พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 5 : สำแดงเดชโมโลตอฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 305 ครั้ง
    23 พ.ย. 62

พอฟ้าสว่าง อิทธิสะดุ้งตื่นเพราะมีคนสะกิด อิทธิคว้าปืนที่ข้างตัวเล็งเข้าใส่คนที่มาสะกิดตัวเขา

" ใจเย็นก่อนครับผม อาเธอร์เองครับ อาเธอร์เอง "

เป็นอาเธอร์ที่เป็นคนปลุกอิทธิ

" อาเธอร์หรอ? ตกใจหมดเลย แล้วนี้มีอะไร "

เมื่อเห็นเป็นอาเธอร์ อิทธิก็ลงใจวางปืนไว้ข้างตัว

" ผมแค่จะบอกว่าเช้าแล้วครับ "

อาเธอร์พูดพร้อมยื่นขนมปังและซุปร้อน ๆ มาให้ อิทธิก็ต้องลุกขึ้นนั่งแล้วรับอาหารมากิน

" มีข่าวของพวกข้าศึกไหม พวกมันจะมาถึงกันตอนไหน "

อิทธินั่งทานอาหารโดยนั่งพิงกับสนามเพาะที่ข้างกายมีอาเธอร์นั่งกินเป็นเพื่อน

" จากคนของเราที่ไปซุ่มดูพวกมัน พวกมันคงจะมาถึงไม่เกินพระอาทิตย์ตกดินวันนี้ "

เมื่อเวลาใกล้เข้ามา ความเครียดก็เข้ามาครอบงำอิทธิอีกครั้ง

" รีบกิน พอกินเสร็จแล้วให้ไปตามทุกคนมาประชุม เราต้องเตรียมการกันก่อน "

อิทธิไม่แม้แต่จะยอมเสียเวลา หลังทานอาหารเช้าเสร็จเขาเรียกให้หัวหน้าแต่ละกองมาหา แล้วนัดแนะวิธีการเมื่อข้าศึกมาถึง หนึ่งในวิธีการที่อิทธิได้ให้ลุงสมิทไปสอนทหารอาสาพวกนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม จุดอ่อนของปืนคาบศิลายุคโบราณนั้นปัญหาสำคัญของมันไม่ได้อยู่ที่ความแม่นยำ แต่เป็นความต่อเนื่องในการยิงในหนึ่งนาที อยากมากสุดก็ไม่เกิดสองถึงสามนัดดังนั้นอิทธิจึงต้องหาทางแก้จนหัวแทบแตก ก่อนจะปิ๊งไอเดียโดยหยิบยืมแนวคิดนี้จากแม่ทัพชื่องก้องคนหนึ่งของโลกเดิมที่ขึ้นชื่อในการรบด้วยปืนโบราณแบบนี้คงเป็นใครไม่ได้นอกจากแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่น โอดะ โนบุนากะ กับการใช้รูปแบบ พลปืนสามแถว อันลือชื่อของเขา

พลปืนสามแถวเป็นแนวคิดง่าย ๆ ที่นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะของการแก้ปัญหาปืนที่มีปัญหาในการบรรจุและความต่อเนื่องในการยิงอธิบายง่าย ๆ รูปแบบของพลปืนสามแถวนั้นคือการให้คนที่อยู่หน้าสุดเมื่อยิงแล้วจะถอยหลังมาให้คนที่สองที่อยู่ด้านหลังขึ้นไปยิงแทนแล้วคนที่หนึ่งซึ่งถอยออกมาจะส่งปืนที่ยิงแล้วให้กับคนที่สามซึ่งทำหน้าที่เป็นพลบรรจุกระสุน คนที่สามก็จะส่งปืนที่บรรจุแล้วให้กับคนที่หนึ่ง ทำวนกันเป็นลูปอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จะทำให้อัตราการยิงปืนนั้นเกิดความต่อเนื่องขึ้น แก้ปัญหาสำคัญของปืนที่ต้องบรรจุที่ละนัดได้เป็นอย่างดี ทำให้โอดะ โนบุนากะสามารถใช้รูปแบบพลปืนสามแถวพิชิตกองทัพม้าเหล็กของทาเคดะ ชินเก็น ลงได้

