พระเจ้าส่งผมไปรบ (INTO THE BATTLEFIELD)

ตอนที่ 10 : การจลาจลก่อนมื้ออาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 284 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62

 

อิทธิเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทั้งหลายมาประชุม รวมถึงร้อยเอกเชฟฟิล ที่รับหน้าที่ไปก่อนหน้าให้เข้าร่วมประชุม ทั้งหมดย้ายไปยังห้องอาหารด้วยเหตุผลที่อิทธิอ้าง เขาสั่งอาหารมาสองสามอย่างแล้วรับประทาน โดยรายล้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงหลายสิบคนที่คอยจับจ้องทุกการกระทำของเขา

การเรียกประชุมในห้องอาหารครั้งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ งุงงงกับการตัดสินใจของหัวหน้าคนใหม่ที่คิดพิเรนทร์เปลี่ยนโรงอาหารให้กลายเป็นห้องประชุม ทหารที่ทำหน้าที่รับผิดชอบจัดการประชุมต้องไล่เจ้าหน้าที่ พนักงาน พลทหารต่าง ๆ ที่มาพักรับประทานอาหารกันอยู่แน่นขนัดต่างเกิดความสับสนวุ่นวาย เมื่อมีเจ้าหน้าที่ทหารมาไล่พวกเขาที่กำลังทานอาหารกันอยู่ จนเกิดเป็นความวุ่นวาย เสียงพร่ำบ่นเกิดขึ้นไปทั่ว

แต่ผู้ที่เป็นคนคิดพิเรนทร์คิดจะเปลี่ยนบรรยากาศ หลายวันที่ผ่านมาอิทธิไม่ได้รับประทานอาหารแบบเต็มคราบสักที วันนี้เลยคิดจะกินไปประชุมไปด้วยแต่กับไม่รู้เลยว่าเขาสร้างความวุ่นวายมากมายแค่ไหน ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนมากไม่ได้ทานข้าวไปทั้งวัน ส่วนเจ้าตัวเดินชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ ห้องต่าง ๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ รอเจ้าหน้าที่ไปจัดการสถานที่ให้เรียบร้อย

20 นาทีแห่งความวุ่นวาย เจ้าหน้าก็จัดเคลียส์โรงอาหารจนเรียบร้อย ทางเข้าทั้งสองทางมีทหารเฝ้าคอยห้ามไม่ให้คนที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้าไปด้านใน สิบตรีอดัม เป็นคนที่ได้รับหน้าที่ต่อจากหัวหน้าของเขาให้พาทหารมาจัดเตรียมสถานที่ เมื่อได้ฟังว่าผู้บัญชาการคนใหม่จะใช้โรงอาหารเป็นที่ประชุมก็ทำเอาเขาอารมณ์เสียไม่น้อย ตัวอดัมเองก็ยังไม่ได้ทานอาหารเหมือนกันและดูท่าวันนี้จะไม่ได้ทานทั้งวันแน่

การจัดการไล่เจ้าหน้าที่จากโรงอาหารเป็นไปอย่างเร่งรีบ อดัมเข้ามาในโรงอาหารก็เห็นเจ้าหน้าที่กว่าพันคนกำลังรับประทานอาหารและพูดคุยกันเสียงดังระงม ด้วยตัวโรงอาหารนั้นออกแบบให้รองรับเจ้าหน้าที่อาหารทั้งหมดของฐานปฎิบัติการนี้ จึงมีขนาดใหญ่โต โต๊ะขนาดใหญ่เรียงรายหลายสิบแถว โต๊ะหนึ่งตัวสามารถนั่งเก้าถึงสิบคนและโต๊ะแทบทุกตัวต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ลงมาพักทานอาหาร พูดคุยสนทนา พักผ่อนจากการทำงานในช่วงเช้า แต่ดูเหมือนเวลาพักของพวกเขาในวันนี้ช่างสั้นนัก

