นักค้าทาส

ตอนที่ 7 : งดงามดั่งเทพี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

ณ ป่าเชิงเขา

ผมสอนความรู้เกี่ยวกับวิธีดำรงชีวิตในป่านี้ให้กับเฟริซ่า ในระหว่างเดินตรวจสอบกับดัก

"ทั้งหมดนี่ นายทำคนเดียวงั้นเหรอ? "

เฟริซ่าเอ่ยถามด้วยความทึ่ง หลังจากเห็นกับดักและอุปกรณ์ต่างๆ

"ใช่ ผมทำมันหลังจากเจอกับเธอเป็นครั้งแรก"

ผมกล่าวขณะที่กำลังยุ่งกับการเก็บสัตว์ที่ติดกับดัก

เฟริซ่า: "แค่เห็นหน้าฉัน นายก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนต้องออกมาทำงานอย่างหนักขนาดนี้เลย"

ผมหันหน้าไปมองเธอด้วยความรู้สึกสงสาร หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ โถ่ ยัยผู้หญิงคนนี้โดนโจรจับไปทรมานจิตใจจนกลายเป็นคนบ้าไปเสียแล้ว

เยมะ "นี้เธอเมาอยู่หรือไง? ฉันทำเพราะป้องกันตัวจากพวกโจรนั้นตั้งหาก"

เฟริซ่า: "อื้อหือ นี่นายอยากปกป้องฉันจนต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ"

ยัยบ้านี่นอกจากจะเสียสติแล้วยังหลงตัวเองขั้นสุดอีกด้วยแฮะ

ผมเก็บสัตว์เสร็จ ก็ตรงไปที่ลำธารเพื่อไปตักน้ำไว้ใช้

"เยมะ ฉันขออาบน้ำก่อนสิ ตั้งแต่โดนจับไปที่หมู่บ้านนั้นฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลย"

เฟริซ่ากล่าวอ้อนวอน

"เธอไม่มีกลิ่นหรอกน่า เราไปกันเถอะ"

ผมตอบปฏิเสธเพราะขี้เกียจรอ ด้วยประสบการณ์ของผม การที่ผู้หญิงจะอาบน้ำ มันต้องนานแน่ๆ

เฟริซ่าหลบสายตาทำท่าเขินอายก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

"ตะ ตะ แต่ฉันก็ต้องเตรียมพร้อมเหมือนกันนะ"

"งั้นผมกลับไปรอที่ถ้ำแล้วกัน"

ผมตอบกลับไป แบบไม่ได้สนใจไยดีเท่าไรนัก

"นี่!! นายจะบ้าเหรอ แล้วถ้าฉันโดนหมาป่ารุมเล่นงานละ อยู่เฝ้าก่อนสิ"

ใบหน้าสวยๆ ขมวดคิ้วขึ้น แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาเท้าสะเอว แล้วก็บ่นแบบไม่พอใจหลังจากลูกไม้ออดอ้อนใช้ไม่ได้ผล

"งั้นผมไปรออยู่หลังต้นไม้นะ"

ผมเดินออกไปทันที ที่เห็นเธอกำลังจะถอดชุดออก

"ไม่ต้องไปหรอก ถึงนายจะไปหลังต้นไม้ ยังไงก็แอบมองอยู่ดีล่ะ ยืนอยู่ตรงนั้นและอย่าหันไปมองทางอื่นด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เดี๋ยวนายจะช่วยฉันไม่ทัน"

เธอกล่าว พลางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น โดยไม่คิดจะใส่ใจสายตาของคนที่อยู่ด้วยกัน ราวกับว่าผมนั้นไร้ซึ่งตัวตน

เยมะ: "ถ้ารู้ว่าเธอจะเรื่องมากขนาดนี้ ไม่ช่วยมาจากพวกโจรซะก็ดีหรอก"

เฟริซ่า: "ก็เมื่อคืนหาความสุขจากร่างกายของฉันจนพอใจแล้วนี่ พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ขับไล่ไสส่งไม่รู้จักรับผิดชอบ ผู้ชายเลวๆ"

