พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 11 : การประชุมในโรงอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    29 ธ.ค. 62

เมื่อได้ฟังความที่หัวหน้าของเขาส่งผ่าน ทำให้สิบตรีอดัมได้แต่เคร่งเครียดมากยิ่งขึ้นเวลาก็บีบเข้าไปทุกที แรงต่อต้านจากฝูงชนก็ยังรุนแรงขึ้นกว่าเดิม เขาจึงได้แต่ต้องตัดสินใจลงมืออย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นดูท่าเรื่องนี้จะไม่จบง่าย ๆ สิบตรีอลันก้าวขึ้นบนลังไม้อีกครั้ง ยกโทรโข่งขึ้น

"นี้จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ให้ทุกคนเร่งออกจากโรงอาหารไป ไม่อย่างนั้นเราจะใช้มาตรการเด็ดขาดแล้ว เฮ้ย กะหล่ำ อย่าโยนของกินสิวะ" กะหล่ำปลีถูกโยนเข้าใส่ แต่โชคดีที่อดัมหลบได้ทัน ยิ่งพูดเหมือนยิ่งเหมือนเติมน้ำมันลงกองไฟ ยิ่งมายิ่งโหมแรง

"ทหารไล่พวกมันออกไปจากโรงอาหารให้หมด ใช้กระบองได้เบื้องบนอนุญาติแล้ว ต้องไล่พวกมันออกไปให้เร็วที่สุด เร็วเข้า ไม่งั้นพวกเรานี้ละจะโดนลงโทษ" อดัมออกคำสั่งทำให้ทหารที่ยืนเรียงเป็นแถวเครื่องแบบของพวกเขาต่างเปื้อนเศษอาหารและสิ่งของที่โดนโยนเข้าใส่ กระบองไม้ที่เหน็บไว้ข้างเอวที่ไม่คิดว่าจะได้ใช้ก็ถูกหยิบมาถือไว้ในมือมั่น ทำเอาคนที่อยู่ใกล้เริ่มแสดงสีหน้าไม่ดีเมื่อเห็นพวกเขาหยิบกระบองออกมาแล้วค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาหา

"ทหาร!!! ไล่ทุกคนออกไปจากโรงอาหารให้หมด ใครไม่ทำตามอนุญาติให้ใช้กำลังได้ ลงมือเดียวนี้" เสียงหัวหน้าแถวสั่งเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่เคยต่อต้านเริ่มหวั่นวิตก พวกทหารเริ่มขับไล่คนไปทีละแถว ๆ คนที่ไม่ยอมไปแต่โดยดีต่างถูกหอบหิ้ว พลักไสให้เดินออกไป มีบางคนที่ไม่ยอมก็ถูกไม้กระบอกหวดเข้าใส่

"ปึก ๆ โอ๊ย ๆ ตีกันจริง ๆ เลยหรอ เดียวผมจะฟ้องหัวหน้าว่าพวกคุณทำอะไร โอ๊ย ๆ " เสียงร้องโวกเวกโวยวายควบคู่ไปกับเสียงร้องของความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว

"ไปฟ้องเลย ก็นี้เป็นคำสั่งมาจากเบื้องบน" เมื่อได้รับอนุญาติเหล่าทหารก็ไม่แม้จะออมมือหวดแต่ละครั้งทำเอาเจ็บแทบขาดใจ จนได้แต่ต้องรีบวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก เมื่อเห็นว่าทหารนั้นเอาจริงก็แตกกระเจิงออกคนที่เคยต่อต้านด้วยความคึกคะนองก่อนหน้าก็รีบเบียดเสียดแย่งกันหลบออกจากโรงอาหารไป

"ยอมทำตามแต่ที่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้วแท้ ๆ " เพียงไม่นานหลังคำสั่งขั้นเด็ดขาด ฝูงชนที่เคยมีอยู่จำนวนมากในโรงอาหารก็ล้วนถูกไล่ออกไปจนหมดสิ้นในเวลาไม่ถึง 20 นาที ทิ้งไว้เพียงความเลอะเทอะที่จะต้องเก็บกวาด