สีหน้าของสิบตรีอดัมดูไม่ดีนัก ดูท่าวันนี้เขาคงจะต้องเป็นคนที่ถูกก่นด่ามากที่สุดแน่ ๆ แต่เขาไม่มีทางเลือก ถึงจะถูกคนเกลียดขี้หน้าไปอีกนานก็ตามแต่เมื่อมันเป็นคำสั่งเขาก็ต้องทำตามคำสั่งโดยไม่มีสิทธิค้าน อดัมนำทหารมาด้วยหลายสิบคนการเข้ามาของอดัมทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ หันมามองแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักก็ด้วยโรงอาหารเป็นที่ใคร ๆ ก็เข้ามาทั้งนั้น

สิบตรีอดัมออกคำสั่งต่อลูกน้องที่มาพาให้พวกเขายืนเรียงแถวเป็นแนวหน้ากระดานแล้วให้เดินไล่คนออกไปเมื่อเขาสั่ง อดัมคว้าลังไม้และโทรโข่งเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงกลางด้านท้ายห้องแล้ววางลังไม้ลงขึ้นไปยืนด้านบนลัง จนเป็นจุดเด่นและสามารถมองเห็นได้โดยทั่ว

"เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในโรงอาหาร กรุณาหยุดทุกการกระทำและออกจากโรงอาหารไปโดยเร็วนี้เป็นคำสั่งจากเบื้องบน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจะใช้โรงอาหารดังนั้นทยอยเดินออกไป ขอย้ำนี้เป็นคำสั่ง" โทรโข่งในมือช่วยขยายเสียงของอดัมออกไป แต่ก็ดูเหมือนเสียงนั้นจะถูกกลืนหายไปกับเสียงต่าง ๆในโรงอาหาร มีบ้างสำหรับคนที่อยู่ใกล้พอจะได้ยินสิ่งที่อดัมพูด แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจทำตามที่อดัมสั่ง พวกเขาลังเลอยู่สักพักก่อนจะหันกับไปทำธุระของตัวเองต่อ

เมื่อเป็นอย่างนั้นสิบตรีอดัมได้แต่หนักใจเมื่อมีคนไม่ทำตามคำสั่ง และเขาก็ไม่อาจไม่ทำตามเขารู้ดีว่างานที่ดูง่าย ๆ นี้มันไม่ง่ายเลย เขาหันไปมองหน้าทหารที่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้าก่อนจะพยักหน้าออกคำสั่ง

"เงียบ!!!"เสียงตะโกนของเหล่าทหารที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจำนวนหลายสิบคน ดังจนสามารถทำให้คนในห้องอาหารค่อย ๆ เงียบเสียงลงแล้วหันมาสนใจพวกเขาเป็นจุดเดียว ทำให้อดัมได้มีโอกาสพูดอีกครั้ง

"ถ้าเงียบกันแล้ว ก็ฟังให้ดีเบื้องบนมีคำสั่งลงมาให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในโรงอาหารทุกคนทยอยออกไปโดยเร็วที่สุด ด้วยมีความจำเป็นต้องใช้โรงอาหารดังนั้นจงหยุดทุกการกระทำที่ทำอยู่หรือคิดจะทำแล้วทยอยออกไปโดยเร็ว ขอย้ำอีกครั้งนี้เป็นคำสั่งจากเบื้องบน"เมื่อโรงอาหารเงียบลง เสียงของสิบตรีอดัมก็ดังพอให้ได้ยินโดยทั่วกันทั้งโรงอาหาร

แต่เหมือนทิ้งระเบิดลงกลางฝูงจน เสียงโห่ร้องขับไล่ดังกึกก้องยิ่งกว่าความไม่พอใจแพร่กระจายยิ่งกว่าไข้หวัด การตะโกนด่ามากมายสาดเข้าใส่สิบตรีอดัมและตามมาด้วยข้าวของที่ถูกโยนเข้าใส่ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาหารที่พวกเขาทานอยู่ จนเหมือนสงครามขนาดย่อม ๆ

