พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 8 : อีโนร่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    25 พ.ย. 62

รถม้าของอิทธิก็มาถึงเมืองเล็ก ๆ ระหว่างทางแม็คเทียจึงให้หยุดแวะพักชั่วคราว รถม้าของอิทธินับว่าโดดเด่น สะดุดตาอย่างมาก รถม้าที่หรูหรากับเขตสงครามมันดูไม่ค่อยเข้ากันนักทำให้ชาวบ้านต่างให้ความสนใจ

" ท่านครับ เราพักกันที่นี้สักครู่ก่อนนะครับ "

แม็คเทียเดินมาข้างประตูแล้วพยายามเรียกอิทธิแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ

" ผมขออนุญาตินะครับ "

แม็คเทียเปิดประตูรถม้าออกช้า ๆ แล้วอิทธิที่นอนหลับพิงประตูอยู่ก็ร่วงลงมากจากรถ ตกลงมาเสียงดังทำเอาทหารทุกคนต่างตกใจกันอย่างมาก โดยเฉพาะแม็คเทียที่เป็นคนเปิดประตู

" โอ๊ย อะไรวะ ใครกันวะ คนกำลังนอนอยู่นะเว้ย "

ตกลงมากระแทกกับพื้นอย่างจังทำเอาอิทธิถึงกับมึนหัวไปหมด

" ท่านครับ ผมขออภัยด้วยครับ ผมไม่ทราบว่าท่านพิงอยู่กับประตู "

แม็คเทียรีบอธิบายอย่างลนลาน เขากลัวว่าอิทธิจะลงโทษ

" เออ ๆ ช่างมันเถอะ แล้วนี้เราอยู่ไหนกันแล้วถึงโควาสแล้วหรือ ? "

อิทธิเข้าใจว่าแม็คเทียคงไม่ได้ตั้งใจ เป็นเขาที่เผลอหลับแล้วไม่ได้ยินอีกฝ่ายดังนั้น ความผิดก็หายกันไป

" ครับ เรายังไม่ถึงโควาส ผมคิดว่าเราแวะพักที่นี้กันก่อนจะดีกว่า ท่านคงใกล้หิวแล้ว "

เมื่อเห็นว่าอิทธิไม่เอาเรื่องเขา แม็คเทียมีสีหน้าที่ดีขึ้นและพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย พวกเขาเดินเข้าไปในร้านอาหารหวังว่าจะฝากท้องที่นี้สักมื้อ

ในร้านก็เรียบง่ายเป็นร้านธรรมดา มีโต๊ะอยู่เจ็ดแปดตัวตอนมาถึงร้านมันก็ใกล้ค่ำแล้วทำให้คนในร้านค่อนข้างเยอะ แม็คเทียก็ไปจัดการจองโต๊ะให้พวกเขา เมื่อได้โต๊ะแล้วบริกรก็ให้เมนูอาหารกับพวกเขาซึ่งมันก็ปกติดีแต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คืออิทธิไม่รู้จักอาหารสักอย่างในเมนูเลยไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร จึงได้แต่อึก ๆ อัก ๆ จนคนอื่นสั่งไปหมดแล้วเหลือแค่อิทธิคนเดียวที่ยังดูเมนูอยู่ 

" ท่านครับ ไม่มีที่ถูกใจหรอครับ " 

เมื่อเห็นว่าอิทธิไม่สั่งอาหารสักที่ เขาก็เริ่มหนักใจคิดว่าอาหารที่นี้อิทธิจะไม่ชอบ 

" ป่าว ๆ เอาตามนายแล้วกัน " 

เมื่อไม่รู้จะสั่งอะไรก็สั่งตามคนอื่นเอาซะเลย เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อย อิทธิก็นั่งมองไปรอบ ๆ ร้านส่วนคนอื่นก็คุยกันไป อิทธินั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศในร้านอาหารซึ่งตกแต่งได้ดีเหมือนกับอยู่ในร้านอาหารยุโรปที่ราคาไม่แพงนัก แต่เหมือนความสุขนั้นสั้นนัก เมื่อมีทหารกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน แล้วก็นั่งโต๊ะที่อยู่ถัดไปสองสามตัวทหารกลุ่มนั้นพูดคุยกันอย่างสนุกสนานหัวเราะกันเสียงดัง กลุ่มของอิทธิก็เห็นพวกเขา ทหารกลุ่มนั้นก็เห็นอิทธิแต่ก็เหมือนจะผ่าน ๆ กันไป 

