นักค้าทาส

ตอนที่ 3 : ตามล่าคนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

เช้าวันที่ 7
 

 

รุ่งเช้า ผมเดินไปตามรอยหยดเลือดที่ไหลเป็นทาง เมื่อไปถึงก็พบว่ามันหายเข้าไปในถ้ำ รอยเท้าของมันบ่งบอกได้ว่า เป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ แต่ทว่ายังโชคดีที่มันมีรอยเท้าอยู่เพียงตัวเดียว ผมรีบปีนต้นไม้ขึ้นไปหลบ หลังจากเชือดกระต่ายแล้วทิ้งไว้หน้าปากถ้ำ กลิ่นคาวเลือดจะล่อมันออกมา ในที่สุดผมก็จะได้เห็นตัวคนร้ายที่มัน กล้ามายุ่งกับเหยื่อของผม

แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป เจ้าสัตว์ปริศนาก็ยังไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็น มันระวังตัวมากกว่าที่ผมคิด สันนิษฐานได้ว่ามันค่อนข้างจะฉลาด เมื่อไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ผมอาจจะเสียรู้ให้กับมันอีกครั้ง 

"ให้ตายสิ!!" 

ผมเริ่มรู้สึกหัวร้อน ผมตัดสินใจจะไม่ยอมเสียกระต่ายไปฟรีๆ ต่อให้จะต้องนั่งเฝ้าทั้งวันก็ตาม

แต่ทันใดนั้น ก็มีอะไรบางอย่างขยับตัว อยู่หลังพุ่มไม้ ในขณะเดียวกันที่ภายในถ้ำยังไม่มีการเคลื่อนไหว

ผมที่เฝ้ามองอยู่พลางคิดว่า กระต่ายของผมนั้น น่าจะโดนเจ้าตัวนี้เอาไปกินแน่ มันไม่รอช้ากระโดดออกมา มันก็คือเสือที่มีหางสีแดง ตัวยาวเกือบหนึ่งเมตรครึ่ง ปากของมันยื่นยาวออกมามากกว่าปกติ โชว์ให้เห็นสองเขี้ยวขนาดใหญ่ มันคาบกระต่าย แล้วเตรียมออกวิ่งในทันที 

แต่ในขณะนั้นเอง ฝูงหมาป่าราวๆ สิบกว่าตัว ก็ก้าวมาจากป่าปิดทางหนีของมันไว้ เจ้าฝูงหมาป่าพวกนี้ มันล่าเสือด้วย กระต่ายของผมเป็นตัวล่อ?! ไม่น่าจะเป็นไปได้ แค่บังเอิญละมั้ง หมาป่าแม้จะแพ้ในด้านขนาดตัวแต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าทำเอาเสือหางแดง ต้องเตรียมการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดทันที เสือหางแดงคำรามเสียงดัง ก่อนจะพ่นไฟออกจากปากของมัน!!

"เฮ้ย มันพ่นไฟได้ด้วย!!"

ผมอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ

แต่ทว่า การพ่นไฟของมันช้ากว่า ความคล่องตัวของพวกหมาป่า ทำให้มันพ่นไฟโจมตีไม่โดน พวกหมาป่าเริ่มเข้าโอบล้อมเป็นวงกลม และเริ่มเข้าโจมตีจากมุมอับสายตาทางด้านหลังของเสือหางแดง 

ที่น่าสนใจก็คือ หมาป่าตัวจ่าฝูงมันสั่งการให้ทั้งฝูงทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างรู้ใจ พวกมันเริ่มเห่าแทนคำรามจน ทำให้เสือหางแดงสับสนอย่างเห็นได้ชัด แม้การโจมตีของหมาป่าจะไม่รุนแรงมากนัก แต่เมื่อโดนเข้าไปหลายๆ ที ความบาดเจ็บสะสมก็เริ่มแสดงอาการ 

จะว่าไปแล้วผมก็รู้สึกแปลกใจ ที่ผ่านมาไม่เคยเจอพวกมันมาก่อน และในที่สุด เสือหางแดงเริ่มทนต่ออาการบาดเจ็บสะสมไม่ไหว มันทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนจะโดนฝูงหมาป่าเข้ารุมโจมตี จนมันสิ้นใจลง หมาป่ารุมกัดกินมันอย่างผู้มีชัยชนะ