เยมะ: "นี้ๆ เรื่องเมื่อคืนเป็นเพราะเธอกำลังเศร้าอยู่หรอกนะ ผมถึงได้ปลอบใจเธอ"

เฟริซ่า: "นายคงรอจังหวะทำแบบนี้กับสาวๆ อยู่ตลอดเลยสิ พวกชอบฉวยโอกาสตอนคนอื่นกำลังอ่อนแอเนี่ย"

เราอยู่ที่ลำธารและเถียงกันเรื่องเมื่อคืน แต่สุดท้ายกลายเป็นผมที่ยอมแพ้ไป ไม่ใช่ว่าผมอยากดูเธออาบน้ำอะไรแบบนั้น หรอกนะ ฮ่าๆ

เฟริซ่าถอดเสื้อผ้าของเธอออก จนเหลือแค่ผ้าผืนเดียวมาปกปิดร่างกาย เธอยื่นเสื้อผ้าให้ผมก่อนจะเดินลงลำธารไปในน้ำ หากว่าไม่นับนิสัยเสียของเธอ ผมต้องยอมรับว่าเธอก็มีดีไม่น้อย ร่างกายสมส่วนมีทรวดทรงที่พอเหมาะ และเมื่อเธอแกะที่มัดผมที่รวบตึงออก เส้นผมสีทองยาวสลวยถึงกลางหลังโดนปลดปล่อยออก ตัดกับสีผิวขาว ก่อนที่เธอจะหันมากล่าวว่า

เฟริซ่า: "คุณสามีถ้าทนไม่ไหวลงมาเล่นน้ำด้วยกันไหม"

เยมะ :"ฝันไปเถอะ ยัยคนหลงตัวเอง แล้วก็เรียกผมว่าเยมะด้วย"

ให้ตายสิทำไมเธอต้องมีนิสัยแบบนี้ด้วยนะ ผมละเสียดายร่างกายที่สวยงามของเธอจริงๆ ถ้าไม่พูดอะไรก็น่ารักดีอยู่หรอก

เมื่อเธออาบน้ำล้างตัวเสร็จ ก็เดินขึ้นมาจากลำธารตรงมาที่ผม หน้าตาที่เคยเปรอะเปื้อนความสกปรกตอนนี้กลับมาสะอาดสะอ้าน ด้วยการที่เธอนุ่งผ้าผืนเดียว ทำให้ผมหายใจติดขัด

ยัยนี่ไม่รู้จักความอายบ้างเลยหรือไงกันนะ ผมรีบยื่นผ้าแห้งให้เธอเช็ดตัว

"คุณสามีหน้าแดงหมดแล้วนะ! หากนายอยากเห็นความงดงามแบบนี้อีก จงมาเป็นคนรับใช้ฉันสิ"

เธอพูดจบก็ทำท่าเซ็กซี่อวดเรือนร่างด้วยความมั่นใจ

หน็อย..คิดจะให้ผมเป็นคนรับใช้ งั้นเหรอ ผมว่าจะต้องแก้เผ็ดยัยผู้หญิงหลงตัวเองคนนี้สักหน่อยแล้ว

"ท่าทางเหมือนผมจะป่วย รู้สึกตัวร้อนเหมือนจะมีไข้ งั้นผมขอกลับถ้ำก่อนนะ"

พูดจบผมก็เดินออกไป แต่มือเรียวเล็กของเฟริซ่ารีบคว้าชายเสื้อของผมไว้

"นายคงไม่คิดจะให้สาวน้อยผู้งดงามคนนี้ เดินตัวเปล่ากับถ้ำหรอกใช่ไหม"

เฟริซ่า กล่าวอย่างรวดเร็ว

ชิ! ยัยนี่รู้ทันแผนการของผม ผมจึงชูมือที่ถือเสื้อผ้าของเธอขึ้นจนสุดแขน

"ถ้าอยากได้คืนก็ยอมเป็นลูกน้องผมก่อนสิ"ผมพูดพลางยิ้มเยาะเย้ย

"เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"เฟริซ่าพยายามกระโดดคว้าเสื้อผ้าของเธอเต็มแรงแต่เธอก็กระโดดไม่ถึง

