พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 44 : งานเลี้ยงต้อนรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    31 ม.ค. 63

หลังจากได้นอนไป ชั่วโมงสองชั่วโมงอิทธิก็ถูกปลุกให้ตื่น หลัง ๆ มานี้เขานอนหลับไม่สนิทมักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาบ่อย ๆ ทำให้เขาง่วงนอนอยู่ตลอด แต่เมื่อเซอร์คอนราดปลุกให้อิทธิไปอาบน้ำแต่งตัวเขาก็ลุกขึ้นอย่างสะลึมสะลือไปจัดการตัวเอง จนตกเย็นทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังพระราชวังอีกครั้ง

ถนนสองข้างทางจุดโคมไฟทอดยาวจากฟากหนึ่งสู่อีกฟาก เมื่อรถม้ามาถึงหน้าพระราชวัง มีรถม้ามากมายจอดเรียงรายอยู่ทั้งหมดจึงเดินเข้าไปข้างใน ทหารยามมากมายยืนล้อมรอบพระราชวังค่อยรักษาความปลอดภัย พวกเขายืนรออยู่ที่ด้านหน้าจนมีคนมาพาพวกเขาไปยังห้องอาหารมีโต๊ะวางเรียงรายรองรับคนได้นับร้อย อิทธิและคนอื่น ๆ ถูกพามาให้นั่งที่โต๊ะด้านหน้าเลยทำเอาขุนนางที่นั่งอยู่ก่อนต่างมองมาที่พวกเขา

โดยมีเซอร์คอนราดนั่งอยู่ในสุดใกล้กับโต๊ะของราชวงศ์ เอริก เซบัสเตียนและก็อิทธิตามลำดับ ทำให้อิทธิเป็นคนที่อยู่ห่างที่สุด อาหารถูกนำมาว่างตรงหน้ามากมายหลายอย่างทั้งเนื้อสัตว์ ผลไม้และของหวาน เครื่องดื่มถูกรินลงในแก้วทุกใบ แต่กับไม่มีใครแตะอาหารหรือเครื่องดื่มเลย อิทธิได้แต่นั่งอดทน ปล่อยให้ท้องค่อย ๆ ร้องออกมาเขาต้องนั้นอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง คนอื่น ๆ ก็พูดคุยกันไปดูไม่มีท่าทีว่าจะหิวหรืออะไร

รอจนกระทั้งจักรพรรดิเดินเข้ามา ทั้งหมดก็ลุกขึ้นยืน ตามมาด้วยเจ้าชายและเจ้าหญิงอีกสองพระนาง ทำให้โต๊ะของราชวงศ์มีถึง 7 คน จักรพรรดิ ราชินี เจ้าชาย 3 พระองค์และเจ้าหญิงอีก 2 พระนาง เมื่อจักรพรรดินั่งลงเรียบร้อย เหล่าขุนนางก็ค่อยนั่งลงตาม แต่ก็ยังไม่มีใครเริ่มทานอาหาร อิทธิได้แต่น่าหงิกด้วยความหิว

"เอาละงานเลี้ยงวันนี้เราจัดขึ้นเพื่อต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรซาร์เฟียและอาณาจักรอื่น ๆ ด้วยแต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเราจะประกาศ นั้นอีก 2 วันจะตรงกับวันแรกเข้าฤดูใบไม้ร่วงเทศกาลคานุสจะถูกจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับองค์เทพี ในวันนั้นเราจะลงนามในสนธิสัญญาสงบศึกระหว่างเรา ซาร์เฟียและจักรวรรดิดาทาเนียจะเป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง" องค์จักรพรรดิประกาศกร้าวสิ้นคำประกาศเหล่าขุนนางต่างโห่ร้องออกมาทั้งยังสรรเสริญองค์จักรพรรดิ

รวมถึงกลุ่มของอิทธิ เซอร์คอนราดลุกขึ้นกล่าวสรรเสริญองค์จักรพรรดิยกใหญ่ ก่อนที่ทั้งหมดจะยกเครื่องดื่มขึ้นเพื่อดื่มฉลองกับความสัมพันธ์ของสองอาณาจักร