เมื่อนัดแนะกันเสร็จเรียบร้อย อิทธิให้คนนำระเบิดเพลิงไปแจกจ่ายให้ทั่ว ด้วยแผนที่เขาวางเอาไว้ทหารของดาทาเนียจะยกมาผ่านทางที่พวกเขาซุ่มรออยู่ อิทธิให้กองที่สามและสี่ซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม ซ่อนตัวอยู่ในหลุ่มสนามเพาะเหมือนกัน ฝั่งนี้อิทธิและอาเธอร์เป็นคนดูแลเมื่อทพข้าศึกเดินเข้ามาในจุดที่วางเอาไว้ รอให้พวกมันผ่านไปนิดหน่อยแล้วอิทธิจะให้สัญญาณให้เปิดด้วยระเบิดเพลงโมโลตอฟก่อนเพื่อทำให้พวกมันเกิดความสับสนและหวาดกลัวและเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเมื่อพวกมันยังยืนอยู่รวมกัน เมื่อระเบิดไปแล้วก็จะถึงคิวของพลปืนระดมยิงและค่อยสลับกับระเบิดเพลิงอยู่เป็นระลอง ๆ ไป

อิทธิและคนอื่น ๆ ต่างซุ่มรออย่างใจเย็น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วแต่หัวใจของอิทธิกับยิ่งเต้นเร็วขึ้นรั่วขึ้นไปในทุกขณะจิต มือทั้งสองข้างต่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปืนในมือก็ดูเหมือนจะไม่มีแรงจับให้มั่น แต่เมื่อมองไปยังคนข้าง ๆ อาเธอร์เริ่มตัวสั่น ๆ มือของเขาสั่นทำให้รู้ได้เลยว่าเขาก็กลัว เช่นเดียวกับทหารคนอื่น ๆ พวกเขาต่างล้วนเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่เคยต้องคิดว่าจะต้องฆ่าใครแล้วก็ไม่รู้ว่าจะถูกฆ่าตอนไหน ในใจอิทธิก็คิดจะพูดปลุกใจเท่ ๆ แบบพระเอกในหนังแต่ไม่รู้ทำไมมันพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดคำใดออกมา

รอจนตะวันเริ่มค่อยก็ยังไม่มีวีแวว ความเคร่งเครียดก็พุ่งขึ้นใกล้แล้ว ใกล้เข้าไปทุกที่พวกเขาต่างรู้กันอยู่ในใจ แต่ก็ได้เพียงอดทนไว้ อิทธิได้แต่นั่งมองพื้นที่เขาสั่งให้คนมาขุดเอาไว้ตั้งแต่หลายวันก่อน ได้แต่นั่งนึกถึงสิ่งที่จะเกิดต่อไปและเขาจะทำอะไรต่อถ้ารอดไปจากที่นี้ได้

' ท่านให้โอกาสผมครั้งที่สองกับผม ท่านคงไม่วางแผนให้ผมมาตายอยู่ตรงนี้หรอกใช่ไหมครับ? '

คำถามต่าง ๆ นา ๆ เกิดขึ้นในใจ แต่ไม่ทันได้คำตอบ เศษดินและหินที่อยู่บนพื้นพวกมันเริ่มสั่นทำให้เขารู้แล้วว่าพวกมันมาแล้ว

" บอกให้คนของเราเตรียมพร้อม "

คำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปยังทหารทุกคน พวกเขาต่างตื่นตัวความเงียบทำให้เขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของเหล่าทหารที่อยู่ข้าง ๆ เขาเต้นดังออกมาราวกับเสียงกลองที่คอยประโคมยามศึกสงคราม

" ให้พวกเขานิ่งไว้ รอฟังคำสั่งผมเท่านั้น "

แม้จะพูดอย่างนั้นอิทธิก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาเท่าไรนัก หัวใจของเขาเต้นราวกับมันจะหลุดออกมาข้างนอกได้

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ไม่รู้จำนวนที่แน่ชัด จากรายงานที่ได้รับรู้เพียงว่าหลายพันแต่ไม่รู้ว่ากี่พันนั้นแหละเป็นปัญหาสำคัญ เมื่อไม่รู้อิทธิได้แต่ประเมินให้สูงไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท พวกเขาต่างนั่งฟังเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินผ่านหน้าพวกเขาไป แค่ฟังจากเสียงฝีเท้าก็รู้ได้เลยว่าพวกมันต่างเป็นทหารที่ได้รับการฝึกเป็นอย่างดี จังหวะการก้าวเดินเป็นหนึ่งเดียวกันจึงทำให้พื้นสั่นได้ขนาดนี้แตกต่างจากทหารของเขาลิบลับที่ยังงงแม้แต่ซ้ายหันขวาหันอยู่เลย

" พวกมันอยู่ข้างหน้าแล้วครับ เอาไงต่อดีครับ "

อาเธอร์ที่อยู่ข้าง ๆ กระซิบถามอิทธิเมื่อรู้สึกได้ว่าทหารข้าศึกอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว

" รอก่อน ๆ ให้พวกมันผ่านไปนิดนึงก่อน รอก่อน อย่าทำอะไรถ้าฉันไม่สั่ง "