หลังจากนั่งรอสักพัก อาหารก็มาเสริฟอิทธิเลิกให้ความสนใจสิ่งโดยรอบมาจดจ่อกับอาหารที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าสั่งอะไรมา แต่จากที่ดูมันเหมือนขาแกะ ซึ่งดูเหมือนว่าจะใช่ ตอนแรกอิทธิก็ยังไม่กล้ากินจด ๆ จ้อง ๆ กับอาหารในจานอยู่ ก็มีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นข้าง ๆ เขาซึ่งทำให้อิทธิสะดุ้งโหยง

" ถึงจ้องไปมันก็ไม่อิ่มหรอกนะ " 

เสียงเล็กแหบ ๆ พูดขึ้นทำเอาคนทั้งโต๊ะหันไปหาต้นเสียง เจ้าเสียงเป็นผู้หญิงสั้นที่มีสีดำราวกับหมึกพู่กัน ไปหน้าที่แหลมเล็ก ดวงตากลมโตที่ดูดุดัน จมูกที่ได้รูป รับเข้ากับใบหน้าได้เป็นอย่างดี ปากที่เรียวเล็กที่ทาลิปสติกสีแดง ทำให้เธอดูมีเสน่ห์แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ถึงจะสวยงามแต่ก็ดูอันตรายเธอสวมชุดเจ้าหน้าที่ทหารสีดำแดงได้รูปรับกับรูปร่างของเธอเป็นอย่างดี ถึงชุดเครื่องแบบสีดำแดงจะดูไม่เหมาะกับผู้หญิงเท่าไรแต่กับผู้หญิงคนนี้บอกได้เลยว่าเข้ากันจริง ๆ 

ทุกคนบนโต๊ะล้วนเหม่อมองผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ รวมกับต้องมนต์

" หน้าของฉันมันกินไม่ได้หรอกนะ "

เธอพูดเมื่อทุกคนต่างจ้องมองเธอเป็นตาเดียว ทำให้ทุกคนรู้ตัวว่าเสียมารยาท ต่างก็หลบตาคงมีเพียงอิทธิที่ยังคงมองเธออยู่และยิ่งมองก็ยิ่งขมวดคิ้ว เมื่อเห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็จ้องอิทธิกลับ

" คุณมองหน้าฉันแล้วขมวดคิ้วแบบนั้น หมายความว่ายังไง " 

กลายเป็นเกมแข่งกันจ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่งทำเอาคนที่ร่วมโต๊ะด้วยทำอะไรไม่ถูกเลย 

" เออ คุณผู้หญิงครับเชิญนั่งก่อนสิครับ " 

แม็คเทียเชิญผู้หญิงคนนั้นนั่งทั้ง ๆ ที่โต๊ะเต็มแล้ว เขาแก้ไขโดยไล่ให้คนในโต๊ะลุกออกไปแล้วให้เธอนั่งแทน แต่ดูเหมือนความสนใจของเธอจะอยู่ที่อิทธิไปซะแล้ว 

" คุณจะจ้องหน้าฉันอย่างนี้ไปทั้งวันเลยงั้นหรอ " 

เสียงเล็ก ๆ ที่แหบพร่าที่ทำคนฟังจั๊กจี้ที่หนู เลิกจ้องหน้าแล้วนั่งลงร่วมโต๊ะกับพวกเขา ส่วนทหารที่ลุกไปก็ต้องระเห็จยกจานของตนไปกินที่อื่น 

" ผมชวนคุณนั่งแล้วหรอ " 

อิทธิพูดขึ้นเมื่อเห็นเธอกำลังจะนั่ง 

" ยัง แต่เขาชวน "

หญิงสาวตอบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมชี้ไปที่แม็คเทียที่เป็นคนเชิญ อิทธิหันไปมองแม็คเทียอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหันกับมามองที่เธออีกครั้ง

" ที่คุณมาคงมีธุระมาคุยละสิ " 

อิทธิย่อมรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา คงจะผิดแปลกเกินไปถ้าจะมีผู้หญิงลักษณะท่าทางแบบเธออยู่ดี ๆ ก็เดินมาทักคุณถ้าไม่มีธุระด้วย 

" ตรงประเด็นดี นี้จดหมาย "

เธอวางจดหมายที่เหมือนกับของแม็คเทียลงบนโต๊ะก่อนยื่นมันให้กับเขา 

" ส่งตรงจากกระทรวงการสงคราม "

