พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 2 : หลบหนีออกจากสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    13 มี.ค. 64

" พวกมันตามไม่เลิกจริง ๆ จะหนีไปทางในดี ซ้ายก็ป่า ขวาก็ต้นไม้ ได้หลงป่าตายก็คราวนี้แหละ " หลังจากถูกไล่ตาม อิทธิก็รีบวิ่งลัดเลาะไปลัดเลาะมา อ้อมต้นไม้ไปมาหวังว่าจะสลัดพวกที่ตามมาได้ แต่พอจะพักเหนื่อยก็ได้ยินเสียงคนและแสงไฟอยู่ด้านหลังทุกที ยิ่งวิ่งก็ยิ่งเหนื่อยแถมยังหลงหาทางไปต่อไม่เจออีกด้วย

" หมดแรงแล้วเว้ย ยอมให้พวกมันจับไปคงจะดีกว่าหลงป่าแล้วอดตายละวะ " อิทธิถอดใจทิ้งตัวนอนแผ่ลงกับพื้น นอนรอพวกที่ตามมาโดยหวังว่าจะสามารถคุยอธิบายเอาตัวรอดจากสถานะการณ์นี้ไปได้

เสียงเท้าก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อิทธิก็พยายามทำใจให้สงบพยายามคิดแก่บวกให้กับตัวเองหวังว่าพวกที่จะมาจับตนคงจะมีมนุษยธรรมมากพอ แต่ไม่รู้ทำไมจากที่ผ่านมาเขากับรู้สึกว่ามันจะไม่ได้เป็นตามที่ตนคิด

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจน สามารถได้ยินเสียงพูดคุยชัดขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งใกล้อิทธิก็ยิ่งรู้สึกร้อนรน ความรู้สึกว่าความคิดยอมมอบตัวเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ แต่กว่าจะรู้สึกและอยากจะเปลี่ยนใจก็ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว

ชายสองคนโผล่พรวดออก ทั้งสองใส่ชุดสีเขียวเข้มคนนึงถือปืนคาบศิลาในท่าพร้อมยิง ส่วนอีกคนใช้มือข้างนึงถือปืนส่วนอีกข้างถือตะเกียงส่องทาง ทำให้ทั้งสามประจันหน้ากัน สัญชาตญาณของอิทธิตื่นตัวอย่างรวดเร็ว

อิทธิไม่รอให้อีกฝ่ายลงมือทำอะไร เขารับยกมือไหว้ตามสัญชาตญาณทันที

" พี่ชายทั้งสองคน อย่าพึ่งทำอะไรผม ขอผมอธิบายก่อนพี่ชาย ขออธิบายก่อน " มือก็พนม ปากก็พูดขอร้อง ขาดแค่คุกเข่าเท่านั้นก็คงจะครบองค์ประกอบ เมื่อได้ยินสิ่งที่อิทธิพูดชายในชุดเขียวเข้มทั้งสองก็หยุดชะงักแล้วต่างมองหน้ากัน

" เฮ้ย นี้เอ็งพูดภาษาดาทาเนียนได้ด้วยงั้นหรือ " ชายที่ถือตะเกียงถามอิทธิแต่เขาก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายถาม

' ภาษาดาทาเนียนอะไรกันวะ ก็พูดภาษาไทยอยู่นี้หว่า ' ถึงจงไม่เข้าใจ แต่ก็ฟังดูเหมือนมันจะดีอิทธิได้แต่เออออห่อหมกตามไป

" ช่าย ๆ ผมพูดได้ ไอ้ภาษาดาทา..เลีย เอ้ย ดาทาเนีย ๆ ช่ายผมพูดได้คล่องเลยละ " สกิลตอแหลที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดหวังว่าครั้งนี้มันจะได้ผลและช่วยเขาให้รอดออกไปจากสถานการณ์ครั้งนี้ได้