ทุกคนต่างร้อนใจ แต่อิทธิจะผิดพลาดไม่ได้ เขาต้องรอโอกาสที่เหมาะสมและดีที่สุดก่อนจึงอดทนแม้มันจะรู้สึกอึดอันปานจะขาดใจก็ตาม รอจนพวกมันเดินเลยจุดที่อิทธิอยู่เล็กน้อยแล้วเขาจุงหันไปหาอาเธอร์ก่อนพยังหน้า

" เอาเลย!!!! ระเบิดไฟ!!!!! "

อาเทอร์ตะโกนสั่งดังลั่น ระเบิดไฟโมโลตอฟในมือถูกจุดด้วยคบไฟที่ถูกซ่อนเอาไว้แต่แรก

" เอานี้ไปกิน Fire in the hole ขว้างระเบิดไปแล้ว อยากพูดคำนี้มานานแล้วเว้ย "

อิทธิจุดไฟที่ระเบิดแล้วก็ลุกขึ้นขว้างระเบิดเพลิงโมโลตอฟเข้าใส่ทหารคนหนึ่ง เมื่ออิทธิให้สัญญาณคนอื่น ๆ ก็ขว้างระเบิดเพลิงโมโลตอฟเข้าใส่เหล่าข้าศึก พวกมันยังไม่ทันได้ตั้งตัวรู้ตัวอีกที่ก็เห็นแต่เปลวไฟเต็มไปหมด ถาพที่พวกเขาเห็นคือเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ ถูกขวดปาใส่แล้วก็ลุกเป็นไฟท่วมทั้งตัวได้ยินแต่เสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว

ระเบิดเพลิงโมโลตอฟทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี อิทธิไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวออกคำสั่งทันที

" พลปืนยิงได้!!!! "

คำสั่งชุดต่อไปถูกส่งต่อ เหล่าพลปืนที่รออยู่ก่อนแล้วก็เหนี่ยวไกปืนทันทีแล้วถอยหลังให้คนต่อไปขึ้นหน้ามาแทน ทำตามที่ถูกฝึกมาให้ดีที่สุดคงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดอยู่พวกเขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่าพวกเขายิงใครไป แค่เล็งปืนไปด้านหน้าแล้วเหนี่ยวไกถอยหลังไปรับปืนมาแล้วยิงต่อแค่นั้น พวกเขาแค่รู้แค่นั้น

เมื่อสั่งไปแล้วอิทธิก็ต้องเอาบ้างเขาเล็งไปที่ข้าศึก แต่ก็ต้องหยุดมองภาพที่เห็นคงเรียกว่าความโหดร้ายของสงครามจริง ๆ คนที่ร่างกายเดิดไฟลุกพยายามกลิ้งไปตามพื้นหาทางดับไฟกับบางคนที่ถูกไฟลุกท้วมตัวร้องโหยหวน บางคนที่พยายามตอบโต้กลับด้วยการพยายามยิงตอบโต้แต่ยังไม่ได้ทันทำอะไรก็ถูกกระสุนที่ไม่รู้มาจากไหนยิงเข้าใส่จนล้มลง

ชุดทหารสีแดงกางเกงสีดำ บนหัวสวมหมวกเหล็กที่มีสัญลักษณ์รูปใบหน้าของราชสีห์ที่ดูน่าเกรงขามของจักรวรรดิดาทาเนียอันเกรียงไกร แต่ครั้งนี้กับไม่น่าดูนักทหารส่วนใหญ่ถูกไฟเผา ต่อมาก็ถูกระดมยิงอย่างต่อเนื่องทหารส่วนใหญ่ได้แค่ยิงตอบโต้กลับแต่ไม่ทันได้บรรจุกระสุนใหม่อีกครั้งก็ถูกยิงล้มลงเสียแล้ว จนกระจัดกระจาย

แม่ทัพของจักรวรรดิดาทาเนียก็ไม่ง่ายขนาดนั้น ถึงจะถูกโจมตีเสียหายหนักแม่ทัพของพวกเขาก็พยายามรวบรวมกำลังพลของเขากลับมาจนได้

" จัดทัพใหม่ เร็วเข้า จัดทัพใหม่รูปขบวนจตุรัส เร็วเข้า!!! "

แม่ทัพหนุ่มดาเรน วอน อัลเบิร์ด เป็นผู้นำกองทัพมาบุกโจมตีในครั้งนี้ ต้องตกอยู่ในสถานะการไม่สู้ดีสิ่งที่เขาคิดไว้กับไม่เป็นไปตามแผนที่จะเป็นฝ่ายบุกโจมแต่ ด้วยคิดว่าชาวบ้านพวกนี้มีกำลังน้อยและคงไม่กล้าสู้กับพวกเขาตรง ๆ แต่คิดคาดเพราะชายที่ชื่อ อิทธิ ที่เขาไม่คิดจะหลบอยู่ในหมู่บ้าน กลับวางแผนซุ่มโจมตีกองทัพของดาเรน