และที่มาของมันก็เหมือนกันด้วย แต่กดที่อิทธิจะรับมันมา

" ฉันถูกส่งมาในฐานะผู้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของคุณ " 

พอเธอพูดอย่างนั้น อิทธิก็พอเข้าใจเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้แล้ว 

" ดูถ้าอำนาจที่ให้ผมมามันไม่ง่ายซะแล้วสิ "

อิทธิคว้าจดหมายขึ้นมา แต่ไม่ได้เปิดอ่านหันไปสบตาที่ดูเฉียบคมราวกับมันพยายามอ่านใจคนที่มันมอง 

" ไม่มีของฟรีอยู่แล้ว คุณเองก็น่าจะรู้ดี "

เธอพูดตรงกับใจของอิทธิ ตั้งแต่ได้รับมอบอำนาจก็มีเรื่องหลายอย่างที่เขาคิดในใจ คงไม่มีใครโง่พอที่จะมอบอำนาจมากมายขนาดนั้นให้กับคนที่คุณไม่รู้จักง่าย ๆ แน่

" แล้วขอบเขตของคุณอยู่ตรงไหนละ " 

" ทุกอย่าง ทุกการกระทำทุกคำสั่งที่คุณสั่งออกไปจะถูกส่งไปพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ " 

" ถ้างั้นก็เข้าใจแล้ว คุณถูกส่งมาคุมผมว่าผมทำตามคำสั่งหรือไม่ ถ้าไม่ทำตามก็คงลงโทษและปลดผมใช่ไหม "

" ก็คงอย่างนั้น "

เธอราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาของเธอเลย 

" แล้วผมทำอะไรได้บ้าง "

อิทธิทิ้งตัวพิงไปกับเก้าอี้ในใจก็ได้แต่นึกว่า ตอนนี้เขาคงอยู่ในเกมของใครสักคน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรและทำไม เขาต้องหาทางออกไปจากเกมนี้ให้ได้ 

" ไม่ต้องก็แค่ทำตามคำสั่งก็พอ " 

เมื่อได้ฟังอิทธิก็ลุกขึ้น 

" จะพยายามละกัน ผมทำตามคำสั่งคนอื่นไม่เก่งซะด้วยสิ " 

" เดียวเราก็คงได้เห็นกัน " 

เธอพูดราวกับมันเป็นเรื่องสนุก อิทธิก็สั่งให้พวกเขาออกเดินทางไปต่อ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้กินอะไรแม็คเทียที่นั่งเงียบมาตลอดก็เรียบลุกขึ้นเดินนำไปที่รถม้า 

" คงจะได้เจอคุณไปอีกนานเลยสิ " 

อิทธิพูดทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากร้าน เมื่อเขาขึ้นไปบนรถม้า เขาก็ได้แต่คิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี 

' ตอนนี้อย่างแรกต้องรีบจัดการข้าศึกพวกนั้นให้ได้ เพื่อที่จะได้ไม่มีพันธะอีก ' 

ระหว่างคิดแผนการต่าง ๆ ประตุรถม้าก็เปิดออก 

" แม็คเทีย เดียวเร... " 

เมื่อหันไปมองกับไม่ใช่แม็คเทียที่เปิดประตูเข้ามา แต่เป็นหญิงสาวในร้านอาหารเดินขึ้นมานั่งบนรถม้า ทำเอาอิทธิมึนงง

" เจอกันอีกแล้ว คำลามะกี้พูดได้เท่ดีนะ " 

ยังไม่ทันได้นั่งดีเธอก็พูดแซวอิทธิก่อนเลย 

" เดียวก่อนหมายความว่ายังไง " 

อิทธิชักงักไปชั่วครู่ ก็เกิดความคิดที่ทำเอาเขาหน้าถอดสีไม่น้อย 

" ก็อย่างที่คุณบอกเราต้องเจอกันอีกนาน " 

ด้วยเสียงแหบ ๆ ราวกับทำให้อากาศบนรถหนาวเย็น 

" แต่ก็ไม่นึกว่าจะได้เจอกันไวขนาดนี้ "

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อนึกถึงการตรวจสอบเขาก็คิดว่าจะมาตรวจสอบเป็นครั้งคราวแต่นี้ดูเหมือนเธอจะต้องตามติดเขาไปทุกที่เลยทีเดียว 

" ก็คุณไม่อ่านจดหมายเอง มันเขียนอธิบายไว้ในนั้นแล้ว " 