"รออะไรละ เริ่มงานเลี้ยงได้ ดนตรี" หลังสิ้นคำขององค์จักรพรรดิ การเลี้ยงก็ถูกเริ่มขึ้น ดนตรี เสียงเพลงและกายกรรม เหล่าขุนนางต่างดื่มกินสนุกสนาน อิทธิที่ได้ยินว่างานเริ่ม เขาก็ทยอยยัดอาหารบนโต๊ะแทบทุกชนิดเข้าปาก มีทั้งที่อร่อยและไม่อร่อย อิทธิไม่แม้แต่จะเกรงใจ เขาหยิบนู้นหยิบนี้กินอย่างเอร็ดอร่อย จนคนรอบ ๆ ต่างจ้องมองมาที่อิทธิ ส่วนคนอื่น ๆ เอริกกับเซบัสเตียนต่างดื่มกินทั้งพูดคุยกับเหล่าสาว ๆ ในงาน ส่วนเซอร์คอนราดกลับลุกจากที่นั่งไปสนทนากับองค์จักรพรรดิเสียแล้ว

ดูเหมือนงานเลี้ยงนี้จะไม่มีอะไร อิทธิก็เลิกระมัดระวังตัว ดื่มกินและสนุกไปกับงานเลี้ยง

"ท่าน ท่าน ท่านคือชาร์ล ลี เบอแกรนคนนั้นใช่ไหม?" เป็นขุนนางชายคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิดที่หัวไหล่ของอิทธิ เมื่อเขาหันไปก็เห็นเป็นขุนนางจากที่อื่นไม่ใช้ขุนนางของจักรวรรดิ ด้วยเครื่องแต่งกายที่ดูแตกต่างไป

"ท่านไปเป็นใครกัน?" อิทธิถามกลับทันทีหลังจากเอาน่องไก่ออกจากปาก

"อ๋อ ขอประทานอภัย ข้าคือวาเลเมีย อัลฟีสแห่งสโกล์ย่า เป็นทูตเหมือนกับพวกท่าน" เขาแนะนำตัวอย่างนอบน้อม อิทธิเห็นว่าอีกฝ่ายนอบน้อมกับเขา อิทธิจึงวางน่องไก่ในมือลง เช็ดมือกับกางเกงและลุกขึ้นทำความเคารพกลับไป

"ข้า เออ..ชาร์ล ลี เบอแกรนแห่ง..โควาส ไม่สิต้องซาร์เฟียถึงจะถูก ใช่ไหม" อิทธิพยายามแนะนำตัวแบบเป็นทางการแต่ก็ดูตะกุกตะกักเล็กน้อย ทำให้วาเลเมียหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ก็พูดขึ้น

"ท่านช่างเป็นคนที่ตลกนัก ตอนที่ข้าอยู่นี้ ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านมากมายนัก ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอตัวจริงเร็วขนาดนี้" วาเลเมียพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น อิทธิจึงได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา ข่าวลือของเขาในแดนศัตรูมันคงไม่ดีเท่าไรเป็นแน่ วาเลเมียเป็นคนคุยสนุก ทั้งยังคุยเก่ง ทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่พักหนึ่งอิทธิก็ชิงพูดขึ้นมา

"ดูท่าเราคงได้คุยกันยาว เชิญท่านนั่งลงข้าง ๆ ข้านี้ดีไหม เราจะได้คุยไป กินไปด้วย" อิทธิเชิญนั่งทั้งคู่นั่งคุยกันไปตลอดคืน แต่โดยส่วนใหญ่เป็นวาเลเมียที่เป็นคนพูด ส่วนอิทธิเป็นคนกิน นาน ๆ ครั้งอิทธิจะได้พูดขึ้นซึ่งส่วนใหญ๋จะเป็น