" ไอ้หนู ถึงแกจะพูดภาษาเราได้มันก็ไม่สำคัญหรอกเว้ย มันอยู่ที่เครื่องแบบที่แกใส่ต่างหาก เสื้อสีฟ้า กางเกงสีแดง ขาดเพียงหมวกพู่สีเหลือง แต่ยังไงแกก็คือทหารซาร์เฟีย ถ้าพวกฉันเอาศพแกกลับไปได้อย่างน้อยก็คงได้ค่าเหล้าสักขวด " ดูเหมือนทักษะการตอแหลจะใช่ไม่ได้ผล พวกมันไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าจะจับเขาเป็น ๆ

" จับฉันไปหาหัวหน้าแกสิ ฉันยอมเป็นเชลย " อิทธิเริ่มร้อนรนหาทางรอดไปให้ได้

" โทษทีวะไอ้หนูแต่ยศอย่างแก ไม่มีค่าพอให้จับเป็นเท่าไรวะ " ไม่พูดเปล่าชายที่เล็งปืนมาที่อิทธิแต่แรกก็ขยับปืนในมือตั้งท่าเตรียมยิง ถึงจุดนั้นอิทธิก็รู้แล้วว่าคำพูดคงไม่ช่วยอะไรแล้ว เมื่อรู้สึกถึงอันตรายอิทธิก็ขยับพุ่งเข้าใส่ ด้วยการก้มหลบวิธีปืนด้วยระยะไม่ห่างกันเท่าไรเพียงไม่กี่ก้าวอิทธิก็เกือบจะถึงตัวอีกฝ่าย ชายชุดเขียวเข้มก็ตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอิทธิ รีบประทับปืนแต่ดูเหมือนจะไม่ทัน

อิทธิใช้มือซ้ายคว้าปลายกระบอกปืนไว้ได้ก่อนและตามด้วยหมัดขวาต่อยเข้าเต็มใบหน้าอีกฝ่ายอย่างจัง จนเผลอปล่อยปืนออกจากมือ แต่ศัตรูของอิทธิไม่ได้มีคนเดียว ชายชุดเขียวอีกคนทิ้งตะเกียงตั้งแต่เห็นอิทธิพุ่งเข้าใส่ แต่เขาไม่ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมเหมือนเพื่อนอีกคน ขณะที่อิทธิต่อยชายอีกคนจึงพึ่งได้ขึ้นนกสับ อิทธิก็รู้อยู่แล้วว่าปืนคาบศิลานั้นต้องเสียเวลาอยากมากในการใช้งาน หลังจากคว้าปืนได้เขาไม่คิดเสียเวลาใช้มันด้วยการขึ้นนกแล้วใช้ยิง ถ้าอย่างนั้นคงไม่ทันอีกฝ่าย

" ปืนเขาใช้แบบนี้ก็ได้เว้ย "

อิทธิเหวี่ยงปืนคาบศิลาในมือซ้าย ฟาดเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่ายอย่างแรง

" เปรี้ยง " ปืนในมือชายชุดเขียวลั่นดังสนั่น แต่ดูเหมือนจะช้าไปถูกฟาดล้มลงส่วนกระสุนได้แค่เฉี่ยวถาก ๆ แขนอิทธิไป

เมื่อผ่านเรื่องเฉียดตายมาหมาด ๆ ความรู้สึกตื่นเต้นยังไม่ทันหายไป อิทธิหอบหายใจเข้าออกอย่างแรง เหงื่อออกมือจนชุ่ม

" ก็บอกแล้วให้จับเป็น ไม่เชื่อเองนะเว้ย " อิทธิสบถกับตนเอง ถึงจะเคยเป็นทหารมาก่อนแต่เขาก็ไม่ค่อยได้ใช้ความรุนแรงกับใครแบบนี้ แถมยังเกี่ยวพันกับชีวิตตนเองเลยตื่นเต้นมากกว่าปกติ

" อ้า โอ๊ย "

แต่เหมือนเรื่องจะยังไม่จบ ชายชุดเขียวเข้มที่โดนต่อยไปก่อนก็เริ่มฟื้นคืนสติ

" โทษที ๆ น่าจะเอาให้สลบแต่ครั้งแรก จะได้ไม่ต้องมาเจ็บซ้ำอย่าโกรธกันละ " ถึงจะตื่นเต้นในตอนแรกแต่พอปรับตัวได้แล้ว ความขี้เล่นของเขาก็กลับมา