แต่ในตอนนั้นเอง มีบางอย่าง ออกมาจากถ้ำ พวกหมาป่ารีบถอย เพื่อรักษาระยะห่าง 

มันคือ หมียักษ์สีดำสูงเกือบสองเมตรครึ่ง หมีตัวนั้นมีแขนสี่ข้าง แต่แขนข้างหนึ่งของมันโดนตัดขาดไปจนเหลือแค่ข้อศอก ร่องรอยบาดแผลตามตัวของมันแสดงให้เห็นว่ามันผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน 

ผมรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ ว่าเจ้าหมีสามแขนตัวนี้แข็งแกร่งกว่าสัตว์ทุกตัวในป่าแห่งนี้

แต่พวกหมาป่าก็มิได้ยอมแพ้ พวกมันเริ่มต่อสู้เพื่อปกป้องอาหารที่ล่ามาได้ พวกมันใช้วิธีเดียวกัน กับตอนสู้เสือหางแดง กลยุทธ์การเข้าโอบล้อมคู่ต่อสู้เอาไว้ 

แต่ทว่าผมสังเกตได้ว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของพวกมันช้าลง อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าหลังการต่อสู้กับเสือหางแดง หรือไม่ ก็เป็นเพราะความเกรงกลัวที่มีต่อหมีแขนขาดตัวนี้ 

หมีค่อยๆ เดินก้าวช้าๆ เข้าไปหาซากเสือหางแดงและกระต่าย พวกหมาป่าได้แต่ถอยร่น รอจังหวะ พวกมันเริ่มเห่า เพื่อทำให้ศัตรูสับสน 

แต่ทว่าเจ้าหมีตัวนี้ ดูจะไม่ได้แยแสอะไรพวกหมาป่าเลย ก่อนที่จะก้มลงไปดมซากเสือหางแดง 

หมาป่าที่อยู่ข้างหลังสบโอกาส กระโดดเข้าไปจู่โจมจากทางด้านหลังของหมีทันที แต่หมีก็หมุนตัวกลับหลังแล้วใช้กรงเล็บตะปบเข้าใส่หัวหมาป่าตัวนั้น ด้วยความเร็วที่แทบไม่น่าเชื่อ 

มันหลอกล่อให้หมาป่าเข้ามาโจมตีด้านหลังก่อนจะสวนกลับในทันที หมาป่าตัวที่โดนตบกลายเป็นศพคอของมันหักหมุนได้รอบ 

ดังนั้นจ่าฝูงหมาป่าจึงเปลี่ยนวิธี ให้เข้าโจมตีพร้อมกัน การโจมตีของหมาป่าสร้างความบาดเจ็บให้หมีได้บ้าง แต่ทว่ามันเทียบกันไม่ได้เลย เมื่อโดนหมีโจมตีสวนกลับมา 

ณ ตอนนี้หมาป่าก็ตายไปห้าหกตัวแล้ว จ่าฝูงหมาป่ามันร้องเรียก ฝูงหมาป่ามาสมทบเพิ่มอีก ขณะนี้มีหมาป่าเข้ามารวมตัวกันต่อสู้อยู่ราวๆสามสิบกว่าตัว 

ไม่แน่งานนี้เจ้าหมีแขนด้วนอาจจะสิ้นชีพที่นี่ก็ได้ พวกหมาป่าพร้อมใจกันเข้าโจมตีพร้อมกัน ทันใดนั้นเจ้าหมีสูดหายใจเข้า ก่อนจะคำรามออกมาเสียงดัง

โฮ่กก!!

เสียงคำรามของมันดังไปทั่วบริเวณทำเอาพวกหมาป่าที่อยู่ใกล้ๆถึงกับทรุดลงไปนอนกับพื้น ส่วนพวกที่ห่างออกมาก็หยุดนิ่ง รวมถึงผมด้วย ที่รู้สึกชาไปทั้งตัวแม้จะอยู่ห่างไกลถึงบนต้นไม้ก็ตามที

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นความสามารถพิเศษของมัน เหมือนกับที่เสือแดงคำรามเป็นไฟได้

