พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 39 : คณะทูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 273 ครั้ง
    13 ม.ค. 63

"ยินดีที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันกับท่าน เซอร์คอนราด" บนรถม้ามีชายสามคนที่แต่ตัวอย่างหรูหรา มีเครื่องประดับมากมาย พร้อมขบวนทหารที่คอยรักษาความปลอดภัยอยู่รอบ ๆ ตัวรถม้า

ย่อมเป็นขบวนของคณะทูตที่ทางอาณาจักรซาร์เฟียส่งไปยังจักรวรรดิ เพื่อสันติภาพ ด้วยหลังจากกผลของการรบของสองอาณาจักร ทำให้จักรวรรดิที่พ่ายแพ้หลายครั้งเห็นสมควรที่จะสร้างสันติเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางอาณาจักรซาร์เฟียก็ต้องการยุติสงครามนี้เช่นกัน ยิ่งสู้รบนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสียเปรียบ เมื่อทางจักรวรรดิเป็นคนเสนอการสร้างสันติ กษัตริย์แห่งซาร์เฟียก็ตอบรับโดยทันที

ขบวนทูตถูกส่งออกไปยังจักรวรรดิเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ตรงสู่นครหลวงไททัส เมืองแห่งแรกของมนุษย์ โดยคณะทูตทั้งหมดที่ถูกส่งไปมี 3 คน หัวหน้าคณะคือเซอร์คอนราด ขุนนางเก่าแก่วัย 63 ปีขุนนางที่เป็นที่ไว้วางใจขององค์กษัตริย์ให้เป็นผู้นำคณะทูต เอริก แวน ครีฟ ขุนนางหนุ่มจากตระกูลชั้นสูง มีความเชี่ยวชาญในการพูดและอ่านความคิดของผู้คนและสุดท้ายเซบัสเตียน เด็กหนุ่มจากตระกูลขุนนาง ด้วยหน้าตาและบุคลิกที่ดีจึงได้รับเลือกให้เดินทางไปด้วย

"ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเกรงใจ เรายังต้องร่วมเดินทางกันอีกนาน สนิทกันไว้ดีกว่า" เซอร์คอนราดตอบกับเอริก แวน ครีฟ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เซอร์คอนราดเป็นชายชรารูปร่างเล็กและผอม ใบหน้าเริ่มเหี่ยวย่นตามวัย แต่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่หรอกครับ ท่านพ่อของผม บอกให้ตั้งใจเรียนรู้จากท่านให้มากไว้ แถมหน้าที่ครั้งนี้ก็สำคัญยิ่งนัก ดังนั้นผมคงต้องให้ท่านช่วยดูแลซะแล้ว"เอริกพูดขึ้นทำให้สร้างเสียหัวเราะไปทั่วรถม้า เด็กหนุ่มเซบัสเตียน ที่ยังอายุไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำต่างนั่งฟังผู้ใหญ่ทั้งสองพูดคุยกัน ไม่แม้จะพูดสอดขึ้นมา แต่คอยตั้งใจรับฟังอยู่เสมอ

"เอาละ ๆ งานนี้เราต้องคอยช่วยเหลือกันแล้วกันนั้นหล่ะ คนหนุ่มอย่างท่านไม่ควรเอาแต่พึ่งคนแก่แบบข้านะ" เซอร์คอนราดพูดออกมาอย่างติดตลก

"ไม่ได้ ไม่ได้หรอกครับท่านคอนราดเป็นผู้มีประสบการณ์และความรู้กว้างขวาง ตัวผมยังเป็นแค่เด็กน้อยอยู่เลยเมื่อเทียบกับท่าน"เอริกก็พูดออกมาอย่างนอบน้อม เรียกเสียงหัวเราของเซอร์คอนราดอีกครั้ง

"พอ ๆ ไม่ต้อมมายกย่อข้าแล้ว" เซอร์คอนราดพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

"ข้าน้อยพูดตามความจริง หาได้ยกย่อเกินไปไม่" คำพูดของเอริกทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาอีกครั้ง พวกเขาพูดคุยกันต่อไปเรื่อย ๆ เซบัสเตียนก็คอยฟังและพูดบ้างเมื่อถูกถาม