สิบตรีอดัมได้แต่กลัดกลุ้มก้มหลบข้าวของที่ถูกขว้างใส่ เขาคงได้แต่ทนจนกว่าความไม่พอใจของฝูงชนจะลดลงแล้วค่อยพูดเกลี้ยกล่อมกันอีกทีตอนนี้ก็ต้องหาที่หลบกันไปก่อน แต่สิ่งเดียวที่สิบตรีอดัมไม่มีคือเวลาเขาจึงได้ให้ทหารคนหนึ่งขึ้นไปแจ้งหัวหน้าของตนถึงการต่อต้านที่เกิดขึ้นในโรงอาหาร

"นี้นายรีบไปแจ้งสิบเอกนาธานเร็วเข้า ว่าเจ้าหน้าที่ในโรงอาหารทั้งหลายล้วนแต่ไม่ยอมทำตามให้ผมทำยังไงดี ไปเร็ว" ขณะที่ออกคำสั่งก็ได้แต่หลบข้าวของที่โยนเข้าใส่ ทหารที่รับคำสั่งมาก็รีบวิ่งก้มหลบ แซนวิซที่ถูกโยนเข้าใส่จนเฉียวศีรษะไป จนออกจากโรงอาหารมาได้ ด้านนอกก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ยืนออกันจนแน่นขนัด พวกเขาต่างต้องการเข้าไปภายในโรงอาหารแต่ก็มีทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ก่อนแล้วขัดขวางไว้ จนเกิดเป็นความวุ่นวายอยู่ด้านนอกอีกแห่ง

"วันนี้มันวันอะไรกันเนี้ย" ทหารหนุ่มต้องฝ่าฝูงชนออกมาแล้วรีบมุ่งหน้าไปเพื่อแจ้งข่าวสิ่งที่เกิดขึ้น สิบเอกนาธานที่ไม่ได้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงอาหารด้านล่าง คำสั่งของเขาสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนแค่ไหน สิบเองนาธานเป็นคนหนุ่มวัย 20 ปลาย ๆ เป็นเจ้าหน้าที่คอยรับคำสั่งมาอีกทีในวันนี้ก็เช่นกันเขาได้รับคำสั่งให้จัดเตรียมให้โรงอาหารเปลี่ยนเป็นห้องประชุมเขาจึงได้สั่งลูกน้องคนสนิทอย่างสิบตรีอดัมต่อไปอีกทอดหนึ่ง ส่วนเขาต้องเข้าร่วมขบวนติดตามผู้บัญชาการคนใหม่อย่างอิทธิรับชมโดยรอบ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายสิบคนเดินตามกันจนเป็นขบวนใหญ่ ด้วยยศเพียงสิบเอกนาธานจึงเป็นคนติดตามอยู่ท้าย ๆ แถวหน้าที่ก็แค่คอยตบมือและหัวเราะไปกับคนอื่น ๆ

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "เสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วโถงทางเดินของเจ้าหน้าที่ทั้งสูงต่ำ กับการเล่นมุขตลกที่ดูไม่เห็นจะตลกของพันโทเออมอนต์ที่คอยบรรยายสถานที่ต่าง ๆ พันโทเออมอนต์เป็นชายสูงวัย ที่มีหนวดเคราสวยงามใบหน้าประดับไปด้วนรอยยิ้มอยู่เสมอ ร่างกายที่อ้วนฉุจนเครื่องแบบแทบจะปริขาดสั่นไหวไปกับจังหวะการหัวเราะ เขามักจะเล่นมุขตลกที่คิดว่ามันตลกอย่างการเล่าถึงอุบัติเหตุที่เขาเคยทำปืนลั่นจนทำให้เครื่องแบบเป็นรู ซึ่งไม่เห็นจะตลกแต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ต้องหัวเราะตามไปด้วย คงมีเพียงอิทธิที่มีสิทธิไม่ขำไปกับคนอื่น ได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่ายกับการเดินชมสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็ยอมเดินตามไปด้วย

"สิบเอกนาธานครับ มีเรื่องมารายงานครับ" เสียงเรียกจากด้านหลังเป็นพลทหารที่สิบตรีอดัมให้มารายงานดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคน ทำเอาสิบเองได้แต่นิ่งเงียบด้วยสายตาตำหนิจากเจ้าหน้าที่โดยรอบ ทำเขาได้แต่ก้มขอโทษแทบไม่ทันก่อนจะลากตัวพลทหารคนนั้นออกไปคุยห่าง ๆ แต่ขบวนเยี่ยมชมก็ไม่ได้สนใจกลับไปหัวเราะและปรมมือกันต่อ