เยมะ: "แบบนั้นแหละดีมาก โดดอีก โดดสูงๆ ให้มันรู้ซะบ้างใครเป็นลูกพี่ใครเป็นลูกน้อง ฮ่าๆ "

"จะเอางั้นเหรอ...เจอแบบนี้หน่อยเป็นไง"

เธอเดินถอยหลังไป2-3ก้าวก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าใส่จนเกิดเสียงดังสนั่น จากการกระแทกกับของแข็ง ยัยบ้านี่กระโดดเอาหัวพุ่งชนท้องของผมเราทั้งคู่ล้มลง ตกไปในลำธารแถวริมตลิ่งที่น้ำลึกเท่าตาตุ่ม มันทำให้เราตัวเปียกกันอีกรอบ

"โอ๊ย ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย"

ผมพูดก่อนจะลืมตาขึ้นมาเห็นเธอกำลังนอนทับตัวผม และเอามือกุมหัวตัวเอง ด้วยความเจ็บปวด

เฟริซ่า: "เจ็บๆ นายเอาอะไรแข็งๆ ไว้ที่ท้อง"

เยมะ: "นี่นะเหรอ ชุดเกาะไม้ป้องกันธนูไงล่ะ"

เฟริซ่า: "นายใส่ของแบบนี้ไว้ด้วยเหรอ เมื่อคืนยังไม่เห็นมีเลย"

เธอพูดพลางเอามือเคาะชุดเกาะไม้ที่ท้องของผม

เยมะ: "นี้ๆ ถ้าหายเจ็บแล้วก็ลุกออกไปสักที"

เธอหันหน้ามามองผม จังหวะนั้น หน้าเราสองคนใกล้กันมากเราสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง มันทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมา

เฟริซ่า: "นายใจเต้นแรงมากเลยรู้ไหม"

เยมะ: "เธอก็หน้าแดงไปถึงหูแล้วเหมือนกันนั้นแหละ"

เฟริซ่ารีบลุกออกไปเราทั้งคู่ไม่กล้าหันมามองหน้ากัน ก่อนที่เธอจะเดินหนีไปนั่งก้อนหินที่มีพอๆ กับเก้าอี้

เฟริซ่า: "นายมีหวีไหม"

เยมะ: "ไม่มี ผมไม่ได้ใช้"

เฟริซ่า: "งั้นมาช่วยสางผมให้ที"

เยมะ: "ทำไมเธอไม่ทำเองล่ะ"

เฟริซ่า: "นายควรทำตัวเป็นสุภาพบุรุษโดยการช่วยผู้หญิงแต่งตัวนะมันเป็นธรรมเนียมของคนที่นี่"

ผมยอมทำตามที่เธอขอร้อง ความจริงมันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นะ การที่มายืนสางผมให้กับ หญิงสาวที่นุ่งน้อยห่มน้อยนั่งอยู่บนก้อนหิน ทำเอาผมคิดถึงพวกรูปปั้นงานศิลปะ เฟริซ่านั้นงดงามมากกว่ารูปปั้นเทพีวีนัสเสียอีก จนบางทีผมเองก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นมนุษย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือว่าเป็นสิ่งที่ถูกเทพพระเจ้าสร้างสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมา

"เฟริซ่า ผมขออะไรอย่างสิ"

ขณะที่กำลังสางผมที่พันกัน ผมก็พูดเบาๆ ข้างหูของเธอ

"ได้สิ นายเป็นคนช่วยชีวิตของฉันไว้ ยังไงก็ต้องตอบแทน แต่ว่ามีข้อแม้ว่าจะขอได้เพียงข้อเดียว และถ้าหากคิดจะขอเรื่องอย่างว่า เราควรจะกลับไปที่ถ้ำกันก่อน"