"ท่านช่วยส่งจานนั้นมาให้ข้าหน่อยได้ไหม" เสียมากกว่า แต่การได้นั่งฟังวาเลเมียจ่อไม่หยุดก็ทำให้เขาได้รู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องการเมืองในจักรวรรดิ เรื่องราวของอาณาจักสโกล์ย่าที่ปกครองโดยกษัตริย์เอลมินลาน ผู้ปกครองแห่งสโกล์ย่าได้เพียงไม่นาน สโกล์ย่าเป็นอาณาจักรไม่ได้ใหญ่โตมากนักอยู่ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรซาร์เฟียที่อิทธิอยู่ สโกล์ย่ามั่งคั่งไปด้วยเพชรพลอย ด้วยติดกับภูเขาหลายลูก ภายในภูเขาเต็มไปด้วนสายแร่มากมาย ทำให้อาณาจักรสโกล์ย่ามั่งคั่งไปด้วยเพชรพลอยและเรื่องอื่น ๆ อีกมาก

งานเลี้ยงดำเนินไปจนค่อนคืน อิทธิอิ่มจนกินไม่ไหวแล้ว ได้แต่นั่งฟังวาเลเมียเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ต่างเมาจนล้มพับไปก็ไม่น้อย ที่โต๊ะของราชวงศ์ก็เหลือเพียงองค์จักรพรรดิและเจ้าชายไรเกอร์ที่ยังนั่งอยู่ ราชินีและเจ้าหญิงต่างพากันออกไประหว่างงาน ส่วนเจ้าชายทั้งสองเห็นว่าควงหญิงออกไปสักพักแล้วเช่นกัน เหลือเพียงเจ้าชายไรเกอร์ที่นั่งดื่มไวน์อยู่เงียบ ๆ คนเดียว ส่วนองค์จักรพรรดิก็มีอาการมึนเมา พร้อมทั้งพูดคุยดื่มกินไปกับเซอร์คอนราด มาโดยตลอดตั้งแต่งานเริ่ม

หลังจากนั้นไม่นานองค์จักรพรรดิก็เดินออกจากงานไปพร้อมกับเซอร์คอนราด โดยมีเจ้าชายไรเกอร์ยังคงนั่งดื่มอยู่คนเดียว อิทธิที่เห็นคนค่อย ๆ ทยอยกันกลับก็เห็นว่าดึกแล้วตัวเองก็เริ่มง่วงแล้ว จึงขอตัวอำลาวาเลเมียไปก่อน

"ถ้าท่านมีโอกาสได้ไปที่สโกล์ย่า อย่าลืมแวะไปหาข้าด้วยละ" วาเลเมียพูดทิ้งท่ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป อิทธิจึงเดินเข้าไปปลุกเเอริกและเซบัสเตียนที่เมาหลับไปสักพักแล้ว ใช้เวลาอยู่นานก็จะลากทั้งคู่ขึ้นรถม้ากลับมาที่บ้านพักได้หลักจากนั่งรอเซอร์คอนราดอยู่หลายชั่วโมงแต่ก็ยังไม่กลับมา จึงพาทั้งคู่กลับมาที่บ้านพักแล้วให้คนพาขึ้นไปนอน อิทธินั่งพักอยู่ที่โซฟาคิดเอาไว้ว่าจะกลับไปรับเซอร์คอนราดอีกรอบ แต่ใจหนึ่งก็คิดจะปล่อยไป เซอร์คอนราดคงหาทางกลับมาเองได้ แต่ก็เป็นกังวลอยู่ไม่น้อย อิทธิจึงทิ้งตัวลงนอนที่โซฟารอให้เวลาผ่านไปอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วค่อยนั่งรถม้ากลับไปรับเซอร์คอนราดกลับมา

"ดื่มกับจักรพรรดิมาตลอดทั้งคืนป่านนี้เมาแอ๋ ไปไหนต่อไหนแล้วมั้ง" อิทธิบ่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะลุกเดินออกมาก็เห็นรถม้าจอดอยู่ แต่เมื่อเดินเข้าไปกับไม่เห็นคนขับ หลังมองหาอยู่พักใหญ่ก็ไม่เจอ เห็นแต่ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู อิทธิจึงเดินไปถาม

