คงต้องคอยจับตาดูไปอีกสักระยะ

เอาเป็นว่า ปัณชยาจะยังไม่ถูกไล่ออกในช่วง 2-3 เดือนนี้แน่ๆ !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

301 ความคิดเห็น