ชายชุดเขียวพยายามจะลุกขึ้น แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ถูกสันปืนกระแทกสิ้นสติไปอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองสิ้นสติไปแล้วและไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นขึ้นง่าย ๆ อิทธิก็ทิ้งตัวลงนั่งปรับลมหายใจนึกถึงเรื่องที่พึ่งผ่านมาก็รู้สึกใจหาย พอคิดว่าถ้าไม่ตัดสินใจยอมมอบตัวก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตแบบนี้ พอนึกว่าจะเป็นยังไงถ้าไม่จัดการทั้งสองได้ก่อน ก็เสี่ยวสันหลังวาบ

" อยากน้อยเราก็ยังไม่ตาย คงต้องหาทางออกจากป่านี้ไปให้ได้ " เมื่อคิดได้อย่างนั้นอิทธิก็ลุกขึ้นเห็นชายชุดเขียวทั้งสองก็ปิ๊งไอเดียวขึ้นมา

' หรือว่าเราจะลองเปลี่ยนชุดกับพวกมันแล้วกลับไปทางเก่าปลอมตัวเป็นพวกมันดี ' เมื่อคิดได้อย่างนั้นอิทธิก็ไม่รอช้า ลากร่างทั้งคู่มาใกล้กันแล้วค้นตัวดูว่ามีอะไรติดตัวมาบ้าง จากที่คนตัวก็มีของติดตัวไม่กี่อย่างแล้วแต่ละอย่างก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อย่าง บุหรี่ และอีกอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

' เราคงต้องเปลี่ยนเสื้อกับอีกคน ขนาดตัวน่าจะพอใส่ได้อยู่ ชายที่ถือตะเกียงมีขนาดตัวใกล้กับอิทธิคงพอให้เขาใส่ได้ จึงพยายามถอดเสื้อผ้าออก

ขณะพยายามถอดเสื้อคนที่นอนอยู่ออก อิทธิก็หันขวับพร้อมปืนในมือไปด้านหลัง เขารู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามา และก็ไม่ผิดจากที่คาดเป็นชายสูงวัยคนหนึ่งใสชุดธรรมดาสีขาวออกไปทางเทา ๆ ที่เล็งปืนมาทางเขาเช่นกัน

" @#$!@#$! "

ก่อนส่งภาษาที่อิทธิไม่เข้าใจอีกแล้ว และก็อีกครั้งอาการปวดแปลบที่หัวก็เกิดขึ้น

" นี้คุณเป็นทหารของซาร์เฟียใช่ไหม? ตอบมาเร็วเข้า!! "

ชายสูงวัยพูดตะโกนจนน้ำลายกระเด็น พร้อมทั้งมือที่สั่นเทา ทำให้อิทธิรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่ทหาร เขาไม่ได้สวมเครื่องแบบ แถมดูท่ายังไม่เคยยิงใครมาก่อน สิ่งแรกที่อิทธิจะทำคือพยายามให้เขาใจเย็นลง

" คุณลุงใจเย็นลงก่อน ใจเย็น แล้วค่อย ๆ พูดกัน แต่ก่อนอื่นช่วยหันปืนไปทางอื่นก่อนได้ไหม ผมละกลัวลงทำปืนลั่นจริง ๆ "

อิทธิพูดพร้อมพยายามเข้าใกล้อีกฝ่าย เพื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สู้ดีจะได้เข้าประชิดได้ทัน

" วิ้ว "

ชายสูงวัยผิวปากเหมือนเป็นสัญญาณอะไรสักอย่างทำให้อิทธิลงมือในจังหวะที่เขาเสียสมาธิ ด้วยการพุ่งตัวขณะก้มต่ำแล้วคว้าปลายกระบอกปืนอย่างรวดเร็ว และชายสูงวัยก็ไม่อาจรับมืออิทธิได้ทันอิทธิใช้ปืนล็อคคออีกฝ่ายไว้ไม่ให้ขยับ แล้วเฉลยของของการผิวบอกก็เปิดเผยกับกลุ่มคนจำนวนหลายสิบคนรุมล้อมอิทธิเอาไว้ คนสิบกว่าคนและปืนสิบกว่ากระบอกต่างชี้มาทางอิทธิ