เธอพูดเหมือนเป็นความผิดอิทธิ รอยยิ้มที่ดูเหมือนกำลังหัวเราะเล็ก ๆ ทำเอาอิทธิหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไร ผู้หญิงคนนี้ดูจะเป็นตัวอันตรายทีเดียว 

" คุยกันมาตั้งนานแล้ว ไม่คิดจะแนะนำตัวก่อนหรือไง "

อิทธิที่ไม่ค่อยชอบเธอ ทำให้เขาแสดงออกกับเธออย่างเย็นชา 

" คำพูดนี้ควรเป็นของผู้หญิงมากกว่า ตามมารยาททางสังคมผู้ชายควรแนะนำตัวเองกับฝ่ายหญิงก่อนไม่ใช่หรอกหรอ " 

เป็นคำย้อนที่ดูเจ็บแสบไม่เบา แต่ดูเหมือนจะทำอะไรอิทธิไม่ได้ 

" การที่คุณมาหาผมได้ถึงนี้ คงจะรู้เรื่องราวของผมเป็นอย่างดีแล้ว การบอกชื่อคงไม่จำเป็นแล้ว " 

" คุณนี้ขี้โมโหจริง ๆ ฉัน อีโนร่า " 

เธอแนะนำตัวอย่างสั้น ๆ ง่าย ๆ 

" อีโนร่า เฉย ๆ ไม่มีนามสกุลหรือไง แค่อีโนร่าเท่านั้น " 

อิทธิกล่าวทวน ดูเหมือนเธอก็คงไม่ค่อยชอบเขาเท่าไรนัก 

" แค่อีโนร่าเฉย ๆ คุณรู้แค่นั้นก็พอ "

การแนะนำตัวของเธอทำเอาเขาหงุดหงิดไม่น้อย ดูถ้ากว่าจะจบเรื่องนี้เขาคงต้องปวดหัวไปอีกนานกับผู้หญิงคนนี้แน่

หลังการแนะนำตัวเสร็จทั้งสองก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรคุยกัน พอรถม้าออกเดินทางคงมีแต่เสียงล้อที่กระทบหินที่ดังออกให้ได้ยิน นอกจากจะตั้งใจฟังคงได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองดังสลับกันไปมา อิทธิที่ไม่มีอะไรทำก็เอาแต่นอน ส่วนอีโนร่าก็นั่งอ่านหนังสือของเธอด้วยแสงไฟจากตะเกียง ด้านนอกมืดลงพวกเขาเดินทางไปตามถนนที่ถูกกลืนไปกับความมืด 

แล้วจู่ ๆ อิทธิที่นอนหลับตาอยู่ก็พูดออกมา 

" คุณอีโนร่า คุณทำงานให้กับกระทรวงการสงครามอย่างนั้นหรอ " 

อีโนร่าที่สนใจจดจ่ออยู่กับหนังสือ ก็เงยหน้าขึ้นมามองอิทธิก่อนจะตอบ 

" ก็ไม่เชิงซะทีเดียว " 

คำตอบของเธอทำเอาอิทธิต้องลืมตาขึ้นมา 

" หมายความว่ายังไงที่ว่าไม่เชิงซะทีเดียว " 

" ถ้าคุณทำงานอยู่ในเมืองหลวงคงจะเข้าใจไม่ยาก ฉันทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองภายใน "

อีโนร่าเก็บหนังสือแล้วหันมาคุยกับอิทธิอย่างจริงจัง

" หน่วยข่าวกรองภายใน? แบบสายลับอย่างนั้นหรอ " 

เมื่อได้ฟังว่าอีโนร่าเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ก็ทำเอาอิทธินึกไปถึงหนังสายลับที่เขาเคยดูขึ้นมา 

" สายลับ? " 

อีโนร่าไม่เข้าใจในสิ่งที่อิทธิพูด ทำให้อิทธิต้องอธิบายให้เธอฟังใหม่ 

" แบบคนที่คอยทำงานเก็บข้อมูลหรือลอบสังหารคนแบบไม่ให้ใครรู้นะ " 

อิทธิก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน 

" หมายถึงพวกใต้ดินสิใช่ไหม " 

" อ่า...ใช่ ๆ พวกใต้ดินนั้นแหละ " 

อิทธิได้แต่แปลกใจที่นี้เขาไม่ใช่คำว่าสายลับกันซะอย่างงั้น 

" ก็พอมีบ้าง แต่ตอนนี้ฉันย้ายมาทำงานนั่งโต๊ะแล้ว " 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิทธิก็ถึงได้ทราบว่าทำไมเธอถึงดูร้ายกาจไม่ธรรมดา เพราะเธอเคยเป็นเจ้าหน้าที่สายลับมาก่อนนี้เอง 