"นี้ คุณเห็นคนขับรถม้าหรือป่าว?" คำตอบที่เขาได้มาก็ทำให้อิทธิต้องเกาหัวด้วยความเซงในอารมณ์ไม่น้อย

"อ๋อ ครับเห็นเขาบอกว่าไปทำธุระ คงจะกลับมาพรุ่งนี้ตอนเช้านั้นหล่ะครับ" คนขับรถม้าหนีไปข้างนอกซะงั้นอิทธิจึงได้แต่ครุ่นคิด ใจหนึ่งก็ไม่อยากไปแล้ว แต่ทิ้งให้คนแก่อยู่คนเดียวก็ไม่ได้ อิทธิคิดไปคิดมาจึงถามทหารว่าทางไปพระราชวังนี้ต้องเดินไปเส้นไหน ทหารจึงตอบกลับว่าให้เดินไปตามถนนหลักที่มีโคมไฟถูกจุดเดินบนเส้นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงพระราชวัง

อิทธิขอบคุณและค่อย ๆ เดินไปตามถนนเรื่อย ๆ แสงจันทร์ค่อยส่องนำทางให้ สายลมพัดผ่านทำให้รู้สึกเย็นสบาย ต้นไม้ใบหญ้าข้างทางพัดปลิวเกิดเป็นเสียงราวกับดนตรีจากธรรมชาติ ทำให้อิทธิรู้สึกว่าก็ดีที่ได้ออกมาเดินเล่น อิทธิเดินอยู่สักพักก็บ้านเรือนสองข้างทางก็ค่อย ๆ ดับไฟลง ชาวบ้านต่างเข้าบ้านของตัวเอง ทำให้้ผู้คนบางตายิ่ง และยิ่งเดินคนก็ยิ่งน้อยจนกระทั้งเหลือเพียงอิทธิคนเดียวบนถนน แต่อิทธิก็เดินไปไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งมองเห็นพระราชวังอยู่เฉียงออกไป ทำให้อิทธิรู้ว่าถ้าเดินไปตามถนนเส้นนี้มันจะอ้อมไปไกลอยู่ไม่น้อยเลย ทำให้เขาเริ่มลังเลใจว่าจะเดินไปตามถนนหรือเดินตัดบ้านเรือนไปดี อิทธิลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนตัดสินใจเดินลัดเลาะไปตามบ้านเรือนตรงไปที่พระราชวังแทน

อิทธิค่อย ๆ ลัดไปตามซอยที่ขนาไม่เล็กไม่ใหญ่ มีตัวอาคารอยู่ทั้งสองฝั่งทำได้เพียงเดินหน้าหรือถอยหลัง โชคดีที่พระราชวังมีขนาดใหญ่โตและอยู่สูงขึ้นไป ทำให้มองเห็นอยู่เสมอ อิทธิจึงค่อย ๆ เดินลัดไปตามซอยต่าง ๆ ตรงไปยังพระราชวัง

ยิ่งเดิน บรรยากาศก็ยิ่งมืดลง อิทธิได้แต่เดินผิวปากไปเป็นเพลงอย่างชิว ๆ โดยไม่หวาดกลัวเลยว่าจะมีโจรเพราะอิทธิไม่โง่พอที่จะมาตัวเปล่าเขาเอาเข็มขัดที่เหน็บดาบและปืนมาด้วย โดยกลับขึ้นไปเอาตอนก่อนจะถามทางทหารแล้วเดินออกมา

อิทธิเดินอยู่พักใหญ่จนใกล้จะถึงตัวพระราชวัง อิทธิจึงเร่งฝีเท้าหวังให้ทะลุซอยออกไปให้เร็วไว แต่อยู่ ๆ เขาก็ต้องหยุดฝีเท้าลงก่อนจะพูดขึ้น