"ท่านเซอร์คอนราด จุดหมายที่เราจะไปคือเมืองหลวงของจักรวรรดิไททัสใช่ไหมครับ? ท่านเคยไปมาก่อนหรือไม่? ตามที่หนังสือบันทึกเอาไว้ ไททัสเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของมนุษย์ ฟังว่ามันยิ่งใหญ่เหลือคณานับ" เซบัสเตียนที่นิ่งเงียบก็หันไปถามเซอร์คอนราดที่พูดคุยอยู่กับเอริก

"อ่า ไททัสเมืองหลวงของจักรวรรดิ แน่นอนเซบัสเตียน ข้าเคยไปที่นั้นมาก่อนสมัยหนุ่ม ๆ ก็เกือบ 30 ปีมาแล้ว ในสมัยของจักรพรรดิเปาโล ตอนนั้นข้ายังหนุ่มไปติดต่อเจริญสัมพันธไมตรี ที่ไททัสมันยิ่งใหญ่มากตัวเมืองจุผู้คนได้นับล้าน บ้านเรือนถูกสร้างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้คนของไททัสนั้นถือว่าตนเป็นชนชั้นที่เหนือกว่าผู้อื่น แม้แต่ขอทานในเมืองยังทำตัวเย่อหยิ่ง อ๋อและแน่นอนหัวใจของไททัส มหาพระราชวังกีการ์เรียอัส ราชวังแห่งแรกของมนุษย์ขนาดมันใหญ่โตเหลือประมาณถูกสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ท้องพระโรงใหญ่โตจุผู้คนได้นับพันนับหมื่น หลังคาสูงขึ้นไปจนแทบจะเทียบเท่าท้องฟ้า ค้ำยันโดยเสาที่สร้างจากหินโบราณ 14 ต้น โอ้...ความใหญ่โตของมันเกินจะประมาณ ข้ายังจำภาพของมันได้ดี ถ้าพวกเจ้าได้เห็นจะไม่เชื่อสายตาเลยว่ามันถูกสร้างโดยมนุษย์เรา มีแต่พระเจ้าเท่านั้น ที่จะสร้างอะไรที่ใหญ่โตเช่นนั้นได้" เซอร์คอนราดบรรยายนครหลวงไททัสอย่างตั้งใจ เขาหลับตาบรรยายความยิ่งใหญ่ของมันจากความทรงจำ ทำให้เอริกและเซบัสเตียนที่ได้ฟังก็ตื่นเต้นไปด้วย พวกเขาอย่างไปเห็นนครหลวงแห่งแรกของมนุษย์นี้เร็ว ๆ เสียแล้ว

"ข้าอย่างไปเห็นมันเร็ว ๆ จริง ๆ เดินทางไปไททัสคงใช้เวลากว่าเดือน ข้าอย่างเห็นมันเร็ว ๆ แล้วสิ" เอริกบ่นออกมาเล็กน้อย เซอร์คอนราดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูด

"อ๋อ...ท่านอาจจะต้องรอนานกว่านั้นอีกหน่อย เอริก ก่อนจะไปไททัสเราจะต้องแวะที่โควาสเสียก่อน" เซอร์คอนราดพูดขึ้นทำให้เอริกและเซบัสเตียนแสดงสีหน้าสงสัยออกมา

"โควาสงั้นหรือครับ ท่านมีธุระที่นั้นงั้นหรือครับ"เป็นเซบัสเตียนที่ถามขึ้นมา แต่เซอร์คอนราดนิ่งก่อนจะยิ้มออกมาก่อนจะตอบ

"พวกเราต้องไปรับคน ๆ หนึ่งเสียก่อน" คำตอบของเซอร์คอนราดทำให้ทั้งสองยิ่งสงสัย

"มีคนจะเดินทางไปกับเราเพิ่มอีกอย่างนั้นหรอครับ ใครกันที่อยู่เมืองโควาสกัน"เอริกพูดพร้อมทั้งทำท่าทีครุ่นคิด ว่าขุนนางคนไหนกันที่อาศัยอยู่ที่เมืองโควาสตอนนี้ แต่เขาก็คิดไม่ออกเลยว่าเป็นใคร เซบัสเตียนก็ก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดเช่นกัน เซอร์คอนราดที่มองดูพวกเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น