"สั่งห้าม ใครเข้าใกล้โรงอาหารเรียกคนเข้ามาทำความสะอาดที่นี้ให้เรียบร้อย มีเวลาไม่มากแล้วรีบจัดการให้เรียบร้อย"เหล่าทหารที่ทำหน้าที่ไล่คนอย่างดุดันเมื่อครู่ ตอนนี้ต้องเก็บกระบองแล้วคว้าหยิบไม้กวาด ไม้ถูพื้น เร่งทำความสะอาดโรงอาหารแทน แม้แต่อดัมก็เข้ามาช่วยด้วยจำนวนคนที่น้อยกับการเก็บกวาดโรงอาหารขนาดใหญ่ย่อมต้องใช้เวลา

.................................

"นี้เป็นห้องสุดท้ายแล้วครับ" ในที่สุดการทัวร์ก็สิ้นสุดลงจนได้

"จบแล้วหรอ? งั้นดีเลยเราไปที่โรงอาหารเลยไหม?" อิทธิรีบเสนอแล้วก็รีบเดินออกไปโดยไม่ทันได้ใครทักท้วงขึ้นได้ทัน ด้วยการที่เคยเดินผ่านโรงอาหารมาก่อนแล้วทำให้เขารู้เส้นทางไปโรงอาหารเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็เดินตามมาติด ๆ ทุกคนต่างมีสีหน้าที่แจ่มใสขึ้นด้วยแต่ละคนล้วนหิวกันแล้ว การไปยังโรงอาหารก็นับว่าเป็นสิ่งดี คงมีเพียงคนเดียวที่ดูจะไม่ปลื้มเท่าไรสิบเอกนาธานที่ตอนนี้เหงือเริ่มออกจากฝ่ามือและหน้าผากเขาคอยเดินตามอยู่ท้าย ๆ แถวจึงไม่อาจพูดทักท้วงถ่วงเวลาได้ ในใจจึงได้แต่ภาวนาให้ลูกน้องของเขากระทำการผ่านไปด้วยดี

อิทธิเดินนำมายังโรงอาหารก็เห็นทหารสองนายยืนอยู่หน้าประตูในใจของเขาก็คิด "ที่นี้เขาให้ทหารเฝ้ายันหน้าประตูโรงอาหารเลยหรอ?" อิทธิหยุดยืนอยู่แปปนึ่งจึงค่อยเดินต่อแต่ทหารทั้งคู่กับขวางอิทธิไว้เสียงก่อน

"หยุด! ตอนนี้โรงอาหารปิดใช้งานชั่วคราว"ทำเอาอิทธิถึงกับหยุดกึกไม่เข้าใจ แต่พอจะพูดอะไรก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

"ทำอะไรนะ!!! หลีกทางไปเดียวนี้นะ" เสียงร้องตะโกนทำเอาทหารทั้งสองต่างหยุดหันไปมอง ก็ต้องรีบทำความเคารพอย่างไวพวกเขาต่างรู้จักนายทหารที่ตะโกนเป็นอย่างดี พันโทเออมอนต์เป็นหนึ่งในคนที่มีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งของที่นี้

"เชิญ ๆ เลย ขอโทษแทนพวกเขาด้วย พวกเขายังไม่เคยพบคุณมาก่อนดังนั้นก็ปล่อยผ่านไปแล้วกัน"ท่าทีน่าเกรงครามเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนราวกับคนละคนกันเลย พันโทเดินนำพาอิทธิเดินเข้าโรงอาหารไปก่อนโดยมีนายทหารตามหลังมาจำนวนหนึ่ง ทำเอาทหารที่ยืนเฝ้าต่างแตกตื่นตกใจมีนายทหารระดับสูงหลายคนทยอยเดินตามกันเข้าไป พวกเขาต่างแข็งทื่อในใจได้แต่ครุ่นคิด "เด็กหนุ่มเมื่อกี้เป็นใครกันถึงทำให้นายทหารระดับสูงต่างเดินตามหลังต้อย ๆ "