แม่ทัพหนุ่มดาเรน พยายามรวบรวมเหล่าทหารที่กระจัดกระจายออกไปจนสำเร็จโดยจัดแนวรบทหารต่างเรียงแถวเป็นรูปขบวนจตุรัส ล้อมรอบและมีเขากับทหารคนสนิทอยู่ตรงกลาง

" ทหารอย่าไปกลัวพวกมัน ที่พวกมันต้องซุ่มโจมตีพวกเราเพราะพวกมันก็แค่ชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่มีทางที่พวกมันจะสามารถต่อกรกับพวกเราได้ เล็งไปที่แนวป่าและยิง!!! "

เมื่อเริ่มตั้งตัวได้ กองทัพดาทาเนียก็เริ่มยิงตอบโต้ ทำให้เกิดการผลัดกันยิงสวนกันไปมาแนวพลปืนสามแถวของอิทธิตอนแรกก็ดูจะมีประสิทธิภาพดีแต่เมื่อชาวบ้านบางคนถูกยิงสวนกลับมาโดนเสียชีวิต ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็เริ่มกลัวที่จะโผล่ออกไปยิงทำให้ประสิทธิภาพการยิงลดลงอย่างมาก จนแถมจะถูกยิงกด

" อย่าหยุดยิง ยิงเข้าไป พวกมันกำลังเสียเปรียบ ยิงมันเข้าไป "

เมื่อเห็นท่าไม่ดี อิทธิก็ได้แต่ต้องพยายามกระตุ้นทหารของตน ตั้งแต่เปิดฉากยิงอิทธิก็ยิงอย่างไม่หยุด โดยมีอาเธอร์ที่เป็นคนคอยบรรจุกระสุนให้จนเหงือโซมกายไปหมด

ทำให้เปิดฉากการเป็นสงครามดวลปืนของสองฝ่าย อิทธิได้เปรียบในการมีที่กำบังที่ดี ส่วนดาเรนได้เปรียบในเรื่องจำนวนและระเบียบวินัยทหารที่ดี เสียงปืนดังสนั่นลั่นไปทั่วป่ากระสุนนับร้อยนับพันปลิวว่อนไปทั่วป่า

" ท่านแม่ทัพเราถอยก่อนดีกว่าครับ พวกเราอยู่ที่แจ้งแบบนี้มีแต่เสียเปรียบ "

ดาเรนได้แต่ครุ่นคิดหนังใจ นี้เป็นงานแรกของเขาตั้งแต่เปิดศึกมาทำให้เขาได้แต่คิดหนัก แต่เมื่อเห็นว่าทหารฝ่ายตัวเองล้มตายเป็นอันมาก ก็ได้แต่จำใจต้องถอย

" เอางั้นก็ได้ ถ่ายทอดคำสั่งไปค่อย ๆ ถอยช้า ๆ อย่าให้พวกมันตามตีเราได้ "

เมื่อออกคำสั่งให้ถอย ขบวนรบจตุรัสของดาเรนก็เริ่มถอยอย่างช้า ๆ อย่างมีระเบียบ อิทธิที่ก็ยังคงไม่หยุดยิง ก็สังเกตุได้ว่าอีกฝ่ายกำลังถอยทัพ

" พวกมันกำลังถอยแล้ว สั่งคนไม่ต้องตาม "

อิทธิหยุดยิงหันไปสั่งอาเธอร์ไม่ให้คนของเขาตามตีอีกฝ่าย

" พวกมันกำลังถอยทำไมเราไม่ใช้โอากาสนี้ไล่ตีพวกมันต่อละครับ "

อาเธอร์ไม่เข้าใจอิทธิเห็นว่านี้เป็นโอกาสดี แต่อิทธิกับไม่คว้าไว้

" ไม่มีอะไรหน้ากลัวกว่าหมดจนตอกอีกแล้ว พวกมันจะยอมสู้ตาย อีกทั้งถ้าเราออกจากสนามเพราะ จะเป็นการเสี่ยงเกินไป เพราะงั้นพอแค่นี้แหละ "

อิทธิให้เหตุผลกับอาเธอร์ที่เขาจะเลือกไม่ตามตีต่อ

" แต่ฉันไม่ให้พวกมันได้กลับไปสบาย ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี กล้ามาหาเรื่องท่านอิทธิคนนี้ คงให้กลับไปโดยไม่เจ็บหนักก็คงไม่ได้ "