เจ้าหมีสามแขนไม่ยอมเสียโอกาสทอง มันพุ่งเข้าไปจัดการกับหมาป่าตัวที่เป็นจ่าฝูง อย่างรวดเร็ว เมื่อฝูงเสียผู้สั่งการ ทำให้กองทัพหมาป่าแตกกระเจิง พวกที่เหลือ ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดเข้าไปในป่า ซากศพหมาป่ากระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

หลังจากนั้น เจ้าหมีมันก็ค่อยๆหันหน้ามาทางผม จนผมสบตากับมัน  ผมเบิกตากว้างก่อนจะรีบแอบหลังกิ่งไม้ทันที ชิบละ!! มันรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ความตึงเครียดเกิดขึ้นในหัวผมทันที ในสถานการณ์ตอนนี้ ถ้าหากมันโจมตีใส่ผม โอกาสที่จะรอดแทบจะเป็นศูนย์

ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ความกลัวพุ่งขึ้นขีดสุด จนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังตุ๊บๆ 

แต่ทว่าในตอนที่ผมกำลังหวาดกลัวจนหน้าซีดอยู่นั้นเอง หมีสามแขน ก้าวขาข้างหนึ่งขึ้นเหยียบศพจ่าฝูงหมาป่าแล้วก็กางแขนขึ้น คำรามเสียงดังทำท่าฉลองชัยชนะราวกับท่าของนักมวยปล้ำ ก่อนที่จะลากเสือหางแดงและกระต่ายเข้าไปในถ้ำ 

ราวกับว่า มันต้องการจะเตือนให้ผมรู้ว่า มันคือเจ้าแห่งป่านี้ อย่าได้ริอาจมาลองดีกับมันอีก หลังจากนั้นไม่นานผมลงมาเพื่อเก็บซากศพหมาป่า มันมีอยู่ราวๆ สิบกว่าตัว ทั้งหมดตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ผมค่อนข้างมั่นใจว่าหมีจะไม่ออกมาอีกเพราะถ้ามันต้องการที่จะฆ่าผม มันคงทำไปแล้ว ผมอาจจะไม่มีค่าพอจะให้มันมาสนใจ

หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนี้มาได้ ผมก็เข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับป่าแห่งนี้คือ ที่ไม่มีสัตว์ดุร้ายในบริเวณที่ผมอาศัยอยู่ 

เนื่องจากมันเป็นอาณาเขตของหมีสามแขน มันทำให้ผมปลอดภัยจากสัตว์นักล่าตัวอื่นๆ และที่มันไม่ล่าผมก็เพราะมันรู้ว่าผมเป็นคนทำกับดักหลุมขึ้นมา มันเลยจะใช้ประโยชน์จากผม โดยการมาขโมยเหยื่อที่ติดกับดัก ผมโดนหมีใช้เป็นเครื่องมือให้หาอาหารให้มัน 

แต่ก็เอาเถอะ แค่ผมไม่โดนมันขย้ำหัวตายตั้งแต่วันแรกก็ดีละ ไอ้หมีตัวนี้ มันจะออกจากถ้ำเมื่อมีเสียงดังรบกวน คิดว่ามันกำลังนอนอยู่ แล้วไปทำเสียงดัง มันเลยหัวเสียออกมาขยี้ทุกอย่างที่รบกวนการนอนของมัน 

มันเป็นหมีที่ขี้เกียจมาก มันจะไม่ออกจากถ้ำเลยถ้าไม่จำเป็น ผมลองเอาสัตว์ที่จับได้ ไปโยนไว้หน้าถ้ำแล้วก็เคาะไม้เสียงดังๆ ผลที่ได้ก็คือ มันจะออกมาเอาสัตว์ที่ผมโยนไว้ เข้าไปกินในถ้ำและมันจะไม่ออกมาอีกเลยทั้งวัน 

ซึ่งเป็นเรื่องดีที่มันไม่ออกมาพวกสัตว์ จะได้ไม่หนีไปอยู่ที่อื่น พวกมันจะได้มาติดกับดักของผมมากขึ้น ผมเลยเอาเนื้อมาโยนให้มันทุกวัน แบบนี้เรียกว่า แผนกำจัดหมี โดยให้มันไขมันอุดตันเส้นเลือดตาย กินแล้วก็นอน ป่วยตายไปซะไอ้หมีจอมขี้เกียจ!!

****


โปรดติดตามตอนต่อไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #4 tankyo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 16:15
    ฉลาดมากได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    #4
    0