เมื่อเห็นเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินเข้าไป สิบเอกนาธานก็ได้แต่พร่ำภาวนาให้ผ่านไปด้วยดี แต่เมื่อเขาเดินตามเข้าไป ก็ต้องโล่งใจเมื่อเห็นโรงอาหารดูสะอาดสวยงาม ตรงมุมห้องก็มีเหล่าลูกน้องของเขายืนหลบอยู่ สิบตรีอดัมส่งสายตามาให้ทั้งคู่ต่างพยักหน้าให้กันเป็นการขอบคุณผ่านสายตา

ทางด้านอิทธิก็ได้แต่ทึ่งกับขนาดอันใหญ่โตของโรงอาหารที่นี้ ดูเหมือนจะจุคนได้นับพัน ทั้งยังสะอาดสะอ้านเรียบร้อยทำให้เขาถึงอดชื่นชมไม่ได้

"ที่นี้ใหญ่โตจริง ๆ ดูท่าจะจุคนได้เป็นพันแถมยังสะอาดเรียบร้อยดีจริง ๆ " คำพูดชื่นชมออกมาจากปากอิทธิทำเอาสีหน้าเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างดีขึ้น โดยเฉพาะเออมอนต์ที่รีบพูดชื่นชม โอ้อวดเป็นการใหญ่

" ฮ่า ฮ่า ใช่ ๆ คนของเรานั้นต่างดูแลเป็นอย่างดี ดังคำกล่าวที่ว่ากองทัพเดินด้วยท้อง ดังนั้นโรงอารหย่อมต้องดูแลเป็นอย่างดี ทุกคนว่างั้นไหม? ฮ่า ฮ่า" อิทธิไม่ได้สนใจมากนักหลังจากชื่นชมสถานที่อยู่ครู่หนึ่งจึงรีบเดินไปยังเคาร์เตอร์ซึ่งมีทหารประจำอยู่อิทธิรับถาดอาหารมา เช่นเดียวกับนายทหารคนอื่น ๆ ที่ค่อย ๆ ยืนต่อแถวรับอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องหน้าแปลกประหลาดใจมากแก่คนที่ทำงานในโรงอาหารกับภาพของนายทหารระดับสูงจำนวนมาก เข้าแถวรับอาหารเหมือนคนอื่น ๆ ซึ่งโดยปกติพวกเขาต่างมักจะต้องทำอาหารพิเศษไปจัดไว้ยังห้องอาหารพิเศษหรือยกไปให้ที่ห้องทำงานของพวกเขา

"นี้ ๆ ผมขอข้าวเยอะ ๆ เอานั้นด้วย ๆ เยอะ ๆ เลยนะ" อิทธิราวกับเด็กน้อย เขาต่างถามนั้นนู้นนี้ ขอนั้นเพิ่ม ลดไอ้นี้ลง จดถาดอาหารของเขาเต็มไปด้วยอาหารจนเต็มถาด เมื่อได้อาหารมาแล้วอิทธิก็หาที่นั่งสักที่ก่อนจะวางถาดลงบนโต๊ะซึ่งมีคนอื่น ๆ ทยอยถือถาดอาหารของตนตามมานั่งรอบ ๆ

เมื่อได้อาหารแล้วอิทธิก็ไม่รอช้าตักอาหารเข้าปากโดยทันที "อร่อย ๆ เนื้อนี้มันอะไรกัน? ทำไมอร่อยจัง นี้ก็ใช้ได้" คำชมไม่ขาดปากทำให้คนโดยรอบสีหน้าดีขึ้นไปอีก พวกเขาต่างได้แต่ชื่นชมคนที่คอยจัดการดูแลอยู่ในใจ ซึ่งคนที่มีสีหน้าดีที่สุดก็คงเป็นสิบเองนาธานที่เป็นคนได้หน้าไปเต็ม ๆ ดูท่าเขาคงต้องขึ้นเงินเดือนให้กับอลันสักหน่อยเป็นการตอบแทน