"เซอร์คอนราด มาทำอะไรแถวนี้" เป็นคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของซอยตรงหน้าอิทธิ ตอนแรกเขามองไม่เห็นว่าเป็นใครแต่เมื่อแสงจันทร์ผ่านพ้นการบดบังโดยก้อนเมฆทำให้เขาเห็นว่าเป็นเซอร์คอนราดที่กำลังเดินตรงมาหาอิทธิ ทำให้เขาตกใจไม่น้อยและดูเหมือนเซอร์คอนราดก็ตกใจที่เห็นอิทธิเช่นกัน

"ชาร์ล คุณชาร์ลงั้นหรอ? คุณมาทำอะไรที่นี้ละ ไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงงั้นหรอ?" เซอร์คอนราดพูดขึ้นอย่างแปลกใจเขาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของซอยแคบ ๆ นี้ อิทธิได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจ

"พอดีเอริกกับเซบัสเตียนเมาหลับไปผมเลยพาพวกเขากลับไปพักก่อน แล้วจึงเดินกลับมาวังจะกลับไปรับคุณนะ แต่คุณออกมาทำอะไรแถวนี้กันครับ" อิทธิอธิบายออกไป พร้อมทั้งยังสงสัยจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปหา เซอร์คอนราดที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาแล้วค่อย ๆ เดินเขาหาอิทธิเช่นกัน

"โอ้...พอดีฉันไม่ได้แวะเข้าไปดูในงานเลี้ยงนะ เลยไม่รู้ว่าพวกเธอกลับกันไปแล้ว พอดี...เห็นรถม้าไม่ได้จอดอยู่แล้วเลยคิดจะเดินกลับที่พักแทน" เซอร์คอนราดตอบกับอย่างเชื่องช้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เมื่ออิทธิได้ฟังเขาก็ยิ่งงุงงงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

"เธอนี้ช่างมีน้ำใจจริง ๆ กลับมารับคนแก่อย่างข้าด้วย" เซอร์คอนราดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ทั้งคู่เดินมาถึงตรงกลางซอยหยุดยืนมองซึ่งกันและกัน อิทธิจึงพูดออกมาก่อน

"ผมละแปลกใจที่ท่านคิดจะเดินกลับที่พัก ขนาดผมเดินมายังรู้สึกเลยว่าเหนื่อยและไกลมาก แต่ท่านกับดูไม่ได้กังวลอะไร" คำพูดของอิทธิทำให้เซอร์คอนราดนิ่งไปสักพักก่อนที่เข้าจะพูดขึ้น

"แค่นี้เอง สมัยก่อนข้าละแข็งแรงมาก ถึงแก่ขึ้นมานิดหน่อย ใช่ว่าจะทำไม่ได้สักหน่อย" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่อิทธิดูจะไม่ได้ขำไปกับเขาแต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมากมาย จึงหลีกทางเปลี่ยนมาเดินข้าง ๆ กลับไปทางเดิมแทน

"ข้าว่าท่านน่าจะพักอยู่ที่วังก่อนแล้วค่อยกลับ คนขับรถม้าของเราหนีไปพักกลับมาอีกที่ก็ตอนเช้านู้น" อิทธิพูดบ่นออกมา ทำให้เซอร์คอนราดยิ้มและตอบอิทธิกลับ

"แต่เจ้าก็ยังเดินมารับข้าถึงนี้" อิทธิจังยักไหล่ก่อนจะตอบกลับไป

"ผมก็ไม่ได้อยากทิ้งคนแก่ไว้คนเดียว ทั้งด้วยที่นี้ก็ดูไม่ได้จะเป็นมิตรกับเราเท่าไหร่นัก" อิทธิอธิบายออกมา เซอร์คอนราดจึงตบไปที่หลังของอิทธิเบา ๆ แล้ววางมือบนไหล่ของอิทธิค่อย ๆ เดินไปคู่กัน