เธอกล่าวตอบเบาๆ ด้วยท่าทางที่เขินอาย

ผมรีบยกมือขึ้นปฏิเสธทันที

"เดี๋ยวก่อนนะ เฟริซ่า เธอกำลังเข้าใจผมผิด"

"แต่สายตาของนายมันฟ้องว่า อยากจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว มาสักได้พักแล้ว"

เธอกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

คำตอบของเธอทำเอาผมต้องลุกลี้ลุกลน แก้ไขความเข้าใจผิด

"แค่อยากจะให้เธอสอนภาษาและวัฒนธรรมของคนที่นี่เท่านั้นเอง"

"โธ่เอ๊ย ฉันก็นึกว่านายจะกล้าขอมากกว่านี้นะ ฮ่าๆ "

เมื่อเธอได้ยินคำตอบ เธอก็ขำออกมา เธอยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น

เยมะ: "งั้นบอกผมทีการจูบของที่นี่ เค้าทำแบบนี้ไหม"

เฟริซ่า: "แบบไหนล่ะ"

เธอหันหน้ามาทางผมโดยไม่ได้ระมัดระวัง ผมจึงก้มหน้าลงไปจุ๊บเข้าที่แก้มของเธออย่างอ่อนโยน เธอขยับหน้าหลบทันที

"แบบนี้ไง"

ผมยิ้มยั่วเธอคืน

"นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ "

เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก

"ถ้างั้นแบบนี้ล่ะ" มือข้างหนึ่งของผมจับหัวของเธอไว้ก่อนที่จะหอมแก้มเธออีกครั้งหนึ่งด้วยความรวดเร็ว

"พอได้แล้วเจ้าบ้านี่! "

เธอร้องโวยวายเสียงดังก่อนจะดิ้นหลุดไป แล้วใช้มือเช็ดแก้มด้วยท่าทีรังเกียจ ผมจึงขยับเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง

"อย่านะ ถ้านายไม่หยุดข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก"

เธอหยุดผมด้วยการชี้หน้าและคำรามคำขู่ออกมา

"ก็ได้ผมหยุดก็ได้"

ผมทำท่าจะยอมหยุดก่อนดึงเธอเข้ามากอดที่เอว เฟริซ่าตอบสนองผมด้วยการยกแขนขึ้นมากอดคอของผมไว้ ผมยิ้มอย่างได้ใจก่อนจะกระซิบข้างๆ หูเธอ

"ผมรู้สึกได้ว่า เธอก็ชอบมันใช่ไหม"

"งั้น..นายหลับตาก่อนสิ"

เธอกระซิบตอบ ผมหลับตาตามที่เธอบอกในตอนที่ผมคลายความระมัดระวังลงและจะก้มลงไปจูบเธออีกครั้ง ขณะนั้นเองผมก็ได้รูสึกถึงความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

"อ๊ากกกกกกกกกกก"

เสียงร้องของผมดังลั่นป่าจนฝูงนกตกใจจนบินหนีไป ผมโดนเธอแทงเข่าใส่หว่างขาไปสองที ผมรู้สึกเหมือนถูกท่อนเหล็กยักษ์ฟาด จนปลิวออกไปตามแรงถีบจนลงไปกองกับพื้น

"สมน้ำหน้าไอ้หมาจอมหื่นขอให้นายใช้การมันไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลยนะ"

เฟริซ่าพูดด้วยความแค้น เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จแล้วก็หันมามองผมด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเดินกลับที่พัก ทิ้งผมที่นอนตัวงอเป็นกุ้งอยู่ในความเจ็บปวดรวดร้าวไปถึงทรวง

ให้ตายสิยัยนั่นตัวเล็กแค่นั้น ไปเอาแรงมาจากไหนกัน ผมนอนอยู่จนอาการเจ็บทุเลาลง เลยใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดินโซซัดโซเซกลับไปที่ถ้ำ เมื่อกลับมาถึงเราทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยจนถึงเช้า

เฟริซ่า: "นี่ลุกขึ้นมากินข้าวได้แล้วเราจะได้เริ่มเรียนกันเสียที

เยมะ"...."