"ไม่ใช้ขุนนาง เขาไม่ได้เป็นขุนนาง เขาเป็นทหารต่างหาก" คำพูดของเซอร์คอนราดทำให้ทั้งสองเงยหน้ามองอย่างสงสัยก่อนจะถามออกมาด้วยความสงสัย

"ไม่ใช่ขุนนางแต่เป็นทหาร ทำไมถึงได้ไปกับขบวนคณะทูตละครับหรือเขาเป็นคนระดับสูงอย่างนั้นหรอ?"เอริกพูดถามด้วยความสงสัย แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องของการทูตการเมืองระหว่างอาณษจักรต่าง ๆ จะเป็นขุนนางที่กษัตริย์แต่งตั้งเท่านั้นที่จะเป็นคนควบคุมดูแล ทำให้พวกเขาต่างสงสัย

"ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ฟังว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากองค์กษัตริย์เอง ทางกระทรวงการสงครามเสนอชื่อของเขาให้ติดตามไปกับขบวนด้วย" เซอร์คอนราดอธิบายยิ่งสร้างความสงสัยให้กับเอริกและเซบัสเตียน

"น่าแปลกจริง ๆ ที่กษัตริย์ทรงแต่งตั้งทหารเข้ารวมการทูตด้วย เขาเป็นนายทหารระดับสูงท่านไหนกันครับ" เซบัสเตียนถามขึ้นมา เซอร์คอนราดยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนตอบกลับเซบัสเตียน

"เห็นว่าไม่ได้เป็นทหารระดับสูงนะ ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าข้อมูลที่ข้าได้รับมามันถูกไหม ฟังว่าให้ไปรับพลทหารคนหนึ่งที่โควาส ข้ารู้มาแค่นั้น" คำพูดของเซอร์คอนราดสร้างความงุงงงให้กับเอริกและเซบัสเตียน

"พลทหารหรือครับ? หมายความว่าอย่างไรครับ" เอริกพูดขึ้นเสียงดัง

"ก็ตามนั้นหล่ะ ข้าก็รู้มาแค่นั้นว่าให้ไปรับพลทหารที่เมืองโควาส" เซอร์คอนราดย้ำคำสั่งที่เขาได้รับมา ทำเอาเอริกและเซบัสเตียนต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย เซอร์คอนราดมองดูพวกเขาแล้วหัวเราะออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องไปสนใจหรอก แค่ทำตามคำสั่งก็พอเดียวเราไปถึงโควาสก็รู้กันเองนั้นแหล่ะ" เมื่อได้ฟังคำพูดของเซอร์คอนราดพวกเขาต่างนิ่งไปเก็บความสงสัยไว้ในใจ เฝ้ารอเดินทางไปถึงโควาส

 

............................

ทางด้านอิทธิที่โควาส หลังได้รับปืนพกอันใหม่ ที่ทำลอกเลียนแบบปืน Colt Single Action Army หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ พีสเมกเกอร์ ตัวปืนเป็นสีเงินเงางาม ด้ามจับทำจากไม้และพันด้วยหนังอีกทีหนึ่งสีดำสวยงาม อิทธิรีบนำมันกลับไปที่บ้านพักของตน ก่อนจะหยิบกระสุนปืนที่เขาได้ทำขึ้นมา ก่อนจะควบขี่ม้าออกจากเมืองไปท่ามกลางสายตาของเหล่าทหาร

อิทธิรีบขี่ม้าออกจากเมืองมาก เข้าไปในม้าที่อยู่ไปไม่ไกล หวังว่าคนจะไม่ได้ยินเสียงปืนที่อิทธิจะเอามาทดลอง เขาเดินเข้าไปในป่าไม่ไกลมากนักหลังมองดูตลอดทางที่ผ่านมาว่าห่างไกลผู้คน ไม่เห็นใครอยู่ใกล้ ๆ อิทธิก็หยิบปืนใหม่ของตนออกมาจากด้านในเสื้อ ซึ่งก่อนที่ปืนจะทำเสร็จอิทธิได้ออกแบบให้คนไปทำซอกใส่ปืนเหน็ยบไว้ที่เอวแล้วใช้เสื้อผ้าบดบังไว้ไม่ให้คนเห็น