อิทธิพูดขึ้นพร้อมทั้งคว้าของขวัญที่เขาจะฝากให้อีกฝ่ายเก็บเอาไว้จนวันตาย โมโลตอฟคู่ใจนั้นเอง

" ยืนเรียงกันแบบนี้แหละดีเลย จะได้ไม่พลาดเป้า "

" ระเบิดเพลิง!!! ของขวัญส่งแขก แล้วอย่ากลับมาอีกนะเว้ย "

อิทธิขว้างระเบิดไฟเข้าใส่กองทหารที่ยืนเรียกกันที่กำลังค่อย ๆ ถอนกำลังออกไป ระเบิดเพลิงโมโลตอฟได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง เมื่อทหารเห็นอิทธิโจมตีด้วยระเบิดเพลิงก็ทำตาม ๆ โยนระเบิดเพลิงเข้าใส่กองทหารข้าศึกจนแตกกระจายถอยหนีไปอย่างทุลักทุเล แตกกระจายถอยหนีอย่างไม่มีรูปขบวน

" ไปบอกพวกเราทุกคน พวกเราชนะแล้ว "

มีแต่เสียงเฮด้วยความดีใจ กองทัพดาทาเนียถอยหนีไปทิ้งไว้เพียงซากศพมากมายไว้บนถนน หลังจากข้าศึกทอดกำลังไปสักพักอิทธิก็ยังไม่วางใจให้คนของเขาติดตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เพื่อพวกมันวกกลับมาตลบหลัง แต่พอไม่มีท่าที่จะกลับมาเขาก็ให้คนของเขาลงไปเคลียร์ถนน อิทธิและอาเธอร์ก็ตามลงไปดู

" พวกเราเสียไปเท่าไร "

เมื่อเจอกับลุงสมิทที่เดินตรงมาหาเขา

" ฝั่งผมประมาณ สี่สิบคนครับ เจ็บอีกเท่านึง "

" แล้วฝั่งเราละ "

อิทธิหันไปถามอาเธอร์บ้าง

" ตายและเจ็บน้อบกว่า ตาย สิบห้า เจ็บสามสิบกว่าคน รวมแล้วตายเก้าสิบห้าคน เจ็บร่วมร้อย "

ผลสรุปของสงครามแม้จะดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับอีกฝ่ายแต่อิทธิก็ไม่ยินดีกับมันเลย

" จากที่ดูข้าศึกน่าจะตายไม่น้อยกว่าห้าร้อย เจ็บอีกคงเป็นพัน "

เมื่อมองจากปริมาณศพที่นอนเกลื่อนไปตลอดทาง อิทธิก็ได้แต่พะอืดพะอมอยากจะอ้วกให้ได้ ก่อนเข้าจะสั่งให้พวกเขาไปทำหน้าที่ของตนต่อ

" ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงพวกนักหนังสือพิมพ์ละก็คงจะเป็นข่าวใหญ่หน้าดู พวกเราคงจะได้ออกข่าวกันหมด "

" นั้นสิ น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าเรารบกันที่นี้ แถมจัดการกองทัพจักรวรรดิซะจนอยู่หมัด เสียดายจริง ๆ "

เมื่อสงครามจบลงคนที่รอดชีวิตต่างเบิกบานใจ คนเจ็บถูกย้ายกลับไปในหมู่บ้านก่อน เหลือเพียงคนที่ไม่เป็นอะไรต้องคอยเคลียร์ถนน

" นี้ ๆ พวกนายพูดถึงหนังสือพิมพ์อย่างนั้นหรอ ? "

ตอนแรกนึกว่าเขาหูฝาด แต่ดูเหมือนพวกเขาจะคุยกันเรื่องหนังสือพิมพ์จริง ๆ ทหารสองนายที่เดินอิทธิก็ตกใจยืนตัวตรงแล้วทำความเคารพ

" เออ...ครับพวกผมแค่คิดว่าถ้าพวกเราเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกนักหนังสือพิมพ์พวกเราคงดังเป็นพุแตกแน่เลยนะครับ "

หลังจากได้คุยทำให้อิทธิได้รู้ว่า อาณาจักรที่เขาอยู่นี้มีหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ เช่น หนังสือพิมพ์ประชาชนรายวัน หนังสือพิมพ์กุงเบิร์กนิวและอีกหลายฉบับอยู่ทำให้อิทธิปิ๊งไอเดียขึ้นมา

" แล้ว ที่นี้มีกล้องถ่ายรูปไหม "

เมื่อรู้ว่ามีหนังสือพิมพ์แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะมีกล้องถ่ายรูปด้วยไหม

" กล้อง..กล้องถ่ายรูปหรือครับ? มันคืออะไรหรอ "