เมื่อเห็นอิทธิทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยคนอื่น ๆ ก็ลงมือทานบางแต่ก็ไม่มีใครส่งเสียงดังคงมีเพียงพันโทเออมอนต์ที่ส่งเสียงดัง

หลังใช้เวลากินไม่ถึงสิบหน้าทีเขาก็จัดการจนเรียบวางช้อนส้อมลงบนถาดก็มีทหารเข้ามาเก็บถาดอาหารของเขาออกไป นายทหารคนอื่น ๆ ที่เห็นอย่างนั้นต่างหยุดกินแล้วให้คนเข้ามาเก็บถาดออกไปเช่นกัน แม้บางคนจะยังไม่ทันได้ทานเพราะมัวแต่พูดคุย ก็ถูกทหารเข้ามาเก็บออกไปแต่ก็ไม่กล้าร้องทักท้วงอะไรเมื่อเป็นคำสั่งของพันโท

เออมอนต์คอยอยู่ข้างกายอิทธิเสมอและคอยออกคำสั่งอย่างเงียบ ๆ มาโดยตลอดการเข้ามาของอิทธิแม้จะดูเหมือนเป็นการทำให้อำนาจของเขาลดลงแต่มันดันกลับกันเขาย่อมรู้ดีว่าอิทธินั้นมีแต่อำนาจที่ได้รับคำสั่งมาโดยตรงย่อมไม่รู้จักสถานที่และการทำงานในที่แห่งนี้ดีไปกว่าเขาเอง ยิ่งถ้าเขาเข้ามาคอยควบคุมดูแลแสดงให้เจ้านายคนใหม่เห็นว่าเขาทำได้อย่างดี ความไว้วางใจในการมอบอำนาจควบคุมดูแลที่แห่งนี้ย่อมต้องเป็นของเขา

"กองทัพต้องเดินด้วยท้องอย่างที่ท่านเออมอนต์ว่าไว้ เพราะอย่างนั้นเมื่อกินกันเสร็จแล้ว เรามาเข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า" อิทธิให้ทหารเอาแผนที่มากลางลงบนโต๊ะ ก่อนจะชี้จุดตำแหน่งต่าง ๆ บนแผนที่และให้เจ้าหน้าที่ ๆ เกี่ยวของออกมาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ตามรายงานที่เราทราบ กองทัพจักรวรรดิอยู่ห่างจากนี้ไปไม่ถึง 1 สัปดาห์ พวกเขาอยู่ตรงนี้" คำรายงานทำเอานายทหารต่าง ๆ ล้วนตื่นตระหนกกับสิ่งที่ได้ยิน พวกเขาหลายคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่เกี่ยวข้องเลยทำให้ไม่ทราบข่าวคราวของข้าศึกเลยด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินว่าข้าศึกอยู่ใกล้แค่ไหนจึงล้วนแต่ตื่นตระหนก

"แต่ไม่ตกแตกตื่นไป ถึงจะอยู่ห่างไปไม่ไกลแต่ล้วนแล้วเป็นเพียงทัพหน้าที่อ่อนแอด้วยเพราะท่านผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของเราท่านชาร์ล ลี เบอแกรนได้ทำงานจัดการกองทัพบางส่วนของพวกมันไปแล้วทำให้ พวกมันไม่กล้าบุกโจมตีฐานแห่งนี้เป็นแน่" คำอธิบายนี้ทำให้นายทหานหลายคนสบายใจขึ้นและต่างส่งเสียงปรบมือและชื่นชมอิทธิกันยกใหญ่ จนอิทธิต้องขอให้ทุกคนเงียบลงเพื่อฟังต่อ