"นี่! มีเรื่องอะไรกัน มาส่งเสียงดังแบบนี้อยากให้ฉันโดนลงโทษหรือยังไง!!" เมื่อขบวนจากไปรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของสิบเอกนาธานก็เปลี่ยนเป็นถมึงทึงหันมาพูดคุยกับพลทหาร

"ขอประทานโทษจริง ๆ ครับสิบตรีอดัมมีเรื่องด่วนให้ผมมารายงานท่านครับ" เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูไม่พอใจเขานัก พลทหารก็รายงานด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาลง

"สิบตรีอดัมได้พยายามไล่ให้คนในโรงอาหารออกไปแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีนักครับ พวกเขาต่างไม่ยอมให้ความร่วมมือต่างขว้างปาข้าวของใส่พวกเขากันครับ"เมื่อได้ยินที่รายงานก็ทำเอาสิบเอกถึงกับลมออกหูด้วยความโมโห ถ้างานนี้ไม่สำเร็จเขาต้องโดนเบื้องบนลงโทษอย่างหนักด้วยเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเขาโดยตรง

"กลับไปบอกไอ้สิบตรีอดัมเลยนะ ว่าฉันสั่งให้มันทำทุกวิถีทางจะต้องเคลียร์สถานที่ให้ได้ในอีก 1 ชั่วโมงทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ก่อนที่พวกระดับสูงจะลงไปถ้ามันทำไม่ได้ฉันจะสั่งลงโทษฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา"สิบเอกนาธานพูดด้วยความโมโห ก่อนจะเดินกลับไปร่วมขบวนอีกครั้ง แต่ก่อนจะไปพลทหารก็เรียกเขาไว้เสียก่อน

"ท่านครับ ถ้าพวกเขาไม่ยอมละครับ"พลทหารพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

"ถ้าพวกมันไม่ยอมก็โยนพวกมันออกไปสิ" คำพูดทิ้งท้ายของสิบเอกก่อนหันกลับไปมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสหัวเราะไปกลับทุกคนอีกครั้ง

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า...มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอนาธาน ฮ่า ฮ่า"เมื่อกลับมาร่วมแถว ที่ด้านข้างเป็นสิบเอกเดสมอนต์ ซึ่งเป็นชายสูงวัยกว่านาธานไม่น้อยแต่ทั้งคู่ก็สนิทกัน ด้วยสมัยก่อนนาธานก็เคยเป็นคนสนิทของเดสมอนต์ก่อนได้เลื่อนขั้น

"ฮ่า ฮ่า ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ คุณเดสมอนต์ผมให้คนจัดการเรียบร้อยแล้ว ฮ่า ฮ่า"ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันอย่างแผ่วเบาและก็ต้องร่วมหัวเราะไปพร้อมกัน

"อย่าให้เกิดปัญหาละ ไม่งั้นเธอได้จบอาชีพทหารของเธอแค่นี้แน่"คำเตือนของเดสมอนต์ทำให้นาธานได้แต่คิดกังวลอยู่ในใจโดยหวังเพียงให้ลูกน้องของเข้าไม่ทำให้ผิดหวัง

ในด้านของอิทธิได้แต่พร่ำภาวนาให้การทัวร์ครั้งนี้จบลงสักที

"หิวข้าวจริงโว๊ย ตาลุงนี้ก็พูดไม่หยุดสักที ถ้าจบนี้จะลงไปกินให้เต็มคราบเลยแต่เราต้องต่อแถวไหมนะ ถ้าคนเยอะนี้คงต้องไปยืนหิวอีกสิ อยากรีบ ๆ ไปต่อแถวเร็ว ๆ จริง" โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ในโรงอาหารเกิดความวุ่นวายแค่ไหนเพื่อความต้องการที่จะกินข้าวในโรงอาหารแค่นั้น

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 284 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

230 ความคิดเห็น