" ตลอดชีวิตครั้งที่แล้วไม่เคยคิดว่าจะมีใครมารุมล้อมให้ความสนใจมากเท่าวันนี้มาก่อน " ถึงจะตกอยู่ในสถานะการเช่นนี้ อิทธิก็ไม่วายพูดเหมือนเป็นเรื่องตลก

" ปล่อยคุณลุงสมิทเดียวนี้!! ปล่อยเขา!! ปล่อยเดียวนี้!! ปล่อย!! "

เหมือนฝูงชนอันบ้าคลั่ง พวกเขาต่างตะโกนใส่อิทธิ แน่นอนเขาไม่ยอมทำตามง่าย ๆ ลากตัวชายสูงวัยให้ถอยตามไปจนหลังพิงกับต้นไม้ อิทธิต่างสบตามคนทั้งหลายพวกเขาต่างดูหวาดกลัว ตื่นเต้น ตื่นตระหนก บางคนมือที่ถือปืนสั่นจนดูเหมือนจะถือมันไม่ไหวแต่เมื่อสังเกตดี ๆ ก็พบเห็นผู้หญิงสองสามคนอยู่ด้วย

" เงียบก่อน เงียบสิ เงียบ!! "

จากการตะเบ็งแข่งกันจนทำเอาอิทธิแสบแก้วหู ฟังอะไรไม่รู้เรื่องจับใจความไม่ได้เลย จึงต้องตะโกนสั่งให้เงียบกลับไป

" เออ ค่อยสบายหูขึ้นหน่อย ค่อย ๆ พูดทีละคนสิวะ " เหมือนจะได้ผลกลุ่มคนที่ล้อมเขาไว้ต่างค่อย ๆ เงียบลง จนทำให้เขามีจังหวะพูดบ้าง

" ปล่อ..ย ปล่อยลุงสมิทเดียวนี้นะ " คนที่พูดขึ้นมาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ที่ยืนประจันหน้ากับอิทธิ

" ฉันก็ไม่อยากจับไอ้ลุงสมิทสะเมิดอะไรของนายหรอกนะ แต่ว่าฉันไม่รู้ว่านายเป็นพวกไหนนะสิ จะมาทำร้ายฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ นายเข้าใจใช่ไหม เออ...นายชื่ออะไร " หลังจากมีการพูดคุย ก็ดูเหมือนทุกคนจะอารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว

" ฉันชื่อ อาเธอร์ ส่วนคนที่คุณจับไว้นั้นคือลุงสมิท เขาเป็นลุงของฉันเอง " อาเธอร์แนะนำตัวอย่างฉะฉานไม่เหมือนตอนแรก ที่ยังตื่นกลัวอยู่

" ขอโทษทีอาเธอร์ แต่ดูท่าฉันคงต้องจับตัวลุงนายเป็นตัวประกันไว้ก่อนนะ อ๋อลืมแนะนำตัวไปฉันชื่อ อิทธิ ยินดีที่รู้จักแล้วกัน " ช่างเป็นการทำความรู้จักกันที่แปลกที่สุดในชีวิตของอิทธิแล้ว ทำความรู้จักอีกฝ่ายทั้ง ๆ ที่ลุงของเขาไว้เป็นตัวประกัน จะมีครั้งในที่แปลกกว่าครั้งนี้อีก

" คุณอิทธิ ช่วยปล่อยลุงของผมได้ไหม เราสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรคุณเด็ดขาด " อาเธอร์ยื่นข้อเสนอ ซึ่งก็ทำให้อิทธิลังเลอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็คงยังไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าพวกนี้อยู่ดี

" โทษทีนะ อาเธอร์แต่ฉันไม่ค่อยเชื่อใจพวกนายเท่าไรวะ ดูท่าจะปล่อยลุงสมิทของนายไม่ได้ " อิทธิไม่เสียงที่จะปล่อยทางรอดของตัวเองไป ถ้าอีกฝ่ายเปลี่ยนใจเมื่อปล่อยแล้วลุมยิงเขาขึ้นมา ด้วยปืนเยอะขนาดนี้เขาคงไม่รอดแน่