"แต่เราก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ถึงพวกมันไม่กล้าโจมตีพวกเราแต่เราก็ไม่มีกำลังพอจะไม่ขับไล่พวกมันเช่นกัน ปัญหามันก็เป็นอย่างนี้ กองทัพใหญ่ของจักรวรรดิกำลังมุ่งมาสมทบกับกองหน้านั้นแหละที่เป็นปัญหาถ้าพวกมันมาสมทบกันได้ตอนนั้นฐานนี้คงไม่อาจต้านพวกมันไว้ได้" สีหน้าของเจ้าหน้าที่หลายคนต่างเคร่งเครียดขึ้น เมื่อได้ยินถึงกองทัพข้าศึกที่มาสมทบ

"แล้วกองทัพของพวกเราละ พวกเขาอยู่ที่ไหน" หนึ่งในนายทหารพูดขึ้นทำให้คนอื่น ๆ ต่างก็สงสัยกันขึ้นมา

"ถามได้ดีครับ กองทัพส่วนใหญ่ของเราถูกยกขึ้นไปปราบความวุ่นวายทางตอนเหนือและตะวันออกพอดี กว่าจะถอนทัพกลับมาได้จึงต้องใช้เวลา ดังนั้นเราจะต้องหาทางถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ก่อน" หลักคำอธิบายจบก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ ทำให้อิทธิต้องลุกขึ้นเพื่อพูดบ้าง

" ก็อย่างที่คุณ...ชื่ออะไรนะครับ" อิทธิหันไปถามเจ้าหน้าที่ ๆ มาอธิบายก่อนหน้า

"ครับ ผมสิบเอก เอร์นัน เบล็ค ครับท่าน" ทั้งคู่จับมือทักทายก่อนที่อิทธิจะหันไปพูดอีกครั้ง

"ก็อย่างที่สิบเอกเอร์นันบอก ผมถูกส่งมาก็เพื่อดูแลในเรื่องนี้โดยตรงเพราะอย่างนั้น หน้าที่ในการควบคุมการปฎิบัติการในครั้งนี้ผมจึงมีสิทธิขาดในการตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว" ผมพูดของอิทธิดูเหมือนจะไม่ไว้หน้าใครหลาย ๆ คนแต่ก็จำเป็นในตอนนี้เขาต้องแสดงให้ทุกคนเห็น ในสถานะการที่เสี่ยงแบบนี้ เขาไม่อาจเสียเวลามาถกเถียงถึงวีธีการที่เขาจำทำได้ ประกาศให้รู้โดยทั่วกันไปเลยว่าเขามาเพื่ออะไรและจะไม่มีใครมาขัดเขาได้

คำพูดของอิทธิดูราวกับเผด็จการ เอาแต่ใจและเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ทำให้ในใจของหลาย ๆ คนนั้นดูจะไม่ชอบใจขึ้นมาแต่พวกเขาต่างไม่กล้าแสดงออกมาเท่านั้น รวมไปถึงพันโทเออมอนต์ที่รู้สึกไม่ดีแต่เขาก็ยังยิ้มแย้มไปกับอิทธิ

"เรื่องที่ผมจะพูดไม่ใช้การขอความคิดเห็นหรือขออนุญาติอะไร ผมแค่มาแจ้งให้พวกคุณทราบก็เพียงเท่านั้น แผนการที่ผมได้คิดมาแล้ว ด้วยเราไม่อาจปะทะกับอีกฝ่ายได้โดยตรงดังนี้สิบเอกเอร์นันกล่าวไปก่อนหน้า เราจะต้องใช้การสงครามแบบกองโจร(Guerrilla Warfare)" ทุกคนต่างตั้งใจฟังในตอนท้ายพวกเขาต่างงุงงงกับคำศัพท์ที่พวกเขาไม่เคยได้ยินอย่างการสงครามแบบกองโจรมาก่อน หลายคนต่างมองหน้ากัน พูดคุย สอบถามแม้แต่เจ้าหน้าที่ ๆ จบจากสถาบันการทหารก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำเอาอิทธิปวดหัวแม้แต่สงครามแบบกองโจรพวกเขาก็ไม่เข้าใจทำเอาเขาถึงกับปวดหัวเลยทีเดียว