ดูถ้าจะไม่มี

" แล้วในหนังสือพิมพ์มีการลงรูปไหม แบบรูปภาพในหนังสือพิมพ์นะ "

" อ๋อ มีครับแต่ส่วนใหญ๋จะเป็นภาพวาดของนักวาดในเมืองใหญ่นะครับ "

ไม่มีรูปถ่ายใช้การวาดรูปลงไปแทน ทำให้อิทธิคิดจะเอาเรื่องการรบที่นี้ไปลงในหนังสือพิมพ์เพื่อให้ทุกคนรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะได้ส่งกำลังมาช่วยได้ เขาจริงได้ไปหาอาเธอร์ให้ตามหาช่างวาดภาพให้มาวาดภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วส่งเรื่องไปให้หนังสือพิมพ์สำนักต่าง ๆ อาเธอณ์จึงรับคำแล้วตามหาช่างวาดรูปมาจัดการตามที่อิทธิสั่ง

" อาเธอร์จัดการให้เรียบร้อยละ ฉันของตัวไปนอนพักก่อนละ หลายวันมานี้นอนไม่ค่อยหลับเลย ดูท่าวันนี้จะได้นอนหลับจริง ๆ ซะที "

อิทธิขอตัวลาไปนอน ปล่อยให้คนอื่น ๆ จัดการเคลียร์งานของตนต่อไป

" คนอาเธอร์ครับ ผมวาดภาพเสร็จแล้ว จะให้ผมเพิ่มเติมอะไรลงไปไหมครับ "

ช่างวาดรูปเอารูปที่วาดเสร็จแล้วเดินมาให้อาเธอร์ก่อน

" ผมว่ามันยังขาด ๆ อะไรไปนะครับ "

ภาพของถนนที่เต็มไปด้วยศพทหารดาทาเนียเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เป็นภาพที่ดูน่ากลัวไปน้อย แต่อาเธอร์ก็รู้สึกเหมือนมันขาดบางสิ่งบางอย่างไป ก่อนจะปิ๊งไอเดียให้ช่างวาดรูปเติมบางอย่างลงไปเมื่อเสร็จแล้วจึงได้เขียนบนความและส่งพร้อมกับรูปไปให้สำนักพิมพ์หลายแห่ง

 

...........

เมืองหลวงอาณาจักรซาเฟีย, คลอนซาโดรว่า, สำนักพิมพ์ประชาชนรายวัน

 

" หัวหน้าบรรณาธิการครับ มีข่าวด่วนส่งมาครับ "

สำนักพิมพ์ประชาชนรายวันเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรซาเฟียก็ว่าได้ พวกเราลงข่าวแถบทุกเรื่อง มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วทั้งอาณาจักรก็ว่าได้

" ข่าวอะไรกัน ถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น ตอนนี้มีแต่ข่าวสงครามเต็มไปหมด "

ชายอ้วนฉุที่นั่งอยู่บนเก้าอีกก็คือหัวหน้าบรรณาธิการ ชาร์ลไรย์ นับเป็นคนที่ทรงอำนาจไม่น้อยในอาณาจักรนี้ ด้วยการที่เขาเป็นคนที่ควบคุมสื่อส่วนใหญ่ไว้ในมือ

" นี้ครับ ข่าวพึ่งมาถึงวันนี้เลยครับ "

ชาร์ลไรย์รับมาแล้วมันเป็นภาพวาดกับบทความที่ถูกเขียนมาบนกระดาษด้วยลายมือหวัด ๆ แน่นอนย่อมเป็นข่าวของอิทธิในการลมที่หมู่บ้านชายแดน เมื่ออ่านรายละเอียดชาร์ลไรย์ก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงาน พาร่างที่อ้วนของเขาแทรงผ่านผู้คนในสำนักงานข่าวของเขา

" นายใช่ไหมที่ดูแลข่าวสงครามอยู่ "

ชาร์ลไรย์เดินมาที่โต๊ะของนั่งข่าวคนหนึ่งที่กำลังเขียนข่าวอยู่ ทำให้คนอื่นต่างมองที่เขาทั้งสำนักงาน

" กำลังเขียนข่าวอะไรอยู่ "

" อ๋อ..ครับ เป็นข่าวการถอนกำลังจากชายแดนเหนือและตะวันออกนะครับ "

" ทิ้งทั้นไปให้หมด เอาข่าวนี้ก่อน "

ชาร์ลไรย์เอาข่าวที่เข้าพึ่งได้รับ วางลงตรงหน้าของนั่งข่าวคนนั้นและเอากระดาษที่เขากำลังเขียนอยู้ฉีกทิ้ง ทำเอาคนทั้งสำนักงานต่างตกตะลึง