" เออ...นี้ ๆ เดียวก่อน คุณใส่เครื่องแบบทหารของซาร์เฟียนี้ " อาเธอร์เหลือบไปเห็นกางเกงสีแดงที่เขาใส่อยู่ ใบหน้าที่เคร่งเครียดอยู่ก็กลับกลายเป็นผ่อนคลายขึ้นมา คนรอบ ๆ ที่ได้ยินต่างลดปืนลง ทั้งยังพูดคุยกันเบา ๆ

" คุณอิทธิ พวกเราทั้งหลายต่างเป็นชาวบ้านแถวชายแดนทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นปล่อยลุงสมิทได้แล้วครับ " อาเธอร์ลดปืนลงแล้วเดินเข้ามาหา

" เดียวก่อน สรุปว่าเราพวกเดียวกันใช่ไหม ฝั่งเดียวกันนะ ไม่ใช่ว่าผมปล่อยแล้วยิงผมนะ " อิทธิถามหยั่งเชิงอาเธอร์ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงดังที่อาเธอร์พูด เขาจึงยอมปล่อยลุงสมิทไป แต่ก็ยังไม่วางใจอีกฝ่ายซะทีเดียว

" คุณสมิทคุณมาจากไหนกัน กองทักหนุนงั้นหรอ " เมื่อรู้ว่าอิทธิไม่ใช่ศัตรูพวกเขาต่างตามติดอิทธิแจเลยทีเดียว

" เดียวก่อนสิ แล้วพวกนายไม่ใช่ทหาร แล้วมาทำอะไรในป่านี้ แล้วปืนพวกนั้นอีกเอามาจากไหนกัน " หลังจากเคลียร์กันจนรู้เรื่อง เขาให้คนกลุ่มนี้ช่วยกันจับตัวทหารที่ถูกเขาซัดจนสลบสองคนไว้ ตอนเมื่อเห็นทหารเสื้อเขียวเข้มนอนสลบอยู่บนพื้นทุกคนต่างตื่นตระหนกตกใจขึ้นอีกครั้ง เล็กปืนไปทางที่พวกนั้นนอนอยู่กันพึบพับ จนอิทธิห้ามแทบไม่ทัน

เมื่อได้คุยกันไปมาก็ได้ทราบข้อมูลหลายอย่าง อีกทั้งพวกเขายังพาอิทธิไปที่หมู่บ้านพวกเขาอีกด้วย ระหว่างทางเดินกลับก็ได้รู้อะไรเพิ่มเติมหลายอย่าง เช่น จุดที่อิทธิฟื้นขึ้นมาในตอนแรกเป็นสนามรบของกองทหารที่ถูกเกณฑ์ไปรับมือฆ่าศึกไว้ก่อน ตามข่าวที่ชาวบ้านได้ฟังคือไม่มีใครรอดกลับมา คงมีเพียงอิทธิคนเดียวที่รอดกลับมาได้จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิงซะทีเดียว ต้องบอกว่าเป็นเจ้าของร่างเก่าที่ไม่รอด เขาแค่มาทีหลัง แล้วทที่พวกนี้เดินมาเจออิทธิก็เพราะได้ยินเสียงปืนดังในป่าซึ่งที่ ๆ อิทธิอยู่นั้นไม่ห่างจากหมู่บ้านมากนักเดินไปต่อก็อีกไม่ไกลแล้วถ้าไม่หลงไปทางอื่นซะก่อนนะ

ส่วนข้อมูลพื้นฐานที่หลอกถามมาได้ก็อย่างเช่น ที่ ๆ อิทธิอยู่ก็คือหมู่บ้านชายแดนในอาณาจักรซาร์เฟียและอิทธิเป็นพลทหารในกองทัพซาร์เฟีย ด้วยการที่ถูกรุกรานทำให้ทางกษัตริย์ได้ให้กองทัพประกาศให้ทุกเมืองทุกหมู่บ้านรวบรวมคุณที่พอจะรบได้ ให้จัดตั้งกองกำลังอาสาขึ้นมาเพื่อปกป้องและรักษาชีวิตของพวกเขาเองจนกว่าจะขับไล่ข้าศึกออกไปได้ ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงจึงมารวมตัวกันที่หมู่บ้านชายแดน กองทัพจึงได้ส่งอาวุธมาให้ชาวบ้าน ส่วนกำลังพลก็ถูกรวบรวมไปเข้ากับกองทัพหนุนที่จะยกมาปราบข้าศึก