อิทธิหยิบปืนพกอันใหม่ออกมาดูรายละเอียดรอบ ๆ นับว่าแอรอนทำได้ออกมาสวยงามจริง ๆ ทุกรายละเอียดถูกทำออกมาอย่างปราณี อิทธิมองดูมันอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันไปคว้ากระสุนออกมาจากกระเป้า มันเป็นกระสุนปืน.45 ที่อิทธิได้ทำขึ้นมา เขาหยิบมันขึ้นก่อนจะค่อย ๆ บรรจุเข้าไปทุกครั้งที่หมุนโม่จะมีเสียง คริ๊ก ออกมาเบา ๆ กระสุนปืน 5 นัดถูกยัดเข้าใส่โม่ อิทธิปล่อยให้ว่างช่องหนึ่ง ตามที่เขาเคยได้ยินมาให้ช่องที่ว่างเปล่าไม่มีกระสุนเป็นช่องแรกเพื่อป้องกันปืนลั่นหรืออุบัติเหตุตอนบรรจุด้วยปืนโบราณแบบนี้ต้องง้างนกสับค้างเอาไว้เมื่อบรรจุเสร็จจึงค่อย ๆ ปล่อยนกสับทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุปืนลั้นได้จึงต้องปล่อยว่าง ๆ ไว้ 1 ช่องแล้วจึงปล่อยนกสับลงในช่องที่ว่างเปล่า เมื่อจะใช้ง้างนกสับก็จะทำให้โม่หมดไปยังช่องที่บรรจุกระสุนอยู่แล้วจึงยิง

อิทธิบรรจุกระสุนเรียบร้อย เขาเดินไปที่ม้าหยิบขวดแก้วที่เอามาด้วย ตั้งวางเรียงห่างออกไป ราว10-15 เมตร อิทธิยกปืนขึ้นเล็ง เขาสูดหายใจเข้าช้า ๆ หลับตาลงข้างหนึ่ง ให้ศูนย์เล็งอยู่ตรงขวดก่อนจะกดนกสับลงช้า ๆ โม่ปืนจึงหมุนเตรียมพร้อมยิง อิทธิค่อย ๆ เหนี่ยวไกเบา ๆ เสียงปืนดังไปทั่วป่าพร้อมแรงถีบที่ไม่ธรรมดา กระสุนพุ่งตรงเข้าปะทะเข้ากับขวดแก้วแตกกระจายออก

อิทธิมองดูผลลัพธ์อย่างชอบใจ ถึงมันจะไม่ได้ดีแบบปืนสมันใหม่แต่ก็ดีมากเมื่อเทียบกับปืนที่มีในยุคสมัยนี้ อิทธิใช้เวลายิงเป้าและบรรจุอยู่พักใหญ่ จนกระสุนที่เอามาเกือบร้อยนัดถูกใช้ไปจนหมด เพื่อให้เขาคุ้นชิน เขายิงปืนจนมือเขาชาไปหมดแต่อิทธิก็ชอบใจไม่น้อยทั้งปืนและกระสุนที่เขาทำขึ้น อิทธิยิงปืนจนเย็นจึงเลิกและกลับเข้าเมือง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

อิทธิสั่งให้แอรอนทำกระสุนออกมาให้เยอะที่สุด เขาใช้เวลาไปกับการทำความสะอาดปืน ดูแลมันอย่างดีอิทธิใช้เวลาออกไปฝึกใช้ปืนอยู่เป็นประจำ เชาพกปืนติดตัวตลอดด้านขวาเหน็บปืนพก ด้านซ้ายเหน็บดาบเอาไว้ เดินไปไหนมาไหม

มีบ้างที่มีคนถามถึงสิ่งที่อิทธิเหน็บไว้ที่เอว แต่เขาก็เลี่ยงตอบมันโดยตลอด

อิทธิมีเวลาฝึกใช้งานมัน 1 อาทิตย์ได้ จนกระทั้งวันหนึ่งก็มีคนมาตามเขาที่บ้านว่าขบวนของคณะทูตมาถึงแล้ว อิทธิให้คนรับใช้เก็บข้าวเก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋าใบใหญ่ส่วนของส่วนตัวอย่างพวกปืนหรืออาวุธอื่น ๆ อิทธิก็แยกไปใส่กระเป๋าใบเล็ก ซึ่งในนั้นมีกระสุนปืนอยู่หลายร้อยนัด อิทธิได้ให้แอรอนเร่งทำมาให้ ซึ่งเขาใส่กล่อยอย่างดีเพื่อนำติดตัวไปด้วย