"จริงสิ ข้าเห็นท่านหายไปกับองค์จักรพรรดิ คุยอะไรกันงั้นหรอ?" อิทธิถามขึ้นมาก็ทำให้เซอร์คอนราดนิ่งไปวูบหนึ่ง ก่อนจะตอบอิทธิ

"ไม่มีอะไรหรอก เรื่องมันยาว" แต่อิทธิก็ดูเหมือนจะอยากรู้มาก

"กว่าจะเดินกลับถึงที่พัก ไม่แน่อาจจะถึงเช้าเลยก็ได้ เวลาให้เล่าเรื่องเหลือเฟือ" อิทธิคะยั้นคะยอเซอร์คอนราดให้เล่า เขาจึงต้องยอมเล่าให้อิทธิฟัง

"ก็ไม่มีอะไรเราพูดคุยถึงเรื่องเก่า ๆ สมัยก่อนนู้นเมื่อ 30 ปีก่อน อีกทั้งยังไปเล่นเดินหมากกับพระองค์และก็คุยกันเรื่องสันติภาพที่กำลังจะเกิด" แล้วเซอร์คอนราดก็หยุดพูด ทำให้อิทธิที่ตั้งใจฟังอยู่ต้องถามขึ้น

"พระองค์ว่างอย่างไรบ้างละ ข้ารู้สึกว่าพระองค์จะไม่ชอบสักเท่าไหร่นัก" อิทธิเสนอความคิดของเขาไป เซอร์คอนราดที่ได้ฟังก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ

"ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น พระองค์ถูกบีบให้ยอมสงบศึก ขุนนางถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย พวกที่สนับสนุนพระองค์และองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองให้ทำสงครามต่อไป กับอีกฝ่ายที่สนับสนุนองค์ชาย 3 เจ้าชายไรเกอร์ให้สงบศึกแล้วหันมาจัดการเรื่องภายในเสียก่อน ตอนแรกก็ดูเหมือนฝ่ายที่คัดค้านจะไม่มีทำอาจมากเท่าไหร่ แต่เมื่อเจ้าจัดการทหารจักรวรรดิซะอยู่หมัด ทำให้แผนการทั้งหมดของพวกเขาพังทลาย ทั้งยังเสียหายกลับมา อำนาจต่อรองที่พระองค์เคยมีก็ลดลง ทั้งกบฎที่เกิดขึ้นทั้งจากขุนนางท้องถิ่นและเหล่าชาวบ้านที่โกรธแค้น พระองค์จึงต้องยอมสงบศึก" คำอธิบายของเซอร์คอนราดคล้าย ๆ กับขององค์ชายไรเกอร์พูดกับเขา ทำให้อิทธิได้แต่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะพูดขึ้น

"ดูพระองค์ไม่เหมือนคนที่จะยอมรับความจริงได้สักเท่าไร" เมื่ออิทธิพูดจบเซอร์คอนราดก็พูดสวนขึ้นทันที

"จักรพรรดิถึงจะดูวู่วาบ ดุดันและชื่นชอบการทำสงคราม แต่พระองค์ไม่ได้โง่ พระองค์รู้ดีว่าตอนไหนควรถอย แต่บางครั้งอารมณ์รุนแรงของพระองค์ก็บดบังวิสัยทัศน์ที่เคยมี อาจจะเป็นด้วยเพราะอายุที่มากขึ้น" เซอร์คอนราดพูดถึงจักรพรรดิทำให้อิทธิตั้งใจฟัง และสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เคยมีมาก่อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นิ่งเงียบอิทธิจึงบอกให้เซอร์คอนราดเล่าต่อระหว่างเดิน

"แล้วยังไงต่อ? ท่านคุยอะไรกับจักรพรรดิอีก" เซอร์คอนราดนิ่งเงียบไปสักพัก เขาหยุดเดิน ทำให้ทั้งคู่อยูกลางซอยที่ไหนสักแห่ง ทำให้อิทธิต้องหยุดตามและหันไปมอง