" ฟังและเตรียมเขียน เราจะพาดหัวข่าวเอาใหญ่ ๆ เลยข่าวนี้เราจะเล่นเต็มหน้าแรกเลย "

สิ่งที่ชาร์ลไรย์พูดทำเอาคนในสำนักงานได้แต่ตกใจ ว่าข่าวอะไรถึงได้สิทธิ์ลงหน้าแรกทั้งหน้า พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

" ทหารกล้าที่รอบจากการปะทัครั้งแรก กลับมาแก้แค้นจักรวรรดินำชาวบ้านต่อสู้กับกองทัพดาทาเนียที่หมู่บ้านชายแดน บดขยี้กองทัพข้าศึกด้วยคนเพียงสี่ร้อยคน เป็นไงแบบนี้ดีไหมพาดหัวข่าวตัวใหญ่ ๆ ไปเลย "

" ประเทศเราตอนนี้ตองการวีรบุรุษ นี้ละเราจะสร้างเขาให้เป็นวีรบุรุษ คนทั้งประเทศจะติดตามข่าวของเขา นี้ละ "

ไม่รู้ชาร์ลไรย์มองเห็นอะไร ถึงได้มั่นใจในการจะสร้างอิทธิให้การเป็นวีรบุรุษขึ้นมา

" นายต้องเขียนข่าวนี้ เราจะพิมพ์ทันทีและกระจายมันไปทั่วประเทศ เร็วเข้าต้อนรับการมาของวีรบุรุษของชาติหน่อยเร็ว "

และวันต่อมาหนังสือพิมพ์ทุกฉบับของอาณาจักรต่างมีภาพวาดถนนที่เกลื่อนไปด้วยศพทหารดาทาเนียและชายหนุ่มในชุดทหารซาเฟีย ถือปืนยืนอยู่ท่ามกลางศพทหาร เป็นใครไปไม่ได้นอกจากอิทธิซึ่งเป็นการเพิ่มเติมของอาเธอร์ที่ต้องการให้ช่างวาดรูปเติมอิทธิลงไป

ในชั่วข้ามคืนอิทธิการเป็นคนที่ดังที่สุดและถูกพูดถึงมากที่สุดในอาณาจักรซาเฟียไปแล้ว

 

 

 

_______________________________________________________

 

 

แนะนำและติชมกันได้เลยนะครับ

ตรงส่วนไหนไม่ดีหรือไม่เหมาะสมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 305 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #183 Anime master (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:57

    ทำไมผู้แต่งเข้ามาฝากนิยายในกระทู้วิจารณ์สำหรับมือใหม่มากล่ะคะ จากที่อ่านมาคิดว่าระดับนี้ไม่น่าเรียกว่ามือใหม่มากแล้วนะคะ^^” แต่ก็จะวิจารณ์ให้ค่ะ ในระดับที่ไม่เหมือนกับวิจารณ์ให้กับนักเขียนมือใหม่มากทั่วไปเช่นกัน



    ในเรื่องของเทคนิคการบรรยาย ผู้แต่งทำออกมาได้ดี โดยบรรยายได้อย่างกระชับและเห็นภาพ เข้าใจง่าย แต่ยังมีในส่วนของการบรรยายสถานที่ ที่ยังอธิบายไว้สั้นเกินไป แจกแจงได้ไม่ชัดเจนพอ เช่น ป่าไม้ หมู่บ้าน หรือแม้แต่สนามรบที่เราอ่านแล้วรู้สึกว่ามันยังไม่น่าสะพรึงกลัวมากพอ ฟิลมันต้องแบบเฮ้ยย! นี่สนามรบนะ! มากกว่านี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่ออารมณ์ร่วมของผู้อ่านด้วยเช่นกัน แต่ว่าการบรรยายแบบกระชับๆที่ผู้แต่งทำนั้นไม่ใช่ว่าไม่ดี ข้อดีคือมันทำให้ดำเนินเรื่องไปส่วนอื่นได้อย่างรวดเร็ว ไม่เสียจังหวะ แต่คิดว่าถ้าผู้แต่งมีความสามารถมากพอจะสามารถแก้ไขให้บรรยายสถานที่ได้กระชับและละเอียดชัดเจนได้เช่นกัน ซึ่งอาจต้องเพิ่มมาสักสถานที่ละ 1-2 ประโยค นั่นอาจจะพอดี และไม่มากเกินไปที่จะทำให้เสียจังหวะ