" แล้วคุณผู้ใหญ่บ้านแล้วบ้านจะเอายังไงต่อดีครับ "

เมื่อมาถึงชาวบ้านต่างให้อิทธิเข้าไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งเป็นคนคอยดูแลหมู่บ้านชายแดนอยู่

" ไม่ใช่คุณอิทธิ ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านแต่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน " ตั้งแต่ในป่ามาอาเธอร์ก็คอยอยู่ข้าง ๆ อิทธิมาตลอด เป็นเหมือนเลขาส่วนตัวไปแล้ว

" อ๋อ ขอโทษทีมันเผลอไป แล้วหัวหน้าหมู่บ้านจะเอายังไงต่อดีครับ " หัวหน้าหมู่บ้านซึ่งอิทธิมักเรียกผิดเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่บ่อย ๆ เป็นชายชราวัย เจ็ดสิบกว่าปีแล้ว เชิญอิทธิเข้ามาคุยในบ้านของเขาทันทีที่มาถึง

" ที่ผมอยากจะคุยกับคุณอิทธิมันเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ ไม่รู้ว่าคุณอิทธิจะช่วยพวกเราไหม " หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มเปิดประเด็นก็ดูเป็นเรื่องซีเรียสทันที ทำเอาอิทธิตลกไม่ออกต้องซีเรียสตามไปด้วย

" ว่ามาเลยครับ ถ้าผมช่วยอะไรได้ผมก็จะช่วยเต็มที่ " เลียได้ตอนนี้ต้องรีบเลีย ยิ่งไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อ เพื่อจะได้ขออาศัยอยู่ที่นี้จนกว่าจะหาทางไปต่อได้

เมื่อได้ยินอย่างนั้นสีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านก็ดูเบาใจขึ้น

" ด้วยคุณอิทธิเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งก็เป็นคนของกองทัพใช่ไหมครับ "

หัวหน้าหมู่บ้านจั่วหัวมา อิทธิก็เริ่มไม่สบายใจแล้ว

" ด้วยตัวผมเองก็เป็นแค่ชาวบ้านทั่วไป ทั้งอายุก็มากแล้ว ถ้าจะให้ดูแลผู้คนก็ยังพอจะสามารถทำได้ แต่ในเรื่องการรบ การต่อสู้ เห็นทีจะไม่ไหวแล้ว "

' อย่านะ อย่าพูดออกมา อย่าพูดในสิ่งที่ผมคิดนะ อย่า '

อิทธิถึงกับหน้าถอดสี เมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้าหมู่บ้านจะพูดต่อไป

" ผมจึงอยากให้คุณอิทธิเป็นผู้นำกำลังทหารอาสาของหมู่บ้านเราและหมู่บ้านข้างเคียงในการรบครั้งนี้นะครับ คุณคงไม่ปฎิเสธใช่ไหม "

หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยความยินดี สีหน้าของเขาดูเบิกบานขึ้นกว่าตอนแรก เช่นเดียวกับอาเธอร์ที่ดูตื่นเต้นปนยินดี แต่ผิดกับอิทธิลิบลับเขารู้สึกอยากจะกระโดดไปบีบคอหัวหน้าหมู่บ้านจริง ๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด

' นี้อุตส่าห์หนีรอดออกมาจากสงคราม แต่นี้กับถูกถีบส่งให้ไปทำสงครามอีก '

อิทธิได้แต่ก่นด่าหัวหน้าหมู่บ้านในใจ แต่สีหน้าได้แต่ยิ้มรับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #172 Dion??? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 12:04
    สนุกดี
    #172
    0
  2. #44 champ0012 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 16:36
    เฮ้ ทำไมดูน่าอ่านอย่างนี้
    #44
    0
  3. #16 Sakisaka00001235 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 21:18
    555ตัวเอกอย่างแกไม่รอดหรอกอิทธิ
    #16
    0