"ข้าอยู่จนพระองค์หลับไปด้วยฤกษ์ของไวน์ แล้วหลังจากนั้น..." เมื่อเซอร์คอนราดจะพูดต่อ เสียงระฆังเตือนภัยก็ดังขึ้นมาจากพระราชวัง เสียงของมันดังก้องกังวาลไปทั่วเมือง และเสียงเอะอะโวยวายไปทั่วก็ดังขึ้น

"อะไรวะ" อิทธิพูดขึ้นหันไปจับจ้องยังตัวพระราชวัง เช่นเดียวกับเซอร์คอนราด แล้วก็มีเสียงทหารตะโกนออกมาทั้งไปทั่วบริเวณ

"มือสังหาร มีมือสังหาร ปิดประตูเมืองทั้งหมดซะ ตามหามือสังหาร" เมื่อได้ยินอิทธิมีแต่ตกใจ มือสังหารจากไหนกัน ถึงโผล่มาเอาตอนนี้ อิทธิได้แต่ยืนนิ่งสับสนมึนงง เสียงระฆังก็ดังอย่างต่อเนื่อง บุกผู้ชาวบ้านที่หลับนอนกับไปแล้วให้ตื่นขึ้นมา

"มือสังหาร มือสังหารลอยทำร้ายองค์จักรพรรดิ ตามหามันเร็วเข้า องค์จักรพรรดิถูกลอบสังหาร" เสียงร้องตะโกนต่อมายิ่งทำให้อิทธิตกใจ จนยืนนิ่งแข็งค้าง ไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรวบรวมสติได้ จนต้องเบิกตาโพล่ง ตกตะลึงแล้จับจ้องไปยังเซอร์คอนราดที่ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว ทั้งยังไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา

"ทะ ทะ ท่าน...เซอร์คอนราด" อิทธิจ้องมองเขาอย่างตกตะลึง แต่เซอร์คอนราดก็นิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหว จับจ้องมาที่อิทธินิ่ง ๆ จนกระทั้งมีเสียงร้องตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมเสียงทหารเคลื่อนไหวกันเป็นขบวน

"จักรพรรดิถูกลอบสังหาร มือสังหารเป็นคนของซาร์เฟีย ตามหาตัวพวกมันเร็วเข้า ไปที่บ้านพักพวกมันล้อมเอาไว้ อย่าปล่อยให้ใครหลุดรอดไปได้ ที่เหลือไปตามหาพวกมันรอบพระราชวัง เร็วเข้า" เสียงตะโกนอย่างเร่งร้อน ทำให้อิทธิได้ที่ยินก็ตกตะลึงพูดไม่ออกและไม่เชื่อหูตัวเองด้วยซ้ำ เพราะเหตุใดกัน? ทำไม? เพื่ออะไร? อิทธิมีคำถามมากมายเกิดขึ้น อิทธิรวบรวมสติค่อย ๆ เลื่อนมือไปจับที่ปืนพร้อมทั้งจับจ้องการเคลื่อนไหวของเซอร์คอนราดอย่างไม่วางตา

"ท่านคือมือสังหารที่ลอบฆ่าจักรพรรดิใช่ไหม? ทำแบบนั้นทำไม? ท่านไม่ใช่ว่าต้องการให้ทั้งสองอาณาจักรมีสันติหรอกงั้นหรอ? ใครเป็นคนสั่งให้ท่าทำแบบนี้? กษัตริย์งั้นหรอ? " คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากของอิทธิ เขาเกิดความสับสนขึ้นมากมาย คำถามพุดขึ้นเต็มไปหมดจนเขาปวดหัวแทบจะระเบิด

แต่เซอร์คอนราดกับนิ่งเงียบเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย ชายวัย 60 กว่าปีเป็นมือสังหารทำเอาอิทธิแทบไม่เชื่อหู เซอร์คอนราดที่นิ่งเงียบค่อย ๆ พูดขึ้น