" คุณเคยเป็นสายลับ เอ้ย พวกใต้ดินมาก่อนงั้นหรอ " 

ด้วยความอยากรู้ ใครกันในชีวิตจะมีสายลับหญิงแสนสวยมาให้นั่งคุยด้วยบ่อย ๆ ทำให้อิทธิเริ่มสนุกที่จะคุยกับเธอ

" ฉันคงบอกคุณไม่ได้ ฉันว่าคุณคงเข้าใจ "

เมื่อเธอพูดอย่างนั้นทำเอาอิทธิเซงเลย เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง 

" เอาเถอะ งั้นกลับมาที่เรื่องหน่วยข่าวกรองภายในของคุณกัน " 

อิทธิถามด้วยความอยากรู้เขาดูสนุกที่ได้ถาม

" หน่วยข่าวกรองภายในของฉันเป็นส่วนหนึ่งกับกระทรวงการสงครามก็จริง แต่ไม่ได้ขึ้นตรงกระกระทรวง "

อีโนร่าก็ตอบอย่างไม่ปิดบัง แถมยังสนใจอิทธิที่เขาเป็นคนสนใจใคร่รู้ซะเหลือเกิน

" ที่คุณจะบอกก็คือถึงจะอยู่ในกระทรวงการสงคราม แต่คุณทำงานให้คนอื่นใช่ไหม "

อิทธิถามต่อด้วยความเข้าใจของเขา 

" จะว่างั้นก็ได้ " 

เธอตอบแล้วจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แต่ก็ต้องชะงักไปกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของอิทธิ

" ถ้าอย่างนั้น คุณทำงานให้ใคร? "

จากที่ดูสนุกสนานราวกับเด็กที่ได้ถามนั้นถามนี้ กับเป็นน้ำเสียงที่ดูเย็นเยือกและคุกคาม ราวกับเขาต้องการเค้นความจริงจากเธอให้ได้ หนังสือที่ถูกเปิดก็ถูกปิดลงอีกครั้ง แล้วหันมาสบตากับอิทธิราวกับกำลังอ่านความคิดและสิ่งที่อยู่ในใจของกันและกัน กลายเป็นสงครามประสาทเล็ก ๆ ระหว่างคนสองคน

" ก็ลองเปิดจดหมายอ่านดูสิ คนนั้นแหละที่ฉันทำงานให้ " 

อีโนร่าตอบกลับอิทธิอย่างชิว ๆ สบาย ๆ ราวกับไม่รู้สึกถึงแรงคุกคามของอิทธิ คำตอบของเธอราวกับไม่เป็นที่พอใจของเขา อิทธิจึงได้ถามใหม่อีกครั้ง 

" ผมพูดถึงคนที่คุณทำงานให้จริง ๆ " 

ราวกับทั้งคู่กำลังเล่นเกมอะไรบางอย่างกัน

" เรื่องนั้นฉันก็ตอบคุณไปแล้ว ฉันจะไม่พูดซ้ำอีก " 

อีโนร่าเลิกสนใจอิทธิแล้วคว้าหนังสือขึ้นมาเปิดอ่าน ปล่อยให้อิทธินั่งมองเธออ่านหนังสือ 

เกมนี้ดูเหมือนเขาจะเป็นฝ่ายแพ้ การเค้นข้อมูลจากเธอคงเป็นไปได้ยาก อีโนร่าคงไม่เปิดปากบอกว่าเธอทำงานให้ใครง่าย ๆ อิทธิจึงได้แต่ยอมถอดใจ ล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปอีกครั้งแทน ความเงียบปกคลุมรถม้าอีกครั้ง ทิ้งให้บรรยากาศแสนอึดอัดที่เกิดขึ้นเมื่องี้ให้จางหายไปราวกับไม่เคยเกินขึ้นมาก่อน

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #47 champ0012 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 17:49
    อีโบล่า?
    #47
    3
    • #47-2 klazt(จากตอนที่ 8)
      9 มกราคม 2563 / 20:09
      เสียมารยาทชะมัด อีนาร่าต่างหาก
      #47-2
    • #47-3 samel1864(จากตอนที่ 8)
      11 มกราคม 2563 / 12:39
      อีโนร่าตังหาก
      #47-3