อิทธิแต่งตัวด้วยชุดเสื้อผ้าธรรมดา ๆ พร้อมคาดเข็มขัดที่เหน็บดาบและปืนไว้ที่เอวเหมือนทุกครั้ง เสื้อสีดำแขนยาว โปร่งสบาย กางเกงก็สีดำ ตัวไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป รองเท้าหนังของดำ หลังจากอยู่มาได้สักพักอิทธิเริ่มปรับตัวไปกับยุคสมัย แต่เขาก็ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง ถึงจะแต่งตัวแบบคนในโลกนี้แต่เขาก็มักจะทำตัวสบาย ๆ ใส่เสื้อผ้าที่เน้นสบาย ๆ ทำให้บางครั้งมันดูไม่เรียบร้อยในสายตาคนอื่นเท่าไร

อิทธิเดินออกจากบ้านมาก็เห็นขบวนทหาร ที่ล้อมรอบรถม้าคันหรูเอาไว้ อิทธิเห็นอย่างนั้นจึงเดินตรงเข้าไป ก็เห็นชายสามคนที่แต่งตัวหรูหรา สวมใส่เครื่องประดับมากมาย ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับรถม้า เป็นชายสูงวัย ชายกลางคนและเด็กหนุ่ม พูดคุยกันอยู่

อิทธิเดินเข้าไป หยุดยืนตรงหน้าพวกเขา ก่อนจะพูดขึ้นเรียกความสนใจของคนทั้งสาม

"พวกท่านใช่ไหมที่เป็นคณะทูตที่จะไปยังจักรวรรดิ"

เป็นเซอร์คอนราด เอริกและเซบัสเตียนที่เดินทางมาถึงเมืองโควาส ได้หันมาตามเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูด ที่พวกเขาเห็นเป็นเด็กหนุ่ม ผมสีทองยาวที่มัดผมเอาไว้ พร้อมรอยแผลใต้ดวงตา เสริมให้ดูมาดแมนยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่นับว่าหล่อเหลามากมายเท่าไร สวมใส่เสื้อผ้าที่ธรรมดา ๆ สวมเข็มขัดที่มีดาบและอะไรบางอย่างที่ข้างเอว ทั้งหมดต่างจ้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่พักหนึ่ง จนกระทั้งเซอร์คอนราดพูดขึ้นมา

"เจ้าเป็นคนที่จะเดินทางไปกับพวกเราอย่างนั้นหรือ" เซอร์คอนราดถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ เอริกและเซบัสเตียนได้ยินก็ยิ่งจ้องไปยังเด็กหนุ่มชุดดำตรงหน้า รอฟังคำตอบ

"เออ...ก็คงอย่างนั้นหล่ะ" เขาตอบออกมาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ทำเอาเอริกและเซบัสเตียนดูจะไม่พอใจเล็กน้อย แต่เซอร์คอนราดกับหัวเราะออกมา

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นหรือ ๆ น่าสนใจจริง ๆ ดูท่าเดินทางไปไททัสครั้งนี้จะมีแต่เรื่องน่าสนุก อ๋อ ข้า เซอร์คอนราด เป็นหัวหน้าคณะทูต ส่วนนั้นเอริก แวน ครีฟ และอีกคนคือเซบัสเตียน" เซอร์คอนราดแนะนำตัวและอีกทั้งสองคน เด็กหนุ่มในชุดสีดำก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะแนะนำตัวเอง

"ผม อิ..เอ้ย ชาร์ล ลี เบอแกรน เรียกว่าชาร์ลก็ได้ครับ ส่วนพวกนั้นคนของผมจะเดินทางไปกับเราด้วย"

เซอร์คอนราดนิ่งเงียบไป เซบัสเตียนก็เช่นกันมีเพียงเอริกที่ดูจะไม่ชอบขี้หน้าอิทธิสักเท่าไรนัก พวกเขาต่างมองอิทธิไม่วางตา ก่อนที่เซบัสเตียนจะพูดออกมาเสียงดัง

"คุณคือปีศาจแห่งอาเดน!! วีรบุรุษแห่งอาณาจักร!! คนนั้นนะหรือ?" คำพูดของเซบัสเตียนทำให้ทั้งเซอร์คอนราดและเอริกต่างจ้องมองอิทธิ ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก อิทธิค่อย ๆ ทะยอยยกของ ๆ ตนไปไว้ที่หลังรถ ก็หนัมาตอบคำถามของเซบัสเตียน