"เยมะ ตื่นได้แล้วจะนอนไปถึงไหน"

เฟริซ่ายื่นมือมาเขย่าตัวผม

เฟริซ่า: "หืมม ทำไมตัวนายถึงร้อนจัง นี่ไม่สบายเหรอ"

เยมะ: "มัน..เจ็บมาก"

เฟริซ่า: "เจ็บตรงไหนบอกหมอมาซิ"

เยมะ: "ตรง..ที่เธอทำเมื่อวาน"

เฟริซ่า: "คิดจะมาไม้ไหนอีกละ"

เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้แกล้ง เธอก็จัดการถอดกางเกงออกเพื่อดูบาดแผล โดยที่ผมมิอาจจะขัดขืนได้เลย

เฟริซ่า: "โอ้โห! ทำไมมันบวมได้ขนาดนี้แหละ"

เยมะ: "ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็เพราะเธอนั่นล่ะ"

เฟริซ่า: "งั้นเหรอ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นอาการหนักขนาดนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้นายอยากพูดไม่ฟังเอง เดี๋ยวฉันจะไปหาสมุนไพรมาให้กินแล้วก็พักสักหน่อยอาการคงจะดีขึ้น แต่ดูสภาพแล้วมันคงใช้งานไม่ได้แล้วมั้ง"

เยมะ: "มะมะไม่นะ ยังไม่ได้ใช้งานสักครั้งเลย จะพังเสียแล้ว ชีวิตนี้มันช่างน่าอับอาย"

เฟริซ่า: "เอาน่าๆ ยังไงนายก็ได้จุ๊บแก้มฉันไปตั้ง 2 หนแล้วนี่ก็อยากพูดไม่ฟังดีนัก"

เยมะ: "เพราะเธอนั่นแหละ! เฟริซ่า!! เธอต้องรับผิดชอบที่ทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้"

เฟริซ่า: "นี้ๆ ฉันแค่ป้องกันตัวนะ ถ้างั้นฉันจะยอมเป็นผู้หญิงของนายก็ได้นะ ถ้าหากนายทำให้มันกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ฮ่าๆๆ"

ถึงแม้จะโกรธแต่อาการเจ็บปวดและพิษไข้ทำเอาผมหมดแรงจะเถียงต่อ จึงหันหน้าหนีเข้ากำแพงนอนต่ออย่างผู้พ่ายแพ้น่าสมเพช

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เฟริซ่าก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วจับหัวผมนอนบนตัก

เฟริซ่า: "นายต้องกินข้าวก่อน มาเดี๋ยวฉันจะป้อนข้าวต้มให้สามีเอง"

เยมะ: "เธอไปเอามันมาจากไหน? "

เฟริซ่า: "มันอยู่ในกระเป๋าม้าที่เราขี่มาไง กินได้แล้ว เดี๋ยวจะเย็นก่อน"

เธอค่อยๆ ป้อนข้าวต้มเละๆให้ผมกินจนหมด

เฟริซ่า: "ออกไปหาสมุนไพรก่อน นอนดีๆ อย่าดื้ออย่าซนละเด็กดีของหม่าม้า"

นี่เธอกลายเป็นคุณแม่ดูแลลูกแล้วหรือไงยัยตัวแสบ ก่อนผมจะเตือนเธอ

"เอาดาบนั้นไปด้วย แล้วก็ระวังหมาป่ามันชอบย่องเข้ามาโจมตีจากทางด้านหลัง"

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอก เข่าของฉันมีแรงเยอะมากเลยนะ"

เธอทำท่าตีเข่าโชว์ แล้วก็หัวเราะเยาะเย้ยผม ก่อนจะออกไปจากถ้ำ"

งั้นนอนดีกว่าถ้าหายดีเมื่อไหร่ฉันจะคิดบัญชีแค้นจนเธอต้องร้องขอชีวิตเลย


******

โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(