"การรบแบบกองโจร? มันคืออะไรครับ"จนมีคนที่ทนสงสัยไม่ไหวยกมือสอบถามขึ้น

"การรบแบบกองโจรคือะไรงั้นหรอ ถ้าจะพูดแบบง่าย ๆ ก็คือเราจะมุ่งเน้นการซุ้มโจมตี ลอบทำลายเสบียงข้าศึก ทำทุกวิธีทางเพื่อสร้างความได้เปรียบโดยเสียหายให้น้อยที่สุด ไม่เป็นการปะทะกันซึ่ง ๆ หน้าที่จะนำมาซึ้งความสูญเสียจำนวนมาก" มีบางคนเข้าใจ บางคนก็ยังสงสัยในวิธีการแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป

"ก็นั้นแหละการรบแบบกองโจรนั้นเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ในสถานะการนี้ ดังนั้นผมต้องการให้ทุกคนจัดเตรียมกำลังคน อาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารให้กับคนของผม การรบครั้งนี้ผมต้องการคนไปน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยิ่งน้อยยิ่งทำให้ถูกตรวจพบได้ยากขึ้นแต่ผมก็ต้องการทหารที่มีฝีมือดีมีประสบการณ์ผ่านการรบมาก่อน...." อิทธิเริ่มแจกแจงความต้องการของเขาทั้งจัดสรรแบ่งงานแบ่งหน้าที่ให้นายทหารหลายคนไปจัดการ ทั้งยังปรึกษาหารือเพิ่มเติม ทั้งการหาคนมาดูและฐานแห่งนี้แทนเขา ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ได้รับหน้าที่ได้รับตำแหน่งไปย่อมเป็นใครไปไม่ได้ พันโทแออมอนต์นั้นเองที่รับตำแหน่งไป ทั้งยังให้เตรียมพร้อมกองทัพเอาไว้เพื่อว่าอาจได้ใช้เผด็จศึกศัตรู

การประชุมลากยาวไปจรดเย็นถึงจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการประชุม

"เอาละ ผมรู้ว่าคำสั่งของผมเป็นงานที่ยากแต่เราก็ต้องทำมันให้ได้โดยเร็วที่สุด ในวันสองวันนี้เราคงไม่ได้นอนพักกันแต่เพื่ออาณาจักรของเรา จงทำหน้าที่ของคุณให้ดีแล้วผมจะนำชัยชนะมาให้ เท่านี้วันนี้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน" สิ้นคำพูดของอิทธิทหารทั้งหมดต่างลุกขึ้นยืนทำความเคารพ

"ด้วยเกียรติและมาตุภูมิ" เสียงตะโกนกึกก้องก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันออกไป อิทธิก็เช่นกันเขามีงานต้องทำอีกมาก จึงรีบขึ้นไปยังห้องทำงานของเขาก่อน

"งานนี้คงอีกยาว ดูท่าต้องขุดตำราโฉดทั้งหมดขึ้นมาใช้ซะแล้ว"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น

  1. #61 ฉันคือแมวเจ้าสเน่ห์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 01:41
    โคตเลว5555 แต่จริงๆแรงต่อต้านต้องมากกว่านี้สิ
    #61
    0
  2. #39 dream4try (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2562 / 23:36
    ก็นะ สงครามจริงๆใครจะสนวิธีการล่ะ ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายเท่านั้น นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นตามเกมด้วย
    #39
    0
  3. #20 vongola292 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 11:32
    ให้ใวให้ว่อง
    #20
    0
  4. #19 yumineko (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 08:21

    ขอตอนต่อไปเร็วๆสิ
    #19
    0