    และเรื่องการบรรยายโดยรวม เรื่องนี้จะใช้การบรรยายแบบมุมมองจากบุคคลที่ 3 แต่ว่าเนื้อเรื่องและการบรรยายต่างๆจะออกจากตัวพระเอกซะส่วนใหญ่ มุมมองเรื่องราวต่างๆในเรื่องมักหมุนรอบตัวพระเอก ไม่ค่อยมีบรรยายในมุมมองของตัวละครประกอบอื่นๆ ซึ่งเราคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ควรเปลี่ยนไปใช้มุมมองบุคคลที่ 1 แทนซะยังดีกว่า ดึงให้คนอ่านรู้สึกว่าเป็นตัวเอกไปเลย อันนี้แล้วแต่ ดุลยพินิจของผู้แต่งว่าอาจจะบรรยายจากมุมตัวประกอบบ้างแทนก็ได้ ผู้อ่านก็จะรู้สึกใกล้ชิดกับทุกตัวละครในนิยาย ทำให้รู้สึกเป็นคนๆหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นๆด้วยแทน แต่ก็สามารถบรรยายโดยใช้มุมมองผสม 1 กับ 3 เลยก็ได้ ก็เป็นเทคนิคขั้นสูงนิดนึงว่าจะหาจังหวะไหนสลับมุมมองกันได้ แล้วลงตัว



    ในเรื่องของความสนุก ถ้าสมมติว่านิยายเรื่องนี้เป็นหนังสือตีพิมพ์เล่มหนึ่ง เราจะยอมเสียตังซื้อหรือไม่

    คำตอบคือ ถ้ามีห่อใสหุ้มไว้ ทำให้เราอ่านได้เเต่เรื่องย่อด้านหลัง เราคงซื้อ แต่ถ้าได้ลองอ่านข้างในไปหน่อยนึงแล้ว อาจจะไม่ซื้อ



    ต้องบอกก่อนว่านิยายเรื่องนี้สนุกแน่นอน เชิญผู้แต่งภูมิใจได้เลย ว่านิยายของคุณเป็นนิยายที่ดีในระดับหนึ่งแล้ว พล็อตเรื่องในภาพรวมก็น่าสนใจมากกก ในตอนแรกที่พระเอกจัดการกับทหาร 2 คนที่ตามจับได้แล้ว เรานี่ตื่นเต้นมากว่าพระเอกจะทำอะไรต่อไป นับเป็นการเปิดเรื่องที่ดีมาก แต่พอเข้าไปร่วมกับพวกชาวบ้าน เรารู้สึกว่าความตื่นเต้นมันแผ่วลงทันที ที่จริงแล้วเนื้อเรื่องก็มีความสมเหตุสมผล พระเอกก็ตัดสินใจได้ฉลาดดี แต่ต้องยอมรับว่านิยายที่ฮอตฮิตในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะมีตัวเอกที่พัฒนาเร็วเวอร์ ไม่ก็เก่งเวอร์ แล้วก็พาตัวเองไปในสถานการณ์ที่ตื่นเต้นอยู่เสมอ ซึ่งช่วงแรกของนิยายสำคัญมาก คุณจะตรึงใจผู้อ่านได้มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับส่วนนี้นิยายบางเรื่องจึงเลือกใช้เทคนิคที่ขึ้นด้วยจุดพีคของเรื่องก่อน แล้วค่อยกลับมากล่าวย้อนหลัง หวังว่าผู้แต่งจะสามารถพัฒนาให้เรื่องตื่นเต้น และมีความสมเหตุสมผลด้วยได้



    ทั้งหลายเหล่านี้ก็เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งแต่ละคนก็มองแตกต่างกัน แล้วเราก็พึ่งอ่านมาถึงตอนนี้แหละค่ะ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ฝากให้วิจารณ์อีก ต้องขอโทษด้วยนะคะ มันอาจจะตื้นเขินเกินไปที่จะวิจารณ์อะไรได้ สรุปว่าเป็นนิยายที่สนุกค่ะ ไว้ว่างแล้วจะกลับมาอ่านต่อนะคะ แต่ถ้าสนุกมากจริงๆเราคงอ่านจนจบเดี๋ยวนี้


    สุดท้ายนี้ก็ขอให้ผู้แต่งสร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบนี้ต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ

    #183
    1
    • #183-1 TimeStory(จากตอนที่ 5)
      26 มกราคม 2563 / 21:40
      คอมเม้นชัดเจน พอลองนึกภาพกลับไปดูช่วงต้น ใช้เลย ลุ้นมาก
      #183-1
  2. #7 Bright Pirapon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 17:23
    ตามจริง​คนยิงปืนคาบศิลาจะพกดินปืนกับตัวแล้วถ้าโดนโมโลทอฟจะทำให้เกิดระเบิด
    #7
    2
    • #7-1 ZONEise(จากตอนที่ 5)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 17:44
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
      #7-1
    • #7-2 ฉันคือแมวเจ้าสเน่ห์(จากตอนที่ 5)
      4 มกราคม 2563 / 00:56
      สนุกโว้ยยยย
      #7-2