"เออ..ก็น่าจะใช่ครับ ผมคือคน ๆ นั้นล่ะมั้งนะ" อิทธิตอบออกมาอย่างอาย ๆ เขาไม่ได้ต้องการชื่อฉายาพวกนั้นเลย แต่มันก็ติดตัวเขาไปซะแล้ว

คำตอบของอิทธิทำเอาทั้งสามคนต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ วีรษุรุษสงครามจะเดินทางไปพร้อมพวกเขา เอริกต่างตกตะลึงเขาก็ได้ยินเรื่องราวของอิทธิมาบ้าง ซึ่งแตกต่างจากเซบัสเตียนที่ติดตามข่าวมาโดยตลอดเขานับได้ว่าเป็นแฟนที่ติดตามข่าวของอิทธิมาโดยตลอด ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้เจออิทธิตัวเป็น ๆ จึงจ้องอิทธิไม่ทางตา มีเพียงเซอร์คอนราดที่หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วให้ทุกคนขึ้นรถม้าไป

อิทธิได้แต่ส่ายหัว การเดินทางนี้ต้องเหนื่อยแน่ ๆ อิทธิจัดเก็บของไว้หลังรถม้าเสร็จก็ค่อย ๆ ก้าวขึ้นรถม้าไป ทั้งสามคนขึ้นรถม้ามาแล้ว จึงเหลือที่นั่งข้าง ๆ เซบัสเตียนที่จ้องมองอิทธิตาเป็นประกาย ทำเอาเขาถอนหายใจออกมายาวแล้วค่อย ๆ นั่งลง

'แค่นี้ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 273 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #121 OrcusEdite (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 23:16

    SAA ปกติถ้าจะยิงก็จุ 6 ไปเลย นกง้าง2จังหวะ ง้างครึ่งนึงคือเซฟละ(half -)ใส่ลูกหรือคัดปลอกออกก็ต้องตำแหน่งนี้ ง้างเต็มคือพร้อมเหนี่ยว ตอนพกพาค่อยจุ 5 ถ้าเป็นไปได้ก็พกตัวโม่ใส่ลูกไว้เลย เปลี่ยนโม่เร็วกว่าบรรจุธรรมดา // ไม่นึกว่าจะโดดยุคเลยนะเนี่ย จาก1600 ไป1800ปลายๆเลย นึกว่าจะทำคาบศิลา แล้วไป ใช้แก็ป แล้วค่อยเข้ายุคกระสุนสำเร็จ
    #121
    0
  2. #120 XzuyuI (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:31
    รู้ละหน้าตาเป็นไง
    #120
    0
  3. #119 Arize (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 01:55
    ตอนละ 5 บาทในการอ่านก่อนผมว่าแพงไปนะครับดูไม่ค่อยดึงดูดให้จ่ายเท่าไหร่
    #119
    2
    • #119-1 ZONEise(จากตอนที่ 39)
      13 มกราคม 2563 / 02:17
      เรื่องของราคา ต้องขออภัยด้วยนะครับ ผมจะพิจารณาเรื่องราคาหลังจากจบช่วงของนิยายก่อนนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
      #119-1
    • #119-2 ZONEise(จากตอนที่ 39)
      13 มกราคม 2563 / 02:19
      ด้วยมีผู็อ่านจำนวนไม่น้อย จ่ายเพื่ออ่านล่วงหน้า ดังนั้นผมจึงขอบคุณครับที่เสนอแนะครับ
      #119-2
  4. #77 llมวfง่ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 19:59
    ขาดระเบิดTNTก็จะครบเครื่องมือทำลายล้าง
    #77
    0
  5. #74 Man of Steel (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 16:36
    one more
    #74
    0
  6. #73 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 15:31
    เหมือนกษัตริย์ไม่อยากสันติ หรือไม่ก็ใช้อิทไปเป็นของแลกเปลี่ยน ถึงเอาคนที่ฆ่าทหารจักรวรรดิไปด้วย
    #73
    1
    • #73-1 หลุมมืด(จากตอนที่ 39)
      6 มกราคม 2563 / 19:17
      ก็น่าคิด...
      #73-1