"ก็เพื่อสันติภาพนะสิ" คำพูดของเซอร์คอนราดทำให้อิทธิได้แต่สับสนงุงงงไม่เข้าใจ แต่อิทธิก็ต้องเลิกพูดคุยเมื่อเซอร์คอนราดเดินตรงเข้ามาหาอิทธิ ทำให้เขาต้องชักปืนขึ้นมา

"หยุดอยู่ตรงนั้น เซอร์คอนราดไม่งั้นผมยิง ที่ผมถืออยู่มันคือปืน ถ้าคุณไม่ทำตามผมจะยิงคุณแล้วเอาตัวไปส่งให้ทหารจักรวรรดิ" อิทธิตะโกนกร้าว แต่ดูเหมือนเซอร์คอนราดจะไม่ทำตาม

" อ่ามันคือปืนนี้เอง ข้าเห็นเจ้าพกติดตัวตลอด ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รูปร่างไม่เคยเห็นมาก่อน ที่แท้ทันก็คือปืนนี้เอง" เซอร์คอนราดพูดขึ้นพร้อมเข้าประชิดตัวอิทธิ เขาจึงรวบรวมสติ เล็งไปที่ต้นขาของเซอร์คอนราด แต่พอจะเหนี่ยวไก

เซอร์คอนราดพูดพึมพับออกมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าอิทธิ แล้วราวกับลมพายุลูกใหญ่พัดเข้าใส่อิทธิอย่างจัง ความรุนแรงของมันทำให้เขาลอยกระเด็นไปไกลเกือบสิบเมตร ทั้งยังรู้สึกจุกและเจ็บไปทั่วท้อง

อิทธิจึงพยายามดันตัวลุกขึ้น เขาไอออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดถามออกมาเสียงดัง

"คุณเป็นพ่อมดอย่างนั้นหรอ?" อิทธิกระชับปืนในมือแน่น เซอร์คอนราดยิ้มออกมาแล้วตอบกลับคำถามของอิทธิ

"ต้องพูดว่าเคยเป็น" แล้วเซอร์คอนราดก็หยิบมีดออกมาจากด้านหลัง ออกมาถือเอาไว้ อิทธิยืดตัวขึ้นเมื่อหานจากอาการจุกเมื่อครู่ทั้งคู่ต่างยืนประจันหน้ากัน โดยที่รอบ ๆ มีแต่เสียงความวุ่นวายไปทั่ว โดยพวกเขาไม่รู้เลยว่าในซอยเล็ก ๆ ที่มืดมืดนี้เกิดอะไรขึ้น

"พระเจ้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต้องมาสู้กับคนแก่อายุ 60 กว่าปี" อิทธิสบถออกมาเบา ๆ

"แต่มันก็ไม่นับว่าเป็นการทำร้ายคนแก่ ก็ถ้าเมื่อคนแก่คนนั้นเป็นทั้งมือสังหารและพ่อมด" อิทธิพูดขึ้น เรียกรอยยิ้มให้กับเซอร์คอนราดออกมา ก่อนที่เซอร์คอนราดจะตอบกลับคำของอิทธิ

"ข้าไม่ได้หวังว่าจะต้องฆ่าเจ้าเลย ชาร์ล แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเจ้า" คำพูดของเซอร์คอนราดทำให้อิทธิถึงกับนิ่งไปและมองไปบนท้องฟ้าวูบหนึ่งแล้วพูดขึ้นพร้อทั้งชักดาบออกมาถือเอาไว้ในมือซ้าย เตรียมพร้อมที่จะต้องสู้กับเซอร์คอนราด

"ชะตาของผมมันก็เหมือนเล่นตลกอยู่แล้ว"

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #139 XzuyuI (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 17:21
    โอโห อเมซิ่งจริงๆ
    #139
    0
  2. #134 dream4try (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 11:12
    เอ้า เรื่องพลิกว่ะ
    #134
    0
  3. #89 Bright Pirapon (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 08:06
    น่าจะเป็นเพราะองค์ชายลำดับที่​ 3 ข้อร้องแน่ๆ
    #89
    0
  4. #88 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 04:06
    หักมุมจัดๆ
    #88
    0